Saturday, 8 August 2026
Hard News Team

‘สาว’ ไม่ทน!! โร่แจ้งความ ‘ลิงลพบุรี’ หลังชิงถุงของกิน แถมเสียหลักล้มจนสะโพก-เข่าหลุด เตือน!! ปชช.ให้ระวัง

(8 มี.ค.67) จากกรณีเพจ ‘จ่าไอซ์ ทัพฟ้า’ โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า “ลิงลพบุรีสุดท้ายก็เกิดกับครอบครัวผมทั้งที่ระวังสุดๆ แล้ว “ลิงตัวใหญ่กระชากของจากมือจนล้มลงสะโพกกับเข่าน่าจะหลุด” จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์นั้น

ทางผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ น.ส.อริย์กันตา หรืออ้อม กาญจนสินเมธา อายุ 37 ปี ชาวบ้านตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมืองลพบุรี ที่มาขายของตลาดนัดคนเดินสวนราชานุสรณ์ผู้ที่ถูกลิงทำร้ายช่วงค่ำของวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงหัวค่ำก่อนกลับบ้านได้เดินไปซื้อกับข้าว ขณะที่หิ้วของเดินกลับมาที่รถได้ถูกกระแทกกระชากอย่างแรง แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นอะไรก็มีเสียงร้องโวยวายจากชาวบ้านว่าถูกลิงตัวใหญ่ 2 ตัวเข้ามากระชากถุงของกินกับข้าวและได้ยื้อแย่งของกินจนล้มกระแทกได้รับบาดเจ็บ จนทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้มาช่วยนำส่งโรงพยาบาล

ทางนายประดิษฐ์ เกลี้ยงเกลา อายุ 66 ปี ได้เปิดเผยว่า เห็นลิงลพบุรีมาตั้งแต่เกิดและเห็นเหตุการณ์ได้เข้าไปช่วยไล่ลิง เล่าว่าเมื่อก่อนมันไม่เป็นเช่นนี้ลิงน่ารักไม่มากมายขนาดนี้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด เกิดขึ้นมานานนับไม่ถ้วนแทบทุกวันยิ่งที่มีตลาดนัดคนเดินลิงที่อาศัยอยู่ตามตึกกลางเมืองลพบุรีหลายร้อยตัวจะออกมาจ้องมองตามมุมตึกต่าง ๆ โดยอาศัยจังหวะที่คนเดินถือของกินเพลินๆ ก็จะกรูกันออกมาแย่งชิง จนเป็นเรื่องชินตา ครั้งนี้ก้าวร้าวมากคงเป็นจ่าฝูงตัวใหญ่ 2 กลุ่มที่เข้ามาแย่งกระชากจนน้องล้มบาดเจ็บ ซึ่งตนเองมองว่าคงไม่มีหน่วยงานใดทำให้ลิงลดน้อยถอยลงได้เพราะว่าแม่ลิงบางตัวอุ้มลูกน้อย 2-3 ตัว และก็ผสมพันธุ์กันออกลูกทุกวัน เจ้าหน้าที่ฯ ที่เข้ามาจับกรงใหญ่จับลิงได้แค่เพียง 2-3 ตัวจะไปลดลงได้อย่างไร โดยเรื่องนี้ถึงอดีตนายกรัฐมนตรีมาหลายคนและคนปัจจุบันก็รับปากว่าจะช่วยเหลือก็ได้แต่คอยครับ

ทางวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างข้างจุดเกิดเหตุ เล่าว่า เดี๋ยวนี้ลิงฉลาดมากไม่ได้นั่งดักรอคนตามทาง ตามซอกตึกแล้ว มันจะคอยซุ่มอยู่ใต้ท้องรถยนต์คอยวิ่งแย่งของกินจากทางด้านหลัง ส่วนวันธรรมดาที่ไม่มีตลาดนัดลิงจะอาศัยช่วงตอนเย็นแย่งของกินจากนักเรียนที่เดินอยู่ริมฟุตบาท ทุกวันลิงบริเวณนี้จะลงจากตึกมาหาของกันกินตั้งแต่เช้ามืดจนถึง 8 โมงเช้าแล้ว จะกลับไปหาหลบนอนกันที่ร่มเย็นบนตึกพอเวลาประมาณ 4 โมงเย็นช่วงนักเรียนเลิกเรียนจะออกมาหากินแย่งของกินจากเด็กนักเรียน ชาวบ้าน คนต่างถิ่น ที่จะเป็นอาหารพวกเครื่องดื่มที่เดินถือมาไม่ระวังตัว

