Thursday, 23 July 2026
Hard News Team

‘กิตติศักดิ์’ ฟันธง ‘พิธา’ ชวด ‘นายกฯ’  เย้ย สว.หนุนไม่เกิน 5 คน จี้หยุดอ้าง 151 ส.ส. เป็นเสียงข้างมาก 

28 มิ.ย. 2566 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ในฐานะคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เข้าให้ข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติมกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯพรรค ถือหุ้นสื่อไอทีวี พร้อมให้สัมภาษณ์ กล่าวถึงความเห็นของ ส.ว.ในการโหวตนายพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้คลื่นลมสงบได้ข้อยุติแล้ว และมองว่า กลุ่ม ส.ว.ที่สนับสนุนนายพิธาน่าจะน้อยกว่า 5 คน ซึ่งสิ่งที่ส.ว.ส่วนใหญ่ตัดสินใจ น่าจะเป็นการปิดสวิตซ์ตนเอง คือ การงดออกเสียง แต่ย้ำว่าส.ว.มีเอกสิทธิ์ส่วนตัวในการลงมติอย่างไรก็ได้

เมื่อถามว่า ถ้าเสียง ส.ว.ไม่ครบ ฟันธงว่านายพิธา ไปต่อไม่ได้เลยใช่หรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าหากวันเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ตนเชื่อว่าจะมีแคนดิเดตฯ มากกว่า 1 คน เพราะตามกฎหมายพรรคการเมือง พรรคที่ได้ส.ส.เกิน 25 คนสามารถเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้

เมื่อถามว่ามีพรรคอื่น ที่ไม่ใช่พรรคก้าวไกล มาพูดคุยกับส.ว.เพื่อขอเสียงโหวตสนับสนุนเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีพรรคใด ที่จะมาเจรจาพูดคุยกับ ส.ว.แล้ว เพราะ ส.ว.มีคำตอบในใจแล้ว แต่สิ่งที่ให้สัมภาษณ์วันนี้ คือ ให้สังเกตพรรคที่จะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีน่าจะมีมากกว่า 1 พรรค

เมื่อถามว่า ฝ่ายที่เป็นประชาธิปไตย และฝ่ายรัฐบาลรักษาการปัจจุบัน ส.ว.ถูกใจฝั่งไหนมากกว่า นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า “ส.ว.กิตติศักดิ์ อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะฉะนั้นการอ้างประชาธิปไตย ตนคิดว่าอาจเป็นประชาธิปไตยปลอมก็ได้”
เมื่อถามว่าถ้าพรรคก้าวไกล เสนอชื่อนายพิธา แล้วไม่ผ่าน และพรรคเพื่อไทยจะมีโอกาสหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า เดี๋ยวจะหาว่าส.ว.อะไรก็ไม่เอา เรามองแล้วว่าบ้านเมืองต้องเดินไปได้ ตนขอบอกเทปเดิม ว่าบ้านเมืองต้องเดินต่อไปได้ ขณะนี้หากนายพิธาไปไม่ได้ พรรคอันดับ 2 ก็ต้องขึ้นมา เพราะเราต้องการให้บ้านเมืองเดินไปได

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าพรรคเพื่อไทย จะได้ใช่หรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ตนตอบตรงนี้ชัดเจนไม่ได้ เพราะ ส.ว.ไม่ก้าวก่ายการจัดตั้งรัฐบาล แต่บอกได้แค่ว่า จะมีการเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมากกว่า 1 พรรค ส่วนพรรคใดจะได้หรือไม่ได้ ส.ว.ไม่ไปก้าวก่าย

เมื่อถามว่า จากกระแสข่าวในขณะนี้ การเมืองถึงขั้นพลิกขั้วหรือไม่ เพราะตามที่ระบุว่ามีแคนดิเดตนายกฯเพิ่ม นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า เอาเป็นว่าฝ่ายประชาธิปไตยที่อ้างกันมา และผมเรียนในขณะนี้ ยังมีฝ่ายประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็เป็นอีกฝ่ายหนึ่ง
ส่วนที่มีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกคนนั้น นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ถ้ามีชื่อของพล.อ.ประวิตร ก็ต้องไปดูก่อนว่าเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งเราไม่ก้าวก่ายการจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อถามถึงหลักการของส.ว. จะยกมือให้พรรคที่รวมเสียงส.ว.ได้เกินครึ่งของสภา ไม่ใช่ยกมือให้รัฐบาลเสียงข้างน้อยใช่หรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า “ตนเคยพูดแล้วว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่น่าจะเกิดขึ้นแล้ว บ้านเมืองก็เดินไปไม่ได้ บริหารประเทศไม่ได้ แต่ถ้าจะเป็นรัฐบาล ต้องไปรวบรวมเสียงให้ได้เกินครึ่ง คือ 376 เสียง แบบนี้บ้านเมืองถึงจะเดินไปได้ แต่หากมีส.ส.อยู่ 100 กว่าเสียง แล้วไปจัดตั้งรัฐบาล ส่วนตัวไม่เห็นด้วย

