Tuesday, 11 August 2026
Hard News Team

🔎รู้จัก 'บ.ทุนธนชาต' กลุ่มธุรกิจการเงินไทยที่เน้นเติบโตอย่างยั่งยืน✨️

ถ้าพูดถึง ‘กลุ่มธนชาต’ หรือที่มีชื่อเต็ม ๆ ว่า บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) และชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ TCAP คนส่วนใหญ่อาจจะนึกถึงธนาคารธนชาต ที่มีสีส้มสดใส เป็นสัญลักษณ์ให้คนได้จดจำ แต่ปัจจุบัน ธนชาต ได้เปลี่ยนเป็น ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ TTB ไปแล้ว ภายหลังจากมีการควบรวมกิจการระหว่างธนาคารทหารไทย และธนาคารธนชาต

ก่อนที่จะมาเป็น ‘ทุนธนชาต’ ในวันนี้ เส้นทางธุรกิจขององค์กรได้เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อปี 2523 โดยนายบันเทิง ตันติวิท (ประธานกรรมการ) และนายศุภเดช หมู่ศิริเลิศ ได้เข้าไปฟื้นฟู แคปปิตอลทรัสต์ ซึ่งพัฒนามาจากลี กวง มิ้ง บริษัทส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูป โดยเปลี่ยนมาเป็น ‘บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ธนชาต’ ซึ่งได้ผ่านร้อนผ่านหนาวและวิกฤตทางเศรษฐกิจมาหลายครั้ง โดยเฉพาะวิกฤตปี 2540 จนสามารถขยายธุรกิจ จนยกระดับเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำของประเทศ และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางอย่างเช่นในปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี ธุรกิจของกลุ่มธนชาตนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ธุรกิจการเงินเท่านั้น แต่มีการลงทุนในธุรกิจที่หลากหลาย โดยรูปแบบการดำเนินธุรกิจเน้นการลงทุนและเป็นบริษัทแม่ (Holding Company) ที่เข้าไปลงทุนในกิจการต่าง ๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นอย่างมั่นคงในระยะยาว

🔴ธุรกิจของกลุ่มธนชาต มีอะไรบ้าง?

อย่างที่เกริ่นไปว่า ‘กลุ่มธนชาต’ ดำเนินธุรกิจแบบ Holding Company จึงมีธุรกิจที่เข้าไปลงทุนหลากหลาย ตัวอย่างเช่น...

👉กลุ่มธุรกิจหลักทรัพย์ 
ดำเนินธุรกิจโดย บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ แบบ ก (Full License) และธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เช่น การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การเป็นที่ปรึกษาทางการลงทุน การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน การเป็นตัวแทนสนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน การเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ เป็นต้น

👉 กลุ่มธุรกิจประกัน ประกอบด้วย...
บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้บริการประกันภัย โดยครอบคลุมถึงการรับประกันวินาศภัย ได้แก่ การประกันภัยรถยนต์ การประกันอัคคีภัย การประกันภัยเบ็ดเตล็ด

👉 ธุรกิจการลงทุน
📌 บริษัท ที ไลฟ์ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ให้บริการรับประกันชีวิตรายบุคคล ประกันชีวิตกลุ่ม ซึ่งเป็นหลักประกันด้านการออมเงิน ให้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ

📌 บริษัท ที เอ็ม โบรคเกอร์ จำกัด ประกอบธุรกิจในการเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันชีวิต รวมถึงเป็นผู้แนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการจัดฝึกอบรมให้ความรู้ในการเป็นนายหน้าประกันภัยหรือตัวแทนประกันภัย

📌 บริษัท เอ็ม ที เซอร์วิส 2016 จำกัด ประกอบธุรกิจให้บริการงานด้าน Back Office และ Business Support แก่เอ็มบีเค ไลฟ์ และทีเอ็ม โบรคเกอร์

👉 กลุ่มธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ประกอบด้วย...
📌 บริษัทบริหารสินทรัพย์ เอ็น เอฟ เอส จำกัด รับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินในกลุ่มธนชาตและสถาบันการเงินอื่นมาบริหาร

📌 บริษัทบริหารสินทรัพย์ แม๊กซ์ จำกัด รับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินอื่นมาบริหาร

📌 บริษัทบริหารสินทรัพย์ ที เอส จำกัด รับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากธนาคารนครหลวงไทยและธนาคาร ธนชาต ทั้งสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และทรัพย์สินรอการขายมาบริหาร 

👉 กลุ่มธุรกิจลิสซิ่ง ประกอบด้วย...
📌 บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ให้บริการสินเชื่อเพื่อเช่าซื้อ และสินเชื่อสัญญาเช่าทางการเงิน โดยมุ่งเน้นในตลาดรถยนต์ทั้งใหม่และเก่า ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ได้แก่ รถกระบะ รถแท็กซี่ รถหัวลาก และรถบรรทุก เป็นต้น

📌 บริษัท อาร์ทีเอ็น อินชัวร์รันส์ โบรกเกอร์ จำกัด ประกอบธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันชีวิตโดยให้บริการแก่ลูกค้าของราชธานีลิสซิ่งเป็นหลัก

👉 กลุ่มธุรกิจลงทุน ประกอบด้วย...
📌 บริษัท ธนชาต เอสพีวี 1 จำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อเข้าซื้อหุ้นราชธานีลิสซิ่งจากธนาคารธนชาต ตามแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจ

📌 บริษัท ธนชาต เอสพีวี 2 จำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อเข้าซื้อหุ้นบริษัทอื่นๆ จากธนาคารธนชาต ตามแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยบริษัทที่รับโอนมา เป็นกลุ่มบริษัทที่จะไม่มีการประกอบกิจการใหม่ และจะดำเนินการเลิกบริษัทและชำระบัญชีในที่สุด

