Friday, 31 July 2026
Hard News Team

‘ปตท.’ ผนึกกำลังวิสาหกิจชุมชน จ.แพร่ เดินหน้าปลูกป่าล้านที่ 2 ตั้งเป้า 8,000 ไร่ ในปี 66

เมื่อไม่นานมานี้ นายวรพงษ์ นาคฉัตรีย์ ผู้อำนวยการสถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาพื้นที่ปลูก และบำรุงรักษา ปี 2566 ในพื้นที่แปลงปลูกป่า อำเภอสอง จังหวัดแพร่ จำนวน 8,000 ไร่ ระหว่าง ปตท. กับ วิสาหกิจชุมชนคนก้นต้อรักษ์ป่าแม่สอง ตำบลเตาปูน จำนวน 5,000 ไร่ และ วิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ส่งเสริมการปลูกป่า ตำบลห้วยหม้าย จำนวน 3,000 ไร่

โดยมี นายวิชัน ใจเขม็ง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนก้นต้อรักษ์ป่าแม่สอง ต.เตาปูน อ.สอง จ.แพร่ นายชัยณรงค์ สุปินะ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ส่งเสริมการปลูกป่า ต.ห้วยหม้าย อ.สอง จ.แพร่ และนางเยาวลักษณ์ ชูโชติ ผู้จัดการฝ่ายปลูกป่าและบำรุงรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ปตท. ร่วมลงนาม โดยมีนายศุภชัย บุญทิพย์ นายอำเภอสอง และนายสงคราม ขาวสะอาด ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ กรมป่าไม้ และนายณัฐพล ทองไหล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเตาปูน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าว 

ทั้งนี้ วิสาหกิจชุมชนทั้ง 2 กลุ่ม จะดำเนินการปลูก ในปี พ.ศ. 2566 และจะร่วมกันบำรุงรักษาป่าอย่างต่อเนื่อง ในปี 2567 - 2575 รวมระยะเวลา 10 ปี

ปฏิบัติการ “Gun Clearance Operation”

เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 3 ต.ค. พ.ศ.2566 ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุกราดยิงประชาชนในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอีกหลายราย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความรู้สึกของประชาชน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จึงได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการกวาดล้างจับอาวุธปืนผิดกฎหมายทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืนเถื่อน ปืนแปลง หรือแบลงค์กัน ต่อมา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เรียกประชุมคณะทำงานและได้มอบหมาย พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์ รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูแลงานสืบสวน ดำเนินการตามนโยบาย ของนายกรัฐมนตรีดังกล่าว ตามมาตรการเชิงรุก โดยได้กำหนดให้ ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมายและระดมกำลังทั่วประเทศร่วมกันกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงวันที่ 9 – 11 ต.ค. 66 โดยมีเป้าหมายหลัก เป็นความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม เครื่องกระสุนปืน และการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย ทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ อีกทั้ง ดำเนินมาตรการเชิงรุก เร่งปิดกั้นสื่อสังคมออนไลน์ทุกประเภทที่มีการลักลอบซื้อขาย ดัดแปลงแก้ไข อาวุธปืนผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกกองบัญชาการได้ร่วมกันลงพื้นที่สืบสวนหาเบาะแสผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง จนนำมาสู่การขออำนาจศาลออกหมายค้น และเข้าตรวจค้นผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการจำหน่าย ดัดแปลง ซื้อขาย และเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนอาวุธสงคราม กว่า 3,224 จุด จับกุมผู้กระทำผิดกว่า 1,593 คน และตรวจยึดอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนผิดกฎหมายจำนวนมาก  ตั้งเป้าลดความรุนแรงของอาชญากรรมและการกระทำผิดกฎหมาย