ด้านแม่ค้าขายลอตเตอรี่ที่คลุกคลีอยู่กับลิงกลุ่มคนรักลิงลพบุรี เล่าว่า ทำไงได้ลิงเขามาอยู่ลพบุรีก่อนคนเมือง โดยที่ไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบใด ๆ เข้ามาบริหารจัดการดำเนินการแต่เนิ่น ๆ จนลิงแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้นแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม จนเกิดปัญหารบกวนชาวบ้านร้านค้า ซึ่งต้องปิดตัวลง ขายกิจการหนีลิงไปหลายราย แต่ตนมองว่าลิงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ไม่ใช่ปัญหาสำคัญอย่างหลายคนอ้าง ที่สำคัญคือหลายร้านหมดสัญญาการเช่าตึกต่างหาก จากเจ้าของขอขึ้นค่าเช่าเพราะจุดที่ลิงอยู่จำนวนมากเช่นหน้าปรางค์สามยอดเขาย้ายออกไปเพราะลิงเยอะจริง แต่เจ้าของตึกเจ้าของร้านจะมาขอขึ้นค่าเช่าจากจุดบริเวณนี้จนเขาทนไม่ไหวต่างหาก ไม่ใช่เพราะลิง เป็นเพราะค่าเช่าที่แพงลิ่วเขารับไม่ไหวย้ายหนี จนดูเหมือนเมืองร้างไป และลิงที่ตรงนี้ไม่ได้ก้าวร้าวทุกตัวขายของตรงนี้มานานกว่า 20 ปี ไม่เคยถูกลิงทำร้ายแม้แต่ครั้งเดียวจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้าน น้องอ้อม ผู้บาดเจ็บจากลิงที่เพิ่งเดินทางกลับมาจาก รพ.พระนารายณ์มหาราช  กล่าวว่า ตกใจมากไม่คิดว่าจะเกิดกับตนเอง เพราะระมัดระวังอย่างดี ครอบครัวมาขายเสื้อผ้าตลาดนัดคนเดินแทบทุกนัด ก่อนกลับบ้านเดินไปซื้อของกิน ขนม ส้มตำ เมื่อฝ่าความมืดมาจะถึงรถที่น้องชายจอดรอ ตนเองคล้ายถูกกระแทก กระชาก คิดว่าถูกชิงทรัพย์ แต่ที่ไหนได้ลิงตัวใหญ่ 2 ตัว รุมกระชากของกิน ซึ่งดูมีพละกำลังมากจนตนเองล้มไม่เป็นท่า ก่อนที่หลายคนจะเข้ามาช่วยเหลือ โดยลิงอาศัยจังหวะความเร็วแย่งของกินไปจนหมดทุกห่อ ก่อนที่กู้ภัยฯ จะเข้ามาช่วยเหลือส่ง รพ.

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าต่อไปจะทำอย่างไร และมีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือบ้าง น้องอ้อม น้องไอซ์ ซึ่งเป็นน้องชายและเป็นคนโพสต์ลงโซเชียล กล่าวว่า ต่อก็ต้องระวังตัวกันมากขึ้นทุกคน ความก้าวร้าวของลิงจุดนี้นับวันยิ่งอันตราย อยากจะไปแจ้งความไว้เพื่อเป็นหลักฐานแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นแจ้งอย่างไรเพราะเขาเป็นลิง ส่วนความรับผิดชอบไม่ต้องพูดถึงไม่รู้ว่าจะไปร้องเรียกเอาผิด เอาความกับใคร จึงอยากจะฝากเตือนพี่น้องประชาชนคนเดินตลาดนัดวันพุธและทุก ๆ วันให้ระมัดระวังการแย่งชิงของกินจากลิง ที่นับวันยิ่งดุร้าย ก้าวร้าวมากขึ้น อาจเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ประกอบกับเขาหิวโซเพราะไม่มีจุดให้อาหาร เขาก็ต้องออกมาหากิน ส่วนตัวเองต้องพักรักษาตัวไปก่อนตามหมอสั่งอีก 15 วัน

