Saturday, 18 July 2026
Hard News Team

‘ชาล็อต ออสติน’ ขอโทษ ‘ทักษิณ’ ทันที หลังโดนขุดคอมเมนต์ในอดีตเมื่อ 9 ปีก่อน

16 พ.ค.66) งานงอกจังๆ สำหรับนางงามลูกรัก ‘ณวัฒน์ อิสรไกรศีล’ อย่าง ‘ชาล็อต ออสติน’ รองอันดับ 5 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ ปี 2022 และมิสแกรนด์ชุมพร ปี 2022 หลังจากที่โดนมือดีขุดโพสต์เก่าเมื่อ 9 ปีก่อนมาแชร์จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่น เป็นข้อความที่เจ้าตัวเคยคอมเมนต์ถึง ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ทำนองว่า “คนอย่างทักษิณแค่หัวหลุดยังน้อยไป”

ล่าสุด สาวชาล็อต ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ พร้อมขอโทษกับความผิดในอดีตที่เคยทำพลาดจากความไม่ยั้งคิดของเด็กอายุ 14 ปีในตอนนั้น รวมทั้งได้ขอโทษทักษิณ ชินวัตร ครอบครัว และ นปช. อีกด้วย

“เรื่องที่จะชี้แจงต่อจากนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนสำหรับโพสต์ 9 ปีที่แล้ว : ก่อนอื่นหนูขอโทษที่โพสต์ดังกล่าวที่กำลังเป็นประเด็นให้เกิดความไม่สบายใจอยู่ในตอนนี้ หนูไม่มีคำใดที่จะยกขึ้นมากล่าวและแก้ตัวเพื่อให้พ้นจากความผิดในอดีตของหนูได้เลย กับสิ่งที่เคยทำผิดพลาดซึ่งเป็นความไม่รู้จักยั้งคิดของเด็กอายุ 14 ปี ณ ขณะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นหนูน้อมรับผิดโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

แต่ ณ วันนี้หนูโตขึ้นแล้ว หนูคิดว่าตัวเองมีความเข้าใจมากขึ้น มองเห็นและตีความเหตุการณ์ได้อย่างเป็นองค์รวมมากขึ้น คำพูดหรือการกระทำใดๆ ที่จะก่อให้เกิดความขัดเคืองต่อความรู้สึกของผู้ที่สนับสนุนบุคคลในโพสต์หรือคนอื่นๆ หรือเหตุการณ์ทางการเมืองใดๆ ก็ตาม หนูในวันนี้ซึ่งเป็นผู้ใหญ่แล้วจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำอีก และขอยืนยันค่ะว่าจะอยู่เคียงข้างความถูกต้อง ความยุติธรรม และประชาชน ขอโทษอีกครั้งสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอโทษจริงๆ ค่ะ

ชาล็อตจะเก็บไว้เป็นบทเรียนค่ะว่าควรตระหนักคิดเยอะๆ ก่อนจะพูด หรือ กระทำการใดใด เพราะอาจส่งผลต่อเราในอนาคตได้ จะระมัดระวังและรอบคอบให้มากขึ้นค่ะ ขอโทษอีกครั้งค่ะ

ทั้งนี้ ชาล็อตต้องขอโทษคุณทักษิณ ชิณวัตร ครอบครัว และนปช. ทุกท่านที่ได้โพสต์ข้อความในเชิงข่มขู่คุกคามในตอนนั้นค่ะ”

การบินไทยฟื้นตัว คงสถานะสายการบินแห่งชาติ คาด!! พร้อมกลับเข้าตลาดหลักทรัพย์ในไตรมาส 4 ปี 67

(16 พ.ค. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหา บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยนายกรัฐมนตรีชื่นชมที่ รัฐบาลสามารถแก้ปัญหา บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้อย่างคืบหน้าในระดับหนึ่ง ซึ่งขอให้เร่งรัดแก้ปัญหาให้เร็วขึ้น เพื่อให้ได้กลับคืนสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งฝากดูแลเจ้าหน้าที่พนักงานของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ ไทยสมายล์แอร์เวย์ฯ ให้ได้รับความเป็นธรรมและสามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมั่นใจ

สำหรับมติที่สำคัญในเรื่องนี้ โดยเฉพาะการดำเนินการปรับโครงสร้างทุน การแปลงหนี้เป็นทุนและการจัดสรรเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม ไม่จัดสรรและเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นที่จะทำให้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีหน้าที่ตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดย การบินไทย จะดำเนินการแปลงหนี้เป็นทุนและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน PPO ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2567 ซึ่งจะทำให้มีส่วนของผู้ถือหุ้น จำนวน 28,685 ล้านบาท เพื่อให้สามารถกลับไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ภายในไตรมาส 4 ปี 2567

ส่วนการปรับปรุงประสิทธิภาพฝูงบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ ไทยสมายล์แอร์เวย์ฯ มีอากาศยานที่ใช้ทำการบินรวม 64 ลำ ซึ่งบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการขออนุญาตจัดหาอากาศยานเพิ่มเติมโดยเช่าดำเนินงาน 13 ลำ และมีอากาศยานที่อยู่ระหว่างจัดหาตามแผนการจัดหาอากาศยานปี 2567-2568 อีกจำนวน 9 ลำ 

