Friday, 31 July 2026
Hard News Team

'สว.วีระศักดิ์' ชี้ นโยบาย Soft Power ต้องขับเคลื่อนในระยะยาว เพราะมีหลายมิติทับซ้อนกันอยู่

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 66 ที่โรงแรม S31 กรุงเทพฯ SPACEBAR ได้จัดงานเสวนา SOFT POWER ฝันไกลไปได้แค่ไหน? เปิดเวทีระดมความคิดเห็นบุคลากรหลากหลายวงการ มาร่วมสะท้อนมุมมอง กับแนวคิดนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล ที่จะผลักดัน SOFT POWER ไทย ให้มีศักยภาพส่งต่อไปถึงความยั่งยืน เพื่อนำไปสู่สายตาชาวโลก

โดยในเวทีดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภาและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้ว่า...

ความเป็นไปได้ในการผลักดันนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ ว่า นับเป็นครั้งแรกที่ นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ถูกหยิบยกเป็นนโยบายระดับชาติ จากทั้งทางพรรคเพื่อไทยเอง และทุกพรรคที่หาเสียงไว้ช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งหากอ้างอิงจากนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หนึ่งในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวถึง Roadmap ก็ประเมินว่า อาจจะใช้เวลาถึง 3 ปี ถึงจะเริ่มเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ตามแผน

“นโยบายนี้อาจจะไม่สามารถคาดหวังได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพราะเป็นเรื่องที่ต้องขับเคลื่อนในระยะยาว รวมถึงนโยบายนี้มีมิติ 3 ด้านสำคัญ คือ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ทับซ้อนกันอยู่ อย่างประเทศที่ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์สำเร็จอย่าง เกาหลีใต้ สำเร็จได้จากนโยบายการเมืองที่แข็งแรงและต่อเนื่อง” วีระศักดิ์ กล่าว

‘อินฟลูฯ ชื่อดัง’ ทำคอนเทนต์เอาแบงก์ไปซักตู้หยอดเหรียญ แต่ถูกชาวเน็ตจวกเละ!! หวั่นแบงก์ชำรุด-เยาวชนลอกเลียนแบบ

เมื่อวานนี้ (5 พ.ย. 66) กลายเป็นดรามาสนั่น เมื่อมีผู้ใช้บัญชี เอ็กซ์ (X) หรือ ทวิตเตอร์ รายหนึ่ง ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอ ‘แม่ค้าเซเลป’ รายหนึ่ง ทำคอนเทนต์นำเงินสดใส่ตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ

โดยในคลิปวิดีโอ หญิงสาวคนดังกล่าวเผยว่า “ช่วงนี้เชื้อโรคเยอะนะคะ เราก็เลยจะมาทำความสะอาดแบงก์กันหน่อย” พร้อมนำธนบัตร ทั้ง 500 บาท 1,000 บาทไทย ใส่เข้าไปในเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ พร้อมทั้งใส่น้ำยาซักผ้า และกดคำสั่งให้เครื่องทำงาน

เมื่อเครื่องซักผ้าทำงาน หญิงสาวคนดังกล่าวก็รีบคว้าด้ามจับฝาเครื่องซักผ้า ก่อนจะพยายามเปิด พร้อมหันมาพูดกับเพื่อนว่า “มันเปิดไม่ได้” ก่อนที่คลิปดังกล่าวจะตัดจบไป

ท่ามกลางชาวเน็ตที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์สนั่น มีทั้งคอมเมนต์ที่จวกเละ อาทิ

- ทำไมถึงเอาเงินมาซักเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เงินสกปรกมากนะ แล้วคนที่ใช้คนต่อไปหละ
- ไปดึงฝาแบบนั้น ระวังเครื่องพังนะ
- ในขณะที่ แบงก์ชาติรณรงค์เรื่องธนบัตรเสีย อินฟลูเอนเซอร์ไทยทำอะไรก็ไม่รู้
- คอนเทนต์ขยะ ทำเพื่ออะไร
- บ้งมาก แต่ไปแย้งก็ลูกหาบลง

ขณะที่คอมเมนต์อีกด้านมองว่า ‘หญิงสาว’ คนดังกล่าว น่าจะทำคอนเทนต์เฉยๆ ไม่ได้ใส่ ธนบัตร เข้าไปซักจริงๆ แต่อย่างไรก็ไม่เหมาะสมอยู่ดี เพราะเป็นอินฟลูเอนเซอร์-แม่ค้าชื่อดัง หากเยาวชนเห็นแล้วทำตาม อาจเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่เยาวชน

