Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

‘รมว.กต.ไทย-ซาอุฯ’ เร่งสานต่อพลวัตรความร่วมมือทวิภาคี ส่งเสริมด้านการศึกษา-ท่องเที่ยว หนุนความสัมพันธ์ภาค ปชช.

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 66 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับเจ้าชายฟัยศ็อล บิน ฟัรฮาน อาล ซะอูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ในระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 78 (UNGA 78)

ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสานต่อพลวัตความร่วมมือทวิภาคีไทย-ซาอุดีอาระเบีย ภายหลังการฟื้นฟูความสัมพันธ์เมื่อปี 2565 โดยยินดีที่จะได้มีโอกาสพบหารือกันอีกในห้วงการประชุม ASEAN – GCC Summit ครั้งที่ 1 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม ที่กรุงริยาด และการประชุมสภาความร่วมมือซาอุดีฯ – ไทย (STCC) ครั้งที่ 1 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศไทย

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือแนวทางการ ส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชน อาทิ การใช้ระบบ e-Visa ของซาอุดีอาระเบีย การสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักศึกษาไทย และการพิจารณาความเป็นไปได้ในการเพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างซาอุดีอาระเบียกับภูเก็ต

‘สวีเดน’ เจอดินถล่ม ทำมอเตอร์เวย์เชื่อมกรุงทรุดตัวแตกร้าว รถสัญจรถูกดูดลงหลุมของรอยแยก ปชช.บาดเจ็บหลายราย

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 66 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุดินถล่มจนสร้างความเสียหายให้กับถนนมอเตอร์เวย์ ซึ่งเชื่อมระหว่างเมืองโกเธนเบิร์ก เมืองใหญ่อันดับ 2 ของสวีเดน กับกรุงออสโล เมืองหลวงของประเทศ ทรุดตัวพังเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ตั้งแต่คืนวันศุกร์ (22 ก.ย.) ที่ผ่านมา และยังส่งผลกระทบต่อรถยนต์ประมาณ 10 คันที่กำลังสัญจรไปมา ตลอดจนป่าข้างทาง และพื้นที่ธุรกิจที่ติดกับปั๊มน้ำมันและร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในบริเวณดังกล่าว ให้ได้รับความเสียหาย โดยมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย ซึ่งถูกส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หน่วยกู้ภัยโกเธนเบิร์กแถลงว่า ส่วนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากเหตุดินถล่มมีขนาดประมาณ 150 x 100 เมตร อย่างไรก็ตาม เหตุดินถล่มส่งผลกระทบกินพื้นที่ถึงประมาณ 700 x 200 เมตร สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากรถของพวกเขาที่ไถลตัวลงไปพร้อมกับถนนที่ทรุดพังลง ด้วยความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเฮลิคอปเตอร์

ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีรถยนต์หลายคันและรถบรรทุกคันหนึ่งที่ตกลงไปในหลุม และรอยแตกร้าวของถนนที่ทรุดตัวจากเหตุดินถล่มครั้งนี้

‘ภูมิธรรม’ เปิดงาน ‘คูคลองใส ปี 66’ พร้อมเร่งฟื้นฟูสภาพดิน-น้ำ ย้ำ!! สิ่งแวดล้อมที่ดีถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ

(24 ก.ย. 66) ที่ตลาดน้ำขวัญเรียม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดในพิธี ‘งานคูคลองใส’ ประจำปี 2566 เนื่องในวันอนุรักษ์และรักษาแม่น้ำคูคลองแห่งชาติ และวันเยาวชนแห่งชาติ โดยมีนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานมูลนิธิคนรักเมืองมีน นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เข้าร่วมพิธี โดยมีการตักบาตรพระสงฆ์ทางน้ำ ก่อนจะเดินข้ามฝั่งจากวัดบำเพ็ญเหนือไปเปิดพิธียังวัดบำเพ็งใต้

โดยนายภูมิธรร กล่าวภายหลังมอบโล่สนับสนุนการจัดงานและมอบเกียรติบัตร ‘เด็กและเยาวชนดีศรีเมืองมีน’ ว่า ในนามของรัฐบาลและนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมอบหมายให้ตนมาปฏิบัติภารกิจสำคัญ ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนและเยาวชนที่ได้รับยกย่องให้เป็นเต็กดีศรีเมืองมีนในปีนี้ ขอแสดงความชื่นชมต่อผู้มีเกียรติและหน่วยงานที่ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ในการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมดีๆ ของสังคม และขอชื่นชมมูลนิธิคนรักเมืองมีน ที่ได้พยายามจัดงาน คูคลองน้ำใสมาอย่างต่อเนื่องถึง 11 ปี โดยมุ่งหวังให้สภาพชุมชนริมฝั่งคลอง และคุณภาพน้ำในคลองแสนแสบสะอาดขึ้น หลายคนคงทราบดีว่าคูคลองในอดีตใช้ประโยชน์ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านคมนาคม ขนส่ง อุปโภคบริโภคเป็นที่รองรับหรือระบายน้ำฝน น้ำเสีย เป็นแหล่งผลิตอาหารแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ แม่น้ำคูคลองยังเป็นแหล่งรวมของศิลปวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตที่สั่งสมกันมาตั้งแต่โบราณ แต่สถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้บทบาทของแม่น้ำคูคลองลดความสำคัญลงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และวัฒนธรรมในการเป็นอยู่ ทำให้มีการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำคูคลองลดน้อยลง แต่ที่หนักกว่านั้นคือ การบุกรุกคลองและเห็นคูคลองเป็นที่รองรับน้ำทิ้ง ขยะ สภาพแม่น้ำ คูคลองหลายแห่งจึงเป็นอย่างที่เห็น รัฐบาลตระหนักดีว่าทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่ดีของประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาของประเทศ และส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน ภาครัฐจึงมีนโยบายสำคัญในการส่งเสริมและเร่งฟื้นฟูความสมบูรณ์ของดินและน้ำคืนสู่ธรรมชาติ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชน ทุกคนทุกฝ่ายก็ต้องช่วยเหลือร่วมมือกันด้วย

จากนั้นนายภูมิธรรม ได้ติดป้ายตลาดต้องชม และร่วมกิจกรรมต่างๆ อาทิ เทน้ำ EM ปล่อยพันธุ์ปลา 200,000 ตัว ชมขบวนเรือบุปผชาติ ขบวนเรือสุวรรณหงษ์ (จำลอง) เยี่ยมชมนิทรรศการ และเป็นประธานจับรางวัล Lucky Draw และมอบรางวัลให้กับประชาชนที่จับจ่ายใช้สอยในงานธงฟ้า

