Saturday, 18 July 2026
Hard News Team

‘อลงกรณ์’ ยืนยัน ข่าวดีล ร่วมรัฐบาลก้าวไกล ไม่เป็นความจริง เป็นการปล่อยข่าวลือ เพื่อดิสเครดิต พรรคประชาธิปัตย์

นายอลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าววันนี้ ( 19 พ.ค. ) ว่า ตามที่มีสื่อมวลชนบางส่วนอ้างรายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า”มีความเคลื่อนไหวของว่าที่ ส.ส. พรรค ปชป. ในกลุ่มของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค พยายามติดต่อไปยังพรรคก้าวไกล และ พรรคเพื่อไทย เพื่อขอเข้าร่วมรัฐบาล

โดยมี นายเดชอิศม์ ขาวทอง ว่าที่ ส.ส. สงขลา และนายชัยชนะ เดชเดโช ว่าที่ ส.ส. นครศรีธรรมราช เป็นคีย์แมนหลักในการเดินเกม นั้น ขอชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง ขอให้สื่อมวลชนตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอโดยเฉพาะการอ้างแหล่งข่าวที่ไม่ระบุตัวตนเพราะอาจตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองดิสเครดิตพรรคประชาธิปัตย์โดยไม่รู้ตัว

นายอลงกรณ์ยังบอกด้วยว่า ทันทีที่เห็นข่าวดังกล่าวได้สอบถามไปยังนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์และได้รับการยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง

และตนยังยืนยันข้อเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์โหวตหัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรีโดยไม่มีเงื่อนไขเพื่อสนับสนุนหลักการเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรต้องได้เป็นรัฐบาล ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องพร้อมเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลพรรคก้าวไกล และยืนยันจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 หมวด 2 และประมวลกฎหมายอาญา ม.112

เจ้าแม่โลจิสติกส์ ออกโรงเตือน  ให้รีบสามัคคี ก่อนที่ไทย จะไม่มีที่ยืนในเวทีโลก

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล เจ้าแม่แห่งวงการโลจิสติกส์ อภิมหาเศรษฐีคนหนึ่งของเมืองไทย ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศเวียดนาม จากประสบการณ์ในการทำธุรกิจ และได้ไปเห็น การลงทุน การพัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้งปัจจัยพื้นฐานต่าง ๆ ของ

ประเทศเวียดนามแล้ว ก็เห็นถึงแนวโน้มที่ประเทศเวียดนาม จะดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนจากทั่วโลก และหากประเทศไทยยังมัวแบ่งฝ่ายทะเลาะกัน ขาดความรักความสามัคคีกันในชาติ เราก็อาจจะถูกประเทศเวียดนามพัฒนาแซงหน้าไปได้

โดยนางสาวจรีพร ได้โพสต์ ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว มีใจความว่า “เพิ่งกลับจากเวียดนาม โอกาสของการลงทุนยังมีอีกมาก คนไทยเราเลิกทะเลาะกันได้แล้ว ก่อนที่จะไม่มีที่ยืนในเวทีโลก”

ตำรวจ ปส.(NSB) ลุยหนักจับ 4 ผู้ต้องหาเครือข่ายลำน้ำโขง พร้อมด้วยยาบ้า 7 ล้านเม็ด ผ่านทางเรือด้าน จ.นครพนม เพื่อส่งต่อปลายทางประเทศที่ 3

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้กวาดล้างจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่และรายย่อย รวมทั้งสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดที่ขบวนการค้ายาเสพติด นำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านเข้ามาในประเทศไทย   ไปยังปลายทาง ให้หมดสิ้นโดยเร็ว พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. กวาดล้างจับกุมเครือข่ายยาเสพติดและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดในประเทศอย่างเด็ดขาด  โดยในห้วงที่ผ่านมา ตำรวจ ปส.(NSB)  ได้เฝ้าติดตามเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามลำน้ำโขง บริเวณตะเข็บชายแดนในพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อส่งต่อให้กับผู้ค้าในภาคกลางและภาคใต้ ก่อนไปสู่ประเทศที่ 3
 
พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เฉลิมชัย ไวยสุระสิงห์ ผกก.3 ปส.2 นำกำลังตำรวจ ปส.2  สืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวขบวนการค้ายาเสพติดข้ามแม่น้ำโขง จนกระทั่งทราบว่าจะมีการขนลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่จากประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามฝั่งโขงมาส่งให้ขบวนการค้ายาเสพติดในประเทศไทย จึงได้วางกำลังตำรวจ ปส.2 เฝ้าระวังตลอดพื้นที่ที่เป็นจุดผ่านยาเสพติดตามแนวชายแดน จ.นครพนม และ จ.สกลนคร  ต่อมาวันที่ 16 พ.ค.66 เวลาประมาณ 04.00 น. ได้มีกลุ่มรถกระบะต้องสงสัย วิ่งไปตามเส้นทางริมลำน้ำโขง ในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ โดยมีรถนำสำรวจเส้นทาง เพื่อสำรวจด่านตรวจรวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีรถที่ขับตาม  ตำรวจ ปส.2 ได้ติดตามไปจนกระทั่งรถกระบะ 2 คัน ขับขี่เข้าไปในปั้มน้ำมัน ปตท.สมเด็จ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ตำรวจ ปส.2 จึงได้สกัดจับกุม 4 ผู้ต้องหา พร้อมรถกระบะ 2 คัน หมายเลขทะเบียน บน -6XX นครพนม มีนายสุริยันต์ เป็นผู้ขับขี่ และ น.ส.พลา นั่งไปด้วย และ รถกระบะหมายเลขทะเบียน บว -54XX สกลนคร  มีนายชิณวัตร เป็นผู้ขับขี่ และ น.ส.ปรียาพร นั่งไปด้วย จากการตรวจค้นรถกระบะหมายเลขทะเบียน บน -6XX นครพนม พบยาบ้า 14 กระสอบ รวม 7 ล้านเม็ด ตำรวจ ปส. ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ทราบว่า “ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1(เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจานในกลุ่มประชาชน” จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ยึดยาเสพติดและรถกระบะ 2 คันไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี โดย ตำรวจ ปส.2 จะขยายผลติดตามจับกุมผู้สั่งการซึ่งเป็นชาวไทยที่หลบหนีคดียาเสพติดไปอาศัยในประเทศเพื่อนบ้านต่อไป
 
สำหรับยาเสพติดของกลางที่ตรวจยึดมาได้นั้น พนักงานสอบสวนจะส่งไปตรวจพิสูจน์ยังหน่วยที่กำหนดไว้ อาทิ สำนักงาน ป.ป.ส., กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จากนั้นยาเสพติดของกลางจะถูกเก็บรักษาไว้ที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อการทำลายต่อไป

ผบ.ตร. นั่งหัวโต๊ะประชุมบริหาร ตร.ครั้งที่ 5/66 มอบรางวัลหน่วยที่ผลงานกวาดล้างอาชญากรรม และลดอุบัติเหตุเข้าเป้า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566 พร้อมกล่าวขอบคุณกำลังพลที่ช่วยดูแลความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านมา

วันที่ 19 พ.ค.66 เวลา 09.00 น. ที่ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมบริหาร ตร. ครั้งที่ 5/2566 โดยก่อนเริ่มการประชุมมีพิธีมอบรางวัลให้แก่หน่วยงานที่มีผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมดีเด่นช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2566 และหน่วยงานที่ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2566  ดังนี้

หน่วยงานที่มีผลการะดมกวาดล้างอาชญากรรมดีเด่น มอบรางวัล 2 ประเภท 6 รางวัล
1.ประเภทหน่วยงานที่มีผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมดีเด่น
   1.1 การปราบปรามอาชญากรรมทั่วไป ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล
   1.2 การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 5
     1.3 การจับกุมบุคคลตามหมายจับ ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล
2.ประเภทรางวัลผลจับกุมอาวุธปืน 
  อันดับ 1 ตำรวจภูธรภาค 4  
  อันดับ 2 ตำรวจภูธรภาค 5 
  และอันดับ 3 ตำรวจภูธรภาค 2 

2.หน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ มอบรางวัล 5 ประเภท 26 รางวัล
  2.1 ประเภทหน่วยที่มีผลงานดีเด่นด้านป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน 
ระดับกองบัญชาการ 
  อันดับ 1 ตำรวจภูธรภาค 3 
  อันดับ 2  ตำรวจภูธรภาค 4 
  และอันดับ 3  ตำรวจภูธรภาค 9

ระดับตำรวจภูธรจังหวัด 
  อันดับ 1 ได้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี 
  อันดับ 2 ได้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์  
  และอันดับ 3 ได้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ

  2.2 ประเภทการบังคับใช้กฎหมายข้อหาขับขี่รถในขณะเมาสุรา
ระดับกองบัญชาการ 
  อันดับ 1 ตำรวจภูธรภาค 8  
  อันดับ 2  ตำรวจภูธรภาค 7 
  และอันดับ 3 ตำรวจภูธรภาค 5

ระดับตำรวจภูธรจังหวัด
  อันดับ 1 ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี 
  อันดับ 2 ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร 
  และอันดับ 3 ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ

  2.3 ประเภทการจับกุมข้อหาขับรถในขณะเมาสุรามากที่สุด
ระดับกองบัญชาการ
  อันดับ 1 ตำรวจภูธรภาค 3  
  อันดับ 2 ตำรวจภูธรภาค 4 
  และอันดับ 3 ตำรวจภูธรภาค 5 

