Friday, 31 July 2026
Hard News Team

‘สุริยะ’ สั่ง!! ‘ทอท.’ เร่งลดความแออัดภายในสนามบิน พร้อมรับนักท่องเที่ยว ‘อินเดีย-ไต้หวัน’ 10 พ.ย.นี้

(8 พ.ย.66) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารชาวอินเดียและไต้หวันตามนโยบายฟรีวีซ่าของรัฐบาลนั้น ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติในหลักการฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวอินเดียและไต้หวันให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้ไม่เกิน 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 - 10 พฤษภาคม 2567 ระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวของชาวอินเดียและไต้หวัน เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างแรงจูงใจให้กับนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น รวมถึงกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศในช่วงปี 2566-2567

“ตนได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือในการเตรียมการรองรับนักท่องเที่ยวให้ดีที่สุด ตั้งแต่เดินทางเข้าสู่ประเทศตลอดจนถึงการเดินทางกลับออกจากประเทศไทย เบื้องต้นได้สั่งการให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ รวมถึงหาแนวทางการดำเนินการ เพื่ออำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอื่น ๆ พร้อมทั้งให้ประสานงานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อให้กระบวนการทุกขั้นตอนมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่ให้ผู้โดยสารเกิดความแออัด หรือใช้เวลานานหลังจากลงจากเครื่องบิน”

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการร่วม (Single Command Center) เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานร่วมของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการในทุกขั้นตอนในท่าอากาศยาน ทำหน้าที่ตรวจสอบติดตามการให้บริการ และกวดขันการบริหารการจราจรบริเวณหน้าท่าไม่ให้เกิดความแออัดหนาแน่น และเก็บบันทึกข้อมูลการให้บริการ ภาพถ่ายกล้องวงจรปิด เพื่อนำมาวิเคราะห์ประกอบการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันยังได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการในด้านต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบายตลอดการเดินทางในประเทศไทย ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมท่าอากาศยานในภูมิภาค การเตรียมความพร้อมการเดินทางภายในกรุงเทพมหานคร (กทม.) การเตรียมความพร้อมการเดินทางไปต่างจังหวัดทางรถไฟและรถโดยสาร การเตรียมความพร้อมการเดินทางในต่างจังหวัด

ส่วนการเตรียมความพร้อมสำหรับความปลอดภัยในการท่องเที่ยวทางน้ำอีกทั้งให้ทุกหน่วยงานถือปฏิบัติตามหลักการเดียวกัน คือ การให้บริการที่มีประสิทธิภาพ สะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย สะอาดสวยงาม พนักงานให้บริการด้วยมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และมีอัตราค่าบริการที่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าบริหารจัดการทุกขั้นตอนการบริการที่เป็นประตูสู่ประเทศไทย พร้อมรองรับปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประตูและเป็นศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาค กระตุ้นการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความมั่นคงของประเทศ

สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยนั้น จากข้อมูลกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬาข้อมูล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2566 พบว่า ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2566 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวนทั้งสิ้น 557,554 คน คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 79,651 คน

โดยนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยมากที่สุด จำนวน 73,297 คน รองลงมา ได้แก่ จีน จำนวน 67,443 คน, รัสเซีย จำนวน 39,136 คน, อินเดีย จำนวน 30,547 คน และเกาหลีใต้ จำนวน 30,255 คน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้น 22,622,522 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว 954,239 ล้านบาท

‘รัฐบาล’ เผย!! ‘นทท.ต่างชาติ’ เพิ่มขึ้นทุกภูมิภาคในหนึ่งสัปดาห์ สร้างรายได้กว่า 9 แสนลบ. สะท้อนผลสำเร็จจากนโยบายรัฐฯ

(8 พ.ย.66) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย พบว่านักท่องเที่ยวชาวยุโรปขยายตัวเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 28.75 หรือ 32,053 คน และนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียขยับเพิ่มขึ้นมาเป็นอันดับที่ 3 ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวเลขในช่วงเวลาเพียง 1 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2566 

นายชัย กล่าวว่า จากการคาดการณ์ของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ (30 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2566) จะมีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งผลปรากฏว่า สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยสอดคล้องกับการประเมินดังกล่าว โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 557,554 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 66) เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 10.26 หรือเพิ่มขึ้น 51,882 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมทั้งสิ้นกว่า 954,239 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ จีน รัสเซีย อินเดีย และเกาหลีใต้ ตามลำดับ