นอกจากนี้ยังมีคอมเมนต์ที่เผยว่า ‘เงินกับเสื้อผ้าก็สกปรกพอกัน จะดรามาอะไร’ พร้อมทั้งให้กำลังใจแม่ค้าคนดังกล่าว โดยเรื่องราวจะจบลงอย่างไร คงต้องติดตามกัน

‘อ.เสรี’ เผย!! เดือนธ.ค. ไม่หนาว แถมอุณหภูมิสูงขึ้นเกือบ 2 องศา เตือน!! แม่ค้าอย่าตุนเสื้อกันหนาวเยอะ ส่วนเม.ย. 67 ร้อนแล้งสุดๆ

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 66 รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศของไทยในช่วงปลายปีว่าจะไม่หนาว และปีหน้าจะร้อนแล้งที่สุด โดยให้คำอธิบายว่า…

“#ปลายปีจะไม่หนาวแต่ปีหน้าร้อนแล้งสุดสุด

>>ปลายฝน ฝนก็ตกโดยเฉพาะภาคใต้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ สำหรับน้ำท่วมรอการระบายเป็นเรื่องปกติครับ การคาดการณ์ปริมาณฝนในปีไม่ปกติ (เช่น ปีเอญนิญโญ) มีความคลาดเคลื่อนสูง เช่นปีนี้ การพยากรณ์รายฤดูกาล แบบจำลองโดยส่วนใหญ่ชี้ไปในทิศฝนน้อย แต่ในข้อเท็จจริงปริมาณฝนเดือนกันยายน และเดือนตุลาคม มีมากกว่าปกติประมาณ 30% และ 19% ตามลำดับโดยเฉพาะในภาคเหนือ และภาคอีสาน (อย่างไรก็ตามปริมาณฝนสะสมยังคงน้อยกว่าปกติน่ะครับ ยกเว้นภาคอีสาน) ดังนั้นการพยากรณ์ฝนปีนี้จึงพึ่งได้เฉพาะการคาดการณ์ล่วงหน้าเพียง 1 เดือนเท่านั้น เกษตรกร และชาวนาจึงต้องติดตามสถานการณ์ทุกเดือนน่ะครับ

>>แม้ว่าเดือนกันยายน และตุลาคมจะเกิดฝนตกหนัก และน้ำท่วมในบางพื้นที่เช่นภาคเหนือตอนบน และภาคอีสาน แต่เมื่อวิเคราะห์จากดรรชนีฝน SPEI พบว่าช่วง 3-6 เดือนที่ผ่านมา หลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันออก ยังคงมีสถานฝนแล้ง ยกเว้นบริเวณชายขอบฝั่งตะวันตก และตะวันออกเฉียงเหนือริมแม่น้ำโขง

>>และเมื่อวิเคราะห์การกระจายของอุณหภูมิช่วงเดือนธันวาคม และเดือนเมษายนตั้งแต่ปี 2563-2567 พบว่าในเดือนธันวาคมจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทุกปี (ความหนาวเย็น) ยกเว้นปี 2566 ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงขึ้นเกือบ 2oC นั่นหมายความว่าปีนี้เราจะไม่หนาว ในขณะเดียวกันอุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนเมษายนปี 2567 ก็จะสูงกว่าปกติ 1.5oC เราก็จะร้อนสุด ๆ เหมือนกัน จากปัจจัยของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (โลกร้อน) และสภาพอากาศแปรปรวน (เอ็นนิญโญ) ดังนั้นปลายปีนี้จนถึงต้นปีหน้าเสื้อหนาวอาจจะขายไม่ค่อยดีน่ะครับ พ่อค้า แม่ค้า อย่าสั่งมาตุนเยอะน่ะครับ

>>ในขณะที่เริ่มเข้าสู่ฤดูการทำนาปรัง ฝนก็ตกได้น้ำ ราคาข้าวดีจูงใจให้ชาวนาทำนากันในหลายพื้นที่ ปริมาณน้ำต้นทุน (เฉพาะในลุ่มเจ้าพระยา) ประมาณ 62% (11,000 ล้านลูกบาศ์กเมตร) น้อยกว่าปี 2565 (78%, 14,000 ล้านลูกบาศ์กเมตร) โดยปีที่แล้วมีการจัดสรรน้ำกว่า 5,800 ล้านลูกบาศ์กเมตรทำนาปรังกว่า 7 ล้านไร่ ในลุ่มเจ้าพระยา แต่ปีนี้ ดูจากข้อมูลกระทรวงเกษตรฯ จะมีการจัดสรรน้ำให้ชาวนาเพียง 2,300 ล้านลูกบาศ์กเมตร ซึ่งจะมีพื้นที่ทำนาได้เพียงไม่เกิน 2 ล้านไร่ จาก 8 ล้านไร่ อะไรจะเกิดขึ้น ? พื้นที่นอกเขตชลประทานกว่า 80% โดยเฉพาะในภาคอีสาน ถ้าไม่มีน้ำต้นทุนของตัวเอง (บ่อ สระ ฝายขนาดเล็ก ระบบสูบน้ำเข้าแปลงนา) ประกอบกับอากาศร้อน และแล้งจัดปีหน้า อัตราการระเหยจะเพิ่มขึ้นกว่า 10% ปัญหาเรื่องไฟป่าในภาคเหนือ ฝุ่น PM2.5 และ คลื่นความร้อนในเมืองจะตามมา

