Thursday, 30 July 2026
Hard News Team

ประชุมเตรียมความพร้อมรายงานผลการดำเนินงานและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการแก้ไข ปัญหาการค้ามนุษย์ ระหว่างคณะผู้แทนจากสำนักงานต่อต้านการค้ามนุษย์ของกระทรวง การต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (J/TIP) กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม 2566 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 7 อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ ตร. โดยมี พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์
พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศพดส.ตร., พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท. พร้อมคณะทำงาน
ศพดส.ตร. ได้รับการประสานจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ว่าคณะผู้แทนจากสำนักงานต่อต้านการค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (J/TP) มีเดินทางมา
ประเทศไทย เพื่อประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการตรวจเรือและการตรวจคัดกรองผู้เสียหายที่ทำงานในเรือประมง ณ ประเทศไทย ในวันที่ 11-12 ต.ค. 66 เพื่อให้การเตรียมความพร้อมในการประชุมร่วมกับคณะทำงานจากสำนักงานต่อต้านการค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (J/TIP) เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพจึงกำหนดจัดประชุมเตรียมความพร้อมในการประชุมร่วมกับ คณะทำงาน J/IP โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ผู้แทนสำนักงานคดีค้ามนุษย์, ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด, ผู้แทนกรมประมง, ผู้จัดการโครงการ Spring, ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พม., ผู้แทนกรมอเมริกาและแปซิฟิก กระทรวงการต่างประเทศ, ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ, ผู้แทนสำนักงานประกันสังคม และผู้แทนจากกระทรวงแรงงาน
ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตำรวจไซเบอร์ เปิดเผย 7 รูปแบบ เพจเฟซบุ๊กปลอม ที่มิจฉาชีพมักใช้ในการหลอกลวงประชาชน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. กล่าวว่า ในปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media หรือ Social Network ) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสาร การทำกิจกรรม หรือการทำธุรกรรมต่างๆ แต่ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่มิจฉาชีพใช้เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์โดยผิดกฎหมาย หลอกลวงเอาทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม แอบอ้างเป็นหน่วยงานต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมา บช.สอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชาสัมพันธ์ และแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยจากการตรวจสอบจากศูนย์บริหารการรับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าสามารถแบ่งรูปแบบของเพจ เฟซบุ๊กปลอมที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกลวงประชาชนได้ จำนวน 7 รูปแบบ ดังต่อไปนี้

1.เพจหน่วยงานราชการปลอม แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเป็นข้าราชการระดับสูง สามารถช่วยเหลือให้คำปรึกษาทางคดี ให้บริการรับแจ้งความ หรือร้องทุกข์ออนไลน์ รวมถึงการรับทำเอกสารราชการออนไลน์ เช่น ใบอนุญาตขับขี่ยานพาหนะ บัตรประจำตัวประชาชน เป็นต้น

2.เพจบริษัท ตลาดหลักทรัพย์ กองทุนรวม หุ้นปลอม ชักชวนหลอกลวงให้ลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น ทองคำ เงินดิจิทัล เงินสกุลต่างประเทศ หุ้นพลังงาน เป็นต้น โดยอ้างว่าให้ผลตอบแทนสูงในเวลาอันรวดเร็ว หรือลงทุนน้อยได้ผลตอบแทนมาก การันตีผลกำไร แอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียงด้านการลงทุน

3.เพจสถาบันการเงิน หรือธนาคารปลอม ชักชวนให้กู้เงิน ปล่อยสินเชื่อ บริการกู้เงินฉุกเฉินในวงเงินสูง โดยอ้างว่า สมัครง่ายอนุมัติเร็ว ดอกเบี้ยต่ำ ใช้เอกสารน้อย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน ไม่ตรวจสอบเครดิต มีกฎหมาย PDPA คุ้มครอง เป็นต้น มักให้โอนเงินค่ามัดจำ เงินค่าค้ำประกันไปก่อน

4.เพจโรงแรม หรือที่พักปลอมในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ หลอกลวงให้โอนเงินเป็นค่าจองที่พัก เงินประกันต่างๆ

5.เพจห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าออนไลน์ปลอม หลอกขายสินค้าออนไลน์ โอนเงินแต่ไม่ส่งสินค้า แม้ว่าความเสียหายจะไม่มาก แต่ผู้เสียหายมีจำนวนสูงเป็นอันดับที่ 1

6.เพจหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนปลอม  รับสมัครทำงานออนไลน์ มักเป็นงานง่ายๆ กดไลก์ กดแชร์ รีวิวสินค้า ที่พัก กดออเดอร์สินค้าเป็นต้น โดยจะให้โอนเงินเข้าไปในระบบให้เพียงพอก่อนถึงจะทำกิจกรรม หรือทำภารกิจได้ เริ่มแรกได้เงินคืนจริงภายหลังถอนเงินไม่ได้

7.เพจปลอมแอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือบุคคลธรรมดา โดยใช้เหตุการณ์สำคัญๆ เช่น อุบัติเหตุ ภัยพิบัติธรรมชาติ กิจกรรม โครงการต่างๆ หลอกลวงรับเงินบริจาค หรือเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากประชาชนผู้ใจบุญ

