Thursday, 30 July 2026
Hard News Team

(สุรินทร์) มทบ.25 ร่วมให้การต้อนรับองคมนตรี ตรวจเยี่ยมเรือนจำอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์

วันที่ 25 ตุลาคม 2566 เวลา 10.00 น. พลตรี ชินวิช เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 มอบหมายให้ พันเอกบุญส่ง พรมนิล รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 25 ร่วมให้การต้อนรับ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รองประธานคณะกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะ ตรวจเยี่ยมเรือนจำอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ โดยมี นายพิจิตร บุญทัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมทั้งนายแพทย์ สันติชัย  ตันติรัตนานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ พันตำรวจเอก ธรรมนูญ  ฉิมวงษ์  รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ นายวิรัตน์ แดงเถิน ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอรัตนบุรี  และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ในอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ร่วมให้การต้อนรับ

โครงการ “ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” เป็นโครงการที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานความช่วยเหลือทั้งแก่ผู้ต้องขังและประชาชนทั่วไป ให้สามารถเข้าถึงบริการทางสาธารณสุข

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ

'ชาดา' สั่ง 'ลูกเขย' ลาออก 'นายกเทศมนตรี' ไม่ใช่อยู่ต่อ ‘ตั้งรักษาการ’ และอ้างคดียังไม่สิ้นสุด

(25 ต.ค. 66) นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังชี้แจงต่อ กมธ.การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ว่า "ตนพูดไว้ว่าต้องเก็บกวาดบ้านตัวเองไว้ก่อน เรื่องนี้ในฐานะ รมช.มหาดไทย ได้โทร. หาผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีว่า ให้สั่งพักปฎิบัติหน้าที่ นายวีระชาติ รัศมี นายกเทศมนตรีตำบลตลุกดู่ จ.อุทัยธานี ได้หรือไม่ ขอให้ฟังดี ๆ และใช้สมองคิด"

นายชาดา กล่าวว่า เมื่อวานลูกเขยตนได้รับการประกันตัว ได้มีการพูดคุย ซึ่งเขาได้ขอโทษแล้ว ตนบอกว่าไม่ต้องพูดอะไร แต่สิ่งที่คุณต้องทำคือการลาออกจากการเป็นนายกเทศมนตรี เพื่อให้จังหวัดจัดการเลือกตั้ง การรอการพักปฎิบัติหน้าที่ ถือว่าเป็นการเอาเปรียบ ปล่อยทิ้งพี่น้องประชาชนในตำบล ดังนั้นหากลาออกกระบวนการจะต้องมีการจัดเลือกตั้งใหม่ ใครจะลงก็ว่าไปตามระบบ ถือเป็นว่ามาตรฐานของสังคมไทยในทางการเมืองท้องถิ่น โดยนายวีระชาติ ลาออก เมื่อเวลาประมาณ 5 ทุ่มของวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา

"คุณ (ลูกเขย) ต้องลาออก เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีคนใหม่ ไม่ใช่อยู่ต่อ (ตั้งรักษาการ) และอ้างคดียังไม่สิ้นสุด" รมช.มหาดไทย เสริม

นายชาดา กล่าวอีกว่า "ผมในฐานะพ่อต้องกอดลูกทุกคนด้วยความรักความอบอุ่น และเดินไปด้วยกัน แม้ทางเดินจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ครอบครัวของผม ผมรัก และผมทำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอร้องว่า อย่าเอาลูกหลานของผมมาโจมตี แอ็กเคาต์อวตาร ขออย่าเอาลูกหลานของผมมาโจมตี เพราะมันจะเกิดสงครามโซเชียล วันนี้คนไทยต้องรักกัน รักสามัคคีกัน สำนึกในกะลาหัวว่าตอนนี้จะเกิดสงครามโลกอยู่แล้ว ออกข่าวทุกวัน ไม่ใช่มาด่ากันในประเทศนี้ อย่าทำอะไรที่มันไม่สร้างสรรค์" นายชาดา กล่าว