เมื่อถามย้ำว่า ที่ออกมาพูดว่านายพิธา ไม่น่าจะผ่านการเลือกของส.ว.ถือเป็นการพูดแทนของส.ว.ทั้งหมดหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า “เป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งทัวร์จะมาลงก็ขยายพื้นที่ไว้ มาลงที่กิตติศักดิ์ได้ แต่ไม่ลงที่ ส.ว.คนอื่น และที่บอกมีคนโหวตให้นายพิธา น้อยกว่า 5 คน มันก็คือโลกความเป็นจริง เพราะเราประเมินแล้วว่า ส.ว.ได้รับการโปรดเกล้าฯ ถ้าจะไปสนับสนุน พรรคการเมืองที่ต้องการแตะสถาบัน ผมก็ไม่ทราบว่าจะตอบสังคม ประชาชนได้อย่างไร”

เมื่อถามว่า การโหวตของส.ว.อาจไปสู่การลงบนถนน หรือเกิดความวุ่นวาย นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ตนพูดมานานแล้ว ไม่ว่าใครจะมาจัดตั้งรัฐบาล ในสถานการณ์แบบนี้ ความวุ่นวายมีแน่นอน ไม่ว่าจะฝ่ายพรรคก้าวไกล หรือฝ่ายอื่น ความขัดแย้งก็ยังมี แต่ถ้าเป็นพรรคอื่น ที่ไม่ใช่พรรคก้าวไกล ความขัดแย้งก็ยังมีแต่จะน้อยลง

เมื่อถามว่า ส.ว.จะตอบกองเชียร์พรรคก้าวไกลอย่างไร เพราะเป็นการโหวตฝืนมติของประชาชนที่เลือกตั้งมา นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าพูดเรื่องตัวเลข ก็เป็นทราบกันอยู่ว่า ไม่ได้บ่งชี้ว่า ถ้าพรรคอันดับ 1 ได้ไม่เกินครึ่งของสภา คือ 250 จะบอกว่าได้เสียงข้างมากเลยก็ไม่ได้ ยกตัวอย่างปี 2562 พรรคเพื่อไทยก็ได้อันดับ 1 แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ นั้นคือข้อเท็จจริง ดังนั้นปี 2566 ก็อาจกลับไปคล้ายปี 2562 ก็ได้

ส่วนที่พรรคเพื่อไทย กับพรรคก้าวไกล ยังตกลงตำแหน่งประธานสภาไม่ได้ มองว่าจะแตกกันหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็น เป็นเรื่องของส.ส.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างสัมภาษณ์ นายกิตติศักดิ์ นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา พร้อม ว่าที่ร.ต.วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี เดินทางเข้าให้ข้อมูลกับ กกต. เช่นกัน โดยระบุสั้น ๆ ว่าวันนี้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับ กกต.ในประเด็นว่าด้วยการขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.ของนายพิธา คาดว่าจะใช้เวลาหารือพอสมควร

🔍มีไหมนะ? คอนโดฯ ราคาดี อยู่ใกล้รถไฟฟ้า…

มีแน่นอน!! วันนี้ THE STATES TIMES รวบรวมมาให้แล้ว!! 7 คอนโดราคาไม่ถึง 2 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 1.30 ล้านบาทไปจนถึง 1.99 ล้านบาทเลยนะ ใครกำลังมองหาคอนโดฯ ใกล้ๆ รถไฟฟ้าห้ามพลาดเลยนะ 

เตือนสติ กลุ่มเยาวชนปาหินใส่รถไฟ สุดท้ายถูกตำรวจคลองตัน ดำเนินคดี ทำบันทึกทัณฑ์บน พร้อมผู้ปกครอง