โดยมีผลการระดมกวาดล้าง ห้วงวันที่ 9-11 ต.ค. 66 ที่ผ่านมา มีดังนี้
1. ตรวจค้นเป้าหมายทั่วประเทศทั้งสิ้น 3,224 จุด
2. จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1,593 ราย  
3. ตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย
3.1 อาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียน แบลงค์กัน และบีบีกัน จำนวน 1,789 กระบอก  
3.2 อาวุธปืน มีหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นของบุคคลอื่น (ปืนผิดมือ) จำนวน 219 กระบอก
3.3 เครื่องกระสุนปืน จำนวน 75,973 นัด/นอกจากนี้…

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ ยังได้สั่งการให้ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการปิดกั้นสื่อสังคมออนไลน์ที่กระทำความผิดเกี่ยวข้องกับอาวุธปืน อันเป็นช่องทางในการซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมาย มีผลการดำเนินการดังนี้

​ผลการปิดกั้นสื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน
1. Facebook ​จำนวน 79 บัญชี
2. Tiktok ​​จำนวน 14 บัญชี​
3. X (Twitter) ​จำนวน 148 บัญชี
4. Youtube ​จำนวน 26 ช่อง
5. Instagram ​จำนวน 14 บัญชี

รวมจำนวนทั้งสิ้น  291   รายการ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ มีนโยบายในการให้ความสำคัญในแก้ไขปัญหาอาชญากรรมอย่างจริงจังมาโดยตลอด จึงได้มีการบูรณาการกวาดล้างผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนพร้อมกันทั่วประเทศอยู่เสมอ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้เป็นจำนวนมาก เชื่อมั่นว่าจะทำให้ความรุนแรงของอาชญากรรมและการกระทำผิดกฎหมายลดลง

อย่างแน่นอน อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ในความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งต่อพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักลงทุนจากต่างประเทศ อันจะส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจภายในประเทศ การระดมกวาดล้างอาวุธปืนทั่วประเทศจนทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดอาวุธปืนจำนวนมากในครั้งนี้ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดได้เป็นจำนวนมาก และขอฝากประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชน ซึ่งหากมีเบาะแส/เรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับเรื่องอาชญากรรม หรือเรื่องอื่นๆ สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 191 หรือ สายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2566

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในวันศุกร์ที่ 13 ต.ค. 66 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สำหรับในปี 2566 หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และพสกนิกรชาวไทย ร่วมกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมกันทั่วประเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดให้มีการจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรรัชกาลที่ 9 ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ต.ค. 66 ทั้งนี้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป  

ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์  สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจพร้อมคณะ และข้าราชการตำรวจเข้าร่วมพิธี โดยมีกำหนดการ ดังนี้

• เวลา 07.00 น. พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล 
ณ ห้องสารสิน ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
• เวลา 08.45 น. พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล
ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
• เวลา 09.15 น. พิธีวางพวงมาลา และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ห้องโถง 
ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

'ตำรวจรัฐพิหาร' โยนศพผู้ตายจากอุบัติเหตุบนถนนลงสู่คลอง ตอกย้ำรัฐไร้ขื่อแปมากที่สุดของอินเดีย ฟากโซเชียลแคปทัน

(12 ต.ค. 66) ในวิดีโอที่กลายเป็นที่พูดถึงกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ พบเห็นตำรวจรัฐพิหาร 3 นาย กำลังช่วยกันแบกศพผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เต็มไปด้วยเลือด ข้ามแนวกั้นสะพาน จากนั้นก็หย่อนร่างไร้วิญญาณลงไปในคลองที่อยู่เบื้องล่าง ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา

วิดีโอดังกล่าว เรียกผู้ชมได้มากกว่า 800,000 วิว นับตั้งแต่มันถูกโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันอาทิตย์ (8 ต.ค.)

