Friday, 31 July 2026
Hard News Team

‘นักวิจัยไทย’ ค้นพบ ‘ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ’ ดวงใหม่รอบระบบดาวคู่ สะท้อน!! ศักยภาพ ‘นักดาราศาสตร์ไทย-กล้องโทรทรรศน์ NARIT’

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 66 เพจเฟซบุ๊ก ‘NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า...

นักวิจัย NARIT ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะใหม่รอบระบบดาวคู่

ดร.ศุภชัย อาวิพันธุ์ นักวิจัย NARIT ร่วมทีมนักวิจัยไทย ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะใหม่ที่โคจรรอบระบบดาวคู่ RR Cae ถือเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงที่ 2 ที่ถูกค้นพบในระบบดังกล่าว และนับเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรกที่ถูกค้นพบโดยนักวิจัยชาวไทยทั้งหมด

ปัจจุบันนักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจำนวนมากกว่า 5,000 ดวง ส่วนใหญ่เป็นดาวเคราะห์นอกระบบที่โคจรรอบดาวฤกษ์เพียงดวงเดียว มีดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเพียงประมาณ 20 ดวงเท่านั้นที่ถูกค้นพบว่าโคจรรอบระบบดาวคู่ โดยในการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่โคจรรอบระบบดาวคู่ส่วนใหญ่ จะถูกค้นพบด้วยเทคนิค การเปลี่ยนแปลงเวลาการบังกันของดาวคู่ (Eclipse timing variation) ซึ่งเป็นการสังเกตการณ์การบังกันของดาวคู่อุปราคา ถ้าในระบบดาวคู่ดังกล่าวมีดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ แรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์จะทำให้ตำแหน่งของดาวคู่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ช่วงเวลาที่เกิดการบังกันที่สังเกตการณ์ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปไม่สม่ำเสมอ

ระบบดาวคู่ RR Cae เป็นระบบดาวคู่ที่ประกอบด้วยดาวแคระขาว และดาวฤกษ์มวลน้อยสีแดง อยู่ห่างจากโลก 69 ปีแสง ก่อนหน้านี้ทีมนักดาราศาสตร์จีนค้นพบว่า ระบบดาวคู่ RR Cae มีการเปลี่ยนแปลงเวลาการบังกันของดาวคู่ ซึ่งเกิดจากผลของแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์มวลประมาณ 4.2 เท่าของมวลดาวพฤหัสบดี ที่โคจรรอบระบบดาวคู่ด้วยคาบ 11.9 ปี

ในงานวิจัยนี้ทีมนักวิจัยไทยได้มีการสังเกตการณ์ระบบดาวคู่ RR Cae ด้วยกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติของ NARIT ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.6 เมตร PROMPT-8 ณ หอดูดาว Cerro Tololo Inter-American ประเทศชิลี และกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติขนาด 0.7 เมตร ณ หอดูดาว Spring brook ประเทศออสเตรเลีย ร่วมกับฐานข้อมูลของกล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope (VLT) และกล้องโทรทรรศน์อวกาศ TESS (Transiting Exoplanet Survey Satellite) ระหว่างปี พ.ศ.2561-2563 ได้กราฟแสงขณะเกิดการบังกันของระบบดาวคู่ RR Cae ทั้งหมด 430 ครั้ง

จากข้อมูลกราฟแสงการบังกันดังกล่าว ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างแบบจำลองทางกายภาพของระบบดาวคู่ RR Cae ด้วย ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง ‘ชาละวันคลัสเตอร์’ (Chalawan High Performance Computing Cluster) ของ NARIT พบว่าดาวฤกษ์มวลน้อยสีแดงในระบบดาวคู่ มีจุดมืดและจุดสว่างขนาดใหญ่ ซึ่งไม่เคยค้นพบในงานวิจัยมาก่อนหน้านี้ และเมื่อนำข้อมูลการบังกันมาวิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลงเวลาการบังกันของดาวคู่ RR Cae พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเวลาการบังกันที่เกิดจากผลของแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ 2 ดวง โดยดาวเคราะห์ดวงแรกมีมวล 3.0 เท่าของมวลดาวพฤหัสบดี โคจรรอบดาวคู่ด้วยคาบประมาณ 15 ปี และดาวเคราะห์ดวงที่สองซึ่งเป็นดาวเคราะห์ใหม่ที่พึ่งถูกค้นพบ มีมวลประมาณ 2.7 เท่าของมวลดาวพฤหัสบดี และมีคาบการโคจรประมาณ 39 ปี

