Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

‘แก้วสรร’ ชี้ ‘ก้าวไกล’ ใช้สิทธิโดยไม่ชอบ กรณีมติขับ ‘หมออ๋อง’ ยัน!! ขัดข้อบังคับพรรค แนะ 2 ช่องทางส่งเรื่องให้ศาล รธน.วินิจฉัย

(30 ก.ย. 66) อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง ‘ก้าวถอยหลัง...ของก้าวไกล’ โดยมีเนื้อหาดังนี้

ถาม ทำไม หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถึงยังไม่ได้เป็น ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’
ตอบ ถ้าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ ประธานวันนอร์ก็นำชื่อหัวหน้าพรรคก้าวไกลขึ้นกราบบังคมทูล ให้ทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งได้แล้ว เพราะบัญญัติระบุแต่เพียงว่า ‘ฝ่ายค้าน’ คือพรรคที่ไม่มีใครเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลเท่านั้น แต่มารัฐธรรมนูญฉบับนี้กลับเติมเงื่อนไขจุกจิกขึ้นมาอีก

ถาม เติมอะไรเข้าไปอีกครับ
ตอบ เติมมาว่า ‘พรรคฝ่ายค้าน’ นอกจากจะต้องไม่มีใครไปเป็นรัฐมนตรีแล้ว ก็ต้องไม่มีใครไปเป็น ประธานสภาหรือรองประธานสภาด้วย พอบัญญัติอย่างนี้ พรรคก้าวไกล ก็เลยยังไม่เป็น ‘ฝ่ายค้าน’ เพราะมี สส.ในพรรค คือคุณปดิพัทธ์ หรือ ‘รองอ๋อง’ เป็นรองประธานสภาอยู่

วันนี้ก็เลยมีแต่ประชาธิปัตย์เท่านั้น ที่เป็น ‘ฝ่ายค้าน’ และให้หัวหน้า ปชป.ขึ้นเป็นผู้นำฝ่ายค้านได้ ซึ่งก็ไม่สมควรเพราะจำนวน สส.น้อยเกินไป

ถาม ถ้าพรรคก้าวไกลอยากได้ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ต้องทำอย่างไร?
ตอบ ก็ต้องทำทางใดทางหนึ่ง คือให้ ‘รองอ๋อง’ ลาออกจากรองประธานสภา หรือให้รองอ๋องออกจากพรรคก้าวไกลไปซะ จากนั้นประธานวันนอร์ถึงจะนำชื่อหัวหน้าก้าวไกลขึ้นกราบบังคมทูลเป็น ผู้นำฝ่ายค้านได้ ซึ่งวันนี้เขาก็เลือกแล้วว่า ให้ ‘รองอ๋อง’ ออกจากพรรคก้าวไกล

ถาม แล้วทำไมเขาใช้วิธีให้ ‘รองอ๋อง’ ออกจากพรรค ด้วยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคกับ สส. ครับ ให้ รองอ๋องยื่นใบลาออกจากพรรคเลยไม่ได้หรือ?
ตอบ ถ้าใช้วิธียื่นใบลาออก รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้ ‘รองอ๋อง’ ขาดสมาชิกภาพ สส.ทันที เพราะเรากำหนดให้ สส.ต้องสังกัดพรรค พรรคเป็นผู้เสนอชื่อให้ประชาชนเลือกมาแต่แรก ถ้าได้เป็น สส.แล้ว จะลาออกไม่ได้ เพราะนี่เป็นพันธะที่มีต่อประชาชน แต่ถ้าเป็นมติพรรคให้ออกจากพรรค เช่นนี้ ‘รองอ๋อง’ ก็ไม่ขาดจาก สส. แต่ต้องไปหาพรรคใหม่มาสังกัด

ถ้าทำได้อย่างนี้ ‘รองอ๋อง’ ก็ได้ทำหน้าที่ รองประธานสภาต่อไป ข้างพรรคก้าวไกลก็ได้ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านไป