ตำรวจในอินเดีย ถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเต็มไปด้วยการคอร์รัปชันและไร้ประสิทธิภาพ ขณะที่รัฐพิหาร ซึ่งมีประชากรมากกว่า 100 ล้านคน ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในรัฐที่ยากจนที่สุดของประเทศ และเป็นรัฐที่มีการพัฒนาน้อยที่สุด

เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับอาวุโสในเขตมูซาฟฟาร์ปุระ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า พวกเจ้าหน้าที่แค่โยนท่อนล่างของศพผู้ชายลงไปในน้ำ เนื่องจากมันถูกรถบรรทุกคันหนึ่งซึ่งแล่นมาด้วยความเร็วบดขยี้จนแหลกและไม่สามารถฟื้นคืนสภาพได้

"ศพเป็นของชายชรารายหนึ่งซึ่งยังระบุตัวตนไม่ได้ ท่อนบนของเขาถูกส่งไปชันสูตรพลิกศพแล้ว แต่ท่อนล่างนั้นแหลกเหลว ดังนั้นพวกเขาจึงโยนมันลงไปในคลอง" เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับอาวุโสกล่าว "มันคือความผิดพลาดใหญ่หลวง เราสั่งพักราชการตำรวจทั้ง 3 นาย ที่ปรากฏในวิดีโอแล้ว"

สื่อมวลชนท้องถิ่นแห่งหนึ่ง รายงานว่าหลังจากวิดีโอเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ ทางตำรวจได้เร่งรีบเก็บกู้ชิ้นส่วนศพบางส่วนขึ้นมาจากคลอง อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่พ้นที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด

"พวกเขาเป็นตำรวจหรือปีศาจที่โหดร้ายป่าเถื่อนกันแน่?" ผู้ใช้รายหนึ่งบนแพลตฟอร์ม X หรือเดิมคือ ทวิตเตอร์ กล่าว ส่วนอีกรายเสริมว่า "มันดูเหมือนว่าทุกวันนี้ ความเป็นมนุษย์และศีลธรรม ได้ตายไปจากผู้คนไปแล้ว"

ปลาบปลื้ม “หม้อแปลง BCG & Low Carbon” เจริญชัย คว้ารางวัลอันทรงเกียรติสูงสุด 

“นวัตกรรมแห่งชาติ ด้านเศรษฐกิจ ปี 2566” ย้ำชัด เป็นหม้อแปลง “ลดพลังงาน ลดคาร์บอน ลดต้นทุนของไฟฟ้า ลดอุณหภูมิโลก” เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทย

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA มอบรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติปี 2566 ให้กับหม้อแปลง BCG & Low Carbon  เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด โดย คุณประจักษ์     กิตติรัตนวิวัฒน์  รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด นำหม้อแปลง BCG & Low Carbon คว้ารางวัลชนะเลิศ ด้านเศรษฐกิจ  จาก รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ประธานคณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ ในงานวันนวัตกรรมแห่งชาติ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน กรุงเทพฯ

นายประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ กล่าว การได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ปี 2566 เป็นรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุด ในฐานะตัวแทนบริษัทฯ รู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติในครั้งนี้ รางวัลนี้ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุด และเป็นรางวัลที่สร้างขัวญกำลังใจแก่ทุกคนในองค์กร เพื่อที่องค์กรของเราจะพัฒนา นวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมา อีกที่รางวัลนี้ เป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติให้กับผลิตภัณฑ์คนไทย เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่มีความเป็นนวัตกรรม ที่มีความโดดเด่นและเกิดคุณค่าที่ชัดเจนต่อประเทศชาติ ในหลากหลายด้านซึ่งจะสร้างให้เกิดความตื่นตัวด้านนวัตกรรม ขึ้นในทุกภาคส่วนของไทย ทำให้เกิดความภาคภูมิใจ ในศักยภาพนวัตกรรมจากฝีมือคนไทย และสร้างให้เกิดภาพลักษณ์ สู่การเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม และโดยในส่วนหม้อแปลง BCG & Low Carbon ที่บริษัทฯ ได้รับรางวัลหม้อแปลงดังกล่าวเป็นหม้อแปลงบริหารระบบจัดการพลังงาน ที่บริหารจัดการสิ้นเปลืองให้เกิดประสิทธิภาพ และมีความเสถียรภาพกับการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มั่นคงและยั่งยืน สามารถลดค่าไฟฟ้า 5-12% (Energy Singing) และลดคาร์บอน 5-12% (Low Carbon) ลดมลพิษ (Low Emission) พร้อมเพิ่มอายุการใช้งานของอุปกรณ์ยาวนานขึ้น (Long Life Equipment) เพื่อการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุนการผลิตและการใช้พลังงานสะอาดที่สอดคล้องกับสภาพการณ์ของแต่ละพื้นที่อย่างคุ้มค่ายั่งยืน พัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเชิงพาณิชย์ทั้งด้านการบริโภคภายในและการส่งออก รวมทั้ง การสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่นำพาประเทศไปสู่สังคมฐานความรู้ด้านพลังงาน เพื่อเศรษฐกิจมั่นคง 