27 มิ.ย. 2566 ความคืบหน้าเหตุ กลุ่มเยาวชน ร่วมกันก่อเหตุปาหิน ใส่ขบวนรถไฟ สายกรุงเทพ-ปราจีนบุรี ใกล้สถานีแอร์พอร์ตลิงก์รามคำแหง กรุงเทพฯ จนทางตำรวจ สน.คลองตัน ได้ลงพื้นที่เร่งติดตามตัวผู้ปกครองเด็กเหล่านี้มาดำเนินการทำทัณฑ์บน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีกนั้น
ล่าสุด เมื่อค่ำที่ผ่านมา พ.ต.อ.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ ผกก.สน.คลองตัน สั่งการให้ พ.ต.ท.ประเสริฐ จันทร์อักษร รอง ผกก.สส.สน.คลองตัน นำกำลังติดตามตัวเยาวชนชาย อายุระหว่าง 13-16 ปี จำนวน 7 ราย พร้อมกับผู้ปกครองมาที่ สน.คลองตัน 

จากการสอบถามเยาวชน รับว่าตนเองนั้นลงมือก่อเหตุจริง โดยทำเป็นครั้งแรก เกิดจากสาเหตุความคึกคะนองของกลุ่มเยาวชนดังกล่าว  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดทำบันทึกทัณฑ์บนความผิดครั้งแรก แก่ผู้ปกครองและเยาวชนว่า จะไม่ประพฤติตนเช่นนั้นอีก ซึ่งเป็นถือเป็นพฤติกรรมที่ถือว่าเป็นเด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด 

ตามกฎกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง กำหนดเด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด พ.ศ.2549 ออกตามความมาตรา 4 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 โดยหากฝ่าฝืนจะถือว่าเป็นความผิดฐาน ปล่อยปละละเลย หรือยุยงส่งเสริมเด็กหรือเยาวชนให้กระทำความผิด ซึ่งผู้ปกครองได้รับทราบและเข้าใจดี   
และยังบันทึกข้อตกลงการเลี้ยงดูเด็ก โดยตกลงว่าจะดูแลเยาวชนเป็นอย่างดี และไม่ให้มาก่อเหตุเช่นนี้อีก พร้อมทั้งลงประจำวัน ไว้เป็นหลักฐาน และส่งตัวเยาวชนให้แก่ผู้ปกครองต่อไป

‘หมอวรงค์’ ชนะคดีที่ ‘พิธา’ ฟ้อง โดยถือว่า วิจารณ์โดยสุจริต  และทำหน้าที่ ฐานะประชาชน ในการปกป้องสถาบันฯ

นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเรื่องที่ศาลได้ยกฟ้องในวันนี้ (28 มิ.ย.) โดยระบุว่า ...

ศาลยกฟ้อง
คดีที่พรรคก้าวไกลโดยนายพิธาฟ้องผม ที่กล่าวหาสนับสนุนการล้มล้างฯ พร้อมเรียกค่าเสียหาย 24,062,475 บาท
ศาลยกฟ้องครับ ถือว่าวิจารณ์โดยสุจริต และทำหน้าที่ในฐานะประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ในการปกป้องสถาบันฯ

‘นักศึกษา ม.มิชิแกน’ แปลกลอน ‘สุนทรภู่’ เป็นภาษาอังกฤษ เลือกบท ‘แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์’ อวดเสน่ห์ทางภาษาให้โลกเห็น

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 66 ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นวันสุนทรภู่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้ทวิตเตอร์ ‘Ken Mathis Lohatepanont’ หรือ ‘นายเมธิส โลหเตปานนท์’ นักศึกษาปริญญาเอกสาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมิชิแกน ทวีตข้อความระบุว่า เสียดายที่กลอนไทยยังไม่ได้รับความสนใจในต่างประเทศ ทั้งที่มีคุณค่าเชิงวรรณศิลป์ โดยในวันสุนทรภู่ปีนี้ ตนได้แปลบทกลอนของสุนทรภู่บางบทเป็นภาษาอังกฤษความว่า

“เป็นที่น่าเสียดายว่ากลอนของไทยยังไม่ได้รับความสนใจจากต่างประเทศมากนัก ทั้งที่มีคุณค่าเชิงวรรณศิลป์ สำหรับ #วันสุนทรภู่ ปีนี้ ผมได้แปลกลอนของสุนทรภู่บางบทเป็นภาษาอังกฤษ โดยคงฉันทลักษณ์ของกลอนแปดไว้ครับ”