ที่ผ่านมา บช.สอท. โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้เร่งรัดขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์ในทุกรูปแบบ รวมถึงการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการแอบอ้างหน่วยงานต่างๆ หลอกลวงเอาทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนตัวของประชาชนไปแสวงหาผลประโยชน์โดยผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน

โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมายังคงตรวจสอบพบเพจเฟซบุ๊กในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นในการใช้งาน หรือเข้าถึงบริการต่างๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างการติดต่อกับหน่วยงานต่างๆ ควรตรวจสอบช่องทางเหล่านั้นให้ดีเสียก่อนว่าเป็นของหน่วยงานนั้นจริงหรือไม่ นอกจากนี้แล้วสิ่งที่สำคัญกว่าการดำเนินการปิดเพจปลอมเหล่านี้ คือ การที่ประชาชนมีสติ ไม่หลงเชื่อง่ายๆ แม้ว่ามิจฉาชีพจะเปิดเพจใหม่มาหลอกลวงอย่างไร ถ้ามีประชาชนมีสติ ไม่หลงเชื่อ ตรวจสอบอย่างรอบคอบเสียก่อน ก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการป้องกันเพจเฟซบุ๊กปลอม ดังนี้
1.ประชาชนที่ได้รับความเสียหายในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ https://thaipoliceonline.com เท่านั้น โดยสามารถโทรสอบถามหรือปรึกษาได้ที่ สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 หรือ 081-866-3000 และไม่มีช่องทางไลน์ในการติดต่อ มีเพียงแชทบอท @police1441 ที่เอาไว้ปรึกษาคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คอยให้บริการตอบคำถามประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง
2.โดยปกติหน่วยงานของรัฐจะไม่มีนโยบายในการติดต่อ หรือทำธุรกรรมกับประชาชนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ควรตรวจสอบนโยบายของหน่วยงานนั้นๆ ให้ดีเสียก่อน
3.เพจเฟซบุ๊กปลอมมักมีการซื้อโฆษณาเพื่อการเข้าถึงเหยื่อ และเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ มักแอบอ้างข้าราชการระดับสูง หรือบุคคลสำคัญๆ และหากตรวจสอบให้ดีจะพบว่ามีการใช้สัญลักษณ์ของหน่วยงานที่ไม่สอดคล้องกันกับเพจ
4.เพจเฟซบุ๊กปลอม หากตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ จะพบว่าสร้างขึ้นมาได้ไม่นาน และอาจเคยเปลี่ยนชื่อมาจากเพจอื่นที่น่าสงสัย หรือมีผู้ดูแลเพจอยู่ต่างประเทศที่ไม่ใช่ประเทศไทย
5.เพจเฟซบุ๊กจริงจะต้องมีเครื่องหมายถูกสีฟ้ายืนยันตัวตน หากไม่มีเครื่องหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเพจปลอม
6.เพจเฟซบุ๊กจริง มักจะมีส่วนร่วมในการโพสต์เนื้อหา รูปภาพ หรือกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่อง รวมถึงมีจำนวนผู้ติดตามที่ไม่น้อยจนเกินไป
7.ไม่กรอก หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางคดี ผ่านสังคมออนไลน์ต่างๆ โดยเด็ดขาด
8.หลีกเลี่ยงการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลธรรมดา เพราะมักจะเป็นบัญชีม้าที่มิจฉาชีพเตรียมเอาไว้
9.ตรวจสอบให้แน่ใจ โดยการติดต่อไปยังหน่วยงานนั้นๆ ผ่านหมายเลขคอลเซ็นเตอร์โดยตรง เพื่อสอบถาม หรือแจ้งให้ทำการตรวจสอบทันที

‘ชาดา’ ชูโมเดล ‘สยบอัลคาโปน’ ปราบมาเฟียในไทย เน้นเชือดนิ่มๆ ‘ตรวจเส้นทางการเงิน-เก็บภาษีย้อนหลัง’

(9 ต.ค. 66) ที่รัฐสภา นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ตอบกระทู้ถามสดในที่ประชุมวุฒิสภา ต่อประเด็นการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ซึ่งตั้งถามโดยนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตอนหนึ่งระบุว่า การปราบปรามผู้มีอิทธิพล จะใช้มาตรการทางภาษี เหมือนอย่างกรณีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ปราบปรามกลุ่มของอัล คาโปน และทำให้กลุ่มอิทธิพลในส่วนอัล คาโปนหายไปจากประเทศสหรัฐอเมริกา 

อย่างไรก็ดีในมาตรการของตนที่จะดำเนินการคือ บูรณาการทุกหน่วยงาน ตรวจสอบภาษีผู้มีอิทธิพล และ คนข้างเคียง โดยนำกรรมการป้องกันและปรามปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสรรพากรไปตรวจสอบเส้นทางการเงิน เส้นทางของเงิน ทั้งอาณาจักร ทั้งนี้ตนไม่อยากให้งานปราบผู้มีอิทธิพลเป็นงานหวือหวา หรือไฟไหม้ฟาง แต่ต้องการวางระบบให้ดี เพื่อบีบให้คนที่ไม่ดีออกไป และป้องกันไม่ให้คนไม่ดีเกิดขึ้น และถือเป็นการปราบปรามผู้มีอิทธิพลรูปแบบใหม่ ที่ตรวจสอบทั้งกระบวนการ รวมถึงมือไม้ที่ทำงานให้