นอกจากธุรกิจทางด้านการเงิน ซึ่งเป็นธุรกิจที่กลุ่มธนชาตมีความแข็งแกร่งและสร้างผลตอบแทนที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่องแล้ว กลุ่มธนชาต ยังมีการลงทุนในธุรกิจแขนงอื่นๆ ด้วย เช่น บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (MBK) ที่ถือหุ้นอยู่ประมาณ 20% ซึ่ง MBK ถือเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศ มีการดำเนินธุรกิจที่หลากหลายทั้ง ธุรกิจศูนย์การค้า ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ธุรกิจอาหาร ธุรกิจการเงิน ธุรกิจกอล์ฟ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจอื่น ๆ 

และที่น่าสนใจ MBK คือผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดราว 48% ในบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้นำในธุรกิจศูนย์การค้าที่เรียกได้ว่าเป็นระดับแลนด์มาร์กของประเทศไม่ว่าจะเป็น ไอคอนสยาม, สยามพารากอน, สยามดิสคัฟเวอรี, สยามเซ็นเตอร์, และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ซึ่งมีข่าวว่ากำลังจะ IPO เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ในเร็ว ๆ นี้อีกด้วย

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า กลุ่มธนชาต ไม่เพียงแต่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจการเงินเท่านั้น แต่ยังกระจายการลงทุนเข้าไปในธุรกิจที่หลากหลาย จากจุดเริ่มต้นเป็นเพียงบริษัทหลักทรัพย์ แต่ผ่านมา 44 ปี ได้แผ่กิ่งก้านขยายการลงทุนเข้าไปยังธุรกิจต่าง ๆ มากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กลุ่มธนชาตกลายเป็นองค์กรที่มีเครือข่ายธุรกิจใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเป็นองค์กรมีความชัดเจนด้านการดำเนินธุรกิจและเดินตามวิสัยทัศน์ที่ว่า 'เป็นบริษัทการลงทุนชั้นนำในธุรกิจหลากหลาย เป็นที่ยอมรับทั่วไป ในด้านความมั่นคง ยั่งยืน และมีผลตอบแทนที่ดี' อย่างแท้จริง

'นายกฯ ฝรั่งเศส' ทัก "หนีห่าว" ต้อนรับ 'สีจิ้นผิง' พร้อมพิธีอันสมเกียรติ สะท้อน!! การทูตที่ฝรั่งเศสให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับการมาเยือนนี้

(6 พ.ค.67) สำนักข่าวซินหัว รายงาน สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้เดินทางถึงกรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส เมื่อวันอาทิตย์ (5 พ.ค.67) เพื่อการเยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ โดยมีแกเบรียล อัททาล นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ให้การต้อนรับ ณ ท่าอากาศยานปารีส ออร์คลีย์ พร้อมกล่าวคำทักทายเป็นภาษาจีนว่า "หนีห่าว" หรือ "สวัสดี"

ทั้งนี้ ท่าอากาศยานฯ ได้ติดธงชาติจีนและธงชาติฝรั่งเศสที่โบกสะบัดตามสายลม พร้อมปูพรมแดงต้อนรับผู้นำจีน โดยมีคณะผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลฝรั่งเศสเฉกเช่นอัททาลยืนรอต้อนรับการมาถึงของสีจิ้นผิง ซึ่งพิธีการทูตนี้สะท้อนว่าฝ่ายฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับการมาเยือนครั้งนี้อย่างยิ่งยวด

อนึ่ง การเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ครั้งที่ 3 และการเยือนยุโรปครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปี ของสีจิ้นผิง ขณะความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ฝรั่งเศส จะครบรอบ 60 ปี ในปีนี้

รายงานระบุว่าสีจิ้นผิง พร้อมด้วยเผิงลี่หยวน ผู้เป็นภริยา ก้าวออกจากห้องโดยสารของเครื่องบินและโบกมือให้กับฝูงชนที่มารอต้อนรับ ด้านอัลทาลก้าวเข้าหาสีจิ้นผิงที่เดินลงมาจากบันไดเทียบเครื่องบิน และกล่าวทักทายผู้นำจีนว่า "หนีห่าว" โดยทั้งสองฝ่ายได้เดินเคียงและพูดคุยขณะอัททาลนำพาผู้นำจีนขึ้นรถลีมูซีน

อัลทาลเผยกับสีจิ้นผิงว่าเขาเคยเดินทางเยือนจีนครั้งหนึ่งเมื่อยังดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติ รวมถึงเรียนภาษาจีนมานานหนึ่งปีแล้ว ด้านสีจิ้นผิงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่าอัลทาลพูดภาษาจีนได้ดีตามมาตรฐาน และแสดงความยินดีต้อนรับอัททาลเยือนจีน

ทั้งนี้ สีจิ้นผิงยังเป็นผู้สนใจวัฒนธรรมฝรั่งเศส โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ ปรัชญา วรรณคดี และศิลปะของฝรั่งเศส เมื่อครั้งเยาว์วัย โดยสีจิ้นผิงระบุในบทความที่เผยแพร่ผ่านเลอ ฟิกาโร  (Le Figaro) สื่อฝรั่งเศส เมื่อวันอาทิตย์ (5 พ.ค.67) ว่าฝรั่งเศสมีมนต์เสน่ห์พิเศษอันน่าหลงใหลในสายตาชาวจีน

ร้านสเต็กชื่อดัง ‘อีซี่ กริล' ประกาศฟ้าผ่า!! แจ้งปิดกิจการถาวร ขอบคุณ ‘ลูกค้า’ จากใจ จำเป็นต้องจากไป เพราะปัญหาเศรษฐกิจ 

