Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

‘อนุทิน’ เตรียม 11 ขุนพล ร่วมแถลงนโยบายรัฐฯ 11-12 ก.ย.นี้ เน้นหลักนโยบายที่เคยหาเสียงกับ ปชช. ไว้เป็นหลัก

(10 ก.ย. 66) ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีการประชุมสส.พรรค และกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ก่อนแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา ระหว่างวันที่ 11 - 12 ก.ย.นี้ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานการประชุม ซึ่ง นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลจะบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มรูปแบบได้ ต่อเมื่อนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ต้องถือว่ารัฐบาลชุดนี้มีการเตรียมตัวในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาด้วยความรวดเร็วมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเพิ่งมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ในวันพรุ่งนี้ (11 ก.ย.) ก็สามารถที่จะแถลงนโยบายได้แล้ว

“รัฐบาลจะใช้โอกาสนี้อธิบายแนวทางการดำเนินงาน ซึ่งในส่วนของพรรคภูมิใจไทยต้องใช้โอกาสนี้อภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่พรรคเคยหาเสียงไว้หลายๆ เรื่อง ซึ่งพรรคได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ทั้งสิ้น 11 คน แม้ว่าสส.ของพรรคมีความประสงค์อภิปรายมากกว่านี้ แต่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาทำให้พรรคจัดผู้อภิปรายไว้ 11 คน เฉลี่ยคนละ 5 - 6 นาทีเท่านั้น”

‘บีส ดวลเพลงชิงทุน’ ซิ่งเบนซ์ฝ่าฝน แต่ดันเสียหลักพุ่งลงคลอง โชคดี!! บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และรอดมาได้เพราะระบบรถ

(10 ก.ย. 66) แฟนเพลงห่วง นักร้องรายการดัง ‘บีส ดวลเพลงชิงทุน’ เกิดอุบัติเหตุ ซิ่งเบนซ์ลุยฝน พุ่งลงคลอง เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 10 กันยายน บริเวณหน้าบริษัท เอ็นที ออโตโมดด์ จำกัด ซอยสุขสวัสดิ์ 84 หรือ ซอยวัดคู่สร้าง ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ

อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ้ง จุดพระสมุทรเจดีย์ เล่าว่า "ตนได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการ ว่ามีอุบัติเหตุรถเก๋งตกลงไปในคลอง ภายในซอยวัดคู่สร้าง จึงรีบมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก็พบ รถเก๋ง ยี่ห้อเบนซ์ จมอยู่ในน้ำ ส่วนคนขับรถอยู่ในอาการตกใจ ตัวเปียกปอน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย"

ด้าน ‘บีส ดวลเพลงชิงทุน’ เผย "ตนขับรถมาจากวัดคู่สร้าง เพื่อมุ่งหน้าออกปากซอย ถนนสุขสวัสดิ์ เพื่อจะกลับบ้านพักแถวพระสมุทรเจดีย์ ช่วงขณะนั้นมีฝนตกหนัก ตนขับรถเพื่อจะแซงรถคันหน้า แต่รถเกิดเสียหลักพุ่งลงไปในคลองข้างทาง ก่อนที่รถจะจมลงไปทั้งคัน ตนได้เปิดกระจก ส่วนประตูก็ดีดเปิดเอง โดยที่ตนไม่ได้ทำอะไร คาดว่าน่าจะเป็นระบบของตัวรถ จากนั้นตนจึงพยายามออกมาจากตัวรถโดยทันที พอออกมาได้ ก็มีชาวบ้านแถวนั้น วิ่งมาช่วยให้ตนขึ้นมาอยู่บนสะพานอย่างปลอดภัย"

‘นายกฯ’ รับฟัง-ติดตามความคืบหน้าคดี ‘กำนันนก’ แล้ว พร้อมร่วมถกปัญหาเพื่อปราบปรามยาเสพติดหลายเรื่อง

