Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

‘เอ้ ชุติมา’ สลัดลุคแซ่บ เปลี่ยนเป็นสายแบ๊ว หวานละมุนทุกองศา จนแฟนคลับจำแทบไม่ได้!!

(23 ก.ค. 66) หลังจากที่กระแสดรามาถาโถมเข้ามาอย่างหนัก สำหรับดาราสาวสวยแซ่บ อย่าง ‘เอ้ ชุติมา’ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวกับอดีตแฟนหนุ่ม อย่าง ‘ฟร้อง ศุภกิจ’ ที่ได้ออกมาร้องเรียนกับเพจสายไหม อีกทั้งยังแฉว่า เอ้ นั้นไม่ยอมจ่ายค่างวดรถ และนำรถไปซ่อน จนทำให้ฝ่ายชายถูกไฟแนนซ์จ่อดำเนินคดี อีกทั้งบ้านหลังโตยังถูกธนาคารยึดทำให้เสียเครดิต จึงได้ทำการฟ้องร้องเอ้ ในคดียักยอกทรัพย์ ส่วนฝ่าย เอ้ ก็ได้ออกมาพูดข้อเท็จจริงแบบหนังคนละม้วน ทำให้ทั้งคู่ต้องมาปะทะคารมกันในรายการดังใน ‘โหนกระแส’

ซึ่งหลังจากโต้คมรมกันไปมา ฝ่ายฟร้องก็ได้ทำการถอนฟ้องเอ้ พร้อมยินดีรับผิดชอบภาระหนี้สินทั้งหมดที่ตามมา โดยทางด้านทนายก็ขอให้เอ้อย่าฟ้องกลับฟร้อง เพราะอยากให้ทั้งคู่จบกันด้วยดี แต่เอ้ก็ยังคงยืนยันที่จะฟ้องกลับ ด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นบทเรียนของฝ่ายชายที่ทำอะไรไม่คิด!!

ล่าสุด ‘เอ้ ชุติมา’ ก็กลับมายิ้มสดให้คนรอบข้าง และแฟนๆ ได้เห็นอีกครั้ง พร้อมกับมาในลุคใหม่ที่ไม่มีใครเคยได้เห็นเธอในเวอร์ชันนี้ เพราะเธอได้สลัดลุคแซ่บออกหมดเปลือก และมาในลุคใหม่ที่แบ๊วบาร์บี้สุดๆ โดยเธอได้โพสต์คลิปวิดีโอลงบน Tiktok ส่วนตัว พร้อมกับระบุแคปชันเป็น อิโมจิหัวใจสีแดง งานนี้ด้านแฟนๆ ก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น และชื่นชมลุคนี้ของเธอกันเป็นจำนวนมาก อาทิ

“พี่เอ้สวยมากกก”
“ตัวแม่ก็คือตัวแม่ จะแคร์เพื่อ สวยที่สุดค่ะแม่”
“น่ารักที่สุดค่ะแม่ สวยไม่ส่างจริงๆ คนนี้”
“อายุเยอะยังให้ให้สวยขนาดนี้ สวยจริงๆ”
“สดใสมากค่ะ”
“สวยยยยยยยยมากกก” เป็นต้น

ญาติใจสลาย!! ‘ลุงนิวัฒน์’ โดดน้ำช่วยหลานชายวัย 6 ขวบ หลังพลัดตกเรือขณะกู้ลอบดักปู-ดักกุ้ง จนตัวเองจมน้ำดับ

(23 ก.ค. 66) สมาคมกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือ จังหวัดตราด ได้รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านด่านเก่า ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมือง จังหวัดตราด มีผู้จมน้ำภายในคลองบางพระ จำนวน 2 คน ผู้ใหญ่ 1 คน เด็กอีก 1 คน หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อมประสานตำรวจ สภ.เมืองตราด ร่วมในที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณศาลเจ้าขุนด่าน พบญาติกำลังนั่งร้องไห้อยู่ภายในศาล เมื่อเจ้าหน้าที่สอบข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ผู้ที่จมน้ำชื่อ นายนิวัฒน์ ศิลาอาสน์ อายุ 57 ปี ส่วนเด็กชายอายุ 6 ขวบ ปลอดภัยแล้วอยู่ระหว่างนำตัวกลับเข้าฝั่ง

จากนั้นกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ประดาน้ำจาก อ.เมืองตราด อ.เขาสมิง อ.แหลมงอบ และ อ.คลองใหญ่ ร่วมค้นหาตัวนายนิวัฒน์ ที่จมน้ำอยู่ในคลองบางพระ ที่ห่างจากศาลเจ้าขุนด่านประมาณ 3 กิโลเมตร