ถาม แล้วอาจารย์ไปว่าก้าวไกล ‘ก้าวถอยหลัง’ ทำไม?
ตอบ มันเป็น ‘การใช้สิทธิโดยไม่สุจริต’ ครับ การมีมติพรรคให้ สส.ออกจากพรรคนั้น ต้องเป็นเรื่อง สส.ทำผิดร้ายแรง หรือขัดแย้งกับพรรค จนอยู่ด้วยกันไม่ได้ ข้อบังคับพรรคก้าวไกลก็เขียนข้อนี้ไว้ชัดมาก จะมามีมติให้ออกกันดื้อๆ ง่ายๆ เพียงเพื่อเปิดทางให้ พรรคได้ตำแหน่งอีกตำแหน่งหนึ่งนั้นไม่ได้

ทำอย่างนี้ ‘รองอ๋อง’ เองก็ยังเป็นคนก้าวไกลเหมือนเดิม เพียงแต่ใส่เสื้อพรรคอื่นทับลงไปบนเสื้อก้าวไกล อีกตัวหนึ่งเท่านั้นเอง

ถาม ก้าวไกลเดินมาทางนี้ แล้วมันทำลายหลักกฎหมายที่ตรงไหน?
ตอบ หลักรัฐธรรมนูญให้ สส.สังกัดพรรคการเมือง ก็กลายเป็นเรื่องตลก หลักห้ามเป็นสมาชิกซ้ำซ้อนสองพรรค ก็เป็นแค่กระดาษ หลักนิติธรรมให้ใช้สิทธิโดยสุจริตก็เลื่อนเปื้อนไปอีก ทั้งหมดกลายเป็นหลักที่เขียนไว้ให้อ่านเล่นบนประตูส้วม ระหว่างขับถ่ายเท่านั้น

ถาม ‘รองอ๋อง’ เขาว่า เขาต้องการปฏิรูปสำนักงานสภา ตามพันธะกิจที่สัญญาไว้ นี่ครับ จะให้เขาลาออกได้อย่างไร?
ตอบ ชาวบ้านเขาเลือกให้คุณเป็น สส.ก้าวไกล นั่นคือพันธะที่สำคัญที่สุด ทั้งกรรมการบริหารและ สส. จะต้องยึดตรงนี้ จะเอากฎหมายมาเล่นลวงเป็นลิเกอย่างนี้ไม่ได้

ถาม ถ้าเล่นลวงโลกกันอย่างนี้ ใครจะจัดการให้ถูกต้องได้บ้าง?
ตอบ กลุ่มแรกคือ สส.ในสภาจำนวน 50 คน ยื่นเรื่องให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเลยว่า ‘สส.อ๋อง’ ขาดสมาชิกภาพหรือไม่ เพราะพฤติการณ์จริงที่ทำไปคือการออกจากพรรคด้วยการลาออก ไม่ใช่ด้วยมติขับออกจากพรรคตามข้อบังคับ

ถาม กลุ่มสองคือใคร ครับ?
ตอบ คือ เลขา กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ภายใต้มติเห็นชอบของ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้เองเช่นกันว่า สส.อ๋องได้ลาออกจนสิ้นสมาชิกภาพแล้วหรือไม่

ถาม แล้วปล่อยให้ กราบทูลเสนอหัวหน้าก้าวไกลเป็นผู้นำฝ่ายค้านไปก่อนหรือ?
ตอบ เลขา กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ด้วยความเห็นชอบของ กกต. มีอำนาจปฏิเสธไม่รับรู้รับรองมติก้าวไกล ที่ให้ ‘รองอ๋อง’ ออกจากพรรคโดยไม่มีเหตุขัดแย้งใดๆ ได้ เพราะตรงนี้ขัดข้อบังคับชัดแจ้ง แล้วก็รายงานประธานวันนอร์ให้ทราบ ทำแค่นี้การกราบบังคมทูลเพื่อแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านก็ไม่เกิดขึ้น ประโยชน์จากการทำผิดก็ไม่บรรลุ ส่วนในที่สุด สส.อ๋องจะสิ้นสมาชิกภาพหรือไม่ ก็รอศาลตัดสินอีกที

