Monday, 27 July 2026
Hard News Team

'เซ็นทรัลฯ' ลุยปรับโฉมร้าน Family Mart พลิกโฉมเป็น Tops Daily ยัน!! แม้จะมีการเปลี่ยนชื่อร้านแล้ว แต่ 'โอเด้ง' ยังมีขายตามปกติ

เมื่อไม่นานมานี้ เซ็นทรัล รีเทล หรือ CRC ผู้บริหารเชนร้านสะดวกซื้อ Family Mart เริ่มทยอยปรับโฉมและเปลี่ยนชื่อร้าน Family Mart เป็น Tops Daily แล้ว เช่นสาขาในย่านปิ่นเกล้า ทั้งการเปลี่ยนป้ายหน้าร้าน และประโยคต้อนรับลูกค้าของบรรดาพนักงาน

อย่างไรก็ตาม สำหรับแฟนสินค้าเด่นของ Family Mart อย่าง ‘โอเด้ง’ ยังสบายใจได้ เนื่องจากพนักงานของร้านยืนยันว่า แม้จะมีการเปลี่ยนชื่อร้านแล้ว แต่โอเด้งยังมีขายตามปกติ

การเปลี่ยนแปลงนี้ คาดว่าเป็นไปตามแนวทางที่ CRC ประกาศเมื่อช่วงต้นปี 2566 นี้ ว่าจะปรับกลยุทธ์ของธุรกิจค้าปลีก ด้วยการใช้แบรนด์ Tops เป็นแกนกลาง ขณะเดียวกันความต้องการของผู้บริโภคยังเปลี่ยนแปลงไปด้วย

โดยนายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล กล่าวในขณะนั้นว่า เทรนด์ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อในไทยเปลี่ยนแปลงไป ตลาดต้องการร้านที่ขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ร้าน Family Mart ซึ่งมีพื้นที่เฉลี่ย 120 ตร.ม. ไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ต่างจากร้านในแบรนด์ Tops ที่มีขนาดพื้นที่ร้านประมาณ 250-300 ตารางเมตร จึงมีความหลากหลายของสินค้ามากกว่า

พร้อมกันนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังปรับยุทธศาสตร์ด้านแบรนด์ด้วยการโฟกัสการใช้แบรนด์ Tops กับธุรกิจต่าง ๆ ในกลุ่มสินค้าอาหารเพื่อสร้างการจดจำ เช่น Tops, Tops Food Hall, Tops Fine Food, Tops Club และ Top Daily

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ร้าน Family Mart ในไทยมีสาขาลดลงต่อเนื่องจากจำนวนประมาณ 1,000 สาขา เมื่อปี 2560-2561 แต่ในช่วงปี 2564 ลดเหลือ 805 สาขา และปัจจุบันข้อมูลบนเว็บไซต์ของเซ็นทรัล รีเทล ระบุว่า บริษัทมีร้านสะดวกซื้อ 409 สาขา

สำหรับเส้นทางธุรกิจร้าน Family Mart ในประเทศไทยนั้น Family Mart เป็นร้านสะดวกซื้อสัญชาติญี่ปุ่น ภายใต้การบริหารของแฟมิลี่มาร์ทกรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท อิโตชู จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาเปิดสาขาแรกในประเทศไทย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2536 ที่พระโขนง ตามด้วยสาขา 2 ที่สีลม ต่อมาเปิดสาขาแฟรนไชส์แห่งแรกที่เสนานิเวศน์ ก่อนจะมีสาขาครบ 100 สาขา ในธันวาคม 2542 ด้วยการเปิดสาขาลาดพร้าว 35 ตามด้วยสาขาในต่างจังหวัดเป็นครั้งแรกในจังหวัดชลบุรี คือ สาขาพัทยาวงศ์อมาตย์

สำหรับหนึ่งในสินค้าฮิตอย่างโอเด้งนั้น เริ่มขายใน 10 สาขาเมื่อสิงหาคม 2549 จากนั้น Family Mart เดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง โดยมีสาขาครบ 500 สาขาในปี 2551 และครบ 600 สาขา ในปี 2553 จากนั้น ปี 2555 เมษายนจึงเปิดสาขาลำดับที่ 700 และเปิดสาขาลำดับที่ 800 เมื่อปี 2556

ขณะเดียวกันบริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอรร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมเซ็นสัญญาลงนามในสัญญาร่วมทุน กับ บริษัท แฟมิลี่มาร์ท จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2555 และต่อมาเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัดเมื่อปี 2556

ต่อมาในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด บริษัทย่อยของ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อหุ้นของ บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด ในอีก 49.00% ที่เหลืออยู่จาก แฟมิลี่มาร์ท ประเทศญี่ปุ่น ทำให้แฟมิลี่มาร์ทในไทยเหลือสถานะเพียงแฟรนไชส์ของแฟมิลี่มาร์ทญี่ปุ่น

‘รองโฆษก ปชป.’ เตือนสติ ‘แก๊งทะลุวัง’ งดหยาบคาบ-รุนแรง ชี้!! ‘ภาพ-เสียง’ ว่อนออนไลน์ อาจย้อนกลับมาทำร้ายในอนาคต

(8 ส.ค. 66) นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นต่อกรณีพฤติกรรมการแสดงออกทางการเมืองกับผู้เห็นต่างของกลุ่มเยาวชนที่เรียกตนเองว่า ‘กลุ่มทะลุวัง’ โดยเฉพาะภาพที่ปรากฏต่อสาธารณะในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ที่ทำให้สังคมส่วนใหญ่รับไม่ได้กับพฤติกรรมความหยาบคาย และมีการคุกคามผู้เห็นต่างในรูปแบบต่าง ๆ กัน รวมถึงมีการใช้ความรุนแรงในรูปแบบการปาข้าวของ กีดขวางการเดินทาง และทำลายสถานที่ราชการ

นางดรุณวรรณ กล่าวต่อด้วยว่า ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิคิดต่าง แต่ต้องมีการแสดงออกอย่างเคารพสิทธิ เสรีภาพ ของผู้อื่นด้วยจึงจะได้ชื่อว่าเป็นนักประชาธิปไตยโดยแท้จริง พฤติกรรมของกลุ่มทะลุวังเมื่อวานนี้ (7 ส.ค.66) ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบจากการคุกคาม รวมถึงสื่อมวลชนบางส่วนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่รายงานสถานการณ์ไปยังสาธารณะชน

ทั้งนี้จึงอยากฝากไปถึงเยาวชนกลุ่มทะลุวังว่า พฤติกรรมการแสดงออกที่แสดงถึงความหยาบคาย คุกคาม ใช้ความรุนแรง ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เมื่อกระทำแล้วต้องยอมรับให้ได้ว่าไม่ว่าในโลกความจริงหรือโลกดิจิทัล การกระทำมีผลของมันเสมอ สิ่งต่าง ๆ ที่เยาวชนกลุ่มนี้ตัดสินใจทำลงไป ไม่ว่าจะมาจากแรงจูงใจใด หรือมีใครอยู่เบื้องหลังก็ตาม ท้ายที่สุดจะกลายเป็น Digital Footprint คือ รอยเท้าบนโลกดิจิทัลทิ้งร่องรอยไว้บนโลกโซเชียลแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ทั้งตนองและผู้อื่นเอาไปนำเสนอไว้ ตามมาหลอกหลอน ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของตนเองในอนาคตได้

“นอกเหนือจาก Digital Footprint ที่เยาวชนกลุ่มนี้ต้องเผชิญแล้ว การกระทำบางอย่างที่ทำเกินขอบเขตของกฎหมายก็ต้องถูกเอาผิด รับโทษทัณฑ์ เสียโอกาส หมดอนาคตได้ด้วยเช่นกัน จึงอยากแนะนำว่าพฤติกรรมการใช้ความรุนแรง อาจสร้างความสนใจได้แค่เพียงช่วงสั้น ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของตนเองได้ในระยะยาว” นางดรุณวรรณ กล่าวย้ำ

ครม. อนุมัติงบกลางฯ 2.99 พันล้านบาท จ่ายค่าตอบแทนเสี่ยงภัยโควิดให้ ‘บุคลากรการแพทย์’

(8 ส.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 ส.ค. 66 ได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วงเงิน 2,995.95 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนเสี่ยงภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานระหว่างเดือน ก.ค. 64 - มิ.ย. 65 ของหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุขและนอกสาธารณสุข รวม 8 หน่วยงาน ดังนี้