สอ.รฝ.จัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ“ เนื่องในวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2566

วันพุธที่ 25 ต.ค.66 พลเรือตรี ศุภสิทธิ์ บูรณะโอสถ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (ผบ.สอ.รฝ.) ร้อยตำรวจเอกหญิง มยุรี บูรณะโอสถ ประธานชมรมภริยา สอ.รฝ. คณะผู้บังคับบัญชาพร้อมด้วย สมาชิกชมรมภริยาหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ“ เนื่องในวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2566 โดยร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ พัฒนาโรงเรียน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับโรงเรียนและประชาชนในพื้นที่ โดยมีโรงเรียนในพื้นที่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ที่ทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ประกอบด้วย โรงเรียนวัดคีรีภาวนาราม โรงเรียนบ้านคลองบางไผ่ โรงเรียนวัดบ้านฉาง อ.บ้านฉาง จว.ระยอง  โรงเรียนบ้านเขาบายศรี โรงเรียนจุกเสม็ด  โรงเรียนบ้าน กม.5 และสถานรับเลี้ยงเด็กปฐมวัย ทร.8 อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี

ทั้งนี้ การดำเนินการทำจิตอาสาพัฒนา เป็นไปตามนโยบาย ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการดำเนินการ จิตอาสาพัฒนาทำความดี ด้วยหัวใจ ในการร่วมแรง ร่วมใจ พัฒนา บ้าน วัด โรงเรียน (บวร) ซึ่งหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และจะดำเนินการต่อไป

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

'เศรษฐา' เตรียมถก 'คลัง' หาช่องช่วยแรงงานไทย หลังกู้เงินไปทำงานอิสราเอล จนไม่กล้ากลับมา

(25 ต.ค. 66) ที่โรงละครอักษรา คิงพาวเวอร์ ถนนรางน้ำ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปล่อยตัวประกัน 50 คน จากเหตุการณ์ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ในจำนวนนี้มีคนไทยด้วยหรือไม่ ว่ายังไม่ทราบ ยังไม่ได้คุยกับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ แต่เห็นนายปานปรีย์ บอกว่าจะมีข่าวดีเร็ว ๆ นี้ ซึ่งท่านเองก็พยายามอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงของเราสามารถเจาะข้อมูลเชิงลึกได้มากน้อยแค่ไหน นายเศรษฐา กล่าวว่า "ได้มาก ยืนยันว่าด้านความมั่นคงเราไม่มีจุดบอด ทางฝ่ายความมั่นคง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ทำงานอย่างเต็มที่ และมีรายงานมาโดยตลอด"

เมื่อถามต่อว่า จำเป็นต้องตั้งรองนายกฯ มาดูแลด้านความมั่นคงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "ไม่จำเป็นเพราะมีสายตรงถึงตนเองตลอด"

ถามว่า หลังจากที่นายกฯขอความร่วมมือให้แรงงานไทยเดินทางกลับ มีตัวเลขเพิ่มเติมเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า "ดีขึ้น มีแนวทางที่ดีขึ้น เราเองก็พยายาม และเที่ยงวันนี้จะมีการพูดคุยกับ รมช.การคลัง ทั้ง 2 ท่าน และทีมงานกระทรวงการคลังว่าจะมีมาตรการไหนพอช่วยเหลือเขาได้หรือเปล่า เพราะเราเองก็ดูในเชิงลึกเหมือนกันว่าแรงงานไทยหลายคนที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศและอิสราเอลก็ต้องมีการกู้เงินมา ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่บางท่านยังตัดสินใจไม่กลับ และยอมเสี่ยงชีวิต เพราะเป็นเรื่องของเงินกู้ เราก็ต้องกลับมาดูว่าจะช่วยเหลือตรงไหนได้บ้างอย่างไร ยืนยันว่าเราพยายามอย่างเต็มที่ ทั้งกดดันว่าอย่าให้นายจ้างเอาเงินมาล่อทั้งทำในส่วนที่เราทำได้เอง ทำทั้ง 2 ส่วนทำทุกทาง"