นายชาดา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อผู้มีอิทธิพล ตามที่ประชาชนร้องเรียน ทั้งนี้มีส่วนที่ดำเนินการไปแล้ว คือในพื้นที่ขอนแก่น และ กทม. ซึ่งเป็นความผิดปกติ เช่น กรณีมีการลักลอบนำเข้าแรงงานผิดกฎหมาย เป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ แต่ในกรณีเครือข่ายในอาณาจักรเข้าไปทุกระบบ

“ผมจะตั้งใจทำงาน เพื่อให้เป็นพิสูจน์ เป็นเวลาที่ต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ถือว่าการมอบหมายงานนั้นถูกที่ถูกทาง ดังนั้นงานของผมถือเป็นความหวังของคนไทยจำนวนมาก แม้จะไปแบบนิ่ม ๆ แต่จะไม่ทำเพื่อตัวเอง อยากทำให้เห็นว่าทำแล้ว หลังจากนี้ไม่มีผู้อิทธิพลเกิดขึ้นง่าย ๆ เหมือนในอดีต” นายชาดา ชี้แจง

‘สส.ณัฐพงษ์’ ยัน!! ดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ไม่ใช่การหาเสียง ย้ำ!! รัฐบาลมุ่งกระตุ้นกำลังซื้อ พ่วงกระตุ้นภาคการผลิต

นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการดำเนินนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตว่า…

ทราบถึงความกังวลและความไม่เข้าใจของคนกลุ่มต่าง ๆ ขณะนี้อยู่ในช่วงที่รัฐบาลเริ่มต้นจัดทำนโยบาย หลายฝ่ายอาจไม่ทราบข้อมูลชัดเจน จากการหารือกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ทราบว่าจะประกาศความชัดเจนเต็มรูปแบบเร็ว ๆ นี้ 

โครงการนี้ไม่ใช่โปรยเงินหาเสียง แต่ต้องการช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมให้มีกำลังจับจ่ายใช้สอย ทำให้เศรษฐกิจประเทศหมุนเวียนครั้งใหญ่ แม้นักวิชาการบางส่วนเห็นว่าเศรษฐกิจประเทศกำลังดีขึ้นไม่จำเป็นต้องดำเนินโครงการนี้ แต่ในข้อเท็จจริงประชาชน โดยเฉพาะต่างจังหวัดยังยากลำบาก จำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรงไปที่ประชาชนจำนวนมากให้มีกำลังซื้อมากขึ้น เมื่อมีกำลังซื้อ สินค้าก็ขายได้ จะกระตุ้นภาคการผลิตสินค้าต่าง ๆ ให้คนมีงานทำ

‘พิงค์ พิชฌามลณ์’ คว้าแชมป์แบดมินตันเยาวชนโลก 2023 ขึ้นแท่นนักกีฬาแบดฯ แชมป์เยาวชนโลกคนที่ 7 ของไทย

(9 ต.ค. 66) แบดมินตันเยาวชนชิงแชมป์โลก 2023 (2023 BWF World Junior Championships Tournament) ที่เมืองสโปแคน รัฐวอชิงตัน สหรัฐอมเริกา วันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เป็นการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ประเภทหญิงเดี่ยว ‘พิงค์’ พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์ นักตบลูกขนไก่วัย 16 ปีของไทย ลงทำการแข่งขัน

ปรากฎว่า ‘น้องพิงค์’ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นฝ่ายเอาชนะ เชียร่า มาร์เวลลา ฮานโดโย จากอินโดนีเซีย 2-0 เกม 21-11 และ 21-9 ประกาศศักดาคว้าแชมป์ขนไก่เยาวชนโลกมาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในชีวิต

จากการคว้าแชมป์ในครั้งนี้ทำให้ พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์ เป็นนักกีฬาจากไทยคนที่ 7 ที่สามารถคว้าแชมป์เยาวชนโลก ต่อจาก มณีพงศ์ จงจิตร กับ รจนา จุฑาบัณฑิตกุล (คู่ผสม), รัชนก อินทนนท์ (หญิงเดี่ยว), กิตตินุพงษ์ เกตุเรน กับ เดชาพล พัววรานุเคราะห์ (ชายคู่) และกุลวุฒิ วิทิตศานต์ (ชายเดี่ยว)

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความยินดีกับ น.ส.พิชฌามลณ์ โอภาสนิพันธ์ หรือ พิงค์ นักกีฬาแบดมินตันหญิงไทย ที่สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นแชมป์แบดมินตันหญิงเดี่ยวเยาวชนโลก 2023 ในการแข่งขันแบดมินตันรายการ 2023 BWF World Junior Championships Tournament หรือ ศึกเยาวชนโลกที่เมืองสโปแคน (Spokane) รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในการแข่งขันแบดมินตันประเภทหญิงเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ พิงค์ พิชฌามลณ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นมือวางอันดับ 56 ของโลก และมือวางอันดับ 2 ของรายการ ได้เข้าเเข่งขันกับ เคียรา มาร์เวลลา ฮันโดโย (Chiara Marvella HANDOYO) มือวางอันดับ 355 ของโลกจากอินโดนีเซีย โดยผลปรากฏว่า ไทย เอาชนะ อินโดนีเซีย ไป 2-0 เกม ด้วยคะแนน 21-11, 21-9 ใช้เวลาในการแข่งขัน 33 นาที ทำให้ พิงค์ พิชฌามลณ์ เป็นแชมป์เยาวชนโลกสมัยแรก และกลายเป็นนักแบดมินตันไทยคนที่ 2 ที่เป็นแชมป์เยาวชนโลกประเภทหญิงเดี่ยวได้สำเร็จ ต่อจาก เมย์-รัชนก อินทนนท์ ที่เคยทำไว้ระหว่างปี ค.ศ.2009-2011

“นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชื่นชมและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของนักกีฬาในครั้งนี้ ความสามารถของนักกีฬาไทยมีศักยภาพสูง เป็นที่น่าภาคภูมิใจ สะท้อนถึงความมีวินัยในความตั้งใจฝึกฝน และฝ่ายสนับสนุนทุกคนและทุกหน่วยงาน” นายชัยกล่าว

‘นายกฯ’ สั่ง ‘กรมสรรพากร’ ศึกษากฎหมาย แก้ภาษี ‘มรดก-ที่ดิน’ หวังเพิ่มรายได้-ลดความเหลื่อมล้ำ ชี้!! ต้องปรับให้สอดคล้องปัจจุบัน

(9 ต.ค. 66) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมสรรพากรไปพิจารณา การปรับปรุงกฎหมายการจัดเก็บภาษีการรับมรดก เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมองว่า กฎหมายการจัดเก็บภาษีการรับมรดกในปัจจุบันนั้น ถูกมองว่า เป็นกฎหมายที่มีขึ้นในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ไม่สามารถจัดเก็บได้จริง

“ผมได้มอบหมายให้อธิบดีกรมสรรพากรไปพิจารณาแก้ไขกฎหมายดังกล่าว โดยกฎหมายจะต้องมีผลบังคับใช้ได้จริงทั้งในมุมการจัดเก็บรายได้และลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาปรับแก้ไขกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างด้วย” นายเศรษฐา กล่าว

แหล่งข่าวจากกรมสรรพากรเผยว่า หลักในการพิจารณาแก้ไขกฎหมายภาษีการรับมรดกนั้น ต้องพิจารณาใน 3 ประเด็นหลัก คือ

1.) ฐานในการจัดเก็บ ซึ่งปัจจุบัน จัดเก็บมรดกในส่วนที่มีมูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาทต่อราย ซึ่งประเด็นนี้ ก็ต้องมาดูว่า รัฐบาลต้องการปรับเพิ่ม หรือ ลดลงหรือไม่อย่างไร
2.) รายการทรัพย์สินมรดกที่เข้าข่ายการเสียภาษี
3.) ข้อยกเว้นในการเสียภาษีดังกล่าว โดยภรรยาหรือสามีตามกฎหมายเมื่อได้รับมรดกจะได้รับการยกเว้นภาษี

ทั้งนี้ กรณียกเว้นการจัดเก็บภาษีการรับมรดกที่มีมูลค่าไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อรายนั้น ก็ถือเป็นช่องที่จะหลีกเลี่ยงภาษีได้ ยกตัวอย่าง บิดาซึ่งเสียชีวิตมีมรดกอยู่ 300 ล้านบาท แบ่งให้ภรรยา 100 ล้านบาท และ ลูก 2 คนๆละ 100 ล้านบาท มรดกดังกล่าว จะไม่มีภาระภาษีเลย เนื่องจาก ได้รับมรดกไม่เกิน 100 ล้านบาท กรณีภรรยานั้น ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว เนื่องจาก กฎหมายให้ยกเว้นเฉพาะคู่สามีภรรยา

สำหรับภาษีการรับมรดก เป็นภาษีที่เก็บจากมูลค่ามรดกที่ทายาทแต่ละคนได้รับจากกองมรดก โดยผู้ที่ได้รับมรดกเป็นผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีและมักจะมีการกำหนดค่าลดหย่อนและอัตราภาษีที่เป็นประโยชน์กับผู้รับมรดกที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ตาย ทำให้ผู้รับมรดกที่มีความใกล้ชิดกับผู้ตายมีภาระภาษีที่น้อยกว่าผู้รับมรดกแต่ละคนมากกว่า เพราะรับภาระภาษีตามสัดส่วนมูลค่าของมรดกที่ได้รับ

“ภาษีการรับมรดกนั้น เกิดขึ้นเมื่อเจ้ามรดกตาย ผู้รับมรดกจากเจ้ามรดกแต่ละรายได้รับมรดกสุทธิมาในคราวเดียวหรือหลายคราว ถ้ามรดกที่ได้รับมาจากเจ้าของมรดกแต่ละรายรวมกันมีมูลค่าของทรัพย์สินทั้งสิ้นที่ได้รับมรดกหักด้วยภาระหนี้สินอันตกทอดจากการรับมรดกเกิน 100 ล้านบาท ต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท” นายเศรษฐา กล่าว