1. กระทรวงสาธารณสุข 1,362.77 ล้านบาท
2. กระทรวงการอุดมศึกษาฯ 561.46 ล้านบาท
3. กระทรวงกลาโหม 385.10 ล้านบาท 
4. กระทรวงมหาดไทย 420.39 ล้านบาท 
5. กระทรวงยุติธรรม 92.16 ล้านบาท
6. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 52.16 ล้านบาท
7. สภากาชาดไทย 111.78 ล้านบาท
8. โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ 10.13 ล้านบาท

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ความจำเป็นของเรื่องที่นี้เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขได้รวบรวมค่าใช้จ่ายในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดเชื้อโควิด-19 พบว่ายังมีค่าใช้จ่ายในส่วนที่เป็นค่าตอบแทนเสี่ยงภัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขค้างจ่ายในปีงบประมาณ 2564-64 ของหน่วยงานทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ค่าตอบแทนบุคลากรนอกเหนือภารกิจปกติ สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานนอกสถานพยาบาล 

ดังนั้น เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขได้รับค่าตอบแทนเสี่ยงภัยจากการปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด-19 ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง จึงต้องเสนอเรื่องให้มีการอนุมัติในครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานแก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงานต่อไป

อย่างไรก็ตาม การจัดสรรงบกลางให้ในวงเงิน 2,995.95 ล้านบาทในครั้งนี้เป็นกรณีค่าเสี่ยงภัยในการปฏิบัติงานช่วง ก.ค. 64 - มิ.ย. 65 จะมีส่วนของค่าเสี่ยงภัยในการปฏิบัติงานช่วง มิ.ย. - ก.ย. 65 อีก 3,745.64 ล้านบาท โดยกระทรวงสาธารณสุขจะขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีในลำดับต่อไป

‘วัชรเรศร วิวัชรวงศ์’ ผู้ก่อตั้งกองทุนศึกษา Thai Heritage Scholarship Fund of New York  เพื่อเด็กนักเรียนไทย 'เกิด-ศึกษาต่างแดน' ได้ระลึกและทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ

‘ท่านชาย วัชรเรศร วิวัชรวงศ์’ หรือ ‘ท่านอ้น’ เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่ สุจาริณี วิวัชรวงศ์ เป็นพระเชษฐาใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เมื่อแรกประสูติ ‘ท่านอ้น’ มีพระยศที่ ‘หม่อมเจ้า’ พระนามว่า หม่อมเจ้าวัชรเรศร มหิดล มีพระโสทรเชษฐาและกนิษฐา รวม 4 องค์ ได้แก่ จุฑาวัชร วิวัชรวงศ์, จักรีวัชร วิวัชรวงศ์, วัชรวีร์ วิวัชรวงศ์ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

ท่านอ้น ศึกษาที่โรงเรียนอนุบาลจุไรรัตน์ จากนั้นศึกษาต่อที่โรงเรียนจิตรลดา จนกระทั่งช่วงเวลาที่บินไปพำนักที่สหรัฐอเมริกา ศึกษาต่อที่ Trinity Preparatory School ประเทศสหรัฐอเมริกา ในระดับปริญญาตรี ท่านอ้นสำเร็จการศึกษาในสาขานิติศาสตร์ จาก Stetson University College of Law ประเทศสหรัฐอเมริกา และศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ในสาขานิติศาสตร์ จาก Stetson University College of Law ประเทศสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบัน ‘ท่านอ้น’ ทำงานเป็นที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท แมนีย์ แอนด์ กอร์ดอน (Maney & Gordon, P.A., Tampa) โดยทรงพำนักอยู่กับ มารดา พี่ชาย และน้องชาย ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ท่านอ้น มีภารกิจสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สำหรับนักเรียนไทยในต่างแดน แลเป็นประธานตั้งองค์ทอดกฐิน สร้างสันติภาพสู่สันติสุขทั่วราชอาณาจักรไทย ดังนี้

- เดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 ตั้งกองทุนศึกษา Thai Heritage Scholarship Fund of New York สำหรับนักเรียนไทยในนครนิวยอร์ก เพื่อสนับสนุนให้เด็กนักเรียนไทยที่เกิดหรือศึกษาต่างแดนได้ระลึกถึงประเทศบ้านของตน และทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

- วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ออกสาส์นพร้อมพระเชษฐา และพระอนุชา แสดงความโศกเศร้าอย่างใหญ่หลวงต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

- วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 อุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

- วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เป็นประธานทอดกฐินสามัคคี เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี ของสมาคมรวมไทย ประเทศฮ่องกง

- วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เป็นประธาน (ส่งผู้แทน) ตั้งองค์กฐิน และปฏิบัติธรรมเจริญจิตภาวนา เพื่อสร้างสันติภาพสู่สันติสุขทั่วไทย น้อมถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ร้านจัดพิธีศพใน ‘เอลซัลวาดอร์’ ปิ้งไอเดียทำ ‘โลงศพบาร์บี้’ สุดปัง!! ขายดีจนต้องผลิตเพิ่ม แถมมีคนสั่งซื้อไว้ล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 66 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า กระแส ‘บาร์บี้ฟีเวอร์’ ของภาพยนตร์เรื่องดัง ‘บาร์บี้’ 
ผลงานกำกับของ ‘เกรตา เกอร์วิก’ ผู้กำกับชาวอเมริกันวัย 39 ปี ที่นั่งแท่นผู้กำกับหญิงเจ้าของผลงานทำรายได้ทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 34,700 ล้านบาท ทำให้โลกเต็มไปด้วยสีชมพู แม้แต่โลกแห่งความตาย ที่มีเจ้าของร้านจัดพิธีศพในสาธารณรัฐเอลซัลวาดอร์ ทำโลงศพบาร์บี้สีชมพู ภายในบุด้วยผ้ารูปตุ๊กตาบาร์บี้ ออกมาให้เลือกซื้อ

‘ไอแซค วิลเลกาส’ เจ้าของร้านอัลฟา แอนด์ โอเมกา ฟิวเนอรัล โฮม ร้านรับจัดพิธีศพในเมืองอาวาชาปัง เล่าว่า ที่จริงร้านของตนเริ่มทำโลงศพสีชมพูออกขายก่อนที่ภาพยนตร์เรื่องบาร์บี้จะเปิดตัวฉายรอบปฐมทัศน์เมื่อเดือนกรกฎาคม แต่หลังจากเห็นความสำเร็จของกระแสบาร์บี้ฟีเวอร์ในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา วิลเลกาสจึงตัดสินใจทำโลงศพสีชมพู ภายในบุผ้ารูปภาพตุ๊กตาบาร์บี้ และประดับด้วยดาวสีขาวดวงเล็กๆ

“ตอนนั้นผมบอกเลยว่า เราต้องกระโจนตามเทรนด์แล้วมันก็ประสบความสำเร็จ” วิลเลกาสเล่าว่า ทางร้านได้ทำโปรโมชั่นโลงศพบาร์บี้ ซึ่งขายได้แล้ว 10 โลง แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้ง 10 คนที่สั่งซื้อ ได้ถูกฝังอยู่ในโลงศพบาร์บี้แล้ว เนื่องจากมีคนมากมายในเอลซัลวาดอร์ที่จ่ายเงินซื้อแพคเกตทำพิธีศพไว้ล่วงหน้า

เจ้าของร้านอัลฟา แอนด์ โอเมกา ฟิวเนอรัล โฮม เล่าว่า ก่อนหน้านี้ โลงศพในเอลซัลวาดอร์จะมีสีดำ สีน้ำตาล สีขาว สีเทาตามประเพณีนิยม แต่ย้อนไปเมื่อ 1 ปีที่แล้ว วิลเลกาสเคยขายโลงศพสีชมพูโลงแรกให้ครอบครัวหนึ่งที่ต้องการให้ญาติซึ่งเป็นคนนิสัยร่าเริง มีความสุขถูกฝังในโลงศพสีสันสดใส

วิลเลกาสบอกว่า ทุกวันนี้ที่ร้านของตนยังทำโลงศพสีทึมๆ ออกขาย แต่ผลิตโลงศพสีชมพูมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากมีผู้คนมาถามหามากขึ้น

ที้งนี้ กระแสบาร์บี้ฟีเวอร์ในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา ร้อนแรงถึงขนาดมีทาโก้สีชมพู ขนมอบสีชมพู สายการบินพาณิชย์ที่มีโลโก้ตุ๊กตาบาร์บี้ แม้แต่โฆษณาทางการเมือง และการประท้วงก็มีการใช้ธีมบาร์บี้ด้วย