ทั้งนี้ยังคงสถานะสายการบินแห่งชาติ เนื่องจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย 83.93% ถือเป็นสัดส่วนการถือหุ้นที่มีความเหมาะสมสำหรับการกำหนดให้เป็นสายการบินแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจสำคัญต่าง ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ รวมถึงให้สามารถกลับเข้าร่วมในคณะกรรมการต่าง ๆ เช่น คณะกรรมการการจัดสรรเวลาเข้า-ออก ของเที่ยวบิน คณะกรรมการของผู้แทนของรัฐบาลเพื่อพิจารณาจัดทำความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางอากาศกับรัฐบาลต่างประเทศเป็นประจำ

นอกจากนี้ในการติดตามหนี้สินที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีสิทธิเรียกร้องและทุนทรัพย์สูง โดยธนาคารเจ้าหนี้ ได้แก่ ธนาคารออมสิน และ ธนาคารกรุงไทย โดยได้นำเงินฝากในบัญชีกองทุนบำเหน็จพนักงานการบินไทยหักกลบหนี้ตามมูลหนี้ ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีต่อธนาคารต่อไป

‘ครม.’ ไฟเขียว!! เร่งช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ‘เมียนมา’ หลังได้รับผลกระทบจากพายุ ‘ไซโคลนโมคา’

(16 พ.ค.66) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการให้กระทรวงการต่างประเทศ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาการดำเนินการที่เหมาะสมเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมากรณีพายุไซโคลนโมคาอย่างเร่งด่วน

โดยเรื่องนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 66 พายุไซโคลนโมคา (Mocha) ซึ่งก่อตัวขึ้นในอ่าวเบงกอลได้เคลื่อนตัวเข้าพื้นที่ด้านตะวันตกของเมียนมาบริเวณรัฐยะไข่ทำให้เกิดพายุฝนตกหนัก น้ำท่วมเฉียบพลัน ดินโคลนถล่มและกระแสไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของชาวเมียนมาอย่างกว้างขวาง ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนก็ได้ออกแถลงการณ์จะสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมาจากเหตุภัยพิบัติครั้งนี้

ต่อมาในวันที่ 12 พ.ค. 66 สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทยได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศของไทย แจ้งว่าทางการเมียนมาได้เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุไซโคลนดังกล่าว และขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยในการสนับสนุนที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาแล้วว่าพายุไซโคลนที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงใกล้เคียงกับระดับซูเปอร์ไต้ฝุ่นที่รุนแรงมากกว่าพายุไซโคลนนาร์กีสที่เคยเกิดขึ้นกับเมียนมาในปี 2551 และมีโอกาสที่จะสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินชาวเมียนมาอย่างกว้างขวางและเฉียบพลัน ดังนั้น การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างทันท่วงทีจึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนอย่างยิ่ง

ในส่วนของงบประมาณที่จะใช้สำหรับให้การช่วยเหลือนั้น ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะเป็นการใช้จ่ายจากงบประมาณของส่วนราชการซึ่งได้รับการจัดสรรไว้อยู่แล้ว จึงไม่ถือเป็นการกระทำอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อ ครม. ชุดต่อไปตามมาตร 169 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 

ภัยของความหวาน และเคล็ดลับป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 2023

Sweet Sin! หวานแล้วผิดตรงไหน อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นความบาปขนาดนั้นเลยเหรอ

ความเจ็บป่วยยุคใหม่ที่ทุกคนต้องจับตา และระแวดระวัง ไม่ใช่เพียงโรคที่เกิดจากไวรัส แบคทีเรียหรือเชื้อโรคอื่นๆ เท่านั้น แต่ของที่รับประทานเข้าไปทุกๆ วัน นั่นแหละตัวดี

โรค NCDs หรือ non-communicable diseases เป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่เป็นโรคที่เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด หลอดเลือดในสมอง อ่อนเพลียเรื้อรัง โรคอ้วนลงพุง ตับ ไต ฯลฯ

การกินซ้ำๆ และกินของไม่มีประโยชน์ กินแต่อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงคือ ตัวการใหญ่ ที่ส่งผลทำให้หลอดเลือดและอวัยวะต่างๆ ในร่างกายอักเสบ ก่อนนำไปสู่โรคต่างๆ ที่กล่าวมา โดยลำดับ

>> 6 สิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับคุณเมื่อบริโภคน้ำตาลสูงเป็นประจำ...