ถาม เรื่องนี้แท้ที่จริงมันผิดกันทั้งพรรค ทั้งคณะกรรมการบริหาร และ สส.เลยนะครับ
ตอบ น่าจะทำความชัดเจนด้วยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องสมาชิกภาพ สส.อ๋อง ก่อน ถ้าเห็นเป็นความผิดชัดเจนแล้วก็ค่อยว่ากันอีกทีดีกว่าครับ ราตรียังอีกยาวนานนัก

ขณะเดียวกัน ‘รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร’ อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า…

“ในที่สุดพรรคก้าวไกลก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดว่า พรรคก้าวไกลไม่กล้าทำ นั่นคือลงมติขับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ ‘หมออ๋อง’ ออกจากพรรคเพื่อไม่ต้องลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้หัวหน้าพรรคก้าวไกลดำรงตำแหน่ง ผู้นำฝ่ายค้านได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่อนุญาตให้ผู้นำฝ่ายค้าน และประธานสภาผู้แทนราษฎรและตำแหน่งรองประธานสภาฯ มาจากพรรคเดียวกัน

ความจริงนายปดิพัทธ์มีทางเลือกอีก 2 ทาง หนึ่งคือยอมสละโดยลาออกจากตำแหน่งประธานสภาเสียเอง อีกทางเลือกหนึ่งคือลาออกจากพรรคก้าวไกล แต่ทั้งสองทางเลือกนี้ ไม่เป็นที่ปรารถนาของหมออ๋องเพราะคงไม่ต้องการสละตำแหน่งรองประธานสภาฯ และพรรคก้าวไกลก็ไม่ต้องการเสียตำแหน่งรองประธานสภาฯไปเช่นกัน และการที่หมออ๋องลาออกจากพรรคเองก็ไม่สามารถจะไปเป็นสมาชิกพรรคอื่นได้

ดังนั้น เพื่อให้สมประโยชน์ทั้งสำหรับตัวหมออ๋องและพรรคก้าวไกล จึงมีทางเดียวคือต้องขับออกจากพรรคก้าวไกลเสีย วิธีนี้รัฐธรรมนูญเปิดให้ไปสมัครเข้าพรรคใหม่ได้ และก็จะเป็นพรรคอื่นไปไม่ได้นอกจากพรรคเป็นธรรม ซึ่งจะอยู่พรรคก้าวไกลหรือพรรคเป็นธรรมในทางปฏิบัติก็ไม่แตกต่างกัน

พรรคก้าวไกลก็ยังคงเป็นพรรคก้าวไกล เห็นชัดๆ ว่าใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเพื่อให้ทั้งตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน และตำแหน่งรองประธานสภาฯ เป็นของพรรคก้าวไกลทั้ง 2 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้ผู้นำฝ่ายค้านมีอิทธิพลต่อประธาน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ยังไม่วายออกแถลงการณ์แบบหล่อๆ ความว่า…

นายปดิพัทธ์ต้องการทำหน้าที่รองประธานสภาฯ ต่อไป เพื่อผลักดันให้สภามีประสิทธิภาพโปร่งใส และยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น ที่ประชุมร่วมเห็นว่า ภารกิจของนายปดิพัทธ์จะนำไปสู่การยกระดับการทำงานของสภา และเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน แต่ยังคงยืนยันการเป็นพรรคฝ่ายค้านโดยสมบูรณ์ ซึ่งหมายถึงการได้เป็น ผู้นำฝ่ายค้านของหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้หากนายปดิพัทธ์ยังคงดำรงสถานะเดิมในฐานะรองประธานสภา จากพรรคก้าวไกล พรรคก้าวไกลจึงจำเป็นต้องให้นายปดิพัทธ์ออกจากการเป็นสมาชิกของพรรคก้าวไกล เพื่อให้พรรคก้าวไกลสามารถทำหน้าที่ฝ่ายค้านโดยสมบูรณ์

