Wednesday, 22 July 2026
Hard News Team

ผบ.ตร.สั่ง ผบช.ภ.7 ตรวจสอบรายการยูทูบเบอร์ดัง มีการขออนุญาตถูกต้อง ตามระเบียบกฎหมายหรือไม่

ผบ.ตร.สั่ง ผบช.ภ.7 ตรวจสอบรายการยูทูบเบอร์ดัง มีการขออนุญาตถูกต้อง ตามระเบียบกฎหมายหรือไม่ พร้อมตรวจสอบบุคคลที่ปรากฎในคลิปเป็นตำรวจจริงหรือไม่ หากพบเป็นความผิดให้ดำเนินตามกฎหมาย เตือนแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ มีโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี ส่วนยูทูบเบอร์เป็นผู้ใช้ รับโทษเสมือนตัวการ

วันนี้ (19 มิ.ย.66 ) พล.ต.ท. อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  กล่าวว่า “จากกรณียูทูบเบอร์ ชื่อดัง เนท MyMateNate จ้างตำรวจ 50 นาย - คอมมานโด ไล่ล่าในห้างฯร้าง ได้โพสต์คลิปภารกิจการเอาตัวรอดคลิปหนึ่ง พร้อมทั้งระบุข้อความว่า "จะรอดไหม?!" จนกลายเป็นกระแสสังคมถึงความเหมาะสมนั้น

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้รับทราบแล้ว สั่งการด่วนให้ พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ถ่ายทำรายการดังกล่าว ลงตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าบุคคลที่ปรากฎในคลิปเป็นข้าราชการตำรวจจริงหรือไม่ ได้มีการขออนุญาตถ่ายทำการแสดงในการแต่งกายตำรวจ ตามระเบียบกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งการใช้อาวุธปืน ยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ ถูกต้องหรือไม่ หากพบเป็นความผิดให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ในเบื้องต้นทราบว่า มีข้าราชการตำรวจจริงบางนายที่ร่วมแสดง ส่วนผู้แสดงอื่นๆ กำลังตรวจสอบโดยละเอียดเพิ่มเติม

ในกรณีดังกล่าว หากเป็นข้าราชการตำรวจที่จะทำการแสดงจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์  ต้องปฏิบัติตามระเบียบตำรวจไม่เกี่ยวคดีลักษณะที่ 30 การปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ข่าวแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์ การเผยแพร่ภาพต่อสื่อมวลชน และการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า การขออนุญาตใช้สถานที่ บุคคลากร อุปกรณ์ ยานพาหนะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมเพื่อประกอบฉากถ่ายทำเผยแพร่ภาพต่อสื่อมวลชน ต้องเสนอบท เนื้อหาตามลำดับชั้น เพื่อให้ผู้บังคับการอนุมัติจึงจะทำการแสดงได้  หากฝ่าฝืนต้องเป็นความผิดทางวินัย

บุคคลที่ไม่ใช่ตำรวจ แต่มารับจ้างแต่งกายเป็นตำรวจ หากไม่มีการขออนุญาตโดยถูกต้อง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 152 ฐาน แต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 5 ปี และความผิด ตาม ป.อาญา มาตรา 146 ผู้ที่ไม่มีสิทธิสวมเครื่องเเบบ หรือประดับเครื่องหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากฝ่าฝืน จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนยูทูบเบอร์ ชื่อดัง เนท MyMateNate ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบการแสดง ในกรณีที่จะต้องมีแสดงแต่งกายเป็นตำรวจหรือแต่งกายคล้ายตำรวจ ที่ประสงค์จะเผยแพร่ต่อสาธารณชน จะต้องแจ้งบทเนื้อหา รายละเอียดเครื่องแบบ เครื่องแต่งกายที่ต้องใช้แสดงให้หัวหน้าสถานีตำรวจ ณ ท้องที่ที่จะถ่ายทำไม่น้อยกว่า 5 วันก่อนทำการถ่ายทำหรือการแสดง

ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 155 ประกอบกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์การแจ้งให้หัวหน้าสถานที่ตำรวจท้องที่ทราบฯ ซึ่งหากไม่มีการขออนุญาตโดยถูกต้อง แล้วไปจ้างบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ตำรวจมาแต่งกายเป็นตำรวจโดยไม่มีสิทธิ จะเป็นความผิดฐานเป็นผู้ใช้ และเมื่อมีการกระทำความผิดลง มีการแต่งกายตำรวจโดยไม่มีสิทธิ์ ยูทูบเบอร์ผู้นั้นจะต้องรับโทษเสมือนตัวการ

โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า “ฝากถึงยูทูบเบอร์ หรือผู้ที่จะทำการถ่ายทำการแสดง ละคร ภาพยนตร์ หรือการแสดงอื่นๆในทำนองเดียวกัน เพื่อจะใช้เผยแพร่ออกสู่สาธารณชน หากมีการแต่งกายด้วยเครื่องแบบตำรวจ แต่งกายคล้ายตำรวจ หรือต้องใช้อุปกรณ์ ยานพาหนะ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย เพราะบางครั้งอาจจะดำเนินการไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ทำให้เสื่อมเสียแก่ข้าราชการตำรวจ ทำให้คนหลงเชื่อว่าเป็นข้าราชการตำรวจจริง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนได้ หากฝ่าฝืนจะมีโทษทางอาญา จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมาย กฎเกณฑ์ที่กำหนดให้ถูกต้อง มีการขออนุญาตตามลำดับชั้นถึงผู้บังคับการ หากฝ่าฝืนจะมีโทษทางวินัย

ทั้งนี้เพื่อความเหมาะสม สมเกียรติแห่งเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของเครื่องแบบตำรวจ ที่จะปรากฎออกสู่สาธารณชน”
 

‘หยก ธนลภย์’ ยัน ขอเรียนต่อที่ ‘เตรียมพัฒน์’ พร้อมเดินหน้าต่อ เรียกร้องสิทธิพื้นฐาน ทรงผม-สีผม-การแต่งกาย

‘หยก ธนลภย์’  ยืนยันจะเรียนที่โรงเรียนเตรียมพัฒน์ เพราะสอบเข้าที่นี่ได้ และได้มอบตัวไปแล้ว โดยหยกชี้แจงเรื่องมอบตัวว่าได้มอบตัวเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 โดยได้จ่ายค่าเทอมเรียบร้อยแล้วและได้เรียนมา ประมาณ 1 เดือนแล้วและเดือนหน้าก็กำลังเตรียมตัวจะสอบ แต่ทางโรงเรียนกลับมาบอกว่าให้ออกเพราะไม่ใช่นักเรียน

นอกจากนี้ หยก ยังยืนยันที่จะเดินหน้าเรียกร้องเรื่องทรงผมและสีผม โดยมองว่าทรงผมและสีผมของเราก็ย่อมเป็นสิทธิพื้นฐานทางเนื้อตัวของเรา โดยยกกรณีศึกษาเคสล่าสุด อ้างอิงจากเพจอาณาจักรฟ้าขาว ที่มีเด็กนักเรียน เสียชีวิตจากการที่ถูกครูกดดันเรื่องทรงผม หยกมองว่าเคสนี้ไม่ใช่เคสแรกและก็จะไม่ใช่เคสสุดท้าย ถ้ายังมีกฎระเบียบเรื่องทรงผม และสีผม อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ การแต่งกายก็เป็นสิทธิพื้นฐานของเราเช่นเดียวกัน การแต่งกายนั้นไม่เกี่ยวกับการเรียนหยกยืนยันว่า ถึงจะแต่งชุดไปรเวทก็สามารถเรียนได้ ส่วนเรื่องพิธีกรรมต่างๆที่หยกไม่เข้าร่วมนั้นหยกมองว่าเป็นพิธีกรรมที่สืบทอดอำนาจนิยม อย่างเช่นพิธีไหว้ครูนั้นเราก็จ่ายค่าเรียนค่าเทอมเพื่อให้คุณครูนั้นได้มาสอนเรา การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างนั้นจะต้องมีจุดเริ่มต้น ถ้าหากไม่เริ่มวันนี้แล้วเราจะเริ่มวันไหน เมื่อสมัย 10 ปีก่อนก็มีพี่เนติวิทย์ทำ ช่วง 1-3 ปีที่แล้วก็มีกลุ่มนักเรียนเลวทำ มันไม่ใช่หยกที่เป็นจุดเริ่มต้นเพราะจุดเริ่มต้นนั้นมีมาตั้งนานแล้ว

ธงชาติ ปักคู่ กระเป๋าเป้สะพายหลัง ทำแบบนี้มีความหมายบางอย่าง ในประเทศเนเธอร์แลนด์

ผู้ใช้ TikTok ที่ชื่อว่า movedtoamsterdam ได้โพสต์คลิปสั้น อธิบายความหมายที่ซ่อนอยู่ กับการนำธงชาติ มาปักคู่ กับกระเป๋าเป้สะพายหลัง โดยมีใจความว่า ...