1 ทำให้ระบบความสมดุลของแร่ธาตุในร่างกายเสียไป 

2 ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

3 มีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น 

4 การเผาผลาญน้ำตาลในร่างกายบ่อย ๆ ยังเป็นตัวเร่งให้เกิดอนุมูลอิสระ 

5 เมื่อบริโภคเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง 

6 การรับประทานน้ำตาลซูโครสในปริมาณมาก ทำให้กรดอะมิโนที่มีชื่อว่า ทริปโตฟาน ถูกเร่งเข้าสู่สมองมากเกินไป ทำให้เสียสมดุลของฮอร์โมนในสมอง ซึ่งทำให้เกิดอาการเซื่องซึม เหนื่อย ไม่กระฉับกระเฉง

ลองพิจารณาภาพเปรียบเทียบปริมาณที่ได้รับ ของน้ำตาลในผลไม้ และเครื่องดื่ม ที่เราอาจดื่มกินเป็นประจำ และลอง ชั่ง ตวง วัด

ปัจจุบัน หนึ่งในวิธีตรวจเช็คความเสี่ยงของการอักเสบในร่างกาย คือการเจาะเลือดปลายนิ้วตรวจใช้เวลาเพียง 90 วินาที โดยแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อค้นหาความเสี่ยงโรคหลัก NCDs ก่อนวิเคราะห์ผลจากค่าตัวเลข และรับคำแนะนำนำสู่การปรับพฤติกรรมการกิน และเสริมวิตามินให้ร่างกายเพื่อบำบัด รักษา เยียวยาต่อไป

>> ขั้นตอนการตรวจ hs-CRP ง่าย ไม่ยุ่งยาก...

1. เจาะเลือดที่ปลายนิ้วโดยผู้เชี่ยวชาญ

2. นำแถบตรวจสู่เครื่องมือวัดผล (เครื่องภูมิคุ้มกันวิทยา เชิงปริมาณ) 

3. ในเวลา 90 วินาที ทราบผลวิเคราะห์ และอ่านค่าเพื่อประเมิน

ปัจจุบันผู้ที่ต้องการเช็คความเสี่ยงกลุ่มโรคไม่ติดต่อแบบง่าย ๆ ด้วยการค้นหาการอักเสบของร่างกาย ตรวจความเสี่ยงโรคด้วยเลือดหยดเดียว ได้ที่ กลุ่มคลินิกที่มีเทคโนโลยีการตรวจ hs-CRP อ่านค่าความเสี่ยงจากโรค ด้วยเลือดหยดเพียงหยดเดียว ในกทม. (ตรวจสอบเพิ่มเติมได้ ที่ Facebook: PNA Wellness Innovation)

>> ทำอย่างไร ให้ห่างไกล NCDs

- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ 

- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัด อาหารมัน รวมถึงอาหารปิ้งย่าง

- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาทีต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง

- งดหรือลดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

- พักผ่อนให้เพียงพอ และผ่อนคลายความเครียดที่มีทุกวัน

ตรวจสุขภาพประจำปี และ ตรวจค่าการอักเสบของร่างกายด้วย hs-CRP เป็นประจำ

รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ไม่ซื้อยารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ป้องกันก่อนไปนอนป่วย เพราะชีวิตต้องมีพรุ่งนี้ที่ดีเสมอ ฉะนั้นแสดงความห่วงใยอย่างเป็นรูปธรรมกับคนที่เรารัก ด้วยการบอกข้อเท็จจริงเหล่านี้ ใครอยากอยู่ยืนยาว ต้องทำเอง เพราะทำเอง…ได้เอง

#โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง #ภัยเงียบ #ของหวาน

‘ลีน่าจัง’ แนะ ‘สาวกส้ม’ สงบปากสงบคำ-เลิกแขวะประยุทธ์ ชี้!! 8 ปีที่ผ่านมาผลงาน 'บิ๊กตู่' ชัด ต้องให้ความเป็นธรรม

(16 พ.ค.66) ผู้ใช้ติ๊กต๊อกบัญชี ‘ccc.team’ ได้โพสต์คลิปวิดีโอ ‘ลีน่าจัง’ โต้เดือดสาวกพรรคส้มกับผลงาน 8 ปีที่ผ่านของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สร้างอะไรไว้บ้าง โดยระบุว่า…

รู้ไหม 8 ปี ที่ประยุทธ์เป็นรัฐบาล เขาสร้างรถไฟฟ้า สร้างทางยกระดับ สร้างเต็มไปหมด ไปดูซิที่รถติดหรือถนนเกะกะรุงรัง ฝีมือประยุทธ์ทั้งนั้น แล้วก็ที่ซาอุดีอาระเบียมาลงทุนที่ประเทศเรา 6 แสนล้านบาท ก็ฝีมือประยุทธ์ เขาโกรธประเทศไทยเขาไม่ทำมาค้าขึ้นกับไทยเป็นเวลาตั้งเกือบ 20 ปี รู้หรือเปล่า และประยุทธ์เนี่ยแหละไปเจรจาจนเขายอมมาลงทุนตั้ง 6 แสนล้านบาท และในช่วงที่มีโควิด-19 ก็ประยุทธ์ที่จัดการหมด แจกเงินสวัสดิการคนจน 15 ล้านคน ฉันเองยังได้รับแจกเลยเงินคนละครึ่ง เงินคนชรา เขาแจกหมด คือต้องให้ความเป็นธรรมกับประยุทธ์บ้าง ฉันไม่ได้เข้าข้างประยุทธ์นะ 