(10 ก.ย. 66) ที่บ้านพิษณุโลก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการหารือการแก้ไขปัญหายาเสพติดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสั้นๆ ว่า มีการพูดคุยหารือกันหลายเรื่อง ได้รับฟังข้อมูลจากผู้เข้าร่วมประชุม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้สั่งการอะไร พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.ที่เข้าพบหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังสั่งการอะไรไม่ได้ เป็นการมารับฟังข้อมูลเฉยๆ เมื่อถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้รายงานความคืบหน้าคดีกำนันนกหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ได้มีการรายงาน

อย่างไรก็ตาม นายเศรษฐา เปิดเผยอีกว่า วันนี้ได้มีการเดินดูภูมิทัศน์บ้านพิษณุโลก ถือว่าดี สะอาดสะอ้าน การดูแลรักษาดี โดยจะมาใช้บ้านพิษณุโลกประชุมบ้าง จัดเลี้ยงบ้าง แต่จะไม่ได้นอนที่นี่ 

‘ป๋อ ณัฐวุฒิ’ รับไม่ได้!! เพลงฮิตที่มีคำหยาบสองแง่สองง่าม หวั่นเยาวชนทำตาม-มองเป็นเรื่องสนุก ลั่น!! เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง

(10 ก.ย. 66) กลายเป็นประเด็นขึ้นจนได้ เมื่อเพลงที่ได้รับกระแสความนิยมกันอย่างมากในโลกโซเชียลในตอนนี้ มีท่อนที่มีคำหยาบอยู่ในเนื้อเพลง ทำเอานักแสดงชื่อดังอย่าง ‘ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ’ ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นดังกล่าวว่า “พยายามเข้าใจ แต่ก็รับไม่ได้จริงๆ”

โดย ‘ป๋อ’ ได้โพสต์ภาพลงในอินสตราแกรมส่วนตัว @poh_natthawut และระบุข้อความว่า…

“ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี!!...พยายามเข้าใจนะว่าผมอาจจะมาจากดาวดวงอื่น แต่ดันมีชีวิตมาจนถึงต้องอยู่อาศัยบนดาวดวงนี้ พยายามเข้าใจมาตลอด แต่หลายสิ่งที่รับไม่ได้จริงๆ แล้วไม่ตลกด้วย คือมีการร้องเพลง แล้วใส่คำว่า ...ี ,...ย (อวัยวะเพศหญิง-ชาย) ในเนื้อเพลง แล้วก็เห็นว่าเป็นเรื่องตลก ขบขัน ผมว่า มันหยาบคาย หยาบโลน ตื้นเขิน ไม่รับผิดชอบ และกังวลว่าเด็กๆ ในวัยที่ยังไม่พร้อมมาเปิดดูคลิปเพลงพวกนี้จะเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา ใครๆ ก็พูดกัน ใครๆ ก็ร้องกัน เราร้องบ้างดีกว่า สนุกดี ฮาดี...เอาจริงดิ นี่เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไงกันครับ ผมไม่ได้โลกสวยนะ แต่ใครช่วยตอบผมที #ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังอยู่ในใจ เอาไว้มาระบายให้ฟังละกัน วันนี้เอาไปเรื่องเดียวก่อนนะ”

ซึ่งก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นไปในเชิงเห็นด้วยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวกันอย่างมากมาย

‘สาวใจดี’ รุกช่วยเด็กชายวัย 9 ขวบ กลับคืนสู่ครอบครัว หลังถูกพ่อแท้ๆ พามานั่งขอทาน ริมถนนพัทยาสายสอง

(10 ก.ย. 66) น.ส.อนุธิดา จันทา อายุ 34 ปี แม่ค้าน้ำปั่น ชาวจังหวัดนครสวรรค์ ได้ช่วยเหลือ ด.ช.แจ็ค (นามสมมุติ) อายุ 9 ปี ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามญาติมารับตัวกลับบ้าน หลังถูกบิดาพามานั่งขอทานยามวิกาล ริมถนนพัทยาสายสอง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนกระทั่งสามารถติดต่อให้ผู้เป็นป้ามารับตัวกลับที่พัก โดยมีพนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