อยากได้ทั้ง 2 ตำแหน่งให้เป็นของพรรคก้าวไกล ถึงกับกล้าทำในสิ่งที่ใครๆบอกว่าเป็นการเมืองน้ำเน่า นี่ถ้าเป็นพรรคอื่นที่เป็นฝ่ายตรงข้ามทำแบบเดียวกัน พรรคก้าวไกลคงดาหน้าออกมาประณามกันแบบไม่ยั้ง แต่นี่เป็นพรรคก้าวไกลทำเอง จึงกลายเป็นการทำเพื่อยกระดับการทำงานของสภา และเป็นการทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน และเพื่อจะได้เป็นฝ่ายค้านโดยสมบูรณ์ในขณะเดียวกัน

ความจริงหากฝากให้นายปดิพัทธ์ให้อยู่พรรคอื่นๆเช่นพรรคภูมิใจไทย นายปดิพัทธ์ก็ยังคงดำรงตำแหน่งรองประธานสภา และพรรคก้าวไกลก็ยังเป็นพรรคฝ่ายค้านโดยสมบูรณ์ได้ไม่ใช่หรือ ทำไมต้องให้ไปอยู่พรรคเป็นธรรม

พรรคก้าวไกลก็ยังคงเป็นพรรคก้าวไกลเช่นเดิม กล่าวคือการพูดมักสวนทางกับการกระทำเสมอ”

‘เกรียง-สมคิด’ ลงพื้นที่ตามติดการกู้ขบวนรถไฟตกรางที่แพร่  เผย เย็นนี้กู้ขบวนรถไฟได้หมด-พร้อมเปิดให้บริการตามปกติ

(1 ต.ค. 66) นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อม นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และคณะ เดินทางลงพื้นที่ติดตามการกู้ขบวนรถไฟจากเหตุรถไฟด่วนพิเศษขบวนที่ 13 กรุงเทพอภิวัฒน์-เชียงใหม่ตกราง เนื่องจากเกิดน้ำท่วมราง เกิดน้ำป่าทะลัก ดินสไลด์ ระหว่างสถานีแก่งหลวงถึงสถานีบ้านปิน อำเภอรอง จังหวัดแพร่ ซึ่งจากการสอบถามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่ได้เร่งกู้ขบวนรถได้แล้ว 1 ขบวน และและคาดว่าภายในเย็นวันที่ 1 ต.ค.นี้จะสามารถเก็บกู้ขบวนรถได้ทั้งหมด และสามารถเปิดบริการให้รถไฟวิ่งได้ตามปกติ

นายเกรียง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย.66 ตนเองพร้อมคณะได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่อ่างเก็บน้ำห้วยแม่แย้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ที่ 9 บ้านแม่ยุ้น ตำบลปงป่าหวาย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มีความเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งอ่างเก็บน้ำห้วยแม่แย้ ได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่ตกหนัก ทำให้น้ำล้นสันอ่าง สูงประมาณ 1 เมตร สันอ่างที่เป็นทำนบดินถูกน้ำป่ากัดเซาะ ได้รับความเสียหาย น้ำล้นไหลลงลำห้วยแม่ยุ้น ทำให้ประชาชน ม.9 ต.ปงป่าหวาย ได้รับผลกระทบหลายครัวเรือน รวมถึงพื้นที่ ทางการเกษตรและสิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหาย

นายเกรียง กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยโครงการชลประทานจังหวัดแพร่ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ได้สนับสนุนเครื่องจักรกลในการซ่อมแซมทำนบดินบริเวณสันอ่างที่ได้รับความเสียหายแล้ว ซึ่งได้เน้นย้ำว่า หลังจากฝนหยุดตกแล้ว ให้ดำเนินการบดอัดทำนบดินบริเวณสันอ่างเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