‘ลิซ่า’ เดอะแบกแห่ง ‘BLACKPINK’ ผู้นำพาวงมาถึงฝั่งฝัน กับ 7 ปีที่ถูกด้อยค่า สู่การผงาดขึ้นมาเป็น ‘ตัวแม่’ ของวงการ

เมื่อไม่นานนี้ นายคมสันชัย สุขพิพัฒน์มงคล นักพากย์เสียงชาวไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงประเด็นการปฏิเสธต่อสัญญาจ้างกับทางค่าย YG ของ ‘ลิซ่า BLACKPINK’ โดยระบุว่า…

‘ลิซ่า’ ปฏิเสธเงิน 50 พันล้านวอน หรือประมาณ 1,317 ล้านบาท ในการต่อสัญญากับค่าย YG เป็นข่าวดังไปทั่วโลก ส่งผลให้หุ้น YG ร่วงกราวรูดทันที 9% สูงที่สุดในรอบปี ลิซ่าปฏิเสธ 2 ครั้ง หุ้นก็ร่วง 2 ครั้ง…

เอาดิ คงลืมไปว่า ลิซ่าทำรายได้เป็นพรีเซนเตอร์แต่ละราย แค่ 1 ปี ก็มีรายได้มากกว่าสัญญาทาส 7 ปีของ YG ไม่รวมค่าตัว Global Brand Ambassador อีกหลายแบรนด์ เฉพาะค่าตัวลิซ่า กับ Celine แบรนด์เดียว ก็ 2,800 ล้านบาทแล้ว มากกว่าถึง 2 เท่า (แค่เดินและยิ้มกับอาภรณ์เลอค่า ไม่ต้องเต้นแร้งเต้นกาให้เปลืองเหงื่อ เปลืองแรง) แถม หลายแบรนด์ดังทั่วโลก พร้อมอ้าแขนรับลิซ่า คนดี น่ารัก นิสัยงาม ก็เป็นเช่นนี้

งานนี้ มีสิทธิ์อย่างมาก ที่ BLACKPINK จะยุบวง คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยากครับ เราคงทราบกันดี ถึงความกดขี่ข่มเหงที่ผู้ชายเกาหลีปฏิบัติต่อผู้หญิงเกาหลีด้วยกัน เมื่อครั้งลิซ่าไปอยู่ใหม่ๆ เดินชนลิซ่ายังไม่ขอโทษ กว่าจะมีวันนี้ได้ ลิซ่าทนแล้วทนอีก เป็น ‘สีทนได้’ ทั้งด่า ทั้งเหยียด ใครจะอยากอยู่ต่อ?

ผมเคยไปอยู่เกาหลี จึงรู้ว่า ‘คนเกาหลีไม่ชอบคนไทย’ โดยเฉพาะผู้ชายและผีน้อย ลิซ่า ถูกเหยียดเรื่องชาติพันธุ์ จากบลิ๊งค์เกาหลีบางคน แต่ส่วนใหญ่รักลิซ่ามาก ถึงขนาดแกล้งเป็นลมกลางสนามบิน เพื่อให้ลิซ่ามาเทคแคร์

คนเกาหลี ไม่ชอบคนไทย แต่คนไทย กลับชอบเกาหลีมาก ดารานักร้องไทยรุ่นใหม่ แยกไม่ออกแล้ว เพลงไทย กลายเป็นเพลงเกาหลี หนังไทย กลายเป็นหนังเกาหลี ขนาดเนื้อเรื่องเป็นคนชนบท พระนางยังหน้าเกาหลี บ้าไปแล้ว!!

เมื่อก่อนมี J-POP K-POP ตอนนี้ไทยมี T-POP ผมดู ผมฟัง ไม่ใช่ T-POP มันเป็น K-POP 100% ครับ ไม่มีเอกลักษณ์ของความเป็นไทย

ในขณะที่ลิซ่าเองออกเดี่ยวชุดแรก เธอแสดงความเป็นไทย จนชุดไทย ชฎาไทย รัดเกล้ายอด ขายดีหมดเกลี้ยง ลิซ่ากล้าแสดงความเป็นไทย อวดสายตาชาวโลกอย่างภาคภูมิใจในความเป็นไทย

คนทั่วโลก ไม่ได้รักลิซ่า เพราะร้องเก่ง เต้นเก่ง เซ็กซี่ แต่รักที่ลิซ่า งดงาม อ่อนน้อม มีน้ำใจ กตัญญู และความเป็นไทยของลิซ่าครับ ขนาดลิซ่าทำวงดังมากกว่าใครในวง แต่ลิซ่ากลับได้รับค่าตัวที่ถูกแสนถูกกว่าคนอื่นในวง…

แล้วเป็นไง เงิน 1,317 ล้านบาท ก็ซื้อใจเธอไม่ได้ อย่าลืม ลิซ่าคนเดียวในวง ที่ทำสถิติโลก 
‘Guinness World Records’ มาแล้วหลายสถิติ

อย่าลืมว่าศิลปินเกาหลี เข้าจีนไม่ได้ จีนไม่ต้อนรับ แต่ที่ BLACKPINK เข้าจีนได้ เพราะจีนรักลิซ่ามาก สื่อยกให้เป็น ‘Queen of Dance’

ลิซ่า คือ ‘Soft Power’ ของไทยตัวจริง ความจริงคนทั้งโลกรู้ดีว่า วันนี้ ลิซ่ามีค่ามากกว่าการเป็นเพียงนักร้องนักเต้น ไปเถิดลิซ่า ไปสู่ประตูสวรรค์ โลกที่ยิ่งใหญ่รอเธออยู่ ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’

เพราะความดีที่ทำ ชักนำเธอไป ทำบุญมาดีจริงๆ อดีตทำมาดี ปัจจุบันได้ดี ปัจจุบันทำไว้ดี อนาคตย่อมดี (ต้องเกิดอีกกี่ชาติ ผมถึงจะมีเงินเท่าที่ลิซ่าปฏิเสธ)🏠🧔🏻🇹🇭

ข่าวหลายคนพบเจอ ลิซ่าพาหวานใจมาพบพ่อแม่ที่บ้าน ล่องเรือชมแม่น้ำเจ้าพระยา จุดพลุอลังการสว่างฟ้า แล้วล่องใต้ รับงานที่สมุย ก็วันหยุดเธอนิ…