'แรมโบ้' กระเด็น!! 'แม่เลี้ยงติ๊ก' ผงาด สส. ประกาศิตจากบุรุษนิรนาม พิกัดชั้น 14

เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา มีการเผยแพร่หนังสือลาออกจากสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ของ ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ 'แรมโบ้อีสาน' น่าสังเกตว่าหนังสือลาออกที่ยื่นต่อ กกต.ดังกล่าว ลงวันที่ 3 ต.ค. แต่เพิ่งนำมาเผยแพร่ ที่น่าสนใจไปกว่านั้นพลันที่ข่าวแรมโบ้กระจายในช่วงสาย ๆ เย็นวันเดียวกัน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาวน์ สส.บัญชีรายชื่อลำดับ 2 ของพรรค รทสช. ก็โชว์หนังสือลาออกจาก สส.

อันว่า 'แรมโบ้' นั้นเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 15 ของพรรครทสช. ในการเลือกตั้ง 14 พ.ค. 66 พรรครทสช.ได้สส.บัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ 13 คน ต่อมานายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคลาออกจากปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 1 ทำให้ลำดับ 14 คือ นายอนุชา บูรพชัยศร ได้ขยับเป็น สส. แทน 

ดังนั้นคิวต่อไป...หากนายสุพัฒนพงษ์ หรือ สส.ปาร์ตี้ลิสต์คนใดคนหนึ่งลาออกก็จะถึงคิวของ 'แรมโบ้'

แต่รอแล้วรอเล่า ก็ไม่มีการลาออก...

ถามว่าทำไมจึงไม่ลาออกเพื่อเปิดทางให้แรมโบ้?

สืบค้นเบื้องหลังเบื้องลึกแล้วพบว่า...มีประกาศิตจากบุรุษนิรนามที่สถิตย์อยู่ ณ ชั้น 14 ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งว่า...คนชื่อ 'เสกสกล' หรือ 'แรมโบ้' ต้องไม่ได้เข้าสภาฯ ในสมัยนี้...ไม่มีใครอธิบายเหตุผลได้ชัด ๆ ว่าทำไม...

ทว่าสืบสาวแล้วได้คำตอบประมาณว่า อาจเป็นเพราะแรมโบ้เคยปฏิบัติการปะฉะดะกับระบอบทักษิณ และบดขยี้คนแดนไกลในช่วงก่อนและระหว่างศึกเลือกตั้งอย่างเข้มข้น...นั่นเอง

กระแสข่าวยังเล่าลือว่า นอกเหนือจากคนชื่อ 'แรมโบ้' แล้ว บัญชีรายชื่อลำดับที่ 18 อย่าง 'อ้น ทิพานัน ศิริชนะ' ก็เป็นอีกหนึ่งคน ที่คนแดนไกลดังกล่าวขีดเส้นใต้ชื่อเอาไว้เช่นเดียวกัน...

อันที่จริงเรื่องนี้รับทราบกันมานานแล้ว บางคนยังเถียงคอเป็นเอ็นว่าเป็นไปไม่ได้...แต่ทุกอย่างก็แจ่มแจ้งแดงแจ๋ดังกล่าวแล้ว เมื่อ 'แรมโบ้' ลาออก หมดโอกาสเป็น สส.ปุ๊บ นายสุพัฒนพงษ์ก็ลาออกทันทีปั๊บ และเปิดทางโล่งให้ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู หรือ 'แม่เลี้ยงติ๊ก' ผู้สมัครลำดับที่ 16 ขยับเป็น สส. แทนแรมโบ้ และได้ไปรายงานตัวกล่าวปฏิญาณตนทำหน้าที่ สส. เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 25 ต.ค.66

ทั้งหลายทั้งปวง...ก็ต้องยอมรับว่า 'รังสีอำมหิต' ของบุรุษชั้น 14 ที่ว่า...ยังแผ่ซ่านมีอิทธิฤทธ์ในแวดงวงการเมืองมากกว่าที่นึก...พิลึกกว่าที่คิด...งานนี้เอาเข้าจริง พรรครทสช. ก็คงกระอักเลือดอยู่เหมือนกันที่ยอมจำนน...เฮ่ออ..!!

