Saturday, 25 July 2026
Hard News Team

‘อนุชา’ ลาออกจากตำแหน่งรองเลขาธิการนายกฯ พร้อมกราบลา ‘บิ๊กตู่’ ไปทำหน้าที่ ส.ส. ในสภาฯ

(10 ก.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ (10 ก.ค.66) ตนได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และได้กราบลา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อไปทำหน้าที่ ส.ส.ในสภา

ทั้งนี้ นายกฯ อวยพรให้มีกำลังกาย กำลังใจที่ดี เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ได้อย่างเต็มความสามารถ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชน ตนขอขอบคุณนายกฯ ที่กรุณาให้ความไว้วางใจตลอดเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมาให้ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 2 ครั้ง และมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กำกับดูแลงานสำคัญ ทั้งเรื่องต่างประเทศ เรื่องนโยบายและยุทธศาสตร์ การประสานงานการเมือง และภารกิจของนายกฯ ในด้านต่าง ๆ รวมถึงกำกับดูแลสำนักโฆษกฯ

“ขอบคุณนายกฯ ที่ไว้วางใจให้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา และขอบคุณเพื่อนร่วมงานที่ทำงานมากว่า 3 ปีในสำนักนายกฯ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ปฏิบัติภารกิจร่วมกันมา และขอบคุณสื่อมวลชน ที่กรุณานำเสนอข่าวเพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนตลอดเวลาที่ผ่านมา ส่วนภารกิจโฆษกฯ นายกฯ ได้มอบหมายให้รองโฆษกฯ ที่เหลืออยู่สามคนทำงานไปอย่างต่อเนื่อง” นายอนุชา กล่าว

นายอนุชา กล่าวอีกว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างรอเอกสารจากสภาฯที่จะส่งไปที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในวันเดียวกันนี้ เพื่อเตรียมนำไปรายงานตัวต่อสภาฯในวันที่ 12 ก.ค.และจะได้ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 ก.ค.นี้ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการประชุมพรรค รทสช.ในวันที่ 11 ก.ค.นี้ จะมีทิศทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า ยังไม่ทราบวาระการประชุม ที่ผ่านมาไปตนไปร่วมในฐานะผู้ติดตามของนายกฯ จึงไม่รู้ว่าจะคุยเรื่องใดบ้าง ต้องรอดูว่าในพรรคจะเสนอความเห็นอย่างไร จากนั้นโฆษกพรรคจะเป็นผู้แถลงรายละเอียดเพื่อให้ ส.ส.ทุกคนเข้าใจก่อนประชุมสภาฯ

‘ดีเจแมน-ใบเตย’ ร่ำไห้ขึ้นศาล ดูซูบผอมและคล้ำขึ้น ทั้งคู่จับมือกันตลอดเวลา หลังเจอกันในรอบ 2 เดือน

(10 ก.ค. 66) ความคืบหน้าคดี หลังจากที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ส่งฟ้อง ‘นายพัฒนพล กุญชร’ และ ‘ใบเตย นางสาวสุธีวัน กุญชร’ ภรรยาสาว และพวกรวม 6 คน ใน 3 ข้อหา ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จฯ คดีแชร์ FOREX-3D เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลอาญาพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า จำเลยถูกฟ้องว่าร่วมกับพวกกระทำความผิดหลายกรรม ลักษณะการกระทำเป็นขบวนการ อันมีมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมาก ส่งผลเสียในวงกว้าง พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จึงให้ยกคำร้อง ทั้งหมดจึงถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวไปคุมขัง โดย ‘ดีเจแมน’ ถูกนำตัวไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ส่วน ‘ใบเตย’ ถูกนำตัวไปที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

ล่าสุดวันนี้ บรรยากาศที่ห้องพิจารณาคดี 809 ซึ่งเป็นห้องที่ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในคดี โดยมีกำหนดนัดตรวจพยานหลักฐานช่วงเวลา 09.30 น. ต่อมาเมื่อเวลา 09.25 น. จำเลยฝ่ายชายถูกควบคุมตัว เข้ามาภายในห้องพิจารณาคดี โดยดีเจแมน เป็นจำเลยฝ่ายชายคนสุดท้ายที่เข้ามาภายในห้อง ซึ่งลักษณะภายนอกดูซูผอมลง รวมไปถึงผิวดูคล้ำขึ้น สีหน้าแววตาดูมีความกังวล