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘จ่าไอซ์ ทัพฟ้า’ โพสต์ข้อความระบุว่า “นี่เรามาถึงจุดที่ต้องแจ้งความลิงกันแล้วเหรอเนี่ย โถชีวิต”

‘พีระพันธุ์’ เข้ม!! กฟผ. ร้อนนี้ไฟฟ้าห้ามดับ พร้อมรณรงค์ชวนคนไทยร่วมยึดหลัก 5 ป.

8 มี.ค. 67 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ ได้มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของปี 2567 เมื่อเวลา 19.47 น. ที่ 32,704 เมกะวัตต์ ซึ่งถือว่าค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากฤดูร้อนที่เริ่มต้นเร็วกว่าปกติ และคาดว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าอุณหภูมิเฉลี่ยอาจจะสูงถึง 45 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้มีการใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้เกิด Peak เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 เวลา 21.41 น. ที่ 34,826 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตรวจสอบและดูแลระบบการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม เพื่อมิให้กระทบต่อประชาชนและการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานได้เตรียมออกนโยบาย 5 ป. ได้แก่ ปิด ปรับ ปลด เปลี่ยน ปลูก ซึ่งประกอบด้วย…

1. ปิด : การปิดไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน
2. ปรับ : ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศา
3. ปลด : ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งหลังการใช้งาน
4. เปลี่ยน : หากมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ให้เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากเบอร์ 5
5. ปลูก : ปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นเพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้าน

“ผมได้สั่งการให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เตรียมความพร้อมในการดูแลเรื่องการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในทุกภาคส่วน และจะต้องไม่มีเหตุการณ์ไฟฟ้าดับเกิดขึ้น

ในปีนี้ คาดว่าอุณหภูมิจะร้อนมากกว่าปีที่แล้ว จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าผ่านนโยบาย 5 ป. เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าลง ซึ่งนอกจากจะสามารถลดต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าในภาพรวมได้แล้ว ยังสามารถลดค่าไฟฟ้าของประชาชนได้อีกด้วย

และในช่วงหน้าร้อนนี้ ขอเชิญชวนให้ทุกบ้านล้างแอร์ เพื่อให้แอร์สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ก็จะสามารถลดค่าไฟไปได้อีกทาง” นายพีระพันธุ์ กล่าว

‘อัครเดช’ ดักคอ ‘ฝ่ายค้าน’ อภิปรายทั่วไป ‘2 วันพอ-ขอสาระ’ มั่นใจ!! ‘รมต.รทสช.’ ทุกคน ไม่หวั่นถูกจี้ ผลงานชัด พร้อมชี้แจง

(8 มี.ค.67) ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า การยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ของพรรคฝ่ายค้าน น่าจะยื่นเข้ามาวันที่ 3-4 เมษายน 2567 ที่จะถึงนี้ ก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ ถ้าเป็นตามนี้ น่าจะใช้เวลาอภิปรายเพียงแค่ 2 วัน น่าจะเพียงพอ เนื่องจากรัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้ 6 เดือน และยังไม่สามารถใช้งบประมาณปี 2567 เลย เพราะยังไม่ผ่านการพิจารณาของสภาฯ ในวาระ 2 - 3

ทั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดี ฝ่ายค้านจะได้ใช้เวทีของสภาฯ ชี้แนะและสอบถามการทำงานของรัฐบาล ทั้งการบริหารจัดการงบประมาณ และการบริหารประเทศ สิ่งสำคัญขอร้องให้ฝ่ายค้านนำเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์จริงๆ มาอภิปราย ไม่ต้องมาดรามากลางสภาฯ เพื่อเรียกร้องความเห็นใจ ชี้แนะได้แนะนำรัฐบาลได้ ในมุมมองของฝ่ายค้าน แต่ต้องไม่ดรามา ถึงจะเกิดประโยชน์กับประชาชน

