Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

‘ชัชชาติ’ ชี้ ‘ร้านอาหารปิ้งย่าง’ ทำค่าฝุ่นหนาแน่นเฉพาะจุด เร่งหามาตรการควบคุม

(13 ธ.ค. 66) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงมาตรการควบคุมและแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้มีแค่ในกรุงเทพฯ แต่ในพื้นที่ต่างจังหวัดก็เกิดปัญหาเช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละพื้นที่ ดังนั้นปัญหาจึงไม่ได้เกิดจากรถยนต์เท่านั้น กทม.จึงพยายามทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานอื่น ๆ อาทิ เตรียมร่วมกับกระทรวงพลังงาน ทำโครงการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองรถยนต์ โดยให้ส่วนลดเป็นแรงจูงใจสำหรับรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งาน 7 ปีขึ้นไป เพราะควันรถเป็นส่วนหนึ่งที่ปล่อย PM 2.5 เนื่องจากเผาไหม้ไม่หมด ซึ่งรถประเภทนี้มีกว่า 1 ล้านคันที่วิ่งอยู่ในกรุงเทพฯ

“เราไม่สามารถไปบังคับให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้ จึงร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องทำโครงการนี้ขึ้น และหาความร่วมมือจากเอกชนเข้ามาช่วยสนับสนุน จุดหมายคือให้ PM 2.5 ลดลง” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวเพิ่มว่า รวมถึงองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) ได้ประสานให้กรมการขนส่งทางบก เข้าไปตรวจควันดำของรถ ขสมก.ถึงอู่รถเมล์ ทั้งนี้การตรวจวัดค่าควันดำ ถึงแม้จะไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ปล่อยฝุ่น PM 2.5 

นอกจากนี้การเกิดฝุ่น PM 2.5 ยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การเผาชีวมวล การควบคุมรถที่เข้าไซต์ก่อสร้าง ปัจจุบันนี้หากตรวจเจอรถควันดำในไซต์ก่อสร้างใดก็จะสั่งปิดไซต์งาน 3 วัน การตรวจสอบโรงงาน ซึ่งยังคงต้องทำอย่างเข้มข้นถึงแม้ในกรุงเทพฯ จะมีโรงงานไม่มากก็ตาม รวมทั้งฝุ่นที่ค้างอยู่ในอากาศซึ่งมาจากรถยนต์ที่ปล่อยออกมา ทำให้ในบางวันที่เป็นวันหยุดหรือไม่มีการจราจรที่คับคั่ง ก็ทำให้ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงขึ้นได้

“อีกเรื่องที่ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เป็นเรื่องใหญ่คือ ร้านจำหน่ายอาหารประเภทปิ้งย่าง อาจไม่ได้มีผลในภาพรวม แต่มีผลเฉพาะพื้นที่ทำให้มีค่าฝุ่น PM 2.5 หนาแน่นขึ้น หลังจากนี้ก็ต้องไปดูว่าต้องมีที่ดักควันหรือไม่ ไม่ได้ห้ามปิ้งย่างแต่ต้องมีตัวดูด หรือเก็บควันก่อนปล่อยออกมาไม่ใช่ปล่อยอิสระ เพราะหากช่วงที่อากาศปิดก็จะทำให้ค่า PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้น” นายชัชชาติกล่าว

พล.ต.อ พัชรวาท สั่งผู้ช่วย รมว.ทส. ลงพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ด่วนเร่งช่วยเหลือ ประชาชนจากโขลงช้างป่าร้อยตัว สั่งตั้งวอร์รูมระดมกำลัง 200 คน ร่วมกับอาสาสมัครชุมชน 50 คน ผลักดันเข้าป่าให้ได้

จากกรณีที่มีเหตุการณ์ช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน กว่า 100 ตัว ออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เข้ามาในพื้นที่ทำกินของชาวบ้านซึ่งเป็นไร่อ้อย บริเวณหมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 11 ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้รอ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับนายเผด็จ  ลายทอง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า นายธานนท์ โสภิตชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 นายก้องเกียรติ  เต็มตำนาน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 นายสมเกียรติ สุสัณพูลทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกันลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี และเข้าร่วมประชุมที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อรับทราบข้อมูลจากหน่วยงานและชุมชนในพื้นที่ ประกอบด้วย นางสาวภัทริน ภู่มณี นายกองค์การบริการส่วนตำบลวังท่าช้าง นายธนุวัฒน์ เมืองจันทร์  ปลัดอำเภอกบินทร์บุรี นายวัชรธรรม พรมสามสี กำนันตำบลท่าช้าง และนายแอ็ด ตะเภาพงษ์ ตัวแทนราษฎรผู้ได้รับผลกระทบ ที่ประชุมได้ร่วมกันวางแผนเพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น รอ.รชฎฯได้ให้กำลังใจชุมชนและเจ้าหน้าที่ ในการแก้ไขปัญหาและผลักดันช้างป่าให้กลับคืนสู่พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ผลการร่วมประชุมหารือ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการระดับพื้นที่ เพื่ออำนวยการแก้ไขปัญหาและกำหนดมาตรการในการผลักดันช้างป่ากลับคืนสู่พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน โดยเป็นการบูรณาการสนธิกำลังร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดปราจีนบุรี และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น

โดยใช้ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง เป็นสถานที่ตั้งศูนย์บัญชาการ มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 เป็นผู้บัญชาการ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า  เป็นหัวหน้าคณะทำงาน โดยสนธิกำลังเจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) จำนวน 100 คน สำนักบริหารที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) จำนวน 100 คน และจังหวัดปราจีนบุรี อำเภอกบินทร์บุรี องค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว และองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้างจำนวน  50 คน รวมทั้งสิ้น 250 คน ในการจัดตั้งชุดปฏิบัติการเพื่อดำเนินการเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ให้กลับคืนสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป โดยให้มีการรายงานผลเป็นประจำทุกวัน ออกปฏิบัติงานในทันทีอย่างต่อเนื่องจนกว่าภารกิจจะสำเร็จ

ขุดปมลับล้างใจ ‘เฉลิมชัย-อภิสิทธิ์’ พร้อมจับตาลูกฮึดบ้านใหญ่กู้ซาก ปชป.