ความดีของมนุษย์ เทวดาก็ฉุดไม่อยู่แล้วล่ะครับ

ขอแสดงความยินดีครับ

‘นายกฯ’ สรุปผลสำเร็จ UNGA บริษัทยักษ์ด้าน ‘เทคฯ-การเงิน’ สนลงทุนไทย  ฉุนสื่อ!! ไม่เคยบอกตั้ง ‘ทักษิณ’ ที่ปรึกษา ปัด!! ดิจิทัลวอลเล็ตครอบจังหวัด

(24 ก.ย. 66) ที่ห้องรับรองพิเศษ VIP ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 78 (UNGA 78) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ว่า การเดินทางครั้งนี้มีภารกิจเยอะ ต้องขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ช่วยทำให้ภารกิจ 4 วัน ผ่านไปได้ โดยมีการพบปะผู้นำหลายประเทศ ได้กล่าวสุนทรพจน์ 5 ครั้ง พบกับองค์กรต่างๆ 2 องค์กร ได้พบกับบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ทั้งเทสลา, ไมโครซอฟต์, กูเกิล, ซิตี้แบงก์, เจ.พี.มอร์แกน, Global ZAC, เอสเต ลอเดอร์ บริษัทเหล่านี้สนใจมาลงทุน บางแห่งมาลงทุนแล้วในรูปแบบต่างๆ ที่ประเทศไทย

หน้าที่ของตนคือ ไปประกาศให้คนรู้ว่าประเทศไทยเปิดแล้ว พร้อมและยินดีที่จะให้บริษัทเหล่านี้มาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น นอกจากนั้นได้พบกับตลาดหลักทรัพย์ของนิวยอร์ก ที่มองเห็นลู่ทางจะให้บริษัทของไทยไปจดทะเบียนที่ตลาดนิวยอร์ก เพราะไม่เคยมีบริษัทใดไปจดทะเบียน และหวังว่าในปีนี้จะได้เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของนิวยอร์กสัก 1 บริษัท

นายเศรษฐา กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้พบปะกับประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลก ควบคุมฟุตบอลทั้งหมด ได้พูดคุยกันถึงการเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกที่อาเซียนในปี 2032 หรืออีก 9 ปี เป็นแผนที่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก้าวแรกคือ เราอยากได้รับการสนับสนุนจากฟีฟ่าให้ช่วยดูฟุตบอลรากหญ้า จากเดิมที่เคยให้การสนับสนุนปีละ 2.5 แสนเหรียญต่อปี ตอนนี้เป็นปีละประมาณ 2 ล้านเหรียญ ถือว่าเป็นจำนวนที่มาก ทำให้คาดหวังว่าจะสามารถพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยให้ไปถึงจุดที่ควรจะเป็น

นายกฯ กล่าวว่า ขณะที่เรื่องของยูเอ็น ในภาวะที่มีการแข่งขันและภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความแตกแยกค่อนข้างมาก เป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องพิจารณา ธีมของยูเอ็นในปีนี้คือให้มาดูเรื่องการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน 17 ข้อ โดยกว่า 190 ประเทศที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเดียวกันที่เห็นว่าควรมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมไปถึงเรื่องของภาวะโลกร้อน ซึ่งตนได้ประกาศไปว่าไม่ใช่โลกร้อน แต่เป็นโลกเดือดที่เราต้องให้ความสำคัญ ตลอดจนเรื่องของสิทธิมนุษยชนที่ต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากหากมีสงครามระหว่างประเทศมากจะทำให้มีผู้เดือดร้อน มีผู้อพยพลี้ภัย ต้องดูและให้ความเป็นธรรม ที่สำคัญ จุดยืนที่ตนไปประกาศในเวทีนี้คือ ไปประกาศจุดยืนว่าเราเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งยึดมั่น ช่วยผลักดันให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ และการดำเนินการเศรษฐกิจพอเพียง

นายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นเรายังได้นำเสนอนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคอัปเกรด ทำให้ประชาชนมีสิทธิเลือกใช้บริการสาธารณสุขของรัฐได้อย่างสมเกียรติ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องดูแลและป้องกันในอนาคต

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต่างประเทศที่จะมาลงทุนยังมีความกังวลกับสถานการณ์ในประเทศ หรืออุปสรรคใดหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ความกังวลเรื่องนี้ลดหายไปเยอะ และคิดว่าคงไม่มีเรื่องนี้แล้ว แต่จะมีเรื่องกฎหมายบางข้อ และการอำนวยความสะดวกในการธุรกิจ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในการประชุมทั้งบีโอไอและกระทรวงการต่างประเทศต่างไปช่วยกันขยายความว่าเราพร้อมสำหรับการลงทุน พร้อมที่จะรับฟังความเห็น อะไรทำได้จะทำก่อน อะไรที่ต้องแก้ไขกฎกติกา จะมาดูความเหมาะสมอีกครั้ง

เมื่อถามว่า ธุรกิจอะไรที่ต่างชาติให้ความสนใจมากลงทุนมากที่สุด นายเศรษฐา กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท เช่น เทสล่า ที่จะมาดูเรื่องของการเปิดโรงงานผลิตรถยนต์อีวี ขณะที่ไมโครซอฟต์ กูเกิ้ล มาดูเรื่องการทำดาต้า เซนเตอร์ ที่จะมีการลงทุนสูงมาก ประมาณ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อรายสำหรับการลงทุนขั้นต้น

เมื่อถามว่า อุปสรรคด้านกฎหมายต่อการลงทุน เรื่องใดสำคัญที่สุด นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่มีเรื่องใดเป็นพิเศษ แต่เราไม่ได้ไปค้าขายระหว่างประเทศมานาน ทำให้บางบริษัทมีความกังวลเวลาที่มาลงทุน จะมีกฎที่เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว แต่ของเราอาจยังไม่มีการดูแลตรงนี้ ซึ่งต้องนำไปพิจารณาดูแลรายละเอียดให้เกิดความเหมาะสม

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการไปพูดคุยกับบริษัทรายใหญ่ได้ประเมินมูลค่าการลงทุนในประเทศไทยประมาณเท่าไหร่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ประเมินได้ลำบาก เพราะภาคอุตสาหกรรม เช่น เทสลา, ไมโครซอฟต์, กูเกิล การลงทุนขั้นต้นประมาณ 5 พันล้านเหรียญ แต่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเงิน อาจจะทำให้เกิดการลงทุนที่สูงมากหากมาตั้งสำนักงานที่ประเทศไทย มีโอกาสที่บริษัทเหล่านั้นอาจเผยแพร่ความน่าอยู่และตัวเลขเศรษฐกิจ ความเจริญของประเทศไทย และนำบริษัทอื่นมาลงไทุนในไทย และในการประชุมเอเปกที่จะเกิดขึ้น อาจจะเชิญบริษัทขนาดกลางเพื่อเปิดโอกาสได้ไปเสนอตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนข้ามชาติที่เราไปลงทุนในประเทศเขา หรือเขามาลงทุนในประเทศเรา เป็นการเปิดช่องทาง สร้างงาน สร้างรายได้ ให้ประชาชน