>>แม้ว่าการพยากรณ์ฝนรายฤดูกาลอาจจะมีความคลาดเคลื่อน แต่ก็มีความจำเป็นต่อชาวนาในการเตรียมปัจจัยการผลิต เพราะต้นทุนการทำนาจะสูงหากไม่มีการวางแผน ข้อมูลล่าสุดจากแบบจำลองหลายชุดบ่งชี้ปริมาณฝนต้นฝนปี 2567 อาจจะน้อยกว่าปกติ ส่งนัยถึงการเข้าสู่ฤดูฝนที่ล่าช้าออกไป ปริมาณน้ำต้นทุนที่ต้องเตรียมไว้สำหรับช่วงต้นฤดูฝน ? พื้นที่นอกเขตชลประทานกว่า 80% จะต้องเตรียมการรับมือด้วยครับ และที่สำคัญเกษตรกร และชาวนาต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดน่ะครับ เพราะสภาพอากาศ คือชีวิตความเป็นอยู่ของทุกท่าน

Forecast Research Advisor, Climate Change and Disaster Futuretales LAB, MQDC”

ผบ.ตร. สุ่มตรวจเยี่ยมหน่วย ด่านตม.เชียงแสน

ผบ.ตร. สุ่มตรวจเยี่ยมหน่วย ด่าน ตม.เชียงแสน ไม่แจ้งล่วงหน้า กำชับ 4 เน้นหนัก "ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมเทคโนโลยี และสวัสดิการขวัญกำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา" เพื่อเร่งขับเคลื่อนการดูแลพี่น้องประชาชนตามนโยบายรัฐบาล

วานนี้ (5 พ.ย.66)  เวลา 13.45 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน จว.เชียงราย ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า พบ ร.ต.อ.มานพ ใจปลา รอง สว.ด่าน ตม.เชียงแสน พร้อมเจ้าหน้าที่ ด่าน ตม.เชียงแสน  อยู่ปฏิบัติหน้าที่

ผบ.ตร. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ด่าน ตม.เชียงแสน ให้ความสำคัญกับอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อน เอารัดเอาเปรียบพี่น้องประชาชนคนไทยที่อาจถูกหลอกลวงให้เดินทางไปทำงานที่ผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งเน้นย้ำให้ความสำคัญกับการป้องกันการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศ โดยให้ร่วมบูรณาการกำลังกับหน่วยที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ และขอให้ดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่านเชียงแสนอย่างเต็มกำลัง เพื่อตอบสนองนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรี 

โดย ผบ.ตร. ยังได้ร่วมรับประทานอาหารกับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสนอย่างเรียบง่าย เพื่อพูดคุย สอบถามสภาพปัญหา ข้อขัดข้อง ในการทำงาน และอยากทราบข้อเสนอแนะเพื่อนำไปพิจารณาจัดสรรสวัสดิการ เสริมสร้างขวัญกำลังใจของพี่น้องข้าราชการตำรวจและครอบครัว 

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้กล่าวชื่นชมข้าราชการตำรวจทุกนายที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง แม้จะเป็นการมาตรวจเยี่ยมโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า แต่รู้สึกประทับใจ โดย ผบ.ตร. ยังย้ำเสมอ ไม่ต้องการให้ข้าราชการตำรวจมาดูแล ผบ.ตร. ขอให้เอาเวลาที่มีไปดูแลพี่น้องประชาชนให้ดี และผู้บังคับบัญชาต้องเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อร่วมกันสร้าง "องค์กรปราบปรามอาชญากรรมและบังคับใช้กฎหมาย ในระดับมาตรฐานสากลที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา" ไปด้วยกัน

'สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์' ลาออกจากช่อง 3 เผย!! มีผลตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566