ส่วนทรัพย์สินมรดกที่เข้าข่ายต้องเสียภาษี อาทิ อสังหาริมทรัพย์ หุ้น เงินฝาก ยานพาหนะที่มีหลักฐานทางทะเบียน สำหรับการยกเว้นภาษีการรับมรดกนั้น อาทิ บุคคลผู้ที่ได้รับมรดกที่เจ้ามรดกแสดงเจตนา หรือเห็นได้ว่า มีความประสงค์ให้ใช้มรดกเพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์ หรือ หน่วยงานรัฐและนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือ กิจการสาธารณประโยชน์ หรือ บุคคล หรือองค์การระหว่างประเทศ ตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีต่อองค์กรสหประชาชาติหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติกันกับนานาประเทศ

แหล่งข่าวกล่าวว่า ภาษีมรดกนั้น เคยถูกนำมาใช้เมื่อปี 2476 แต่ได้ยกเลิกไป เนื่องจาก จัดเก็บได้น้อย ต่อมาในปี 2558 รัฐบาลได้ตรากฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาใหม่ โดยยอดการจัดเก็บภาษีในแต่ละปีจะอยู่ในหลักร้อยล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือว่า น้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนมรดกที่ถูกส่งต่อมาให้ผู้รับมรดก เนื่องจาก วัฒนธรรมของประเทศไทย คือ การสะสมความมั่งคั่งเพื่อส่งต่อให้ลูกหลาน ซึ่งประเด็นการสะสมความมั่งคั่งเพื่อส่งต่อให้ลูกหลานนั้น ถือเป็นละเอียดอ่อนสำหรับสังคมไทยเช่นกัน เพราะเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการทำมาหากิน และในระหว่างที่ได้ทรัพย์สินมา ทางผู้มีทรัพย์สินก็ได้ชำระภาษีให้กับรัฐบาลมาก่อนหน้านี้แล้ว

‘แพรวา อาธิตญา’ คว้าแชมป์โลกเจ็ตสกีหญิง ณ สหรัฐฯ ในการแข่งขัน ‘WGP#1 Waterjet World Series 2023’

เมื่อวานนี้ (8 ต.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก ‘ดับเบิลยู จีพี วัน วอเตอร์เจ็ต เวิลด์ ซีรีส์ 2023’ (WGP#1 Waterjet World Series 2023) ที่เมืองเลค ฮาวาซู ซิตี้ รัฐแอริโซน่า ประเทศสหรัฐ ระหว่างวันที่ 4-8 ต.ค. เข้าสู่การแข่งขันวันที่ 7 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ทัพเจ็ตสกีไทยคว้าแชมป์โลกรุ่นที่ 4 ของรายการนี้ และเป็นรุ่นแรกจากประเภทหญิง

แชมป์โลกรุ่นที่ 4 ของทีมชาติไทยในรายการนี้มาจาก ‘แพรวา’ อาธิตญา เที่ยงพูนวงศ์ ที่ทำได้ตามเป้าจากรุ่นเรือนั่งสมัครเล่นหญิง 1,100 ซีซี ห้ามแต่งเครื่องยนต์ (Amateur Women Runabout 1100 Stock) ที่ทำการแข่งขัน 3 โมโต โดย แพรวา เครื่องร้อนช้าในโมโตแรกเข้าเป็นที่ 2 รองจาก โซฟี ฟรานซิส สาวอเมริกัน

แต่ในโมโต 2 และ 3 ทุกอย่างลงตัว อาธิตญา สปีดเรือหมายเลย 58 ออกนำพร้อมเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 ทั้ง 2 โมโต ขณะที่ ฟรานซิส เกิดความผิดพลาดในโมโตชิงดำที่ทั้งคู่มีคะแนนเท่ากัน ทำให้สาวไทยคว้าแชมป์โลกด้วยคะแนนขาด 173 คะแนน รองแชมป์เป็น อิซซาห์ อาเหม็ด ซูไฮรี่ จากมาเลเซีย ส่วน ฟรานซิส จบอันดับ 3 มี 140 คะแนน

ขณะที่ 2 เยาวชนไทย ‘อ็อตโต้’ ด.ช.ณัฐนันท์ กีนะพันธ์ ในรุ่นเยาวชนเรือยืน 13-15 ปี ห้ามแต่งเครื่องยนต์ (JUNIOR Ski Stock 13-15 Restrictor Plate) กับ ‘ออก้า’ ด.ช.นครา ศิลาชัย ในรุ่นเยาวชนเรือยืนอายุ 10-12 ปี ห้ามแต่งเครื่องยนต์ ใส่แผ่นจำกัดความเร็ว (JUNIOR Ski Stock 10-12 Restrictor Plate) ที่มีคะแนนเป็นอันดับ 1 ทั้งคู่ ยังต้องรอลุ้นตำแหน่งแชมป์โลก จากผลการพิจารณาการประท้วงของคู่แข่งว่าความเร็วเรือสูงเกินไป ทำให้ต้องลุ้นกันต่อในวันที่ 8 ต.ค.

นักแข่งไทยยังมี สุภทัต ฟูตระกูล ลงแข่งในรุ่นเรือนั่งอาชีพห้ามแต่งเครื่องยนต์ (Pro-Am Runabout Stock) ซึ่งหลังจบ 2 จาก 3 โมโต มี 65 คะแนนอยู่อันดับ 7 ผู้นำเป็น วาลีด อัล ชาร์ชานี ชาวกาตาร์ กับ ทอรี่ ชไนเดอร์ ของสหรัฐ 113 คะแนนเท่ากัน ก่อนไปลุ้นกันต่อในโมโตสุดท้ายวันที่ 8 ต.ค.