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม NIA กล่าวว่า “การจัดประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติในปีนี้แบ่งการประกวดออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านเศรษฐกิจ เป็นผลงานนวัตกรรมที่สร้างให้เกิดคุณค่าเชิงพาณิชย์ และเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศแบ่งประเภทตามขนาดขององค์กร ได้แก่ วิสาหกิจขนาดกลาง และวิสาหกิจขนาดย่อมและวิสาหกิจรายย่อย 2) ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นผลงานนวัตกรรมที่สร้างให้เกิดคุณค่าต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม แบ่งประเภทตามลักษณะขององค์กร ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน และองค์กรเพื่อสังคมและชุมชน 3) ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ เป็นผลงานนวัตกรรมที่นำการออกแบบมาสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์และบริการ แบ่งประเภทตามลักษณะผลงาน ได้แก่ การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการออกแบบบริการ 4) ด้านสื่อและการสื่อสาร เป็นผลงานนวัตกรรมและบุคคลที่มีความสร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์เนื้อหาและการสื่อสารรูปแบบใหม่ แบ่งประเภทตามลักษณะผลงาน ได้แก่ ผลงานนวัตกรรมสื่อและการสื่อสาร และผู้สื่อสารนวัตกรรม และ 5) ด้านองค์กรนวัตกรรมดีเด่น เป็นองค์กรที่มีการบริหารจัดการนวัตกรรมในองค์กรอย่างโดดเด่น ตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ ระดับกระบวนการ ไปจนถึงระดับโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร แบ่งประเภทตามลักษณะองค์กร ได้แก่ หน่วยงานภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ  

สุดท้ายนี้บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ต้องขอขอบคุณ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ที่ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานกว่า 4 ปี และขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกองค์กรที่ให้การสนับสนุนและให้องค์ความรู้แก่บริษัทฯ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และ มหาวิทยาลัยพะเยา

‘จีน’ มุ่งสร้างเสริมสุขภาพจิตที่ดีใน ‘กลุ่มเด็ก-วัยรุ่น’ ปกป้องเด็กจากภาวะวิตกกังวล - โรคซึมเศร้า

(12 ต.ค. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน เปิดเผยว่าหน่วยงานภาครัฐและภาคสังคมของจีนดำเนินความพยายามร่วมกันเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตในหมู่เด็กและวัยรุ่นตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

อนึ่ง จีนเฉลิมฉลองวันสุขภาพจิตโลก (World Mental Health Day) ครั้งที่ 32 ซึ่งตรงกับเมื่อวันอังคาร (10 ต.ค.) ภายใต้หัวข้อ ‘การส่งเสริมสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่น’

หลี่ต้าชวน เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการฯ กล่าวระหว่างงานแถลงข่าวที่จัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ (9 ต.ค.) ระบุว่ากุญแจสำคัญในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตของวัยรุ่น คือการให้ความสำคัญกับการป้องกันเป็นอันดับแรก และดำเนินการป้องกันและควบคุมในสังคมวงกว้าง อีกทั้งเน้นย้ำความสำคัญในการจัดให้งานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในบริการสังคม บริการสาธารณสุข และระบบประกันสังคม