หลังจากที่ดีเจแมนเข้ามาแล้ว ไม่ถึง 1 นาที ใบเตย ก็เดินตามเข้ามา โดยใบเตยมีอาการร้องไห้ตั้งแต่เดินเข้ามาภายในห้องพิจารณาคดี ซึ่งใบเตยได้ตัดผมสั้นเท่าติ่งหู ซูบผอม และผิวคล้ำ เมื่อเดินเข้ามาภายในห้องพิจารณาคดีก็ได้นั่งข้างดีเจแมน โดยดีเจแมน ก็โอบกอดใบเตยจากด้านหลัง และลูบศรีษะเพื่อปลอบใจภรรยาก่อนที่ตัวเองก็หลั่งน้ำตาตาม หลังจากนั้น ใบเตย ก็เช็ดน้ำตาให้ ซึ่งระหว่างที่นั่งอยู่ภายในห้องพิจารณาคดีทั้งคู่ มีการพูดคุยกันและจับมือกันตลอดเวลา

ขณะเดียวกัน ‘น้องชาย’ ของใบเตย ซึ่งเดินตามเข้ามาในห้องพิจารณาคดีด้วย ได้นั่งมองพี่สาวและพี่เขยอยู่จากด้านหลัง โดยมีการพูดคุยกันเป็นระยะ ซึ่งก็มีการให้กำลังใจกัน ก่อนที่พ่อของใบเตย จะเข้ามาภายในห้องพิจารณาคดี ซึ่งน้องชายของใบเตย จึงลุกจากที่นั่งเพื่อให้พ่อได้เข้ามานั่งด้านหลังของใบเตย

‘นันทิวัฒน์’ กระตุกต่อมจิตสำนึก ‘ส.ส. - ส.ว.’ หากรักชาติ-รักสถาบัน อย่าให้คนคิดไม่ดีได้มีอำนาจ

(10 ก.ค. 66) นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวหัวข้อ ‘เรียกหาจิตสำนึก’ ระบุว่า ใกล้วันเลือกนายกฯ ในรัฐสภา เสียงจากพรรคการเมืองอ้างว่า เสียงเพียงพอ ส.ว.ให้การสนับสนุนจริงหรือไม่จริงไม่รู้ แต่มีข่าวลือมาเข้าหูว่า มีรถขนกล้วยคว่ำแถวหน้าสภา ขอให้เป็นข่าวปลอม คนแถวนั้นไม่ได้มาจากลพบุรี ไม่กินกล้วย สาธุ

มีเสียงจาก ส.ว.หลายคนชี้แจงว่า จะเลือกตามเสียงประชาชน มีคำถามว่า ส.ว.มีไว้ทำไม คำถามนี้ ต้องไปโทรถามคุณปรีดี เพราะปรีดีเป็นคนออกแบบให้รัฐสภาไทยมี ส.ว.ตั้งแต่เริ่มแรก จะให้เหมือนรัฐสภาอังกฤษที่มีสภาขุนนาง ที่มาจากการแต่งตั้งและสืบสายสกุล เพื่อเป็นพี่เลี้ยงและคอยถ่วงดุล ส.ส. ให้ทำเพื่อประเทศชาติ ไม่ต้องคำนึงถึงเสียง ส.ส. ที่มักอ้างเสียงประชาชน

แน่นอน ประชาธิปไตยต้องมีการเลือกตั้ง แต่ผลเลือกตั้งไม่ได้มีหลักประกันอะไรว่าจะนำพาประเทศชาติไปในทิศทางที่ถูกต้อง ฮิตเลอร์ผู้นำเผด็จการและก่อสงครามโลกครั้งที่สอง ส่งผลให้คนตายหลายล้านคนก็มาจากการเลือกตั้ง สงครามยูเครน บ้านแตกสาแหรกขาด บ้านเมืองย่อยยับ คนตายคนอพยพนับล้านคน ก็มาจากการเลือกตั้ง นั่นคือ เลือกคนผิด บ้านเมืองฉิบ….