(6 พ.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท บีอีซีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) โดย นายพิริยติส ชูพึ่งอาตม์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สำนักการเงินและบัญชี ได้มีหนังสือแจ้งการลาออกจากตำแหน่งของ นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการและผู้บริหาร ของบริษัทฯ โดยระบุว่า นายสุรินทร์ ได้แจ้งความประสงค์ขอลาออกจากการเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัท และบริษัทในเครือทั้งหมด โดยการลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ทางคณะกรรมการบริหาร ได้มีประกาศมอบหมายการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รักษาการกรรมการผู้อำนวยการสายธุรกิจโทรทัศน์ โดยระบุว่า ตามที่นายสุรินทร์ มีความจำเป็น ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการสายธุรกิจโทรทัศน์ ในช่วงเวลานี้ได้นั้น ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท บีอีซี ดำเนินงานไปด้วยความราบรื่น ตามมติประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ 12 วันที่ 24 ตุลาคม 2566 ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คุณ ฉัตรชัย เทียมทอง ที่ปรึกษากรรมการบริหาร รักษาการ และปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง กรรมการอำนวยการ-สายธุรกิจโทรทัศน์ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ ขอให้ผู้บริหารและพนักงานทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ตามภาระที่รับผิดชอบตามโครงสร้างการบริหาร และสายบังคับบัญชาตามปกติ และขอให้มั่นใจ บริษัทยังมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำทางด้าน คอนเทนต์และธุรกิจบันเทิงของประเทศไทย

"พ.ต.อ.ทวี" ยันพื้นที่ชายแดนใต้ไม่จำเป็นต้องประกาศ “พื้นที่คุมเข้มพิเศษปราบยาเสพติด” 

เหมือนภาคเหนือ 11 อำเภอ “เชียงใหม่-เชียงราย” ที่เพิ่งประกาศดีเดย์ 1 ธ.ค. แจงภาคกลาง-ภาคใต้ คือพื้นที่แพร่ระบาดและทางผ่าน หากไม่มีเจ้าหน้าที่กับผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้อง ยาเสพติดย่อมไปไม่ถึง มั่นใจกลไกที่มี “เอาอยู่”

เมื่อวานนี้ ( 5 พ.ย.66 ) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการใช้มาตรการพิเศษในการสกัดกั้นยาเสพติดลำเลียงเข้าพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ จะมีการนำมาใช้กับชายแดนภาคใต้ด้วยหรือไม่ว่า สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่ถึงขนาดต้องประกาศมาตรการพิเศษตามมาตรา 5 ของประมวลกฎหมายยาเสพติด เพราะมีกฎหมาย ศอ.บต. (พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553) และกฎหมายพิเศษอื่นๆ ประกาศใช้อยู่แล้ว

อนี่ง เมื่อวันเสาร์ที่ 4 พ.ย.66 พ.ต.อ.ทวี เดินทางไปที่ จ.เชียงใหม่ และเชียงราย ประชุมร่วมกับแม่ทัพน้อยที่ 3 และสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 พร้อมประกาศว่า รัฐบาลเตรียมใช้นโยบายสำคัญ คือ ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 5 (10) ในการกำหนดพื้นที่พิเศษ และโครงสร้างเฉพาะเพื่อดำเนินการในพื้นที่ที่มีปัญหาการนำเข้ายาเสพติดรุนแรง ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และเชียงราย ใน 11 อำเภอ โดยจะมีการจัดตั้ง “หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์” เป็นหน่วยที่มีเอกภาพในการบริหารจัดการอย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดเข้าสู่เขตภาคเหนือ ในระยะ 1 ปี โดยจะเริ่มต้นในวันที่ 1 ธ.ค.2566 จนถึงสิ้นปี 2567 ให้ทางกองทัพภาคที่ 3 และ ป.ป.ส. เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนภารกิจ ควบคู่ไปกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแนวชายแดน

“การแก้ปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายของรัฐบาลที่เป็นปัญหาเร่งด่วน เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องการแก้ไขให้เห็นผลภายใน 1 ปี ทว่าแต่ละพื้นที่มีลักษณะแตกต่างกัน คือยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้า จากการตรวจพิสูจน์ ไม่มีโรงงานผลิต ในประเทศไทย ทั้งหมดเป็นยาเสพติดที่ถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน การประกาศนโยบายแต่ละพื้นที่จึงมีลักษณะที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะพื้นที่ทีมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติด คือภาคเหนือกับภาคอีสานของประเทศไทย โดยเฉลี่ยภาคเหนือประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ภาคอีสานประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องใช้มาตรการพิเศษในการสกัดกั้น” 