รู้หรือไม่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ถ้าเห็นธงชาติปักอยู่กับกระเป๋า backpack (กระเป๋าเป้สะพายหลัง) มันมีความหมายซ่อนอยู่ ในวัฒนธรรมของประเทศเนเธอร์แลนด์ ถ้าบ้านไหนมีลูกที่กำลังจะเรียนจบม.6 หรือว่า High School เขาก็จะทำแบบนี้เพื่อบอกเพื่อนบ้าน และเพื่อเป็นการแสดงความยินดีกับเด็กคนนั้นที่เรียนจบ แสดงความยินดี ที่ว่าการเรียนการศึกษาที่เรียนมาตลอดมันกำลังจะจบแล้วนะ เพราะว่าในประเทศเนเธอร์แลนด์ การเรียนจบในระดับชั้น ม.6 หรือว่า High School นั้นก็ถือว่าพอแล้ว เขาจะไม่บังคับว่าจะต้องเรียนในมหาลัยต่อ ก็เลยถือว่าการศึกษาที่จะต้องแบกกระเป๋า backpack ไปเรียนนั้นสิ้นสุดลงแล้ว เป็นการแสดงความยินดีแบบน่ารักๆ

แต่จริง ๆ แล้ว ก่อนที่การแสดงสัญลักษณ์แบบนี้จะเป็นที่ยอมรับในวงกว้างนั้น มันก็เคยเกิดเป็นประเด็นขึ้นมาก่อน เพราะว่ามันคือการนำธงชาติมาใช้ หลายคนก็จะมองว่ามันเหมาะสมหรือไม่ แต่สุดท้ายคนในสังคมก็ทำกัน ซึ่งรัฐบาลก็ปล่อยไป ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเป็นการกระทำที่ไม่ได้ร้ายแรง ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรต่อสังคม

‘ดร.หิมาลัย’ โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็น ‘เป็นห่วง’ เรื่องเว็บพนันออนไลน์ และการจ่ายสินบน

ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กด้วยความเป็นห่วง ในประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจ เรื่องเว็บพนันออนไลน์และการจ่ายสินบน โดยได้ให้ความเห็นไว้ว่า ...

น่าเป็นห่วง...ผมอ่านข่าวผู้การชลบุรีเรียกรับเงินสินบนจากผู้ต้องหาคดีการพนันออนไลน์ กว่า 140 ล้าน เพื่อแลกกับการช่วยเหลือทางคดี ขณะนี้ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจมองไปที่มุมด้านของตำรวจที่เรียกรับเงินจากผู้ต้องหาในคดีการพนันออนไลน์แต่เพียงด้านเดียว ซึ่งแน่นอนตำรวจที่ทำอย่างนั้นก็ต้องรับผิดไปตามกฎหมาย แต่ก็ไม่อยากให้ลืมกลุ่มผู้เสียหายในคดีที่ตำรวจเรียกเงินนั้น ว่าเป็นผู้ต้องหาในคดีการพนันออนไลน์ ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าถ้าตำรวจชุดที่ทำคดีมีการเรียกเงินจริงตามข่าว

แล้วในคดีการพนันนั้นจะมีการสอบสวนสืบสวนอย่างจริงจังแค่ไหน คงต้องมีการแตะเบรคแน่ๆ และตามที่ปรากฏเป็นข่าวผู้เสียหายในคดีตำรวจเรียกเงิน หรือผู้ต้องหาในคดีการพนัน มีความสามารถสั่งให้คนเอาเงินมาให้ในคืนเดียวกว่า 60-70 ล้านบาท กลุ่มคนที่เอาเงินมาให้เอาเงินมาจากไหน เกี่ยวกับเงินการพนันออนไลน์หรือไม่ ก็ควรต้องไปตรวจสอบ