ขณะที่ตำรวจได้สอบถามเหตุการณ์ นายนิวัฒน์ และเด็กชายวัย 6 ขวบ เป็นญาติกัน โดยนายนิวัฒน์ ได้พาเด็กชายไปกู้ลอบดักปู ดักกุ้งด้วยกัน ในคลองบางพระ ระหว่างที่กำลังกู้ลอบอยู่นั้น เด็กชายวัย 6 ขวบ ได้พลาดตกเรือทำให้นายนิวัฒน์ กระโดดลงไปช่วย ขึ้นเรือได้ปลอดภัย แต่นายนิวัฒน์กลับจมหายไปในคลอง ก่อนที่เด็กชายวัย 6 ขวบ จะพายเรือกลับด้วยตนเอง และระหว่างทางพบชาวบ้านที่กำลังพายเรือมาตักกุ้งพบจึงพาตัวกลับส่งบ้านอย่างปลอดภัย

จนกระทั่งเวลา 12.00 น. กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด อยู่ระหว่างการวางแผนเพื่อค้นหาใต้น้ำ และมีอุปสรรคตามมาเนื่องจากสภาพอากาศมีฝนตกหนัก ไม่เอื้ออำนวยต่อการค้นหาในช่วงนี้

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.45 น. วันเดียวกัน ชุดประดำน้ำ กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด พบร่างนายนิวัฒน์ ศิลาอาสน์ อายุ 57 ปี ใต้คลองบางพระ ที่ความลึก 4 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่นายนิวัฒน์ จมน้ำ โดยก่อนพบร่างนายนิวัฒน์ นักประดาน้ำ พบเสื้อแขนยาวของนายนิวัฒน์ จากนั้นจึงขยายวงค้นหาเพิ่ม กระทั่งพบร่าง จากนั้นจึงช่วยกันนำร่างขึ้นจากใต้น้ำขึ้นฝั่ง ที่ท่าศาลเจ้าพ่อขุนด่าน ท่ามกลางญาติพี่น้องที่ยืนรอรับศพด้วยความเศร้าเสียใจ

เบื้องต้น ร.ต.อ.สมโภค ศรีชูจิต ร้อยเวร สภ.เมืองตราด พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลตราด เดินทางตรวจสอบและชันสูตรศพเบื้องต้น ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

‘จตุพร’ เปิดใจ!! เรื่องในอดีตที่ทำให้เจ็บปวด ชี้!! ยึดอํานาจจะไม่เกิด หากไร้ผู้ร่วมสมคบคิด

เมื่อไม่นานนี้ ผู้ใช้ติ๊กต็อกบัญชี ‘@RudyH20’ ได้แชร์คลิปวิดีโอ ‘คุณจตุพร พรหมพันธุ์’ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ที่ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ ‘Thairath Talk’ เกี่ยวกับประเด็น ‘คุณทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมมือสมคบคิดจนเกิดการปฏิวัติ ซึ่งคุณจตุพร ได้ระบุว่า… 

“ผมเป็นประธาน นปช. และเป็นผู้นําในการต่อสู้ที่อักษะ ซึ่งผมจะอยู่ในบริบทตกลงในเรื่องความรับผิดชอบหน้าที่ในการชุมนุม รับผิดชอบเรื่องเวทีพร้อมกับบรรดาแกนนํา ผมในฐานะหัวแถวก็ได้รับภารกิจนี้”

“ส่วนในเรื่องของคน แน่นอนที่สุดในการชุมนุมชนิดที่ต้องค้างคืนยาวนาน มันต้องใช้ ‘ระบบขนคนหมุนเวียน’ ซึ่งจะมีพี่น้องเสื้อแดงจากต่างจังหวัดอยู่แล้ว ส่วนช่วงตอนเย็นคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็จะมาร่วมสมทบ แล้วค่อยกลับบ้านกัน แต่ว่าต้องมีคนที่อยู่ประจําเป็นหลัก ซึ่งตกลงกันว่าในเรื่องของการขนคน จะมีจุดเช็ก รวมถึงมีจุดต่าง ๆ ก็ให้ในส่วนของนายกฯ ทักษิณเป็นคนรับผิดชอบ ส่วนเรื่องเวทีผมจะเป็นคนรับผิดชอบ ก่อนการเจรจาวันที่ 21 พ.ค. 2557 ในช่วงเช้า คนจาก 3 หมื่น เหลือไม่ถึง 500 คน จนกระทั่งเหลือหลักร้อยคน ผมก็รู้ว่ามีปัญหาแล้ว ก็รู้ว่ามีน้องในคณะสาม ป. ไปอยู่กับนายกฯ ทักษิณ จึงเป็นที่มาของการตัดกําลังคน เพราะว่าถ้าคนยังอยู่ที่อักษะ รองพื้น 3 หมื่นคนเหมือนเดิม ตอนเย็นเติมเป็นแสนคน การยึดอํานาจจะไม่เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย แต่ว่าเพราะมีการสมคบคิดกัน ขนาดวันที่ 19 พ.ค. 2553 ปิดล้อมสลายการชุมนุม คนยังเหลืออยู่ 5 พันคน ในแต่ละจุด แต่วันนั้นเหลือไม่ถึง 500 คน มีคนที่ทําได้คนเดียวคือ นายกรัฐมนตรี” 

