Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

‘ป.ป.ช.’ เผย!! ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ ติดต่อขอมอบตัว หลังหนีหมายจับ คดีสร้าง ‘วอเตอร์ฟร้อนท์ฯ’

(22 ก.ย. 66) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีต รมว.วัฒนธรรม หลบหนีหมายจับคดี ออกใบอนุญาตสร้างโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ หาดพัทยา จ.ชลบุรี มิชอบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา ว่า ทราบมาว่า นายอิทธิพลมีการประสานเพื่อติดต่อเพื่อจะขอมอบตัว แต่ไม่ทราบว่าจะมามอบตัวกับหน่วยไหน อาจจะเป็นศาลหรือไม่ เพราะเป็นผู้ออกหมายจับ

‘นายกฯ’ พบ ‘เลขาฯ ยูเอ็น’ ย้ำ ไทยให้ความสำคัญสิทธิมนุษยชน ยัน!! พร้อมดูแลผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาชายแดน ตามสิทธิ์ที่ควรได้รับ

(22 ก.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระหว่างการเดินทางเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 78 (UNGA 78) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ว่า เมื่อเวลา 17.10 น. (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ซึ่งช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมง) วันที่ 21 ก.ย. นายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับนายอันโตนิอู กุแตเรช เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่า ได้กำชับว่าไทยต้องดูแลสถานการณ์เมียนมา ต้องพูดคุยสนทนากัน และเห็นว่าการพูดคุยกันเป็นเรื่องสำคัญ

นายเศรษฐา กล่าวว่า จริงๆ แล้ว ในอดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ก็โตมาจากสายงานผู้ลี้ภัย ท่านเคยมาอยู่เมืองไทยและทำงานใกล้ชิด ซึ่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชนสูงอยู่แล้ว และเป็นที่ชื่นชมของนานาประเทศ ทั้งนี้ หน้าที่ของตน คือสานต่อเท่านั้นเอง และยึดหลักตามที่กระทรวงการต่างประเทศประสาน

“ขอย้ำว่า เราสนับสนุนให้มีการพูดคุยและเจรจากันอย่างสันติสุข ถ้าหากมีปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนในแง่ของชายแดน หรือเรื่องการเข้า และออก เราช่วยดูแลตามสิทธิ์ที่ทุกคนควรได้ ส่วนประเทศเขาก็เป็นเรื่องของเขา” นายเศรษฐา กล่าว

เมื่อถามว่า ได้พูดคุยบทบาทกับกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่ว่า ปัญหาที่มีอยู่บริเวณชายแดนจะทำอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า ได้รับฟังโจทย์จากเลขาฯ ยูเอ็น ไปก็จะทำให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

เมื่อถามถึงวันสันติภาพโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 21 ก.ย.ของทุกปี นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเป็นเรื่องที่เราพูดในเชิงสัญลักษณ์มากเกินไป ส่วนการปฏิบัติ ตนอยากให้เราปฏิบัติ ไม่ใช่เป็นวันไหนแล้วค่อยมาทำกัน พอทำแล้วก็ลืมกันไป จากนั้นก็มาจับอาวุธห้ำหั่นกัน

“ความจริงแล้วการประชุม UNGA 78 ในครั้งนี้ เราทราบดีว่ามีหลายประเทศ มีภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศที่จับคู่ทะเลาะกัน ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่เราหาข้อตกลงกันไม่ได้ ซึ่งเลขาฯ ยูเอ็น มีความสามารถสูงที่จะหาจุดร่วม ให้ทุกประเทศอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข โดยดึงเรื่องอากาศสะอาดเข้ามา ซึ่งเลขาฯ ยูเอ็นรู้อยู่แล้วว่าทุกประเทศ ให้ความสนใจเหมือนกัน จึงสามารถช่วยได้ และหล่อหลอมจิตใจกัน ความจริงเรื่องวันสันติภาพโลกกับเรื่องนี้ไม่ได้ห่างไกลกัน เป็นเรื่องที่เรามองเห็นตรงกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญ” นายเศรษฐา กล่าว

‘พิมพ์ภัทรา’ รุกสร้างต้นแบบ ‘Smart Farmer’ พื้นที่ภาคใต้ มุ่งสร้างรายได้-ลดค่าใช้จ่ายด้วย ‘เทคโนโลยี-นวัตกรรมพลังงาน’