“แต่พื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด พื้นที่ที่เป็นทางผ่าน คือพื้นที่ทางภาคกลางและภาคใต้ การแก้ปัญหาเรื่องผู้เสพยาเสพติด ผู้ค้ารายย่อย ผู้มาเกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคใต้นั้น อาจจะไม่ถึงขนาดต้องประกาศตามมาตรา 5 เรามีกฎหมาย ศอ.บต. และกฎหมายเกี่ยวข้องใช้ในพื้นที่อยู่แล้ว” พ.ต.อ.ทวี อธิบาย 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าอวีกว่า มาตรการสำคัญที่ต้องดำเนินการทั่วประเทศ คือต้องทำให้ประชาชนที่ติดยาเสพยาได้รับการแก้ไข สิ่งหนึ่งคือต้องบำบัดฟื้นฟู ไม่ว่าเม็ดเดียวหรือหลายเม็ด ถือเป็นรายย่อย 

“เรื่องยาเสพติด ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ที่มีอิทธิพลเข้าไปเกี่ยวข้อง เข้าไปอยู่เบื้องหลังแล้ว ยาเสพติดจะไปไม่ถึงภาคใต้ และเราควรจับมือกับมาเลเซียเพื่อร่วมกันทำงาน ต่อไปนี้อยากเห็นชุมชน สถาบันการศึกษา ร่วมกันบำบัดฟื้นฟู เอาเยาวชนที่มีคุณภาพกลับคืนสู่ครอบครัว กลับคืนสู่โรงเรียนและสังคมให้ได้ นี่เป็นวาระที่เราจะทำภายใน 1 ปี”

@@ ยาบ้าเกิน 5 เม็ดถือเป็นผู้ค้า ส่อทำนักโทษพุ่ง 1 หมื่นคน

ต่อข้อถามถึงจำนวนยาเสพติดที่เคยเสนอว่าหากครอบครองเกิน 10 เม็ดจะถือเป็นผู้ค้า ถ้าต่ำกว่า 10 เม็ดเป็นผู้เสพ ต้องเข้ารับการบำบัด ทว่าสุดท้ายหน่วยงานอื่น รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุขสรุปตัวเลขที่ 5 เม็ด หากครอบครองเกิน 5 เม็ดจะเป็นผู้ค้า จะทำให้มีปัญหาตามมาหรือไม่ 

ประเด็นนี้ พ.ต.อ.ทวี ตอบว่า “จะ 5 เม็ดหรือ 10 เม็ดอยู่ที่เป้าหมาย ถ้าเป็นผู้เสพต้องดูข้อมูลความรุนแรงทางการแพทย์ เทียบกับปริมาณการใช้ แต่ถ้าเป็นผู้ค้า ถ้ากำหนด 10 เม็ด เขาก็พกพา 9 เม็ด ถ้ากฎหมายกำหนด 5 เม็ด เขาก็จะพกพา 4 เม็ด คาดการณ์ว่าหลักเกณฑ์ใหม่นี้จะทำให้มีนักโทษเพิ่มขึ้นประมาณ 10,000 คน”

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

'ต้องเต' หวังรัฐบาลไทยหนุนภาพยนตร์ไทยเต็มกำลัง หลังยก 'สัปเหร่อ' ขึ้นแท่น Soft Power ของไทย

จากกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม เอ็กซ์ หลังชม ภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อร่วมกับนางสาวแพทองธาร ชินวัตรประธานคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี ว่า ..."'สัปเหร่อ' คือภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อของภาคอีสานผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่ออกมาได้อย่างน่าชื่นชม ผมเชื่อว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จคือการที่ผู้กำกับ และทีมงานภูมิใจในรากเหง้าของตัวเอง ควรค่าแก่การสนับสนุนครับ

รัฐบาลเราสนับสนุน Soft Power ทุกมิติ ด้านภาพยนตร์เองก็เช่นกัน เราพร้อมที่จะผลักดันให้ภาพยนตร์ไทยพาวัฒนธรรมของเราออกไปสู่สายตาชาวโลกเป็น ‘จุดขาย’ ไปสร้างชื่อเสียง สร้างรายได้และความชื่นชอบให้กับประเทศไทย"

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 66 นายธิติ ศรีนวล หรือ ต้องเต ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อ กล่าวในรายการอยู่ดีมีแฮง ช่อง ThaiPBS ว่า "ผมคาดหวังว่าเรื่องต่อ ๆ ไป ไม่ใช่แค่ของผม อยากให้มาสนับสนุนจริง ๆ หน่อย ไม่ใช่แค่มาถ่ายรูป คุณอาจจะไม่ได้เข้าใจหนัง #สัปเหร่อ จริง ๆ เลยก็ได้ แค่มาถ่ายรูป แล้วบอกว่า 'สัปเหร่อ' เป็น ซอฟต์เพาเวอร์ (SoftPower)