เมื่อถามถึงสถานการณ์ตอนที่รู้ว่า เกิดปฏิวัติขึ้นแล้ว ถูกปิดห้องแล้ว คุณจตุพรโทรไปหาคุณทักษิณแล้วคุยอะไรกัน? คุณจตุพร ตอบว่า…

“ผมไม่ได้โทร ผมมีโอกาสพูดกับ 3 คนสุดท้ายก่อนการยึดอํานาจ มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และตัวผมเอง ซึ่งพลเอกประยุทธ์ก็บอกว่าไม่มีอะไร คุยกันแล้ว และประกาศในห้องว่า คุยเรื่องห้องน้ำห้องท่า แล้วก็ชี้ไปที่ กกต. ว่านี่ก็ไม่เลือกตั้ง ชี้ไปที่คุณชัยเกษม ว่านี่ก็ไม่ลาออก ดังนั้น ผมจึงขอยึดอํานาจตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ทําท่าทางประมาณว่าไม่ทันแล้ว หลังจากนั้น ก็เริ่มทยอยถูกนําตัวออกไป ซึ่งคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ถูกนำตัวออกไปเป็นคนแรก” 

เมื่อถามว่า เรื่องเหล่านี้ไม่ได้ทำให้คุณจตุพรทะเลาะกับคุณทักษิณใช่หรือไม่? แบบนี้ประชาชนทุกคนก็จะไม่รู้เรื่องนี้ คุณจตุพร ตอบว่า…

“ผมก็ไม่พูด ผมก็กลืนเลือดไป ผมเจ็บมากนะ เพราะว่านั่นคือ ‘การยึดอํานาจ’ และไปกระทําการโดยที่เราอยู่ในสนามรบ รับผิดชอบชีวิตผู้คน และไปเจรจากับผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น แต่ว่าผมก็รู้แล้วว่า เราทําได้เพียงแค่ต้องการยื้อเวลา แล้วก็สามารถยื้อได้สองวัน แต่สุดท้ายก็ไม่รอดอยู่ดี” 

คุณจตุพร ยังเล่าต่อว่า ตนไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องใส่ร้าย ถ้าไม่เป็นความจริงก็เรียงกันมาหน้าถลกหนังผมแดงเถือกแล้ว เมื่อเรานําทัพการต่อสู้ แล้วดันถูกทรยศหักหลังซึ่งหน้ากันแบบนั้น เราเจ็บปวด แต่เรารู้ว่าถ้าเราพูดในขณะนั้นคนที่เจ็บปวดมากกว่าเรา คือ ‘ประชาชน’ 

เมื่อถามว่า ในมุมของคุณจตุพร รู้สึกโกรธคุณทักษิณ หรือพลเอกประยุทธ์? คุณจตุพร ตอบว่า…

“ณ วันนี้มันเลยความโกรธทั้ง 2 คนนั้นไปแล้ว ในวันนั้นผมโกรธทั้ง 2 คน ทั้งคนเปิดประตูให้ยึดกับคนยึด มันก็ควรโกรธเสมอภาคกันอย่างสมควร ถ้าไม่เปิดประตูให้ยึด การยึดก็ไม่ง่ายหรอก แต่เพราะว่ามันเกิดการสมคบ เกิดการสยบยอม โดยที่ไม่ได้บอกความจริงกับประชาชน”

‘รถไฟหัวกระสุนฟู่ซิง’ เปิดตัวแล้ว ที่นครฉางชุน ประเทศจีน ออกแบบพิเศษสำหรับ ‘เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19’ โดยเฉพาะ

ยลโฉม ‘รถไฟหัวกระสุนฟู่ซิง’ ขบวนออกแบบพิเศษสำหรับการแข่งขันกีฬาหางโจว เอเชียน เกมส์ ครั้งที่ 19 ซึ่งถูกนำออกจากสายการผลิตอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ (21 ก.ค.)