ด้าน ‘ผู้จัดการเขียด’ นางจิราพร กาญจนพิทักษ์ ผู้จัดการสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยที่เดินทางมาร่วมชมการแข่งขันและสัมผัสปัญหาของนักกีฬาด้วยตัวเองกล่าวว่า “ได้มาเห็นนักกีฬาไทยลงสนามจริงที่นี่ หลังจากได้รับตำแหน่งผู้จัดการสมาคมฯเป็นปีแรก ต้องขอยอมรับในความใจสู้ของทีมเจ็ตสกีไทย เพราะนักกีฬาทุกๆชาติที่มากันทั้ง 32 ชาติ ล้วนเป็นยอดฝีมือของโลก ในเกมหากผิดพลาดแค่เสี้ยววินาทีเดียว ก็หมายถึงความพ่ายแพ้

และยิ่งประทับใจที่เห็นถึงความทุ่มเทของนักกีฬา ยามมีปัญหาเรื่องงบประมาณส่งแข่งจากฝ่ายกีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ผู้บริหารฝ่ายกีฬาเป็นเลิศฯ ยังพิจารณาไม่ทันการเดินทางมาแข่ง โดยแจ้งว่าเป็นต้นปีงบประมาณ ทั้ง ๆ ที่รายการที่สำคัญนี้เป็นรายการแข่งที่สำคัญนอกประเทศเพียงรายการเดียวต่อปี และผู้บริหารที่มานั่งตำแหน่งใหม่ตอนนี้ ไม่ได้เคยลงมาดูเรียนรู้ข้อมูลใด ๆ ทางสมาคมขอพบก็ไม่ได้ ซึ่งปัญหานี้ต้องได้รับการแก้ไขทันที เพื่อไม่ให้เกิดเป็นปัญหาในปีต่อ ๆ ไปอีก

ทีมเจ็ตสกีไทยทุกคนก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ท่านเลขาธิการควักกระเป๋าตัวเองช่วยด้านตั๋วเครื่องบินนักกีฬา ทีมนักกีฬาก็ช่วยกันออกทุนมาเอง นักกีฬารอไม่ได้ ต้องเตรียมตัวหลายอย่าง เรื่องการส่งเรือมาแข่งเป็นปัจจัยสำคัญ ไม่มีเรือดี ๆ ก็ชนะยาก นักกีฬาต้องออกค่าใช้จ่ายกันเอง น้ำใจนักกีฬาไทย สุดยอดมาก ๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่สมาคมฯ

เมื่อนักกีฬายอมออกทุนตัวเอง เราคงนิ่งเฉยไม่ได้ ถึงจะเพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ก็คิดว่าเป็นความจำเป็นที่สมาคมกีฬาเจ็ตสกีฯ ต้องมีตัวแทนมายืนเคียงข้างนักกีฬา อย่างน้อยก็มาเป็นกำลังใจให้นักกีฬา และที่สำคัญเพื่อมาเห็นด้วยตาตัวเองจะดีมากกว่าที่มีคนอื่นมาเล่าให้ฟัง ขอชื่นชมนักกีฬาและทีมงานของตัวแทนชาติไทย และทำให้เห็นว่า ทุกคนทำหน้าที่นักกีฬาได้อย่างสุดความสามารถอย่างเต็มกำลังจริง ๆ”

‘กระทรวงพลังงาน’ เกาะติดสถานการณ์สู้รบ ‘อิสราเอล-ฮามาส’ หวั่นดันราคาพลังงานโลกพุ่ง ย้ำ ปริมาณสำรองของไทยยังมีพร้อม

(9 ต.ค. 66) นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่ากระทรวงพลังงานเกาะติดสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส (Hamas) หรือองค์กรการเมืองติดอาวุธของชาวปาเลสไตน์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ประเทศไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะไม่ได้มีการนำเข้าพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) จากอิสราเอลหรือปาเลสไตน์

เนื่องจากปัจจุบันไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศกลุ่มตะวันออกกลางประมาณร้อยละ 57 และในส่วนของแอลเอ็นจีนำเข้าจากต่างประเทศประมาณร้อยละ 33 จากหลากหลายแหล่ง

ทางกระทรวงพลังงานก็ได้ติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเตรียมความพร้อมหากเกิดสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น โดยกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมด้านปริมาณสำรองพลังงาน

โดยปัจจุบันไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบ 3,910 ล้านลิตร ปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่งอีก 1,637 ล้านลิตร น้ำมันสำเร็จรูป 2,180 ล้านลิตร ทำให้มีน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองใช้ได้กว่า 2 เดือน แบ่งเป็น น้ำมันดิบ 33 วัน อยู่ระหว่างขนส่งอีก 14 วัน และน้ำมันสำเร็จรูป 20 วัน ส่วนก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) สำหรับในภาคครัวเรือนใช้ได้ 21 วัน

“หากสถานการณ์มีความยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น สิ่งที่น่ากังวลที่สุดจะเป็นเรื่องของราคาพลังงานโลก เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่เป็นผู้ผลิตและส่งออกพลังงานรายใหญ่ของโลก ซึ่ง sentiment หรือสภาวะอารมณ์ของตลาดอาจจะมีผลทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้นได้ แม้ว่าในปัจจุบันราคาน้ำมันจะยังคงแกว่งตัวในช่วงแคบ ๆ แต่ยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด”