เมื่อถามว่า ในส่วนของ รัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติอาจถูกอภิปรายด้วยกังวลหรือไม่ นายอัครเดช กล่าวว่า ไม่ได้กังวล เนื่องจากการทำงานของรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ ทุกท่านได้ทำงานอย่างเต็มที่และมีผลงาน อีกทั้งรัฐมนตรีทุกท่านของพรรค พร้อมที่จะชี้แจงหากมีการอภิปรายพาดพิงถึงกระทรวงที่รับผิดชอบ และจะได้ถือโอกาสชี้แจงผลงานที่ทำมาในช่วงเวลา 6 เดือนด้วย

เมื่อถามว่า กระทรวงพลังงานอาจจะตกเป็นเป้าหมายในการอภิปรายของฝ่ายค้านด้วย โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ไม่น่าเป็นห่วง รัฐมนตรีของพรรคทำงานอย่างเต็มที่ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในช่วงเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา สังคมก็รับรู้อยู่แล้ว มั่นใจว่าจะตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านในสภาฯได้อย่างแน่นอน เพราะการอภิปรายครั้งนี้ เป็นการอภิปรายทั่วไป จึงจำเป็นต้องซักถามถึงข้อสงสัยต่างๆ ที่ยังไม่เข้าใจ

"ที่ผมบอกว่าให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายในเนื้อหาสาระตรงประเด็นเท่านั้น อย่าเสียเวลาไปดรามาในสภา เนื่องจากเป็นห่วงว่า จะใช้เวลาของสภาฯ เสียเปล่า ที่มีข่าวว่าวิปฝ่ายค้านจะขอเวลาอภิปรายถึง 3 วัน คิดว่าเวลา 2 วันในการอภิปรายสอบถาม และรัฐบาลชี้แจงก็เพียงพอ จึงขอให้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ และมีค่ามากที่สุด อีกทั้งการขอเปิดอภิปรายครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอีกด้วย" โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าว

‘อ.ไชยันต์’ กล่าวถึง ‘ศ.ดร.สมบัติ จันทรวงศ์’ คนแรกที่สะดุดตา ปม ‘ผู้สำเร็จราชการฯ’

จากจุดเริ่มต้นในการทำวิจัยเรื่อง ‘การเมืองในรัชสมัย ร.9’ เพื่อบันทึกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วง 70 ปีแห่งการครองราชย์ ทำให้ อาจารย์ไชยันต์ กับ คณะต้องสำรวจวรรณกรรมเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ เมื่อปี 2560 ณ ห้อง 102 อาคาร 2 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ถูกใช้เป็นประชุม-อ่านหนังสือของ 3 นักวิจัย ประกอบด้วย ศ.ดร.ไชยันต์, ศ.ดร.สมบัติ จันทรวงศ์ และ รศ.ดร.ศุภมิตร ปิติพัฒน์ รวมถึงผู้ช่วยวิจัย

ในระหว่างที่นั่งอ่านหนังสือด้วยกัน ศาสตราจารย์ผู้มีอาวุโสสูงสุดด้วยวัย 70 ปีเศษ ต้องสะดุดตา-สะดุดใจกับข้อความ 6 บรรทัดที่ปรากฏในหน้า 124 ของหนังสือ ‘ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ’ เขียนโดย ผศ.ดร. ณัฐพล ใจจริง (สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน, 2556)

ข้อความตอนหนึ่งระบุว่า…

“ผู้สำเร็จราชการฯ ได้เสด็จเข้ามานั่งเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ประหนึ่งกษัตริย์เป็นประธานประชุมคณะเสนาบดีในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์...”

ศ.ดร.ไชยันต์ กล่าวในครั้งนั้นว่า “อาจารย์สมบัติเป็นคนปิ๊ง ท่านก็สงสัย มันไม่น่า ในฐานะที่ท่านอายุเยอะ ท่านไม่เคยได้ยิน พอไม่เคยได้ยิน ผมก็เลยมีหน้าที่ต้องรับไปสืบค้น” 

และจากวันนั้นถึงวันนี้ก็นำมาสู่ปฏิบัติการพิสูจน์ความจริง-สืบสาวความผิดพลาด ดังที่ปรากฏเป็นข่าวตามหน้าสื่อในปัจจุบัน