ดาวเคราะห์นอกระบบใหม่ที่ถูกค้นพบในงานวิจัยนี้ นับเป็นดาวเคราะห์นอกระบบดวงแรกที่ถูกค้นพบโดยทีมนักวิจัยคนไทยทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักดาราศาสตร์ไทย และกล้องโทรทรรศน์ NARIT ในการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะใหม่ ซึ่งจะช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลกต่อไป

เรียบเรียง : ดร. ศุภชัย อาวิพันธุ์ - นักวิจัย กลุ่มวิจัยดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะและชีวดาราศาสตร์ สดร.

ลูกเรือ Air Canada บังคับให้ผู้โดยสารพิการ คลานลงเครื่องเอง เพราะไม่อยากรอทีมช่วยเหลือ เนื่องจากต้องเตรียมบินต่อ

ไม่นานมานี้ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ลูกเรือสายการบิน Air Canada เที่ยวบินจากแวนคูเวอร์ไปลาสเวกัส ได้บังคับให้ผู้โดยสารพิการคลานออกจากเครื่องเอง 

โดย Deanna Hodgins ภรรยาของ Rodney Hodkins ผู้โดยสารชายพิการ ได้โพสต์เล่าผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

"อย่างที่หลาย ๆ คนทราบกันดีว่า สามีของฉันมีรถเข็นคนพิการ เนื่องจากมีอาการอัมพาตสมองพิการ - เขาไม่สามารถเดินได้ เราเดินทาง 1-2 ครั้งต่อปี และฉันรู้สึกเจ็บปวดมากที่สามีของฉันต้องคลานจากแถวที่ 12 เพื่อออกจากเครื่องบิน เพราะลูกเรือไม่ต้องการรอให้ทีมช่วยเหลือมาช่วยพาสามีของฉันออกจากเครื่องบิน"

ทั้งนี้ลูกเรือได้แจ้งเธอและสามีว่า "คุณต้องไปที่บริเวณด้านหน้าเครื่องบิน เพราะเราจะต้องเคลียร์เครื่องบิน เนื่องจากมีผู้โดยสารในเที่ยวบินต่อไป"

ด้วยความตกใจเธอจึงได้ถามลูกเรือว่า "เขาจะไปได้อย่างไร" แต่ลูกเรือตอบกลับมาแบบสุดพีก "ฉันไม่รู้ แต่เราต้องเคลียร์เครื่องบิน เรามีเที่ยวบินอื่น..."

เธอโกรธมากที่ได้เห็นสามีต่อสู้เพื่อลากร่างกายของเขาอย่างช้า ๆ และเจ็บปวด และเมื่อถึงบริเวณด้านหน้าเครื่องบิน เธอได้ให้สามีขึ้นหลังของเธอ พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า "สามีของฉันทนทุกข์ทรมานมาหลายวันแล้ว ในขณะที่เราอยู่ในเวกัส...ฉันรู้สึกแย่กับมาก ๆ...แต่เขาแข็งแกร่งและตั้งใจแน่วแน่มาก เขาต่อสู้กับความเจ็บปวดเพื่อที่เราจะได้เพลิดเพลินกับวันครบรอบของเราที่นั่น..."

สำหรับสายการบินดังกล่าว มีพนักงานทําความสะอาด 8 คน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 2 คน กัปตันและผู้ช่วยกัปตัน ที่ร่วมเฝ้าดูสามีของเธอคลานออกมา เพื่อไปยังด้านหน้าของเครื่องบิน

"เราต้องดิ้นรนต่อหน้าผู้คนหลายสิบคน ในขณะที่บางคนมองออกไปและคนอื่น ๆ มองด้วยความละอายใจ เมื่อเห็นฉันพาเขาลงจากเครื่องบินลํานั้น เขาเจ็บขาและฉันเจ็บหลัง แต่ยิ่งไปกว่านั้นเราทั้งสองเจ็บปวดทางใจ" Deanna เล่าและสะท้อนความรู้สึกต่ออีกว่า...