สัปดาห์ที่ผ่านมา ลาท่าน บก.ไปทำภารกิจส่วนตัวเสียหลายวัน ไม่ได้ขยับต้นฉบับเลย ขณะที่เหตุบ้านการเมืองก็เปลี่ยนไปเร็ว และบางกรณีก็คาดไม่ถึง เช่นกรณี ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ นอกจากขอถอนตัวจากการลงแข่งขันชิงหัวหน้าพรรคแล้ว ยังประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคกลางวงประชุม 9 ธ.ค.2566 อีกต่างหาก…เซอร์ไพรส์!!

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แวะจอดป้ายเรื่องประชาธิปัตย์ซะเลย...พูดไปก็ต้องบอกว่ามีดรามาเล็ก ๆ ตอนที่ ‘อภิสิทธิ์’ ท้า ‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ คุยกันตัวต่อตัว...ที่ประชุมต้องพักกว่า 10 นาทีให้อดีต ‘คอหอยกับลูกกระเดือก’ เมื่อครั้งอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้า เฉลิมชัยเป็นเลขาพรรค ปี 2556 โน่น…

ไปคุยกันเสร็จแล้ว อภิสิทธิ์ก็มาประกาศถอนตัวจากการถูกเสนอชื่อแข่งขันชิงหัวหน้าพรรค พร้อมลาออกจากสมาชิกพรรค โดยบอกว่าทั้งสองเรื่องมาจากเหตุผลเดียวกัน....ซึ่งถ้าใครที่ดูไลฟ์สดหรือดูเทปการประชุมก็จะได้ยินเต็มสองรูหูว่า..อภิสิทธิ์บอกว่า...

“ยืนยันกับทุกท่านที่นี่ ผมไม่มีพรรคอื่นไม่ไปพรรคอื่น กรีดเลือดมาก็เป็นสีฟ้าจนวันตาย เป็นลูกพระแม่ธรณีที่จะเอาอุดมการณ์ประชาธิปัตย์รับใช้บ้านเมือต่อไป วันข้างหน้าถ้าในพรรคคิดว่าผมจะเป็นประโยชน์มาช่วยได้ ผมก็คงไม่ปฏิเสธ แต่วันนี้เพื่อให้ท่านมีสถานะและจะมีอำนาจในการบริหารต่อไป ทำงานด้วยความสบายใจ ทำงานตามแนวทางอย่างเต็มที่ไม่ต้องหวาดระแวงเรื่องผม เรื่องใครใด ๆ ทั้งสิ้นก็ขออนุญาตที่จะลาออก...”

ตรงนี้ชัดแจ้งว่า ‘อภิสิทธิ์’ ลาออกเพื่อให้ทีมของเฉลิมชัยทำงานได้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวทีมอภิสิทธิ์จะไปเลื่อยขาเก้าอี้...

ทั้งนี้ ขอเท้าความกันอีกสักนิดว่า...เมื่อตอนที่อภิสิทธิ์ลาออกจากหัวหน้าพรรค เพราะพ่ายศึกเลือกตั้งปี 2562 และไม่เห็นด้วยที่จะไปร่วมรัฐบาลกับ ‘ลุงตู่’ ต่อมา ‘จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์’ ก็ขึ้นมานำพรรคจากการสนับสนุนของ ‘ชวน-บัญญัติ-อภิสิทธิ์’ โดยเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นเลขาพรรคสืบเนื่อง แต่การทำงานของ ‘จุรินทร์’ กับเฉลิมชัยนั้นไม่เข้าขากันเท่าที่ควร ไม่เป็นคอหอยกับลูกกระเดือก…

มีอยู่บางช่วงสมาชิกพรรคไม่พอใจ ‘จุรินทร์’ ก็คิดก่อการให้ ‘อภิสิทธิ์’ คัมแบ็ก...ด้วยการให้กรรมการบริหารพรรคลาออก โดยเฉพาะช่วงที่เกิดกรณี ‘ปริญญ์ พานิชภักดิ์’ เรื่องการคุกคามทางเพศ...แต่อภิสิทธิ์ไม่เล่นเกมนี้ด้วย...จนกระทั่ง ปชป.แพ้เลือกตั้ง 14 พ.ค.2566 แบบยับเยิน...‘จุรินทร์’ ลาออกจากหัวหน้า… ‘เฉลิมชัย’ เองก็ติดกับดักการประกาศเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต...จึงมีกระแสเรียกร้องให้อภิสิทธิ์กลับไปกอบกู้พรรคอีกครั้ง...แต่มุ้งใหญ่ในพรรคคือ สส.ที่หนุนเฉลิมชัย ไม่ตอบรับสูตรอภิสิทธิ์

มีคนกลางพยายามประสานให้เฉลิมชัยคุยกับอภิสิทธิ์เพื่อหาทางออก ประมาณว่าให้อภิสิทธิ์นั่งหัวหน้าพรรค กลุ่มเฉลิมชัยเป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งในทีนี้เป็นที่รู้กันว่าคือ เดชอิศม์ ขาวทอง นั่นเอง...แต่การนัดหมายล้มเหลว...แหละนี่คือ ประเด็นที่อภิสิทธิ์ขอเคลียร์ใจกับเฉลิมชัย

สายข่าวแจ้งว่า...การเคลียร์ใจประเด็นการนัดหมายที่ล้มเหลวใช้เวลาเพียงแป๊บเดียว จากนั้นทั้งสองคุยกันถึงทิศทางพรรคสั้น ๆ เฉลิมชัยยืนยันที่จะทำให้พรรคมีศักดิ์ศรีแม้อาจต้องเข้าร่วมรัฐบาล นอกจากนั้นก็เล่าถึงการทุ่มให้พรรคสุดตัวอยู่คนเดียวตอนเลือกตั้ง 2566…

แม้ว่าดูอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์แล้วอาการน่าเป็นห่วง… ‘อดีต สส.-สมาชิก’ ลาออกตามอภิสิทธิ์กว่าสิบคนแล้ว...แบบว่าไม่ตายแต่ก็ไม่โต...แต่ ‘เสี่ยต่อ’ เฉลิมชัย ก็คงมีลูกฮึดลูกสู้ตามประสาคน ‘ใจถึงพึ่งได้’ สไตล์บ้านใหญ่หาหนทางให้พรรคเดินไปข้างหน้า…

ข่าวแจ้งว่า ‘เสี่ยต่อ’ พยายามจะกวักมือเรียกคนเก่า ๆ ที่ลาออกไปมากอบกู้พรรคกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น สกลธี ภัททิยกุล, อันวาร์ สาและ เป็นต้น...