ชัดเจนว่า พรรคแกนนำประกาศนโยบายชัดเจน ต้องการแก้ไขล้มล้าง ม.112 ผลักดันการเลือกปกครองตนเองด้วยคำสวยหรู การตัดสินใจอนาคตของตนเองของจังหวัดชายแดนภาคใต้ สุดท้ายจะจบอย่างไร ส.ส.และส.ว. จะยอมเสี่ยงหลับหูหลับตาเดินลงเหวทั้ง ๆ ที่มีคนตะโกนเตือนอย่างนั้นหรือ

อยากถามหาจิตสำนึกความรักชาติและรักสถาบันของ ส.ส.และส.ว.ทั้งหลายว่ามีอยู่จริงหรือไม่ อย่าทำตัวเป็นคนซื่อบริสุทธิ์ อย่าทำตัวเป็นคนไร้เดียงสาทางการเมือง จนไม่รู้ว่า อะไรดีหรืออะไรไม่ดีต่อประเทศชาติ อย่าจมน้ำตายเพราะเกาะตำราตะวันตกไม่ยอมปล่อย อย่าให้โอกาสคนที่คิดไม่ดีต่อสถาบันได้เป็นใหญ่

‘โอลีฟ’ วิ่งขึ้นเวทีประกวด Mister Smart ห้ามหนุ่มถอดเสื้อ  ฟาก ‘อ้วน รีเทิร์น-ป้อม วินิจ’ ปรี๊ดแรง!! บอก “ไม่มีมารยาท”

(10 ก.ค. 66) กลายเป็นประเด็นดรามาทันที ในการไลฟ์สดบรรยากาศรอบออดิชั่น Mister Smart Thailand ซึ่งช่วงหนึ่ง ผู้เข้าประกวดหนุ่มหล่อหมายเลข 19 ที่มีความสามารถในด้านการว่ายน้ำ แต่ที่นี้ไม่มีสระ เลยจะโชว์เป็นชุดว่ายน้ำแทน แต่จู่ๆ ‘โอลีฟ โตเกียวเนยกรอบ’ ก็วิ่งขึ้นเวทีไปถึงตัวผู้เขาประกวด โดยบอกว่า “อย่าถอดมันโป๊”

เหตุการณ์นี้ทำให้ ‘อ้วน รีเทิร์น’ ที่เป็นกรรมการก็ถึงกับด่า ‘โอลีฟ’ ว่า “มึงขึ้นมาเ-ือกอะไรบนเวที ลงไปเลย รู้ว่ารู้จักแต่ขึ้นมาบนนี้ไม่ได้ ยังไม่ถึงเวลา เดี๋ยวจะลงไปจัดการ แฟนเหรอ”

ด้าน ‘ป้อม วินิจ’ ที่เป็นกรรมการด่าเช่นกัน ว่า “แถวบ้านเรียก สรน. นะลูก คนดีๆเขาไม่ทำกันแบบนี้นะ ใครเชิญนางมา”

โดยผู้จัดการประกวดต้องช่วยพูดให้ใจเย็นลง โดยบอกว่าเชิญโอลีฟมาเอง น้องเขาไม่ได้ตั้งใจ ด้าน อ้วน ก็บอกว่า “ไม่ได้ตั้งใจก็ต้องรู้ เขากำลังทำงานกันอยู่วิ่งขึ้นมา”

ส่วน ป้อม ก็บอกเช่นกัน ว่า “เขาไลฟ์สดกันอยู่ ผู้ใหญ่นั่งกันอยู่บนเวที กิริยาที่ขึ้นมาน่าเกลียดมาก”

ซึ่ง ‘ป้อม วินิจ’ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ตอนแรกนึกว่าการแสดง นึกว่าหิวแสง แต่ถ้าเป็นการแสดงก็ไม่ควร ไม่เคยรู้จักน้องเขาด้วย และหลังจากน้องลงไปแล้ว ก็ยังดูไม่สลด ทำท่าดุ๊กดิ๊กเหมือนชอบใจ จึงมองดูว่าไร้มารยาท หรือไม่ก็หิวแสง

หนึ่งถ้อยคำสัมภาษณ์ที่ชี้ให้เห็นถึงชนวนเหตุให้ 'เจ' ธนาธิป สรงกระสินธ์ โบกมือลา 'คาวาซากิ ฟรอนตาเล่'

มีแมตช์หนึ่ง ในลูวานคัพ ผมแบกกระเป๋ามา ใส่เสื้อผ้าของทีมมา ไปซ้อม คิดในใจ วันนี้ กูต้องได้เล่น เพราะเป็นบอลถ้วย ส่วนใหญ่ชุดสำรองต้องได้เล่น ประกาศชื่อออกมา ผมไม่มีแม้ชื่อสำรอง