ทั้งนี้ ข้อเขียนที่นายเมธิสกล่าวถึง ได้รับการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ www.thaienquirer.com มีเนื้อหาระบุถึงการรำลึกวันคล้ายวันเกิดของสุนทรภู่ กวีทีมีความชำนาญด้านกลอน เรียกได้ว่าเป็น วิลเลียม เชคส์เปียร์ ของประเทศไทย โดยสุนทรภู่ ได้สร้างสรรค์ผลงานที่มีชื่อเสียงไว้หลายชิ้นด้วยกัน ซึ่งผลงานเหล่านั้นยังคงถูกนำมาอ้างอิงในวัฒนธรรมร่วมสมัยอยู่บ่อยครั้ง

จากนั้น นายเมธิส เล่าถึงประวัติสุนทรภู่ แล้วอธิบายฉันทลักษณ์กลอนสุภาพ หรือ ‘กลอนแปด’ แล้วจึงแปลบทกวีจากเรื่องอภัยมณี โดยระบุว่า ตนพยายามซื่อสัตย์ต่อเนื้อหาของต้นฉบับภาษาไทยในการแปลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนในบางจุด เพื่อคงไว้ซึ่งโครงสร้างคำสัมผัส คำสัมผัสในการทับศัพท์ภาษาไทยจะเป็นตัวหนา เพื่อให้ได้รู้ว่าคนไทยออกเสียงคำเหล่านี้อย่างไร ดังนั้น คำเหล่านี้จึงไม่สะท้อนถึงรากของคำ เนื่องจากบางคนชอบใช้คำทับศัพท์ภาษาไทย ดังนี้

Phra Aphai Mani — Sudsakorn

“แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์
มันแสนสุดลึกล้ำเหนือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด
ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
มนุษย์นี้ที่รักอยู่สองสถาน
บิดามารดารักมักเป็นผล
ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน
เกิดเป็นคนคิดเห็นจึ่งเจรจา
แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ
ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา
รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี”

“Laew sorn wa ya wai jai manood
Mun san sood luek lam nuer kamnod
Tueng tao wan pan kiew tee liew lod
Gor mai kod muen nueng nai num jai khon
Manood nee tee ruk yu song satharn
Bida marnda rak muk pen pon
Tee pueng nueng peung dai tae kai ton
Kerd pen khon kid hen jueng jeraja
Maen krai ruk ruk mung chung chung torb
Hai rorb korb kid arn na larn na
Ru sing dai mai su ru vicha
Ru raksa tua rord pen yord dee

Do not trust others, he said :
be afraid of the human mind.
Even the most twisted of vines
seems benign compared to the soul.
Two people do have pure intent:
Your parents, who love with hearts whole.
But destiny’s yours to control
It’s your role to think on your own.
Beware of even the friendly
Cautiously think through all you’ve known.
Knowledge is not enough, alone:
The capstone is learning to survive.”

‘ปกรณ์ จีนาคำ’ ส.ส.แม่ฮ่องสอน พรรคพลังประชารัฐ ให้กำลังใจ จนท.ศูนย์ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยฯ เร่งสนับสนุนดูแล ด้านสาธารณสุข

นายปกรณ์ จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่บริเวณบ้านพะแข่ ตำบลแม่กิ๊ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อดูสถานการณ์ผู้อพยพจากเหตุการสู้รบประเทศในรัฐคะเรนนี ประเทศเมียนมา ซึ่งขณะนี้มีผู้อพยพลี้ภัยสงครามเข้าไทยต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่ ๆ เกี่ยวข้องต้องทำงานกันอย่างหนัก ตนจึงไปให้กำลังใจเจ้าหน้าทหาร อาสาสมัคร ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และจิตอาสาทุกคนที่ปฎิบัติหน้าที่ดูแลผู้อพยพกว่า 830 คน

"ผมขอขอบพระคุณ กลุ่มสะพานบุญครูหนึ่ง เพื่อนอนุบาลแม่ฮ่องสอน และผู้มีจิตรศรัทธาทุก ๆ ท่าน ที่บริจาคสิ่งของต่าง ๆ  เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาในครั้งนี้ และขอขอบคุณหน่วยงานปกครอง ทหาร ท้องถิ่น สาธารณสุข เข้ากำกับควบคุมดูแลผู้ลี้ภัยได้ดีมาก"