พูดถึงพรรครทสช. ก็ต้องพูดต่ออีกหน่อย...ไม่เพียงแรมโบ้ที่ลาออกไป บุญยอด สุขถิ่นไทย ที่เดินตามหลัง จุติ ไกรฤกษ์ เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคก็ตัดสินใจลาออกแล้วเช่นกัน แต่ก็เป็นการลาออกด้วยท่าทีที่สร้างสรรค์ เป็นมิตร

แต่ในวันเดียวกับที่มีข่าวแรมโบ้ลาออก ข่าวเชิงบวกของ รทสช. ก็เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน นั่นคือการย่างสามขุมมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคของ 'บิ๊กเนม' อย่างถาวร เสนเนียม อดีตประธานไทยภักดี ในช่วงเลือกเดือน พ.ค.2566

การเข้ามาร่วมสังฆกรรม พรรครทสช.ของถาวร เสนเนียม น่าจะเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า พรรครทสช.จะเดินหน้าต่อไป อย่างน้อยศึกเลือกตั้งสมัยหน้า...ซึ่งยังพอมีช่องว่างให้พรรคระดับกลางอย่างรทสช., พปชร.และ ปชป.แย่งชิงเก้าอี้สส.กันได้จำนวนหนึ่ง...ในขณะที่พรรคภูมิใจไทย ของครูใหญ่ 'เนวิน' ที่มี 71 เสียงในวันนี้ สมัยหน้าไม่น่าที่จะเบ่งกล้ามขยายพื้นที่ได้อีก...

ส่วนพรรคเพื่อไทย...วันที่ 27 ต.ค.นี้จะได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ 'อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร' เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ และ 'บอย' สรวงศ์ เทียนทอง เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ อาจจะเป็นโมเมนต์ที่ดีอยู่บ้าง แต่ต้องยอมรับว่าวันนี้เพื่อไทยยังอยู่ในขาลง...เดิมพันจะเป็นขาขึ้นได้หรือไม่อยู่ที่ผลงานรัฐบาลเป็นหลัก...แค่ลอกคราบพรรคยังไม่พอ...

ส่วนพรรคก้าวไกล...'เล็ก เลียบด่วน' ขอรอดูการจัดการปัญหาการคุกคามทางเพศของ สส.ในพรรคก่อน แล้วค่อยมาวิพากษ์วิจารณ์นะครับ 555

‘กรมราง’ ตรวจงาน ‘รถไฟฟ้าสายสีชมพู’ ช่วงแคราย-มีนบุรี คืบหน้าแล้วกว่า 98.37% คาด!! พร้อมให้บริการ 18 ธ.ค.นี้

(25 ต.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางราง ลงพื้นที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรี ร่วมกับ รฟม. บริษัทที่ปรึกษาโครงการ (PCPK) และบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) ผู้ให้บริการเดินรถ เพื่อติดตามความพร้อมก่อนเปิดให้บริการประชาชนในเดือนธันวาคม 66

รถไฟฟ้าสายสีชมพู หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘น้องนมเย็น’ เป็นรถไฟฟ้าโมโนเรลสายที่สองของไทย ถัดจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง มีแนวเส้นทางเริ่มจากศูนย์ราชการนนทบุรี วิ่งผ่านถนนสำคัญหลายเส้น ได้แก่ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรามอินทรา และถนนสีหบุรานุกิจ จนถึงมีนบุรี รวมระยะทาง 34.50 กิโลเมตร 30 สถานี

มีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่น ได้แก่ สายสีเชียว สายสีแดง สายสีม่วง ปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้วกว่า 98.37%