"อย่างตัวผมเองยังไม่รู้ว่า ซอฟต์เพาเวอร์ คืออะไร ตอนผมทำ ผมยังแบบ 'เอ๊า!! หนังผมเป็น ซอฟต์เพาเวอร์' เหรอ ผมยังไม่รู้เลย แต่ถ้าผมได้รู้ หรือได้ทำความเข้าใจว่า ซอฟต์เพาเวอร์ คืออะไร หนังไปไกลกว่านี้ มี 'ซอฟต์เพาเวอร์' จริง ๆ แน่นอน

"ดังนั้น ถ้ามีการพูดคุยหรือเสวนาในวงการที่อยากจะเอา ซอฟต์เพาเวอร์ เผยแพร่ต่อต่างประเทศ อยากให้พาไปจริง ๆ"

ด้าน นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงประเด็นนี้ทางทวิตเตอร์ หรือ X ว่า "รัฐบาลเพิ่งได้เข้ามาเริ่มผลักดันนโยบาย #SoftPower และไม่ได้คิดจะเคลมผลงานใด ๆ จากความสำเร็จของภาพยนตร์ #สัปเหร่อ ครับ แต่มีเจตนาที่จะสนับสนุน และชี้ให้เห็นตัวอย่างหนึ่งของผลงานที่มีคุณภาพ

"ในฐานะคอหนัง ผมเป็นคนหนึ่งที่เข้าชมภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยความตั้งใจ และประทับใจผลงานด้วยใจจริง
"
"หวังอย่างยิ่งว่าในเร็ว ๆ นี้ ความสนใจและตั้งใจจริงของรัฐบาลชุดนี้ ที่จะสนับสนุนธุรกิจสร้างสรรค์แขนงต่าง ๆ ให้เติบโตและเป็นที่ยอมรับในวงกว้างขึ้น จะเห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วครับ

"การสนับสนุนอุตสาหกรรมโดยภาครัฐ ไม่ได้มีเพียงกลไกเอาเงินทุนไปให้ หรือไปช่วยประชาสัมพันธ์ แต่สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ คือการดึงภาคเอกชนมาร่วมกันให้ข้อมูล ว่าการทำงานที่เป็นอยู่ ติดขัดปัญหาหรือข้อกฎหมายอย่างไรแล้วรัฐในฐานะผู้สนับสนุนจึงจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อให้เอกชนได้ขยายศักยภาพของตนเองได้เต็มที่มากขึ้นครับ #SoftPower #รัฐบาลเศรษฐา”

"อันนี้เป็นนโยบายของ #พรรคเพื่อไทย ที่ใช้หาเสียง เฉพาะในส่วนของ 'ภาพยนตร์' ก่อนนะครับ ยังมีส่วนของวงการอื่น ๆ อีกครับ”

ขณะที่ทางด้านเฟซบุ๊กเพจ 'ตุ๊ดส์review' ได้โพสต์เกี่ยวกับประเด็นนี้ ว่า ภาพยนตร์ #สัปเหร่อ กับคำว่า #SoftPower ของรัฐบาลไทย

1) จริง ๆ รัฐไม่ได้เข้าใจด้วยซ้ำว่าเราจะสร้าง Soft Power กันยังไง เราแค่รอมันดังแล้วไปถ่ายรูปคู่ ไม่ได้ร่วมสร้าง ร่วมลงทุน และผลักดันโดยรัฐบาลตั้งแต่ก้าวแรกของการทำงาน

2) การดูกันเอง ชื่นชมกันเอง สนุกสนานกันเองในประเทศ แต่ไม่ได้ผลักดันสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในตลาดโลก หรือพาหนังไปสร้างอำนาจละมุน ตามคำว่า Soft Power เพื่อพาวัฒนธรรมประชาชนไปสั่นสะเทือนวงการและอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ก็เท่ากับว่า "มันยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง และไม่ได้มีการลงมือทำอะไรเป็นรูปธรรม"

3) การรอฉกฉวยโอกาสของรัฐ ที่มีต่อสิ่งที่ดังด้วยตัวมันเอง ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยประยุทธ์ กำลังถูกสานต่อโดยยุคสมัยของเศรษฐา โดยที่ยังไม่เห็นนโยบายที่เป็นกลยุทธ์ และแนวทางการสร้างความสำเร็จ นอกจากรูปถ่าย PR เท่านั้น ที่ออกมาสร้างการรับชมกันเองในชาติ โดยที่ต่างชาติไม่ได้มาร่วมอึ้ง หรือซาบซึ้งใด ๆ กับเรา