จากที่พวกเราได้รับรู้ข่าวพวกการพนันออนไลน์ที่ได้เงินมาจากการทำบ่อนออนไลน์จำนวนมาก จนสามารถใช้เงินเบิกทางไปสู่ตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือสร้างภาพทางสังคม ทำให้ผมเห็นถึงความน่ากลัวของการใช้เงินของพวกนี้แล้วครับว่า จะใช้เงินซื้ออะไรอีก…
 

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือร่วมประชุมองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 142 และ Annual General Meeting ครั้งที่ 31 ณ ประเทศมาเลเซีย เพื่อความร่วมมือในการบริหารจัดการพลังงานในพื้นที่พัฒนาร่วมอย่างยั่งยืน

วันที่ 17 มิ.ย. 66 พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะสมาชิกองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJA:Malaysia-Thai Joint Authority Members) เข้าร่วมการประชุมองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 142 และ Annual General Meeting ครั้งที่ 31 โดยมี YBHG. TAN SRI DR. RAHAMAT BIVI BINTI YUSOFF ประธานร่วมฝ่ายมาเลเซีย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ประธานร่วมฝ่ายไทย และสมาชิกองค์กรร่วมฯ จากทั้งสองประเทศเข้าร่วมการประชุม ณ โรงแรม Shangri La Rasa Sayang Resort & Spa ปีนัง ประเทศมาเลเซีย โดยที่ประชุมมีการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินการด้านต่างๆ ของไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2023 ประกอบด้วย การพัฒนาและผลิตปิโตรเลียม , การเงิน , การจัดซื้อจัดจ้าง และการดำเนินการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยสิ่งแวดล้อม รวมทั้งพิจารณาเรื่องสำคัญอื่นๆ ของ MTJA ซึ่งมีผลการดำเนินการเป็นไปตามแผนงาน

นับว่าเป็นบทบาทหนึ่งของกองทัพเรือซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในเวทีระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการแสวงประโยชน์ทรัพยากรใต้พื้นท้องทะเลโดยเฉพาะพลังงานปิโตเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วม (JDA:Joint Development Area) ที่เท่าเทียมกันของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

ทหารเรือบุกจับเรือบรรทุกน้ำมันหนีภาษี เกือบ 3 แสนลิตร ใกล้เกาะสีชัง ศรีราชา

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 66 เวลา 20.30 น. กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 (ทรภ.1) บูรณาการร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 (ศรชล.ภาค 1) และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบและจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันกลางทะเล 2 ลำ พบน้ำมันดีเซลไม่ผ่านการเสียภาษี จำนวน 290,000 ลิตร 

ล่าสุด เมื่อเวลา 16.30 น. ของวันที่ 18 มิ.ย.66 ที่ ท่าเรือกลางอ่าว กองบัญชาการกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือตรี อนุพงษ์ ทะประสพ รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้เดินทางมาแถลงข่าวร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง 

โดยได้เปิดเผยว่า จากการปฏิบัติด้านการข่าวของ ทรภ.1/ศรชล.ภาค 1 นำไปสู่การมอบหมายภารกิจให้ เรือ ต.115 เข้าดำเนินการตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัย ที่มีลักษณะพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษี ชื่อ เรือ MMM 8 มีไต๋เรือ พร้อมลูกเรือ รวม 6 นาย พบน้ำมันดีเซล จำนวน 230,000 ลิตร และเรือ NPK แสนสุข 33 มีไต๋เรือ พร้อมลูกเรือ รวม 7 นาย น้ำมันดีเซล จำนวน 60,000 ลิตร รวม 290,000 ลิตร ที่บริเวณ เกาะสีชัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 

ก่อนที่ เรือ ต.115 จะได้ดำเนินการควบคุมเรือบรรทุกน้ำมันดีเซลหลบเลี่ยงภาษีดังกล่าว มายังท่าเรือกลางอ่าว กองบัญชาการกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อตรวจสอบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป 

ทั้งนี้ การปฏิบัติดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ/รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ที่ให้ดำเนินการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายในทะเลอย่างจริงจัง

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล  ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

