Friday, 31 July 2026
Hard News Team

‘ชัยธวัช’ สั่งห้ามเปิด 22 รายชื่อโหวตหนุน ‘ปูอัด’ หวั่น!! ต่อไปทุกคนจะแสดงความเห็นไม่ได้เต็มที่

(7 ต.ค. 66) ที่โรงแรมอักษร อำเภอแกลง จังหวัดระยอง นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวชี้แจงในกรณี สส. 22 คน ที่โหวตอุ้ม นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ หรือ ‘สส.ปูอัด’ ว่า วันนี้ก็มาเข้าร่วมประชุม แต่ประเด็นการพิจารณาในวันนี้ ผิดร้ายแรงจากกรณีที่ขัดต่อกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ ขัดต่ออุดมการณ์ และทำให้พรรคเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างร้ายแรงหรือไม่ ซึ่งเป็นการพิจารณาข้อความผิดคนละกรณีกัน ไม่สามารถพิจารณาซ้ำได้ เพราะเราพิจารณาเรื่องนี้ไปแล้ว ดังนั้น ทุกคนเห็นว่าการแถลงของนายไชยามพวาน ไม่ได้เป็นไปตามมติของกรรมการบริหารพรรค ส่วนช้าไปหรือไม่ ตนมองว่าไม่ได้ช้าไป บางเรื่องก็ต้องทำตามกระบวนการของข้อบังคับพรรค

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้เปิด 22 รายชื่อ สส. ที่โหวตอุ้มนายไชยามพวาน นายชัยธวัช ยืนยันว่า เปิดไม่ได้ ตนในฐานะหัวหน้าพรรค ได้เรียกร้องให้มีการลงมติ และเปิดอภิปรายถกเถียงอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนไม่ต้องกังวล ตนเป็นคนกำชับเองว่าเมื่อลงมติไปแล้ว สามารถมีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่เมื่อลงมติไปแล้ว ต้องไม่โจมตีเพื่อนที่ลงมติแตกต่างจากตนเอง ไม่เช่นนั้นต่อไปในพรรค เวลาที่เปิดให้ทุกคนแสดงความเห็นอย่างเต็มที่ แม้จะเห็นไม่ตรงกัน ก็จะไม่สามารถทำได้

“ผมในฐานะหัวหน้าพรรค ขอให้ทุกคนไม่เอารายชื่อว่าใครโหวตอะไร มากล่าวหาโจมตีกัน ดังนั้น ผมเองก็เปิดเผยไม่ได้ ก็เป็นคนบอกให้ สส. ไม่ให้ออกมาเปิดเผยเอง เหตุผลก็มีแค่นั้น เราไม่ได้ปกปิดว่าใครมีความเห็นว่าอย่างไร แต่เป็นเรื่องกระบวนการภายในของพรรค และผมยืนยันว่า การที่มีความเห็น การโหวตแตกต่างกันนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่มีความชัดเจนไม่เท่ากันของทั้ง 2 กรณี” นายชัยธวัช กล่าว

เมื่อถามถึงการวิพากษ์วิจารณ์อาจจะมีมุ้งภายในพรรค ที่ส่งผลทำให้คะแนนไม่เท่ากัน นายชัยธวัช กล่าวยืนยันว่า ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ตัวแทนองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ไปร้องเรียนนั้น ตนคิดว่าทั้ง 2 คนที่ถูกกล่าวหา กระบวนการของพรรคจบไปแล้ว พร้อมย้ำว่า หากผู้เสียหายจะถูกฟ้องกลับ สส.และทางพรรคจะเข้าไปช่วยเหลือด้านข้อกฎหมายกับผู้เสียหาย

ถามว่า จะมีการพาผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีอาญาหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ไม่ใช่ผู้เสียหายทุกคนจะพร้อมตลอดเวลาในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม บางคนต้องการเวลากว่าที่จะพร้อม เขาต้องไปเล่าเรื่องซ้ำ ถูกกระทำชำเราซ้ำ แต่เมื่อไหร่ที่ผู้เสียหายพร้อม ซึ่งตอนนี้มีอย่างน้อย 1 รายที่มีความประสงค์จะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย พรรคก็เตรียมนัดผู้เชี่ยวชาญคดีการคุกคามทางเพศ เพื่อให้การช่วยเหลือ