ก้าวไกลก็ได้แต่พูด ยังไม่เคยทำงานเลย คุณก็เลยยังไม่รู้ไงว่าข้อบกพร่องมันอยู่ไหน ก็ได้แค่พูด ใครๆ ก็พูดได้ แต่เมื่อมาเป็นรัฐบาลจะทำได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง เข้าใจหรือเปล่า ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับประยุทธ์เขา เพราะเมื่อ 8 ปี ประยุทธ์เขาอยู่ เขาก็ทำให้บ้านเมืองสงบ ไม่มีม็อบ ใครมาเป็นม็อบอะไรก็โดนจับเข้าคุก ติดคุกหมด โดนเป็นร้อยคดี บ้านเมืองสะอาดสะอ้าน ไม่สกปรก ไม่มีม็อบ เข้าใจหรือเปล่า?

ไม่ใช่ว่าประยุทธ์ไม่ทำงาน เขาทำ ทำตั้งเยอะแยะ แต่เขาประชาสัมพันธ์ไม่เป็น โกหกตอแหลไม่เป็น คุยขี้โม้ไม่เป็น เข้าใจหรือเปล่า อย่างเมื่อวานพอพ่ายแพ้ ประยุทธ์ก็ไม่ให้สัมภาษณ์ก็กลับบ้าน ก็ถูกต้องแล้ว นักข่าวก็ไปด่าเขาใหญ่เลย ว่าให้รอตั้ง 4 ชั่วโมงแล้วก็กลับบ้านเลย เอ้า!! ก็เขาพ่ายแพ้ จะให้พูดไรล่ะ เดี๋ยวเขาก็ไปเป็นองคมนตรีแล้ว 

คุณก็คลั่งมากเกินไป คลั่งส้มมากเกินไป จนบอกว่า 8 ปี ไม่ทำอะไร มาดรามาใส่ รู้ไหม 60 วันยังอันตรายอยู่ เคยเห็นพรรคไทยรักษาชาติหรือเปล่า ลูกชายเจ๊ระเบียบรัตน์ ที่ลูกหล่อๆ เป็นหัวหน้าพรรค แป๊บเดียวโดนยุบพรรคเลย แป๊บเดียวลูกชายระเบียบรัตน์โดนเพิกถอนสิทธิ 10 ปี หายเข้าป่าไปแล้ว ไม่ได้ผุดได้เกิดเลย 

‘สาวกส้ม’ ต้องสงบปากสงบคำ พอชนะแล้ว ฝ่ายอำนาจเก่ากุมอำนาจเก่ามันพ่ายแพ้ ก็เฉยๆ สงบปากสงบคำ ไม่ต้องไปด่าเขา แตะไม่ได้เชียวเหรอ เดี๋ยวถ้าเกิดฝั่งนู้นเขาโมโหขึ้นมา เขาไปสั่งศาลเลยบอกตัดสินคดีเร็วๆเลยไอ้พิธาเนี่ย แล้วจะรู้สึก มันชนะไม่เด็ดขาด พิธาออกมาแถลงงี้แต่ยังจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะว่า กกต. ต้องภายใน 60 วัน รับรองอย่างเป็นทางการ 500 คน เสร็จแล้วถึงจะเลือกนายกฯ แล้วเลือกนายกฯ เสร็จถึงจะมีรัฐบาล นายกฯ เป็นคนตั้งรัฐบาล แล้วมี ส.ว.ในการเลือกนายกฯ รู้หรือเปล่า 

ใครพูดอะไรไม่ได้ ใครถามอะไรไม่ได้เลย คนพูดความจริง คนมันเวลาจะพูดอะไรก็พูดได้ ยังไม่ได้ลงมือทำ เข้าใจหรือยัง ฉันไม่ได้เข้าข้างประยุทธ์ แต่พูดถึงประยุทธ์ 8 ปีที่มาอยู่ เขาสร้างอะไรไว้ตั้งเยอะแยะเหมือนกัน

บลูเทค ซิตี้ เป็นผู้นำการอนุรักษ์สมุนไพรป่าชายเลน แบบครบวงจร เพื่อต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy)

วันที่ 16 พฤษภาคม 2566 นิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราบลูเทค ซิตี้ เป็นผู้นำสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการ และชุมชนท้องถิ่น โดยเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ พื้นที่ทุ่งสมุนไพรป่าชายเลน บลูเทค ซิตี้  ให้กับมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี โดยมี คณะอาจารย์และกลุ่มนักศึกษารุ่นใหม่ ภายใต้โครงการ Eco Fashion ธุรกิจแฟชั่นเชิงนิเวศ ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ สู่ปลายน้ำ อันจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) 