โดย น.ส.อนุธิดา เล่าโดยละเอียดว่าตนเองมาจากกรุงเทพฯ มาเที่ยวพัทยา เจอน้องวันแรกเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา สังเกตเห็นน้องนั่งขอทานริมถนน เกิดความสงสาร อยากที่จะช่วยเหลือ พยายามสอบถามถึงผู้ปกครอง แต่น้องก็ไม่ยอมบอก ตอบเพียงว่าพ่อแท้ๆ ให้มานั่งขอเงิน เพราะป่วยเป็นโรคไต

ตนเองซื้อข้าวให้น้องและฝากให้พ่อน้องด้วย รวมถึงยังซื้อเสื้อผ้าให้อีกด้วย ตนเองรู้สึกผิดปกติ เนื่องจากน้องผิวพรรณดี มีมารยาท ลักษณะไม่น่าจะเป็นขอทานได้ จึงเฝ้าดูมาถึงวันนี้ พร้อมทั้งอัดคลิปลงติ๊กต็อก หวังให้ติดต่อญาติมารับกลับไป

กระทั่งวันนี้ ตนเองสอบถามน้องอีกครั้ง เรื่องที่พักอยู่แถวไหนขอให้พาไปหน่อยเพราะตนเองจะกลับกรุงเทพฯ แล้ว กลัวจะไม่ได้เจอกันอีก น้องจึงขอไปหาน้าก่อน น้าขอทานอยู่แถวนี้ เป็นผู้ชายแต่งตัวดี ตนเองเห็นท่าไม่ดี จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ เพราะกลัวว่าน้องจะตกเป็นเหยือของแก๊งจับเด็กมาขอทาน แต่ผู้ชายคนนั้นเชื่อว่าน่าจะเป็นพ่อของน้อง เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับวิ่งหนีทิ้งลูก สร้างความแปลกใจให้กับตนเองและเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก

จากนั้นตนเองก็พยายามหาทางจนสามารถติดต่อป้าของน้องได้ จึงให้ญาติมารับตัวกลับโดยนัดกันที่ สภ.เมืองพัทยา พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ซึ่งจากเหตุการณ์พ่อแท้ๆ พาลูกในไส้มานั่งขอทานสร้างสะเทือนใจ หดหู่ใจ ให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก จึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยตรวจสอบและติดตามตัวพ่อใจร้ายรายนี้ มาดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายด้วย

‘ป.ป.ส.’ บุกยึดยาบ้ากว่า 2 ล้านเม็ด ที่ถูกซุกอยู่บ้านเช่า จ.อยุธยา ส่วนผู้ต้องหาขับรถแหกวงล้อมหนีไปได้ จ่อแถลงใหญ่ 13 ก.ย.นี้

(10 ก.ย. 66) ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกเสียง และภาพเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และกำลังจะเข้าจับกุมกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด ไหวตัวทัน ขับรถยนต์ พุ่งชนรั้วบ้าน และรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับความเสียหาย 2 คัน จากนั้นขับหลบหนี ซึ่งกล้องบริเวณหน้าปากทางสามารถจับภาพได้ขณะที่ต้องสงสัย รายที่ 1 วิ่งหลบหนีออกไปทางด้านหน้าปากซอย จากนั้นก็จะเห็นภาพรถยนต์นั่งส่วนบุคคล อีซูซุ มิวเอ็ก สีขาววิ่งตามมา อย่างรวดเร็ว ตามด้วยเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ ที่บ้านหลังหนึ่ง ภายในหมู่บ้านจัดสรร ริมถนนโรจนะ ม.5 ต.บ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ในขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ปิดล้อมบ้าน และกำลังจะเข้าจับกุมกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด เกิดไหวตัวทัน ขับรถยนต์พุ่งชนรั้วบ้านหลบหนีออกมาจากบ้าน จนชนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ได้รับความเสียหายจำนวน 2 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงสกัดรถของเครือข่ายยาเสพติด พร้อมกับขับรถรถติดตามไปแต่ไม่สามารถจับกุมตัวได้ ท่ามกลางความตกใจของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ภายในหมู่บ้าน