รายงานระบุว่า รถไฟหัวกระสุนฟู่ซิงขบวนนี้ผลิตโดยบริษัท ซีอาร์อาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์ วีฮิเคิลส์ จำกัด (CRRC Changchun Railway Vehicles) ในนครฉางชุน มณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน

(บันทึกภาพวันที่ 21 ก.ค. 2023)
 

‘อัษฎางค์’ เผย!! สิ่งที่ด้อมส้มยังไม่รู้ แต่ผมรู้ ผู้ขัดขวาง ‘พิธา’ ไม่ใช่แค่ ส.ว.และ ส.ส.ต่างขั้ว

(23 ก.ค.2566) นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค’ ระบุว่า...

“เพื่อนรักหักเหลี่ยมด้อม”

สิ่งหนึ่งที่ด้อมส้มไม่รู้ แต่ผมรู้ ก็คือ...

คนที่กีดกันหรือไม่อยากให้พ่อทิมเป็นนายกฯ ไม่ใช่แค่ ส.ว.และ ส.ส.ฝ่ายอนุรักษนิยม 

แต่ยังมี…
เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด 2 คนข้างๆ นั้นแหละ

คนหนึ่ง เค้าก็คิดว่า เงินกรู
อีกคน เค้าก็คิดว่า สมองกรู

มรึงมาที่หลังแบบเงียบๆ แต่มรึงจะคว้าเก้าอี้นายกฯ ไปแบบฟลุคๆ ไม่ได้นะเพื่อน กรูs (กูแบบพหูพจน์) อิจฉา

เพราะฉะนั้น กรูs แอบลุ้นอยู่เงียบๆ โดยการอาศัยมือ ส.ว.และ ส.ส.อนุรักษนิยมผู้จงรักภักดี ล้มกระดานที่นำไปสู่เส้นทางการเป็นนายกฯ ของมรึง

กรูลงทุนไปเยอะ ดังนั้นกำไรที่กรูs จะได้ต้องเป็น มวลชนที่ถูกบิวให้เกิดอารมณ์ผิดหวัง โกรธแค้น มาเป็นมวลชนผลักดันให้กูS นี่แหละเป็นนายกฯ ตัวจริง ในอนาคต ไม่ใช่มรึง

กรูรออยู่ มรึงอย่าหวังว่าจะมาตัดหน้า

แต่กรูหวังว่ามรึงคืออีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่จะทำกำไรให้กรูบรรลุเป้าหมาย เข้าใจมั้ยเพื่อน

มรึงเป็นหนู ส.ว.เป็นแพะ ส่วนกรูs ต้องเป็นตาอยู่
เข้าใจไว้ด้วย

นิสัยคนไทยอะนะ “เวลารบจะสามัคคี แต่เวลาอยู่ดีจะตีกัน”

ลองดูสมัยที่พวกมรึงตีกันดิ แล้วดูตอนนี้เพื่อไทยตั้งโต๊ะแถลงข่าวกับ รทสช. / ภูมิใจไทย และ พปชร. ดิ

“เวลารบจะสามัคคี แต่เวลาอยู่ดีจะตีกัน”

นี่แหละคนไทย

‘นิโคล’ ไม่หวงหาก ‘ทิกเกอร์’ มีแฟน ชี้ เป็นเรื่องปกติของวัยรุ่น รับอาจจะเหงาบ้าง เพราะมีกันอยู่แค่สองคน แต่เข้าใจลูกดี

(23 ก.ค. 66) เรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ สำหรับหนุ่ม ‘ทิกเกอร์ อชิระ เทริโอ’ ทายาทนักร้องดังยุค 90 ‘นิโคล เทริโอ’ และ ‘แมว จิรศักดิ์ ปานพุ่ม’ ที่นอกจากจะเป็นนักร้องมากความสามารถแล้ว ความหล่อยังขึ้นแท่นลูกรักพระเจ้าด้วย

งานนี้มีโอกาสได้เจอ ‘ทิกเกอร์’ พร้อมคุณแม่ ‘นิโคล’ ก็ขอจิ้มไมค์ถามเลยว่า หล่อและเก่งรอบด้านขนาดนี้คุณแม่หวงไหม งานนี้นิโคล ตอบทันทีเลยว่า…