ผ่านกิจกรรม Eco Print การทำเสื้อพิมพ์ลายสีธรรมชาติจากใบไม้ โดยร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านต้นกรอก และเรียนรู้คุณประโยชน์ พร้อมการอนุรักษ์พืชสมุนไพรป่าชายเลน จากปราชญ์ชุมชนในพื้นที่ ณ ทุ่งสมุนไพรป่าชายเลน บลูเทค ซิตี้ ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อสร้างคุณค่าทรัพยากรท้องถิ่น ต่อยอดการเพิ่มมูลค่าสู่เศรษฐกิจชีวภาพจากฐานรากที่ยั่งยืน

'แสนสิริ' ประกาศกำไรไตรมาสแรกปี 66 ฟาดรายได้ทะลุ 1,582 ล้านบาท โต 423%

(16 พ.ค.66) นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2566 แสนสิริมีรายได้รวมในไตรมาสแรกปี 2566 อยู่ที่ 8,505 ล้านบาท โตขึ้น 63% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ผลงานมาจากรายได้จากการขายโครงการที่โดดเด่นในทุกกลุ่มที่อยู่อาศัย นำด้วยรายได้จากการขายคอนโดมิเนียม ที่ในไตรมาสนี้เติบโตสูงสุดถึง 217% หรือโกยรายได้ 2,717 ล้านบาท รายได้หลักมาจากโครงการเอ็กซ์ที พญาไทที่เพิ่งก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงเดือนธันวาคมของปี 2565 ที่ผ่านมา ตามด้วยโครงการเอ็กซ์ที ห้วยขวาง, โอกะ เฮ้าส์ และเอดจ์ เซ็นทรัล พัทยา นอกจากนี้ ยังมีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสนี้ คือ เดอะ มูฟ บางนา

ในไตรมาสนี้ แสนสิริยังมีรายได้จากการขายโครงการแนวราบ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมและมิกซ์ โปรดักส์ โดยแชมป์รายได้จากโครงการบ้านเดี่ยว ได้แก่ โครงการนาราสิริ กรุงเทพกรีฑา, โครงการบุราสิริ วัชรพล, โครงการเศรษฐสิริ จรัญ-ปิ่นเกล้า2, โครงการเศรษฐสิริ พระราม 5 และโครงการสราญสิริ รังสิต ส่วนรายได้จากการขายโครงการทาวน์โฮม เติบโตขึ้นถึง 104% โดยเฉพาะความสำเร็จในลักซ์ชัวรี่ เรสซิเดนท์แนวคิดใหม่ ‘เดมี สาธุ 49’ พร้อมกันนี้ยังสร้างผลงานในโครงการที่อยู่อาศัยแบบมิกซ์โปรดักส์ ที่รวมบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ในโครงการเดียว ตอบรับแนวคิดการอยู่อาศัยแบบ Feel Just Right ความพอดีที่ลงตัวภายใต้แบรนด์ “อณาสิริ” ที่ประสบความสำเร็จและสร้างรายได้ที่โดดเด่นต่อเนื่องในปีนี้เช่นเดียวกัน อาทิ โครงการ อณาสิริ บางใหญ่, โครงการอณาสิริ กรุงเทพ-ปทุมธานี และโครงการอณาสิริ ติวานนท์ - ศรีสมาน เป็นต้น

นอกจากรายได้ที่โดดเด่นในทุกโปรดักส์แล้ว กำไรขั้นต้นจากการขายโครงการที่อยู่อาศัยยังคงสูงขึ้นเช่นเดียวกัน ประกอบกับในไตรมาสนี้ แสนสิริมีการบันทึกกำไรจากการขายกิจการโรงเรียนสาธิตพัฒนา และการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วม ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสแรกของปี 2566 เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยแสนสิริมีกำไรสุทธิ 1,582 ล้านบาท เติบโตโดดเด่นขึ้นถึง 423% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรสุทธิสูงถึง 18.6% ของรายได้รวม ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากจากอัตรากำไรสุทธิที่ร้อยละ 5.8 ของรายได้รวมในไตรมาสแรกของปี 2565

สำหรับไฮไลท์ของไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เพื่อตอกย้ำผู้นำตลาดลักซ์ชัวรีที่แสนสิริได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้ามาโดยตลอด แสนสิริยังเตรียมเปิดตัวโครงการ “นาราสิริ พหล – วัชรพล” ที่สุดของโครงการบ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรี่ในปีนี้ บนที่สุดของทำเลศักยภาพแห่งใหม่ ที่กำลังเป็นที่จับตาของกลุ่มตลาดลักซ์ชัวรี่ เชื่อมต่อขยายจากถนนเลียบทางด่วน-รามอินทรา ในราคา 35-70 ล้านบาท ถ่ายทอดปรัชญาด้าน Brand Taste-Maker ลงรายละเอียดในทุกดีเทลของความเป็นฝรั่งเศส รวมถึงส่วนกลางที่มีพื้นที่มากถึง 6 ไร่ มูลค่าโครงการรวม 5,100 ล้านบาท เตรียมเปิดตัววันที่ 24-25 มิถุนายนนี้