ข้อมูลการสำรวจสุขภาพจิตที่ครอบคลุมวัยรุ่นมากกว่า 30,000 คน ซึ่งจัดทำโดยสถาบันจิตวิทยา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์ของจีน ในปี 2022 พบว่าร้อยละ 14.8 ของผู้ตอบแบบสำรวจมีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าในระดับต่าง ๆ โดยจำเป็นต้องมีการเข้าช่วยเหลือและการปรับเปลี่ยนที่มีประสิทธิภาพและทันเวลา

เจิ้งอี้ หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็กจากโรงพยาบาลปักกิ่ง อันติ้ง สังกัดมหาวิทยาลัยการแพทย์นครหลวง ระบุว่าเด็กและวัยรุ่นอยู่ในช่วงที่มีการพัฒนาด้านสุขภาพจิตอย่างรวดเร็ว ภาวะทางจิตของพวกเขามีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางชีวภาพ สภาพจิตใจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

เย่ไห่เซิน นักจิตวิทยาคลินิกประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในมณฑลหูหนานทางตอนกลางของจีน ระบุว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มมีอาการทางสุขภาพจิตเพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยความผิดปกติทางจิต อาทิ ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า พบได้เด่นชัดในเด็กและวัยรุ่น

คณะกรรมการฯ ดำเนินมาตรการหลายรายการเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งรวมถึงการออกแนวปฏิบัติส่งเสริมบริการด้านสุขภาพจิต โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ อีก 16 หน่วยงาน อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ ออกแผนปฏิบัติการระยะเวลา 3 ปี เพื่อปรับปรุงงานที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตของนักเรียน

แผนดังกล่าวกำหนดความรับผิดชอบของรัฐบาลระดับต่างๆ ในการสร้างเสริมสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่น อีกทั้งเน้นย้ำการประสานงานระหว่างหน่วยงานและความพยายามร่วมกันระหว่างสถาบันทางการแพทย์ โรงเรียน และครอบครัว

ขณะเดียวกัน รัฐบาลกลางได้จัดสรรกองทุนพิเศษเพื่อสนับสนุนการป้องกันและการรักษาความผิดปกติทางจิตที่พบบ่อย พร้อมทั้งสนับสนุนโครงการนำร่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

หลี่กล่าวว่าการทดลองต่าง ๆ ถูกจัดขึ้นทั่วประเทศเพื่อเดินหน้าบริการด้านจิตวิทยาสาธารณะภายใต้การสนับสนุนของคณะกรรมการฯ โดยปัจจุบันหมู่บ้านและชุมชนร้อยละ 96 โรงเรียนประถมและมัธยมร้อยละ 95 ตลอดจนวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยทั้งหมดในพื้นที่นำร่องเหล่านี้ สามารถเข้าถึงบริการด้านจิตวิทยาสาธารณะได้แล้ว

อนึ่ง จีนยังทุ่มเทความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเพิ่มการจัดสรรทรัพยากร การสนับสนุนทางการเงิน และการพัฒนาบุคลากรทั่วประเทศ เพื่อสร้างหลักประกันที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับการส่งเสริมสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่น

'ผบ.ทอ.' มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ '2 ผู้สื่อข่าว'  หลังช่วยเหลือกำลังพลประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 66 ที่โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณผู้กระทำความดีให้แก่...