‘อี้ แทนคุณ’ ชี้ ก้าวไกล ตัดหาง ‘หยก’  ปัดให้พ้นตัว ไร้สามัญสำนึกทางสิทธิมนุษยชน

ดร.แทนคุณ จิตต์อิสระ  ประธานคณะกรรมการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคระหว่างเพศ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี  พรรคก้าวไกลแถลงข่าวไม่เกี่ยวทั้งที่กรณี "หยก"  สาเหตุมาจากนโยบายพรรคก้าวไกลที่พยายามปลุกปั่นให้ยกเลิก ชุดนักเรียน เลิกวัฒนธรรมการเคารพครูบาอาจารย์ เลิกเคารพกฎกติกาที่ตนไม่ชอบ จน"หยก" จากเยาวชนบริสุทธิ์กลายเป็น"เหยื่อ"ของความเชื่ออย่างก้าวร้าวสุดโต่งและเมื่อหยกพยายามทำตามสิ่งที่พรรคก้าวไกลได้ปลุกปั่นไว้โดยมีว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกลออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนทั้งการไปถือป้ายที่หน้าโรงเรียนดังกล่าวรวมทั้งการแสดงความคิดเห็นสนับสนุนอย่างเต็มที่แต่พอสังคมสนับสนุนโรงเรียนให้ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดและเท่าเทียมกันโดยตนได้ฟังความคิดเห็นของผู้ปกครองในเรื่องการคงให้ใส่ชุดนักเรียนขึ้นกับความพร้อมแต่ละครอบครัว บางคนห่วงเรื่องความเหลื่อมล้ำ เพราะเด็กไทยชอบถูกเปรียบเทียบ อวดแข่งกันเรื่องยี่ห้อ เรื่องแบรนด์เนม (เห็นและได้ยินกับตัวเองเรื่องการแข่งกันเรื่องยี่ห้อรองเท้า เสื้อผ้า ฯลฯ)   บางคนห่วงเรื่องความปลอดภัย จะแยกแยะอย่างไรคนไหนนักเรียนคนไหนคนนอกโรงเรียนที่เข้ามาปะปนหรือตอนออกนอกโรงเรียน บางคนห่วงเรื่องโฟกัส สมาธิต้องมาคิดทุกวันจะแต่งตัวยังไง.ชุดจะซ้ำกันไหมจะมีรสนิยมไหม ตลกไหม สวยไหม  อายเพื่อนไหม แมชกันไหม เพื่อนล้อไหม

พอหยก โดนสังคมตำหนิมากเข้าเรียกว่า "กระแสตีกลับ" จึงต้องกลับมาดูสิ่งที่พรรคก้าวไกลทำคือ การแถลงการณ์ว่าพรรคตนไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องของ "หยก" เหมือนกับคนมีความสัมพันธ์กันจนมีลูก พอมีลูก ลูกทำผิดตามที่พ่อแม่สอนมา  คนเป็นพ่อแม่กลับตัดห้างทิ้ง และประกาศไม่ใช่ลูกตนเอง

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในช่วงเลือกตั้งพรรคก้าวไกลรณรงค์เรื่องนี้และกำหนดเป็นนโยบายพรรคอย่างจริงจังและมีการสนับสนุนแกนนำผู้ชุมนุมจนต่อเนื่องมาถึง การกระทำของ "หยก"  ดังนั้นการกระทำของพรรคก้าวไกลจึงถือเป็นการกระทำที่ไร้สามัญสำนึกไร้ความรับผิดชอบต่อเยาวชนและสังคม สะท้อนถึงการกระทำที่เป็นภัยคุกคามต่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพอย่างแท้จริง กล่าวคือ มีการปลุกปั่นหลอกลวง ให้หลงเชื่อ และเมื่อเกิดผลกระทบต่อชีวิตเยาวชนที่หลงเชื่อจเป็นเหตุให้ละเมิดกฎหมายบ้านเมืองในหลายเรื่อง  ทั้งมาตรา 112 และกฎหมายอื่นๆ  อันจะกลายเป็นสาเหตุที่บ้านเมืองวุ่นวาย ครอบครัวแตกแยก  เยาวชนก้าวร้าวรุนแรงสุดโต่ง โดยถือว่าสิ่งเหล่านี้คือส่วนขยายของลัทธิคลั่งเสรีภาพที่ก้าวร้าวแบบสุดโต่งนั่นเอง
 

‘ดร.หิมาลัย’ โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็น ‘เป็นห่วง’ เรื่องเว็บพนันออนไลน์ และการจ่ายสินบน

ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กด้วยความเป็นห่วง ในประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจ เรื่องเว็บพนันออนไลน์และการจ่ายสินบน โดยได้ให้ความเห็นไว้ว่า ...