เชียงใหม่-สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2567 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่จัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 โดยนายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ชุดปัจจุบัน สมัยที่ 22 เพื่อแถลงผลงานที่ดำเนินการจัดทำในปี 2566 และกิจกรรมต่างๆ ของทางสมาคม ได้รับเกียรติจาก นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุลยเลิศ, ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดเชียงใหม่ ผู้มีเกียรติ ร่วมงานฯ ณ โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่

นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ชุดปัจจุบัน เป็นช่วงระหว่างในปี 2566  ตลอดระยะเวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา ทุกกิจกรรม ทุกโครงการที่เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ของสมาชิกทุกท่านที่จะสามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจ และเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ธุรกิจการท่องเที่ยวสู่ยุคท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืนต่อทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้คำมั่นสัญญาว่าจะทุ่มเทและตั้งใจพัฒนาสมาคมธุรกิจจังหวัดเชียงใหม่ของเราอย่างนี้ต่อไปหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือที่ดีจากสมาชิกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ 

สำหรับงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ชุดปัจจุบัน สมัยที่ 22 ระหว่างปี พ.ศ. 2565 – 2567 ได้มีการแนะนำคณะทำงาน กรรมการ และทีมที่ปรึกษา พร้อมทั้งแถลงผลงาน
ที่ดำเนินการจัดทำในปี 2566 และแถลงนโยบายที่จะดำเนินการในปี 2567 รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ของทางสมาคมฯชี้แจงงบบัญชีรายรับ-รายจ่ายรอบบัญชี 1 ตุลาคม 2565 – 30 กันยายน 2566 ตามลำดับ
นภาพร/เชียงใหม่

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา สนธิกำลังกับตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ รวบเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) , พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 นำกำลัง ตม.จว.สงขลา ผนึกกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะเดา , เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) บช.ก , เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. คลองแงะ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) บช.ก. เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2567 เวลาประมาณ 14.50 น. ได้ร่วมกันจับกุม MR.CHEONG KOK WAI  อายุ 43 ปี สัญชาติ มาเลเซีย  

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา ได้รับการประสานว่ามีบุคคลต้องสงสัยตามหมายจับ ผ่านพรมแดนเข้ามายังประเทศไทย จึงขอให้ตำรวจ สภ.สะเดา ตั้งจุดสกัด ต่อมาได้พบรถเก๋งยี่ห้อ Mercedes-benz  ติดแผ่นป้ายทะเบียน WA868W จึงตามไปถึงบริเวณแยกไฟแดงควนสะตอ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้หยุดรถและแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ พบ MR.CHEONG KOK WAI สัญชาติมาเลเซีย ได้เชิญตัวมายัง สภ.สะเดา ตรวจสอบพบหมายจับดังกล่าว สอบถาม MR.CHEONG KOK WAI ผู้ถูกจับกุมให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ขอให้การในชั้นจับกุม

พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ ผกก.ตม.จว.สงขลา กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ ผบช.สตม.มีนโยบายให้เข้มงวดคัดกรองตรวจสอบประวัติบุคคล ไม่ให้มีผู้กระทำความผิดกฎหมายเข้ามาสร้างความเสียหายแก่ประเทศไทยได้ จึงขอฝากข้อมูลถึงประชาชน หากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178

‘สธ.’ เตือน!! ‘คนเลี้ยงนก’ เฝ้าระวัง ‘ไข้นกแก้ว’ หลังยุโรประบาดหนัก ชี้ ติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ทำให้ปอดอักเสบรุนแรง

(8 มี.ค. 67) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพบการระบาดของโรคซิตตาโคซิส หรือ โรคไข้นกแก้ว ในหลายประเทศแถบยุโรป มีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยพบเชื้อในนก สัตว์ปีกในป่า และสัตว์เลี้ยงหลายชนิด ว่า โรคไข้นกแก้ว (Psittacosis) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่พบได้ยาก แต่ไม่ใช่โรคติดต่ออุบัติใหม่ และมียาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาได้ เชื้อโรคนี้มักจะก่อโรคในนกที่เป็นสัตว์เลี้ยง เช่น นกแก้ว เป็นต้น