ซักว่า จะลดข้อครหาอย่างไรว่า การขับนายไชยามพวาน เป็นการกลบกระแสผู้ที่อุ้มมติรอบก่อน นายชัยธวัช กล่าวว่า หากพิจารณาจากข้อเท็จจริง ด้วยเหตุและผล ก็เป็นไปตามกระบวนการเช่นนั้น เมื่อเราเห็นว่านายไชยามพวานไม่ได้ทำตามคำสั่งมติกรรมการบริหารพรรค ก็ถือว่ามีความผิดร้ายแรง สส.ในพรรค ก็พิจารณาจากข้อเท็จจริง อันเป็นกระบวนการที่พรรคทำได้ ดังนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกลบกระแส เป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมา ในเมื่อพรรคกำหนดเงื่อนไขในการลงโทษไปแล้ว แต่สมาชิกพรรคไม่ปฏิบัติตาม ก็นำมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนที่มีการขู่จากแฟนเพจเฟซบุ๊กต่างๆ ว่าจะแฉพรรคก้าวไกลเรื่อยๆ นายชัยธวัช กล่าวว่า ไม่เป็นไร ตนยืนยันว่า การที่สังคมมาช่วยตรวจสอบพรรคเรา ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะหลายเรื่องที่ทุกองค์กร การที่มีสังคมมาช่วยตรวจสอบ ทำให้องค์กรโปร่งใสขึ้น เมื่อไหร่ที่สังคมเลิกตรวจสอบพรรคก้าวไกล แสดงว่าสังคมไม่ได้คาดหวังอะไรอีกแล้วกับพรรคก้าวไกล

เมื่อถามว่า พรรคจะกู้ภาพลักษณ์อย่างไร นายชัยธวัช กล่าวว่า เมื่อบุคคลในองค์กรมีปัญหา สิ่งที่ต้องยืนยันคือต้องดำเนินการตรวจสอบและลงโทษ อย่างตรงไปตรงมา ไม่ปกปิด หากผิดร้ายแรงก็ดำเนินการขั้นเด็ดขาด เป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกลต้องทำให้สังคมเห็น ไม่ใช่ว่าไปช่วยกันปกปิด เพราะกลัวองค์กรเสียชื่อเสียง ไม่ใช่วัฒนธรรมของพรรคก้าวไกล แน่นอนว่ากระบวนการตรวจสอบก็ต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งกำลังพูดคุยกันอยู่ หลายครั้งเข้าใจในเชิงหลักการ แต่รายละเอียดรูปธรรม คนในสังคมเห็นไม่ตรงกัน เป็นวัฒนธรรมที่เข้าใจไม่ตรงกัน ซึ่งต้องทำให้ชัดเจนขึ้นภายในพรรค นอกจากนี้จะต้องมีมาตรการป้องกันที่ชัดเจนกว่านี้ รวมถึงมีการตรวจสอบเรื่องพวกนี้ เมื่อมีการร้องเรียน เรื่องคุกคามทางเพศ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตรวจสอบทั้ง 2 กรณี ถูกวิจารณ์ว่าไม่มีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย นายชัยธวัช กล่าวด้วยท่าทีอึกอักว่า ขณะนี้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยเพิ่มสัดส่วนของคณะกรรมการวินัย รวมถึงคณะกรรมการที่มาสอบข้อเท็จจริงชุดเล็ก คือการเพิ่ม สส.หญิงที่มีความรู้เรื่องกฎหมายเข้ามา เพื่อให้ผู้เสียหายเกิดความสบายใจมากขึ้น แน่นอนว่าหลังจากนี้ต้องทำให้ สส. อาจจะมีความอคติ ช่วยเหลือพวกกันเองได้ ต้องลดสัดส่วน สส.เข้ามาเกี่ยวข้อง

“กรณีคุณแจ้ หากมีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาจริงๆ อาจจะผิดมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ” นายชัยธวัช กล่าว

"รองฯต่าย ควง รรท.ผู้ช่วยฯอ้อ"ตรวจเยี่ยมมอบนโยบาย บช.ก.เร่งรัดติดตามความคืบหน้าโครงการ Big Data พร้อมสั่งกำชับ เพิ่มขีดความสามารถบูรณาการร่วมกับหน่วยปฎิบัติของพื้นที่ 

วันนี้ (7 พ.ย.66) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.(ปป) และ พล.ต.ท.อัคราเดช  พิมลศรี ผบช.ภ.6 รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 5) ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม รับฟัง และมอบนโยบายการดำเนินการของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เรื่อง ความคืบหน้าและแนวทางดำเนินการโครงการระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), แนวทางการจัดทำข้อมูลผู้มีอิทธิพลการควบคุมและปราบปราม, แผนมาตรการแนวคิดในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการป้องกันและปราบปรามของหน่วย ตลอดจนการบูรณาการกับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ โดยมี รอง ผบช.ก. และ ผบก. ในสังกัด และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมและบรรยายสรุป

โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้กำชับให้จัดทำมาตรฐานและรูปแบบในการจัดทำฐานข้อมูลสำหรับงานป้องกันปราบปรามพร้อมจัดทำแผนการทำงาน แบบบูรณาการร่วมกันระหว่างกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและหน่วยพื้นที่

ด้าน พล.ต.ท.อัคราเดช  ได้สั่งการในที่ประชุมว่า ขอให้ บช.ก.ใช้ศักยภาพ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และเครื่องมือพิเศษที่มี สนับสนุนการทำงานของตำรวจพื้นที่ พร้อมทุกอย่างเป็นผลงานขององค์กรเหมือนกัน