นายชัย กล่าวว่า โดยเป็นผลมาจากการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวของเที่ยวบินจากยุโรป และภูมิภาคเอเชียตะวันออก การมีวันหยุดต่อเนื่องในเทศกาลดิวาลีของอินเดีย รวมทั้งสะท้อนผลสำเร็จจากมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐที่อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ทั้งการยกเลิกบัตร ตม.6 ด่านสะเดา เป็นการชั่วคราว การยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง หรือ วีซ่าฟรีให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีน คาซัคสถาน อินเดีย และไต้หวัน รวมถึงการขยายวันพำนักให้กับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียอีกด้วย

นายชัย กล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญในการกำหนดนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ ถือเป็นนโยบายเร่งด่วน พลิกฟื้น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ พร้อมชื่นชมความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันสนับสนุนการทำงานซึ่งกันและกันอย่างบูรณาการทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผลสำเร็จจากมาตรการเชิงรุกต่าง ๆ ของรัฐบาล

'รมว.พลังงาน' ตั้งคณะทำงานตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมัน คาด 2-3 วัน ปริมาณการใช้น้ำมันจะเข้าสู่สภาวะปกติ

จากกรณีที่มีการเผยแพร่สถานีบริการน้ำมันหลายแห่งไม่มีน้ำมันให้บริการ โดยเฉพาะน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 รวมถึงน้ำมันประเภทอื่นที่ลดราคาตามมาตรการรัฐบาลและกระทรวงพลังงานที่ลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินเพื่อช่วยลดภาระประชาชนจากค่าใช้จ่ายด้านพลังงานนั้น

(8 พ.ย. 66) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่าสถานีบริการน้ำมันบางแห่งมีน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังพบว่า...

ปริมาณการใช้น้ำมันช่วงก่อนหน้าที่จะมีการลดราคาน้ำมัน โดยเฉพาะในช่วงระหว่างวันที่ 4 - 6 พฤศจิกายน 2566 ตัวเลขเบื้องต้น มีการใช้น้ำมันลดลงกว่า 60% ซึ่งปกติน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จะมีการใช้ประมาณวันละ 17 ล้านลิตร ก็เหลือเพียงประมาณวันละ 7 ล้านลิตร ส่วนน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลดลงจากวันละ 6 ล้านลิตร เหลือวันละประมาณ 2 ล้านลิตร รวมทั้ง E20 และ E85 ก็มีปริมาณลดลงเช่นกัน อาจจะเป็นเพราะประชาชนได้รับทราบข่าวสารล่วงหน้าในนโยบายการลดราคาน้ำมันเบนซินของกระทรวงพลังงาน จึงชะลอการใช้บริการ

นอกจากนั้น ก็มีการเปลี่ยนการเติมชนิดน้ำมันจากน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 มาเป็น 91 ทำให้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ทางกรมธุรกิจพลังงาน ก็ได้มีการสั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันให้เตรียมปริมาณน้ำมันสำรองในสถานีบริการให้เพียงพอ แต่เนื่องจากประชาชนได้ชะลอการเติมในช่วงก่อนที่จะมีการลดราคาน้ำมัน ทำให้วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งเป็นวันแรกที่มีการลดราคาน้ำมัน ทำให้ปริมาณการใช้เพิ่มสูงขึ้นมากจนหลายสถานีบริการมีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย 

อย่างไรก็ดี ทางกรมธุรกิจพลังงานได้สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็วเพื่อลดผลกระทบกับประชาชน คาดว่าภายใน 2 - 3 วันนี้ การใช้บริการจะกลับสู่ภาวะปกติ

“หลังจากที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ผมได้สั่งการให้กรมธุรกิจพลังงานเร่งประสานผู้ค้าน้ำมันทุกราย เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบการใช้น้ำมัน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบก็พบว่า ปริมาณการเติมน้ำมันในช่วงวันที่ 4 - 6 พฤศจิกายน ลดลงเป็นอย่างมาก คาดว่าน่าจะเกิดจากประชาชนได้ชะลอการเติมน้ำมันเพื่อที่จะมาเติมน้ำมันในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งจะเป็นการลดราคาน้ำมันเป็นวันแรก จึงคาดว่าภายใน 2 – 3 วันนี้ ปริมาณน้ำมันในสถานีบริการจะเข้าสู่ภาวะปกติ และขอย้ำว่าการปรับลดราคาครั้งนี้ เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน สถานีบริการไม่ได้รับการชดเชยจากภาครัฐ ดังนั้น สถานีบริการที่ซื้อน้ำมันในราคาสูงก่อนหน้าวันปรับลดราคาจะขาดทุนในสต๊อก จึงไม่มีแรงจูงใจที่จะกักตุนน้ำมัน แต่จากราคาที่ลดลงส่งผลให้ประชาชนชะลอการเติมน้ำมันก่อนหน้านี้เพื่อรอเติมน้ำมันราคาต่ำในวันที่เริ่มปรับลดราคาพร้อม ๆ กัน ทำให้สถานีบริการน้ำมันหมด ซึ่งจะเกิดในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ” นายพีระพันธ์ุ กล่าว