และหากเป็นไปได้ ‘เฉลิมชัย’ กับคณะก็คงจะปั้นให้ ‘ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์’ เป็นจุดขายเป็นหัวหน้าในการเลือกตั้งสมัยหน้า...

‘เล็ก เลียบด่วน’ ไม่ได้ปรามาสใคร...แต่ต้องบอกว่า ถ้ามองไปข้างหน้า เลือกตั้งสมัยหน้า โอกาสที่ประชาธิปัตย์จะได้น้อยกว่าเดิม 25 เสียง สูงมาก…

และวันนั้นแหละอาจเป็นโอกาสสุดท้ายของ ‘อภิสิทธิ์’ ที่จะกลับมากอบกู้พระแม่ธรณี..!!

'รมว.ท่องเที่ยว' เผย!! จีนเริ่มกลับมาเที่ยว สัปดาห์ที่ผ่านมาเข้าไทยทะลุ 1 แสนคน ชี้!! แรงหนุนจาก 'คอนเสิร์ต เจย์ โจว' ส่วนภาพรวม นทท.แตะ 25.7 ล้านคนแล้ว

(13 ธ.ค.66) นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา เผยในสัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากจากสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนขยับขึ้นมาเป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นอันดับที่ 1 จำนวน 100,704 คน หรือเพิ่มขึ้น 23,861 คน จากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยมีปัจจัยจากการจัดคอนเสิร์ต เจย์ โจว ที่ดึงดูดแฟนคลับจากต่างประเทศโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน อีกทั้งการมีวันหยุดต่อเนื่องในรัฐสลังงอร์ของมาเลเซีย ส่งผลให้ในภาพรวมสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 655,653 คน โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน มาเลเซีย รัสเซีย เกาหลีใต้ และอินเดีย ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจีน มาเลเซีย อินเดีย และเกาหลีใต้ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า ร้อยละ 31.05 ร้อยละ 22.98 ร้อยละ 9.25 และร้อยละ 7.51 ตามลำดับ ในขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซียปรับตัวลดลง ร้อยละ 0.64

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าสื่อไต้หวันได้นำเสนอข่าวการปฏิเสธการรักษานักท่องเที่ยวชาวไต้หวันที่ถูกรถชนระหว่างท่องเที่ยวในประเทศไทย จนเป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวเสียชีวิต ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ TAC และตำรวจท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกในการประสานงานกับญาติผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ ยังได้เร่งการหารือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อจัดหาประกันภัยอุบัติเหตุให้แก่นักท่องเที่ยว และแนวทางการป้องกันเหตุดังกล่าวต่อไป

สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 11 ธ.ค. 66 พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดทั้งสัปดาห์ (4 ธ.ค. - 10 ธ.ค. 66) จำนวนทั้งสิ้น 655,653 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 61,619 คน คิดเป็นร้อยละ 10.37 คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 93,665 คน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 66 ที่ผ่านมา ทั้งสิ้น 25,736,865 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว 1,098,082 ล้านบาท โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจากจีน เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยมากที่สุดจำนวน 100,704 คน รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย (94,513 คน) รัสเซีย (42,166 คน) เกาหลีใต้ (40,572 คน) และอินเดีย (39,053 คน)

'นายกฯ' ลั่น!! ไม่นิ่งนอนใจ หลัง PM 2.5 รุนแรงขึ้น ชี้!! กองทัพมีส่วนช่วยตลอด-ทุกภาคส่วนร่วมเร่งแก้

(13 ธ.ค. 66) ที่ศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทค บางนา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ กทม.และปริมณฑล จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ว่า “ทราบดีอยู่ และเป็นห่วงอยู่ ได้เรียกเจ้าหน้าที่มาสั่งการว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป แต่ตรงนี้มันก็เป็นทุกปี ซึ่งเราเองไม่ได้นิ่งนอนใจ น่าจะทราบว่าเราได้มีการคิกออฟไปแล้ว โดยเฉพาะการรณรงค์ไม่เผาป่า เราทราบดีว่าค่าฝุ่นมันจะต้องขึ้นมาสูง ซึ่งเราไม่ได้ยอมแพ้หรือนิ่งนอนใจ จะพยายามที่จะจัดการต่อไป”

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อมีการคิกออฟไปแล้วในพื้นที่ต่างจังหวัดอย่าง จ.เชียงใหม่ แต่ที่ กทม.มีความแตกต่างกัน จะมีแนวทางหรือเรียกหน่วยงานมาสั่งการเรื่องนี้อย่างไร? นายเศรษฐา กล่าวว่า “จริงๆ มันเกิดจากการเผาด้วย ภาคกลางก็มีการเผาซากของพืชผลผลิตต่างๆ เหมือนกัน ตอนนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปดูแลอยู่ด้วย”

เมื่อถามว่า นายกฯ เคยระบุว่าจะให้ทางกองทัพเข้ามาช่วยเหลือ ตอนนี้ทางกองทัพได้เข้ามาดำเนินการอย่างไรบ้าง? นายเศรษฐา กล่าวว่า “กองทัพได้เข้ามาช่วยเหลือตลอด ทางภาคเหนือตนได้คุยกับแม่ทัพภาคที่ 3 และทางผู้บัญชาการทหารสูงสุดเพื่อให้ช่วยดูแลเฝ้าระวังเรื่องการเผาป่า”