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เริ่มต้นจากสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ (PK16) ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับสถานีวัดพระศรีมหาธาตุของรถไฟฟ้าสายสีเขียว จุดเด่นของสถานีนี้ คือ ชานชาลาและทางวิ่งจะถูกแยกเป็น 2 ฝั่ง และมีสะพานรถยนต์ข้ามแยกวงเวียนบางเขนคั่นอยู่ตรงกลาง

โดยจะมี Skywalk ให้ผู้ใช้บริการสามารถเดินทะลุจากชานชาลาของรถไฟฟ้าสายสีชมพูไปที่บริเวณขายตั๋วของรถไฟฟ้าสายสีเขียวได้เลย โดยไม่ต้องแตะบัตรเข้า-ออกอีกครั้ง ทำให้เดินทางสะดวกรวดเร็วมากขึ้น
.
ต่อมาได้ร่วมทดสอบการเดินรถ จากสถานีวัดพระศรีมหาธาตุไปยังสถานีหลักสี่ (PK14) สถานีนี้มี Skywalk เชื่อมต่อไปที่สถานีหลักสี่ของรถไฟชานเมืองสายสีแดง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และศูนย์การค้าไอทีสแควร์ ซึ่งอยู่คนละฝั่งของถนนวิภาวดีรังสิตได้

นอกจากนี้ รถไฟฟ้าสายสีชมพูยังมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี (PK01) โดยมี Skywalk แห่งแรกในไทย ที่มีทางเดินเลื่อนอัตโนมัติ (Walkalator) ความยาว 340 เมตร ในอนาคตสถานีนี้จะมีการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย - ลำสาลีได้อีกด้วย

สำหรับสถานีแจ้งวัฒนะ 14 (PK 11) - สถานีโทรคมนาคมแห่งชาติ (PK 13) ที่เริ่มการก่อสร้างทางขึ้น - ลงได้ล่าช้า ปัจจุบันก่อสร้างเสาตอม่อและโครงสร้างเหล็กแล้ว อยู่ระหว่างก่อสร้างหลังคา ราวกันตก ติดตั้งและทดสอบการใช้งานบันไดเลื่อนและลิฟต์

ในส่วนของการเชื่อมต่อ สถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ จะมี Skywalk เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ปฏิบัติงานในบริเวณศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติกว่าแสนราย รวมถึงทยอยคืนพื้นผิวจราจรตลอดแนวเส้นทาง เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางได้สะดวกปลอดภัย

ซึ่ง รฟม. ได้เร่งรัดผู้รับจ้างในการเปิดให้บริการเร็วขึ้นจากเดิม เดือนมิถุนายน 2567 เบื้องต้นผู้รับจ้างคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ในวันที่ 18 ธันวาคม 2566 โดยให้บริการในช่วง 06.00 - 24.00 น. อย่างไรก็ตาม รฟม. จะต้องตรวจสอบงานและความปลอดภัยให้เป็นไปตามสัญญาก่อนเปิดให้บริการต่อไป

สื่อเกาหลีชม 'ลิซ่า' รวยล้นฟ้า แต่ยังนั่งเครื่องบินชั้นประหยัด แถมชอบใช้ชีวิต 'ธรรมดา-ติดดิน' แม้จะเป็นคนดังระดับโลก

แม้จะเป็นป็อปสตาร์ตัวท็อปที่โด่งดังระดับโลก แต่ ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ หรือ ‘ลิซ่า BlackPink’ ก็ยังเลือกที่จะใช้ชีวิตธรรมดาติดดิน เหมือนคนทั่วไป เมื่อล่าสุดสื่อเกาหลีชื่นชมที่เจ้าตัวยังโดยสารเครื่องบินในชั้นประหยัดแม้ว่าจะมีเงินมหาศาลก็ตาม

ตามรายงานจากสื่อเกาหลีชื่อดัง ได้รายงานถึงเรื่องราวดังกล่าวเมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า ลิซ่า ได้เดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับกับเพื่อน ๆ และเนื่องจากเป็นการเดินทางระยะสั้น เธอจึงแต่งตัวสบาย ๆ แต่เพราะความดังและความโดดเด่นของลิซ่า จึงทำให้เธอเป็นที่สนใจจากบุคคลโดยรอบ