“สถานการณ์น้ำท่วมได้ขยายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับมีปริมาณน้ำฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเรื่องการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบทันต่อสถานการณ์ พร้อมกับกำชับให้เตรียมแผนเผชิญเหตุในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก นำประสบการณ์ที่ผ่านมา เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที” นายเกรียง กล่าว

‘หมอพรทิพย์’ ถึงไทยแล้ว พร้อมขอโทษ ปมถ่ายภาพบน ‘ลาวามอส’ แจง ไม่มีป้ายเตือน-ไม่ได้ศึกษากฎให้ดี ต่อไปจะระวังให้มากขึ้น

(1 ต.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอ ชายเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นคนไทย ได้ไลฟ์สดขับไล่ แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ หรือ ‘หมอพรทิพย์’ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มีคณะติดตามไปด้วย ออกจากร้านของตัวเอง

ล่าสุด แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Porntip Rojanasunan’ ระบุว่า…

“กลับถึงไทยแล้ว ขออนุญาตเรียนตามทีบอกไว้เรื่องทริปนี้ ส่วนเรื่องการถูกไล่ออกจากร้านอาหารที่ไอซ์แลนด์ ได้เป็นบททดสอบธรรมะในตน ทันทีที่ทราบว่าเขาเกลียดมากจนชี้หน้าด่า หมอกลับรู้สึกเฉยและมองไปข้างหลังและข้างหน้าของเขาที่จะเป็นเช่นไร ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกคำแนะนำ แต่ขออนุญาตเลือกที่จะใช้ธรรมะจัดการมากกว่าใช้กฎหมายจัดการ”

“ส่วนเรื่องการถ่ายภาพบนลาวามอส ก็ถือเป็นความผิดพลาดที่ไม่ได้ศึกษากฎระเบียบให้ชัดเจน ในบริเวณที่ลงถ่ายไม่มีป้ายจึงทำไม่ถูกระเบียบ แจ้งมาก็เพื่อให้รู้ว่าหมอผิดพลาดเอง และแก้ไขทันทีที่ทราบทันที จึงลบออกตั้งแต่ยังไม่กลับมา แต่ก็ไม่ทันสำหรับคนที่เกลียดชังนำไปขยายผล ขอบคุณอีกครั้ง”

‘จั๊ก ชวิน’ อัปเดตอาการป่วย หลังสู้ ‘วัณโรค’ เผย น้ำหนักลด-ตาพร่ามัว ลุ้นตรวจปริมาณเชื้ออาทิตย์หน้า หากเชื้อลดลงสามารถกลับบ้านได้

หลังจากที่ไม่นานนี้ นักร้องเสียงนุ่ม ‘จั๊ก ชวิน’ หลังจากออกมาบอกเผยว่า เข้ารับการรักษาอาการป่วยด้วยอาการติดเชื้อวัณโรคจากเพื่อนที่เสียชีวิตไปแล้ว

ล่าสุดเจ้าตัวออกมาอัปเดตว่า ตอนนี้น้ำหนักลดฮวบ ตาพร่ามัว พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจ อีกทั้งเจ้าตัวยังชูสองนิ้วยิ้มได้ เรียกว่ากำลังใจดีเกินร้อย ส่งกำลังใจให้นักร้องเสียงดี ‘จั๊ก ชวิน จิตรสมบูรณ์’ นักร้องน้ำเสียงคุณภาพ เจ้าของบทเพลง ‘เธอสวย’, ‘ตัวจริง...ของเธอ’ หลังเจ้าตัวโพสต์อาการป่วยของตัวเองผ่านทางไอจีส่วนตัว โดยได้แจ้งว่าติดเชื้อวัณโรคจากเพื่อน

โดยเมื่อวันที่  30 ก.ย. ที่ผ่านมาเป็นวันคล้ายวันเกิดของ ‘จั๊ก ชวิน’ อายุครบ 45 ปี เจ้าตัวก็ได้มาโพสต์ภาพ พร้อมอัปเดตอาการให้ฟังว่า…