ในอดีตเคยมีการระบาดในนกแก้วในหลายประเทศ เช่น เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ คอสตาริกา ออสเตรเลีย ส่วนในประเทศไทยเคยมีการรายงานจากการวิจัยสำรวจในสัตว์ปีก ว่าพบเชื้อแบคทีเรียนี้เช่นกัน

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า โรคนี้ไม่แพร่กระจายโดยการกินสัตว์ที่ติดเชื้อ การติดเชื้อในคนส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากนกที่ติดเชื้อ จัดอยู่ในกลุ่มโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยผ่านทางการหายใจเอาเชื้อที่ขับออกมาจากปัสสาวะ อุจจาระ หรือสิ่งคัดหลั่งที่มีการปนเปื้อนของนกที่ติดเชื้อ

ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และทำให้เกิดอาการปอดอักเสบรุนแรงได้ บางรายอาจมีอาการเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่าพบผู้ป่วยโรคนี้ในระบบเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค

อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมควบคุมโรค ประสานไปยังจุดประสานงานกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR) เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีที่พบการระบาดหรือการติดเชื้อของโรคดังกล่าว และประสานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมปศุสัตว์ และเครือข่ายมหาวิทยาลัย ซึ่งมีความร่วมมือกันเรื่องสุขภาพหนึ่งเดียว (One health) เพื่อประสานข้อมูล และร่วมมือกันเฝ้าระวังโรคทั้งในคนและในสัตว์

โดยโรคนี้อยู่ในระบบเฝ้าระวังแบบ Event base surveillance หรือการเฝ้าระวังเหตุการณ์ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามอย่างใกล้ชิดทุกวัน

“กลุ่มเสี่ยงที่ต้องให้ความสำคัญในการเฝ้าระวังการติดเชื้อ ได้แก่ ผู้เลี้ยงนก สัตวแพทย์ หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับนก แม้โรคนี้จะยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่สามารถป้องกันเบื้องต้นได้ โดยเลือกซื้อนกเลี้ยงจากร้านขายสัตว์เลี้ยงที่น่าเชื่อถือและมีสุขอนามัยที่ดี

ผู้เลี้ยงต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันการติดเชื้อในนก เช่น การรักษาความสะอาด ไม่ให้นกอยู่กันอย่างแออัด แยกสัตว์ป่วยออกจากสัตว์ปกติ เป็นต้น ส่วนประชาชนทั่วไปควรหลีกเลี่ยงใกล้ชิดกับสัตว์ป่วย

หากจำเป็นต้องสัมผัสต้องป้องกันตนเอง สวมถุงมือ และหมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ บุคลากรที่มีความเสี่ยงในการสัมผัสใกล้ชิดกับนก ต้องหมั่นคอยสังเกตอาการตนเองและอาการของสัตว์อยู่เสมอ หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบปรึกษาแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยง” นพ.ชลน่าน กล่าว

สมุทรปราการ-วันสตรีสากล!! 'เทศบาลตำบลแพรกษา' จัดโครงการ ฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำสตรีและวันสตรีสากล ประจำปี 2567

วันที่ 8 มีนาคม 2567 เวลา 10.00 น. เทศบาลตำบลแพรกษา จัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ โครงการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำสตรีและงานวันสตรีสากล ประจำปี 2567 ณ ห้องประชุมอาคาร ชั้น 5 สำนักงานเทศบาลตำบลแพรกษา ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 

ภายในงานได้รับเกียรติจากนายสุพจน์ ภูมิเกียรติขจร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ให้เกียรติมาเป็นประธาน พร้อมทั้งกล่าวเปิดโครงการ โดยมี นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา เป็นผู้กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ จากนั้น ท่าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร อดีต สส.สมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา กล่าวให้การต้อนรับคณะแขกผู้มีเกียรติที่เดินทางมาร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ ประกอบกับ ภายในงานมีพี่น้องประชาชนและกลุ่มผู้สูงอายุร่วมในกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากนาย ประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นางอรวรรณ  ชิณศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ นางสาวสุขนันท์ทิพย์ ศรีสมวงษ์ พัฒนาการจังหวัดสมุทรปราการ นางสากัลยาณี กิจนพเกียรติ นางสาวนริสา คงรอด จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจน คณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการสตรีศรีแพรกษา ตัวแทนกลุ่มแม่บ้านและสตรีตำบลแพรกษาทั้ง 32 ตำบล เข้าร่วมในกิจกรรม