ในเบื้องต้น ทราบข้อมูลว่า เจ้าหน้า ป.ป.ส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเรือ ให้ข้อมูลว่า ได้ติดตามเครือข่ายยาเสพติดมาจากจังหวัดทางภาคอีสาน ที่ขนยาบ้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามแม่น้ำโขงมา มีการนำยาบ้ามาซุกซ่อนพักเอาไว้ภายในบ้านหลังดังกล่าว เพื่อเตรียมกระจายจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลาง และปริมณฑล ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังจะเข้าจับกุม กลุ่มเครือข่ายยาเสพติด ได้เปิดประตูรั้วบ้านออกมาพอดี เตรียมจะเดินทางออกจากบ้าน จึงเห็นกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ วิ่งหลบหนี และอีก 2 คนได้ขับรถยนต์อีซูซุ สีขาว หลบหนีพุ่งชนรั้วบ้าน และรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปแล้วไม่ทัน หลบหนีไปได้จำนวน 3 คน

จากการตรวจค้นภายในบ้านเช่า พบจำนวนยาบ้าประมาณ 2 ล้านเม็ด ถูกพันด้วยผ้าเทปสีน้ำตาล ตั้งเรียงไว้อยู่บริเวณมุมบ้านพร้อมกับขวดสเปรย์น้ำหอม ที่ใช้ฉีดกลบกลิ่นยาบ้าไม่ให้เพื่อนบ้านได้กลิ่น จากนั้นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ขนย้ายยาเสพติดทั้งหมด เข้าสำนักงาน ป.ป.ส. แล้วจะมีการแถลงใหญ่ในวันที่ 13 กันยายน ที่จะถึงนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวได้ สอบถามเพื่อนบ้านเล่าว่า บ้านหลังดังกล่าว พบว่ามีคนมาเช่าบ้านอยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือน เคยพูดคุยกันทราบว่าเป็นผู้รับเหมา มักจะกลับเข้ามาบ้านช่วงดึกๆ มาอยู่ประมาณ 2-3 ชั่วโมงแล้วออกไปไม่เคยมีการพักค้างคืน

จนเมื่อเช้า เห็นมีกำลังเจ้าหน้าที่มาจอดหน้าบ้าน คนในบ้านเปิดประตูมาพอดี แล้ววิ่งหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยามจับกุมตัวแต่ไม่ทัน รถที่จอดในบ้านขับชนรั้วออกมาชนรถตำรวจขับหลบหนี ได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด ตนเองตกใจกระโดดหลบจนล้มได้รับบาดเจ็บ

‘ดีเจมะตูม’ คว้าชุดฝีมือเด็กไทย เฉิดฉายบนรันเวย์ที่เกาหลี จนสื่อตปท.รุกถาม ตอกย้ำ!! แบรนด์ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

(10 ก.ย. 66) ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากๆ เมื่อ ‘ดีเจมะตูม เตชินท์ พลอยเพชร’ ได้โกอินเตอร์ บินลัดฟ้าไปเดินแบบที่งาน ‘Seoul fashion week’ ที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเจ้าตัวก็เคยเผยว่า “การมาเดินแบบครั้งนี้ถือเป็นปริญญาชีวิตของตัวเองและครอบครัว” ล่าสุดดีเจมะตูมเผยว่าได้นำฝีมือคนไทยติดตัวมาเดินแบบในครั้งนี้ด้วย