“ขอบคุณทุกคำอวยพรและทุกกำลังใจที่มอบให้นะครับ ตอนนี้อาการก็ค่อยๆ ดีขึ้นเป็นลำดับครับ ที่ไม่ได้ Update อะไรทาง Social เพราะสายตาพร่ามัวมากครับ ผลจากยาที่กินอยู่ พอพยายามเพ่งดูก็จะปวดหัว น้ำหนักลงไป 8 กิโล เรี่ยวแรงหายไปเลย พยายามกินเยอะๆ เพื่อเพิ่มน้ำหนักอยู่ครับ สัปดาห์หน้ามีนัดตรวจอีกทีว่าหมดเชื้อหรือยัง ถ้าหมดแล้วจะได้ออกนอกบ้านได้เสียที ยังไงจะมา Update อีกทีนะครับ ขอบคุณมากครับ…

หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปบรรดาแฟนๆ เพื่อนร่วมวงการต่างเข้ามาร่วมให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม พร้อมอวยพรขอหายไวไว จะได้กลับมาร้องเพลงเพราะๆ ให้แฟนๆ เพลงฟังกันในเร็ววัน

‘ชัยวุฒิ’ ยก ‘บิ๊กต่อ’ คนตรงแห่งสีกากี ทำงานซื่อสัตย์ ไม่เกรงใจใคร เชื่อ!! พลิกภาพวงการตำรวจไทย คืนศรัทธาครั้งใหญ่สู่ประชาชน

(30 ก.ย.66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผยถึง บทบาทในการเป็นนายตำรวจที่มีความซื่อตรง และมีความตั้งใจในหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนล่าสุด (14) ในช่วงเวลาที่ตนเคยได้ร่วมงานและรู้จัก ว่า...

“ผมในฐานะ คนที่เคยทำงาน กับ ‘พี่ต่อ’ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ขอชื่นชม ว่าท่านเป็นคนจิตใจดี อาจจะพูดจาไม่หวาน และพีอาร์ไม่เก่ง เเต่มีความจริงใจ ที่สำคัญเป็นนายตำรวจที่มีความตั้งใจในการทำงานสูงมากครับ”

นายชัยวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า “ดังนั้น ผมจึงเชื่อมั่นว่าท่าน จะเป็น ผบ.ตร.ที่ดีที่สุดคนหนึ่งของไทย และเชื่อว่าท่าน คือ ผู้ที่เหมาะสม กับ สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้”

เมื่อถามว่า ภาพลักษณ์ของ ‘บิ๊กต่อ’ จะช่วยฉุดภาพรวมที่ดีคืนแก่วงการตำรวจไทยได้มากน้อยแค่ไหน? นายชัยวุฒิ มองว่า “พื้นฐานของ ‘บิ๊กต่อ’ เป็นผู้มีความเมตตาสูง ขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีคุณธรรมอย่างมาก ตรงนี้จะทำให้ท่านเป็น ผบ.ตร.ที่ทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างเเท้จริง เเละท้ายที่สุดแล้ว ด้วยสิ่งที่ท่านจะขับเคลื่อนต่อจากนี้ จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชนกลับมาสู่องค์กรตำรวจได้อีกครั้ง”

นายชัยวุฒิ ทิ้งท้าย อีกด้วยว่า “ในจังหวะที่บ้านเมืองไทยยังเต็มไปด้วยปัญหาอาชญากรรมมากมาย จนเกิดความเดือดร้อนในหลายส่วน ของประชาชน ความตรงไปตรงมา จริงจัง จริงใจ ของท่าน จะทำให้สามารถเเก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้เเน่นอน”

‘บิ๊กต่อ’ ประเดิม ผบ.ทบ.วันแรก สั่งเด้ง ‘เจ้ากรมสรรพาวุธ’ เซ่นปม ‘น้ำมัน’ ค่ายทหารที่สระบุรีสูญหายกว่า 2 แสนลิตร