(22 ก.ย. 66) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงฯ มุ่งสร้างต้นแบบ Smart Farmer สร้างรายได้ ลดค่าใช้จ่ายด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมพลังงาน

ทั้งนี้ ในพื้นที่ภาคใต้มีผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรม 2 แห่ง ในจังหวัดชุมพร ประกอบด้วย บริษัท ห้างหุ้นส่วน จำกัด ฟาร์มอินทร์แปลง และ บริษัท สวนทวีทรัพย์ ฟู้ด จำกัด ที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงอุตสาหกรรม

สำหรับห้างหุ้นส่วน จำกัด ฟาร์มอินทร์แปลง ผู้ประกอบการฟาร์มโคนม และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนากิจการให้เป็นเกษตรอัจฉริยะหรือ Smart Farmer ต้นแบบ โดยการนำระบบ IoT (Internet of Things) มาใช้ติดตาม วิเคราะห์พฤติกรรมโคนมที่เลี้ยงไว้ในฟาร์ม และบริหารจัดการนำผลิตภัณฑ์นมมาต่อยอดเพิ่มมูลค่า

รวมถึงนำของเสียจากฟาร์ม อาทิ มูลวัว มาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ และปุ๋ยอินทรีย์ ตามแนวทาง BCG Model หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) โดยบริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ วงเงิน 11.2 ล้านบาท เพื่อใช้จัดซื้อโคนม เครื่องผลิตอาหาร ปรับปรุงโรงเรือน โรงแปรรูป และเป็นเงินทุนหมุนเวียน จนสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการได้ถึง 40 % ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 7 ล้านบาทต่อปี

ส่วนบริษัท สวนทวีทรัพย์ ฟู้ด จำกัดผู้ประกอบการสวนผลไม้ผสมผสาน และโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรด้วยวิธีการแช่แข็ง และการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็งหรือ Freeze Dry ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ วงเงิน 10 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อโดรนเพื่อใช้ในการพ่นยาฆ่าแมลงภายในสวนทุเรียน รวมทั้งติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในโรงงาน โดยสามารถลดต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และยกระดับการบริหารจัดการสวนผลไม้ให้เข้าสู่มาตรฐาน GAP โดยการพัฒนาโรงงานแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรด้วยเทคโนโลยีแช่แข็งและฟรีซดราย และได้รับมาตรฐาน GMP พร้อมทั้งส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้ เช่น เปลือกทุเรียนมาทำปุ๋ยและอาหารสัตว์ สร้างมูลค่าเพิ่มในระบบผลิต

นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวอีกว่า ทั้ง 2 ราย มีการขับเคลื่อนการดำเนินกิจการ ตามนโยบาย MIND 4 มิติ ได้แก่

-ความสำเร็จทางธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ ที่มุ่งให้ผู้ประกอบการมีกำไรในการดำเนินธุรกิจ

-ความอยู่ดีกับสังคมโดยรวมส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างสถานประกอบการ ชุมชน และสังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตรและมีความสุข

-ความลงตัวกับกติกาสากล ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมสู่อุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อโอกาสทางธุรกิจมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนตอบโจทย์ไทยและประชาคมโลก

-การกระจายรายได้สู่ชุมชนที่ตั้ง ด้วยการกระจายรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มประสิทธิกระบวนการผลิต โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ลดการสูญเสีย ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ และเป็นแหล่งสร้างงานให้กับชุมชน

‘นายกฯ’ ขอบคุณ ‘Microsoft’ ร่วมมือ-ลงทุนในไทยมายาวนาน ด้าน Microsoft ชมจุดแข็งไทย เป็นศูนย์กลางข้อมูลของภูมิภาค

(22 ก.ย. 66) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พบกับผู้บริหารบริษัท Microsoft เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณ Microsoft ที่มีความร่วมมือ และมีการลงทุนในไทยมาอย่างยาวนาน และพร้อมจะร่วมมือต่อไปให้มีความต่อเนื่องและเกิดผลรูปธรรมในอนาคตอันใกล้

ขณะที่ผู้บริหารบริษัท Microsoft กล่าวชื่นชมไทยที่มีจุดแข็งสามารถเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค (Regional Hub) มีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของภูมิภาค

“บริษัทฯ ต้องการสนับสนุนให้ทั้งภาคเอกชน และภาครัฐในการใช้ Cloud ซึ่งการมี Cloud investment ในไทย จะช่วยส่งเสริมความสามารถของคนไทย ทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น สายงาน IT สาขาวิศวกร และจะช่วยพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรบุคคล ที่ใช้ระบบงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของไทย”

‘อินเดีย’ ตึง!! ระงับออกวีซ่าพลเมืองชาวแคนาดา หลังถูกกล่าวหาเอี่ยวสังหารนักเคลื่อนไหวชาวซิกข์

‘อินเดีย’ ระงับการออกวีซ่าให้กับพลเมืองชาวแคนาดา โดยอ้างเหตุผลเรื่องภัยคุกคามด้านความมั่นคงต่อเจ้าหน้าที่ในแคนาดา ในจังหวะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติดิ่งหนัก จากประเด็นการสังหารนักเคลื่อนไหวชาวซิกข์

เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 66 บริษัทผู้ให้บริการออกวีซ่าในแคนาดา บีแอลเอส อินเตอร์เนชันแนล ประกาศระงับการออกวีซ่าในแคนาดา ‘อย่างไม่มีกำหนด’ เนื่องจาก ‘ปัญหาด้านการปฏิบัติการ’ ตามการเปิดเผยของกระทรวงการต่างประเทศอินเดียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

อินเดียประกาศแผนระงับออกวีซ่าให้แคนาดา ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสถานทูตแคนาดาในอินเดียประกาศปรับจำนวนเจ้าหน้าที่ในอินเดีย เนื่องจากเจ้าหน้าที่การทูตแคนาดาบางรายได้รับคำข่มขู่คุกคามบนสื่อสังคมออนไลน์

การเคลื่อนไหวของแคนาดาและอินเดีย ยิ่งสะท้อนถึงสัมพันธ์ร้าวลึกระหว่างสองชาติ ซึ่งมีต้นตอมาจากการที่รัฐบาลแคนาดาเดินหน้าสืบสวนข้อกล่าวหาที่ว่าอินเดียมีส่วนเชื่อมโยงกับการลอบสังหาร ‘ฮาร์ดีป ซิงห์ นิจจาร์’ นักเคลื่อนไหวชาวซิกข์วัย 45 ปี ที่มณฑลบริติชโคลัมเบีย เมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งรัฐบาลอินเดียออกมาปฏิเสธ

ประเด็นดังกล่าวได้นำไปสู่ความตึงเครียดด้านการทูตและเศรษฐกิจระหว่างกัน ตั้งแต่การขับทูตของอีกฝ่ายออกนอกประเทศ การแจ้งเตือนพลเมืองให้ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยในการพำนักอาศัยในประเทศคู่กรณี ไปจนถึงการระงับการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างกัน

‘ธนกร’ เข้าเยี่ยม ‘ลุงตู่’ หลังไม่ได้เจอกันนานนับเดือน บอกลุงตู่ดูสดชื่นแจ่มใส พร้อมฝากความคิดถึงถึงพี่น้องทุกคน

(22 ก.ย. 66) นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) แบบบัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพการเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมข้อความ ในเฟซบุ๊ก ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ ระบุว่า…

ผมไม่ได้เจอลุงตู่มานานนับเดือน แต่ได้ไลน์คุยกับท่านทุกวัน วันนี้จึงไปเยี่ยมท่านด้วยความคิดถึง พูดคุยกันนานร่วม 2 ชั่วโมง เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข ท่านสดชื่นมาก สุขภาพดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส และยังถามถึงทุก ๆ คน ที่เคยทำงานร่วมกันมา

วันนี้ ลุงตู่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวการเมืองแล้วแต่ยังคงเป็นห่วงบ้านเมือง ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่อยากเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ท่านยังฝากความห่วงใย ฝากความคิดถึง ฝากความปรารถนาดีมายังพี่น้องคนไทยทุกคนครับ 