พิษณุโลก  กองทัพภาคที่ 3 รับมอบผ้าห่มกันหนาว จาก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร จาก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 ในโอกาสมอบผ้าห่มกันหนาว ให้กับกองทัพภาคที่ 3 ณ บริเวณหน้าห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง  จ.พิษณุโลก 

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 โดยคุณ อนันต์  อมรประภาวัฒน์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ โครงการผลิตบนฝั่ง (ประเทศไทย) และคณะ ได้เข้ามอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 3,000 ผืน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งที่ผ่านมากองทัพภาคที่ 3 ได้รับความอนุเคราะห์จาก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 มาด้วยดีโดยตลอด พร้อมกันนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ยังได้มอบหนังสือขอบคุณและของที่ระลึกให้กับ คณะผู้บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 เพื่อเป็นการขอบคุณอีกด้วย

กองทัพภาคที่ 3 เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางภูมิประเทศ และสภาพอากาศ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากจากการเกิดภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในทุกฤดู ทางกองทัพภาคที่ 3 จะได้นำผ้าห่มกันหนาวที่ได้รับมอบนี้ ไปมอบให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและประสบภัยในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป

ปรีชา นุตจัรส รายงานข่าวพิษณุโลก

‘มะพร้าวน้ำหอมไทย’ จ่อขึ้นแท่นสินค้าดาวเด่นในงาน ‘CIIE’ ครั้งที่ 6 หลังฮอตฮิตในตลาดจีน เอื้อโอกาสธุรกิจเติบโต-สานฝันผู้ส่งออกไทย

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. สำนักข่าวซินหัว, ราชบุรี รายงานข่าวความโด่งดังของอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จากการเป็นที่ตั้งของตลาดน้ำอายุนับศตวรรษ อีกทั้งเป็นพื้นที่ผลิต ‘มะพร้าวน้ำหอม’ แห่งสำคัญของไทย ซึ่งมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์และรสชาติหอมหวาน โดยปัจจุบันเหล่าคนงานที่สายการประกอบในอำเภอแห่งนี้ กำลังสาละวนกับการบรรจุมะพร้าวที่ปอกเปลือกแล้วลงหีบห่อเพื่อเตรียมจัดส่งสู่จีน

นายณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน ผู้ส่งออกมะพร้าววัย 53 ปี จากดำเนินสะดวก รู้สึกตื่นเต้นที่มีโอกาสได้แนะนำผลิตภัณฑ์มะพร้าวของตนแก่กลุ่มลูกค้าชาวจีนอีกครั้ง ในฐานะผู้จัดแสดงของงานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน (CIIE) ครั้งที่ 6 ในนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน

นายณรงค์ศักดิ์ ซึ่งเป็นประธานบริษัท เอ็นซี โคโคนัท จำกัด (NC Coconut) เปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวของจีนว่า เขารู้สึกยินดีและตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานมหกรรมการค้าที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ในจีนอีกครั้ง โดยปีนี้นับเป็นการกลับมาจัดแสดงครั้งสำคัญ หลังจากต้องระงับไปก่อนหน้านี้เนื่องจากการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

นายณรงค์ศักดิ์เกิดมาในครอบครัวเกษตรกรและได้เพาะปลูกมะพร้าวกับพ่อแม่ตั้งแต่วัยเด็ก เขาหลงรักมะพร้าว รู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะปลูกมะพร้าวให้ได้พันธุ์ดีที่สุด และสามารถบอกได้ว่า มะพร้าวแบบไหนมีรสชาติอร่อยแค่เพียงกวาดสายตามอง

เมื่อปี 2009 นายณรงค์ศักดิ์จัดตั้งบริษัทมะพร้าวของตนเองที่มีชื่อว่า ‘เอ็นซี โคโคนัท’ ซึ่งปัจจุบันแปรรูปมะพร้าวราว 20 ล้านลูกต่อปี และมีจีนเป็นตลาดส่งออกรายใหญ่ที่สุดของบริษัทฯ คิดเป็นราวร้อยละ 60-70 ของยอดส่งออกทั้งหมด

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ มะพร้าวน้ำหอมของไทยเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ลูกค้าชาวจีน และงานมหกรรมฯ มีบทบาทสำคัญในการขยายธุรกิจของณรงค์ศักดิ์ในตลาดจีน โดยเขากล่าวว่างานมหกรรมฯ เป็นเวทีเสริมสร้างการเชื่อมต่อและความร่วมมือระหว่างผู้ค้าชาวจีนและทั่วโลก ทั้งยังมอบโอกาสการนำเสนอแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงของเรา รวมถึงเพิ่มการมองเห็นผ่านการตลาดและการส่งเสริมการตลาด