>> คุณชูชาติ แก้วเก่า ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ข่าวสด 
>> คุณจิตตราภรณ์ เสนวงค์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เนชั่น

โดยทั้งสองให้ความช่วยเหลือกำลังพลกองทัพอากาศ ที่ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำบริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงบางจากภายในกองทัพอากาศ ณ บริเวณโถงหน้าพระรูปพระบิดาแห่งกองทัพอากาศไทย

‘2 นักศึกษาสาว’ สงสาร ‘คุณยาย’ ปั่นจักรยานเก่า-ท่าทางเหนื่อยล้า อาสาไปส่งบ้าน ก่อนพบความจริงแล้วอึ้ง เมื่อเจอประธานบริษัทตัวจริง

(12 ต.ค. 66) คลิปไวรัลที่มีคนเข้าไปแห่ดูคลิปและแสดงความคิดเห็นกันจำนวนมาก เมื่อผู้ใช้ TikTok @kikida29 นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด โพสต์คลิปวิดีโอถูกช็อตฟีลหนักมาก พร้อมระบุข้อความว่า “เมื่อยาย ทำเราอึ้ง”

โดยคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าของคลิปกับเพื่อนที่เป็นนักศึกษาพยาบาล ลงพื้นที่ชุมชนใน จ.ร้อยเอ็ด เพื่อสอบถามข้อมูลด้านสุขภาพของคนในชุมชน แล้วได้ไปเจอคุณยายกับจักรยานคันเก่า สังเกตเห็นคุณยายเดินเข็นจักรยานพร้อมกระสอบข้าวสาร ท่าทางมีอาการเหนื่อยล้า เกิดความสงสาร จึงเข้าไปสอบถามและให้การช่วยเหลือ

กระทั่งไปถึงบริเวณหน้าบ้านหลังใหญ่ ทำเอาอึ้งไปเลยกับบ้านที่เห็นหลังใหญ่มากยังไม่พอ ยังมีพื้นที่มีบริเวณกว้างขวางอีกด้วย เจ้าของโพสต์จึงถามว่าบ้านใคร ยายหันมาตอบว่า บ้านยายนี่แหละ ทำเอาเจ้าของโพสต์ถึงกับร้องอุทานออกมาว่า “เอ้า” น้ำเสียงอารมณ์ช็อตฟีลสุดๆ อารมณ์ประมาณเจอท่านประธานบริษัทตัวจริง เรียกว่า ผ้าขี้ริ้วห่อทองกันเลยทีเดียว

ขณะที่มีชาวเน็ตได้ดูคลิปก็ต่างช็อตฟีลไปตามๆ กัน เข้าไปคอมเมนต์สนั่น อาทิ จริงๆ แล้ว ยายคือประธานบริษัท, จริงๆ แล้วยายคือประธานบริษัทปลอมตัวมา, เอ้าาาเสียงคือสิ้นหวัง555, ยิ่งกว่าในละครสั้น, ยายทดสอบสังคม, เขาเรียกผ้าขี้ริ้วห่อทองของแท้, แปลกๆ ตั้งแต่เอาผ้าแพรไหมเช็ดน้ำหมากแล้ว555 เป็นต้น

ขณะที่ผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่งแสดงตัวว่าเป็นหลานของยายคนดังกล่าว เข้ามาคอมเมนต์ด้วยว่า “ย่าเราเองค่ะ ชอบปั่นจักรยานทุกวันค่ะ” ซึ่งก็มีคนมาแซว อาทิ ย่าดังแล้วปอน55555, ยายเพิ่ลจำหลานเขยอย่างอ้ายได้บ่น้อ เป็นต้น

‘วุฒิพงศ์’ สส.ก้าวไกล แจงปมแชตคุกคามสาวเป็นเรื่องเก่า ก่อนรับตำแหน่ง เชื่อ!! ถูกกลุ่มคนไม่หวังดีดิสเครดิต เพราะตนกำลังตรวจสอบทุจริตในพื้นที่

เมื่อวานนี้ (11 ต.ค. 66) นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล ได้โพสต์คลิปชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาแชตคุกคามสาว โดยระบุว่า