(6 พ.ค.67) กลายเป็นเรื่องเศร้าไปเลยสำหรับสายเนื้อ เมื่อร้านสเต็กและอาหารไทยฟิวชั่นชื่อดังอย่าง'อีซี่ กริล' (Easy Grill) ได้ประกาศผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ แจ้งปิดให้บริการถาวร โดยระบุข้อความว่า "ขอบพระคุณลูกค้าที่น่ารักทุกท่าน ที่ได้ให้การสนับสนุนอย่างดีตลอดมาค่ะ ร้านปิดตั้งแต่ 5 พ.ค. 67 นี้นะคะ"

"เรียนลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุกท่านร้านอีซี่กริล มีความจำเป็นต้องปิดกิจการอย่างถาวร เนื่องด้วยสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ร้านประสบปัญหาในการดำเนินกิจการทางร้านขอขอบพระคุณลูกค้าที่น่ารักทุกท่านจากใจที่ให้การสนับสนุนอย่างดีตลอดมาขอบพระคุณค่ะ Thank You " ท่ามกลางชาวเน็ตที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก

‘บก.ลายจุด’ เชียร์ ‘โน้ส อุดม’ ปมร้อนกรณี ‘เดี่ยว’ ชี้!! วิจารณ์ได้ตรงประเด็น ‘เรื่องการดัดจริต’

(6 พ.ค.67) ‘บก.ลายจุด’ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักกิจกรรม ทวีตข้อความผ่าน X (ทวิตเตอร์) @nuling เห็นด้วยกับ โน้ส อุดม แต้พานิช กรณี ขึ้นพูด ‘เดี่ยวสเปเชียล’ เกี่ยวกับเรื่องพอเพียง โดยได้ระบุว่า...

สิ่งที่โน๊ตพูดถึงคนรวยไปปลูกผักแล้วถ่ายรูปลง IG แต่คนปลูกจริงๆ จ้างเกษตรกรปลูกนั้น

ต้องพิจารณาว่าคนที่ปลูกผักเขาอ้างอิงเรื่องแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงหรือเปล่า คือใน IG เขาพยายามสื่อถึงความเรียบง่ายในแบบที่เป็นภาพลักษณ์ของความพอเพียงหรือไม่ ถ้ามีการสื่อทำนองนี้ สิ่งที่โน๊ตวิจารณ์ถึงว่าตรงประเด็น คือ ดัดจริต

แต่ถ้าคนปลูกไม่ได้อ้างหรือพยายามสื่อความเรียบง่ายแบบพอเพียง แต่เป็นเรื่องความรักความสนใจส่วนตัว แล้วเขามีเงินที่จะทำเช่นนั้นแล้วมีความสุข แบบนั้นคนวิจารณ์ดัดจริต

ในระบบวิธีคิดของโน๊ต เขาไม่ได้ปฏิเสธเรื่องทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง แต่เพียงแต่เขารู้สึกว่าการเป็นเศรษฐีแต่มาทำตัวพอเพียงแบบที่ไม่ได้ทำด้วยตนเองมันดัดจริต แค่นั่นล่ะครับ

ส่วนคนที่ไปด่าโน๊ตกันโครมๆตอนนี้ แมร่งไม่มีอะไรมากไปกว่าโดนคำว่า "พอเพียง" เข้าไปคำเดียว พวกไม่พิจารณาเรืองราวทั้งหมด แล้วมีอาการดีดขึ้นมาอย่างที่เห็น พอเหอะเพลียแล้ว

‘นรุตม์ชัย’ ฟาดใส่ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ที่ภาคภูมิใจกับ ‘รัฐบาลตระบัดสัตย์’ ชี้!! ‘ต้องฟังเสียงปชช.-รับผิดชอบต่อคำพูด-ทำประโยชน์สูงสุดให้ประเทศ’ 

(6 พ.ค.67) นายนรุตม์ชัย บุนนาค รองเลขาธิการ พรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึง กรณีที่ นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายเศรษฐา ทวีสินนายกรัฐมนตรี ประกาศ ว่า เมื่อ 10 เดือนที่แล้วตัดสินใจถูกต้องแล้ว ที่จัดตั้ง ‘รัฐบาลข้ามขั้ว’ ว่าตนขอแสดงความจริง ว่าคนไทยจะได้อะไร ถ้าไม่มีรัฐบาลตระบัดสัตย์ 10 เดือนคนไทยจะได้อะไรบ้าง

1) เด็กจะไม่ถูกปลูกฝังค่านิยม ว่าการโกหก บหรือการตระบัดสัตย์ เป็นสิ่งที่ถูกต้องในสังคมไทย
2) คนไทยได้ธรรมนูญใหม่ ได้ประชาธิปไตยเต็มใบ
3) คนที่ครอบครองยาบ้า 5 เม็ด ยังผิดกฏหมายต้องถูกลงโทษ ไม่ถือเป็นผู้เสพ
4) ประเทศไทยจะไม่มีกัญชาเสรี จะได้กัญชาเพื่อการแพทย์
5) เศรษฐกิจจะดีขึ้นกว่านี้เพราะ ได้ใช้งบประมาณปี 67 ตั้งแต่เดือนตุลาปีที่แล้ว ไม่ถูกกั๊กไว้ทำDigital Wallet
6) คนไทยทั้งประเทศ ไม่ต้องเป็นหนี้ เงินกู้ 500,000 ล้าน เพื่อมาแจกดิจิทัล วอลแล็ท ที่ต้องใช้หนี้ชั่วลูกชั่วหลาน โดยผลได้ทางเศรษฐกิจไม่คุ้ม และ ใครกันแน่ได้ประโยชน์จากโครงการนี้
7) สถาบันหลักของชาติ ที่ทุกคนเคารพเทิดทูน จะไม่ถูกแอบอ้าง ทำให้เสียหายเช่นทุกวันนี้
8) คนไทยจะได้นายก และรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมากับมือ ไม่ใช่นายกที่มาจากส.ว.
9) ขบวนการยุติธรรมไทย จะไม่ถูกทำลายจนย่อยยับ เพียงเพื่อต้องการ ช่วยให้ใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้สิทธิพิเศษแบบเทวดา
10) ประชาชน จะได้รับการดูแลเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน จะไม่ได้รัฐบาลที่อุ้มแต่พรรคพวกตนเอง ให้มาสูบเลือดจากคนจน