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงได้ลงนามคำสั่งกระทรวงพลังงานที่ 47/2566 แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน ติดตามและ ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการไม่จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานีน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วประเทศขึ้นทันที

“เพื่อดูแลไม่ให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อนและได้รับบริการจากสถานีน้ำมันตามปกติ ผมจะให้คณะทำงานชุดนี้รับเรื่องมาและตรวจสอบเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน โดยประชุมกันแล้วในบ่ายวันนี้ เพื่อกำหนดแนวทางการตรวจสอบสถานีบริการทั่วประเทศ และจะจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกรณีเป็นการเฉพาะที่กระทรวงพลังงาน โดยประชาชนสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่ โทร. 02 140 7000 และหากพบว่าสถานีบริการหรือผู้ประกอบการใดตั้งใจงดให้บริการประชาชนจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายทันที” นายพีระพันธุ์กล่าวทิ้งท้าย

‘ศุภชัย’ ข้องใจ!! ขับ ‘รองอ๋อง-2 สส.คุกคาม’ 2 มาตรฐาน เตรียมยื่น กกต. สอบ หากพบผิดมีโทษถึง ‘ยุบพรรค’

(8 พ.ย. 66) นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกล ดำเนินการขับ 2 สส.พรรคก้าวไกล นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. และนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี กรณีการคุกคามทางเพศ ออกจากพรรค ซึ่งมีการดำเนินการเป็นขั้นตอนตามข้อบังคับพรรคก้าวไกล และกฎหมาย การดำเนินการเปิดเผยทุกกระบวนการ แตกต่างจากกรณีการขับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกจากพรรคก้าวไกล เพราะไม่มีการดำเนินการในลักษณะเดียวกัน

“ผมจึงได้ยื่นเรื่องถึงนายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบการพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล ของนายปดิพัทธ์ โดยขอให้นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบว่าพรรคก้าวไกลได้ดำเนินกระบวนการทางวินัยกับนายปดิพัทธ์ ตามข้อบังคับพรรคก้าวไกล และตามกฎหมายถูกต้อง ครบถ้วนหรือไม่ โดยส่งแถลงการณ์พรรคก้าวไกล ลงวันที่ 28 ก.ย. 2566 เป็นเอกสารประกอบ” นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า หากพิจารณาจากคำแถลงการณ์พรรคก้าวไกล คณะกรรมการบริหารชุดใหม่และผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกลได้ประชุมร่วมกัน โดยให้นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคคนใหม่ รับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และมีข้อความในแถลงการณ์ว่าให้นายปดิพัทธ์ ออกจากการเป็นสมาชิกของพรรคก้าวไกลโดยมิได้มีการแถลงว่ามีการกระทำความผิดวินัยร้ายแรง ตามข้อบังคับพรรคก้าวไกลข้อ 119 วงเล็บใด มีการดำเนินการทางวินัยสมาชิกตามข้อบังคับพรรค ก้าวไกลอย่างไร

นายศุภชัย กล่าวว่า ได้มีการริเริ่มกระบวนพิจารณาทางวินัยสมาชิกพรรค ตามข้อ 122 และมีการแสวงหา ข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานประกอบขึ้นเป็นสํานวนคํากล่าวโทษ ตามข้อ 123 หรือไม่ และได้ เรียก นายปดิพัทธ์ มาให้ถ้อยคําหรือโต้ยังคํากล่าวโทษตามข้อ 124 หรือไม่ มีการสรุปข้อเท็จจริง การพิจารณาและเหตุผลในการวินิจฉัยประกอบการทําคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินัยสมาชิกพรรค ตามข้อ 129 ถึงข้อ 131 หรือไม่ อีกทั้งยังไม่ปรากฏมติของพรรคก้าวไกลด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ ของที่ประชุมร่วมของคณะกรรมการบริหารของพรรคก้าวไกลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 101 (9)