“หวงไหมเหรอ ไม่หวงค่ะ (หัวเราะ) แต่มีความเป็นห่วงทั่วไป เขาโตแล้ว ถ้าวันนึงเขามีแฟนแล้วไม่มีเวลาให้ เราว่ามันเป็นปกตินะคะ ไม่ว่าจะมีแฟน หรือไม่มีแฟน หรือทำงาน หรือการที่เราจะใช้เวลาที่ห่างออกจากกัน มันเป็นธรรมชาติค่ะ ก็ต้องเหงาอยู่แล้วค่ะในฐานะที่เราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หมายถึงว่ามีกันสองคน แต่ถ้าเรารู้ว่าลูกรักเรา ลูกไปทำงานนะ ก็โอเคค่ะ แต่มันก็ต้องมีอารมณ์เหงาอยู่แล้ว นี่ขนาดอยู่ด้วยกันยังคิดถึงเลย”

ด้านทิกเกอร์ เผยว่า “ถามว่าแม่ชอบผู้หญิงแบบไหน จริงๆ ก็น่าจะเป็นคนที่คบกันแล้วส่งเสริมกัน ไปด้วยกันได้ คุณแม่ไม่น่าจะคิดอะไรลึกขนาดนั้น แต่ถ้าผมคบกับใครแล้วดี แม่ก็น่าจะโอเค คือส่งเสริมกัน”

เมื่อถามถึงเรื่องทิกเกอร์ ถูกจับจิ้น กับ ‘อ๊ะอาย’ คุณแม่ก็หัวเราะ พร้อมบอกว่า “กับน้องอ๊ะอายเหรอคะ อ๊ะอายน่ารักค่ะ ทิกเกอร์ว่าไง หม่ามี๊ก็ว่างั้น เขาเป็นเพื่อนกันค่ะ แต่อ๊ะอายน่ารักนะคะ เจอกันบ่อยเลยค่ะ เจอกันในงานนะคะ”

ถามว่าทิกเกอร์รู้สึกยังไงที่ถูกจับจิ้น เจ้าตัวเผยว่า “ผมอธิบายความรู้สึกไม่ได้ครับ แต่ขอบคุณที่ติดตามงาน และเห็นถึงความตั้งใจของผมกับอ๊ะอาย เพราะเราตั้งใจในการทำงานมากๆ ขอบคุณที่ทุกคนติดตามกันและเห็นถึงความตั้งใจครับ”

นอกจากนี้ นิโคลยังเผยว่า “ก็ขอบคุณมากๆ นะคะที่ให้การต้อนรับและรักทิกเกอร์ ก็ในฐานะที่เป็นแม่นะคะ ก็ไม่มีอะไรที่จะดีใจและภูมิใจมากไปกว่านี้แล้วค่ะ การที่เราได้เห็นลูกเราได้ก้าวมาทำงานในสิ่งที่เขารัก และได้การยอมรับ อันนี้คือที่สุดแล้วค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ ก็ยินดีกับลูกมากๆ ค่ะ”

เลขาธิการ ศอ.บต. นำทีมเยือนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า ต.บาตง อ.รือเสาะ

พร้อมการันตีคุณภาพ 'นุ่ม รสชาติดี ศรีบาตง' เตรียมผลักดันให้ชุมชนปลูกกาแฟในสวนผสมผสานมากยิ่งขึ้น ให้เป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นชายแดนใต้ นำไปสู่ห่วงโซ่ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน    

พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วย นางสาวเกษร บุญถนอม ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่แปลงสวนยางพารา หมู่ที่ 5 ตำบลบาตง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมนางซารีฮะ สะมาวี เกษตรกรต้นแบบในการคิดค้นการปลูกต้นกาแฟโรบัสต้าในพื้นที่บ้านบาตง พร้อมชมต้นกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าที่เน้นการปลูกกาแฟในสวนผสมผสานกับการปลูกยางพาราใช้พื้นที่ในการปลูกปะมาณ 7 ไร่ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งได้พัฒนาสายพันธุ์กาแฟให้สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ตำบลบาตงแห่งนี้ ถือเป็นแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาการปลูกและการผลิตกาแฟโรบัสต้า ภายใต้ระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมผลัดดันให้ส่งเสริมอาชีพการปลูกกาแฟ เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ประชาชนสามารถสร้างรายได้ได้เป็นอย่างดี รวมทั้ง พัฒนาสายพันธุ์กาแฟที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีและเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของจังหวัดชายแดนภาคใต้ และไม่ต้องนำพันธุ์ต้นกาแฟจากพื้นที่อื่นเข้ามาส่งเสริมการเพาะปลูกให้กับเกษตรกร อีกด้วย 