"สิทธิมนุษยชนของสามีดิฉันถูกเหยียบย่ำและสายการบินแอร์แคนาดา ไม่ตอบสนองอะไรต่อเราและไม่เคยเอื้อมมือออกมาช่วยเหลืออย่างที่พวกเขาสัญญาไว้ สามีของฉันเป็นมนุษย์ที่งดงามที่สุดในโลกและไม่สมควรได้รับสิ่งนี้เลย...โปรดแบ่งปันและแท็ก Air Canada หากคุณทําได้"

ภายหลังที่ Deanna Hodgins ได้โพสต์เรื่องราวนี้ลงเฟซบุ๊ก ต่างมีผู้ใช้รายอื่น ๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมวิพากษ์วิจารณ์ลูกเรือสายการบินดังกล่าวกันอย่างมากมาย

'ผลสำรวจ' ชี้!! 'ต่างชาติ' พอใจสภาพแวดล้อมในจีน 'ภาษี-ตลาด-กฎหมายต่างๆ' เอื้ออำนวยต่อการลงทุน

(1 พ.ย. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผลสำรวจจากสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของจีน (CCPIT) ประจำไตรมาส 3 (กรกฎาคม-กันยายน) ของปีนี้ พบบริษัทที่ได้รับทุนสนับสนุนจากต่างประเทศส่วนใหญ่ในจีนพึงพอใจกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออำนวยประโยชน์ของจีน

รายงานระบุว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอันเกี่ยวข้องกับการชำระภาษี การเข้าถึงตลาด และการระงับข้อพิพาทในจีน ได้รับเสียงชื่นชมเป็นวงกว้างจากกลุ่มบริษัทต่างชาติที่ดำเนินงานในจีน โดยเกือบร้อยละ 90 ของผู้ประกอบการต่างชาติกลุ่มสำรวจ 700 ราย พอใจกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในจีน

กลุ่มบริษัทต่างชาติมีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจในจีน โดยผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าร้อยละ 80 คาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนจะยังคงทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นในปี 2023 ด้านสภาฯ จะเดินหน้าเกื้อหนุนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในจีนที่มุ่งเน้นตลาด อิงกฎหมาย และเป็นสากลมากขึ้น

‘ไทยสมายล์กรุ๊ป’ เปิดตัวรถเมล์ร้อนราคาประหยัด ‘EV สีส้ม’ ด้วยค่าบริการ 10 บาทตลอดสาย เริ่มวิ่ง 10 เส้นทาง 60 คัน

(1 พ.ย.66) นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทย สมายล์ กรุ๊ป เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานของไทยสมายล์บัสตลอด 3 ไตรมาสที่ผ่านมาของปี 2566 ระบุว่า การพัฒนาธุรกิจในเครือไทยสมายล์กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของเส้นทางให้บริการที่ปัจจุบัน มีทั้งสิ้น 123 เส้นทาง ประกอบกับการเพิ่มจำนวนรถเข้าให้บริการพี่น้องประชาชน จาก 800 คัน ในช่วงต้นปี 2565 จนปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2,200 คันแล้ว

ส่งผลให้ยอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดิมเฉลี่ยมากกว่า 300,000 คน/วัน สอดคล้องกับจำนวนรถและรอบที่ให้บริการมากขึ้น ทำให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่พี่น้องประชาชนหันมาใช้บริการรถสาธารณะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันทางบริษัทได้เพิ่มความถี่ เพิ่มจำนวนรถ เพิ่มจำนวนรอบ ไปจนถึงการขยายเวลาการวิ่งให้บริการเป็น 24 ชั่วโมง ใน 4 เส้นทาง