เมื่อถามว่า จะต้องมีการพูดคุยกับภาคอุตสาหกรรม ภาคคมนาคมขนส่งด้วยหรือไม่? นายเศรษฐา กล่าวว่า “วันนี้ก็เป็นการให้องค์ความรู้อย่างหนึ่ง ซึ่งในการสัมมนาวันนี้ก็เป็นการทำให้ทุกคนทราบว่าปัญหานี้มันเกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน ทุกคน ดังนั้น ทุกคนต้องมีส่วนในการร่วมรับผิดชอบที่จะทำให้มันน้อยลงไป”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับรายงานเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือประสานเพื่อให้มีการลดการเผาหรือไม่? นายกฯ กล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ทั้งเมียนมาและสปป.ลาวก็เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งเราก็พูดมาทุกปี ซ้ำแล้วซ้ำอีก เจอแล้วเจออีก แต่ทาง สปป.ลาวเราคุยกันดีมาตลอดเวลา ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวเฉพาะ สปป.ลาวอย่างเดียว ยังมีภาคเอกชนไปจ้างให้มีการปลูกพืชผลที่นั่นด้วยเช่นกัน จึงมีการพูดว่าถ้าอย่างนั้นถ้าจะนำพืชผลเข้ามาขายในประเทศไทย ถ้ามีการเผาที่เป็นซากหรืออยู่ที่ สปป.ลาวก็ต้องเสียภาษี เพราะฉะนั้นจะต้องมีการบริหารจัดการตรงนี้ให้ได้ และต้องพูดคุย ถือเป็นเรื่องที่รุนแรงพอสมควร ส่วนที่เมียนมาก็ต้องให้ฝ่ายทหารเข้าไปพูดคุยด้วย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเขาเผาป่าแต่สร้างปัญหาในบ้านเรา แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามพูดคุยตลอดเวลา”

เมื่อถามถึงมาตรการภาษีที่จะเก็บจากผู้ประกอบการ? นายกฯ กล่าวว่า “สมมติว่ามีการไปปลูกข้าวโพดที่ สปป.ลาว  และมีการนำกลับเข้ามา แล้วถ้าเราพิสูจน์ได้ว่ามีการเผาก็จะมีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มกับผู้ประกอบการ และนำเงินดังกล่าวมาช่วยในการหยุดไฟป่าหรือการบำบัดซากพืชผลการเกษตรไปพัฒนาทำอย่างอื่นได้ เช่น เรื่องของการขนส่ง และเชื่อว่าทุกคนจะขานรับในการข้อเสนอดังกล่าว เพราะปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ ทั้งเจ้าของกิจการ ลูกหลาน ต่างได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้น เชื่อว่าทุกคนพยายามแก้ปัญหาเรื่องนี้กันอยู่”

ยอดนำเข้า ‘ทุเรียนเวียดนาม’ สู่ ‘จีน’ พุ่งทะยานต่อเนื่อง หลังศุลกากรเปิดช่องทางพิเศษ หนุนการค้าทวิภาคีเติบโต

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 66 สำนักข่าวซินหัว, หนานหนิง รายงานข่าว ‘ด่านโหย่วอี้กวน’ ซึ่งเป็นด่านนำเข้าทุเรียนขนาดใหญ่ที่สุดของจีนในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ และคุ้นเคยกับการนำเข้าทุเรียนจาก ‘ไทย’ เป็นหลัก ได้รับรองการนำเข้าทุเรียนจาก ‘เวียดนาม’ นับตั้งแต่มีการอนุญาตทุเรียนเวียดนามเข้าถึงตลาดจีนเมื่อปีก่อน

‘หนงหลี่ชิง’ ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทนำเข้าและส่งออกแห่งหนึ่งในเมืองผิงเสียงของกว่างซี ซึ่งเป็นที่ตั้งของด่านบกโหย่วอี้กวน สามารถประสานงานขนส่งทุเรียนสดใหม่ถึงมือลูกค้าในมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ที่อยู่ใกล้เคียง และมณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีนอย่างรวดเร็ว

“ปีนี้เรานำเข้าทุเรียนมากกว่า 1,600 ตู้คอนเทนเนอร์แล้วเมื่อนับถึงเดือนธันวาคม โดยนอกจากไทย เราได้เริ่มนำเข้าทุเรียนจากเวียดนามด้วย” หนงกล่าว พร้อมเสริมว่าปัจจุบันมีการนำเข้าทุเรียนหลายสิบตู้คอนเทนเนอร์ในแต่ละวัน

อนึ่ง จีนนำเข้าทุเรียนในปี 2022 รวม 825,000 ตัน โดยข้อมูลศุลกากรระบุว่าการนำเข้าทุเรียนครองอันดับหนึ่งในหมู่ผลไม้นำเข้าของจีน คิดเป็นมูลค่า 4.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.43 แสนล้านบาท)

สำหรับทุเรียนเวียดนาม ซึ่งเป็นที่รู้จักว่ามีฤดูเก็บเกี่ยวยาวนานกว่าและราคาถูกกว่า ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงตลาดจีน ภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ในปี 2022 โดยปัจจุบันจีนกลายเป็นตลาดส่งออกทุเรียนแห่งหลักของเวียดนาม

“สักสิบกว่าปีก่อน ผลไม้จากประเทศอาเซียนอย่างทุเรียน มังคุด และมะพร้าว ถือเป็นของหายากในจีน แต่ตอนนี้พบเจอได้ตามแผงขายผลไม้ในแทบทุกเมืองใหญ่และมีราคาย่อมเยามากขึ้น” หวังเจิ้งโป๋ ประธานบริษัทผลไม้ในกว่างซี กล่าว

บริษัทของหวังก้าวเข้าแวดวงการนำเข้าทุเรียนเวียดนาม และลงนามสัญญากับสวนทุเรียนหลายแห่งในเวียดนาม ซึ่งมีพื้นที่รวมเกือบ 3,000 เฮกตาร์ (ราว 18,750 ไร่) เมื่อปีก่อน โดยหวังเผยว่าปีนี้มีแผนนำเข้าทุเรียนเวียดนามมากกว่า 3,000 ตู้คอนเทนเนอร์ หรือ 60,000 ตัน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดจีน

‘ด่ง กวาง หาย’ นักธุรกิจชาวเวียดนามที่ทำธุรกิจเพาะปลูกทุเรียนในเวียดนามมานานนับสิบปี กล่าวว่าทุเรียนเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในจีน มีความต้องการจากผู้บริโภคและศักยภาพทางการตลาดสูงมาก

ปัจจุบันด่านโหยวอี้กวนกลายเป็นด่านบกสำหรับการแลกเปลี่ยนทางพรมแดน ระหว่างจีนและเวียดนามที่คึกคักและสะดวกมากที่สุด โดยสถานีตรวจสอบชายแดนขาเข้า-ขาออกที่ด่านโหยวอี้กวนได้รับรองยานพาหนะเข้าและออกในปีนี้ 400,000 คัน เมื่อนับถึงวันอังคารที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 122 เมื่อเทียบปีต่อปี

‘ถังซาน’ หัวหน้าศุลกากรด่านโหยวอี้กวน ระบุว่า ด่านโหยวอี้กวนเป็นด่านบกขนาดใหญ่ที่สุดสำหรับส่งออกผลไม้เวียดนามสู่จีน มีรถบรรทุกขนส่งทุเรียน แก้วมังกร ขนุน และผลไม้อื่นๆ ของเวียดนามเข้าทำพิธีศุลกากรช่วงในฤดูกาลวันละเกือบ 300 คัน และมีการขนส่งทุเรียนเวียดนามช่วงนอกฤดูกาลวันละมากกว่า 30 ตู้คอนเทนเนอร์

“เราเริ่มนำเข้าทุเรียนจากเวียดนามเมื่อปีก่อน ทุเรียนเป็นหนึ่งในสินค้าผลไม้นำเข้าที่ขายดีที่สุด มีการจัดจำหน่ายทางออฟไลน์และออนไลน์ทั่วประเทศ” ‘ฟางช่วงเฉวียน’ ผู้ค้าผลไม้ในเมืองผิงเสียงกล่าว

โดยข้อมูลจากศุลกากรหนานหนิง ระบุว่า มูลค่าสินค้านำเข้าจากเวียดนามผ่านด่านโหยวอี้กวน ช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคมของปีนี้ รวมอยู่ที่ 9.14 หมื่นล้านหยวน (ราว 4.47 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 271.8 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการนำเข้าผลไม้เวียดนาม 1.17 หมื่นล้านหยวน (ราว 5.73 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 637.9 โดยมูลค่าการนำเข้าทุเรียนรวมอยู่ที่ 1.11 หมื่นล้านหยวน (ราว 5.43 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 3,084.2

การค้าทวิภาคีด้านผลิตภัณฑ์การเกษตรบนพรมแดนจีน-เวียดนาม ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยอานิสงส์จากการอนุมัตินำเข้าผลิตภัณฑ์การเกษตรหลายรายการจากเวียดนามสู่จีน กอปรกับการส่งออกผักผลไม้ที่มีคุณภาพจากกว่างซีสู่ตลาดเวียดนาม

นอกจากด่านโหยวอี้กวนแล้ว ด่านเหอโข่วในมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ยังกลายเป็นด่านนำเข้าทุเรียนยอดนิยมของจีน นับตั้งแต่มีการอนุมัตินำเข้าทุเรียนผ่านด่านเหอโข่วเมื่อเดือนเมษายนปีนี้

‘ฟู่จิง’ ผู้ค้าผลไม้จากมณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งคลุกคลีอยู่ในแวดวงการค้าผลไม้นำเข้ามานานมากกว่า 10 ปี ได้เริ่มนำเข้าทุเรียนจากเวียดนามเมื่อไม่นานนี้เช่นกัน โดยฝูบอกว่าขั้นตอนพิธีการศุลกากรที่สะดวกรวดเร็วของด่านเหอโข่วเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราเลือกนำเข้าทุเรียนเวียดนาม

‘เหยาฉี’ ตำรวจหญิงประจำสถานีตรวจสอบชายแดนขาเข้า-ขาออกเหอโข่ว เผยว่า การนำเข้าทุเรียนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากดึงดูดผู้คนมายังด่านเหอโข่วเพิ่มขึ้น มีบริษัทจำนวนมากเข้ามาตั้งสาขา หรือสำนักงานในอำเภออันเป็นที่ตั้งของด่านเหอโข่ว

ปัจจุบันด่านเหอโข่วรับรองยานพาหนะเข้าและออกเฉลี่ยวันละราว 700 คัน และจัดตั้งช่องทางด่วนสำหรับการทำพิธีการศุลกากร ของผลิตภัณฑ์การเกษตรและผลิตภัณฑ์ปลีกย่อย รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพของขั้นตอนพิธีการศุลกากรอย่างต่อเนื่อง

Google เผย 18 หมวดหมู่ คำค้นหายอดนิยม-กระแสแห่งปี 2023  สงคราม 'อิสราเอล-ฮามาส-กาซา' มาแรงในหมวดข่าว

‘Google Search’ ในปีนี้ก็เดินทางมาถึงปีที่ 25 และทาง Google ก็ได้เปิดเผยคำค้นหายอดนิยม และเป็นกระแสประจำปี 2023 ทั้งหมด 18 หมวดหมู่ ดังนี้

>> News (ข่าว)
-War in Israel and Gaza
-Titanic submarine
-Turkey earthquake
-Hurricane Hilary
-Hurricane Idalia
-Hurricane Lee
-Maine shooting
-Nashville shooting
-Chandrayaan-3
-War in Sudan

>>People (บุคคล)
-ดามาร์ แฮมลิน (Damar Hamlin)
-เจเรมี เรนเนอร์ (Jeremy Renner)
-แอนดรูว์ เทต (Andrew Tate)
-คีเลียน เอ็มบัปเป้ (Kylian Mbappé)
-ทราวิส เคลซี (Travis Kelce)
-เจนน่า ออร์เทกา (Jenna Ortega)
-ลิล เทย์ (Lil Tay)
-แดนนี่ มาสเตอร์สัน (Danny Masterson)
-เดวิด เบคแฮม (David Beckham)
-เปโดร ปาสคาล (Pedro Pascal)