นายนรุตม์ชัย ระบุด้วยว่า หลายเรื่องรัฐบาล ที่รัฐบาลตระบัดสัตย์ แล้ว กล่าวอ้างว่าจะเข้ามาทำเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนั้น กลับไม่ตรงกับที่ประกาศไว้และให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชน ขณะที่หลายนโยบาย ที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา กลับไม่ปฏิบัติตาม 10 เดือนที่ผ่านมา จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมเตือนสติรัฐบาล เพื่อสื่อสารไปถึงผู้มีอำนาจ เพราะการบริหารราชการแผ่นดินต้องรับฟังเสียงพี่น้องประชาชน รับฟังความต้องการ และรับผิดชอบ ต่อคำพูดคำสัญญาที่ให้ไว้ โดยเฉพาะ ความคิดเห็นที่แตกต่าง แม้จะไม่ถูกใจรัฐบาล แต่เป็นสิ่งที่ถูกต้องเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ผู้มีอำนาจจำเป็นต้องรับฟัง

‘จีน’ ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง ‘มหาวิทยาลัยดีที่สุดในเอเชีย 2024’ ‘สิงคโปร์-มาเลเซีย’ เด็ด!! เป็นประเทศในอาเซียน ที่ติดท็อป 100

(6 พ.ค.67) เว็บไซต์ Times Higher Education แหล่งบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วโลก จากสถาบันการศึกษามากกว่า 7,000 แห่ง ใน 171 ประเทศ ได้จัด 100 อันดับ มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2024 เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พบว่า ประเทศที่มีจำนวนมหาวิทยาลัยติดอันดับดังกล่าว มากที่สุด คือ “ประเทศญี่ปุ่น” 119 สถาบัน ตามมาด้วย ประเทศอินเดีย 91 สถาบัน และประเทศจีน 89 สถาบัน ทว่ามหาวิทยาลัยจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ติดอันดับท็อป 10 ถึง 5 แห่ง

สำหรับ 10 อันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2024 มีดังนี้

อันดับ 1 มหาวิทยาลัยชิงหฺวา ประเทศจีน (อันดับโลก : 12)

อันดับ 2 มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน (อันดับโลก : 14)

อันดับ 3 มหาวิทยาลัยเเห่งชาติสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ (อันดับโลก : 19)

อันดับ 4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ประเทศสิงคโปร์ (อันดับโลก : 32)

อันดับ 5 มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (อันดับโลก : 29)

อันดับ 6 มหาวิทยาลัยฮ่องกง ฮ่องกง (อันดับโลก : 35)

อันดับ 7 มหาวิทยาลัยเซียงไฮ้เจียงตง ประเทศจีน (อันดับโลก : 43)

อันดับ 8 มหาวิทยาลัยฟูตัน ประเทศจีน (อันดับโลก : 44)

อันดับ 9 มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ประเทศจีน (อันดับโลก : =55)

อันดับ 10 มหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง : CUHK ฮ่องกง (อันดับโลก : 53)

ในการจัด 100 อันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2024 ครั้งนี้ปรากฏว่า ไม่มีมหาวิทยาลัยจากประเทศไทย ติดอันดับ 

อาทิเช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 117, มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับที่ 139, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อันดับที่ 192, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อยู่ในอันดับที่ 201-250, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับที่ 401-500, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยนเรศวร, มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดอันดับ 601+

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจ เมื่อพบว่ามีเพียงมหาวิทยาลัยจาก ประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน (ASEAN) ติดอันดับท็อป 100 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2024

รู้จัก ‘ต้องตา สุพัตรา’ ผู้เปิดใจกับผลงาน ‘ลุงตู่’ ในจังหวะที่คนไทยบางคนปิดใจ  สู่ 'ด้อมพีระพันธุ์' หวังอาสาเปิดใจคนไทย 'รับรู้ผลงาน-ไม่ทิ้งคนดีให้สู้โดดเดี่ยว'

(6 พ.ค.67) จากรายการ 'UTN อินฟลูฯ อาสา' ที่เผยแพร่ทาง Youtube ช่อง UTN Today ใน EP.1 ได้นำเสนอบทสัมภาษณ์ของ ‘คุณต้องตา-สุพัตรา รังสิตสวัสดิ์’ ที่มาเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการรวมตัวเป็น 'อาสามาด้วยใจ ทำให้เพราะรัก' หลังจากได้ติดตามผลงานของ ‘ลุงตู่’ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และติดตามต่อเนื่องจนมาเป็น ‘ด้อมพีระพันธุ์’ กองเชียร์ที่ตามให้กำลังใจท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เนื่องจากชื่นชอบที่ท่านเป็นนักการเมืองในอุดมคติ ใจซื่อมือสะอาด กล้าลุยเพื่อคนไทยทุกคน กล้าชนเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ 