ส่วนแผนระยะยาว ทางไทยสมายล์บัส มีแผนขยายการให้บริการในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการวิ่งรถในเส้นทางใบอนุญาตปัจจุบัน และการขยายให้บริการรูปแบบ Feeder เชื่อมต่อการขนส่ง ทั้งรถ-เรือ-ราง ทั้งยังเพิ่มการให้บริการกลุ่มลูกค้าองค์กรต่าง ๆ ซึ่งในปีหน้าเชื่อว่าจะมีรถเข้ามาให้บริการเพิ่มเป็น 3,100 คันตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ คาดการณ์ว่าจะมียอดผู้โดยสารใช้งานเฉลี่ยมากกว่า 500,000 คน/วัน

อย่างไรก็ตาม ซีอีโอ ไทย สมายล์ กรุ๊ป ยอมรับว่า ตนรับทราบถึงความเห็นของผู้ใช้บริการ ที่อาจยังพบกับความไม่สะดวกในบางส่วน ทางบริษัทรับฟังและได้ทำการแก้ไขต่อเนื่อง เช่น รถเมล์ไฟฟ้าของ TSB ไม่จอดรับผู้โดยสาร วิ่งเลนขวา ทางบริษัทได้ลงทุนสร้างศูนย์ฝึกอบรมครบวงจร ที่จะปั้นพนักงานขับรถ ‘กัปตันเมล์’ รุ่นใหม่เข้ามาให้บริการด้วยมาตรฐานที่ยกระดับขึ้น

ทั้งยังปรับสิทธิประโยชน์รายได้ของพนักงานให้สอดคล้องกับพฤติกรรม นอกจากนี้บริษัทได้เริ่มทดลองใช้ระบบ Fleet management ซึ่งเป็นระบบที่ใช้กำกับการเดินรถ สามารถตรวจการเข้าป้าย ความเร็ว ปริมาณผู้โดยสารบนรถ ไปจนถึงการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ขับขี่-พนักงานผู้ให้บริการ จึงขอให้มั่นใจว่า การบริการของ TSB จะปรับปรุงแก้ไข พัฒนาบริการให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ

โดยในวันเดียวกันนี้ ยังได้มีการเปิดตัว รถเมล์ไฟฟ้าราคาประหยัด หรือ ‘รถ EV สีส้ม’ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของภาครัฐ ที่มีกำหนดนโยบายว่าเอกชนผู้ได้รับใบอนุญาต ต้องดำเนินการจัดหาให้มีรถร้อนออกให้บริการประชาชนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งทางบริษัทได้จัดหามาทั้งสิ้นจำนวน 60 คัน เพื่อนำไปเสริมการเข้าถึงบริการขนส่งมวลชนให้ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น

ในเฟสแรกจะให้บริการใน 10 เส้นทาง จากนั้นจะศึกษาผลตอบรับเพื่อนำไปพัฒนาการให้บริการต่อไปในอนาคต ด้วยอัตราค่าโดยสาร 10 บาทตลอดสาย ตามข้อกำหนดใบอนุญาตของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถชำระค่าโดยสารได้ทั้งรูปแบบ HOP Card ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ เดลิ แมกซ์ แฟร์ เดินทางไม่จำกัดในราคาเพียง 40 บาทตลอดสาย ไปจนถึงการชำระด้วยรูปแบบเงินสด

ด้านการพัฒนาของ ไทย สมายล์ โบ๊ต ได้มีการเสริมฟีดเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า รูปแบบใหม่ ขนาด 19 เมตร เป็นเรือ Catamaran พลังงานสะอาด 100% ซึ่งมีความแตกต่างในทางกายภาพจากเรือรูปแบบเดิมของบริษัท ด้วยขนาดที่กะทัดรัดคล่องตัวมากขึ้น เหมาะที่จะเดินเรือในเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาได้ในทุกสภาพอากาศแม้ช่วงน้ำขึ้น ปัจจุบันได้รับเพิ่มมาแล้วจำนวน 9 ลำ