ในการนี้ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร กล่าวว่า วันนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งในการสนับสนุนการปลูกและผลิตกาแฟโรบัสตาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ บริเวณที่เรามาเยือนในครั้งนี้เรียกว่าบ้านบาตง ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 5 อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และที่เห็นต้นกาแฟทั้งหมดนี้คือต้นกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า ซึ่งเมื่ออดีตได้ปลูกกันมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบันและได้พัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับกับตลาดที่ต้องการ และแปลงปลูกกาแฟแห่งนี้มีการปลูกแซมกับต้นยางพารา ถือเป็นสิ่งสิ่งมหัศจรรย์มาก เพราะปกติแล้วกาแฟจะให้ผลผลิตเมื่อเราเริ่มปลูกครั้งแรกคือ 3 ปี แต่พื้นที่ตรงนี้ปลูกแค่ 2 ปีก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว และให้ผลผลิตปีละ 2 ครั้ง ถือเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งในวันข้างหน้าอาจจะมาแทนที่พืชชนิดอื่น ๆ และสามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี โดยที่ผ่านมา ศอ.บต. ได้เข้ามาส่งเสริมความรู้แก่เกษตรกรในพื้นที่ ให้ปลูกต้นกาแฟมีคุณภาพ วิสาหกิจชุมชนได้นำไปแปรรูป และนักดื่มกาแฟยืนยันว่าคุณภาพดี โดยการันตีด้วยรสชาติ “นุ่ม รสดี ศรีบาตง” รวมถึงผลผลิตค่อนข้างสูง และมีผลโตทำให้เมล็ดกาแฟมีคุณภาพดีและที่สำคัญในอนาคตภาคเอกชนจะเข้ามาร่วมมือนั่นคือ Cafe Amazon เพื่อช่วยพัฒนาการผลิตในการปลูกบำรุงรักษา หากมีคุณภาพดีก็จะรับซื้อ วันนี้ ศอ.บต. เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุน พร้อมมอบความรู้การปลูกต้นกาแฟให้มีคุณภาพแก่สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เครือข่ายเกษตรกร โดยเน้นกลุ่มที่ทำอยู่แล้วและต้องการคุณภาพมาก่อนปริมาณ หากว่ารวมกลุ่มกันให้เข้มแข็งคิดว่าผลผลิตจะเพียงพอระดับหนึ่งในเชิงพาณิชย์ในอนาคตต่อไป

ด้าน เกษตรกร ผู้ปลูกต้นกาแฟ ในพื้นที่ กล่าวขอบคุณ ศอ.บต. ที่ผ่านมาได้มอบความรู้วิธีการปลูก การรักษา การบำรุง รวมถึงการตกแต่งกิ่งของต้นกาแฟ เพื่อให้เจริญเติบโตให้มีคุณภาพ พร้อมได้สนับสนุนหลายๆ อย่างให้เกษตรกรในพื้นที่สามารถมีผลผลิตจากต้นกาแฟ และจำหน่ายได้ ปัจจุบันมีการจำหน่ายทั้งในโลกออนไลน์ และในชุมชน ภายใต้ชื่อ SAMAWEE COFFEE มีทั้งแบบคั่วอ่อน คั่วกลางและคั่วเข้ม และเป็นที่ยอมรับของตลาดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะวัยรุ่นในชุมชนนิยมหันมาบริโภคกาแฟมากยิ่งขึ้น ทำให้ตนเองและครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย 

จากนั้น เลขาธิการ ศอ.บต. เยี่ยมสถานที่เพาะพันธุ์ต้นกล้ากาแฟซึ่งเป็นบ้านของนางซารีฮะ สะมาวี เกษตรกรต้นแบบ  เพื่อชมวิธีการนำเมล็ดกาแฟไปเพาะโดยใช้ระยะเวลา 2 เดือนกว่าจะงอกเป็นต้นกล้า และนำไปจำหน่ายให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ร่วมถึงประชาชนทั่วไปที่สนใจนำไปเพาะปลูก ก็สามารถซื้อไปปลูกได้ ในราคาต้นละ 25 บาท จากนั้นได้ชมวิธีสาธิตการบดเมล็ดกาแฟ และนำเมล็ดกาแฟที่บดแล้วไปบรรจุใส่ถุงเพื่อนำไปจำหน่าย ตลอดจนเยี่ยมชนศูนย์วิสาหกิจชุมชนที่กำลังก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้ และศูนย์แห่งนี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกต้นกาแฟ และเป็นที่รวมของกลุ่มประชาชนทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ชอบดื่มกาแฟ ได้ร่วมพบปะพูดคุยต่าง ๆ   