นายณรงค์ศักดิ์ร่วมงานมหกรรมฯ ครั้งแรกในปี 2018 หลังจากได้รับคำเชิญจากหุ้นส่วนทางธุรกิจในจีน ประสบการณ์ครั้งแรกของเขาในฐานะผู้เยี่ยมชมเป็นไปอย่างน่าประทับใจ งานครั้งนั้นถูกจัดเตรียมขึ้นเป็นอย่างดี พื้นที่นิทรรศการมีขนาดใหญ่มาก และพร้อมพรั่งด้วยหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

นายณรงค์ศักดิ์ระบุว่า งานมหกรรมฯ เป็นเสมือนหน้าต่างบานสำคัญสำหรับผลไม้ที่มีคุณภาพสูงจากทั่วโลกในการเข้าสู่ตลาดจีน โดยในปี 2019 เอ็นซี โคโคนัท เริ่มจัดแสดงผลิตภัณฑ์มะพร้าวที่งานมหกรรมฯ ครั้งที่ 2 ผ่านหุ้นส่วนทางธุรกิจ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมากจากลูกค้าและทำให้ณรงค์ศักดิ์มองเห็นโอกาสที่ดีในการส่งเสริมและขยับขยายการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในตลาดจีน

สำหรับงานมหกรรมฯ ครั้งที่ 6 ประจำปีนี้ ซึ่งมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 5-10 พ.ย. ในเซี่ยงไฮ้ บริษัทของณรงค์ศักดิ์พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ นอกเหนือจากกลุ่มผลิตภัณฑ์มะพร้าวอ่อนซึ่งส่งออกสู่จีนเป็นหลัก

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ คาดว่าจะเป็นโอกาสกระตุ้นการเติบโตในตลาดจีน เนื่องจากน้ำมะพร้าวน้ำหอมแบบบรรจุขวดสอดรับกับวิถีชีวิตแบบสุขภาพดี และความต้องการที่เพิ่มสูงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และการเข้าร่วมงานมหกรรมฯ ยังมอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต

นายณรงค์ศักดิ์เสริมว่า น้ำมะพร้าวพร้อมดื่มนี้ถูกผลิตโดยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของเรา ซึ่งทำให้สามารถจัดเก็บได้นานถึงหนึ่งปีโดยไม่ต้องแช่เย็น ส่งผลให้มีราคาที่อิงตามท้องตลาด และยังคงไว้ซึ่งลักษณะทางธรรมชาติ

“ตลาดจีนมีขนาดใหญ่มากและมีศักยภาพการบริโภคมหาศาล งานมหกรรมฯ จึงเอื้อให้เราได้แบ่งปันโอกาสการพัฒนาของจีน ซึ่งหมายถึงการที่ธุรกิจขนาดย่อมอย่างพวกเราสามารถบรรลุความฝันอันยิ่งใหญ่ได้” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

สงขลา-แม่ทัพภาค 4 ร่วมกับวัดนาทวี จัดงานดำนา ที่ นาทวี

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566  ที่ ศูนย์การเรียนรู้พระอาจารย์ภัตร อริโย  ตำบลนาหมอศรี  อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา พลโท ศานติ ศกุนตนาค  แม่ทัพภาค 4  เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรม "พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์ " ปีที่ 6  โดยมีนายไพเจน มากสุวรรณ์  นายก อบจ.สงขลา พร้อมด้วย พล.ต.ต.เชาวลิต เลี้ยงสุพงศ์ ผบก.ภ.จว.สงขลา, พล.ต. อภินันท์ แจ่มแจ้ง ผบ.พล.ร.5, นายวุฒิศักดิ์ เพชรมีศรี เกษตรจังหวัดสงขลา, นายเชิดพงศ์ ใจตรง นายอำเภอนาทวี, นายธนิศร์ ทองสุข ส.อบจ.เขตอำเภอนาทวี  ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และพี่น้องประชาชน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดกิจกรรมด้วยการดำนาสาธิต และร่วมกิจกรรมดำนา เยี่ยมชมนิทรรศการของรัฐวิสาหกิจชุมชนของชาวบ้าน และชมการแสดงของนักเรียน จากโรงเรียนนาทวีวิทยาคม และกลุ่มสตรีอำเภอนาทวี  ซึ่งได้ร่วมแสดงให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดำนาได้รับชม ในโอกาสนี้ได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจากพระครูสุวัฒนาภรณ์  รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา/เจ้าอาวาสวัดนาทวี และชมรมโต๊ะอิหม่ามจังหวัดสงขลา ได้กล่าวปาฐกะถา ให้กับผู้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ 

สำหรับกิจกรรมการดำนา สืบสานประเพณีวัฒนธรรม "พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์ ปีที่ 6  มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในชุมชน ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม ได้ร่วมกันฟื้นฟูนาข้าวที่ถูกทิ้งร้างให้กลับมาทำนาข้าวได้อีกครั้ง ขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักทางศาสนา "ขยายผลสู่ หมู่บ้านศีลธรรม" และ โครงการหมู่บ้านยั่งยืน (sustainable village) "ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและจัดการสิ่งแวดล้อมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง"