นอกจากนี้ แสนสิริยังคงรุกเดินหน้าต่อเพื่อรองรับแผนการเติบโตในปี 2566 เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ โดยหุ้นกู้ที่จะเสนอขายครั้งนี้เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป สำหรับหุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยระหว่าง [4.00-4.10]% ต่อปี และหุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยระหว่าง [4.45-4.55]% ต่อปี ผ่าน 10 สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) หุ้นกู้ทั้ง 2 ชุดจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ สำหรับอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง โดยหุ้นกู้และบริษัทได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ ‘BBB+’ แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่ (Stable)” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 และคาดว่าจะเสนอขายระหว่างวันที่ 1-2 และ 6 มิถุนายน 2566 นี้ ด้วยเงินจองซื้อขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท เพื่อเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแสนสิริ ที่เป็นแบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ซึ่งไม่ใช่เพียงเฉพาะการพัฒนาที่อยู่อาศัยเท่านั้น แสนสิริยังมองถึงความสำคัญในด้านการลงทุนที่ต้องทั่วถึงและเท่าเทียมกัน โดยการระดมทุนเพื่อรุกเดินหน้าธุรกิจในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในแผนธุรกิจที่คาดว่าจะทำให้แสนสิริสร้างผลประกอบการเป็น New High ได้ต่อเนื่องจากปีก่อน” นายอุทัย กล่าวปิดท้าย

ทัพทุเรียนไทย’ บุก ‘ตลาดจีน’ เอาชนะใจผู้บริโภค ทำยอดขายพุ่งทะยาน 4 เท่า ‘หมอนทอง’ ขายดีสุด!!

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 66 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ตลาดค้าส่งผลไม้หนานหนิง ไห่จี๋ซิง ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งผลไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน มีชีวิตชีวาตั้งแต่ยามเช้ามืด รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์คันใหญ่วิ่งเข้าออกและหยุดจอดขนถ่ายสินค้าหน้าแผงทุเรียน โดยมีผู้ซื้อจับกลุ่มรออยู่ก่อนแล้ว

บรรดาพ่อค้าแม่ขายรายใหญ่ต่างคึกคักกระปรี้กระเปร่าหลังจากเข้าสู่ ‘ฤดูทุเรียน’ ซึ่งปีนี้ทุเรียนไทยบุกตลาดจีนเร็วกว่าปีก่อน โดยทุเรียนจากจังหวัดจันทบุรีจะถูกเก็บเกี่ยวและขนส่งถึงชั้นวางสินค้าของซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วแผ่นดินใหญ่ของจีนภายในเวลาเพียงราวหนึ่งสัปดาห์

ตัวอย่างเช่น ‘ทุเรียนซีพี เฟรช’ (CP Fresh) ถูกขนส่งถึงจีนและกระจายสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่หลายแห่งอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อทุเรียนคุณภาพดีและสดใหม่ที่สุด โดยซีพีเอฟ (CPF) จัดสารพัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทุเรียนหมอนทองหอมหวาน ดึงดูดผู้บริโภคมาซื้อไม่ขาดสาย

“ทุเรียนซีพีมีคุณภาพสูง รสชาติดี แถมมีการชดเชยและสับเปลี่ยนถ้าเจอทุเรียนลูกที่ไม่ดี ทำให้เลือกซื้อได้อย่างสบายใจ” ชายแซ่ลู่ ชาวนครหนานหนิงของกว่างซีกล่าว

เหลียงซูถิง ประธานซีพีเอฟ สาขาหนานหนิง เผยว่ายอดจำหน่ายทุเรียนเฉลี่ยรายวันช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสูงเกิน 100 กล่อง โดยหลายปีที่ผ่านมา ซีพีเอฟได้พัฒนาการจัดการห่วงโซ่อุตสาหกรรมทุเรียนแบบครบวงจร กำหนดมาตรฐานของสินค้า ทำให้ผู้บริโภครู้สึกเหมือน “รับประทานทุเรียนกลางสวนในไทย”

อนึ่ง จีนเป็นตลาดผู้บริโภคทุเรียนขนาดใหญ่และปริมาณการบริโภคเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยทุเรียนครองตำแหน่ง “ราชาผลไม้นำเข้า” ของจีนตั้งแต่ปี 2019 และปริมาณการนำเข้าในปี 2022 สูงถึง 8.25 แสนตัน มูลค่า 4.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.36 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นทุเรียนไทยถึง 7.8 แสนตัน

กวนฉ่ายเสีย ผู้ค้าขายทุเรียนมานานหลายปี และเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างแบรนด์ ได้ร่วมมือกับโรงงานไทยในการออกแบบแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ โดยมีการใช้อักษรจีน ‘ปั้ง’ (棒) ตัวใหญ่เตะตาบนกล่องทุเรียน ซึ่งกวนชี้ว่าสอดคล้องกับคุณภาพ ‘ยอดเยี่ยม’ ของทุเรียนไทย

การคลุกคลีอยู่กับการค้าขายทุเรียนไทยมานานถึง 20 ปี ทำให้กวนได้เห็นการเติบโตของทุเรียนไทยในจีน และเชื่อว่าทุเรียนไทยจะยังคงเป็นทุเรียนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนที่ครองส่วนแบ่งมากที่สุดในตลาดจีน รวมถึงมีข้อได้เปรียบจากความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