น่าเป็นห่วง...ผมอ่านข่าวผู้การชลบุรีเรียกรับเงินสินบนจากผู้ต้องหาคดีการพนันออนไลน์ กว่า 140 ล้าน เพื่อแลกกับการช่วยเหลือทางคดี ขณะนี้ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจมองไปที่มุมด้านของตำรวจที่เรียกรับเงินจากผู้ต้องหาในคดีการพนันออนไลน์แต่เพียงด้านเดียว ซึ่งแน่นอนตำรวจที่ทำอย่างนั้นก็ต้องรับผิดไปตามกฎหมาย แต่ก็ไม่อยากให้ลืมกลุ่มผู้เสียหายในคดีที่ตำรวจเรียกเงินนั้น ว่าเป็นผู้ต้องหาในคดีการพนันออนไลน์ ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าถ้าตำรวจชุดที่ทำคดีมีการเรียกเงินจริงตามข่าว แล้วในคดีการพนันนั้นจะมีการสอบสวนสืบสวนอย่างจริงจังแค่ไหน คงต้องมีการแตะเบรคแน่ๆ และตามที่ปรากฏเป็นข่าวผู้เสียหายในคดีตำรวจเรียกเงิน หรือผู้ต้องหาในคดีการพนัน มีความสามารถสั่งให้คนเอาเงินมาให้ในคืนเดียวกว่า 60-70 ล้านบาท กลุ่มคนที่เอาเงินมาให้เอาเงินมาจากไหน เกี่ยวกับเงินการพนันออนไลน์หรือไม่ ก็ควรต้องไปตรวจสอบ จากที่พวกเราได้รับรู้ข่าวพวกการพนันออนไลน์ที่ได้เงินมาจากการทำบ่อนออนไลน์จำนวนมาก จนสามารถใช้เงินเบิกทางไปสู่ตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือสร้างภาพทางสังคม ทำให้ผมเห็นถึงความน่ากลัวของการใช้เงินของพวกนี้แล้วครับว่า จะใช้เงินซื้ออะไรอีก…

‘ซ้งกี้ วีร่า’ โพสต์ความประทับใจใน ‘ชุดนักเรียน’ ย้ำ การอยู่ในกฎระเบียบ ทำให้เข้าใจ การอยู่ร่วมกันในสังคม

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘ซ้งกี้ วีร่า’ ได้โพสต์ข้อความบรรยายความรู้สึกประทับใจ ในการสวมใส่ชุดนักเรียน โดยได้ระบุว่า ...

เล่าเรื่องจริงของตนเองสมัยเรียนนิดนึง 
ตอนผมม.1(ปี40) พ่อถูกโกง ล้มละลาย ไม่มีเงินใช้ ก่อนล้ม ผมมีชุดนักเรียนใหม่ๆ โคร่งๆเพื่อให้ใช้ได้นานที่สุดอยู่ 2 ชุด ใส่สลับ ซักผึ่งอยู่เกือบเทอม จนอ.ที่ปรึกษา อ.เสริมศรี เปลี่ยนบางยาง เขาไม่รู้สังเกตุเห็นอะไร สงสัยเสื้อมันเลอะมีรอย เขาเลยเรียกเข้าไปคุย
 “อึ้งเอ้ย มีชุดนักเรียนกี่ชุด ครูมีของรุ่นพี่ๆเขาบริจาคไว้ ชุดไหนเธอใส่ได้ เธอเอาไปนะ … รองเท้าก็มีเอาไปด้วย” 