เมื่อถามถึงเสียงสะท้อนให้เพิ่มรัศมีการใช้เงินดิจิทัล วอตเล็ต 1 หมื่นบาท เป็นระดับจังหวัด? นายเศรษฐา กล่าวว่า ถือเป็นข้อเป็นห่วงใยที่ต้องนำมาพิจารณา หากกำหนดให้ใช้ในจังหวัด บางทีการใช้จ่ายก็จะกระจุกตัวอยู่ในอำเภอเมือง แต่เราอยากจะให้อำเภอที่กันดารได้มีโอกาสแจ้งเกิดบ้าง ตรงนี้คณะกรรมการกำลังพิจารณากันอยู่ ในรายละเอียดไม่ต้องเป็นห่วง

เมื่อถามว่าเวลานี้ ไม่มีข้อกังวลเรื่องเม็ดเงินจริงที่จะใช้ในนโยบายนี้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่ครับ ไม่เคยมีความกังวล”

เมื่อถามถึงความชัดเจนกรณีที่มีการตีความการให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศ ในการตั้งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษา? นายกฯ กล่าวว่า ทุกท่านต้องแกะเทปดู ตนไม่ได้บอกว่าจะตั้ง แต่บอกว่าถ้ามีเรื่องอะไรถ้าจะปรึกษาก็ปรึกษาได้ เหมือนกับตนปรึกษากับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายๆ ท่านที่อาจจะเกษียณไปแล้ว หรืออดีตนายกรัฐมนตรี ตนเองได้ไปกราบนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ และนายสมชายวงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ มาแล้ว

"ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งแรก เพิ่งเข้าสู่วงการการเมือง ใครมีความรู้ความสามารถที่ดี ก็พร้อมที่จะปรึกษา พูดแค่นั้น ผมก็พูดแค่นั้น บลูมเบิร์กก็แปลแค่นั้นใช่ไหม อย่าตีความไปกว้างกว่านั้นเลย เพราะเรื่องนี้จะก่อให้เกิดประเด็นโดยไม่ใช่เหตุ" นายเศรษฐา กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่มีการตีความกันไปแบบนั้น นายกฯ กล่าวเสียงเข้ม ว่า “คุณตีความ คุณอย่าตีความ คุณฟังที่ผมพูดสิ”

'กรมทางหลวง' อัปเดต!! เอกชนประมูลชิงที่พักริมทางบนมอเตอร์เวย์สาย 7 เตรียมยื่นข้อเสนอร่วมลงทุนฯ ปลายเดือน พ.ย.นี้ รู้ผลต้นปี 67

สรุปผลการจำหน่ายเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการที่พักริมทาง (Rest Area) บนมอเตอร์เวย์ สาย 7 ของกรมทางหลวง เอกชนเตรียมยื่นข้อเสนอร่วมลงทุนฯ ปลายเดือนพฤศจิกายนนี้

กรมทางหลวงปิดการจำหน่ายเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการที่พักริมทาง (Rest Area) บนมอเตอร์เวย์ สาย 7 เป็นที่เรียบร้อย โดยมีภาคธุรกิจเอกชนจำนวนมากให้ความสนใจเข้าร่วมซื้อเอกสารฯ ดังกล่าว กำหนดยื่นข้อเสนอ 22 พฤศจิกายน 2566 และคาดว่าจะสรุปผลการคัดเลือกเอกชนต้นปี 67

​นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่กรมทางหลวงได้ออกประกาศเชิญชวนโครงการร่วมลงทุนสำหรับการให้เอกชนร่วมลงทุนในการพัฒนาและบริหารจัดการที่พักริมทาง (Rest Area) บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร - บ้านฉาง จำนวน 2 โครงการ ประกอบด้วยโครงการศูนย์บริการทางหลวงศรีราชา และโครงการสถานที่บริการทางหลวงบางละมุง และได้จำหน่ายเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (Request for Proposal: RFP) ของทั้ง 2 โครงการพร้อมกัน ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม ถึง 22 กันยายน 2566 ที่ผ่านมานั้น ผลปรากฏว่ามีเอกชนจำนวนมากให้ความสนใจซื้อเอกสารฯ ดังกล่าว เพื่อนำไปศึกษารายละเอียดสำหรับการเตรียมจัดทำข้อเสนอ การร่วมลงทุน สรุปได้ดังนี้ 

​โครงการศูนย์บริการทางหลวงศรีราชา มีผู้สนใจซื้อเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน จำนวน 8 ราย ประกอบด้วย  

1. บริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด  
2. บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด มหาชน  
3. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  
4. บริษัท กัลฟ์ อินฟราสตรัคเจอร์ จำกัด  
5. บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  
6. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์วิศวกรรม จำกัด  
7. บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
8. บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)​

โครงการสถานที่บริการทางหลวงบางละมุง มีผู้สนใจซื้อเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย

1. บริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด  
2. บริษัท กัลฟ์ อินฟราสตรัคเจอร์ จำกัด  
3. บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  
4. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์วิศวกรรม จำกัด
5. บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)  

ขั้นตอนต่อไป กรมทางหลวงได้กำหนดให้มีการจัดประชุมชี้แจงโครงการ (Pre-Bidding Meeting) ในวันที่ 27 กันยายน 2566 เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการฯ ที่เอกชนควรทราบ พร้อมจัดกิจกรรมเยี่ยมชมโครงการ (Site Visit) ในวันที่ 4 ตุลาคม 2566 และกำหนดให้เอกชนยื่นข้อเสนอในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 โดยคาดว่าจะดำเนินการคัดเลือกเอกชนแล้วเสร็จในต้นปี 2567 พร้อมลงนามสัญญาและเริ่มต้นก่อสร้างช่วงกลางปี 2567 เพื่อเปิดให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการบางส่วนในปี 2568 และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2569 ต่อไป