นายประเสริฐกล่าวว่า แต่อย่างไรก็ดีกระทรวงพลังงานจะยังคงดำเนินการอย่างเต็มที่ในการบรรเทาให้เกิดผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด และขอให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์วิกฤตนี้และร่วมกันใช้พลังงานโดยเฉพาะน้ำมันอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด เพื่อผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

‘THEOS-2’ ทะยานขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จ พร้อมเริ่มปฏิบัติการสำรวจโลก ด้าน ‘นายกฯ’ ร่วมยินดี หนุนใช้เทคโนโลยีทันสมัยช่วยขับเคลื่อนประเทศ

ดาวเทียม ‘THEOS-2’ ประสบความสำเร็จขึ้นสู่วงโคจรแล้ว เริ่มปฏิบัติการสำรวจโลก นายกฯ เศรษฐา ร่วมยินดี ขอบคุณกระทรวง อว. ขณะที่ ‘ศุภมาส’ ชี้ข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 จะถูกนำมาวางแผนบริหารจัดการพื้นที่ที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใน 5 – 8 วันจากนี้

(9 ต.ค. 66) มีการนำส่งดาวเทียมสำรวจโลก ‘THEOS-2’ (Thailand Earth Observation Satellite 2) ขึ้นสู่วงโคจรจากท่าอวกาศยานยุโรปเฟรนช์เกียนา (Guiana Space Center) เมืองกูรู รัฐเฟรนช์เกียนา ทวีปอเมริกาใต้ มี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ ‘GISTDA’ รวมทั้งสักขีพยานจากประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศสรวมถึงประชาชนทั่วโลก ที่สนใจในเหตุการณ์ครั้งสำคัญนี้

โดยเมื่อถึงเวลา 08.36 น.ตามเวลาในประเทศไทย ดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 ได้ถูกนำส่งด้วย จรวด ‘VEGA’ พร้อมมีการให้สัญญาณนับถอยหลังใน 10 วินาทีสุดท้ายหลังจากนั้นดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 ได้ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรท่ามกลางความตื่นเต้นดีใจ หลังจากลุ้นระทึก โดยผู้อยู่ในเหตุการณ์ครั้งสำคัญต่างพากันจับมือแสดงความยินดี

ทั้งนี้ น.ส.ศุภมาส กล่าวภายหลังจากดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจรของอวกาศว่า รู้สึกดีใจและโล่งใจที่การปล่อยดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 ราบรื่น ประสบความสำเร็จ แม้จะมีอุปสรรคบ้าง แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการ

โดยขณะนี้ สามารถกล่าวได้ว่าดาวเทียม THEOS-2 ได้เริ่มปฏิบัติการสำรวจโลกแล้ว โดยหลังจากปล่อยดาวเทียมในเวลา 08:36 น. จะใช้เวลากว่า 52 นาทีในการเข้าสู่วงโคจรที่ระดับความสูง 621 กิโลเมตร เมื่อดาวเทียมขึ้นไปแล้ว จะทดสอบระบบในอวกาศร่วมกับสถานีภาคพื้นดินราวๆ 3 เดือน ก่อนจะใช้งานได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากมีสถานการณ์เร่งด่วนเกิดขึ้น อาทิ ภัยพิบัติ THEOS-2 ก็สามารถสั่งถ่ายภาพได้ภายใน 5 – 8 วัน หลังจากดาวเทียมเข้าสู่วงโคจร

“ภารกิจนี้เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของกระทรวง อว.และประเทศไทย หลังจากนี้จะมีการต่อยอดยกระดับด้านต่างๆ ของประเทศรวมทั้งการให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนให้รู้ว่าดาวเทียม THEOS-2 มีประโยชน์อย่างไร สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 จะถูกใช้ในการปรับปรุงและทำให้ข้อมูลในทุกพื้นที่ของไทยเป็นปัจจุบัน ทันสมัย และมีความละเอียดที่ถูกต้อง ช่วยให้ทุกการวางแผนบริหารจัดการพื้นที่ที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” รมว.กระทรวง อว.กล่าว

ในโอกาสนี้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดี ว่า ในนามของรัฐบาลไทยและประชาชนคนไทยทุกคน ขอแสดงความยินดีที่วันนี้ประเทศไทยประสบความสำเร็จสามารถส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจรได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งรัฐบาลมุ่งเน้นมาตลอดว่าจะใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชน ข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 จะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการนำไปพัฒนาสร้างประโยชน์ได้ในหลากหลายมิติ อาทิ การบริหารจัดการเกษตร การบริหารจัดการเมือง การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการน้ำ และการบริหารจัดการภัยธรรมชาติ ซึ่งจะนำมาสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงของพี่น้องประชาชน

“ผมขอขอบคุณกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ GISTDA ที่จะช่วยขับเคลื่อนและผลักดันวงการอวกาศของประเทศไทยให้มีความก้าวหน้า” นายเศรษฐา กล่าว