4) ถ้าบอกว่าสนับสนุนเพื่อให้ Soft Power ไทยไปไกลในตลาดโลก รัฐต้องลงทุน และมีหน่วยงานที่เอาผลผลิตอุตสาหกรรมบันเทิงไทยไปเจาะตลาดโลก ตั้งแต่ Day One โดยร่วมวางแผนการสร้าง Soft Power ให้ก้าวแรกมีเนื้อหาสาระ นักแสดง กลยุทธ์ และแนวทางการประชาสัมพันธ์ที่ส่งเสริมการส่งออกแบบครบวงจร แต่เราไม่เห็นกระบวนการเหล่านั้นในการวางแผนการทำงาน

5) แค่ถ่ายรูป แล้วบอกว่าเป็น Soft Power มันมีประโยชน์น้อยมาก แถมยังสร้างความเหลื่อมล้ำในวงการหนังเสียอีก หนังไหนดัง รัฐถึงจะวิ่งปรี่เข้าไปเชิดชู ส่วนหนังเรื่องไหนไม่ทำเงิน ไม่มีกระแส กลับไม่เคยได้รับการแยแสจากรัฐ ทั้ง ๆ ที่หนังดี ๆ หลายเรื่อง ๆ ขาดการพูดถึง และให้คุณค่าจากสังคม แล้วทำไมรัฐไม่เป็นส่วนหนึ่งที่ให้โอกาสกับหนังไทยหลาย ๆ เรื่องได้แจ้งเกิดมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องรอผู้กำกับมาทวงถาม

Soft Power แบบปลอม ๆ ก็ไม่ได้ไปไหนได้ไกลกว่าการเชยชมกันเอง เมื่อไหร่โลกทั้งใบจะเห็นศักยภาพของคนไทยและวงการบันเทิงไทย เราต้องทวงถามให้รัฐบาลทำงานเรื่องนี้กันอีกนานแค่ไหน

ไม่งั้น Soft Power ไทย ก็มีไว้เพียงเพื่อการโฆษณา

‘ซีอีโอ BVLGARI’ แสดงจุดยืน โพสต์รูป ‘ลิซ่า’ ลงไอจีรัวๆ เชื่อ!! ตำแหน่งแอมบาสเดอร์ยังเหนียวแน่น-ไร้ปัญหา

เมื่อวานนี้ (4 พ.ย.66) จากที่ก่อนหน้านี้ ได้เกิดกระแส จีนแผ่นดินใหญ่ ระงับบัญชี weibo ของศิลปินสาวสวยมากความสามารถอย่าง ‘ลิซ่า BLACKPINK’ จนเกิดกระแสลิซ่าโดนแม่จีนแบน

หลังเข้าร่วมการแสดงโชว์คาบาเรต์ชื่อดัง Crazy Horse ในกรุงปารีสจนดันให้แฮชแท็ก #Lisa社媒账号被封

พร้อมมีคนแอบสังเกตเห็น แบรนด์ดังระดับโลก CELINE และ BVLGARI ลบภาพลิซ่า ออกจาก Weibo อย่างเป็นทางการ

รวมถึงบัญชีอินสตาแกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Jean-Christophe Babin ก็ลบภาพ ที่ถ่ายร่วมกับสมาชิก BLACKPINK เช่นกัน ทำให้ยิ่งเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ไปถึงการตัดสินใจเส้นทางในอนาคตที่มีต่อลิซ่า

ทั้งนี้ก่อนที่ดรามาจะร้อนลุกลามไปกันใหญ่ ล่าสุดทาง ‘ฌอง-คริสตอฟ บาบิน’ ซีอีโอ แบรนด์ดัง BVLGARI ได้มีการโพสต์รูปลิซ่า ลงในอินสตาแกรมส่วนตัวรัว ๆ โดยเป็นคอลเลกชันภาพถ่ายของ ลิซ่าในงานอีเวนต์ต่างๆ ของแบรนด์

ซึ่งถึงแม้ตอนนี้ก็ยังไม่มีคำอธิบายใด ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และทุกอย่างยังเต็มไปด้วยความคลุมเครือ หลายฝ่ายได้แต่สันนิษฐานว่า การลงภาพของซีอีโอในครั้งนี้ เพื่อตอกย้ำถึงบทบาทของลิซ่า ในฐานะหนึ่งในแอมบาสเดอร์ที่โด่งดังที่สุดของแบรนด์ และยืนยันว่าทาง BVLGARI ไม่มีปัญหากับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

'โตเกียว' ทุบสถิติ อุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แตะ 25 องศา ยาวนานมากถึง 141 วันในปี 2023