ข้อมูลจากตลาดฯ ระบุว่าปัจจุบันมีผู้ค้าส่งทุเรียนในตลาด 32 ราย ยอดค้าส่งในปีก่อนอยู่ที่ 24,000 ตัน ส่วนยอดจำหน่ายในปีนี้อยู่ที่ 17,000 ตัน เมื่อนับถึงวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 4 เท่า โดยทุเรียนหมอนทองของไทยมียอดจำหน่ายสูงสุด

โม่เจียหมิง ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท กว่างซี โยวเซียนหยวน อะกรีคัลเจอรัล เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้าผลไม้อาเซียนสู่จีนจำนวนมาก เผยว่าทุเรียนจากภาคตะวันออกของไทยมียอดจำหน่ายดีมาก แต่ละวันนำเข้าตู้คอนเทนเนอร์ 5-6 ตู้ บางช่วงสูงถึง 10 ตู้ และอาจสูงขึ้นอีกในอนาคต

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการจัดตั้งห่วงโซ่อุปทานผลไม้อาเซียนอย่างทุเรียน มะพร้าว และลำไย โดยบริษัทฯ ทำการค้าส่ง การจำหน่ายผ่านไลฟ์สตรีมมิง และการวางจำหน่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างมาก ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าทุเรียนเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

“ปีนี้บริษัทฯ วางแผนนำเข้าทุเรียนจากภาคตะวันออกของไทยราว 15,000-20,000 ตัน หรืออาจแตะ 25,000 ตัน” โม่กล่าว

แต่ละปีทุเรียนไทยเริ่มส่งออกสู่ตลาดจีนในเดือนเมษายน และพุ่งแตะระดับสูงสุดช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม

“ครอบครัวของผมซื้อทุเรียนหมอนทองของไทยเป็นประจำ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ชอบรับประทานกันมาก ราคาและคุณภาพของทุเรียนในปีนี้น่าพอใจมากๆ จนอาจจะได้ซื้อบ่อยขึ้น” เหลียงเจ๋อหลิน ชาวเมืองหนานหนิงกล่าว

เฮ่อเยี่ยน รองผู้จัดการร้านค้าปลีกแซมส์คลับ เผยว่าสินค้าทุเรียนเป็นที่ต้องการมากทุกวัน โดยทุเรียนที่ขนส่งมาถึงใหม่ๆ มักจะขายหมดภายในครึ่งวัน ทำให้ร้านค้าต้องกำหนดเพดานการซื้อของลูกค้าแต่ละคน ซึ่งแห่มาซื้อกันตั้งแต่หัววัน

“ปีนี้ทุเรียนได้รับความนิยมอย่างมาก มีราคาเหมาะสม ครอบครัวทั่วไปล้วนอยากซื้อไปรับประทาน” จางอี้เฉียว จากบริษัท การค้านำเข้าและส่งออกหนานหนิง เจี๋ยรุ่ย จำกัด กล่าว โดยบริษัทฯ ยังทำธุรกิจค้าส่งทุเรียนในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเมืองเจียซิงของเจ้อเจียงด้วย

จางกล่าวว่าหากดูจากตลาดหลายแห่งพบยอดจำหน่ายทุเรียนเพิ่มขึ้น แต่ละวันบริษัทฯ สามารถจัดจำหน่ายทุเรียนตามตลาดแห่งต่างๆ ราว 3-4 ตู้คอนเทนเนอร์ โดยยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าเมื่อเทียบปีต่อปี และทุเรียนหมอนทองขายดีที่สุด ส่วนทุเรียนกระดุมทองราคาแพงกว่าแต่ก็ขายดีเช่นกัน

ทั้งนี้ ‘ทุเรียน+มังคุด’ เป็นผลไม้ที่มักขายได้คู่กันตามตลาดหลายแห่ง โดยลูกค้าที่มาซื้อทุเรียนมักซื้อมังคุดด้วย โดยจางอธิบายว่าชาวจีนตอนใต้ไม่น้อยมองว่าทุเรียนเป็นผลไม้ฤทธิ์ร้อน การรับประทานมังคุดที่เป็นผลไม้ฤทธิ์เย็นจะช่วยลดฤทธิ์ร้อนดังกล่าว

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทุเรียนอาเซียนได้เข้าสู่ตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันแหล่งทุเรียนนำเข้าหลัก ได้แก่ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกันผู้บริโภคชาวจีนมองหาทุเรียนสายพันธุ์ใหม่ๆ มาลองลิ้มชิมรสชาติกันเพิ่มขึ้นด้วย

ด้านโม่เจียหมิงเสริมว่าบริษัทฯ มุ่งปรับปรุงโครงสร้างผลิตภัณฑ์ มีการลงทุนจัดตั้งโรงงานรับซื้อทุเรียนในเวียดนาม 2 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนี้ และหลังจากหมดฤดูทุเรียนตะวันออกของไทย จะหันไปนำเข้าทุเรียนเหนือและทุเรียนใต้ของไทย ควบคู่กับทุเรียนเวียดนามบางส่วน