โดย ‘ดีเจมะตูม’ ได้โพสต์ภาพความประทับใจลงในอินสตาแกรมส่วนตัว @dj_matoom และระบุแคปชันว่า “Seoul fashion week #day3 สำหรับลุค first gate วันนี้ มะตูมคิดอยู่นานมากว่าจะเลือกใส่แบรนด์ไหนดี จะเป็นไฮเอนหรือแบรนด์ต่างประเทศไปเลย สุดท้ายมะตูมเลือก ‘ชุดนักศึกษาทีสิต’ เป็นแบรนด์เด็กไทยแท้ ตัดเย็บโดยดีไซน์เนอร์เลือดใหม่ไฟแรง @chaytoninblack ซึ่งยอมรับว่าตัดสินใจถูกมากๆๆ เพราะทุกคนมองแล้วชื่นชมชุดนี้มาก แถมโดนสื่อต่างประเทศขอสัมภาษณ์ถึงชุดนี้และแบรนด์ไทยด้วย ตูมดีใจครับที่ได้พรีเซนท์ให้ทุกคนที่นี่เห็นว่า ดีไซนเนอร์ไทย มีฝีมือและเก่งไม่แพ้ของชาติไหนเลยเช่นเดียวกัน และมะตูมก็ภูมิใจมากนะครับที่มีโอกาสได้มารันเวย์ระดับโลก และไม่ได้มาเพียงคนเดียว แต่ยังพาฝีมือคนไทยเก่งๆ ติดตัวมาให้ชาวโลกที่นี่เห็นด้วย ยังไงฝากทุกคนซับพอร์ตให้เหล่าไทยดีไซนเนอร์ด้วยครับ เพราะคำว่า… ‘แฟชั่น ไม่มีเชื้อชาติครับ’ @seoulfashionweek_official'

‘นทท.’ นับร้อย แห่ชมปรากฏการณ์พระอาทิตย์ขึ้น ที่ปราสาทพนมรุ้ง ผ่าน 15 ช่องประตู โชคดีท้องฟ้าเปิด ไร้เมฆบัง ทำให้ได้ชมความงดงาม

(10 ก.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาตินับร้อยคน  เดินทางขึ้นไปเฝ้ารอชมปรากฏการณ์มหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง ที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองของปีนี้ ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ ตามที่นักดาราศาสตร์ได้คำนวณและคาดการณ์ไว้ว่า ดวงอาทิตย์ จะขึ้นตรงและสาดแสงส่องผ่าน 15 ช่องประตู ปราสาทพนมรุ้ง ในวันที่ 3-5 เม.ย. และ วันที่ 8-10 ก.ย.ของทุกปี

จนกระทั่งเมื่อถึงเวลา 06.00 - 06.05 น. สภาพอากาศเอื้ออำนวย ท้องฟ้าแจ่มใสปลอดโปร่ง ไม่มีเมฆบดบัง ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างตื่นเต้นและประทับใจ ที่สามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตูปราสาท อย่างน่ามหัศจรรย์ ตามที่นักดาราศาสตร์ได้คาดการณ์ไว้ สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเฝ้ารอชมปรากฏการณ์ครั้งนี้เป็นอย่างมาก

โดยนักท่องเที่ยวหลายคนได้ใช้ทั้งโทรศัพท์มือถือ กล้องภาพนิ่ง และกล้องวีดีโอ บันทึกภาพช่วงเวลาดังกล่าว เก็บไว้เป็นที่ระลึก ขณะดวงอาทิตย์อรุณรุ่งสาดแสงส่องผ่าน 15 ช่องประตู ประสาทพนมรุ้ง เพราะปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์ที่หาชมได้ยาก หลังจากเมื่อวันที่ 8-9 ก.ย. 66 ที่ผ่านมา สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยท้องฟ้าปิด มีเมฆบดบัง ทำให้ไม่สามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง

โดยปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตู ปราสาทพนมรุ้ง ตามที่นักดาราศาสตร์ได้คาดการณ์ไว้ ในแต่ละปีจะมีปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตู 2 ครั้ง ในระหว่าง 3-5 เมษายน และวันที่ 8-10 กันยายน ของทุกปี

ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก ใน 1 ปี จะมีให้ชมเพียง 4 ครั้ง เท่านั้น โดยดวงอาทิตย์จะขึ้นตรง 2 ครั้ง ในช่วงวันที่ 3 - 5 เมษายน และวันที่ 8 - 10 กันยายน ของทุกปี และตกตรง 15 ช่องประตูปราสาท 2 ครั้ง ระหว่างวันที่ 5 - 7 มีนาคม และ 6 - 8 ตุลาคม ของทุกปี นับเป็นปรากฏการณ์ที่มหัศจรรย์

สำหรับปราสาทพนมรุ้ง เป็นเทวสถานในศิลปกรรมขอมแห่งเดียวในโลก ที่มีสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่เป็นการผสมผสานภูมิปัญญาด้านสถาปัตยกรรม ที่มีการก่อสร้างปราสาท ที่ให้แสงอาทิตย์ส่องตรง 15 ช่องประตู ผ่านศิวะลึงค์ ที่เปรียบเสมือนองค์พระศิวะ ซึ่งตั้งอยู่ภายในปรางค์ประธานของปราสาทพนมรุ้ง ที่เปรียบเสมือนเขาไกรลาสบนสรวงสวรรค์

‘น้อย วงพรู’ แชร์เรื่องสุดประทับใจ หลังซื้อไส้กรอก แต่ร้านไม่รับเงินสด ตัดสินใจบากหน้าขอความช่วยเหลือ เจอคนไทยใจดี สแกนจ่ายให้ก่อน

(10 ก.ย. 66) แฟนๆ เมนต์กันถล่มเลยทีเดียว สำหรับเรื่องเล่าน่ารักๆ ของนักร้องชื่อดัง ‘น้อย วงพรู’ หรือ ‘กฤษดา สุโกศล แคลปป์’ ที่อยู่ๆ ก็อยากกินไส้กรอกจัมโบ้ แต่ร้านไม่รับเงินสด งานนี้น้อยก็เลยต้องขอความช่วยเหลือจากหญิงรายหนึ่ง ซึ่งฝ่ายหญิงก็มีน้ำใจช่วย โดย ‘น้อย วงพรู’ เผยว่าอีกฝ่ายไม่ได้รู้จักตน

“คนไทยน่ารักจริงๆ ครับ วันนี้น้อยไปสตาร์บัค เพราะว่าน้อยชอบไส้กรอกจัมโบ้ของเขามาก แต่สาขานี้เขาไม่รับเงินสดแล้ว และน้อยเองก็ไม่มีสแกนเพย์หรือพร้อมเพย์ แต่น้อยสังเกตว่าน้องคนนี้เขากำลังใช้โทรศัพท์จ่ายเงินอยู่ เขาดูเป็นคนดี น้อยหิวน้อยก็เลยหน้าด้านแล้วตัดสินใจขอความช่วยเหลือ

น้อยถามเขาว่า เขาโอเคไหมที่จะออก 95 บาทแทนน้อยก่อน แล้วน้อยก็จะคืนเงินสดให้เขาทันที แล้วน้องเขาก็ยินดีเลยครับ ซึ่งเขาไม่ได้รู้จักน้อยด้วยนะ น้อยแก่แล้ว น้อยขอขอบคุณน้องคนนี้นะครับ…ที่ช่วยให้น้อยได้กินไส้กรอกจัมโบ้ของน้อย ”

งานนี้แฟนๆ เข้ามาเมนต์กันกระจาย อาทิ เอ็นดูตรงน้องไม่รู้จักเพราะน้อยแก่แล้ว คุณน้อยถ่อมตัวเสมอเลยค่ะ, น่ารักทั้งคู่, เอ็นดูพี่น้อย, รักพี่น้อยจากความเป็นพี่น้อยนี่แหละ, ไส้กรอกจั้มโบ้ของน้อย น่ารักกกก ฯลฯ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top