การเดินทางจากเวียดนามกลับไทยครั้งนี้ ลิซ่าเลือกที่จะโดยสารเครื่องบินในชั้นประหยัดร่วมกับเพื่อน ๆ และยังยืนต่อแถวรอเช็กอินเหมือนคนอื่น ๆ พร้อมกับเอร็ดอร่อยกับอาหารว่างที่ซื้อมากินระหว่างรอขึ้นเครื่องบิน

ซึ่งแม้จะรวยมีเงินมหาศาล แต่ความถ่อมตน และ ติดดินของลิซ่า ก็ได้ใจแฟน ๆ ไปไม่น้อย ซึ่งส่วนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า “ลิซ่าเจ๋งสุดๆ”, “สุดยอดเลย ลิซ่า”, “ลิซ่า วิเศษที่สุด”, “แม้ว่าเธอจะโด่งดัง แต่มิตรภาพระหว่างเธอกับเพื่อนยังแน่นแฟ้น”, “ขนาดใส่ชุดธรรมดา แต่ลิซ่าก็ยังดูเด่นมาก” ฯลฯ

แม้ว่าบนเวทีคอนเสิร์ต ลิซ่าจะดูสวยสง่าและดูเข้าไม่ถึง แต่เมื่ออยู่ร่วมกับเพื่อน ๆ ลิซ่า มักจะทำตัวธรรมดา และชื่นชอบที่จะออกไปลองอาหารที่ขายตามข้างทาง ชนิดที่หลงใหลอาหารไทยแบบสุด ๆ จนกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ทำให้อาหารไทยฟีเวอร์ไปทั่วบ้านทั่วเมืองอีกด้วย

'ไตรศุลี' แจง!! ถ่ายวิดีโอ ภท. ยืนตรงทำความเคารพก่อนหนัง 'สัปเหร่อ' ฉาย ชี้!! เป็นกิจกรรมหนุนหนังคนไทยและถ่ายคลิปก่อนฉายหนัง ไม่ละเมิด!!

(25 ต.ค. 66) จากกรณีที่ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย ได้ถ่ายคลิปวิดีโอ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ซึ่งยกทัพไปดูภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อในโรงหนัง กำลังยืนตรงทำความเคารพก่อนที่จะเริ่มฉาย โดยระบุว่า “ภูมิใจไทย ยกพรรคมาดู สัปเหร่อ หนังอีสานบ้านเฮาค่ะ”

ซึ่งภายหลังจากที่คลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป โลกออนไลน์ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง โดยเฉพาะเรื่องการถ่ายคลิปในโรงหนังว่าสามารถทำได้หรือไม่ ด้วยห่วงจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่นั้น

ล่าสุด น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงต่อกรณีดังกล่าวแล้วว่า

“แจ้งเพื่อเป็นข้อมูลนะคะ การชมภาพยนตร์รอบนี้เป็นรอบพิเศษของพรรรคภูมิใจไทย เป็นกิจกรรมสนับสนุนภาพยนตร์ของคนไทยของทางพรรคค่ะ และการถ่ายคลิปเกิดขึ้นในช่วงก่อนฉายหนัง ไม่ได้มีการถ่ายช่วงที่มีการฉายภาพยนตร์ อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้สร้างภาพยนตร์แต่อย่างใด และกิจกรรมครั้งนี้ก็มีผู้สร้าง ผู้กำกับ และนักแสดงของหนังเรื่องนี้มาร่วมด้วยค่ะ ขออภัยหากคลิปทำให้ท่านไม่สบายใจนะคะ ทางพรรคภูมิใจไทยตระหนักและให้ความสำคัญสูงสุดต่อการเคารพสิทธิ์ในผลงานสร้างสรรค์และกฎหมายค่ะ”