คุณต้องตา เผยว่า ตนเป็นชาวบ้านธรรมดา เป็นชาวสวน เมื่อปี 2 ปีที่แล้ว ได้ดูพี่โน้สอุดม เขาเดี่ยวไมโครโฟนและเขาก็พูดถึงคนที่เรารักและเคารพนั่นก็คือ ท่านอดีตนายกฯ ‘พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา’ โดยพูดถึงไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งค้านสายตาเรามากเลย กับสิ่งที่พี่โน้สเขาพูดบนเวที นั่นแสดงว่าขนาดดารายังไม่รู้เลยว่าผลงานของ ‘ลุงตู่’ นั้นมีอะไรบ้าง เราก็เลยออกมาแสดงความคิดเห็นว่าเราไม่เห็นด้วย กับพี่โน้สอุดม ด้วยการทำคลิปลง TikTok พอปล่อยข้ามคืนมีคนดูเป็นล้านวิวเลย แล้วก็มีด่าอีกประมาณ 4 หมื่นความคิดเห็น ทำให้เราเห็นว่ามีคนไม่รัก ‘ลุงตู่’ อยู่เยอะ แถมพอเราออกมาพูดเราก็ยังโดนโจมตีอีก ซึ่งเราก็ตอบเขาไปบ้างไม่ตอบบ้าง แต่อย่างน้อยๆ นั่นก็ทำให้เราเรียนรู้แล้วว่า เราควรจะพูดถึงลุงตู่ ที่ช่องทางไหนที่กระจายตัวได้ไวที่สุด นั่นก็คือ TikTok สิ่งนี้ก็เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้น

คุณต้องตา เล่าต่อว่า เดิมตนใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ แต่กับ TikTok นี้แทบไม่ได้ใช้เลย ส่วนใหญ่จะเปิดไว้ให้ลูกเฉยๆ แต่พอตนได้เอามาใช้ปุ๊บก็ทำให้เรารู้ได้เลยว่า TikTok เปรียบคือบิดาแห่งการโปรโมตคลิปเลย ตนจึงใช้ช่องทางนี้ให้เป็นประโยชน์ 

"ในเมื่อไม่มีใครมาทำ PR ให้ลุงตู่ งั้นเราก็เริ่มเป็นคนแรกเลย เพราะหากทุกคนเงียบหรือถ้าทุกคนอายหรือกลัวที่จะโดนด่า แล้วใครจะเล่าเรื่องจริงให้คนอื่นๆ ได้รู้ เราต้องอดทน เราโดนด่าเราก็ต้องอดทนเราต้องนำความจริงให้ปรากฏสู่สังคมให้ได้" 

หลังจากนั้น คุณต้องตา ก็เริ่มค้นหาผลงานของลุงตู่ แล้วก็ทำคลิปแบบไม่สนใจความคิดเห็น ทำไปเรื่อยๆ เริ่มต้นจากรถไฟฟ้า ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จด้วยดีในการทำคลิป หรือพอได้เดินทางแล้วเห็นบ้านสีฟ้าริมคลอง (โครงการบ้านมั่นคง) ซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นสลัม มันคือบ้านที่ลุงตู่สร้างไว้ ก็ทำคลิปโปรโมตเป็นเรื่องบ้านริมคลอง จากนั้นก็นำเสนอผลงานอีกมากมาย

ทั้งนี้ คุณต้องตา บอกกับตัวเองเสมอว่า อย่าเป็นแค่ ‘สลิ่มเฉยๆ’ ต้องเป็น ‘สลิ่มฟิวชั่น’ อย่าอนุรักษ์นิยมจ๋า ต้องปรับตัวเข้ากับคนรุ่นใหม่บ้าง ถ้าจะทำคลิปที่มันวิชาการเกินไป มันแก่เกินไป แล้วใครจะมาฟัง

หลังจากเริ่มมีผู้ติดตามระดับ 1,000 คน คุณต้องตา เผยว่า ก็เริ่มมีสถานีโทรทัศน์ Top New นำคลิปไปเผยแพร่ต่อประมาณ 30-40 คลิป ก็เริ่มทำให้ตนมีกำลังใจที่มีคนเห็นความตั้งใจนี้ และทำให้ตนไม่สนใจความคิดเห็นในด้านลบอีกต่อไป

"ถ้าเรารู้ แล้วเราเงียบ ประชาชน เขาก็จะเชื่อในกระแสสังคมอย่างนั้น ต่อไปเรื่อยๆ ประชาชนก็ใจเชื่อไปในแบบที่มันผิดไปเรื่อยๆ มันไม่มีความเป็นธรรมให้กับลุงตู่เลย คนทำงานเขาก็ต้องการกำลังใจ มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่ทำงานเหนื่อย แล้วได้ยินแต่เสียงด่า มันต้องมีเสียง ที่ชมเชยให้เขาได้ยินบ้าง ก็เลยทำคลิปผลงาน ต่อด้วยทำคลิปให้กำลังใจลุงตู่ บางคลิปก็เอาลูกมานั่งพูดคุยด้วย เราก็บอกลูกว่าลูกเห็นไหมข่าวไม่เคยนำเสนอนะ สื่อกระแสหลักไม่มีนะที่จะบอกว่า นี่คือบ้านที่สร้างให้ประชาชนโดยรัฐบาลลุงตู่ สร้างทางรถไฟไปถึงเชียงราย โดยรัฐบาลลุงตู่ ซึ่งสื่อกระแสหลักไม่มีใครนำเสนอเลย" คุณต้องตา เสริม