ส่งผลให้บริษัทมีฟลีตเรือให้บริการทั้งสิ้น 35 ลำ ซึ่งจะเข้าไปบริการในเส้นทาง Urban และ City Line ก่อนในช่วงแรก แล้วจึงขยายไปเส้นทาง Metro Line ตามความต้องการของผู้โดยสารในแต่ละเส้นทาง สร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้เดินทาง โดยเฉพาะช่วงชั่วโมงเร่งด่วน คาดว่าจะสามารถเพิ่มความถี่ให้บริการได้ ทุก 7-10 นาที พร้อมทั้งยังสามารถให้บริการกับลูกค้าองค์กร เช่น การเช่าเหมาลำ การวิ่งตามฟีดเส้นทาง หรือเรือนำเที่ยวได้อีกด้วย

กระบี่-อบจ.กระบี่ MOU กับ ทกจ.กระบี่ร่วมเป็นเจ้าภาพกีฬานักเรียน นักศึกษา แห่งชาติ "กระบี่เกมส์"ครั้งที่ 43 ต้นปี 67

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมมรกต ชั้น 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่  นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ กับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ โดยมีนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายสัจจพร จันทร์ศรีนวล ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ ร่วมลงนาม MOU พร้อมด้วยนางสาวศศิธร กิตติธรกุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ และผู้แทนมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ประจำวิทยาเขตกระบี่ และข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ร่วมเป็นพยาน ในการบันทึกข้อตกลงฯการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ประจำปี 2567 “กระบี่เกมส์” ระหว่างวันที่ 22 - 30 มกราคม 2567 ณ จังหวัดกระบี่ ซึ่งจังหวัดกระบี่ได้มอบหมายภารกิจให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ร่วมเป็นเจ้าภาพและดำเนินการในพิธีการไฟพระฤกษ์ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ จึงได้ตกลงทำบันทึกความร่วมมือร่วมกัน

เพชรบูรณ์- มณฑลทหารบกที่ 36 ต้อนรับทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ แผนกทหารบก ผลัดที่ 2 ทหารเรือ ผลัดที่ 3 เน้นย้ำไม่ให้มีการสูญเสียระหว่างฝึก

ที่อาคารอเนกประสงค์ มณฑลทหารบกที่ 36 อำเมืองเพชรบูรณ์ พลตรี วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่และทหารกองเกินในการดำเนินการรับ - ส่ง ทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ แผนกทหารบก ผลัด 2 และแผนกทหารเรือ ผลัด 3 ประจำปี 2566 โดยมี นายทหารสัญญาบัตร และนายทหารประทวน พร้อมด้วย ทหารใหม่ ผู้ปกครอง และญาติทหารใหม่ เข้าร่วม

พลตรี วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 กล่าวว่า ปัจจุบันมีการปรับห้วงของการฝึกเป็น 2 หลักสูตร ประกอบด้วย หลักสูตรการฝึกทหารใหม่เบื้องต้นพื้นฐาน ใช้ระยะเวลาการฝึก 6 สัปดาห์ เพื่อปรับบุคลิก ลักษณะท่าทางให้เป็นทหาร มีการฝึกจากเบาไปหนัก หลักสูตรที่ 2 คือการฝึกเฉพาะหน้าที่ ระยะเวลาการฝึก 3 สัปดาห์ และจะปล่อยให้กลับไปพบญาติ และเรียกกลับมา กรม กอง อีกครั้ง นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบก และแม่ทัพภาคที่ 3 ได้เน้นย้ำในเรื่องสุขภาพร่างกาย ให้ฝึกทหารใหม่ไม่ให้มีการสูญเสียระหว่างฝึก เรามีการชี้แจงเน้นย้ำครูฝึก หากมีการละเมิดระเบียบที่ดูแลทหารใหม่ก็จะมีการลงโทษ เราคิดเสมอว่าทหารที่เข้ามาใหม่คือลูกหลานของพี่น้องประชาชน เราจะดูแลเหมือนลูกที่มีความห่วงใย แต่ก็ต้องคงอยู่ในกฎกติกา และระเบียบวินัย สำหรับทหารใหม่ที่มีสภาพร่างกายยังไม่พร้อมเรามีทีมแพทย์เข้ามาดูแลและวินิจฉัย เพื่อให้การฝึกของทหารใหม่มีความปลอดภัย ระหว่างการฝึก เราจะสอดแทรกเรื่องการดูแลประชาชน การมีจิตอาสา ซึ่งทหารกองประจำการนอกจากจะได้รับเงินเดือนแล้ว จะมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบ โรงเรียนนายสิบทหารบก โดยมีโควตารับจากทหารกองประจำการ ถึงร้อยละ 80