ด้าน ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า “หลังจากดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรแล้ว จะทำการปรับตัวเพื่อเข้าสู่โหมดของการทำงาน รวมทั้งทดสอบระบบควบคุมและติดต่อสื่อสารกับภาคพื้นดิน เพื่อความเสถียรและความแม่นยำของข้อมูลโดยใช้เวลาประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้น GISTDA จะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้าถึงข้อมูล เพื่อนำไปต่อยอดหรือให้การบริการเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงจะเป็นแรงผลักดันขับเคลื่อนด้านการศึกษา การวิจัยและนวัตกรรมในการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ และเทคโนโลยีอวกาศในการพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อสร้างนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรในสาขาที่เกี่ยวข้องต่อไป”

ภรรยา ‘หนุ่มกาฬสินธุ์’ เล่านาทีจุกอก ก่อนสามีถูกสังหารที่อิสราเอล พร้อมวอนรัฐบาลไทยช่วยนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด

(9 ต.ค. 66) ความคืบหน้า กรณีกลุ่มฮามาส ในปาเลสไตน์ บุกจู่โจมประเทศอิสราเอล ทำให้แรงงานไทยส่วนใหญ่ไปทำงานสวนเกษตรในฉนวนกาซา อยู่ตอนใต้ของประเทศ ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะไร่เกษตรอยู่ติดกับชายแดนปาเลสไตน์

โดยมีรายงานผู้เสียชีวิต จากข้อมูลของสำนักงานจัดหางานนครพนม พบว่า มีแรงงานไทยชาวนครพนม ไปทำงานฟาร์มเกษตร สูญหายขาดการติดต่อจากญาติ จำนวน 3 ราย และในรายงานมีการยืนยันผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายสมควร พันธ์สะอาด อายุ 39 ปี ชาว อ.เมืองกาฬสินธุ์ แต่มาเป็นเขยนครพนม ภรรยาชื่อ นางสาวรุ่งทิวา เรืองฤทธิ์ อายุ 31 ปี เป็นชาวบ้านดงยอ ต.นาถ่อน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ทั้งนี้ ทางญาติ ครอบครัวผู้เสียชีวิต อยู่ระหว่างติดต่อทางกรมการจัดหางาน เพื่อประสานขอความช่วยเหลือ เพื่อนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศล

ล่าสุด นางสาวรุ่งทิวา เรืองฤทธิ์ อายุ 31 ปี ออกมาเปิดเผยยืนยันว่า นายสมควร พันธ์สะอาด อายุ 39 ปี สามีเสียชีวิตเมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา หลังจากขาดการติดต่อทางแชทเฟซบุ๊ก ปกติจะพูดคุยไถ่ถามความเป็นอยู่ทุกวัน โดยสามีเพิ่งไปทำงานยังไม่ถึงปี จะครบปีเดือนตุลาคมนี้ เป็นงานฟาร์มเกษตร

ก่อนเกิดเหตุ ตนได้วิดีโอคอลคุยกับสามีในตอนเช้า โดยไม่ได้วางสายและสามียังได้เล่าให้ฟังว่า มีการสู้รบกันเกิดขึ้นแต่ตอนนั้นสามีก็ยังไม่มีท่าทีร้อนรนแต่อย่างใด ยังคงใช้ชีวิตปกติ และก่อนจะวางสายสามีบ่นว่าเหนื่อยอยากนอนพักผ่อน ตนเองจึงให้สามีไปนอนพักผ่อน แต่หลังจากที่วางสายจากสามีได้ไม่นาน เห็นข่าวด่วนในทีวีว่ามีการโจมตีในอิสราเอล จึงรีบส่งแชทไปบอกสามีให้ดูแลตนเองและอย่าออกไปไหน สักพักมีเพื่อนของสามีทักแชทเฟซบุ๊กมาหา แจ้งข่าวร้ายว่าสามีถูกกลุ่มติดอาวุธหนักบุกเข้ามายิง ขณะที่สามีกำลังหลบหนีออกทางหน้าต่าง แต่หนีไม่ทัน จึงถูกกลุ่มติดอาวุธจับตัวไป ก่อนจะรัวยิงจนเสียชีวิต ส่วนเพื่อนคนอื่นต่างวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น

น.ส.รุ่งทิวา น้ำคลอเบ้าเล่าต่อว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุร้าย สามีมักบ่นว่าลำบากและเหนื่อย แต่เวลาวิดีโอคอลคุยกัน สามีจะไม่ค่อยให้เห็นสภาพความเป็นอยู่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นการบ่นให้ฟังมากกว่าว่าเหนื่อย นอกจากนี้ สามีได้สัญญากับตนเองว่าจะไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล 5 ปี และจะพยายามเก็บเงินกลับมาอยู่กับครอบครัวที่จังหวัดนครพนม โดยนำไปเป็นเงินทุนสร้างอาชีพค้าขาย แต่สุดท้ายก็มาถูกยิงตายอย่างอนาถ นอกจากนี้ นางสาวรุ่งทิวา ยังบอกอีกว่า ตนเองไม่รู้ว่าจะติดต่อขอรับศพสามีได้อย่างไร คงต้องรอทางการไทยเป็นผู้ประสานมา และจะนำศพของสามีกลับมาจัดพิธีตามประเพณีที่บ้านเกิดจังหวัดกาฬสินธุ์ หรือ ที่จังหวัดนครพนม ต้องรอปรึกษาญาติอีกครั้งก่อน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top