เมื่อพูดถึงช่วงโควิด19 กับประเทศไทยในยุคลุงตู่? คุณต้องตา กล่าวว่า "นี่ถ้าไม่มีวิกฤตโควิดนะ ประเทศไทยของเราจะไปไกลมากกว่านี้อีก อันนี้ต้องให้เครดิตในการทำงานของรัฐบาลลุงตู่นะ ซึ่งลุงตู่ไม่ได้ทำคนเดียว ลุงตู่ยังมีทีมงานอีกเยอะ ซึ่งถ้าคุณด่าลุงตู่ ก็หมายถึงว่าด่าทีมงานของลุงตู่ด้วย ซึ่งก็เป็นทีมงานพี่น้องชาวไทยด้วยกันทั้งนั้น ตัวเราเองนั้นไม่สำคัญเลย ชาติต้องมาก่อน"
.
เมื่อถามถึงนักการเมืองที่ชอบ? คุณต้องตากล่าวว่า "นักการเมืองที่ชอบ ก็ไม่มีใครเลยนะ เพราะว่าอย่างแรกเลยคือ ไม่รู้จัก และคำว่านักการเมืองมันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะเข้าไปสัมผัส เราเจอมาเยอะ มาหาเสียงที่บ้านเราก็ยกมือไหว้เรา แต่พอได้รับการเลือกตั้งไปแล้ว ถังขยะหน้าบ้านเราเขายังไม่เคยเอามาให้เราเลย ซึ่งเราขอไปเขาก็ลืม ก็เลยไม่ได้ปลื้มนักการเมืองคนไหน แต่จุดเปลี่ยนก็คือ ลุงตู่ เพราะลุงตู่ไม่ใช่นักการเมือง ลุงตู่เป็นทหารที่ทำเพื่อชาติ ทำเพื่อประชาชนอย่างชัดเจน เอาประเทศชาติเป็นที่ตั้งไม่ใช่ผลประโยชน์ นักการเมืองพูดเก่งแต่เขาไม่ทำ ก็เลยไม่ชอบนักการเมือง จนกระทั่งได้มาเจอลุงตู่ พร้อมทั้งทีมงานของลุงตู่ เราก็ดูสิว่าใครทำงานให้ลุงตู่บ้าง เช่น ท่านพีระพันธุ์ ท่านช่วยรักษาผลประโยชน์ให้ประเทศชาติหมื่นล้าน (โฮปเวลล์) เราก็ค้นหาข้อมูลดู เขาเป็นผู้พิพากษาด้วยนิ เป็นคนเที่ยงตรง ยุติธรรม ซื่อสัตย์ ไม่เคยเห็นนักการเมืองที่มือสะอาดแบบนี้ ไม่เคยโดนสีแดงด่าไม่เคยโดนสีส้มด่า คนนี้เป็นมือขวาของลุงตู่"

คุณต้องตา กล่าวเสริมว่า "ดังนั้นต่อจากลุงตู่ ก็เลยประทับใจ ‘ลุงพี ท่านพีระพันธุ์’ เพราะประวัติท่านขาวสะอาด มีผลงานเป็นที่ประจักษ์รักษาผลประโยชน์ให้ประเทศชาติเป็นหมื่นล้าน ทำเพื่อประชาชน โดยไม่ต้องออกหน้าโปรโมตตัวเอง"

เมื่อถามว่าโครงการหรือผลงานไหนของลุงตู่ที่ประทับใจเป็นการส่วนตัว? คุณต้องตา เผยว่า "ชอบโครงการ EEC มันเป็นโครงการที่จะพลิกผืนแผ่นดินเรา สร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชน ... ประเทศของเรามีทรัพยากรมากมาย ขาดแค่การพัฒนา และลุงตู่ก็เห็นถึงปัญหาในเรื่องนี้ จึงหวังที่จะทำพัฒนาโครงการดังกล่าวเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีรายได้ที่สูงขึ้น ด้วยการยกระดับประเทศผ่าน EEC ซึ่งนี่คืออนาคตที่แท้จริงของประเทศไทย และมันไม่ใช่แค่การโฆษณาชวนเชื่อ...

"นอกจากนี้ยังมี ‘โครงการคนละครึ่ง’ ซึ่งมันไม่ใช่โครงการที่ดี แต่มันเป็นโครงการที่ดีมากๆๆๆ ทั้งใช้ง่ายและตอบโจทย์-ช่วยเหลือประเทศชาติได้จริง ทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีการจับจ่ายใช้สอยอย่างบ้าคลั่ง มันทั่วถึงมากขนาด ‘รถขายลูกชิ้น’ ยังมีโครงการคนละครึ่งเลย แค่คุณมีมือถือก็ใช้ได้ทุกคน มันตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มาก ส่วนคนรุ่นเก่าที่ใช้มือถือไม่เป็น ก็มาฝึกใช้เป็นเพราะโครงการคนละครึ่งนี่แหละ"

คุณต้องตา เสริมอีกว่า"หลังโควิดเราเปิดประเทศเป็นประเทศแรกๆ ซึ่งมีหลายๆ คนค้าน แต่ลุงตู่ใจกล้ามาก เพราะอะไร เพราะเขาเล็งเห็นและประชุมกันแล้ว ว่าเราจะต้องมี ‘โครงการภูเก็ต Sandbox’ ซึ่งตรงจุดที่คนกำลังโหยหาการท่องเที่ยว อยากจะใช้จ่ายเงิน และประเทศไทยก็เป็นเป้าหมายของคนทั้งโลกในการที่อยากจะมาท่องเที่ยว พอเปิดภูเก็ตคนก็มาจริงๆ และประสบผลสำเร็จอย่างดีมากจนถึงวันนี้ มันทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว จนทำให้เรากลายเป็นประเทศแห่งการท่องเที่ยว ส่วนกรุงเทพฯ ก็ถูกผลักดัน จนกลายเป็นเบอร์ 1 ของเมืองน่าท่องเที่ยวของโลก ประเทศเราชนะเลิศ ประเทศเราสามารถฟื้นตัวได้เลย พอมีการท่องเที่ยว เม็ดเงิน ก็ไหลเข้ามา นักท่องเที่ยวมาเป็นล้านคน มาท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ก็ต้องไปเที่ยวต่อภูเก็ต นี่ก็คือจุดที่ประเทศไทยเริ่มฟื้นตัวได้ อันนี้ก็ต้องยกให้เป็นผลงานของลุงตู่และทีมงาน"