“หากยังมิได้ดำเนินการดังกล่าวตามข้อบังคับ การดำเนินการของพรรคก้าวไกล ยังไม่ถูกต้องครบถ้วน นายปดิพัทธ์ ยังคงสภาพเป็นสมาชิกพรรค ก้าวไกล ไม่อาจไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นได้และจากแถลงการณ์ของพรรคก้าวไกล ชี้แจงในทำนองว่า นายปดิพัทธ์ ลาออก โดยที่พรรคไม่ได้มีมติขับออกจากพรรคเพราะทำผิดวินัยร้ายแรง จะส่งผลให้สมาชิกภาพความเป็น สส.ของนายปดิพัทธ์ สิ้นสุดลงในทันที” นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย กล่าวว่า หากพรรคก้าวไกล มิได้มีการดําเนินการตามข้อบังคับพรรคก้าวไกลและกฎหมาย การกระทําดังกล่าวเป็นการสมคบคิดหรือ แสดงเจตนาลวง ระหว่างพรรคก้าวไกลกับนายปดิพัทธ์ อันเข้าข่ายกระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การกระทําอันอาจเป็นปฏิปักษ์ หรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัย ว่าเพียงแค่อาจเป็นปฏิปักษ์ ก็ต้องห้ามแล้วหาจําต้องมีเจตนา ประสงค์ต่อผล หรือต้องรอให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงขึ้นจริงเสียก่อนไม่

“หากนายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบแล้ว พรรคก้าวไกลมิได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อบังคับพรรคก้าวไกล และกฎหมาย และเป็นการสมคบคิดหรือแสดงเจตนาลวง โดยหวังผลเพื่อให้หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้รับตําแหน่งผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และ นายปดิพัทธ์ ยังคงดํารงตําแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรต่อไป อันเป็นการสมประโยชน์ทั้งสองฝ่ายซึ่งเป็นการกระทําอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และกรณีเป็นความปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว ขอท่านได้โปรดยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อ สั่งยุบพรรคก้าวไกลต่อไป” นายศุภชัย กล่าว

"รรท.ผู้ช่วยฯอ้อ"ร่วมประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (entertainment complex) เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายและเพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ

วันนี้ (8 พ.ย.66) เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ CB406 อาคารรัฐสภา แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ปป 5 , สส 3) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.(ปป) ได้มอบหมายให้ตนพร้อมด้วย ตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ - สอท. โดยมี พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท. เป็นตัวแทน- สยศ. โดยมี พ.ต.อ.สุรพงษ์ เหมือนเผ่าพงษ์ รอง ผบก.ผอ. และ พ.ต.ท.ภูมิพัฒน์ ชัยจันทร์ รอง ผกก.ปป.ผอ. เป็นตัวแทน- กมค. โดยมี พ.ต.อ.กมล เอื้อจารุพร ผกก.กลุ่มงานกฎหมาย เป็นตัวแทน

ร่วมเป็นตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (entertainment complex) เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายและเพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ครั้งที่ 2/2566 โดยมี นาย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานการประชุม "รรท.ผช.ผบ.ตร.กล่าว"

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566 เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและสืบสานขนบธรรมเนียมอันดีงามของไทย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปี 2566 ณ พระอุโบสถวัดตรีทศเทพวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 

วันพุธที่ 8 พ.ย.66 เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 
เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปี 2566 ณ พระอุโบสถวัดตรีทศเทพวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ และประชาชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน
สำหรับพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการร่วมกันทำบุญ สร้างกุศล สืบทอดขนบธรรมเนียมและประเพณีจากครั้งบรรพกาลสู่ชนรุ่นหลังธำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม อันดีงาม เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา 

ทั้งนี้ เงินบริจาคเหลือจ่ายหลังหักค่าใช้จ่าย ให้จัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในด้านสาธารณกุศลต่าง ๆ เช่น การจัดอุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจเฉลิมพระเกียรติ และโครงการปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ หรือตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เห็นสมควร ทั้งนี้ หากเหลือจ่ายให้นำเข้ากองทุนสวัสดิการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ให้การต้อนรับผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และคณะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อมรับมอบเงินรางวัลศาลเจ้ามาตรฐานของศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