ที่ผ่านมาก้าวไกลได้ตั้งคณะกรรมการทางวินัยสอบกรณีนี้แล้ว เพื่อสืบหาที่มาที่ไปของเป้าประสงค์ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ตั้งแต่การเลือกตั้งสิ้นสุดลงกลางเดือน พ.ค. ผ่านมา 5 เดือนแล้ว มีกลุ่มคนในปราจีนฯ ตั้งตัวเป็นนักร้องเพื่อตรวจสอบผม ตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา พวกเขาพยายามดิสเครดิตทำลายชื่อเสียงของพรรคก้าวไกลและของผม เพื่อปิดบังเรื่องราวที่ผมกำลังตรวจสอบในจังหวัดขณะนี้

จากข่าวที่ปรากฎมา นับเป็นเรื่องที่สาม ที่บุคคลกลุ่มนี้พยายามขุดคุ้ยข้อมูลเพื่อสร้างประเด็นในการร้องเรียน และสร้างประเด็นในการแชร์ให้ปรากฎในโซเชียลฯ เป็นการแคปภาพเฉพาะบางส่วนมาเสนอต่อสาธารณชน

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ขอยืนยันว่าผ่านมา 1 ปีครึ่งแล้ว สำหรับภาพที่แคปมาเผยแพร่ ตั้งแต่ผมยังไม่ได้เป็น สส.

ซึ่งเป็นที่ชัดเจนของผู้ที่นำข้อมูลต่อสาธารณะ ว่าพวกเขาต้องการดิสเครดิตการทำงานของผม และมีเป้าหมายบางประการอย่างชัดเจน

กระผมขอเรียนต่อชาวปราจีนบุรีและสมาชิกพรรคก้าวไกลทุกท่านว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ผมท้อถอยในการทำงานแต่ประการใด ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้ผมยิ่งต้องการตรวจสอบในจังหวัด โดยเฉพาะเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์โดยใช้ตำแหน่ง โดยเฉพาะเรื่องของมลพิษในพื้นที่ศรีมหาโพธิ

สุดท้ายผมขอให้ทุกท่านมั่นใจในการทำงานของผมว่าจะเป็นประโยชน์ต่อชาวปราจีนฯ และจังหวัดปราจีนบุรี

'ไทย' ไปต่อ!! เตรียมส่งดาวเทียมแนคแซท 2 สู่อวกาศต้นปี 67 มุ่งภารกิจเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันอุตสาหกรรมอวกาศ

เมื่อวานนี้ (11 ต.ค. 66) ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) จัดงานแถลงข่าวพิธีส่งดาวเทียมแนคแซท 2 (KNACKSAT-2) ซึ่งเป็นโครงการดาวเทียมคิวบ์แซท (CubeSat) ขนาด 3U (30 x 10 x 10 ซม.) พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มีรูปแบบเป็น Ride Sharing Platform หรือการแชร์พื้นที่ใช้สอยบนดาวเทียมร่วมกัน

โดยดาวเทียม KNACKSAT-2 มีพื้นที่ในการบรรจุเพย์โหลด (Mission Payload) หรืออุปกรณ์เพื่อปฏิบัติภารกิจถึง 7 ระบบ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากห้วงอวกาศให้สามารถเข้าถึงอวกาศได้ง่ายขึ้น โดยใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้ได้รับการจัดสรรทุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และมีบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เป็นผู้ร่วมทุนในการวิจัยและพัฒนาระบบ IoT เป็นหนึ่งความสำเร็จจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ซึ่งนอกจากใช้ประโยชน์ในภาคการศึกษาพัฒนาบุคลากรและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศแล้ว KNACKSAT-2 ยังสามารถขยายไปสู่เชิงพาณิชย์ สร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจในการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมอวกาศ

โดย มจพ. มีกำหนดนำดาวเทียม KNACKSAT-2 ออกจากประเทศไทยในเดือนตุลาคม 2566 เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำส่งเข้าสู่วงโคจรจากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ช่วงต้นปี 2567 โดยความร่วมมือระหว่าง มจพ. บริษัท NBSPACE มหาวิทยาลัย Kyushu Institute of Technology (KYUTECH) และ องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top