>>Passings (บุคคลที่เสียชีวิตแล้ว)
-แมทธิว เพอร์รี (Matthew Perry)
-ทีน่า เทิร์นเนอร์ (Tina Turner)
-ซิเนด โอคอนเนอร์ (Sinéad O’Connor)
-เคน บล็อค (Ken Block)
-เจอร์รี่ สปริงเกอร์ (Jerry Springer)
-แองกัส คลาวด์ (Angus Cloud)
-นิโคลา บูลลีย์ (Nicola Bulley)
-เจน เบอร์กิ้น (Jane Birkin)
-จิมมี่ บัฟเฟตต์ (Jimmy Buffett)
-แลนซ์ เรดดิก (Lance Reddick)

>>Actors (นักแสดง)
-เจเรมี เรนเนอร์ (Jeremy Renner)
-เจนน่า ออร์เทกา (Jenna Ortega)
-เอนโนสุเกะ อิชิคาว่า (市川 猿之助 : Ichikawa Ennosuke IV)
-แดนนี่ มาสเตอร์สัน (Danny Masterson)
-เปโดร ปาสคาล (Pedro Pascal)
-เจมี ฟ็อกซ์มอร์ เวิร์ต (Jamie Foxxmore vert)
-เบรนแดน เฟรเซอร์ (Brendan Fraser)
-รัสเซล แบรนด์ (Russell Brand)
-เคียรา แอดวานี (Kiara Advani)
-แมตต์ ไรฟ์ (Matt Rife)

>>Athletes (นักกีฬา)
-ดามาร์ แฮมลิน (Damar Hamlin)
-คีเลียน เอ็มบัปเป้ (Kylian Mbappé)
-ทราวิส เคลซี (Travis Kelce)
-จา โมแรนต์ (Ja Morant)
-แฮร์รี เคน (Harry Kane)
-โนวัค ยอโควิช (Novak Djokovic)
-คาร์ลอส อัลการาซ (Carlos Alcaraz)
-ราชิน ราวินทรา (Rachin Ravindra)
-ชับแมน กิลล์ (Shubman Gill)
-ไครี เออร์วิง (Kyrie Irving)

>>Games (เกม)
-Hogwarts Legacy
-The Last of Us
-Connections
-Battlegrounds Mobile India
-Starfield
-Baldur’s Gate 3
-スイカ ゲーム
-Diablo IV
-Atomic Heart
-Sons of the Forest

>>Movie (ภาพยนตร์)
-Barbie
-Oppenheimer
-Jawan
-Sound of Freedom
-John Wick: Chapter 4
-Avatar: The Way of Water
-Everything Everywhere All at Once
-Gadar 2
-Creed III
-Pathaan

>>Musicians (นักดนตรี)
-ชากีรา (Shakira)
-เจสัน อัลเดียน (Jason Aldean)
-โจ โจนาส (Joe Jonas)
-Smash Mouth
-เปปปิโน ดิ คาปรี (Peppino di Capri)
-จีโน่ เปาลี (Gino Paoli)
-ทอม เคาลิทซ์ (Tom Kaulitz)
-เคลลี พิคเลอร์ (Kellie Pickler)
-โจเซ หลุยส์ เปราเลส(José Luis Perales)
-แอนนา ออกซา (Anna Oxa)

>>Recipe (สูตรอาหาร)
-Bibimbap
-Espeto
-Papeda
-Scooped bagel
-Pasta e fagioli
-Coronation quiche
-Tacacá
-Black cake
-Ashure
-Smelt

>>Songs (เพลง)
-アイドル – Yoasobi
-Try That In A Small Town – Jason Aldean
-Bzrp Music Sessions, Vol. 53 – Shakira and Bizarrap
-Unholy – Sam Smith and Kim Petras
-Cupid – FIFTY FIFTY
-ERE – Juan Karlos
-Kill Bill – SZA
-Rich Men North of Richmond – Oliver Anthony
-Pasilyo – SunKissed Lola
-Seven – Jungkook

>>Sports Teams (ทีมกีฬา)
-Inter Miami CF
-Los Angeles Lakers
-Al-Nassr FC
-Manchester City F.C
-Miami Heat
-Texas Rangers
-Al Hilal SFC
-Borussia Dortmund
-คริกเกต ทีมชาติอินเดีย
-Boston Bruins

>>TV Shows (รายการโทรทัศน์)
-The Last of Us
-Wednesday
-Ginny & Georgia
-One Piece
-Kaleidoscope
-King the Land
-The Glory
-That ’90s Show
-The Fall of the House of Usher
-Shadow and Bone

>>Hum to Search : Top Songs (ค้นหาเพลงด้วยการฮัมเสียง และทำนองเพลง)
-Bones – Imagine Dragons
-Kesariya – Arijit Singh
-アイドル – YOASOBI
-Maan Meri Jaan – King
-Believer – Imagine Dragons
-Mockingbird – Eminem
-Until I Found You – Stephen Sanchez
-Pasoori – Ali Sethi
-Shinunoga E-Wa – Fujii Kaze
-Instasamka / Turn Off The Phone / Tik Tok Version – Pablix
.
>>Google Maps : Top Parks (สวนที่ถูกค้นหามากที่สุด)
-Park Güell, Barcelona, Spain
-Central Park, New York, New York
-Hyde Park, London, United Kingdom
-El Retiro Park, Madrid, Spain
-Villa Borghese, Rome, Italy
-Nara Park, Nara, Japan
-Cubbon Park, Bengaluru, India
-Red Rocks Park and Amphitheatre, Morrison, Colorado
-Parque Ibirapuera, São Paulo, Brazil
-Bryant Park, New York, New York