ระดับตำรวจภูธรจังหวัด
  อันดับ 1 ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา  
  อันดับ 2 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ 
  และอันดับ 3 ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี

  2.4 ประเภทการบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก(ยกเว้นข้อหาขับขี่รถในขณะเมาสุรา)
ระดับกองบัญชาการ
  อันดับ 1 ตำรวจภูธรภาค 7  
  อันดับ 2 ตำรวจภูธรภาค 9 
  และอันดับ 3 ตำรวจภูธรภาค 2 

ระดับตำรวจภูธรจังหวัด
  อันดับ 1 ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม  
  อันดับ 2 ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท 
  และอันดับ 3 ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม

  2.5 ประเภทที่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ได้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดพังงา และตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง

นายกสมาคมกีฬากระบี่ร่วมกับทกจ.กระบี่เตรียมทัพนักกีฬาผู้สูงอายุ สู้ศึก "พิษณุโลกเกมส์"

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 2 สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่  นายสมเกียรติ กิตติธรกุล นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกระบี่ และนายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยตัวแทนนักกีฬาผู้สูงอายุ เข้าร่วมประชุม เพื่อปรึกษาหารือและเตรียมความพร้อม การเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 15 ประจำปี 2566 "พิษณุโลกเกมส์" ระหว่างวันที่ 23 - 26 พฤษภาคม 2566 ณ จังหวัดพิษณุโลก

ทั้งนี้ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกระบี่ ได้มอบเสื้อในการแข่งขันกีฬาฯให้แก่ทัพนักกีฬา จำนวนท่านละ 2 ตัว พร้อมทั้ง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ มอบเบี้ยเลี้ยงและค่ายานพาหนะให้กับทัพนักกีฬาที่จะเข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้

ตำรวจไซเบอร์ จับขบวนการหลอกให้ติดตั้งแอพสรรพากรหลอกให้ติดตั้งดูดเงินออกจากบัญชี ความเสียหายร่วม 5 แสนบาท

สืบเนื่องจากการที่ผู้เสียหายถูกหลอกให้ติดตั้งแอฟสรรพากรแล้วดูดเงินออกจากบัญชีธนาคาร อ้างว่าเป็นกรมสรรพพากรบอกว่าให้คุณยกเลิกโครงการคนละครึ่ง ส่งลิ้งค์ดาวน์โหลดแอป Revenue มาให้แล้วผู้แจ้งดาวน์โหลด หลังจากนั้นเครื่องไม่สามารถใช้การและไม่สามารถปิดเครื่องได้ พอเปิดดูแอพธนาคารพบว่าเงินหายไป จำนวน 499,900 บาท

กระทั่งวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 หลังจากสืบสวนจนทราบตัวผู้กระทำความผิด เจ้าที่ตำรวจ กก.4. บก.สอท.3 บช.สอท. สืบสวนติดตาม นายรัทพล โครตติ อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี จนพบตัว ณ บริเวณไหล่ทางขาเข้าวัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี จึงได้นำหมาย ศาลจังหวัดนครราชสีมา ที่ จ.130/2566 ลงวันที่ 5 เมษายน 2566 แจ้งข้อกล่าวหา ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน”
ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ,พล.ต.ต.อำนาจ  ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3, พ.ต.อ.คัมภีร์ พรหมสนธิ รอง ผบก.สอท.3,พ.ต.อ.ธีระ เชื้อสุวรรณ ผกก.4 บก.สอท.3 ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.ธีรศักดิ์ นราศรี สว.กก.4 บก.สอท.3,

พ.ต.ต.ณัฐพล เสียมไหม สว.กก.4 บก.สอท.3 พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการจับกุม
 

ตำรวจไซเบอร์ ทลายแหล่งผลิตซิมผีชายแดนแม่สอด ส่งออกแล้วกว่าหมื่นซิม ก่อนเตรียมย้ายรังหนี

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์  วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท.,พล.ต.ต.วิวัฒน์  คำชำนาญ รอง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.อำนาจ 
ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ให้มีตรวจสอบการกระทำความผิดตามสื่อสังคมออนไลน์ ระดมกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งขบวนการซื้อขายซิมผีบัญชีม้า สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก

สืบเนื่องจากการจับกุมนายสมชาย ศิริเดชไพบูลย์ อายุ 59 ปี พร้อมลูกจ้างชาวเมียนมาอีก 2 คน เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2566 พร้อมของกลางซิมการ์ดที่ได้ลงทะเบียนแล้วพร้อมใช้งานกว่า 346 ซิม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.4 จึงได้ขยายผลไปถึงตัวการใหญ่ในการส่งซิมการ์ดโทรศัพท์ที่พร้อมใช้งานขายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน จากสืบสวนทราบว่าเฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า “นู๋นุช ธรรศธนพร” มีผู้ติดตามกว่า 3.5 พันคน โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพขายซิมการ์ดโทรศัพท์พร้อมใช้งาน และยังโพสต์ภาพขณะที่กำลังนั่งลงทะเบียนเปิดใช้งาน (Activate) 

พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.๔ ยังกล่าวอีกว่า จากการสืบสวนเจ้าของบัญชีเฟสบุ๊คดังกล่าว
คือ น.ส.ธรรศธนพร โชคสกุลอมรกิจ อายุ 38 ปี ชาวอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มีพฤติกรรมในการนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่นและบัตรบุคคลต่างด้าว (บัตรสีชมพู) มาลงทะเบียนซิมการ์ดเปิดใช้งาน (Activate) เพื่อส่งขายแก่ผู้ที่สนใจและขายให้แก่บุคคลทั่วไปหรือพวกมิจฉาชีพ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) ที่กบดานอยู่ตามประเทศเพื่อนบ้าน นำไปใช้โทรหลอกกลวงประชาชนในประเทศไทย หรือพวกที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์นำไปใช้ติดต่อในการชักชวนให้ประชาชนทั่วไปมาเล่นพนันออนไลน์ ทั้งในและต่างประเทศ นำมาซึ่งความเสียหายมหาศาล

ปทุมธานี มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มอบเงินและสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี

ด้วยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชูปถัมภก แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ ทรงมีพระราชหฤทัยห่วยใยในความเดือดร้อนของประชาชน ได้มีพระราโชบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์จังหวัด  ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอัคคีภัย ให้มีขวัญและกำลังใจในการต่อสู้ฝ่าฟันให้พ้นวิกฤตภัยไปได้ด้วยดี   ในวันนี้ (18 พ.ค. 66) จังหวัดปทุมธานี โดยนายอดิเทพ กมลเวชช์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี รองประธานคณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดปทุมธานี จึงได้นำเงินและสิ่งของพระราชทาน ไปมอบให้แก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จำนวน 2 ครอบครัว ได้แก่  นางสาวสมพิศ วงษ์สนอง เจ้าของบ้านเลขที่ 30/24 หมู่ที่ 9 ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง ซึ่งบ้านเกิดเหตุเพลิงไหม้ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2566  เวลา 10.00 น. ได้รับความเสียหายบางส่วน  และนางสาวสวิตตา แจ่มใส  เจ้าของบ้านเลขที่ 24/315 หมู่ที่ 2 ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง  เกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2566 เวลา 14.00 น. ได้รับความเสียหายทั้งหลัง  โดยผู้ประสบภัยทั้ง 2 ครอบครัวต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้   

โอกาสนี้ นายนิติชัย วิริยานนท์ นายอำเภอคลองหลวงนางสาวสุพีพร โมรา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี หัวหน้าส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัด กลุ่มแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดปทุมธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมพิธี ในเวลา  10.00 น. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสี่  ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง  จังหวัดปทุมธานี

ภาพ/ข่าว ประภาพรรณ ขาวขำ/รายงาน

โรงเรียนนายเรือ จัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” บริจาคโลหิต 

โรงเรียนนายเรือ จัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี 
ด้วยหัวใจ” ในการบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระกุศล เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี วันสิ้นพระชนม์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ 

พลเรือตรี จักรชัย น้อยหัวหาด เสนาธิการโรงเรียนนายเรือ นำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่โรงเรียนนายเรือ และกำลังพลจิตอาสาโรงเรียนนายเรือ เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”ในการบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระกุศลเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี วันสิ้นพระชนม์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ 19 พฤษภาคม 2566 ณ สโมสรสัญญาบัตรโรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 
สืบเนื่องจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนไม่สะดวกในการเดินทางไปบริจาคโลหิตให้แก่สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลต่างๆ ส่งผลให้ปริมาณโลหิตสำรองขาดแคลนไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงพยาบาลต่างๆโรงเรียนนายเรือ จึงได้จัดกำลังพลจิตอาสา ในการบริจาคโลหิตให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือในการช่วยแก้ไขวิกฤตการณ์ขาดแคลนโลหิตสำรองให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ

โดยการบริจาคในครั้งนี้ โรงเรียนนายเรือ ได้บริจาคโลหิตเป็น จำนวน 34,650  ซีซี.
นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ ประดับเครื่องหมายยศให้แก่ผู้ที่ได้เลื่อนยศสูงขึ้น

พลเรือโท ประวุฒิ รอดมณี ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศ ให้แก่กำลังพลของโรงเรียนนายเรือที่ได้เลื่อนยศสูงขึ้น จำนวน 6 นาย ประกอบด้วยนายทหารสัญญาบัตร 3 นาย และนายทหารประทวน 3 นาย โดยมีนายทหารผู้ใหญ่ของโรงเรียนนายเรือเข้าร่วมพิธีฯ ดังกล่าว ณ ห้องหัวเรือ กองบัญชาการโรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 


นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top