สำหรับการต้อนรับทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ ในวันนี้แบ่งเป็นแผนกทหารบก มีทหารกองเกินจากการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ มารายงานตัว จำนวน 449 นาย ทหารกองเกินจากการคัดเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอ(กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พิจิตร และจังหวัดอุตรดิตถ์ มารายงานตัว 22 นาย และ แผนกทหารเรือ ซึ่งเป็นทหารกองเกินจากการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการ มารายงานตัวจำนวน 98 นาย รวมทหารกองเกินที่ต้องส่งเข้ารับราชการทหารกองประจำการในครั้งนี้ 569 นาย

มนสิชา  คล้ายแก้ว/สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์

ผบช.สตม. รุดตรวจ ตม.สะเดา รับ นทท.มาเลเซีย ยกเลิกกรอกเอกสาร

วันนี้ (1 พ.ย. 66) เวลาประมาณ 07.00 น. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 รรท.ผบช.สตม. ได้บินด่วน ลงตรวจ ด่าน ตม.สะเดา จว.สงขลา เพื่อตรวจความพร้อมในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะมาเลเซีย หลังรัฐบาลสั่งเลิกกรอกเอกสารเข้าประเทศ หรือ ตม.6 เพื่อลดขั้นตอน และส่งเสริมการเที่ยวไทย ฟื้นเศรษฐกิจใต้ ตามนโยบายรัฐบาล 

พล.ต.ท.อิทธิพลฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. ให้ สตม. มีส่วนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ ซึ่งพบว่า นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เข้ามาเที่ยวในไทยมีจำนวนมากติด 3 อันดับแรกของประเทศ โดยเฉพาะช่วงปี 2566 ตั้งแต่ ม.ค.-ก.ย. มีปริมาณนักท่องเที่ยวเข้าไทยอันดับ 1 ถึง 1.5 ล้านคน และกว่า 90% เข้าทางด่านชายแดนทางบกไทย-มาเลเซีย โดยเฉพาะ ด่าน ตม.สะเดา จว.สงขลา 

ดังนั้น รัฐบาล จึงได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย ลง 31 ต.ค. 66 ยกเว้นการยื่นรายการตามแบบรายการของคนต่างด้าว ซึ่งเดินทางเข้ามาหรือออกไปนอกราชอาณาจักร หรือ ใบ ตม.6 ที่ ด่าน ตม.สะเดา จว.สงขลา ตั้งแต่วันนี้ (1 พ.ย. 66) - 30 เม.ย. 67

ตนในฐานะ รรท.ผบช.สตม. จึงบินด่วน ลงตรวจความพร้อมของ จนท.ด่าน ตม.สะเดา จว.สงขลา โดยได้เน้นย้ำการปฏิบัติในการให้ความสำคัญกับการตอบสนองนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของนายกรัฐมนตรี โดยยึดหลักการ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ประทับใจ และให้บริหาร จัดการ กำลังเจ้าหน้าที่ ตม. ตามช่องตรวจ ให้เพียงพอต่อปริมาณจำนวนคนที่เดินทางเข้า-ออกประเทศ โดยในช่วงที่มีคนเดินทางจำนวนมาก ผู้บังคับบัญชาต้องลงมาควบคุม กำกับ ดูแล บริหารเหตุการณ์ อย่างใกล้ชิด และกำชับให้สำรวจวัสดุอุปกรณ์ ระบบเทคโนโลยี ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติ หากขัดข้อง ให้รีบรายงานผู้บังคับบัญชา เร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว พร้อมจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ แจ้งถึงสิทธิของคนต่างด้าวที่ได้รับการยกเว้นการยื่นรายการตามแบบ ตม.6 และให้มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ ให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้รับทราบในทุก ๆ ช่องทาง