สำหรับการดำเนินงานโครงการฯ จะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public Private Partnership: PPP) ในรูปแบบ PPP Net Cost โดยกรมทางหลวงจะส่งมอบพื้นที่โครงการฯ ให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างที่พักริมทางและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงมีหน้าที่บริหารจัดการและดูแลบำรุงรักษาโครงการฯ ตลอดจนเป็นผู้มีสิทธิ์ในการบริหารจัดการเชิงพาณิชย์และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรายได้ของโครงการฯ โดยต้องชำระค่าตอบแทนให้กรมทางหลวงตามเงื่อนไขที่กำหนด ภายในระยะเวลาดำเนินโครงการ 32 ปี แบ่งเป็นงาน 2 ระยะ ดังนี้ 

ระยะที่ 1 การออกแบบและก่อสร้าง เอกชนมีหน้าที่จัดหาแหล่งเงินทุน ออกแบบและก่อสร้างองค์ประกอบและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ รวมถึงจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี
ระยะที่ 2 การดำเนินงานและบำรุงรักษา เอกชนมีหน้าที่ดูแลและบำรุงรักษา รวมถึงการบริหารจัดการโครงการฯ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลาไม่เกิน 30 ปี

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
👍Website : www.doh.go.th
👍Facebook : @departmentofhighway
👍Twitter : @prdoh1
👍TiKTOK  : https://www.tiktok.com/@doh.thailand 

‘เมืองโบราณศรีเทพ’ แน่น!! นทท.ปักหลักตั้งแต่ประตูยังไม่เปิด แห่ชมความยิ่งใหญ่อลังการสมเป็น ‘มรดกโลก’ ทางวัฒนธรรม

(23 ก.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ และเขาคลังนอก แหล่งโบราณคดีสำคัญของเมืองโบราณศรีเทพมรดกโลก อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยมีนักท่องเที่ยว รวมทั้งประชาชนชาวเพชรบูรณ์พาครอบครัว แห่ไปเที่ยวชมและสัมผัสกับโบราณสถานที่มีอารยธรรมเก่าแก่กว่า 1,000 ปี กันอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะรถรางนักท่องเที่ยวถึงกับต่อแถวรอคิวใช้บริการยาว นอกจากนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างงัดมือถือขึ้นมาเพื่อถ่ายรูปเซลฟี่คู่โบราณสถาน เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสที่ทางยูเนสโกประกาศให้เมืองศรีเทพเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

นายวีระวัฒน์ วัฒนวงศ์พฤกษ์ นายอำเภอศรีเทพ กล่าวว่า เมื่อเช้านี้หลังจากได้รับรายงานว่านักท่องเที่ยวพากันแห่มาเที่ยวชมโบราณสถานที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพหนาแน่น โดยเฉพาะมีรถนักท่องเที่ยวถึงกับไปจอดรอบริเวณทางเข้าก่อนเวลา 08.00 น. หรือก่อนอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพจะเปิดให้เข้าชม จึงเดินทางไปดูบรรยากาศดังกล่าว พบนักท่องเที่ยวมากันค่อนข้างหนาแน่น

“ในขณะที่ทางอุทยานเปิดให้เข้าชมฟรี โดยนักท่องเที่ยวดูให้ความสนใจเรื่องราวของเมืองโบราณศรีเทพมาก โดยเฉพาะโบราณสถานหลักๆ อาทิ ปรางค์ศรีเทพ, ปรางค์สองพี่น้อง, เขาคลังใน และรูปปั้นคนแคระที่บริเวณส่วนฐาน ซึ่งสังเกตว่านักท่องเที่ยวจะพากันถ่ายรูปเซลฟี่กันถ้วนหน้า”

นายวีระวัฒน์กล่าวว่า ส่วนที่เขาคลังนอกมีท่องเที่ยวหนาตาเช่นเดียวกัน โดยบรรยากาศไม่แตกต่างมากนัก แต่นักท่องเที่ยวยังไม่มากเท่าภายในอุทยานฯ ศรีเทพ อย่างไรก็ตามคาดว่าช่วงบ่ายนักท่องเที่ยวน่าจะเข้าไปชมเขาคลังนอกกันมากขึ้น

ในขณะที่นักท่องเที่ยวสาวจาก กทม.รายหนึ่ง กล่าวว่า เพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ จึงวางโปรแกรมพาครอบครัวมาเที่ยวที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยเฉพาะตั้งใจมาชื่นชมเมืองโบราณศรีเทพมรดกโลก โดยเข้าชมโบราณสถานของเมืองศรีเทพ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพก่อน จากนั้นจะเดินทางไปชมเขาคลังนอก แล้วค่อยเดินทางไปที่เขาค้อและพักค้างคืน

“ยอมรับว่าโบราณสถานเมืองศรีเทพน่าตื่นตาตื่นใจและยิ่งใหญ่สมกับเป็นมรดกโลกมาก ในฐานะคนไทย ภาคภูมิใจที่ประเทศเรามีแหล่งโบราณคดีที่มีอารยธรรมเก่าแก่กว่า 1,000 ปี โดยเฉพาะได้รับการยอมรับจากสังคมโลกอีกด้วย” นักท่องเที่ยวรายนี้กล่าว

‘เบียร์ เดอะวอยซ์’ ยอมรับภาพหลุด เป็นฝีมือแฟนเก่านอกวงการ ลั่น!! ไม่เคยคิดว่าความไว้ใจที่เคยมอบให้ มันจะย้อนกลับมาทำร้าย

(23 ก.ย.66) จากกระแสร้อนแรงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ กรณีการไปลือสะพัดถึงปมคลิปหลุดปริศนาพาดพิงถึงนักร้องสาวสวยแซ่บ เบียร์ ภัสรนันท์ หรือ เบียร์ เดอะวอยซ์ ทำให้แฮชแท็ก #เบียร์เดอะวอยซ์ ติดเทรนด์ร้อนแรงอย่างต่อเนื่องตอนนี้

ล่าสุด เบียร์ เดอะวอยซ์ โพสต์ชี้แจงในเพจ Bizcuitbeer ว่า เบียร์ขออธิบายถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแบบรวดเดียวในโพสต์นี้เลย โดยแยกตามประเด็นไว้ให้ทั้งหมดแล้ว และจะไม่ตอบคำถามใดๆเพิ่มเติมในคอมเม้นต์ ต้องขอโทษด้วยที่ออกมาเคลื่อนไหวช้า เนื่องจากต้องให้เวลากับการทำอะไรก็แล้วแต่ที่จะไม่ให้มีผลต่อรูปคดีหรือการดำเนินการของตำรวจ