(1 ต.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีกองทัพบก (ทบ.) สั่งตรวจสอบน้ำมันเชื้อเพลิงของค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี สูญหายจากคลังกองโรงงานซ่อมสร้างรถยนต์ทหาร ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กองทัพบก กว่า 2 แสนลิตร เมื่อปี 2565 โดยล่าสุดเมื่อเดือน มิ.ย. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยเจ้ากรมจเรทหารบกเป็นประธานตรวจสอบในรายละเอียดซ้ำอีกครั้ง

ล่าสุด พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ออกคำสั่งให้ พล.ท.สุธา อดุลย์ฐานานุศักดิ์ เจ้ากรมสรรพาวุธ ไปช่วยราชการสำนักงานเลขานุการ กองทัพบก เพื่ออำนวยความสะดวกให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ตรวจสอบกรณีน้ำมันหาย

ก่อนหน้านี้ กองทัพบก ได้ออกเอกสารชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยยืนยันว่า ปัจจุบันคณะกรรมการกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบและยังไม่ได้สรุปผล หากผลสอบสวนปรากฏว่า มีผู้ที่ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ ก็จะเสนอให้พิจารณาลงโทษต่อไป ขอเรียนว่า เมื่อกองทัพบกได้รับรายงานว่า อาจมีความไม่เรียบร้อยในการเบิกจ่ายและเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ดังกล่าว

กองทัพบกได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทันที พร้อมกำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสอบสวนด้วยความรอบคอบ ครอบคลุมทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง และรายงานสรุปผลสอบสวนให้ทราบโดยเร็ว

ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วย ต้องบริหารจัดการสิ่งอุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ กรณีนี้กองทัพบกให้ความสำคัญในการตรวจสอบทุกข้อมูลข้อเท็จจริง และจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ

'อ.พงษ์ภาณุ' หวั่น!! 'ค่าเงินบาทอ่อน' สวน 'ดอกเบี้ยพุ่ง' ส่อสัญญาณขัดแย้ง 'นโยบายการคลัง-การเงิน' ไทย

ทีมข่าว THE STATES TIMES ได้พูดคุยกับ อ.พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ ที่พูดคุยในรายการ Easy Econ ซึ่งออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES ในประเด็น ตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกกับความผันผวนหลังจาก ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED (Federal Reserve Bank) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 5.25-5.50% และจะส่งผลต่อตลาดการเงินไทยหรือไม่อย่างไร เมื่อวันที่ 1 ต.ค.66 โดย อ.พงษ์ภาณุ กล่าวว่า...

ตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกมีความผันผวนหลังจาก Federal Reserve คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 5.25-5.50% แต่ออกการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกายังมีความร้อนแรงและอาจมีความจำเป็นต้องปรับดอกเบี้ยขึ้นอีกครั้งก่อนสิ้นปี

ตลาดการเงินไทยก็ไม่พ้นจากความผันผวนนี้ แต่น่าจะรุนแรงกว่าความผันผวนในตลาดโลกด้วยซ้ำ เพราะค่าเงินบาทอ่อนตัวลงเป็นประวัติการถึงระดับ 36.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี กระโดดแรงขึ้นมาอยู่ที่กว่า 3% ซึ่งถือว่าผิดธรรมชาติที่ดอกเบี้ยขึ้น แต่ค่าเงินกลับอ่อนลง

ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในตลาดการเงินไทยเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความขัดแย้งและ/หรือความแตกต่างของทิศทางนโยบายการคลังและนโยบายการเงิน ในช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 

แน่นอนทุกฝ่ายเห็นด้วยว่าธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะธนาคารกลาง ต้องมีความเป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง แต่ความอิสระก็ย่อมต้องมีขอบเขต 