วันนี้ (วันพุธที่ 8 พฤศจิกายน 2566) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ นายวันชิด ศิรสีห์ รองผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ  ให้การต้อนรับนายขวัญเมือง บุญประสงค์ ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง  พร้อมรับเงินมอบรางวัลศาลเจ้ามาตรฐาน ประจำปี พ.ศ. 2566 ของศาลเจ้าไต้ฮงกง รวมถึงนำเยี่ยมชมหอประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยมี นายณัฐวัตร ก้อนทอง รักษาการผู้จัดการฝ่ายบุคคลและฝึกอบรม / หัวหน้าสำนักกฎหมายและคดี  และนางนภาพร เชิญเกียรติประดับ ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน ร่วมในพิธี ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

โดยเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ พร้อมด้วย นายณัฐวัตร ก้อนทอง รักษาการผู้จัดการฝ่ายบุคคลและฝึกอบรม / หัวหน้าสำนักกฎหมายและคดี เข้ารับมอบรางวัลศาลเจ้าไต้ฮงกงมาตรฐาน ประจำปี พ.ศ. 2566 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จากนายบรรจบ จันทรัตน์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ณ โรงแรม เอส ดี อเวนิว  เขตบางพลัด กรุงเทพมหานครฯ

* ข้อมูลเกี่ยวกับศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง *

พลังศรัทธาองค์หลวงปู่ไต้ฮงในประเทศไทย มีจุดเริ่มต้นจากเมื่อปี พ.ศ.2439 นายเบ๊ยุ่น ได้อัญเชิญรูปจำลองหลวงปู่ไต้ฮงจากอำเภอเตี้ยเอี้ย มายังประเทศไทย ประดิษฐานอยู่ที่ร้านกระจกย่านวัดเลียบ ผู้คนเมื่อทราบต่างก็พากันมาสักการบูชาที่จำนวนมาก จนต้องย้ายไปประดิษฐานที่ซอยดอนกุศล ถนนเจริญกรุง  ช่วงนั้นเกิดโรคระบาดประชาชนต่างมากราบไหว้หลวงปู่ เพื่อช่วยให้คุ้มครองปลอดภัยและหายจากโรค ทำให้เกิดความศรัทธา บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากและจัดการเก็บศพอนาถาไปฝัง ต่อมาในปี 2452-2453 พระอนุวัตน์ราชนิยม (ฮง เตชะวณิช) ได้ร่วมกับพ่อค้าคหบดี รวม 12 ท่าน ได้เห็นความสำคัญและประโยชน์แห่งกุศลเจตนาของผู้เลื่อมใสศรัทธาหลวงปู่ไต้ฮง จึงจัดตั้งคณะเก็บศพไต้ฮงกงขึ้น พร้อมสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกงขึ้นที่บริเวณถนนพลับพลาไชย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เพื่อประดิษฐานองค์หลวงปู่ไต้ฮง  เมื่อศาลเจ้าไต้ฮงกงสร้างเสร็จสมบูรณ์ ได้อัญเชิญรูปจำลองของหลวงปู่ที่นายเบ๊ยุ่น คหบดีนำมาจากประเทศจีนมาประดิษฐานไว้ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกงเป็นการถาวร โดยศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตั้งอยู่ที่ 326 ถนนเจ้าคำรพ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบฯ กรุงเทพฯ 10100

'ดร.เอ้' โต้โผ!! จัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ สร้างบ้านเมืองที่ปลอดภัย ด้วยความตั้งใจของประชาชน

เมื่อวานนี้ (7 พ.ย. 66) นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานนโยบาย กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกสภาวิศวกร และอดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นถนนทรุดโทรม ไม่มีความปลอดภัย ไร้มาตรการรองรับ ผ่านรายการ ‘คุยข่าว ถึงเครื่อง’ ประจำวันที่ 7 พ.ย. 66 เผยแพร่ผ่านช่องทางรับชมในเครือ THE STATES TIMES, คุยถึงแก่น, เปรี้ยง, NAVY AM RADIO / MAYA Channel ช่อง 44 และ FM101 โดยมี นายปรเมษฐ์ ภู่โต สื่อมวลชนอาวุโส พิธีกร ผู้ประกาศข่าวรายการคุยถึงแก่น เป็นผู้ดำเนินรายการ 

>> ในฐานะวิศวกร มีมุมมองหรือข้อแนะนำต่อกรุงเทพฯ อย่างไร หากอยากทำให้ถนน อาคารมีความแข็งแรง ปลอดภัย?