ผมก็รู้สึกว่า ผมไม่ทนแล้ว ผมว่า ผมก็ทนมาพอสมควรแล้ว แล้วก็ผมไม่เคยขาดซ้อม และงอแงกับโค้ช ผมมืออาชีพทั้งหมด ผู้ใหญ่ก็เรียกไปคุยว่าทุกอย่างมันเป็นยังไงทำไมถึงอยากย้ายออก ทุกคนที่นี้ก็รักชนา เราก็คุยด้วยเหตุผล

ผมบอกว่าอายุผมเริ่มเยอะขึ้น ผมอยากเล่น เขาบอกทนอีกนิดได้ไหม เหมือนไม่สามารถทำให้ชนาเป็นชนาได้ ด้วยระบบทีม ความเกรงใจของชนา

ผมกับโค้ชไม่มีปัญหา คุยกันด้วยเหตุผล ผมบอกโค้ช ผมไม่ได้เกลียดโค้ช วันนี้ที่ผมต้องออก แต่ถามว่าโกรธโค้ชไหม ในการเป็นนักบอลคนหนึ่งมันโกรธอยู่แล้ว ผมพูดตรงๆ 

แต่ด้วยเหตุผล บอกโค้ชครับ ทีมชนะ ผมยินดีกับทีมเสมอ แต่ทีมแพ้ ผมพร้อมแล้วนะ อยากเล่นแล้วนะ แต่ผมไม่ได้โอกาส

โค้ชบอกขอโทษที่คิดเยอะไป ขอโทษชนา ที่ไม่สามารถทำให้ลงเล่นสม่ำเสมอ เขาบอกเสียดาย ในทีมนี้ ชนาเป็น 1 ใน 3 ที่เทคนิคดีที่สุด อากิฮิโระ อิเอนากะ, เรียวตะ โอชิมะ แล้วก็ผม ผมคิดในใจ ถ้าผมดีขนาดนั้น ทำไมไม่ให้ผมเล่น

'ชนาธิป สรงกระสินธ์' นักฟุตบอลชาวไทย ปัจจุบันเล่นให้กับบีจี ปทุม ยูไนเต็ดในไทยลีก และทีมชาติไทย เผยฟางเส้นสุดท้ายก่อนกลับมาค้าแข้งในเมืองไทย

ที่มา: คนดูบอล By.PP

‘แมน การิน’ เอาใจสายมู แชร์ทริค!! ‘ดูแลรถยังไงให้รวย’  ชี้!! ‘ห้ามรก-ห้ามเหม็น-ห้ามปล่อยพัง-ห้ามวางตังค์ไปทั่ว’ 

(10 ก.ค. 66) นอกจากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านศาสตร์ของตัวเลขแล้ว อย่างหนุ่ม ‘แมน การิน’ ก็มักจะมีเคล็ดลับดีๆ มาฝากแฟนๆสายมูอยู่เสมอ อย่างล่าสุดได้ออกมาแชร์ทริคดีๆ ในการดูแลรถยนต์ให้ปังและรวย ในคลิปที่มีชื่อว่า “ใช้รถแบบนี้ ขับกี่ปี ก็ไม่รวย” พร้อมแคปชันว่า "ห้ามรก ห้ามเหม็น ห้ามปล่อยพัง ห้ามวางตังค์ไปทั่ว ห้ามกลัวฝนจนไม่ล้างรถ ถ้าห้ามได้ ขับยังไงก็รวย #ชอบเรื่องมูดูช่องแมน"

โดยในคลิป ‘แมน การิน’ กล่าวว่า ถ้าอยากจะขับรถแล้วรวย จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำ 6 ข้อ ดังนี้

1. ห้ามรก เพราะรถที่รกจะเป็นอุปสรรคของการหาเงิน เช่น การวางรองเท้าไว้ที่พื้นรถ ไม่ควรทำ จะต้องเก็บใส่กล่องไว้ท้ายรถให้ดี
2. หลังรถก็ไม่ควรวางของรกเหมือนตู้เก็บของ จะต้องมีเพียงของที่จำเป็น และจัดให้เป็นระเบียบ เรียบร้อย
3. กลิ่นของรถ สำคัญคือ ห้ามเหม็น รถทั้งคันควรจะหอมเป็นกลิ่นอโรม่า ซึ่งจะช่วยเรื่องฮวงจุ้ย ได้ ถ้าเหม็นจะทำร้ายความโชคดี
4. ห้ามปล่อยให้รถพัง ถ้ามีร่องรอยของอุบัติเหตุ ต้องดูแลรักษาและนำไปซ่อมทันที ถ้าเราผลัดผ่อน เงินก็จะไม่เข้ากระเป๋าเราสักทีเหมือนกัน รถก็เสมือนร่างกาย ดังนั้นต้องดูแลให้ดี
5. ความสะอาด ยิ่งรถขับไปหาเงินบ่อยๆ ยิ่งจะต้องล้างรถ ดูดฝุ่นบ่อยๆ ให้สะอาดอยู่เสมอ
6. เศษเหรียญ ไม่ควรวางกระจัดกระจายในรถ ควรหาที่เก็บให้ดี หรือนำไปยอดกระปุก รวบรวมไปทำบุญ ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก

สมุทรปราการ-รวมพลัง!! เทศบาลตำบลบางปู นำจิตอาสากว่า 200 คน จัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ทำความสะอาดวัดในเขตพื้นที่ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู เป็นประธานเปิดโครงการจิตอาสาพระราชทาน เราทำความดี ด้วยหัวใจ นำคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มเพื่อนนายก ประชาชนจิตอาสา ตลอดจนคณะครู และนักเรียนลูกเสือจิตอาสาพระราชทานโรงเรียนหาดอัมราอักษรรักษ์วิทยา จำนวนกว่า 200 คน ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ ภายในวัดพุทธภาวนาราม ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

โดยนายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู ได้กล่าวคำน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพื่อให้มีความรักความผูกพันใน 4 สถาบันหลักของชาติ คือ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา

จากนั้น ได้นำกลุ่มจิตอาสา กว่า 200 คน ทำกิจกรรม เราทำความดี ด้วยหัวใจ ด้วยการทำความสะอาด กวาดพื้นถนน และการทำความสะอาดห้องสุขาสาธารณะ ภายในวัดพุทธภาวนาราม เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 

อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมในการรักษาดูแลทำความสะอาดภายในศาสนสถาน จุดบริการห้องน้ำสาธารณะที่ประชาชนมาใช้บริการ รวมถึงบริเวณพื้นที่ต่างๆ ภายในวัด ซึ่งถือเป็นการทำนุบำรุงศาสนสถานให้พระภิกษุสงฆ์ปฏิบัติศาสนกิจด้วยความสะดวก และพุทธศาสนิกชนที่เข้ามาทำบุญปฏิบัติธรรมหรือร่วมกิจกรรมประเพณีทางศาสนาในวัดได้อย่างสบายใจและมีสุขภาพอนามัยที่ดี 

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

มข. ลงนามบันทึกข้อตกลงการจัดตั้งสถาบันพร้อมเปิดสถาบัน The KKU-SWJTU Tianyou Railway Institute ร่วมกับ SWJTU สาธารณรัฐประชาชนจีนเดินหน้าหลักสูตร High Speed Train Engineering

ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมกับ Southwest Jiaotong University (มหาวิทยาลัยเซาท์เวสต์เจียวทง) สาธารณรัฐประชาชนจีนจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดตั้งสถาบัน The KKU-SWJTU Tianyou Railway Institute พร้อมจัดพิธีเปิดสถาบันณคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ภายในงานได้รับเกียติจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นMs.Yang Ning รักษาการกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยณจังหวัดขอนแก่นรศ.นพ.ชาญชัยพานทองวิริยะกุลอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น Prof. Yao Faming รองอธิการบดี Southwest Jiaotong University (SWJTU) สาธารณรัฐประชาชนจีนผู้บริหารTianyou Railway Institute และ China Railways International Thailand อุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่นรองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่นผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่นเข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MoA) ในการจัดตั้งสถาบันThe KKU-SWJTU Tianyou Railway Institute

รศ.นพ.ชาญชัยพานทองวิริยะกุลอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นกล่าวว่ากระผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีความร่วมมือทางวิชาการและวิจัยระดับประเทศด้านรถไฟความเร็วสูง (High Speed Train) เพื่อรองรับยุทธศาสตร์การคมนาคมในภูมิภาคร่วมกับ Southwest Jiaotong University (SWJTU) 

ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอินโดจีนสามารถเชื่อมโยงไปสู่ประเทศต่างๆในอาเซียนและสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกทั้งHigh Speed Train ยังเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจตามนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาลไทยอีกด้วย

“มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ตระหนักถึงความสำคัญของพันธกิจและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญของชาติด้านรถไฟความเร็วสูงจึงกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อผลิตบัณฑิตด้านวิศวกรรมศาสตร์รถไฟความเร็วสูงร่วมกับมหาวิทยาลัยSouthwest Jiaotong (เจียว-ทง) ภายใต้ชื่อหลักสูตร “วิศวกรรมรถไฟความเร็วสูง”หรือ “High Speed Train Engineering” เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมและก่อตั้งสถาบันKKU-SWJTU Tianyou (เจียว-ทง) Railway Institute ณคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อจัดฝึกอบรมให้ความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านรถไฟความเร็วสูง”

Prof. Yao Faming รองอธิการบดี Southwest Jiaotong University (SWJTU) สาธารณรัฐประชาชนจีนกล่าวว่า ระบบรางรถไฟไทย-จีนเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของนโยบาย “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” one belt one road)เป็นการเชื่อมโยงระหว่างประเทศในแถบคาบสมุทรอินโดจีน โดยเฉพาะระหว่างไทยและจีนถือเป็นถนนสายหลักและกุญแจสำคัญ ด้วยความก้าวหน้าของนโยบาย one belt one road ส่งผลให้ไทยและจีนมีโอกาสมากขึ้นในการผลักดันและพัฒนาการขนส่งระบบราง

มหาวิทยาลัยเซาท์เวสต์เจียวทงในฐานะสถาบันอุดมศึกษาด้านวิศวกรรมแห่งแรกของประเทศจีน และเป็นสถานศึกษาด้านของการรถไฟแห่งแรก ๆ ของประเทศจีน ได้ขับเคลื่อนงานด้านวิศวกรรมมาตลอด 127 ปี ผลิตผู้มีความรู้ความสามารถกว่า 300,000 คน และได้ผลิตนักวิชาการ ทั้งในและต่างประเทศกว่า 60 คน และผลิตผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจและออกแบบทางวิศวกรรมระดับประเทศอีก 31 คน เพื่อก้าวจากอันดับหนึ่งของจีนสู่อันดับหนึ่งของโลก โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงของประเทศจีน ถือเป็นการสร้างต้นแบบนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมการขนส่งของจีน


“การก่อตั้งสถาบันระบบรางเทียนโย่ว โดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยเซาท์เวสต์เจียวทงจะก่อเกิดคุณประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย นำเอาจุดเด่นของแต่ละมหาวิทยาลัย หลอมรวมเป็นการแลกเปลี่ยนทางการศึกษารูปแบบใหม่ระหว่างจีน-ไทย”

ขณะที่ รศ.ดร.รัชพล สันติวรากร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความร่วมมือทางวิชาการและวิจัยด้านหลักสูตรรถไฟความเร็วสูงอย่างแน่นแฟ้นและมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Southwest Jiaotong University มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เพื่อร่วมพัฒนาหลักสูตร “วิศวกรรมรถไฟความเร็วสูง” (High Speed Train Engineering)มาอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ขับเคลื่อนการผลิตบัณฑิตด้านวิศวกรรมรถไฟความเร็วสูง ในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน Ms. Yang Ning รักษาการกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดขอนแก่นเปิดเผยว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสักขีพยานในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ  สถาบันTianyou Railway Instutiueในต่างประเทศแห่งแรกของโลก ในปีนี้เป็นปีครบรอบ 10 ปีของการริเริ่มแบบแผนโครงการเส้นทางสายไหมใหม่แห่งศตวรรษที่ 21“一带一路” (หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง)  

การจัดตั้ง "สถาบัน Tianyou Railway Instutiue"  จึงนับเป็นโอกาสอันดี ในการสร้างนวัตกรรมร่วมกัน ส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้แก่ผู้เรียนในภูมิภาคประเทศไทยและเอเชียได้พัฒนาทักษะศักยภาพ เสริมสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถด้านรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้  " จีน-ไทย กลายเป็น ครอบครัวเดียวกัน"  และเพื่อให้ทั้งสองประเทศ  กระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น 