การรับรู้เรื่องราว ช่วงหลายๆ วันก่อนหน้านี้ เบียร์ได้รับข้อความว่ามีคนนำภาพของเบียร์ไปขายทางแอปพลิเคชันนึง ซึ่งในครั้งแรกที่เห็นข้อความก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เพราะคิดว่าเป็นมิจฉาชีพหลอกให้กดลิงก์ แต่หลังจากนั้นก็มีข้อความเข้ามาด้วยใจความเดียวกันอีกหลายๆ ครั้งและหลายช่องทาง รวมไปถึงอีเมล์ส่วนตัวด้วย ซึ่งภาพดังกล่าวนั้นมีมูลค่าสูงถึง 96,000-105,000 บาท (ราคาภาพอย่างเดียวไม่ใช่คลิป)

การตรวจสอบยืนยัน วันนี้เบียร์ได้ดูภาพและคลิปทั้งหมดแล้ว จะขอบอกทุกคนว่าภาพและคลิปดังกล่าวเป็นเบียร์เองจริงๆ และเบียร์รู้ว่าใครเป็นคนทำ เพราะหลังจากที่มีคนช่วยหาภาพมาให้ดู เบียร์เองก็รู้ได้ในทันทีว่าสถานที่และช่วงเวลานั้นเกิดขึ้นตอนคบหากับใคร ซึ่งในภาพนั้นค่อนข้างจะชัดเจนและปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่ตัวเองค่ะ ดังนั้นไม่ต้องนำภาพไหนมาปะติดปะต่อหรือเทียบกันอีกแล้ว นั่นเบียร์เองยอมรับตรงนี้เลย

บุคคลที่ถ่าย สถานที่ในคลิปและภาพส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่บ้านหลังเก่าของเบียร์ช่วงประมาณปี 2020 บุคคลที่ถ่ายภาพคือแฟนเก่าของเบียร์เอง เป็นคนที่ไม่ได้มีชื่อเสียงในวงการเกม หรือวงการเพลง หรือวงการบันเทิงเลย ดังนั้นเบียร์อยากให้ทุกคนอย่าเพิ่งโจมตีบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ต้องขอโทษทั้ง ‘ท็อป’ ‘วาน้อย’ ‘ฮาย’ และ ‘พี่คัตโตะ’ ด้วยที่ทำให้เดือดร้อนโดนต่อว่าให้เสียหาย

ความรู้สึกต่อเรื่องนี้ เอาจริงๆ ในตอนนั้นเบียร์คิดว่าเรื่องการถ่ายภาพหรือถ่ายคลิปนั้นเป็นเรื่องของรสนิยมเฉพาะบุคคล ซึ่งเป็นการตกลงยินยอมของคน 2 คนในขณะนั้น เพียงแต่บางภาพที่หลุดออกมาเป็น ‘การแอบถ่าย’ ที่ไม่ได้รู้ตัว รวมๆ กันอยู่ด้วย แต่เบียร์จะบอกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ เบียร์รู้สึกว่าความผิดพลาดเดียวคือ ตัวเบียร์เองไม่ได้รอบคอบมากพอที่จะจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นและให้มันจบไปในช่วงก่อนหน้านี้ จากการคบหาใครคนนึงแล้วมีการเลิกรากันไป

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้คงจะมีการพูดคุยให้ลบทิ้งทั้งหมด เพราะไฟล์อยู่ที่เขา เขาเป็นคนถ่ายไว้ ในกระทำดังกล่าวภาพบางภาพไม่ได้มีการบังคับ แต่เป็นการยินยอมเพราะความไว้ใจของเบียร์เองที่มอบให้เขาค่ะ เพราะเราคบกัน รักกัน และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบคู่รักอื่นๆ ทั่วไป ซึ่งเราก็เลี้ยงหมาด้วยกันมีความสุขดี ที่ผ่านมาเขาก็ดูแลเบียร์อย่างดีมาตลอด

ตอนที่รู้เรื่องนี้ก็ไม่ได้คิดว่าเป็นเขาที่ทำด้วยซ้ำ ไม่เคยคิดว่าการที่เรามอบความไว้ใจให้คนที่เรารัก มันจะย้อนกลับมาทำร้ายเบียร์ได้ขนาดนี้

เหตุผลของการถ่ายและเหตุผลของคนที่ทำ เรื่องความสัมพันธ์บางอย่างของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป ณ ตอนที่คบกันเราก็ดูแลกัน เติมเต็มกันในส่วนที่ขาดหรือส่วนที่ต้องการอย่างเต็มที่ เพื่อให้ชีวิตคู่มันมีสีสัน มันราบรื่น ต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนมีวาทะศิลป์ในการพูดอย่างมาก ที่จะโน้มน้าวให้เราทำตาม เรื่องนี้ไม่ขอโทษใครเลยเพราะในตอนนั้นเราก็หลงเชื่อเขาเอง แต่พอวันนึงที่เราตัดสินใจไม่ไปต่อ เราเลิกรากันไป ซึ่งก็นานประมาณนึงแล้ว เขายังคงแสดงความห่วงใยถามไถ่บ้างบางโอกาสอยู่เลย

เพียงแต่เราไม่ได้ตอบกลับอะไรมากมาย เพราะเกรงใจความสัมพันธ์ที่เป็นปัจจุบันมากกว่า จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ซึ่งมันเกิดขึ้นแล้วเบียร์ก็คงกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นทั้งอดีตและความจริง

ณ ปัจจุบันเขาก็ทำการบล็อกเบียร์ทุกช่องทางไปแล้ว มีแค่ช่องทางร้านธุรกิจของเขาที่ยังคงอยู่ ซึ่งเบียร์คงไม่ถามเหตุผลว่าที่เขาปล่อยภาพพวกนี้ออกมาเขาต้องการอะไร อาจจะเป็นเงินก็ได้อันนี้เบียร์ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ตอนที่คบกันก็มีการบ่นเรื่องปัญหาการเงินบ่อยครั้ง และรูปที่ปล่อยออกมาก็เริ่มจากการขายในราคาที่แพงมากๆ ด้วย

พฤติกรรมของบุคคลที่ทำ (เอาไว้เป็นอุทาหรณ์)
-เบียร์ไม่ใช่คนแรกที่เขากระทำแบบนี้
-มีพฤติกรรมชอบยกมือถือขึ้นมาคล้ายกับว่าเล่นมือถือเฉยๆ แต่จริงๆ แอบถ่ายบ่อยครั้งพอถามก็บอกว่าไม่มีอะไร
-หากถูกจับได้ว่าการถ่ายก็จะทำทีเป็นลบ แต่อาจจะอัพโหลดบนคลาวด์เรียบร้อยแล้ว
-มีปัญหาเรื่องการเงินบางทีครั้งก็ชอบหยิบยืมแล้วทำเป็นลืมที่จะคืน
-มีการร้องขอให้ทำท่ายั่วยวนเวลาที่พูดคุยผ่านทางวิดิโอคอล