ผมสอบถามท่านว่า ได้ดู ‘ติ๊กต็อก’ บ้างไหม ท่านบอกได้ดูบ้าง ผมบอกมีแต่คนคิดถึงท่าน ผลงานท่านถูกนำออกมาโพสต์เต็มไปหมด ไม่ถูกด้อยค่าเหมือนสมัยตอนเป็นนายกเลย ท่านถามเพราะอะไร ผมบอกสงสัย AI เลิกทำงาน ท่านหัวเราะ ผมเรียนท่านว่า สิ่งที่เราเห็นในติ๊กต็อกตอนนี้ คือของจริงที่ประชาชนแสดงออก ยืนยันว่า ท่านทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง มีผลงานชัดเจน

วันนี้ ผมมีความสุขมากครับ ที่ได้เจอลุงตู่ จริง ๆ แล้วไม่อยากไปรบกวนท่านเพราะช่วงนี้ท่านคงอยากพักผ่อน ผมชวนท่านไปไหว้พระ พักผ่อนต่างจังหวัดบ้าง ท่านบอกว่า ช่วงนี้ขอให้เวลากับครอบครัวก่อน เพราะที่ผ่านมาทำงานให้ประเทศชาติอย่างเต็มที่ ไม่ได้ใช้เวลากับครอบครัวเลย จากนี้แล้วค่อยว่ากัน  

สำหรับผมแล้ว ‘ลุงตู่’ เป็นผู้มีพระคุณ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ผมเคารพรักตลอดชีวิต เป็น ‘สุภาพบุรุษผู้ปิดทองหลังพระ’ ตั้งใจ ทุ่มเท ทำงาน ไม่พูด ไม่อวด ถึงวันนี้ ‘แผ่นทอง คือ ผลงานของท่าน’ ถูกกล่าวขาน ชื่นชม นำเสนอทั้งในโลกโซเชียลว่า ผลงานนี้ สร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศและคนไทยทุกคน 

ด้วยรักและเคารพ
สส. ธนกร วังบุญคงชนะ 
อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ปล. ขอทำความเข้าใจท้ายสุดครับ วันนี้ลุงตู่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้ว ผมก็ไปเยี่ยมเยียน ‘ลุงตู่’ ตามปกติในฐานะเป็นคนที่ผมเคารพรักนะครับอย่าโยงการเมืองอีกนะจ๊ะ

‘รฟท.’ ไฟเขียว!! รถไฟฟ้าสายสีแดง 20 บาทตลอดสาย หวังช่วยลดค่าใช้จ่าย - จูงใจประชาชนใช้บริการมากขึ้น

เมื่อวานนี้ (21 ก.ย. 66) นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด รฟท.) ว่า ที่ประชุมฯ ได้อนุมัติดำเนินการตามนโยบาย 20 บาทตลอดสายของรัฐบาล สำหรับรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต เบื้องต้นจะเสนอเรื่องดังกล่าวให้กระทรวงคมนาคม พิจารณาในสัปดาห์หน้า ซึ่งตามขั้นตอน ในการขอปรับค่าโดยสารจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ตามมาตรา 27 ที่ระบุว่าหากหน่วยงานมีมาตรการหรือโครงการใด ๆ ที่กระทบต่อรายได้ขององค์กรสามารถดำเนินการได้ซึ่งจะต้องกำหนดแผนหรืองบประมาณที่ใช้จ่าย รวมทั้งระยะเวลาดำเนินการ และประโยชน์ที่จะได้รับด้วย หากกระทรวงคมนาคมพิจารณาเห็นชอบแล้ว จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากผลการศึกษานโยบายดังกล่าว พบว่า รฟท.จะสูญเสียรายได้ และรัฐต้องสนับสนุนเงินชดเชยประมาณ 80 ล้านบาทต่อปี แต่การลดค่าโดยสารนั้น จะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนให้หันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งจะทำให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 5-20% ต่อปี ซึ่งจะมีผลทำให้รายได้ของ รฟท. เพิ่มขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรถไฟชานเมืองสายสีแดง มีผู้โดยสารใช้บริการอยู่ที่ 2 หมื่นคนต่อวัน

‘เศรษฐา’ หารือ ‘อีลอน มัสก์’ ชวนลงทุนรถอีวีในไทย ชี้!! ไทยพร้อมดูแลสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน

(22 ก.ย. 66) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พบกับ นาย Elon Musk และผู้บริหารของ Tesla SpaceX และ Starlink ผ่านระบบการประชุมทางไกล