ทั้งนี้ สำหรับพิธีลงนามการจัดตั้งและเปิดศูนย์The KKU-SWJTU Tianyou Railway Institute  และหลักสูตร  (High Speed Train)  ในครั้งนี้มีข้อตกลงสำคัญ เพื่อส่งเสริมการดำเนินโครงการวิจัยร่วมกัน แลกเปลี่ยนเยี่ยมชม และฝึกอบรมด้านการขนส่งทางรางแลกเปลี่ยนบุคลากรและนักศึกษาทั้งสองสถาบันก่อให้เกิดองค์ความรู้การถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับสูงรวมไปถึงการผลิตบัณฑิตที่จะตอบสนองความต้องการในอุตสาหกรรมรถไฟความเร็วสูงของประเทศเพื่อสร้างบัณฑิตให้มีความรู้ความสามารถมีคุณภาพและศักยภาพด้านวิศวกรรมรถไฟความเร็วสูงเพื่อรองรับในตลาดแรงงานโดยมีระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2571)

นราธิวาส-เลขาธิการ ศอ.บต. ชื่นชมเยาวชนชายแดนใต้ ที่เข้าอบรมศาสนา ที่ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ หวังอยากเห็นเยาวชนทุกคน เติบโตเป็นคนดีของสังคม และอยู่ใกล้ชิดหลักคำสอนของศาสนาที่ดีงาม 

เมื่อวันที่ (9 กรกฎาคม 2566) พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ลงพื้นที่เยี่ยมให้ขวัญกำลังใจแก่เยาวชนที่เข้าศึกษาศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส พร้อมดูสถานที่เพื่อเตรียมจัดกิจกรรมการส่งเสริมการสร้างคนดี ตามหลักการทางศาสนาที่ถูกต้องเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศาสนาที่มีความสำคัญอย่างมากในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบกับพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 กำหนดให้ส่งเสริมศาสนิกชนทุกศาสนาได้มีการศึกษาอบรมหลักการทางศาสนาที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง อีกทั้งการเรียนศาสนาสำหรับเด็กมุสลิมและเด็กที่นับถือศาสนาพุทธมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปลูกฝังหลักการทางศาสนาเบื้องต้นตั้งแต่เยาว์วัย ณ วัดชลธาราวาส (วัดร่อน) ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นกิจกรรมของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดขึ้นเพื่อให้เยาวชนในพื้นที่ร่วมสืบสานและรักษาสังคมพหุวัฒนธรรมที่ดีงามของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขับเคลื่อนการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดความเข้าใจต่อหลักการทางศาสนา ที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างถูกต้อง นำไปสู่สังคมของคนดี อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข โดยมีนางสุนิสา รามแก้ว  ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กรมประชาสัมพันธ์) นายปัญญา น่วมประวัติ  ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กรมพัฒนาชุมชน) ข้าราชการในสังกัด ศอ.บต.  คณาจารย์และเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม กว่า 100 คน

ในการนี้ เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า เยาวชนคนที่เข้าร่วมศึกษาศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นจำนวนตัวเลขที่ไม่มาก แต่หากจำนวนดังกล่าวสามารถเป็นสะพานส่งต่อความดี เผยแพร่หลักคำสอนที่ถูกต้องของศาสนาไปยังเพื่อนฝูง และครอบครัว เชื่อว่าจะสามารถสร้างสังคมคนดีตามหลักศาสนาไปทั่วทุกมุมในชายแดนใต้ จะส่งผลให้เยาวชนพุทธบุตรเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีของสังคม ผลักดันการพัฒนาทุกมิติ ทั้งการพัฒนาคน ทรัพยากรมนุษย์ สุขภาพ การศึกษา อาชีพ และเป็นคนดี คนเก่ง มีความสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในอนาคตอยากเห็นลูกๆ ทุกคน เป็นลูกหลานชาวพุทธที่มีความใกล้ชิดหลักคำสอนของศาสนา โดยมีการพัฒนาการแสดงออกทางมารยาทของชาวพุทธ ให้เป็นคนดี มีกิริยาวาจาและพฤติกรรมอันพึงประสงค์ การพัฒนาศีล เป็นการฝึกตนให้เป็นคนดี มีศีลธรรมประจำใจ ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน มีการพัฒนาจิต ฝึกให้เป็นคนที่มีพลังจิตและสุขภาพจิตที่ดี และ มีการพัฒนาปัญญา ฝึกให้เป็นผู้ที่มีชีวิตอยู่อย่างรู้เท่าทันโลก นำพาชีวิตสู่ความสำเร็จต่อไป

สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการจัดการศึกษาทางศาสนาสำหรับเด็กและเยาวชนหลากหลายรูปแบบ อาทิ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศาสนาที่มีความสำคัญอย่างมากในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  อีกทั้งการเรียนศาสนาสำหรับเด็กมุสลิมและเด็กที่นับถือศาสนาพุทธมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปลูกฝังหลักการทางศาสนาเบื้องต้นตั้งแต่เยาว์วัย ศอ.บต. จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดให้มีกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อส่งเสริมสังคมแห่งคนดี บนวิถีความหลากหลายของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจากการรับฟังข้อเสนอของผู้นำศาสนา พบว่า กระบวนการขัดเกลาทางศาสนาให้แก่เด็กและเยาวชน ในปัจจุบันกระทำได้อย่างจำกัดเนื่องจากขาดการสนับสนุนงบประมาณ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการสนับสนุนอาหารกลางวันให้เด็กได้รับอาหารรับประทานในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.)  ซึ่งจะทำให้เกิดสมาธิศึกษาเล่าเรียนหลักการทางศาสนา เพื่อสร้างสังคมคนดีอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป 
ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

‘ชูวิทย์’ แนะ ‘ก้าวไกล’ ต้องรู้จัก ‘ประนีประนอม’ หากดึงดัน ‘แก้ ม.112’ จะถูกผลักกลับไปเป็นฝ่ายค้าน

(10 ก.ค. 66) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ หัวข้อ ‘ทางเลือกของก้าวไกล’ ระบุว่า ก้าวไกลได้รับเสียงจากประชาชนกว่า 14 ล้านเสียง แต่ยังต้องลุ้นเสียง ส.ว. อีกว่าจะโหวตผ่านให้พิธาเป็นนายกฯ หรือแม้แต่จะให้ก้าวไกลอยู่ในสูตรจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่

อย่างที่ผมเคยบอกไว้ว่า ‘มีก้าวไกล ไม่มี ส.ว.’ ก้าวไกลต้องเลือก หากต้องการเป็นรัฐบาลต้องเลิกแตะ ม.112 แต่การถอย คือการฆ่าตัวตายทางการเมือง เพราะมีจุดยืนหาเสียงไว้ชัดเจน ก้าวไกลยืนกรานไม่ถอย และเดินสายขอบคุณประชาชนถี่ยิบเพื่อให้เห็นว่า ‘เข้าตามตรอก ออกตามประตู’ เดินตามกติกาประชาธิปไตย สร้างความหวังให้คนเห็น แต่อำนาจในการบริหารประเทศไม่มีใครยกให้ง่าย ๆ เหมือนอย่างที่พูด ‘มีลุง ไม่มีเรา’

ก้าวไกลต้องตัดสินใจครั้งสำคัญเพื่อจะได้โอกาสบริหารประเทศต่อไป หากยุ่งเกี่ยวกับ ม.112 ได้ไปเป็นฝ่ายค้านแน่ แต่การผลักให้ก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน เป็นแค่การเลื่อนเวลา และกลับจะทำให้ก้าวไกลเข้มแข็งขึ้น หากก้าวไกลได้บริหารประเทศ จะได้เห็นข้อผิดพลาดมากกว่าจากมือใหม่ ที่ต้องไปเจอระบบราชการที่เขี้ยวลาก อย่าคิดว่าจะจัดการได้ทุกเรื่องในเวลาที่จำกัด และเงื่อนไขที่ไม่เอื้ออำนวย

ก้าวไกลจะถูกโดดเดี่ยว แม้ว่าได้คะแนนเสียงมาก แต่เป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ที่ต้องต่อสู้กับระบบเก่า การเมืองคือการประนีประนอม หากไม่ประนีประนอม ก็หมายถึงสงคราม ก้าวไกลต้องเรียนรู้เพื่อก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ก้าวไปเป็นเงื่อนไขให้ถูกผลักกลับไปแบบเดิมอีก

ทุกวันนี้ประชาชนมองก้าวไกลเสมือนหนุ่มสาวที่มีไฟอุดมการณ์คุกรุ่น ในประเทศที่การเมืองอยู่ในมือของคนรุ่นเก่า เลือกมาผิดหรือถูก อนาคตตัดสินได้ เป็นบทพิสูจน์ว่าความหวังฝากไว้ที่คนรุ่นใหม่ได้หรือไม่ ไม่มีประเทศไหนฝากอนาคตไว้กับคนรุ่นเก่า มันแค่ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top