(5 พ.ย.66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กรุงโตเกียวของญี่ปุ่นเข้าสู่วันที่ 141 ของปีนี้ที่มีอุณหภูมิแตะ 25 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่านั้น ซึ่งนับเป็นสถิติที่สูงเป็นประวัติการณ์

รายงานระบุว่าเมื่อ 12.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น (4 พ.ย.) อุณหภูมิในโตเกียวพุ่งแตะ 26.3 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่สอดคล้องกับฤดูกาล เนื่องจากระบบความกดอากาศสูงส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจากพื้นที่ฝั่งตะวันออกไปสู่ทางตะวันตกของประเทศ

นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2009 ที่ใจกลางโตเกียวมีอุณหภูมิสูงแตะ 25 องศาเซลเซียสในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจัดอยู่ในเกณฑ์อุณหภูมิที่กำหนดให้เป็น ‘วันในช่วงฤดูร้อน’ ในญี่ปุ่น

อนึ่ง รายงานในปี 2022 ระบุว่าสถิติสูงสุดของจำนวนวันในช่วงฤดูร้อนในประวัติศาสตร์ก่อนหน้านี้ของโตเกียวคือ 140 วัน

'สาว' โพสต์สำนึกบาป หลังมีเพศสัมพันธ์ไม่ซ้ำหน้าตลอด 7 เดือน เฉลย!! ติดเชื้อ HIV แต่กำเนิด วอน!! ผู้ชายที่นอนด้วยรีบไปตรวจกัน

(5 พ.ย.66) โรคเอดส์ หรือ การติดเชื้อ HIV เป็นโรคที่ติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ การสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง การใช้ของมีคม เข็ม ร่วมกับผู้อื่น แม้ว่าปัจจุบันจะมียาต้านไวรัส แต่ก็ยังถือว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย และต้องกินยาไปตลอด

ล่าสุด มีโพสต์ในโลกออนไลน์ที่น่าตกใจ เมื่อมีสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์ว่า เธอนั้นติดเชื้อ HIV มาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งเธอทราบดีอยู่แล้ว แต่เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย เกิดอกหัก ออกเที่ยวกลางคืนก็จะมีพฤติกรรมมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เพิ่งรู้จักกัน พร้อมบอกพิกัดที่เธอไปเที่ยวบ่อยๆ และระบุว่าตนเองสำนึกผิด และรู้สึกบาปกับสิ่งที่ทำ อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าว ยังไม่สามารถระบุที่มาได้ว่า เป็น

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “คิดอยู่นานว่าจะโพสต์ดีมั้ย คือเราเรียนอยู่ปี 2 จะขึ้นปี 3 ค่ะ เริ่มเที่ยวครั้งแรกช่วงเดือนเมษายน เพราะอกหัก ไปเที่ยวที่ไรก็จะได้ One Night Stand ตลอดค่ะ และที่รู้สึกผิดที่สุดเลยคือเราเป็น HIV ตั้งแต่กำเนิด สงสารคนที่เคยมีอะไรกับเรา ขออโหสิกรรมให้เราด้วยนะ ตอนนี้เราอยากหนีไปบวชชีที่ไหนไกลๆ ไม่อยากเจอใครเลย

มีภาพเข้ามาในหัวว่าผู้ชายเขาก็จะต้องมีครอบครัวในอนาคต เรากังวลว่าเขาจะติดเชื้อ เราไม่อยากให้แฟนและลูกในอนาคตเขาต้องมาเจออะไรแบบเราค่ะ ที่ผ่านมา 7 เดือน เราเที่ยวแทบทุกวัน แต่ที่ไปบ่อยก็คือผับข้างปั๊มน้ำมัน คือเราทานยาทุกวัน แต่ก็ดื่มเหล้าทำให้เชื้อดื้อยาค่ะ เลยขอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว จะรักษาตัวเองจะตั้งใจเรียนให้จบ คนที่เรานัดกันในผับถ้ามาเจอข้อความนี้ เราอยากให้ทุกคนไปตรวจด้วย เพราะตอนนี้เราก็มีภาวะแทรกซ้อนเลยทำให้ดื่มไม่ได้อีก เป็นห่วงนะคะ”

ทั้งนี้ สถานการณ์ล่าสุด กรมควบคุมโรค เปิดเผยสถานการณ์ว่า โดยในปี 2565 คาดประมาณผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ 9,230 คน ซึ่งเกือบครึ่งเป็นกลุ่มอายุระหว่าง 15-24 ปี และมีสัดส่วนเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระบบการรักษาถึงร้อยละ 22.4 ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวจากปี 2551 ที่ร้อยละ 9.5 และยังพบผู้ติดเชื้อซิฟิลิสและหนองใน สูงถึง 14,534 คน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top