ทั้งนี้ นายปกรณ์ ได้แสดงความห่วงใยในจัดการระบบสาธารณสุข เพราะขณะนี้มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากในศูนย์อพยพแห่งนี้  ซึ่งได้เร่งให้การสนับสนุน เพื่อดูแลด้านสาธารณสุขในศูนย์  นอกจากนี้ในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอนยังมีศูนย์อพยพต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง ที่มีผู้ลี้ภัยมากว่า 3,000 คน ซึ่งเป็นผู้อพยพที่เข้ามาเพิ่มเติม บ้านจอภาคี  บ้านอุนุ  ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง

บัณฑิต ‘จุฬา-ธรรมศาสตร์-เกษตร’  กวาดตำแหน่งงาน จาก Top 20 บริษัทชั้นนำของไทย

ข้อมูลที่รวบรวมโดยเว็บไซต์ Candid Data เผยว่า บัณฑิตจาก ‘จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย’ ครองแชมป์สถาบันที่มีตำแหน่งงานในบริษัท Top 20 ของประเทศไทยสูงสุด ที่ 4,085 ตำแหน่ง ในขณะที่อันดับสองตกเป็นของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ 2,572 ตำแหน่ง ส่วนอันดับสามได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่มีบัณฑิต 2,018 คน เข้าไปร่วมงานในหลากหลายตำแหน่งของบริษัทใหญ่ รวม 3 มหาวิทยาลัย มีจำนวนทั้งสิ้น 8,675 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ ยังมีมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆ ที่ครองที่นั่งในบริษัทระดับท็อปของประเทศเช่นกัน อาทิ มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ฯลฯ รวมทั้งสิ้น 5,532 ตำแหน่ง
 ‘จุฬา - มธ. - เกษตร’ กวาดที่นั่งบริษัทดังกว่าครึ่ง

ตำแหน่งงานทั้งหมดจากการสำรวจในครั้งนี้มี 14,207 ตำแหน่ง เท่ากับว่า บัณฑิตจาก 3 มหาวิทยาลัย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กว่าที่นั่งไปทั้งสิ้น 61% คิดเป็นกว่าครึ่งจากจำนวนที่นั่งทั้งหมด โดยมหาวิทยาลัยที่ครองตำแหน่งสูงสุดอย่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครองตำแหน่งคิดเป็น 28.7% หรือมากกว่า 1 ใน 4 ของตำแหน่งทั้งหมดในบริษัทชั้นนำของไทย

นอกจากนี้ Candid Data ยังเผยว่าในบรรดาบริษัทที่ติดโผนั้น บัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครองอันดับสูงสุดในแทบทุกบริษัท ยกเว้น AIS, SCB, และ Boon Rawd Brewery ที่มีบัณฑิตจากรั้วเกษตรศาสตร์เข้าทำงานสูงสุด ส่วน Tesla นั้นมีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทำงานอยู่มากสุด
ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัย ไหนว่าเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน?

หลังบทความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาตั้งคำถามในทำนองว่า ‘ไหนว่าเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน?’ สะท้อนปัญหาด้านความเชื่อมั่นที่บริษัทต่างๆ มีต่อสถาบันการศึกษาที่แตกต่างกัน รวมถึงคุณภาพการศึกษาจากสถาบันการศึกษาในประเทศไทยที่มีอยู่มากมาย

อีกด้านหนึ่ง ก็มีผู้ตั้งคำถามถึง ‘โอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่ต่างกัน’ โดยประชากรที่เกิดในบ้านที่มีชนชั้นทางเศรษฐกิจที่สูงกว่า ก็มีโอกาสที่จะเลือกมหาวิทยาลัยได้มากกว่า นำไปสู่โอกาสที่จะเข้าไปทำงานในบริษัทชั้นนำได้มากกว่าเช่นกัน