ขอโทษ เบียร์เองต้องยอมรับว่ากระแสที่เกิดขึ้นมันอาจจะกระทบงานที่กำลังจะเกิดในเร็วๆ นี้ของเบียร์ ซึ่งก็กังวลค่อนข้างมาก เพราะมีหลายงานที่เกี่ยวข้องกับคนอื่น ผู้จัด หรือนักแสดงท่านอื่นๆ แบรนด์สินค้าต่างๆ รวมถึงบุคคลที่โดนเข้าใจผิด เบียร์ต้องขอโทษทุกคนไว้ตรงนี้ด้วยนะคะ เบียร์ยินดีรับความผิดพลาดนี้ไว้เองทุกประการค่ะ

การแก้ไข ต่อจากนี้เบียร์เองจะรอบคอบและระมัดระวังมากขึ้นในทุกๆ อย่างของชีวิต ไม่ให้ทุกคนต้องผิดหวังหรือได้รับผลกระทบจากเรื่องความสัมพันธ์ของเบียร์อีกในอนาคตค่ะ ซึ่งในครั้งนี้เบียร์ก็ได้รับบทเรียนแล้วว่าไม่ควรไว้ใจใครทั้งนั้น ในอนาคตก็อาจจะต้องวางแผนการใช้ชีวิตใหม่ด้วย

เรื่องของทนาย มีบางเพจที่บอกว่าเป็นทนาย เป็นคนดูแลคดีเรื่องดังกล่าวคือโกหกทั้งนั้น คนที่หลงเชื่อเพราะไม่รู้ก็ไม่เป็นไร คนที่รู้อยู่แล้วก็ยังจงใจซ้ำเติมไม่รู้ว่าจะต้องรู้สึกยังไงเหมือนกัน

เรื่องของคอมเมนต์ ใครจะวิจารณ์อะไรถ้าเป็นการติเพื่อก่อ เบียร์จะขอน้อมรับไว้เพื่อปรับปรุง แค่ขอให้ละเว้นเรื่องครอบครัวและบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยนะคะ แต่อย่าลืมข้อกฎหมายบางอย่างไปว่า ‘แค่การแชร์’ คุณก็อาจถูกฟ้องดำเนินคดีได้

คอมเมนต์ที่จะพิมพ์อะไรลงไป วันนี้คุณอาจจะสนุก สะใจ สมน้ำหน้า เบียร์ไม่ตอบกลับ แต่อย่าลืมว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับเบียร์ได้ วันนึงก็อาจเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวคุณก็ได้ไม่ว่าจะชายหรือหญิง มันไม่มีใครสมควรเจอเรื่องแบบนี้ในชีวิตทั้งนั้น

เบียร์ไม่แปลกใจที่จะเจอคอมเมนต์แนวนี้จากผู้ชาย แต่กับผู้หญิงด้วยกัน ค่อนข้างทำให้เบียร์รู้สึกว่าโลกนี้ไม่เคยใจร้ายกับใครนะ มีแต่มนุษย์ด้วยกันนี่แหละที่ร้ายที่สุดแล้ว

โลกยุค 2023 แล้ว ทำไมการมีความสัมพันธ์ที่เรียกว่า ‘SEX’ ผู้ชายที่ทำจะเป็นฝ่าย ‘ได้’ แต่ ผู้หญิงที่ทำจะเป็นฝ่าย ‘เสีย’ หรือเพราะมันกำหนดไว้แบบนั้น ผู้หญิงถึงต้องเป็นฝ่ายที่เสียหายตลอดทุกครั้งไปที่มีประเด็นแบบนี้เกิดขึ้น

เรื่องนี้บอกอะไรบ้าง เบียร์คิดว่าพอมันเกิดขึ้น มันก็ทำให้ตัวเองและหลายๆคนระมัดระวังในความสัมพันธ์มากขึ้น ได้เห็นว่าแม้จะเลิกรากันไปนานแต่ก็อาจมีสิ่งที่หลงเหลือมากพอที่จะทำร้ายหรือทำลายชีวิตเราได้ทุกวันเวลา และอดีตนั้นจะกลับมาเปลี่ยนเรื่องราวในปัจจุบัน

-คนไม่เข้าใจว่าการถูกถ่ายกับการนำไปอัพโหลดมันคนละเรื่องกัน ความยินยอมต่างกัน
-คนที่ได้รับผลของการกระทำมันถูกฝั่งรึเปล่า?
-ทำไมคนที่ต้องอับอายไม่มึที่ยืนในสังคมถึงเป็นคนที่ถูกโพสต์อะไรแบบนี้ลงในโลกอินเตอร์เน็ต?
-เบียร์ไม่ใช่เคสแรกหรือเคสเดียวที่เกิดขึ้น ทำไมสังคมเลือกจะซ้ำเติมเรา?
-ทำไมคนที่กระทำเรื่องแบบนี้เคสอื่นๆ ถึงลอยนวล ทำไมคนได้ดูต้องโอ้อวดภูมิใจ?
-การทำลายคนอื่นมันง่ายแค่ปลายนิ้วและมีอินเตอร์เน็ตเท่านั้นเองเหรอ?
-ทำไมส่วนใหญ่ถึงเอนจอยกับเรื่องแบบนี้จนไม่สนความเจ็บปวดของคนอื่น?
-ทำไมสรรเสริญคนกระทำความผิดละเมิดคนอื่นว่าเป็นคนน่าอิจฉา เป็นผู้ใจบุญ?
-การคบใครเป็นคนรักนั้นการให้ความไว้ใจใครสักคนอาจจะถูกหักหลังในภายหลังได้เสมอ อย่าประมาท

รวมไปถึงการเสพข้อมูลผิดๆ จากเพจปลอมก็ทำให้รู้ว่าสังคมสมัยนี้ยังคงไม่ใส่ใจกับการที่คนๆนึงจะมีบาดแผลมากเท่าไหร่จากการที่แชร์ข้อมูลผิดๆ ลงพื้นที่โซเชี่ยลของตัวเอง เพียงเพราะอยากสนุกอยากมีส่วนร่วมกับการกระทำซ้ำเติมใครสักคนเสมอแม้ไม่แน่ใจนักว่าเรื่องนั้นจริงหรือไม่ มีที่มาที่ไปอย่างไร เรื่องของเบียร์คงเป็นตัวอย่างที่ดีในการคัดกรองเพื่อนในโซเชียลครั้งใหญ่ของใครหลายๆ คน