ที่ผ่านมาต้องถือว่าแบงก์ชาติผิดพลาดในเรื่องจังหวะเวลาการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายล่าช้า ทำให้ปี 2565 เงินเฟ้อไทยทะยานสูงสุดในอาเซียนที่ 6.1% แม้ว่าจะโชคดีที่เงินเฟ้อทั่วโลกลดลงในช่วงที่ผ่านมาเพราะราคาพลังงานลดลง แต่ไม่ใช่เพราะการดำเนินนโยบายการเงินที่เก่งกาจแต่อย่างไร และอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่กระโดดขึ้นฉับพลันก็แสดงให้เห็นว่าแบงก์ชาติไม่ยอมรับและไม่ตอบสนองต่อแนวทางของรัฐบาลใหม่ในการใช้นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ (Fiscal Stimulus) แต่อย่างใด

เรื่องยังไม่จบอยู่เท่านี้ เมื่อ 27 กันยายนที่ผ่านมา กนง. มีมติปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีก 0.25% เป็น 2.50% โดยไร้เหตุผลทางเศรษฐกิจสนับสนุน และน่าจะถือว่าสวนทางกับนโยบายการคลังของรัฐบาลอย่างเห็นได้ชัด 

ความขัดแย้งทางนโยบายนี้ได้ทำลายความมั่นใจและสร้างความปั่นป่วนอย่างรุนแรงในตลาดการเงิน ทั้งตลาดหุ้น ตลาดหนี้ และตลาดอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งอาจทำให้นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเกิดการสะดุดได้

เราเชื่อในความเป็นอิสระของธนาคารกลาง แต่ความอิสระนี้จะต้องควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม (Accountability) ไม่ใช่นึกจะทำอะไรก็ทำได้ตามใจชอบ ความขัดแย้งระหว่างนโยบายการคลังและนโยบายการเงินที่กำลังเกิดขึ้นนี้ไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติเลย

‘เกรียง’ ชี้ ‘อุ๊งอิ๊ง’ เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง-มีความรู้ความสามารถ มั่นใจ!! นำพา ‘เพื่อไทย’ ทวงคืนพรรคอันดับหนึ่งได้แน่นอน

(1 ต.ค. 66) นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย ฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค พท. ว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะน.ส.แพทองธารมีความเหมาะสม เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ

เป็นลูกสาวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทยขึ้นมา เชื่อว่า น.ส.แพทองธารเป็นบุคคลที่คนในพรรค พท.ทุกคนไว้วางใจให้ขึ้นมานำพรรคมุ่งไปข้างหน้า เมื่อ น.ส.แพทองธารขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคแล้ว จะเป็นแรงหนุนให้ สส.และสมาชิกพรรค พท. ทุกคนมีพลังในการทำงาน ทำพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน

อีกทั้งวันนี้พรรค พท.มี สส.รุ่นใหม่ได้เข้ามาทำหน้าที่ในสภาฯ เป็นอย่างมาก การได้คนรุ่นใหม่มาเป็นหัวหน้าพรรคเช่นนี้จะยิ่งสอดประสานการทำงานให้เป็นปึกแผ่น ทำให้พรรค พท.เป็นที่ไว้วางใจของประชาชนและจะกลับมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งได้อย่างแน่นอน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะรัชกาลที่ 4 เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

วันนี้ (1 ต.ค. 66) เวลา 09.09 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะรัชกาลที่ 4 เพื่อเสริมสร้างสิริมงคล เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 14 โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้ร่วมพิธีบูชาศาลพระภูมิ พิธีบูชาพระนิรันตราย พิธีบูชาหลวงพ่อโสธร พิธีบูชาพระนารายณ์ พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และพิธีสักการะ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ โดยมีคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ฯ มีคติในการทำงานในฐานะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คือ “เทิดทูน จงรักภักดี พัฒนางานตำรวจในทุกมิติ เป็นตำรวจของประชาชน มีมาตรฐานสากล ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ขวัญกำลังใจ ศักดิ์ศรี สวัสดิการ ผู้บังคับบัญชาต้องเป็นแบบอย่างที่ดี”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top