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความกตัญญูกตเวทิตาและสำนึกในพระคุณ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความกตัญญูกตเวทิตาและสำนึกในพระคุณ  ให้การสนับสนุนหีบบรรจุร่าง ถุงซิป และผ้าดิบ พร้อมกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัย ในพิธีเคลื่อนย้ายร่าง “อาจารย์ใหญ่” ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา เพื่อรอประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ)

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายนพพร ปัญญาวีราภรณ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วย นายวรพจน์ จรัสเศรษฐสิริ รักษาการหัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย นำกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับคณะอาจารย์และนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ให้การสนับสนุน ประกอบพิธีเคลื่อนย้ายร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา (อาจารย์ใหญ่) ประจำปีการศึกษา 2565 จำนวน 400 ร่าง เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตา และสำนึกในพระคุณของอาจารย์ใหญ่ โดยมูลนิธิฯ ให้การสนับสนุนหีบบรรจุร่างอาจารย์ใหญ่ จำนวน 360 ใบ พร้อม ถุงซิปสำหรับบรรจุร่าง และผ้าดิบ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 579,546 บาท (ห้าแสนเจ็ดหมื่นเก้าพันห้าร้อยสี่สิบหกบาทถ้วน) พร้อมทั้งจัดกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัย ทั้งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ดำเนินการบรรจุและเคลื่อนย้ายร่างอาจารย์ใหญ่ เพื่อรอประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) โดยได้ดำเนินการบรรจุร่างและทยอยเคลื่อนย้ายร่างอาจารย์ใหญ่ไปยังวัดต่างๆ เรื่อยมา นับตั้งแต่ได้รับการประสานงาน

อาจารย์ใหญ่ เป็นชื่อที่แพทย์ทุกคนใช้เรียกผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ เพื่อเป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติที่อุทิศร่างเพื่อเป็นครูสอนนิสิตแพทย์ เพื่อนำความรู้นั้นไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยให้หายจากอาการเจ็บป่วย และสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุขได้อีก ตราบชั่วชีวิตของการเป็นแพทย์ จึงนับว่าการอุทิศร่างกาย เพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่ เป็นการทำกุศลครั้งสุดท้ายแห่งชีวิต  ที่สร้างคุณประโยชน์ให้วงการแพทย์เป็นอย่างมาก โดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ให้การสนับสนุนคณะแพทยศาสตร์จากสถาบันต่างๆ อาทิ หีบบรรจุร่างอาจารย์ใหญ่ พร้อมถุงซิป และกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัยในการบรรจุและเคลื่อนย้ายร่างอาจารย์ใหญ่เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขอขอบพระคุณ อาจารย์ใหญ่ทุกท่านที่เสียสละอุทิศร่างกาย เพื่อการศึกษาของนิสิตแพทย์ และเพื่อให้นิสิตแพทย์เหล่านี้เติบใหญ่เป็นแพทย์ที่ดีมีคุณธรรมต่อไปในอนาคต

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

‘แบมแบม’ ไม่ทน!! เตรียมเช็กบิลแอนตี้แฟนชอบกุเฟกนิวส์ ลั่น!! คราวนี้เอาจริง อยู่คนละประเทศ ก็จะล่าตัวมาให้ได้

(7 พ.ย.66) ทำเอาเหล่าอากาเซ่ถูกใจเป็นอย่างมากเมื่อ ‘แบมแบม GOT7’ หรือ แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ที่เป็นอีกหนึ่งคนที่โดนถ้อยคำว่าร้ายจากชาวเน็ตมาตลอด โดยล่าสุดนี้เจ้าตัว ออกมารีโพสต์ถึงบริษัทต้นสังกัด @BAMBAMxABYSS ระบุข้อความว่า "คุณสามารถทำอะไรกับพวกคนที่พูดจาแย่ๆ และสร้างข่าวปลอมถึงผมได้ไหม ผมเบื่อและทนไม่ไหวแล้ว ใครก็ตามที่มีปัญหากับผม ก็รอดูตอนจบแล้วกันนะ"

ต่อมาเจ้าตัวยังโพสต์ต่อเนื่องว่า ถึงเวลาทำเงินสักหน่อยแล้ว ก่อนที่ผมจะไปทำงานต่อ ขอบอกอะไรหน่อย คราวนี้ผมเอาจริง พวกแอนตี้ฯ คิดว่าผมทำอะไรไม่ได้เพราะอยู่คนละประเทศใช่ไหม ผมจะทำเต็มที่เพื่อตามหาคุณ แล้วมาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น