เมื่อถามถึงผลลัพธ์ของคนทำงานเพื่อประเทศกับผลลัพธ์ของการเลือกตั้งที่ออกมาครั้งล่าสุด? คุณต้องตา กล่าวว่า "หลังการเลือกตั้งเรารู้แล้ว ว่าเราผิดพลาดอะไรไป เราไม่ควรจะต่อสู้ไปอย่างโดดเดี่ยว ก็เลยมารวมตัวกับ ฟ้าคราม, พราหมณ์อิศรา, พี่เกี๊ยวซ่า มารวมตัวกันเชียร์จะได้ไม่โดดเดี่ยว เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเราผิดพลาดไปเราเสีย ‘ลุงตู่’ ไปและเราจะไม่ยอมเสีย ‘ลุงพี’ ไปอีก...

"ฉะนั้นการรวมตัวกันในฐานะอาสามาด้วยใจในครั้งนี้ ก็เพื่อจะแจ้งข้อมูลข่าวสาร ให้ข้อเท็จจริงให้ความจริงกับสังคม ทำให้สังคมได้รับรู้ในวงกว้าง แบบไม่ต้องโดดเดี่ยวโดนด่าอยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว เราต้องมารวมตัวกันต่อสู้ในภาคส่วนของประชาชน...

"และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้มารวมตัวกัน ทำงานร่วมกัน เพื่อจะสื่อสาร เพื่อจะเป็นแรงใจและสนับสนุนคอยเชียร์ท่านพีระพันธุ์ต่อไป ต้องไม่ให้ท่านโดดเดี่ยว เราต้องเชียร์ให้คนดีได้บริหารบ้านเมือง เพราะเรามั่นใจแล้วว่า คนๆ นี้ คือ คนดี ที่จะมาเป็นตัวแทนของประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรีที่คนไทยพึ่งพิงได้"

คุณต้องตา ย้ำในช่วงท้ายด้วยว่า "เราเห็น ‘โครงการโฮปเวลล์’ มาหลายปีแล้ว แล้วเราก็รู้ว่านี่คือความผิดพลาดของประเทศ เราแพ้คดี เราต้องจ่ายเงินค่าโง่ แต่ปรากฏว่ามี ‘ท่านพีระพันธุ์’ มากอบกู้ชัยชนะไว้ให้เราได้ ประเทศไทย เราไม่แพ้ เราไม่ต้องจ่ายเงินค่าโง่หลายหมื่นล้าน ให้กับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ซึ่งเอาจริงๆ ประเทศของเราหมดหวังไปแล้ว แต่มีคนอยู่คนหนึ่งซึ่งเขาไม่ยอมแพ้ เขาสู้เพื่อชาติ เขาตื่นขึ้นมาแล้วเขาก็ทำงาน โดยที่ไม่ได้อยู่ในคราบของนักการเมือง แต่เขาคิดว่าเขาจะมาทำงานเพื่อบ้านเมือง นั่นจึงทำให้ส่วนตัวมองว่า ‘ท่านพีระพันธุ์’ คือนักการเมืองในอุดมคติ เฉกเช่นเดียวกันภายหลังจากที่ท่านได้เข้ามาดูแล ‘กระทรวงพลังงาน’ ท่านก็ได้ทำการ 'รื้อ ลด ปลด สร้าง' ซึ่งท่านมาถูกทางแล้ว"

ถึงบรรทัดนี้ คุณต้องตา อยากฝากให้คนไทยทุกคนช่วยกำลังใจคนทำงานแบบนี้ ช่วยกันส่งแรงใจไปให้ท่านพีระพันธุ์ เพราะมันคือการปกป้องท่านในอีกแบบหนึ่ง 

เพื่อให้คนๆ นี้มีพลัง ทำงานเพื่อคนไทยทุกคนต่อไป

ขอให้กำลัง 'ท่านพีระพันธุ์-รทสช.'

'มูลนิธิพระราหู' มอบเงินช่วยเหลือครอบครัว 'ด.ต.ปิยะนันท์' หลังประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ช่วงสงกรานต์

เมื่อวันที่ 5 พ.ค.67 ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ในนามมูลนิธิพระราหู  มอบหมายให้ พ.ต.ต.เตชิต เขื่อนหมั่น เป็นผู้แทนนำเงินสมทบทุนช่วยเหลือมอบให้ ครอบครัว ด.ต.ปิยะนันท์ สีเสื้อ (ผบ.หมู่) สทล.3 กก.1 บก.ทล. ประสบอุบัติเหตุขณะปฏิบัติหน้าที่ ภาระกิจจัดการจราจร (เปิดช่องทางเดินรถพิเศษขาเข้า กทม.) บริเวณแยกดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เมื่อ วันที่ 16 เม.ย.67 ช่วงเทศกาลสงกานต์ และได้เสียชีวิต ในเวลาต่อมา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่
 

'เดนมาร์ก' จ่อให้หญิงสาวอายุ 15 ปีทําแท้งได้ โดยไม่ต้องมีความยินยอมจากผู้ปกครอง

รัฐบาลเดนมาร์กประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 พ.ค.67) ว่าจะอนุญาตให้หญิงสาวสามารถทําแท้งได้จนถึง 18 สัปดาห์หลังการปฏิสนธิ แทนที่จะเป็น 12 สัปดาห์ เป็นการเปลี่ยนแปลงกฎหมายด้านการทําแท้งครั้งแรกของประเทศในแถบนอร์ดิกเป็นเวลา 50 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ หญิงสาวอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปจะมีสิทธิที่จะทําแท้งได้โดยไม่ต้องมีความยินยอมจากผู้ปกครอง รัฐบาลลดอายุขีดจํากัดให้เป็นไปตามอายุที่ยอมรับในการมีเพศสัมพันธ์ของประเทศ