'อิสราเอล' กดดัน 'เลขาฯ ยูเอ็น' ลาออก ถาม "คุณอาศัยอยู่ในโลกใด?" หลัง 'กุแตเรซ' บอก มีการละเมิด กม.มนุษยชน ชัดเจนในกาซา

(25 ต.ค. 66) นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ว่า การโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดยกลุ่มฮามาส ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ

“ชาวปาเลสไตน์อยู่ภายใต้การยึดครองที่ทำให้พวกเขาหายใจไม่ออกมานานถึง 56 ปี พวกเขาได้เห็นดินแดนของตนถูกทำลายลงอย่างต่อเนื่องจากการตั้งถิ่นฐาน และถูกรบกวนจากความรุนแรง เศรษฐกิจของพวกเขาหยุดชะงัก ผู้คนต้องพลัดถิ่น และบ้านเรือนของพวกเขาต้องพังยับเยิน ความหวังของพวกเขาที่จะหาทางแก้ไขปัญหาทางการเมืองต่อชะตากรรมที่พวกเขาเผชิญก็สลายหายไปแล้วเช่นกัน” กุแตเรซกล่าว

อย่างไรก็ดี กุแตเรซย้ำว่า ความคับข้องใจของชาวปาเลสไตน์ไม่อาจนำมาเป็นเหตุผลสำหรับการโจมตีที่น่าตกใจของฮามาสได้ และการโจมตีที่น่าตกใจเหล่านั้นก็ไม่สามารถเป็นเหตุผลให้มีการลงโทษแบบเหมารวมต่อชาวปาเลสไตน์ได้ด้วยเช่นกัน

เลขาธิการยูเอ็นกล่าวด้วยว่า มีการละเมิดกฎหมายด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา การคุ้มครองพลเรือนเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการสู้รบใด ๆ

“แต่การปกป้องพลเรือนไม่ได้หมายความถึงการใช้พวกเขาเป็นโล่มนุษย์ ไม่ได้หมายถึงการสั่งให้ผู้คนมากกว่าหนึ่งล้านคนอพยพไปทางใต้ ซึ่งไม่มีที่พักพิง ไม่มีอาหาร ไม่มีน้ำ ไม่มียารักษาโรค และไม่มีเชื้อเพลิง แล้วจึงทิ้งระเบิดใส่ทางตอนใต้ต่อไป” กุแตเรซกล่าว

กุแตเรซกล่าวว่า เขารู้สึกกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมอย่างชัดเจนที่เราได้เห็นในฉนวนกาซา พร้อมกับย้ำให้ชัดเจนว่า ไม่มีฝ่ายใดในการขัดแย้งด้วยอาวุธที่อยู่เหนือกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้เอ่ยชื่ออิสราเอลหรือฮามาสแต่อย่างใด

คำกล่าวกุแตเรซได้รับการตอบโต้กลับอย่างดุเดือดจากนายกิลาด เออร์ดาน เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรอิสราเอลประจำยูเอ็น ที่เรียกร้องให้นายกุแตเรซลาออก หลังคำกล่าวที่ว่า การโจมตีของฮามาสไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ

เออร์ดานกล่าวว่า ไม่มีเหตุผลหรือประเด็นใด ๆ ในการที่จะพูดคุยกับพวกที่แสดงความเข้าใจต่อการกระทำอันเลวร้ายที่สุดต่อพลเมืองอิสราเอล ซึ่งไม่ต่างไปจากที่องค์กรก่อการร้ายได้ประกาศไป

เออร์ดานยังโพสต์ข้อความบน X ว่า “ผมขอเรียกร้องให้กุแตเรซลาออกทันที”

ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอลตั้งคำถามกับกุแตเรซว่า “คุณอาศัยอยู่ในโลกใด?”