หลังจากที่แบมแบม ได้โพสต์ข้อความดังกล่าวนั้นเหล่าอากาเซ่ทั้งไทยและต่างประเทศต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งสนับสนุนที่ศิลปินลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองด้วยการฟ้องร้องกลุ่มพวกแอนตี้แฟน พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้หนุ่มแบมแบมจัดการคนพวกนี้ได้สำเร็จ

สภ.เมืองสมุทรปราการ “ปล่อยแถวภารกิจดูแลรักษาความปลอดภัยงานเจดีย์และงานกาชาด 2566”

ลงพื้นที่คุมเข้มด้านความปลอดภัย พร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานการชาดประจำปีเจดีย์ปากน้ำ กำชับ! เจ้าหน้าตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบลงพื้นที่กว่า 200 นายทุกวัน
เมื่อวันที่ 6 พ.ย.66 เวลา 20.00 น. ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ พ.ต.อ.นพดล ช่างเรือน ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ,พ.ต.ท.ไมตรี บูรณทอง รอง ผกก.ป.สภ.เมืองสมุทรปราการ, พ.ต.ท.ยอดรัก กิตติลัภนะรัตน์ สว.สส.สภ.เมืองสมุทรปราการ ร่วมกันปล่อยแถวระดมข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัย ภายในงานองค์พระสมุทรเจดีย์และกาชาด 2566 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-14 พ.ย.66 

ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ยังได้กำชับการปฏิบัติเพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นภายในพื้นที่
จัดงานดังกล่าว โดยเน้นย้ำการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบราม ตามนโยบายของ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ซึ่งรายละเอียด ดังนี้

1.กำชับ เร่งรัดกวดขันการกระทำความผิดเกี่ยวกับสถานบริการในพื้นที่ ไม่ให้มีเยาวชนเข้าไปใช้บริการ ยาเสพติด เปิดเกินเวลา อย่าให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด ทำการเชิญผู้ประกอบร่วมประชุมทำความเข้าใจ กำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย
2.กวดขัน จับกุม การกระทำความผิดเกี่ยวกับอบายมุข การพนัน ทุกรูปแบบ ทุกพื้นที่ต้องไม่มีโดยเด็ดขาด
3.ให้มีการปิดล้อมตรวจค้นประจำสัปดาห์ กก.สส.ฯ กำหนดเป้าหมายให้แต่ละสภ.ฯ และต้องดำเนินการขอหมายค้นทุกเป้าหมาย การเข้าปฏิบัติต้องวางแผนก่อนทุกครั้งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไม่มีการสูญเสีย
4.งานจราจร เจ้าหน้าที่ต้องออกมายืนปฏิบัติหน้าที่บนถนนตามจุดที่มีปัญหา ในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อให้บริการพี่น้องประชาชน แก้ปัญหาจราจร ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผู้บังคับบัญชาควบคุมการปฏิบัติ
5.การป้องกันเหตุธนาคาร ร้านค้าทองในพื้นที่ ออกแผนให้ครอบคลุม รัดกุม กวดขันตรวจตราอย่าให้มีเหตุเกิดในพื้นที่
6.เหตุ นร. ทะวิวาทในพื้นที่ให้เชิญสถาบันมาร่วมประชุมกำหนดมาตรการป้องกัน และตรวจจุดเสี่ยงอย่าให้มีเหตุเกิด
7.กำชับความประพฤติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย การเรียกรับ หรือ แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการปฏิบัติหน้าที่ทุกช่องทาง ต้องไม่เกิดขึ้น ผู้บังคับบัญชาต้องสอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งนี้ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ยังได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย

โดยมีการปล่อยแถวข้าราชการตำรวจเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยของวันระหว่างการจัดงาน รวมถึงการจัดตั้งจุดตรวจทุกช่องทางเข้าออกงาน ตรวจอาวุธกลุ่มผู้มาร่วมงานที่มีลักษณะต้องสงสัยเพื่อสกัดกั้นการเกิดเหตุทะเลาะวิวาท ในการเฝ้าระวังกลุ่มวัยรุ่นทั้งคนไทย และต่างด้าวก่อเหตุทะเลาะวิวาท, เหตุล้วงกระเป๋า,เหตุเด็กหลงกับผู้ปกครอง โดยบูรณาการกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและดูแลความสงบเรียบร้อย ภายในงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์  สำหรับในส่วนด้านการจราจร ทั้งภายในงานและส่วนการจรจรรอบนอกงาน ซึ่ง สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้มีการจัดทำช่องทางการเดินเท้าให้เหมาะต่อการเคลื่อนย้าย ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินและเกิดความวุ่นวายขึ้น   พร้อมทั้งขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนที่ต้องการมาร่วมงาน ใช้ขนส่งสาธารณะในการเดินทาง เพื่อลดความแออัดการจราจรบริเวณการจัดงานและพื้นที่ใกล้เคียง

มุกดาหาร กฐินน้ำบูชาพญานาค “มหัศจรรย์พญานาคราชลุ่มน้ำโขงเรืองแสง” แผ่รัศมีบันดาลสุขมอบโชคชัยคืนลอยกระทง 