โดยนายกรัฐมนตรีประทับใจที่ได้หารือกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุมมองที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน ชื่นชมความก้าวหน้าที่ ต้องการทำเพื่อมนุษยชาติ  และเพื่อโลกที่สะอาด สู่อนาคตที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าจะเกิดเป็นความสำเร็จ ทั้งต่อความร่วมมือด้านยานยนต์ EV และ เพิ่มความร่วมมือด้าน Space Exploration ซึ่งมีมูลค่าทางตลาดสูง และเชื่อมั่นว่าการพบกันครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ไม่ใช่ต่อประเทศไทย แต่จะเป็นประโยชน์กับโลกด้วย

ฝ่าย Tesla กล่าวชื่นชมศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ของไทย ซึ่งเหมาะสมกับการลงทุนของ Tesla 

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมให้การดูแล สนับสนุนตามกรอบกฎหมาย สิทธิประโยชน์ ด้านการลงทุน

สำรวจ Lounge ผู้โดยสารชั้น 1 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ บริการดีๆ ที่น่าชื่นชม แต่เชื่อเถอะว่า 'ทำได้ดีกว่านี้' หาก...

(22 ก.ย.66) จากเพจเฟซบุ๊ก 'โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure' ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อ 'Lounge ผู้โดยสารชั้น 1 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เปิดแล้ว…มีบริการก็ดี แต่เชื่อเถอะว่า 'ทำได้ดีกว่านี้' ดูตัวอย่าง Lounge สถานี Amsterdam Central' ว่า...

วันนี้หลายๆ คนน่าจะเห็นโพสต์ การเปิดให้บริการ ห้องรับรอง (Lounge) สำหรับผู้โดยสารชั้น 1 โดยเปิดให้บริการอยู่บริเวณ ระหว่างชานชาลา 7 และ 8 ข้างห้องน้ำด้านเหนือของสถานี 

รายละเอียดโพสต์ ห้องรับรองผู้โดยสารชั้น 1 ตามลิงก์นี้ >> https://www.facebook.com/100064440019733/posts/702223165269011/

วันนี้ ผมก็ได้ไปเยี่ยมชมห้องรับรองผู้โดยสารชั้น 1 มา ซึ่งก็ดีใจที่การรถไฟ เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร

แต่…ผมคิดว่า การรถไฟฯ สามารถทำได้ดีกว่านี้ครับ

ผมเลยอยากจะเอาตัวอย่างของรับรองผู้โดยสารชั้น 1 (First Class) ของต่างประเทศ จาก สถานี Amsterdam Central มาให้เพื่อน ๆ ชม เพื่อมาเป็นตัวอย่าง และช่วยกันแสดงความคิดเห็นในการพัฒนากันครับ

ในพื้นที่อาคารสถานี Amsterdam Central มีพื้นที่รับรองผู้โดยสารชั้น 1 คือ NS International Lounge Regus Express 

ซึ่งอยู่บริเวณด้านทิศใต้ของชานชาลา 1 ซึ่งเปิดให้ผู้โดยสารชั้น 1 ของหลายเส้นทาง และหลายผู้ให้บริการเข้าใช้ได้ รวมถึงผู้ถือบัตรสมาชิกของผู้ให้บริการ ได้แก่ ...

- 1st class international ticket (incl. Interrail 1st class)
- DB BahnBonus comfort card
- SNCF Grand Voyageur Le Club
- SNCF T card
- Eurostar Carte Blanche
- Österreich card
- SBB General-subscription
- Regus Business lounge membership

ยิ่งไปกว่านั้น คนที่ไม่มีสิทธิ์ที่บอกมา ก็สามารถเข้าใช้บริการได้โดยจ่ายค่าใช้บริการเป็นรายชั่วโมง และรายวัน ...
- ชั่วโมงละ 6€ (ประมาณ 240 บาท)
- วันละ 15€ (ประมาณ 600 บาท)

ซึ่งรองรับผู้โดยสารที่รอต่อขบวนรถไฟ ได้อย่างสะดวก 

สิ่งอำนวยความสะดวก ภายใน Lounge
- โต๊ะ และพื้นที่ทำงาน พร้อมปลั๊กไฟ ทุกโต๊ะ
- มีโซฟา พร้อมกับโต๊ะส่วนตัว สำหรับบางคนที่ต้องการความสงบ หรือพักผ่อน
- WiFi ฟรี ที่เร็วพอสมควร
- มีน้ำดื่ม ชา กาแฟ ให้บริการฟรี สามารถหยิบได้เลย