ที่ทำงาน / สถาบันการศึกษา ไม่ได้การันตีความสำเร็จในชีวิต
แม้บริษัทที่ทำการสำรวจนี้ จะเป็นบริษัทจาก “สุดยอดบริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วย 2023” ที่รวบรวมโดย WorkVenture แต่ก็มิได้หมายความว่ากลุ่มคนเหล่านี้คือผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดในชีวิต เพราะเป้าหมายชีวิต และนิยามของความสำเร็จนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล บางคนนิยามความสำเร็จด้วยชื่อบริษัทที่ตนทำงาน, บางคนมองว่าการเป็นเจ้าของธุรกิจคือความสำเร็จ, บางคนมองหาความพอดีระหว่างชีวิตทำงานและชีวิตในมิติอื่นๆ

สถาบันการศึกษา องค์กรที่ทำงาน เป็นเพียงบันไดหนึ่งขั้นที่จะช่วยให้ชีวิตดำเนินไป พึงเลือกบันไดที่ใช่ ที่เหมาะสม เพื่อจะได้ก้าวไปสู่ ‘ความสำเร็จ’ ตามนิยามของตัวคุณเอง

ที่มา :  https://www.amarintv.com/spotlight/future-of-work/detail/47691
https://candiddata.co/2023/05/31/dashboard-graduate-placement-2023/

 

จ่ายค่าผ่อนบ้านไปจำนวนมาก แต่เงินต้นถูกตัดเข้ายอดหนี้ไม่ถึงครึ่ง ลองวิธี ‘รีเทนชัน’ (Retention) หรือ ‘รีไฟแนนซ์’ (Refinance)

จ่ายค่าผ่อนบ้านไปจำนวนมาก แต่เงินต้นถูกตัดเข้ายอดหนี้ไม่ถึงครึ่ง ที่เหลือโดนดอกเน้น ๆ ถ้าเจอปัญหาไปนาน ๆ คงหนัก!! ลองวิธี ‘รีเทนชัน’ (Retention) หรือ ‘รีไฟแนนซ์’ (Refinance) กันดูน่าจะดีกว่า… ว่าแต่ทั้ง 2 วิธีมีความแตกต่างกันแค่ไหน?... ต้องลองเทียบกันดู เผื่อทางความต้องการผู้อยาก ‘รี’ จะมีความต่างตามเหตุผลเฉพาะตัว

‘เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล’ เผย ปักกิ่งเตือน ‘บลิงเคน’ ตัวเก็งผู้นำไต้หวันคนใหม่ อาจทำ ‘ปักกิ่ง-ไทเป’ ตึงเครียดยิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 66 สื่อดังของอเมริกาเผย จีนเตือนบลิงเคนระหว่างเยือนปักกิ่ง การกระทำของตัวเก็งผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวัน อาจทำให้สถานการณ์ระหว่าง ‘ปักกิ่ง-ไทเป’ ตึงเครียดยิ่งขึ้น

หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า เจ้าหน้าที่จีนเตือน ‘แอนโทนี บลิงเคน’ ระหว่างที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ผู้นี้เดินทางเยือนจีนเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว และได้พบกับประธานาธิบดี ‘สี จิ้นผิง’ ว่า การกระทำของรองประธานาธิบดี ‘ไล่ ชิงเต๋อ’ ของไต้หวันที่เป็นตัวเก็งจะชนะการเลือกตั้งต้นปีหน้า อาจทำให้จีน-ไต้หวันร้าวฉานกันมากขึ้น

จากรายงานของเดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล เจ้าหน้าที่จีนถามบลิงเคน ว่า อเมริกามองพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ของไต้หวันเป็นมิตรหรือไม่ และวอชิงตันมีส่วนได้ส่วนเสียกับผลการเลือกตั้งในไทเปที่จะจัดขึ้นเดือนมกราคมปีหน้าหรือไม่?

รายงานระบุว่า บลิงเคนยืนยันว่า “อเมริกา ‘เป็นกลาง’ ในการเลือกตั้งดังกล่าว และไม่สนับสนุนบุคคลภายนอกเข้าไปก่อกวนกระบวนการเลือกตั้งของไต้หวัน”

ปักกิ่งที่ถือว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตน กล่าวหามาตลอดว่า อเมริกาให้ท้ายนักการเมืองที่ ‘สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน’ ในไทเป

ขณะเดียวกัน แม้อเมริกาไม่ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน แต่นักการเมืองอเมริกันมีการนัดหมายพบปะกับเจ้าหน้าที่ไทเปบ่อยครั้ง ซึ่งปักกิ่งมองว่า การกระทำดังกล่าว รวมถึงการที่อเมริกาขายอาวุธให้ไต้หวัน เป็นการละเมิดหลักการ ‘จีนเดียว’

เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ปักกิ่งจัดการซ้อมรบขนาดใหญ่รอบเกาะไต้หวันภายหลังการเยือนของแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ในขณะนั้น และอีกครั้งในเดือนมีนาคมปีนี้หลังจากประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันเดินทางไปอเมริกา และได้พบกับ ‘เควิน แมคคาร์ธี’ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ คนปัจจุบัน

ที่ผ่านมา ไล่ ซึ่งมีคะแนนนำในผลสำรวจความคิดเห็นสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันปี 2024 ในอดีตเคยประกาศตนเป็น ‘คนทำงานการเมืองเน้นผลทางปฏิบัติเพื่อเอกราชของไต้หวัน’ แต่ต่อมาเขาชี้แจงว่า ไม่ได้พยายามเปลี่ยนแปลงสถานะการเมืองปัจจุบันของไต้หวันแต่อย่างใด

จากข้อมูลของโฟกัส ไต้หวัน ไล่กล่าวเมื่อเดือนมกราคมว่า เขาต้องการย้ำว่า ไต้หวันเป็นประเทศเอกราชที่มีอธิปไตยของตนเองอยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องประกาศเอกราชอีก

ทั้งนี้ บลิงเคนเดินทางเยือนจีนเมื่อวันที่ 18-19 เดือนนี้ และทั้งสองฝ่ายแสดงความเห็นแง่บวกอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับผลการเจรจา กระนั้น ปักกิ่งประณามอย่างรุนแรงกรณีที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เรียก สี ว่า “เผด็จการ” หลังบลิงเคนออกจากปักกิ่งไม่นาน

เปิด 10 อันดับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง รายการกีฬาต่อสู้ รายใหญ่ที่สุดของโลก

จากการจัดอันดับฐานข้อมูลด้านสมาชิกของ 10 แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งรายใหญ่ของโลก ซึ่งมีการถ่ายทอดสดรายการกีฬาการต่อสู้สู่บรรดาสมาชิกทั่วโลก ปรากฏว่า Prime video (ไพร์มวิดีโอ) สัญชาติอเมริกัน นำมาเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนสมาชิกมากถึง 200 ล้านแอ็กเคานต์ ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ ONE เริ่มถ่ายทอดสดรายการ ONE Fight Night นัดแรก ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.65 เป็นต้นมาจนปัจจุบัน 

ตามมาด้วยสองค่ายยักษ์จากจีนคือ Tencent (เทนเซนต์) และ iQIYI (อ้ายฉีอี้) ซึ่งมีฐานสมาชิกทั่วโลก 124 ล้านแอ็กเคานต์ และ 108 ล้านแอ็กเคานต์ ต่างก็เป็นพันธมิตรถ่ายทอดสดรายการของ ONE เช่นเดียวกันกับอันดับ 4-7 อันได้แก่ ABEMA (อะเบมา) จากญี่ปุ่น, beIN Sports (บีอิน สปอร์ตส) จากกาตาร์, Disney+ Hotstar (ดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์) จากอินเดีย, Globoplay (โกลโบเพลย์) จากโปรตุเกส ซึ่งมีฐานสมาชิกรวมกัน 218 ล้านแอ็กเคานต์ 

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่ารายการ ONE มีศักยภาพที่จะเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้สูงถึง 650 ล้านแอ็กเคานต์ จากฐานสมาชิกของแพลตฟอร์มสตรีมมิงที่เป็นพันธมิตร
ส่วนอีก 3 ค่ายที่ติดอันดับท็อป 10 ได้แก่ ESPN+ (อีเอสพีเอ็นพลัส) สัญชาติอเมริกัน, CANAL+ (เคเนลพลัส) จากฝรั่งเศส ซึ่งมีฐานสมาชิกรวมกัน 49 ล้านแอ็กเคานต์ เป็นพันธมิตรถ่ายทอดสดรายการ UFC ด้านสตรีมมิงสัญชาติอังกฤษอย่าง DAZN (ดะโซน) ก็เพิ่งประกาศเป็นพันธมิตรกับรายการ RWS เมื่อไม่นานมานี้ 

ข้อมูลอ้างอิงจาก Nielsen และ FlixPatrol


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top