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า “ตลอดชีวิตการเป็นวิศวกรของผม ผมทำงานช่วยเหลือเรื่องภัยพิบัติมามาก ในสมัยที่ทำงานให้สมาคมวิศวกรรมสถาน จนกระทั่งได้เป็นนายกสมาคมฯ ผมเห็นมาเยอะ และผมก็เสียใจมาก ทุกครั้งที่ผมให้สัมภาษณ์ ผมจะพูดเสมอว่า ประเทศไทย ความปลอดภัยไม่เคยมาก่อนเลย และมันเกิดความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัย เป็นความประมาทในการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานจริง ๆ เลย เพราะหากทำตามมาตรฐานจริง ๆ เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย จะไม่มีการสูญเสียแบบนี้ให้ได้เห็น”

“ในเรื่องการป้องกัน ประชาชนอย่างเรา ๆ ไม่สามารถทำ
อะไรได้อยู่แล้ว เราก็ใช้ชีวิตไปตามปกติ ขับรถไปส่งลูก ไปทำงาน อยู่ ๆ ก็มีอะไรไม่รู้หล่นลงมา หล่นใส่ใครตอนไหน ใครจะไปรู้ ผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่าคิดว่าจะไม่เกิดขึ้นกับพวกท่าน ทั้งสะพานลาดกระบัง ถ้าเป็นตอนกลางวันผมก็อาจจะโดนไปแล้ว หรือถนนเป็นหลุมยุบลงไป อย่าคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวนะ สักวันอาจจะเป็นเราก็ได้” นายสุชัชวีร์ กล่าว

นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า “คนที่ต้องทำหน้าที่แทนประชาชนทุกคนก็คือ ‘เจ้าของหน่วยงาน’ ได้แก่ กทม. กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การประปา การไฟฟ้า ซึ่งดูแลสาธารณูปโภค มีอำนาจ เป็นเจ้าของเงิน และต้องกำกับดูแลให้ผู้รับเหมาทำงานให้ตรงตามมาตรฐาน ไม่ใช่เรื่องที่มากเกินไปด้วย แค่ทำให้ตรงมาตรฐาน ซึ่งก็มีเช็กลิสต์ให้อยู่แล้ว ถ้าทำได้ จะทำให้ชีวิต ทรัพย์สินของคนไทยและคนกรุงเทพฯ ดีขึ้นแน่นอน”

“จากประสบการณ์ผม เหตุสลดที่เกิดขึ้นก็มาจากการไม่ได้มาตรฐานนี่แหละ ผมก็เลยอยากจะระดมรายชื่อ ให้ครบ 1 หมื่นชื่อ เพื่อที่จะเสนอกฎหมายก่อตั้ง ‘องค์กรอิสระเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ’ เพื่อจะได้เข้ามาดูแลเรื่องเหล่านี้ เหมือนอย่างในต่างประเทศ” นายสุชัชวีร์ กล่าว

นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า “และที่น่าแปลกคือเมื่อมีเหตุการณ์สลดเกิดขึ้น จะให้องค์กร ๆ นั้นหาสาเหตุของความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งมันไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว อาจจะเพราะขาดความเชี่ยวชาญ เนื่องจากต้องดูแลงานในส่วนอื่น ๆ ด้วย ดังนั้นจะต้องมีองค์กรอิสระเข้ามาช่วยตรวจสอบ ค้นหาความจริง”

>> ตัวอย่างจากต่างประเทศ มีองค์กร / หน่วยงาน เข้ามากำกับดูแลเข้มงวด

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า “อย่างในเกาหลีใต้ เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์เรือเซวอลล่ม ทำให้เด็กนักเรียนเสียชีวิตหลายร้อยคน เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ และกระจายออกไปทั่วโลกเลย ส่งผลให้รัฐบาลเกาหลีใต้ตั้งกระทรวงความปลอดภัย เพราะเขามองว่า หากให้การท่าเรือ หรือ กระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาดูแล ก็กลัวว่าจะไม่ได้มาตรฐาน เมื่อมีกระทรวงใหม่ขึ้นมา ก็ทำให้วิศวกรที่ต่อเติมกฎหมายถูกลงโทษจำคุกเป็น 10 ปี เจ้าของเรือก็จำคุกหลายปี แม้กระทั่งยามชายฝั่งก็ถูกจำคุก เพราะหากมาเร็วกว่านั้น เด็ก ๆ คงไม่ตายเป็นร้อยคนขนาดนั้น”

“สำหรับประเทศไทย ไม่มีหน่วยงานที่จะคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน น่าเสียดายมากที่เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดซ้ำซาก และจะเกิดขึ้นต่อไป หากเราไม่มีองค์กรอิสระเข้ามาดูแลเรื่องแบบนี้อย่างเต็มเวลา” นายสุชัชวีร์ กล่าว

>> ในส่วนของการเสนอร่างกฎหมาย จะเสนอในนามของภาคประชาชนใช่หรือไม่?