YONA Beach Club โอเอซิสสุดสวย กลางทะเลภูเก็ต  เปิดให้บริการแล้ว ราคาเริ่มต้นท่านละ 3,000 บาท

YONA Beach Club เรือหรูสุดสวย ยกระดับการท่องเที่ยวของคุณให้ชิลไปอีกขั้น สุดปังด้วยมุมถ่ายภาพสวยๆ ที่มีอยู่ทั่วเรือ พร้อมทั้งสระว่ายน้ำให้ได้ผ่อนคลายกัน ที่ตรงกลางของเรือ พร้อมห้องอาหารที่พร้อมบริการให้แก่นักท่องเที่ยวทุกท่าน จะเลือกมาพักผ่อน หรือจะมารับประทานอาหาร บนเรือสุดสวยลำนี้ ที่มีวิวทะเลปังๆ รอบด้านแบบ 360 องศา ก็รับรองว่าเพลิดเพลินกันอย่างแน่นอน

Yona Beach Club เปิดให้บริการในวันนี้ ( 8 สิงหาคม 2566) เป็นวันแรก โดยจะเปิดให้บริการทุกวัน อังคาร-อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 12.00 - 19.00 น. จุดขึ้นเรืออยู่ที่ท่าเรือรอยัล ภูเก็ต มารีน่า มีเรือรับส่งให้บริการทุก ๆ 20 นาทีเพื่อพานักท่องเที่ยวไปยังโยน่า บีช คลับ ใครอยากมาเที่ยวเช็คอิน มาสัมผัสประสบการณ์สุดปังแบบนี้ รีบสำรองที่นั่งกันได้เลย

สำหรับราคาในการซื้อทริป YONA Beach Club มีดังนี้
• ราคาเริ่มต้น Day Pass เพียงท่านละ 3,000 บาท
พร้อมรับเครดิตมูลค่า 1,500 บาท สำหรับทานอาหาร เครื่องดื่ม บนเรือ
• ที่นั่งแบบ Sea Bed 12,000 บาท สำหรับ 3 ท่าน
พร้อมรับเครดิตมูลค่า 7,500 บาท เพื่อซื้ออาหารและเครื่องดื่มบนเรือ
• ที่นั่งแบบ Pool Bed 13,500 บาท สำหรับ 3 ท่าน
พร้อมรับเครดิตมูลค่า 9,000 บาท เพื่อซื้ออาหารและเครื่องดื่มบนเรือ
• ที่นั่งแบบ Small Cabana 16,000 บาท สำหรับ 4 ท่าน
พร้อมรับเครดิตมูลค่า 10,000 บาท เพื่อซื้ออาหารและเครื่องดื่มบนเรือ
• ที่นั่งแบบ Medium Cabana 24,000 บาท สำหรับ 6 ท่าน
พร้อมรับเครดิตมูลค่า 15,000 บาท เพื่อซื้ออาหารและเครื่องดื่มบนเรือ
• ที่นั่งแบบ Maxi Cabana 32,000 บาท สำหรับ 8 ท่าน
พร้อมรับเครดิตมูลค่า 20,000 บาท เพื่อซื้ออาหารและเครื่องดื่มบนเรือ

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ สำรองที่นั่ง สามารถติดต่อได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Facebook Messenger : m.me/THESEANERY
Line Official : https://lin.ee/WKzbilW
Whatsapps : https://wa.me/66924796565

‘บิ๊กป้อม’ ต้อนรับ ‘สวี่ กานลู่’ รมช.ความมั่นคงฯ จีน หารือแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์-ยาเสพติด-ค้ามนุษย์

(8 ส.ค. 66) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้การต้อนรับ นาย สวี่ กานลู่ รมช.กระทรวงความมั่นคงสาธารณะและผู้บังคับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะฯ ณ ห้องรับรอง รอง นรม. ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

พล.อ.ประวิตร ได้แสดงความยินดีและให้การต้อนรับ นายสวี่ กานลู่ (H.E. Mr. Xu Ganlu) ที่ได้เดินทางมาเข้าพบและเป็นการเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งไทย-จีน มีความสัมพันธ์อันดี และมีพัฒนาการที่ดีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงกลับมาเป็นปกติ ภายหลังสถานการณ์ โควิด-19 คลี่คลาย

ในขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร ยังได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์อุทกภัยในประเทศจีน เนื่องจากพายุฝนที่กรุงปักกิ่งและมณฑลเหอเป่ย เชื่อมันว่าภายใต้การบริหารงานที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาลจีน จะสามารถช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้ยินดีที่ทั้งสองประเทศ มีความร่วมมือด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมายที่ใกล้ชิด ซึ่งไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจผิดกฎหมาย ทั้งปัญหาคอลเซ็นเตอร์, การพนันออนไลน์, ยาเสพติดและการค้ามนุษย์ โดยไทยยินดีให้ความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและความมั่นคง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ต่อไป

ทางด้านนาย สวี่ กานลู่ ได้กล่าวขอบคุณ พล.อ.ประวิตรที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และขอบคุณรัฐบาลไทยที่สนับสนุนการทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่จีนที่ผ่านมาด้วยดี และยินดีที่จะสนับสนุนส่งเสริมการแก้ไขปัญหาร่วมกันเกี่ยวกับปัญหาคอลเซ็นเตอร์, การพนันออนไลน์, ยาเสพติด และการค้ามนุษย์ ซึ่งจีนให้ความสำคัญมาโดยตลอด รวมถึงความร่วมมือกับไทยในการป้องกันด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ด้วย ซึ่งจะเป็นการส่งสริมความสัมพันธ์อันดี ‘ไทย-จีน’ ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น ต่อไป

รอง ผบ.ตร. นำเด็กเยาวชน นักเรียน นักศึกษา กว่า 1 พันคน แปรอักษร รักแม่ เป็นรูปหัวใจ ปลูกหญ้าแฝก 28 สายพันธุ์ สืบสาน รักษาและต่อยอดเฉลิมพระเกียรติ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 91 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2566

วันที่ 8 สิงหาคม 2566 เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผบช.ก. นายวินัย ชมบุตร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ ดินและน้ำ อ.ปากช่อง ชมรมฮักเขาใหญ่ ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา เครือข่ายเยาวชนจิตอาสา ตำรวจภูธรภาค 3 นักเรียน นักศึกษา สถาบันการศึกษาในอำเภอปากช่อง และประชาชนจิตอาสา กว่า 1,000 คน

โดยทั้งหมด ร่วมกันแปรอักษรคำว่า LOVE MOM รักแม่ ในกรอบรูปหัวใจ และร่วมกันปลูกหญ้าแฝก เฉลิมพระเกียรติพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 91 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2566 หญ้าแฝกกว่า 50,000 ต้น 28 สายพันธุ์ ซึ่งได้พันธุ์กล้าไม้ จากการสนับสนุนจาก ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

สำหรับกิจกรรมดังกล่าว เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ของพสกนิกรชาวไทย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ท่านทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เป็นที่รักและเทิดทูนยิ่งของปวงชนชาวไทย จึงจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น จิตอาสาจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น สถานศึกษา ประชาชน เป็นความร่วมมือร่วมใจกัน

โดยการปลูกหญ้าแฝก เป็นหญ้าที่นอกจากจะปลููกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินแล้ว ยังปลูกเพื่อประโยชน์ในการเก็บรักษาความชื้น ปรับปรุงบํารุงดิน ฟื้นฟูดินและรักษาสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะพื้นที่ทําการเกษตรที่มีปัญหาความ อุดมสมบูรณ์ของดินต่ํา หรือดินเสื่อมโทรม เป็นผืนป่าอุดมสมบูรณ์ สร้างความชุ่มชื้น สร้างระบบนิเวศน์ ให้ชุมชนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูล อย่างยั่งยืนต่อไป

'ผบ.ตร.' เตือนม็อบทุกคนมีสิทธิชุมนุมได้ แต่ต้องอยู่ใต้กรอบ กม. ชี้!! การดูแลประชุมเอี่ยวตั้งรัฐบาลหนหน้า เข้มงวดมากขึ้น