ที่สำคัญที่สุดที่ผมมองว่าสำคัญ และคนที่เดินทางต้องการ ระหว่างการรอเดินทาง คือ 'บรรยากาศ' ที่ผ่อนคลาย ห้องไม่สว่างเกินไป เหมาะสำหรับการพักผ่อน และมีเจ้าหน้าที่ มาเรียกก่อนการเดินทาง ป้องกันการตกรถไฟ

กลับมามองที่ห้องรับรองผู้โดยสารชั้น 1 ของสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

ซึ่งก็ต้องบอกว่าเราพึ่งเปิดให้บริการมาได้ 2 วัน อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ยังไม่พร้อม แต่ก็อยากให้ปรับปรุงให้ดีขึ้น ได้แก่ ...

- จัดหาโต๊ะทำงาน ที่สามารถให้เปิดคอมทำงานได้อย่างสะดวก พร้อม WiFi ที่เร็วสำหรับคนนั่งทำงานก่อนเดินทาง

- ปรับบรรยากาศ ทั้งแสง และสีใหม่ทั้งหมด ให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น คล้ายกับใน Starbuck และควรเปิดม่าน ให้มองเห็นบรรยากาศภายนอกห้องด้วย

- แยกพื้นที่ Zone ครอบครัว กับผู้ต้องการความสงบออกจากกัน

- จัดหาเครื่องดื่ม หรืออย่างน้อยก็มีตู้จำหน่ายน้ำ และอาหารอัตโนมัติ มาตั้งหน้าห้องก็ได้

- มีป้ายแสดงเวลาออกเดินทางของรถไฟทั้งสถานี เพื่อให้ผู้โดยสารไม่ร้อนใจและระแวงเวลารอรถไฟ

ซึ่งสิ่งที่ผมบอกมา มั่นใจว่ามีสถาปนิก และมันฑนากร สามารถออกแบบได้เหมาะสมไม่น้อยไปกว่า Amsterdam Central แน่นอน 

โดยถ้าทำทั้งหมด ผมอยากให้การรถไฟเปิดให้จ่ายค่าใช้บริการสำหรับผู้โดยสารชั้นอื่นๆ ด้วยเช่นกัน สำหรับเรา อาจจะ ชั่วโมงละ 100 บาท ผมว่าก็มีคนใช้บริการครับ

ซึ่งทั้งหมดนี้อยากจะติเพื่อก่อ เพื่อให้มีการพัฒนาให้ดีขึ้นนะครับ และฝากไปถึงผู้บริหารการรถไฟ ช่วยจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้เพื่อยกระดับประสบการณ์ 

การใช้บริการของการรถไฟ ไปอีกระดับ เทียบเท่าการเดินทางด้วยเครื่องบิน Business Class จะสามารถดึงดูดลูกค้าได้อีกกลุ่มแน่นอนครับ

เปิดใจลูกเมีย ‘ดาบเต้ย’ นายดาบ ปส.สละชีพดวลปืนแก๊งยานรก ลูกสาว ลั่น!! โตขึ้นขอเดินตามรอยเป็นตำรวจสายสืบเหมือนพ่อ

(22 ก.ย. 66) หลังประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพพร้อมเครื่องเกียรติยศให้กับ ‘ด.ต.วีระวัฒน์ คำดี’ หรือ ‘ดาบเต้ย’ ผบ.หมู่ กก.2 บก.ปส.3 บช.ปส.ที่เสียชีวิตขณะเข้าจับกุมคนร้ายที่ขนยาเสพติดไอซ์ 1,000 กิโลกรัม เหตุเกิดคืนวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ในพื้นที่อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย โดย พล.ต.ท.สรายุทธ์ สงวนโภคัย ผบช.ปส.นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ เข้าร่วม ที่ศาลาวัดเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จากนี้จะมีการสวดพระอภิธรรมศพเป็นประจำทุกคืน และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันอังคารที่ 26 ก.ย.นี้ เวลา 16.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางเพลินตา คำดี ภรรยาของ ด.ต.วีระวัฒน์ และบุตรสาว 1 คน คือ ด.ญ.พัทธนันท์ คำดี อายุ 14 ปี ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม อ.เมืองเชียงราย ได้คอยต้อนรับผู้ไปร่วมพิธีซึ่งหลายคนถึงกับร้องไห้เสียใจต่อการจากไปของ ด.ต.วีระวัฒน์ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกาที่เคยร่วมงานกับ ด.ต.วีระวัฒน์ มานานกว่า 2 ปีจนมีความสนิทสนมกัน