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า “ถูกต้องครับ ขณะนี้มีผู้ลงชื่อแล้วกว่า 5 พันคน จึงอยากจะขอร้องทุกท่าน เข้ามาที่เว็บไซต์ http://Suchatvee.com เข้ามาร่วมลงชื่อ เพื่อจะได้เสนอในนามภาคประชาชนได้ เป็นการทำเพื่อพวกเราทุกคน ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะไม่มีใครทำ”

นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า “ตั้งแต่เป็นนายกฯ วิศวกรรมสถานฯ ผมไม่เคยได้รับคำตอบ ไม่เคยได้รับการถอดบทเรียนมาให้เราได้เผยแพร่ต่อประชาชนเลย ถึงเวลาแล้ว ประเทศไทยอยู่แบบนี้ไม่ได้ ถึงเวลาเกิดเหตุร้าย ๆ แล้วเราไปร้องเรียน หน่วยงานนั้น ๆ ก็เงียบได้ เพราะไม่มีใครเข้ามากำกับดูแล แต่ถ้ามี ‘องค์กรเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ’ จะทำหนังสือถึงอธิบดีฯ หากหน่วยงานรับผิดชอบยังชักช้า ก็จะรายงานถึงนายกรัฐมนตรี จะไม่มีใครกล้าช้า และก็สามารถรายงาน เผยแพร่เว็บไซต์ให้กับประชาชนได้ จะทำให้หน่วยงานต้นสังกัดเจอกระแสสังคม รับรองว่าจะไม่กล้าทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าแน่นอน และเรื่องแบบนี้ก็มีเกิดขึ้นในประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งนั้น แต่ก็เสียดายที่เรื่องแบบนี้ ประเทศไทยเราล้าหลังจริง ๆ” 

“เรื่องความปลอดภัยก็เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดว่าประเทศเราพัฒนาแล้ว อย่าคิดว่าเรามีรถไฟฟ้า มี 5G มีห้างสวย ๆ แล้วนั่นคือการพัฒนา มันไม่ใช่แบบนั้น คนไทยตายด้วยอุบัติเหตุมากติดท็อปโลก แบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เราปล่อยประเทศเราไปแบบนี้ไม่ได้หรอก ผมพูดในฐานะวิศวกร และคนที่มีครอบครัวอยู่ในกรุงเทพ” นายสุชัชวีร์ กล่าวทิ้งท้าย

รับชมสัมภาษณ์เต็มได้ที่>> https://www.facebook.com/thestatestimes/videos/606689744824469 

ร่วมลงชื่อร่างกฎหมายจัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อความปลอดภัยสาธารณะได้ที่ >>  http://Suchatvee.com 

‘EA’ จัดโชว์นวัตกรรมฝีมือคนไทย ในงาน 4th iTIC FORUM 2023 ชู ‘รถโดยสารไฟฟ้า-เรือไฟฟ้า’ หนุนการขนส่งสาธารณะแบบไร้มลพิษ

เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ผู้นำพลังงานสะอาด หนุนมูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย (iTIC) ร่วมจัดแสดงผลงานและให้การต้อนรับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในงาน ‘4th iTIC FORUM 2023: Power of Connectivity and Smart Mobility’ พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่การเดินทางสาธารณะด้วยไทยสมายล์บัส และ ไทยสมายล์โบ้ท ที่ช่วยขับเคลื่อนและสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านคมนาคม ด้วยฝีมือคนไทย บริการด้วยใจ ห่วงใยสิ่งแวดล้อม 