(8 ส.ค. 66) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมไปทำกิจกรรมตามสถานที่ต่าง ๆ ว่า เท่าที่ได้รับรายงานกลุ่มทะลุวังที่ไปกระทรวงวัฒนธรรมผิดหลายข้อหา โดยทางกระทรวงวัฒนธรรมได้มาเป็นผู้กล่าวหาแล้ว ในเรื่องบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ พ.ร.บ.รักษาความสะอาด ซึ่งมีอัตราโทษสูง ตำรวจได้ดำเนินคดีอยู่ ได้ออกหมายเรียกและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป 

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยเมื่อวานนี้ (7 ส.ค.66) ทราบว่า จะมีการมากล่าวหาดำเนินคดีซึ่งข้อหาก็คงคล้าย ๆ กัน คือบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ พ.ร.บ.รักษาความสะอาด ใครที่เคยได้รับการประกันตัว หรือทำผิดซ้ำซากก็มีโอกาสที่จะถูกเพิกถอนประกัน จึงอยากจะเตือนว่าสิทธิการชุมนุม ทุกคนมีสิทธิที่จะชุมนุมได้แต่ว่าต้องชุมนุมอยู่ในกรอบกฎหมาย อย่าถือว่าท่านไม่รับรู้อะไรแล้วมาโวยวายทีหลังว่าอะไรเป็นสิทธิของประชาชน ไม่ได้ อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด จึงอยากเตือนว่าทุกคนมีกรอบกฎหมายเท่ากัน แต่ละครั้งที่ทำเท่ากับความผิด 1 กรรม

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า บางคดีหากเป็นความผิดเสียหายต่อรัฐ ตำรวจก็สามารถดำเนินคดีได้เลย บางข้อหาตำรวจสามารถดำเนินคดีได้อยู่แล้วแต่หน้างานหากเหตุไม่รุนแรงมาก อาจจะหลีกเลี่ยงการจับกุมซึ่งหน้า หากจำเป็นก็ต้องจับกุมซึ่งหน้า เป็นไปตามแนวทางที่เคยดำเนินการไว้ ทุกคดีเราจะดำเนินคดีย้อนหลังจึงอยากจะเตือนว่าทำอะไรให้คิดถึงหลักกฎหมายด้วย

เมื่อถามผู้สื่อข่าวถามถึงการกระทำผิดซ้ำ? พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลหรืออัยการที่จะต้องพิจารณาหลักฐานว่าเห็นควรสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องตำรวจจะทำตามหน้าที่ของตำรวจไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่อยากฝากเตือนน้อง ๆ ว่าความเห็นต่างเป็นสิทธิแต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย ชุมนุมก็เป็นสิทธิที่จะชุมนุมได้ตามกรอบรัฐธรรมนูญแต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมายหากไปรบกวนหรือเข้าไปปิดกั้นอะไรต่าง ๆ เป็นการเข้าข่ายกระทำผิดฐานบุกรุกหรือการรบกวนการครอบครองสิทธิ์

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงผู้ทำกิจกรรมที่ติดเงื่อนไขกับศาลตำรวจจะพิจารณาดำเนินการอย่างไร? พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวตอบว่า จะเสนอต่ออัยการ ซึ่งจะเสนอทั้งหมด เพราะกฎหมายเท่าเทียมกัน ใครที่เคยทำผิดซ้ำก็ต้องพิจารณา หากยังมีการกระทำผิดอย่างต่อเนื่องก็ต้องดำเนินการไปตามวิธีการของเรา 

เมื่อถามถึงมาตรการการดูแลความเรียบร้อยหลังจากนี้? พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวตอบว่า ทุกพื้นที่ทราบอยู่แล้วว่าอะไรมีโอกาสที่จะเกิดเหตุในแต่ละพื้นที่จะต้องมีมาตรการรองรับในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) ทางผบก.น.1 ได้วางกรอบอยู่แล้วว่าพื้นที่ไหนจะมีม็อบจะต้องมีแผนรองรับไว้ทั้งหมด

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์เมื่อวานนี้ทางบก.น.1 จะต้องประเมินสถานการณ์เพิ่มเติมหากมีการประชุมหรือมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการตั้งรัฐบาลจะต้องเตรียมมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้น ตำรวจทำงานตามการข่าวอยู่แล้ว ซึ่งกลุ่มดังกล่าวก็เป็นกลุ่มที่มีการเฝ้าระวังอยู่แล้ว 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top