จังหวัดมุกดาหาร กำหนดในวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2566 (ตรงกับวันขึ้น ๑๔-๑๕ ค่ำเดือน ๑๒) 26 พย.จุดเทียนขึ้นภูบูชาพระใหญ่ 27 พย.บ่ายทอดกฐินน้ำบูชาพญานาค ณ ปากถ้ำพญานาค กลางลำน้ำโขง กลางคืน ตรงลอยกระทง “มหัศจรรย์พญาอนันตนาคราชลุ่มน้ำโขงเมืองมุกดาหารเรืองแสง” เปล่งประกายแผ่รัศมีสีแสงให้ประชาชนได้ชื่นชม อำนวยชัยให้ศิษย์พญานาค ผู้ศรัทธา และประชาชนที่ได้เห็นรับโชคชัย 

พ.ต.ท.ดร.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ด้วยจังหวัดมุกดาหาร องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลเมืองมุกดาหาร เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด หอการค้า YEC สภาอุตสาหกรรม สมาคมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัด ท่าทรายอัญเชิญสถิต มูลนิธิการกุศลมุกดาหารเต็กก่าจีหมกเกาะ ผู้ประกอบการในแม่น้ำโขง ห้างยักษ์ร้านใหญ่ เหล่าสานุศิษย์สายพญานาค และประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกันจัดงานกฐินน้ำบูชาพญานาค ปีที่ 16 กำหนดในวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2566 (ตรงกับวันขึ้น ๑๔-๑๕ ค่ำเดือน ๑๒) 

26 พย. ช่วงเย็นจุดเทียนขึ้นภูบูชาพระใหญ่ ณ องค์พญานาคฟ้า 27 พย. เวลาบ่ายทอดกฐินน้ำบูชาพญานาค ณ จุดที่เชื่อกันว่าเป็นถ้ำพญานาคใต้พิภพ กลางลำน้ำโขง ภาคกลางคืน “พญาอนันตนาคราชลุ่มน้ำโขงมุกดาหารเรืองแสง” เปล่งประกายแผ่รัศมีสีแสงกลางลำน้ำโขงให้ประชาชนได้ชื่นชม อำนวยโชคชัยความสุข ความเจริญรุ่งเรือง ขับไล่โรคภัยไข้เจ็บให้ศิษย์พญานาค ผู้ศรัทธา และประชาชนที่ได้เห็นได้รับบุญกันทั่วหน้า คืนลอยกระทง 
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กล่าวต่อว่า สำหรับพิธีทอดกฐินน้ำ บูชาพญานาค ปีที่ 16 กำหนดจัดขึ้นบนเรือบัครับน้ำหนักได้กว่า 50 ตัน ล่องเรือสู่ทิศเหนือกลางลำน้ำโขง ณ จุดที่เชื่อกันว่าเป็นถ้ำพญานาคที่อยู่ใต้พิภพ ณ บริเวณศาลพญานาคสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 มุกดาหาร สะหวันนะเขต สำหรับกลางคืนวันที่ 27 พย. ตรงกับคืนลอยกระทง “มหัศจรรย์พญาอนันตนาคราชลุ่มน้ำโขงมุกดาหารเรืองแสง” พญานาค 2 ตน ลำตัวยาว 30 เมตรเศษ และ 20 เมตรเศษ ล่องลอยอยู่กลางลำน้ำโขง แสดงอภินิหารของพญานาคาผู้ทรงฤทธิ์ในลุ่มน้ำโขง เปล่งสีแสง แผ่รัศมีให้เหล่าสานุศิษย์และประชาชนผู้ศรัทธาได้รับบารมีของแสงที่ส่องออกจากตัวพญานาคสู่โลกมนุษย์ งานนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดดำเนินการเต็มพลัง

นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า “มหัศจรรย์พญาอนันตนาคราชลุ่มน้ำโขงมุกดาหารเรืองแสง” คาดว่าจะมีกลุ่มลูกศิษย์ผู้ศรัทธาองค์พญานาคทั่วประเทศ ประชาชนผู้ศรัทธาองค์พญานาคและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในลุ่มน้ำโขง หลังจากมีกฐินพญานาค 3 พิภพเมื่อเดือนที่ผ่านมา ขอเชิญกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ เดินทางมาร่วมสักการะบูชาพญานาคลุ่มน้ำโขงมุกดาหาร ขอเชิญผู้ศรัทธานักท่องเที่ยวทุกท่านร่วมขอโชคขอพรพญานาค 3 พิภพ ที่จังหวัดมุกดาหาร เป็นกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในท้องถิ่น เป็นการสร้างงานสร้างเงินให้การท่องเที่ยวชุมชนในภูมิภาคนี้ จังหวัดตั้งใจที่จะจัดงานนี้ให้ยิ่งใหญ่สมความเข้มขลังของสิ่งสักสิทธิ์ที่อยู่ในลุ่มน้ำโขง
จึงขอเรียนเชิญลูกศิษย์ผู้ศรัทธาองค์พญานาคทุกท่านทุกแห่งทั่วโลก ท่านที่เคารพศรัทธาองค์พญานาค และประชาชนนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมงานกฐินน้ำบูชาพญานาค กลางลำน้ำโขง ที่จังหวัดมุกดาหาร พร้อมร่วมงาน “มหัศจรรย์พญาอนันตนาคราชลุ่มน้ำโขงมุกดาหารเรืองแสง” เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ท่าน คนรัก และครอบครัว ++++