ตั้งแต่นั้นมา ผมก็ไม่ได้ซื้อชุดนักเรียนอิกเลย ใส่เก่าๆมาเรื่อย สิ่งที่ผมโดนล้อประจำคือ เสื้อเหลือง รองเท้าขาด แต่ผมไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะผมรู้ว่ามันไม่จำเป็น บ้านจน ก็ทนเอา แม่ผมสอนมาทั้งเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม ถ้าโรงเรียนเขามีระเบียบยังไง เราไหว เราก็ทำตาม เพราะ “อั๊วส่งลื้อไปเปงนักเรียง ในโรงเรียนที่ดีที่สุดแล้ว ลื้อก็แค่เรียนก็พอ ผมก็ตัดให้ตามระเบียบ ชุดก็แต่งให้เรียบร้อย ครูเห็น ใครเห็นก็รักลื้อ”

จนขึ้น ม.4 แม่ซื้อให้ใหม่ 2 ชุด และก็ยังเอาตัวเก่าๆที่ยังไหวมาปักเสมาเพิ่ม ใช้ไป ไม่คิดอะไร แต่พอม.4 นี่สิ เริ่มมีเรียนพิเศษละ ผมก็ชุดไปรเวทไปเรียนปกติ แต่สิ่งที่ผมเจอคือเพื่อนๆถามว่า “ซ้ง มึงไม่มีเสื้อผ้าใส่หรอ เห็นใส่ซ้ำๆ เดิมๆ เก่าๆ” เราแม่งทั้งเจ็บทั้งอาย ด้วยวัยตอนนั้น รู้อยู่แล้วครับขอป๊าม้าซื้อใหม่ ไม่ได้แน่นอน แว่นที่ใส่ยังรับต่อจากพี่ๆเลย5555 

ผมเริ่มเลยครับ รับจ้างทุกออย่าง ขายน้ำเต้าหู้ ส่งปาท่องโก๋ รับหิ้วสินค้า รับซื้อของ อดอาหารกลางวัน เพื่อ? ใช่ครับ เก็บเงินซื้อยีนสักสองตัว เสื้อสัก 3-4 ตัว เพื่อใส่สลับไปเรียนพิเศษ ไม่ให้เพื่อนแซว ส่วนวันธรรมดาถ้ามีเรียน ผมจะแต่งแต่ชุดนักเรียนไปครับ ไม่เปลี่ยนชุด เหม็นก็ช่างมัน 5555
มานึกย้อน ไอ้ชุดพวกนั้น แม่งไม่มีผลต่อการเรียนเลยครับ แต่สิ่งที่ผมคิดเสมอคือ
1. ผมภูมิใจในชุดสถาบันการศึกษาและทรงผมที่แสนจะรักษาความสะอาดง่ายของผม
2. เมื่ออยู่ในชุดนักเรียนผมเท่ากับเพื่อนที่รวยมากๆหลายๆคน แม้มันจะเก่า มันก็เท่ากันครับ
3. การอยู่ในกฎระเบียบของสถาบัน มันทำให้ผมและพวกผม เข้าใจการอยู่ร่วมในสังคมที่มีกติกาครับ
ผมไม่ทราบว่าโรงเรียนอื่นสอนหรือบังคับอะไรบ้าง แต่โรงเรียนผมสอนให้พวกผมเคารพกติกาสังคม เรียนรู้การมีอิสระมากมายภายใต้กรอบระเบียบ เพื่อความสงบสุขในการใช้ชีวิต ครับ
สวนกุหลาบฯ

รักเพื่อน เคารพพี่ ดูแลน้อง เคารพครู กตัญญูพ่อแม่ สนองคุณแผ่นดินครับ

 

‘ดร.วินัย’ เล่าถึงความรู้สึก เป็นตัวแทนคนไทย  ไปเข้าร่วมฮัจญฺกษัตริย์ และได้บรรยายให้ชาวมุสลิมทั่วโลก  

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน นักวิชาการ กรรมการในคณะกรรมการสภาการศึกษา และกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เล่าถึงความรู้สึกดีใจที่จะได้ไปเข้าร่วมฮัจญฺกษัตริย์  นอกจากนี้ ดร.วินัย ก็ยังได้รับเกียรติเป็นองค์บรรยายในการประชุมวิชาการ Grand Hajj Symposium 1444 AH อีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของคนไทยไปทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนทางวิชาการจากประเทศไทย ไปให้ข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลแก่นักวิชาการที่มาจากทั่วโลกทั้งประเทศมุสลิมและมิใช่มุสลิม 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top