ลิออร์ ฮายัต โฆษกรัฐบาลอิสราเอลให้สัมภาษณ์ในรายการ The World Tonight ทางสถานีวิทยุ BBC Radio 4 ว่า เนื้อหาคำกล่าวของกุแตเรซเป็นเพียงคำพูดไร้สาระหนึ่งนาทีเกี่ยวกับความโหดร้ายของกลุ่มผู้ก่อการร้ายฮามาส และให้เหตุผลสำหรับการก่อการร้าย

“แทนที่จะยืนเคียงข้างเหยื่อ เขากลับกล่วโทษเหยื่อสำหรับความโหดร้ายที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนนับตั้งแต่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แทนที่จะยืนขึ้นพร้อมข้อความว่ามันต้องไม่เกิดขึ้นอีก เขากลับพูดกับผู้ก่อการร้ายว่า คุณได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนั้น เรายอมรับการก่อการร้ายอันโหดร้ายของคุณ เพราะอิสราเอลเป็นฝ่ายที่ต้องถูกตำหนิ” ฮายัตกล่าว

นักเขียนดัง ยก 'พิธา' ร่วมงานกาล่า Time100 ที่ NYC ทรงเกียรติ เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ทรงพลังยิ่งกว่า 'ลิซ่า-มิลลิ' หลายเท่า

(25 ต.ค. 66) จากเฟซบุ๊ก 'Veeraporn Nitiprada' โดย วีรพร นิติประภา นักเขียนนวนิยายและเรื่องสั้นชาวไทย ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

คุณทิมไปร่วมงานกาล่า Time100 ที่ NYC ในฐานะ 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลของโลก ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่และทรงเกียรติที่สุดในโลกค่ะ 

คุณแกไปในฐานะหัวกะทิของโลก เป็นบุคคลสร้างชื่อเสียงให้ประเทศนะคะ ความจริงเรื่องนี้สื่อมวลชนควรตีฟูหรูหราด้วย มันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ทรงพลังยิ่งกว่าลิซ่ากับมิลลิหลายเท่า (จำไม่ผิดลิซ่าก็เคยเป็นหนึ่งใน Time100 ด้วย)

ระหว่างทางยังแวะพูดที่ ม.ชั้นหนึ่ง Harvard กับ MIT ด้วย อันนี้โก้จริงค่ะ หน้าตาประเทศมากมาย

คนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร หรือไม่ชอบก็เฉย ๆ เถิด ไม่มโนว่าแกไปเดินเล่นถ่ายรูปสร้างภาพ แล้วก็ด่าๆๆ เลอะเทอะนะคะ 

ส่วนน้องบริคช่างภาพเธอก็เป็นนิวยอร์คเกอร์ อยู่ที่นั่นมาตั้งแต่อายุสิบแปด สามอาทิตย์ก่อนตอนเธอรู้ว่าวอนรพีไป NYC เธอก็หลังไมค์มาขอถ่ายรูป…ทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กนี่แหละ

ช่างภาพพอร์ตเทรตเขาจะชอบคนคาร์แร็คเตอร์ชัดเจน แตกต่าง แล้วเธอยังเป็นแฟนขลับตลก69  ฮ่าๆๆ พอน้องบอกใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที วอนรพีก็ยอม ใครรู้จักจะรู้ว่าชีไม่ชอบปฏิเสธคน ถ่ายจริงน่าจะครึ่งชั่วโมงแค่นั้นจริง ๆ แต่รูปออกมาคือโคตรดี น้องเก่งมาก

พอรู้ว่าคุณทิมไป NYC เธอก็น่าจะอยากถ่ายเหมือนกัน ก็คุณคาร์แร็คเตอร์ขนาดนั้น แล้วเธอก็น่าจะแฟนคลับคุณทิมด้วยอีกคน คนรุ่นใหม่ก็ชอบคุณแกทั้งนั้นนิ ที่แน่ ๆ คือคุณแกไม่ได้ลงทุนเอาช่างภาพไปเองเพื่อการสร้างภาพหรอกค่ะ

คนอย่างคุณพิธาแกไม่ต้องสร้างภาพอย่างใคร ๆ แล้วมั้งคะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top