>>Google Maps : Top Stadiums (สนามกีฬาที่ถูกค้นหามากที่สุด)
-Spotify Camp Nou, Barcelona, Spain
-Santiago Bernabéu Stadium, Madrid, Spain
-Wembley Stadium, London, United Kingdom
-Tokyo Dome, Tokyo, Japan
-San Siro Stadium, Milano, Italy
-Narendra Modi Stadium, Ahmedabad, India
-Madison Square Garden, New York, New York
-Tottenham Hotspur Stadium, London, United Kingdom
-Stade de France, Saint-Denis, France
-Emirates Stadium, London, United Kingdom

>>Google Maps : Top Museums (พิพิธภัณฑ์ที่ถูกค้นหามากที่สุด)
-Louvre Museum, Paris, France
-The British Museum, London, United Kingdom
-Musée d’Orsay, Paris, France
-Natural History Museum, London, United Kingdom
-teamLab Planets, Tokyo, Japan
-Rijksmuseum, Amsterdam, Netherlands
-Museo Nacional del Prado, Madrid, Spain
-Van Gogh Museum, Amsterdam, Netherlands
-American Museum of Natural History, New York, New York
-Anne Frank House, Amsterdam, Netherlands

>>Google Lens : Top Categories (หมวดหมู่ที่ถูกค้นหามากที่สุด)
-Translate
-Arts & Entertainment
-Text
-Education
-Shopping
-Home & Garden
-Science
-Barcode
-Beauty & Fitness
-Hardware

>>Google Lens : Top Apparel (เครื่องแต่งกายที่ถูกค้นหามากที่สุด)
-Shirt
-Outerwear
-Footwear
-Dress
-Pants
-Skirt
-Shorts
-Romper
-Jumpsuit
-Sweater

‘นายกฯ เศรษฐา’ ยัน!! กดค่าไฟต่ำกว่า 4.20 บ./หน่วย เร่งดูเรื่องโครงสร้าง-แผนบูรณาการ ‘ลดค่าไฟ’ ระยะยาว

(13 ธ.ค. 66) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้ตอบคำถามเวที Dailynews Talk 2023 ที่ส่วนหนึ่งจากคำถามคนไทย : ความคืบหน้ามาตรการนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท, เงื่อนไขมีอย่างไรบ้าง, แจกแบบถ้วนหน้าหรือเฉพาะกลุ่ม, งบประมาณ 5.6 แสนล้านบาท เอามาจากไหน?

นายกฯ เศรษฐาตอบ : ตามที่ได้ออกแบบผ่านกลไกให้ตรวจสอบได้ ผ่านทั้งคณะกรรมการกฤษฎีกา ผ่านสภาฯ เพื่อให้ฝ่ายบริหารถูกซักถาม และให้สังคมหมดข้อกังวล โดยจะเริ่มอย่างเร็วที่สุดในเดือนพ.ค.67 แต่ในความคิดของผมอยากให้เร็วกว่านี้ แต่เพื่อให้ถูกต้อง และสบายใจ จะเริ่มเงินดิจิทัลได้คือ เดือนพ.ค.67

ส่วนแหล่งเงินที่ใช้ในโครงการเงินดิจิทัลนั้น นายกฯ ตอบว่า จะออกเป็นพ.ร.บ.เงินกู้ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินดิจิทัลวอลเล็ตอย่างเดียว โดยจะมีการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยอีก 100,000 แสนล้านบาท เพื่อนำไปดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย และทำควบคู่กันไปกับดิจิทัลวอลเล็ต

ขณะที่เงื่อนไขดิจิทัลวอลเล็ตที่ออกมา คือ ต้องไม่มีเงินฝากเกิน 500,000 บาท และเงินเดือนต้องไม่เกิน 70,000 บาท เป็นข้อคิดเห็นโดยนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ควรได้ทั้งหมด คนรวยไม่ควรได้ ซึ่งตอนนี้ล่าช้าออกไปเพราะกำลังดูว่า คนรวยคืออะไร แค่ไหนถึงรวย ยังไม่มีใครบอกได้ ถึงจุดหนึ่งต้องฟันธงใครได้หรือไม่ได้อย่างไร

ด้านหนี้สาธารณะที่จะเพิ่มขึ้นนั้น ยอมรับว่าจะเพิ่มขึ้นบ้าง จากหนี้สาธารณะ 62% เป็น 64.8% ต่อจีดีพี ซึ่งยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง โดยจะเป็นหนี้สาธารณะส่วนหนึ่ง มีการใช้หนี้ต่อไป แต่ก็มีเรื่องการกระตุ้นลงทุนต่างประเทศ เปิดการลงทุน การค้า เพื่อให้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) สูงขึ้น และทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะลดลงได้ เป็นหนึ่งในอีกหลายนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม

“เงินดิจิทัลกว่า 5 แสนล้านบาท ตัวคูณทางเศรษฐกิจ ทางผู้ว่าการธปท.ได้ให้ความเห็น ผมก็เห็นด้วยและถูกต้อง ถ้ามีเงินเยอะ ถ้าแจกคนรวยไป ผลคูณต่อเศรษฐกิจจะต่ำ ถ้าคนรายได้น้อยจะมีตัวคูณต่อเศรษฐกิจสูง แต่อีกมิติหนึ่งคือ ถ้าเริ่ม 1 พ.ค.67 มีกว่า 5 แสนล้านบาท จะส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมเพราะจะเร่งการผลิต มีรายได้เพิ่ม มีผลิตผลเพิ่มขึ้น เชื่อว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ และต้องใช้ให้หมดภายใน 6 เดือน จำกัดพื้นที่ จะมีความเจริญในพื้นที่ ภายใน 1 อำเภอ ซึ่งจากที่ลงพื้นที่มั่นใจว่าประชาชนต้องการส่วนนี้”

คนไทยถาม : ชาวบ้านอยากให้รัฐบาลลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ค่าน้ำมัน / ค่าก๊าซหุงต้ม / ค่าไฟฟ้า มากกว่าในปัจจุบันได้หรือไม่ / เพราะอะไร?