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และนายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานมูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย ร่วมให้การต้อนรับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในโอกาสเยี่ยมชมการจัดแสดงผลงานของนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ระบบชาร์จ แบบ ‘EV Smart Building ภายใต้แนวคิด EA’s Electric Public Transportation: Solutions for Smart Cities’ ในงาน ‘4th iTIC FORUM 2023: Power of Connectivity and Smart Mobility’ ซึ่งงานดังกล่าวได้จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการเชื่อมต่อการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Connectivity and Smart Mobility) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนยกระดับการพัฒนาระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะในประเทศไทย พร้อมระดมพลังความร่วมมือและขับเคลื่อนข้อมูลในการแก้ปัญหาการจราจรและลดอุบัติเหตุได้อย่างตรงจุด

นอกจากนี้ นายสมโภชน์ อาหุนัย ยังได้ร่วมบรรยายพิเศษ ภายใต้แนวคิด ศักยภาพของเอกชนไทยในการขับเคลื่อนสมาร์ทโลจิสติกส์ รถ-เรือ-ราง ‘The Potential of Thai Private Sector in Driving Smart Logistics’ ที่จะมีส่วนในการส่งเสริมระบบขนส่งของไทยให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย ด้วยยานยนต์ไฟฟ้ายกระดับขนส่งไทยไร้มลภาวะ 

นอกจากนี้ EA ร่วมกับ ไทย สมายล์ กรุ๊ป ต้อนรับคณะจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย (iTIC) เปิดประสบการณ์ (Technical Tour) การเดินทางด้วยรอยยิ้มใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไปกับบริการขนส่งสาธารณะ รถโดยสารไฟฟ้า MINE Bus และ เรือโดยสารไฟฟ้า MINE Smart Ferry โดยปัจจุบัน รถโดยสารไฟฟ้า MINE Bus ให้บริการแล้วกว่า 2,200 คัน ในพื้นที่ 123 เส้นทาง ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และเรือโดยสารไฟฟ้า MINE Smart Ferry ที่ให้บริการผู้โดยสารตั้งแต่ ท่าเรือสาทร - ท่าเรือสะพานพระนั่งเกล้า มีเรือไฟฟ้าให้บริการทั้งหมด 35 ลำ สร้างมิติใหม่แห่งการขนส่งด้วยนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าโดยฝีมือคนไทย โดยล่องแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อชมวิววัดวาอารามและฟังบรรยายที่มาของรถ-เรือโดยสารไฟฟ้า ยกระดับการขนส่งมวลชนด้วยยานยนต์ไฟฟ้าไร้มลพิษครบวงจร ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ของประเทศ

‘ตำรวจ’ เตรียมแจ้งข้อหา ‘ว่าน ธนกฤต’ ขับรถประมาท!! หลังขับเก๋งชนท้ายรถเก็บขยะ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย

(8 พ.ย.66) จากกรณีนักร้องดัง ‘ว่าน ธนกฤต’ ขับรถหรูวอลโว่ ชนท้ายรถเก็บขยะ เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย บริเวณปากซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 13 ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี

โดยพบว่าก่อนเกิดเหตุ ว่าน ธนกฤต เพิ่งไปไลฟ์สดกับวง ZEAL ก่อนขับรถชน ทำให้แฮชแท็ก #ว่านธนกฤต ขึ้นเทรนด์ และโซเชียลแห่ถกเถียงสนั่น พร้อมรอให้ดูผลตรวจแอลกอฮอล์ดีกว่า ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้า วันที่ 8 พ.ย.66 พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เผยว่า เบื้องต้นในเหตุการณ์ดังกล่าว ว่านเดินทางมาให้ปากคำเมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยให้ปากคำว่าเหตุเกิดขณะที่กลับมาจากทำงาน ยอมรับมีอาการอ่อนเพลียและอาจหลับใน โดยเจ้าหน้าที่ได้พาว่านไปโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เพื่อตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกายแล้ว

“ยอมรับตำรวจไม่ได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์หลังเกิดเหตุทันที เนื่องจากขณะนั้นผู้บาดเจ็บและตัวของว่านถูกส่งไปรักษาตัวคนละที่กัน โดยเจ้าหน้าที่เลือกเดินทางไปหาผู้บาดเจ็บก่อน หลังจากนั้นเมื่อไปถึงโรงพยาบาลที่ว่านเข้ารับการรักษาก็ไม่พบตัวแล้ว ซึ่งโรงพยาบาลแจ้งว่าว่านบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและขอกลับไปพักผ่อน” พ.ต.อ.จาตุรนต์กล่าว

พ.ต.อ.จาตุรนต์ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่เตรียมจะแจ้งข้อกล่าวหากับว่าน ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top