ภายในงานมีการแสดงนิทรรศการ 4 ภาค ประกอบด้วย การเเข่งขันการเดินแบบผ้าไทยจากตัวแทนทั้ง 32 ตำบล การแสดงสินค้าผ้าท้องถิ่นของหน่วยงานต่างๆ การจำหน่ายสินค้า otop และสินค้ากลุ่มอาชีพในเขตเทศบาลตำบลแพรกษา และการแสดงดนตรีและการแสดงรำไทยประยุคต์จากนักเรียนโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา PWS (ฝ่ายมัธยม) 

โดยทางด้าน นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมขึ้นในครั้งนี้ ทางเทศบาลตำบลแพรกษามีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมไทย ดึงดูดคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ให้กลับมานิยมผ้าไทย แต่งกายด้วยผ้าไทย ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ประกอบกับ เพื่อรณรงค์ให้สวมใส่ผ้าไทย และเพื่อเชิญให้กลุ่มสตรีทุกกลุ่มร่วมยืนหยัดในสิทธิขั้นพื้นฐานและป้องกันการเกิดการล่วงละเมิดทางเพศ รวมถึงการหยุดใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง ตลอดจนร่วมพลักดันให้ผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้นในทุกสายอาชีพ

และสำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 ในการประกวดการเดินแบบผ้าไทยจากสตรีศรีแพรกษา ได้แก่ นางสาวทิพย์ ศรีวัฒน์ปาน จากชุมชนเอื้ออาทร 1 เฟส 1 รางวัลรองชนะลิศ อันดับ 1 ได้แก่ นางสาวสำรวย สุริยะกมล จาก ชุมชนทรัพย์ธานี รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ นางนงคะลักษณ์ บุดดาจันทร์ จาก ชุมชนรุ่งทวี ส่วนรางวัลชมเชย ได้แก่ นางสาว กุลลภัทร์ ดวงเนตร จากชุมชนเอื้ออาทร 14 นิติ 3

อย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลตำบลแพรกษา มุ่งหวังที่จะพัฒนากลุ่มสตรี กลุ่มผู้สูงอายุ ให้มีความรู้ ความสามารถ สร้างรายได้ให้กับตนเองและชุมชนด้วยผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ให้มีรายได้ตามหลักปัญาเศรษฐกิจพอเพียง

ผวายกลำ!! ‘ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส’ ล้อหลุดกลางอากาศ นับเป็นปัญหากลางอากาศหนที่ 3 ในรอบสัปดาห์

(8 มี.ค. 67) เครื่องบินโบอิ้งของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส เที่ยวมุ่งหน้าสู่ญี่ปุ่น ต้องเบี่ยงไปลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติลอสแองเจลิส เมื่อเครื่องบินเกิดล้อหลุดกลางอากาศ ไม่กี่วินาทีหลังจากเทกออฟขึ้นสู่ท้องฟ้า ในซานฟรานซิสโก เมื่อวันพฤหัสบดี (7 มี.ค.) สร้างความแตกตื่นเป็นกังวลแก่พวกผู้โดยสารเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ล้อที่หลุดออกจากเที่ยวบิน 35 ของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ก่อความเสียหายแก่รถยนต์หลายคันที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถของสนามบินนานาชาติซานฟรานซิสโก ในเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นไม่นานหลังจากเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ลำนี้ ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าตอน 11.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ภาพในวิดีโอพบเห็นเครื่องบินสูญเสียล้อๆ หนึ่ง จากทั้งหมด 6 ล้อ บริเวณฝั่งซ้าย ระหว่างที่มันกำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ยืนยันกับนิวยอร์กโพสต์ว่า เครื่องบินซึ่งบรรทุกผู้โดยสาร 235 คน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 10 คน และลูกเรือ 4 คน ที่กำลังมุ่งหน้าสู่โอซากา ลงจอดอย่างปลอดภัยที่สนามบินนานาชาติลอสแองเจลิส