นอกจากนั้น สตม. ได้มีหนังสือถึงสถานทูตมาเลเซีย แจ้งให้ทราบและช่วยประชาสัมพันธ์คนสัญชาติมาเลเซีย ทราบแล้วด้วยส่วนหนึ่ง

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

‘ซาอุฯ’ เต็งหนึ่ง!! ขึ้นแท่นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 หลังคู่แข่งถอนเกลี้ยง รอคอนเฟิร์มผลอีกทีปลายปีหน้า

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 66 ‘ซาอุดีอาระเบีย’ ได้รับการยืนยันอย่างไม่เป็นทางการ ได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 เรียบร้อย หลังบรรดาคู่เเข่งพาเหรดถอนตัวไปหมด

การเเข่งขันลูกหนังโลกในอีก 11 ปีข้างหน้าจะวนกลับมาเเข่งบนเเผ่นดินเอเชียอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ชาติเเดนน้ำมันเป็นตัวเต็งที่จะคว้าสิทธิ์อยู่เเล้ว เเต่ก็เเอบมีหลายชาติให้ความสนใจทั้ง อินโดนีเซีย รวมถึงไทยด้วย เเต่ทั้ง 2 ชาติก็เปลี่ยนใจหันไปหนุนซาอุฯ เเทน

ล่าสุดชาติที่ถูกมองว่ามีความพร้อมเเละน่าจะเป็นคู่เเข่งได้ดีที่สุดอย่าง ‘ออสเตรเลีย’ ก็ประกาศถอนตัวออกไปเช่นกัน ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงเเค่ซาอุดีอาระเบียชาติเดียว เท่ากับว่าพวกเขาจะรับสิทธิ์ไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ตามขั้นตอนต่างๆ ยังไม่เสร็จสิ้น ซาอุดีอาระเบียจะต้องยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการเข้าไปให้ฟีฟ่าภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน นอกจากนั้น จะมีการตรวจสอบข้อบังคับของฟีฟ่าเรื่องสิทธิมนุษยชนหรือความเท่าเทียมต่างๆ หลังจากปัญหาเรื่องนี้เกิดขึ้นในครั้งล่าสุดที่ประเทศกาตาร์มาเเล้ว

ซาอุดีอาระเบียมีเวลาจนถึงเดือนกรกฎาคม 2024 เพื่อยื่นข้อเสนอฉบับเต็มเเละยืนยันเรื่องสิทธิมนุษยชน หลังจากนั้นจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการภายในปลายปีหน้า

‘อยุธยา’ เปิดให้บริการชม 4 วัดยามค่ำคืน คนละ 950 บาท หลัง ‘พรหมลิขิต’ กระแสบูม หวังสร้างเม็ดเงินให้จังหวัดมากขึ้น

(1 พ.ย.66) นายมานัส ทรัพย์มีชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยประชาชาติธุรกิจว่า ภาพรวมของการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตอนนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้นจำนวนมากช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ปกตินักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาจังหวัดพระนครศรีอยุธยามักเดินทางแบบไป-กลับ ไม่พักค้างคืน

แต่หลังจากมีกระแสของละครเรื่อง ‘พรหมลิขิต’ เริ่มออกอากาศไป และทางกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้อนุญาตเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมวัดไชยวัฒนารามได้จนถึงเวลา 22.00 น. ในช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ จากการสอบถามผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร โดยเฉพาะโรงแรมมีอัตราการจองเข้าห้องพักประมาณ 80% สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเฉลี่ย 20,000 คนต่อวัน ส่วนวันธรรมดา จันทร์-ศุกร์ มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 2,000 คนต่อวัน โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังเป็นคนไทย ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น เกาหลี จีน และโซนยุโรป ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเฉลี่ย ประมาณ 1,000 ต่อหัวต่อคน คาดการณ์เงินสะพัด 200 ล้านบาทต่อเดือน

“สำหรับวัดไชยวัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายและเป็นไฮไลต์ของละครดังกล่าว ปกติจะเปิดให้บริการ 08.00-18.00 น. ช่วงกลางคืนวัดค่อนข้างสวยงามเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวให้นอนพักค้างคืนได้ โดยจะเปิดแถลงข่าวโปรโมตอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 และสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 ธันวาคม 2566 แต่ถ้ากระแสตอบรับดีอาจจะมีการขยายเวลาให้บริการ” นายมานัส กล่าว

ขณะเดียวกันทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ได้มีการขออนุญาตเปิดให้บริการสถานที่ท่องเที่ยวตอนกลางคืนเพิ่มอีก 4 แห่ง ได้แก่ วัดพระราม วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดราชบูรณะ และวัดมหาธาตุ ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป จนถึง 31 มีนาคม 2567

โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า ‘ไนต์แอดเดอะเทมเพิล’ จะเปิดให้บริการศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ กรุ๊ปละ 20 คน ค่าบริการประมาณ 950 บาทต่อคน ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง มีรถตุ๊กตุ๊กรับ-ส่ง ให้บริการ 4 รอบต่อวัน รอบแรกเวลา 18.30 น. รอบสองเวลา 19.00 น. รอบสามเวลา 19.30 น. รอบสี่เวลา 20.00 น. โดยแต่ละรอบต้องมีหัวหน้าไกด์ ผู้ช่วยไกด์ เจ้าหน้าที่กรมศิลป์เข้าไปดูแล

รวมถึงทำประกันชีวิตให้กับนักท่องเที่ยว โดยกิจกรรมดังกล่าวต้องทำในรูปแบบบริษัททัวร์ แม้ทางกรมศิลปากรได้มีการอนุญาตเปิดให้บริการ แต่จะต้องเข้าไปเป็นหมู่คณะหรือกรุ๊ปทัวร์ เนื่องจากมีบางจุดที่ค่อนข้างมืด ส่งผลอันตรายต่อนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ จัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวพักค้างแรมที่จังหวัดอยุธยาให้เพิ่มมากขึ้น จะทดลองให้บริการประมาณ 2 สัปดาห์ หากได้กระแสตอบรับที่ดีจะมีการโปรโมตประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ

ปัจจุบันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีห้องพักเปิดให้บริการประมาณ 2,000 กว่าห้อง เปิดให้บริการ 100% และคาดว่าช่วงไฮซีซั่นเดือนธันวาคม 2566 อัตราการเข้าพักน่าจะ 90-100%

ด้าน นายณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยกับประชาชาติธุรกิจว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 800,000 คนต่อเดือน เฉลี่ยเป็นชาวไทย 700,000 คน และต่างชาติ 100,000 คน หากเทียบกับปี 2565 มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวของจังหวัดจะพยายามทำให้ได้ 80% ของตัวเลขปี 2562

ซึ่งเป็นปีที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาอยุธยามากที่สุด รวมเกือบ 40 ล้านคนต่อปี แต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาค่อนข้างอยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางไปเช้า-กลับเย็น และจากข้อมูลของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา หลังละครเรื่องพรหมลิขิตได้มีการออนแอร์ไป พบว่ามีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จากเดิมช่วงวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) มีนักท่องเที่ยวประมาณ 1,000 คนต่อวัน ตอนนี้เพิ่มขึ้น 2,000-3,000 คนต่อวัน

และมีแนวโน้มนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะคนไทย และหลังจากกรมศิลปากรได้อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปเยี่ยมชมวัดไชยวัฒนารามตอนกลางคืนได้ เฉลี่ยมีนักท่องเที่ยวประมาณ 1,000-2,000 คนต่อวัน ถือว่าได้การตอบรับที่ดี

นอกจากนี้ มีกิจกรรมล่องเรือรับประทานอาหารเย็น พยายามหากิจกรรมภาคท่องเที่ยวตอนกลางคืนให้นักท่องเที่ยวสนใจและเดินชม จึงได้มีการจัดทำกิจกรรม กับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือ

‘ไนต์แอดเดอะเทมเพิล’ หรือ Night at the Temples 2023 ท่องเที่ยวโบราณสถานในยามค่ำคืน ก็หวังว่ากิจกรรมดังกล่าวจะกระตุ้นเศรษฐกิจ และสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืน และสร้างรายได้ให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top