Toyota ประกาศศักดา!! ผลิตรถยนต์ครบ 300 ล้านคันทั่วโลก ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ 9 ทศวรรษ ชู Corolla เรือธงเบอร์หนึ่ง

(7 พ.ย. 66) จากเว็บไซต์ 'Headlightmag' ได้เปิดเผยถึงความสำเร็จของแบรนด์ Toyota ที่บัดนี้มียอดผลิตรวมตั้งแต่ปี 1935 แล้วถึง 300 ล้านคัน ว่า...

จุดเริ่มต้นของการผลิตรถยนต์ Toyota ต้องย้อนกลับไปในปี 1935 เมื่อครั้ง Toyota ได้ผลิตรถกระบะคันแรกในชื่อรุ่น G1 ซึ่งถูกประกอบขึ้นโดยส่วนงาน automotive ที่ยังคงเป็นแผนกที่อยู่ภายใต้บริษัทแม่ Toyoda Automatic Loom Works, Ltd ซึ่งเป็นชื่อบริษัทที่ Sakichi Toyoda ตั้งขึ้นเมื่อปี 1926 เพื่อทำธุรกิจเครื่องทอผ้าอัตโนมัติ ที่มักจะเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมในครัวเรือนในสมัยนั้น และเมื่อมีกำลังการผลิตและความต้องการที่เพียงพอและสอดรับกัน ทำให้ Toyota ตัดสินใจตั้งบริษัทผลิตรถยนต์แยกต่างหากในชื่อว่า Toyota Motor Corporation เมื่อปี 1937 โดยที่ยังคงดำเนินธุรกิจเครื่องทอผ้าอัตโนมัติภายใต้ชื่อ Toyoda Automatic Loom Works จวบจนถึงปี 2023 ในปัจจุบัน

จากวันนั้น ถึงวันนี้ จึงเป็นที่มาของการประกาศยอดผลิตรถยนต์ถึงคันที่ 300 ล้าน ในประวัติศาสตร์ของแบรนด์สามห่วง โดยตลอดระยะเวลา 88 ปีที่ผ่านมา Toyota ได้สร้างแนวคิดด้านการผลิตไว้จำนวนมาก เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินธุรกิจ โดยได้นับจำนวนรถยนต์ที่ออกจากสายพานการผลิตคันที่ 300 ล้าน นับตั้งแต่สิ้นเดือนกันยายน 2023

สำหรับการแยกภูมิภาคในการผลิตรถยนต์ของแบรนด์ตลอดระยะเวลาดังกล่าว จะพบว่า Toyota แยกการผลิตรถยนต์จำนวน 180 ล้านคัน ให้อยู่ในประเทศญี่ปุ่น ขณะที่อีก 120 ล้านคันที่เหลือถูกผลิตขึ้นในประเทศอื่นๆ นอกประเทศญี่ปุ่น โดยรถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดจนสร้างยอดการผลิตเบอร์หนึ่ง จะเป็นรุ่นใดไปไม่ได้นอกจาก Corolla ด้วยจำนวนการผลิตกว่า 53.39 ล้านคัน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1 ใน 6 ของยอดขายทั้งหมด โดยนับตั้งแต่วางจำหน่ายรุ่นแรกในปี 1966 เป็นต้นมา

สำหรับผลประกอบการตลอดปี 2022 ทาง Toyota ได้ส่งมอบรถยนต์จำนวนกว่า 10.5 ล้านคัน ขึ้นแท่นผู้จำหน่ายรถยนต์เบอร์ 1 ของโลก พร้อมด้วยรางวัลรถยนต์ยอดนิยมสูงสุดในโลกจากรุ่น RAV4 อ้างอิงจากสถิติของสถาบัน JATO Dynamics และยังได้ขยายไลน์อัปโมเดลรถที่วางจำหน่ายให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ Crown ทั้ง 4 รูปแบบตัวถัง และ Century SUV

ส่วนรุ่นที่เตรียมจะเปิดตัวในอนาคต จะประกอบไปด้วย รถกระบะขุมพลังไฟฟ้าล้วน, รถ SUV และรถสปอร์ตที่ได้ทยอยเปิดตัวในรูปแบบรถต้นแบบหลากรุ่นในงานมหกรรมยานยนต์ 2023 Japan Mobility Show ที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top