สำหรับกาแฟโรบัสต้ามีการปลูกอย่างแพร่หลายในภาคใต้ และกาแฟต้นแรกของในภาคใต้ถูกปลูกที่อำเภอสะบ้าย้อย โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีพระราชดำรัสในครั้งเสด็จปฏิบัติพระราชกรณียกิจและเยี่ยมเยียนพสกนิกรและข้าราชการณ์ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งเสริมอาชีพการปลูกกาแฟเป็นอาชีพเสริม ในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาพันธุ์กาแฟให้เหมาะสมกับภูมิศาสตร์พื้นที่ ในการสนองพระราชดำรัสสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนโครงการพัฒนา การปลูกและการผลิตกาแฟโรบัสต้า ภายใต้ระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนระหว่าง ศอ.บต. สภาเกษตรกรแห่งชาติ และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีก โดย Cafe Amazon เพื่อเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัจจุบันนิยมปลูกในสวนที่ผสมผสานกับพืชชนิดอื่น ตามพื้นที่ว่าง ส่วนใหญ่ อยู่ในพื้นที่ อ.เบตง อ.ธารโต จ.ยะลา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และอ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

‘ฟลุค เดอะสตาร์’ ทวีตจวก ‘ก้าวไกล’ เป็นภาระ!! ชี้!! ถ้าตั้งรัฐบาลสำเร็จตั้งแต่แรก ‘เพื่อไทย’ ก็ไม่ซวย

(23 ก.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพชร ธรรมมล หรือ ‘ฟลุค เดอะสตาร์’ นักร้อง นักแสดง ที่ผันตัวมาเล่นการเมืองภายใต้สังกัดพรรคเพื่อไทย ได้ทวีตข้อความ โดยระบุว่า…

“ถ้าก้าวไกลมีปัญญาทำให้สำเร็จแต่แรก วันนี้เพื่อไทยไม่ซวยนะ ภาระชิบหาย”

ทั้งนี้ ชาวทวิตเตอร์ต่างเข้ามารีทวีตข้อความดังกล่าว พร้อมกับแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

ต่อมา ฟลุค ยังทวีตเพิ่มเติมอีกว่า…

“แล้วไง? ใครจะเถียงว่า พท.ไม่ได้กำลังเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวความล้มเหลวที่ กก.ทิ้งไว้พา 8 พรรคไปต่อให้ไกลที่สุด ซึ่งผลมันก็มาจากคำโกหกว่า ส.ว.เป็นเสือกระดาษโหวตให้ 100 เสียง ชัวร์ไหน? วันนี้ พท.พยายามหาเสียงโหวตเพิ่ม แล้วก้าวไกลทำอะไรครับนอกจากปล่อย ส.ส.มาทวิตแขวะ? ทำตัวแบบนี้ก็ภาระจริงนะ ยืนยัน”

“ถ้าไม่เดินต่อในทางที่เดินได้ตามกติกาเพื่อร่าง รธน.ใหม่ตัดอำนาจ ส.ว.ในรอบหน้า อินฟลูทั้งหลายที่เอาข้าพเจ้าไปแขวนกับทัวร์ส้มจะออกมานำมวลชนปฏิวัติก็ได้นะครับ เชื่อว่าทำได้ จิตใจมันสู้กว่าใครอยู่แล้ว จะรอนะ💋🧡”

ลือสนั่น!! ความสัมพันธ์ ‘เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน’ เริ่มสั่นคลอน หลังวงในอ้างทั้งคู่ห่างกันสักพักแล้ว ด้านแฟนคลับออกโรงป้อง

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 66 ‘ดิ อินดิเพนเดนท์’ สื่ออังกฤษ รายงานว่า แฟนๆ ที่ชื่นชมออกมาปกป้อง ‘เจ้าชายแฮร์รี และเมแกน’ ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ท่ามกลางข่าวลือสะพัดว่าทั้งคู่แยกทางกันแล้ว

โดยมีกระแสข่าวว่า หลังจาก ‘Spare’ หนังสือบันทึกความทรงจำของเจ้าชายแฮร์รี แห่งราชวงศ์อังกฤษ วางแผง ก็เริ่มมีการคาดเดาว่าความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน พระชายา ที่เข้าพิธีเสกสมรสกันในปี 2018 อาจไม่มั่นคงอย่างที่เคยเป็นมา ตามรายงานของ ‘Entertainment Tonight’ ระบุว่า…

“เจ้าชายแฮร์รี พระชันษา 38 ปี ได้เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เพื่อพักผ่อนและใช้เวลาห่างจากพระชายาของพระองค์”

ส่วน ‘RadarOnline’ รายงานเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยอ้างคนวงในบอกว่าทั้งคู่ได้ห่างกันสักพักแล้ว “พวกเขากำลังพยายามทบทวนว่าอะไรที่เป็นปัญหาของพวกเขา” และว่า “เจ้าชายแฮร์รี ไม่เหมาะกับโลกมายาของเมแกน”