จากการแชร์ คอมเมนต์หรือการแสดงทัศนคติต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจึงเกิดคำแบ่งแยก ‘ชายแท้’ ‘หญิงแท้’ อย่างที่ใครเข้าใจกัน ตอนนี้เบียร์รับผิดชอบในส่วนของเบียร์แล้ว แล้วพวกคุณล่ะได้ออกมารับผิดชอบอะไรกันบ้าง ทั้งๆ ที่ได้เงินจากการเอารูปไปขาย ความสนุก ความสะใจ ยอดฟอลโลว เอนเกจเมนต์ต่างๆ อย่างที่ต้องการแล้ว

ขอบคุณ เบียร์ขอบคุณทุกคนมากค่ะที่อ่านจนจบ และขอบคุณหลายๆคนที่ออกมาให้กำลังใจ, ดีเฟนด์, คอลเอ้าท์หรือกดรีพอร์ตสื่อต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้กับเบียร์ด้วย ขอบคุณแบรนด์สินค้าต่างๆ ที่แสดงความเห็นใจไม่ยกเลิกงาน ขอบคุณการช่วยเหลือทุกอย่างจากทุกคนในเรื่องนี้เบียร์ขอขอบคุณจากใจจริง รูปสวยๆ เบียร์มีเยอะมาก ถ่ายเองอาจจะสวยกว่านี้ชัดกว่านี้ อย่าไปเสียเงินให้คนที่ละเมิดคนอื่นแบบนี้เลยค่ะ ถ้าเบียร์ทำเองเบียร์จะถ่ายให้สวยกว่านี้แน่นอนรับรอง คำถามอื่นๆ นอกเหนือจากนี้เบียร์ขอให้ทางต้นสังกัด, ผู้จัดการ, ทนายและทางตำรวจเป็นคนจัดการบุคคลที่ทำเรื่องนี้ต่อไป

#อยากขายเสื้อหมาบ้างจังเลยโว้ย
#แค่คุณสวยโลกนี้ก็ใจดีกับคุณไม่ใช่เบียร์

‘สกอตแลนด์’ พัฒนารถออฟโรด EV สำหรับกู้ภัยบนภูเขา มูลค่า 2.6 ล้านบาท คาด!! เปิดให้สั่งซื้อครั้งแรกปี 2024

(23 ก.ย.66) บริษัทสตาร์ตอัปในประเทศสกอตแลนด์พัฒนารถกู้ภัยขับเคลื่อน 4x4 ออฟโรดพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด Munro MK_1 รองรับภารกิจกู้ภัยบนภูเขาและหน่วยดับเพลิงในพื้นที่เมืองของสกอตแลนด์ อังกฤษและเวลส์ โดยรถรุ่นนี้เป็นการสานต่อความสำเร็จจากรถรุ่น MK-1 e-4WD ที่เปิดตัวในปี 2022 ที่ผ่านมา

แนวคิดการออกแบบรถกู้ภัย Munro MK_1 เน้นความสามารถในการบรรทุกสัมภาระที่มากขึ้นด้วยการถอดเบาะแถวที่นั่งด้านหลังออก เปลี่ยนพื้นที่เป็นขนเครื่องมือช่วยชีวิตในพื้นที่ห่างไกล โครงสร้างภายนอกของตัวรถมีความแข็งแกร่งรองรับการขับขี่ในเส้นทางที่ยากลำบาก

ระบบขับเคลื่อนใช้มอเตอร์ฟลักซ์ไฟฟ้าแบบแกนเดียวให้กำลังสูงสุด 375 แรงม้า และแรงบิด 516 ปอนด์-ฟุต ผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมกล่องเกียร์ 2 สปีดและเฟืองท้ายกลาง ทำให้ล้อทั้ง 4 ทำงานร่วมกัน และผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนล้อบนแต่ละเพลาให้เป็นขั้นล็อกได้โดยใช้ระบบล็อกเฟืองท้ายด้านหน้าและด้านหลัง 

รถกู้ภัย Munro MK_1 รองรับการขับขี่ได้ทั้งพื้นที่ลาดเอียงมีความลื่นของพื้นถนน พร้อมขับเคลื่อนผ่านพื้นที่ป่าทึบ ลุยน้ำความลึก 80 เซนติเมตร พร้อมอุปกรณ์ค้นหาและกู้ภัยเต็มรูปแบบ พร้อมกับพื้นที่ด้านหลังที่บรรทุกสินค้าอย่างอื่นเพิ่มเติมได้ ความยาวพอดีกับเปลหามผู้บาดเจ็บและอุปกรณ์ช่วยชีวิตเบื้องต้น รองรับผู้โดยสาร 3 คน 

จุดเด่นของตัวรถกู้ภัย Munro MK_1 อยู่ตรงที่การติดตั้งชุดไฟส่องสว่างภายนอกเพื่อเพิ่มมุมมองในการขับขี่ตอนกลางคืน รวมไปถึงไฟส่องสว่างด้านหลังของตัวรถ เพื่อเพิ่มความสามารถในการกู้ภัยในเวลากลางคืนให้สะดวกมากขึ้น เช่น การขนส่งผู้บาดเจ็บเข้าทางด้านประตูหลังของรถ 

รถกู้ภัย Munro MK_1 แบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อยด้วยกันประกอบด้วย

1. รุ่นมอเตอร์กำลัง 295 แรงม้า ชุดแบตเตอรี่ขนาด 82.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางสูงสุด 306 กิโลเมตร และชาร์จเร็วจาก 15-80% ในเวลาประมาณ 36 นาที 
2. รุ่นอรรถประโยชน์ระดับเริ่มต้น มอเตอร์กำลัง 295 แรงม้าเท่ากัน แต่ใช้ชุดแบตเตอรี่ขนาดเล็ก 61.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง  ระยะทางสูงสุด 227 กิโลเมตร 
3. รุ่นสมรรถนะที่เน้นความสนุกสนาน มอเตอร์ทรงพลังกว่า 375 แรงม้า แบตเตอรี่ขนาด 82.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง เพื่อการวิ่ง 4.9 วินาทีที่ 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง เพิ่มความสามารถในการลากจูงได้ 3,500 กิโลกรัม และระยะทางไกลถึง 305 กิโลเมตร

สำหรับราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 74,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.6 ล้านบาท บริษัทเปิดให้สั่งซื้อครั้งแรกในปี 2024


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top