"เรากำลังดำเนินการตระเตรียมเครื่องบินลำใหม่เพื่อให้ลูกค้าของเราสามารถเดินทางต่อไปได้" โฆษกสายการบินระบุ ขณะที่ตัวแทนของสายการบินอีกคนบอกกับนิวยอร์กโพสต์ว่าเศษซากล้อตกใส่ลานจอดรถแห่งหนึ่งของสนามบินซานฟรานซิโก ก่อความเสียหายแก่รถยนต์หลายคัน อย่างไรก็ตาม "ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ รันเวย์ปิดทำการเพื่อเคลียร์เศษซากช่วงสั้นๆ และนับตั้งแต่นั้นได้กลับมาเปิดให้บริการแล้ว"

สายการบินชี้แจงว่าเครื่องบินรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถลอดจอดได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ ยามที่ล้อเกิดปัญหาหรือได้รับความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม มันถือเป็นครั้งที่ 3 แล้วในรอบสัปดาห์นี้ ที่เครื่องบินโบอิ้งลำหนึ่งของยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ประสบปัญหากลางอากาศ

โดยเมื่อวันจันทร์ (4 มี.ค.) เครื่องยนต์ตัวหนึ่งของเครื่องบินโบอิ้ง 737-900 ของสายการบินแห่งนี้เกิดไฟลุกไหม้ไม่กี่นาทีหลังจากขึ้นบินในเทกซัส ทำให้เที่ยวบิน 1118 ของยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ลำนี้ต้องวกกลับไปยังท่าอากาศยานจอห์จ บุช อินเตอร์คอนติเนนทัล ฮิวสตัน

ในวันเดียวกัน เครื่องบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส อีกเที่ยวจากโฮโนลูลู มุ่งหน้าสู่ ซานฟรานซิสโก ต้องประสบเหตุเครื่องยนต์ตัวหนึ่งขัดข้องเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม เครื่องบินโบอิ้ง 575-300 ลำนี้ลงจอดอย่างปลอดภัย ณ สนามบินปลายทาง ราว 1 ชั่วโมง หลังพบเหตุขัดข้อง

โบอิ้งต้องเผชิญกับประเด็นปัญหาต่างๆ เริ่มมาตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นอุดประตู (door plug) หลุดกลางอากาศ บนเที่ยวบินลำหนึ่งของสายการบินอะแลสกา แอร์ไลน์ส เมื่อเดือนมกราคม ต่อมาได้ตรวจพบข้อบกพร่องต่างๆ ในกระบวนการผลิต ระหว่างการตรวจสอบเครื่องบินรุ่นแม็กซ์ 9 ของโบอิ้งเพิ่มเติม

(สุรินทร์) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 25 เปิดโครงการ 'ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง' ประจำปี 2567

วันที่ 6 มีนาคม 2567 เวลา 14.00 น. พลรี ชินวิช เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25/ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ 'ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง' ประจำปี 2567 ณ บริเวณลานหน้าสโมสรค่ายวีรวัฒน์โยธิน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจความพร้อมของชุดปฏิบัติการ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 25 ยานพาหนะที่จะออกปฏิบัติงานในการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ รถบรรทุกน้ำ, รถครัวสนาม, รถพยาบาล, รถบรรเทาสาธารณภัย ทั้งนี้ยังได้มีการตรวจวัดควันดำตามค่ามาตรฐาน จากสำนักงานขนส่งจังหวัดสุรินทร์ โครงการ 'ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง' เป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดสุรินทร์ ประกอบไปด้วยหน่วยงานต่างๆ ดังนี้  

มณฑลทหารบกที่ 25 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 25 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ เทศบาลเมืองสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลนอกเมือง สำนักงานขนส่งจังหวัดสุรินทร์ การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) สาขาสุรินทร์ และในโอกาสนี้ ได้จัดกิจกรรม นำรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 2 คัน ปริมาณน้ำ 12,000 ลิตร เข้าแจกจ่ายน้ำให้กับ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าสว่างและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโคกสวาย ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค ซึ่งแสดงให้ประชาชนได้มั่นใจได้ว่า ศบภ.มทบ.25 มีความพร้อมด้าน กำลังพล และยุทโธปกรณ์ ในการเข้าช่วยเหลือสนับสนุน ประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top