นายกฯ เศรษฐาตอบ : ในเรื่องราคาน้ำมันปรับตามราคาตลาดโลกอยู่แล้ว ส่วนเรื่องค่าไฟในเวลานี้กำลังดูแลด้านพลังงานให้ประชาชนอยู่ จะดูแลให้ค่าไฟต่ำกว่า 4.20 บาทต่อหน่วย เชื่อว่าภาคอุตสาหกรรมจะพอใจ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดูแลพี่น้องประชาชน จะทำอย่างเต็มที่ ในเบื้องต้นค่าไฟจะต่ำกว่าหน่วยละ 4.20 บาท และในระยะยาวต้องดูเรื่องโครงสร้างทั้งหมดและต้องบูรณาการร่วมกัน

“ไม่ใช่แค่เรื่องค่าไฟ โดยต้องสนับสนุนให้เกิดพลังงานสะอาดเป็นเรื่องสำคัญ ต้องการสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนทำโซลาร์รูฟ ทำแล้วสามารถนำมาขายได้ และทำให้พลังงานสะอาดขึ้นด้วย ในเรื่องพลังงานไม่ใช่แค่ค่าไฟ แต่เป็นเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย”

สุดท้ายในเรื่องสำคัญที่ทุกคนตั้งตารอ คือ ใกล้จะปีใหม่แล้ว ท่านนายกฯ มี ‘ของขวัญพิเศษ’ ให้กับคนไทยทั้งประเทศได้เซอร์ไพรส์ไหม?

นายกฯ เศรษฐาตอบ : ผมว่ารัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ความสุขของพี่น้องประชาชน สิ่งที่ประชาชนอยากได้ ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ตระหนักดีถึงเรื่องนี้ จริง ๆ ไม่ใช่แค่ขึ้นค่าแรง ราคาพืชผล อากาศสะอาด เท่านั้น เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล เป็นสิ่งที่รัฐบาลนี้ต้องทำให้ได้

“ให้คำมั่นว่ารัฐบาลนี้จะเอาความต้องการของพี่น้องประชาชน จะเอาปัญหาพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ครม.ทุกท่านจะทำงานอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ จะนำปัญหาต่าง ๆ ที่พูดคุยกันในพื้นที่เอามาแก้ไขทุกปัญหาของพี่น้องประชาชนให้ได้”

‘พระราชาจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก’ ร่วมงานสมโภชน์ พระราชทานพระนามแก่พระราชธิดา 'เจ้าฟ้าหญิงโซนัม ยังเดน วังชุก'

(13 ธ.ค.66) สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินี เจตซุน เปมา วังชุกแห่งภูฏาน พร้อมด้วยพระโอรส เจ้าฟ้าชายจิกมี นัมเกล มกุฎราชกุมาร และเจ้าฟ้าชายอุกเยน เสด็จพระราชดำเนินร่วมงานสมโภชน์ และ พระราชทานพระนามแก่พระราชธิดา เจ้าฟ้าหญิงโซนัม ยังเดน วังชุก ซึ่งทรงประสูติ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2023

โดยพระนามของ ‘เจ้าฟ้าหญิงโซม ยังเดน วังชุก’ นั้นมีความหมายดีๆ ดังต่อไปนี้ ‘โซนัม’ เป็นชื่อของชาวภูฏานที่แสดงถึงบุญ อายุยืนยาว และโชคลาภ ส่วนคำว่า ‘ยังเดน’ หมายถึงอัญมณีอันล้ำค่า ความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นอยู่ที่ดี

สำหรับพิธีดังกล่าวถูกจัดขึ้นที่ป้อมปราการทาชิโชซอง กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน ในการนี้ยังได้รับเกียรติจากสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก ทรงมาเป็นประธานในพิธีพร้อมด้วย สมเด็จพระบรมราชินีนาก ดรุก กยัลโป และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จร่วมในพิธีอีกด้วย

‘ญี่ปุ่น’ เครียด!! ปลาตายเกลื่อนหาดหลายพันตัน หลังปล่อยน้ำจากฟุกุชิมะ ด้าน ‘นักวิจัย’ คาด ปลาอาจเกิดภาวะช็อกน้ำ ระหว่างการอพยพถิ่นฐาน

(12 ธ.ค. 66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีปลาซาร์ดีนและปลาแมคเคอเรลจำนวนมากถูกคลื่นซัดมาเกยชายหาดที่เกาะฮอกไกโด ทางภาคเหนือสุดของญี่ปุ่นเมื่อไม่กี่วันก่อน จนสร้างความตื่นตะลึงว่ากำลังก่อให้เกิดความสงสัยและความกังวลใจตามมา เนื่องจากปรากฏการณ์ปลาซาร์ดีนและปลาแมคเคอเรลตายเกลื่อนชายหาดมากมายมหาศาลขนาดนี้ และยังไม่ทราบสาเหตุ เกิดขึ้นเพียงแค่ราว 3 เดือน หลังจากทางการญี่ปุ่นตัดสินใจให้ปล่อยน้ำบำบัดกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิมะ ลงสู่ทางทะเลและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

ขณะเดียวกัน กรณีดังกล่าวสร้างความตื่นตะลึง ก่อให้เกิดความสงสัยและความกังวลใจของประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะมีซากปลาคาดว่ามีน้ำหนักรวมหลายพันตัน ถูกคลื่นซัดเข้าฝั่งจนลอยเป็นแพสีเงินเหนือผิวน้ำทะเลริมชายหาด เป็นระยะทางยาวถึงเกือบ 2 กม.

อย่างไรก็ตาม ทางนักวิจัยที่สถาบันประมงเมืองฮาโกะดาเตะ ได้แสดงความเห็นถึงกรณีนี้ว่า อาจเกิดขึ้นเนื่องจากปลาเหล่านี้หมดแรงเพราะขาดออกซิเจน ขณะฝูงปลาจำนวนมากกำลังว่ายอยู่ในบริเวณน้ำตื้น หรือปลาอาจจะว่ายมายังเขตน้ำเย็นอย่างกะทันหันระหว่างการอพยพ และเกิดอาการช็อก

นอกจากนี้ ทางเทศบาลเมืองกำลังเร่งหาสาเหตุของปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับฤดูกาลที่ปลาซาร์ดีนจะอพยพจากฮอกไกโดลงไปทางใต้พอดี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top