การก่อสร้างระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศใหม่ เส้นทางตะวันตก การเปิดใช้ทางรถไฟจีน-ลาว และการมีผลบังคับใช้ของความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ในช่วงไม่นานนี้ ช่วยพัฒนาระบบโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้นและเกื้อหนุนการค้าข้ามภูมิภาค

ตัวอย่างเช่น ‘ทุเรียนไทย’ นอกจากถูกนำเข้าสู่จีนทางอากาศ ยังมีการนำเข้าทางบก รวมถึงทางทะเลจากท่าเรือแหลมฉบังของจังหวัดชลบุรีไปยังท่าเรือชินโจวของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และท่าเรือหนานซาของมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) อีกด้วย

“ยามสถานการณ์โรคระบาดใหญ่ทั่วโลกทยอยคลี่คลาย มีการปรับปรุงประสิทธิภาพของพิธีการศุลกากรขาเข้า-ขาออก ช่วยให้ทุเรียนเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น” กวนฉ่ายเสียกล่าว พร้อมเสริมว่ามีการนำเข้าทุเรียนผ่านด่านบกโหย่วอี้ในกว่างซี ซึ่งถูกขนส่งต่อทางถนนและทางรางในจีน

ปัจจุบันทุเรียนกลายเป็นผลไม้ที่เข้าถึงหลายครอบครัวทั่วไปในจีน แตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่มีผู้บริโภคกระจุกตัวอยู่เป็นกลุ่มเล็กเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดเป็นผลจากการพัฒนาการค้าเสรีและการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้โทรได้ ไม่ต้องลงทะเบียน

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ กก.2 บก.สอท.3 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งมีการโพสต์ขายซิมการ์ดมือหนึ่งพร้อมใช้งานโดยไม่ต้องลงทะเบียน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวนพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบตัวเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวและมั่นใจว่าได้กระทำความผิดจริง จึงได้วางแผนเข้าล่อซื้อซิมผีและนัดรับสินค้าดังกล่าว

ต่อมา วันที่ 15 พ.ค.66 เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์จึงได้ปลอมตัวเข้ารับซิมดังกล่าวที่ได้สั่งซื้อไว้ จากนั้นได้แสดงตัวพร้อมจับกุมนายปัฐวิกรณ์ อายุ ๒๙ ปี ชาวอุบลราชธานี ในข้อหา “เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อหรือขายเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบุคคลใดบุคคลหนึ่งแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้ ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566" โดยควบคุมตัวได้บริเวณ ริมถนนสาธารณะธรรมวิถี ๔ ต.ขามใหญ่ อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี พร้อมด้วยของกลางเป็นซิมการ์ดที่ได้ลงทะเบียนไว้แล้วจำนวน 4 ชุด โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นบริเวณบ้านพักในพื้นที่ หมู่ที่ ๒๐ ต.ขามใหญ่ อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี พบซองใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์พร้อมหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ของเครือขายดีแทค จำนวน 33 ซอง ซึ่งผู้ต้องหารับว่าเป็นซองใส่ซิมการ์ดที่ผู้ต้องหาได้ลงทะเบียนไว้และจำหน่ายให้กับลูกค้ารายอื่นไปแล้วก่อนหน้านี้

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ,พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.มรกต แสงสระคู ผกก.2 บก.สอท.3 พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการ

'ชวน' แนะ 'พิธา' อย่าก้าวก่ายพรรคการเมืองโหวตเลือกนายกฯ ชี้!! ทุกพรรคการเมืองมีสติปัญญาพิจารณาเองได้

(16 พ.ค. 66) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงสิทธิ์โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เรียกร้องให้พรรคการเมืองต่าง ๆ ร่วมโหวตให้ตนเป็นนายกฯ นายชวนกล่าวว่า ตนคิดว่าอย่าไปก้าวก่ายคนอื่นเขาเลย แต่ละพรรคคิดอย่างไรก็ให้เขาคิดเอา และมีมติของเขาเอง ดังนั้นอย่าไปก้าวก่ายหรือลุกล้ำ ไม่ควรให้คนอื่นเขาคิดเหมือนตัวเอง แต่ละพรรคเขาคิดเองได้ และเขามีสติปัญญาที่จะคิดเองได้

เมื่อถามว่ามองบทบาทของนายพิธาอย่างไร นายชวนกล่าวว่า ยังไม่ได้ตั้งรัฐบาลเลย แต่ก็ต้องยอมรับว่าในเสียงที่เขาชนะมา เขาก็ต้องให้ความเห็นเอง แต่เท่าที่ประเมินดูในเวลาที่เราออกไปหาเสียง จะพูดได้ว่าในท่ามกลางของการยิงด้วยเงิน พรรคกาวไกลไม่มีครหาเรื่องนี้ แต่เขาใช้เรื่องการสร้างกระแสในโซเชียลมีเดียในการหาเสียง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top