ขณะที่มีรายงานว่าเมื่อข้อตกลงมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนทำกับ ‘Spotify’ ได้สิ้นสุดลงเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ก็มีกระแสข่าวลือเกิดขึ้นอีกครั้ง บลูมเบิร์กรายงานถึงความยุ่งยากของเมแกนในการเลือกแขกที่จะเชิญมาในรายการ โดยขณะที่เจ้าชายแฮร์รีทรงอยากให้เชิญ โดนัลด์ ทรัมป์, วลาดิมีร์ ปูติน และมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก มาร่วม แต่ผู้บริหารดูจะไม่กระตือรือร้นกับไอเดียเหล่านี้ของพระองค์

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวอีกรายบอกกับ ‘Page Six’ ว่า “เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ยังคงอยู่ด้วยกันและแต่งงานอย่างมีความสุข”

ด้านแคที นิโคล ผู้เขียนเรื่อง ‘The New Royals’ กล่าวกับ ET ว่า “ประสบการณ์ของฉันกับแฮร์รีและเมแกน เมื่อใดก็ตามที่ฉันอยู่กับพวกเขา ในฐานะคู่รักที่สนิทกันมากๆ ประกายแห่งความมีชีวิตชีวาของพวกเขา ทำให้ฉันรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องจริงเสมอ”

แฟนคลับอีกรายหนึ่งที่สนับสนุนคู่รักต่างฐานันดรคู่นี้ ทวีตว่า “โปรดรู้ไว้ว่าฉันเป็นแฟนตัวยงของเมแกน ตั้งแต่เรื่อง ‘Suit’ และเจ้าชายแฮร์รีตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และฉันเข้าร่วมในทวิตเตอร์ เพราะฉันกำลังมองหาวิธีที่จะปกป้องและสนับสนุนพวกเขา เป็นเรื่องดีที่รู้ว่าพวกเราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง”

สุนทรียภาพแห่ง 'แพร่' หมุดหมายเพื่อ นทท.สายธรรมชาติ 'ลานกางเต้นท์-เต็นท์กระโจม' ราคาถูก อาหารเช้าก็มีด้วยนะ

สำหรับใครที่กำลังมีแผนหนีร้อนไปพึ่งอากาศสบายๆ ในภาคเหนือ โดยเฉพาะสายท่องชม รับลมธรรมชาติ ที่ยังไม่มีพิกัดเกินคาดให้เคลิบเคลิ้มในช่วงวันหยุดยาวปลายเดือน ก.ค. THE STATES TIMES ก็อยากขอแนะนำจังหวัดแพร่ อีกหนึ่งจังหวัดที่มีที่พักสไตล์ Camping คอยรองรับ 

โดยที่พักที่ก่อตัวขึ้นในจังหวัดนี้ ต้องบอกว่ามีแต้มต่อเรื่องบรรยากาศดี วิวสวย มุมถ่ายรูปก็มี เอาใจสาวๆ ที่ชอบถ่ายรูปด้วยนะ

ส่วนตัวของแอดมินเอง ก็มีที่พักที่ติดใจ และคิดว่ามีโอกาสต้องหาเวลาไปซ้ำ คือ 'บ้านไร่เลควิว' ซึ่งที่นี่มีพร้อมทั้งร้านกาแฟ, ร้านอาหาร, ลานกางเต็นท์ และ เต็นท์กระโจม

📌 เรียกว่าสายคนรักการพักผ่อนแบบ Campsite ที่รีสอร์ต 'บ้านไร่เลควิว' จะโดดเด่นมากเรื่องลานกางเต้นท์ และ เต็นท์กระโจมราคาถูกพร้อมอาหารเช้า

📌 ห้อมล้อมได้ด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ อากาศในช่วงกลางคืนเย็นสบายตลอดทั้งปี โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ป่าไม้, ภูเขา และอ่างเก็บน้ำ ตั้งอยู่ในตำบลแม่จั๊วะ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ห่างจากทางหลวงสาย 101 (สายหลัก กรุงเทพ - น่าน/พะเยา/เชียงราย) เพียง 2 กม. มีถนนลาดยางตลอดเส้นทางไปจนถึงรีสอร์ต
=================
ใครสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทร : +66 64 226 6299 (สั่งจองอาหารหรือหมูกระทะล่วงหน้าได้ด้วยนะจ๊ะ)
Website: www.baanrailakeview.com
Google map : https://goo.gl/maps/7HrQruQk7iTB36C39


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top