นางเพลินตากล่าวว่า ตามปกติสามีของตนจะเป็นคนตั้งใจทำงานมาก เขาจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่หน่วยและหากวันไหนไม่มีงานจึงจะไปรับส่งบุตรสาวไปโรงเรียน ซึ่งตนยอมรับว่าเขาเป็นคนรักในอาชีพ รักเพื่อนตำรวจและรักครอบครัวมากเช่นกัน และรู้ดีว่าอาชีพของเขามีความเสี่ยงและทำใจไว้แล้ว ว่าครอบครัวของเราอาจจะพบเจอกับเหตุการณ์อย่างนี้ได้ แต่ไม่คิดว่าจะมาถึงเร็วเช่นนี้

ก่อนเกิดเหตุก็ไม่มีลางบอกเหตุใดๆ เลย มีเพียงช่วงประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนเกิดเหตุที่สามีของตนได้ไลน์ไปบอกน้องสาวของเขาที่ จ.นครราชสีมา ว่าขณะที่เขานั่งอยู่ในรถก็มีกลิ่นเหมือนอยู่โรงพยาบาล และเป็นคนสอบถามน้องสาวเองว่ามีญาติๆ เป็นอะไรบ้างซึ่งก็ทราบทุกคนยังสบายดี กระทั่งคืนเกิดเหตุวันที่ 19 ก.ย. ตนได้รับทราบว่ามีการยิงกันที่ อ.เวียงชัย ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องกับสามี พอรู้เรื่องก็ตกใจและเสียใจมาก เพราะครอบครัวเรามีอยู่กันเพียง 3 คน เขาก็เป็นเสาหลักของครอบครัว การสูญเสียเขาไปจึงทำให้ครอบครัวมีความยากลำบากในชีวิต

“เคยถามเขา ว่าทำไมทำงานเยอะขนาดนี้ เขาก็บอกว่ายาเสพติดเชียงรายมีมาก หากเขาไม่ทำก็ไม่มีใครทำ” นางเพลินตา กล่าวทั้งน้ำตา

ด้าน ด.ญ.พัทธนันท์ กล่าวว่า แม้ตนจะเสียใจแต่ก็ภาคภูมิใจที่พ่อเสียสละในหน้าที่เพื่อสังคม และไม่เคยภูมิใจในตัวใครมากเท่าพ่อ พ่อเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งการงานและรักครอบครัว ดังนั้น จึงอยากจะบอกว่าพ่อไม่ต้องเป็นห่วงใดๆ เพราะแม่และตนดูแลตัวเองได้ ส่วนในอนาคตอยากเป็นตำรวจเหมือนพ่อ เป็นชุดสืบสวนเพื่อทำความดีให้สังคมต่อไป

พล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผบก.ปส.3 กล่าวว่า การปูนบำเหน็จให้กับดาบเต้ย (ด.ต.วีระวัฒน์) เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เบื้องต้นคือเลื่อน 7 ขั้นเงินเดือน และ 5 ชั้นยศ ส่วนเงินช่วยเหลือ จะมีทั้งเงินฌาปนกิจ กองทุนสวัสดิการ ตร.และ ปส.ประมาณ 2,239,000 บาท กองทุนและมูลนิธิ ป.ป.ส.คาดว่าจะได้รับอีกประมาณ 600,000 บาท

สำหรับ ด.ต.วิพู พานพิมพ์ สังกัดเดียวกับดาบเต้ยได้รับบาดเจ็บสาหัสที่แขนทั้งสองข้าง เพราะถูกทั้งรถที่พุ่งชนและถูกยิงด้วย ปัจจุบันพ้นขีดอันตรายแล้ว โดยกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล ก็จะได้รับปูนบำเหน็จตามระเบียบเช่นกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top