“การเลือกว่าจะทําแท้งหรือไม่เป็นสถานการณ์ที่ยากลําบาก และฉันหวังว่าเด็กหญิงจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองของพวกเธอ แต่ถ้ามีความไม่ลงรอยกัน สุดท้ายแล้วต้องเป็นการตัดสินใจของเด็กหญิงเองว่าเธอต้องการเป็นแม่หรือไม่” มารี เบเยอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลและความเสมอภาคเพศ กล่าว

ในปัจจุบัน หญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 ปีสามารถทําแท้งได้ แต่ต้องมีความยินยอมจากผู้ปกครอง

กฎหมายสุขภาพฉบับแก้ไขจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายนของปีหน้า (2568)

เดนมาร์กเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ในยุโรปตะวันตกที่เสนอการทําแท้งโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในปี 1973 แต่ก็อนุญาตให้ทําแท้งได้จนถึง 12 สัปดาห์หลังการปฏิสนธิเท่านั้น ปัจจุบันหญิงสาวในเดนมาร์กจะสามารถทําแท้งได้เป็นเวลานานกว่าประเทศใดๆ ในยุโรปส่วนใหญ่

ตามหน่วยงานข้อมูลสุขภาพแห่งชาติเดนมาร์ก จํานวนการทําแท้งที่เกิดขึ้นในประเทศไม่ได้เพิ่มขึ้นในช่วงหลัง ในปี 2565 มีการทําแท้งทางการแพทย์ 14,700 ราย เทียบกับ 14,500 รายในปี 2557 จํานวนสูงสุดเกิดขึ้นในปี 2518 เมื่อการทําแท้งได้รับการยอมรับว่าถูกต้องตามกฎหมาย มีจํานวน 27,900 ราย

เมตต์ เธียเซน สมาชิกรัฐสภาจากพรรคประชาชนเดนมาร์กซึ่งเป็นพรรคป็อปปูลิสต์ ได้แสดงความเสียใจต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวว่า “เป็นวันที่แย่มาก กฎหมายใหม่ที่แย่มาก” เธียเซนกล่าวกับสถานีวิทยุโทรทัศน์ดีอาร์ว่า “มีความสมดุลที่ละเอียดอ่อนระหว่างสิทธิของหญิงในร่างกายของตน แต่ก็มีสิทธิในชีวิตของวิญญาณที่อยู่ในครรภ์ของแม่ด้วย”

ในเดือนมีนาคม ประเทศฝรั่งเศสได้กลายเป็นประเทศแรกของโลกที่รับรองสิทธิในการทําแท้งไว้ในรัฐธรรมนูญ ทําให้ 'สิทธิในการทําแท้ง' ในฝรั่งเศสกลายเป็น 'ไม่สามารถถอนกลับได้'

‘เอ็ดดี้ อัษฎางค์’ ถาม ‘ธนาธร’ ฮั้วเลือกตั้ง คือการสร้างประชาธิปไตย ? ด้าน ‘สว.สมชาย’ ตั้งข้อสังเกต อาจผิดเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญ

(6 พ.ค.67) อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก ‘เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค’ เรื่อง ฮั้วกระบวนการเลือกตั้ง คือการสร้างประชาธิปไตย จริงหรือ? ระบุว่า แกนนำคณะก้าวหน้าวิจารณ์ว่า ระบบเลือก สว. นี้ออกแบบมาเพื่อ ‘กีดกันประชาชนไม่ให้มีส่วนร่วม’ ซึ่งต่อมาธนาธรได้กล่าวว่าการทำให้ประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตย การเมืองไทยกลับสู่ภาวะปกติ ต้องเริ่มต้นที่การเลือก สว. หากมี สว. ประชาชนที่ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยเข้าไปดำรงตำแหน่งมากพอ ก็จะช่วยถอดสลักและแก้ปมที่พันกันได้

สำหรับคำจำกัดความของ ‘สว. ประชาชน’ ของคณะก้าวหน้าคือ คนธรรมดาที่ ‘ฝักใฝ่ประชาธิปไตย’ และลงสมัคร สว. โดยไม่รับเงินทองและอามิสสินจ้าง คนที่ลงสมัคร สว. มี 3 ประเภทคือ 

1.คนที่สมัครเพราะต้องการเป็น สว. จริง ๆ 

2.คนที่สมัครแบบเป็นก็ได้-ไม่เป็นก็ได้ 

3.คนที่สมัครเพราะต้องการเข้าไปโหวต 

ซึ่งคน 2 กลุ่มหลังอาจไม่จำเป็นต้องเข้าไปแสดงตัวในเว็บไซต์ หมายความว่า ธนาธร รณรงค์ให้ประชาชนที่สนับสนุนแนวคิดของเขาสมัครเพื่อเป็นโหวตเตอร์ ใช่หรือไม่

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เปิดแคมเปญ “สว. ประชาชน” รณรงค์ให้ประชาชนผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย ไปลงสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

สำหรับ สว. ชุดใหม่จะมาจากการ ‘เลือกกันเอง’ ในกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม และ ‘เลือกไขว้กลุ่ม’ โดยผู้สมัครต้องผ่านการเลือก 3 ระดับ จากอำเภอ ขึ้นสู่จังหวัด และประเทศ  โดยเขาเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ ‘คุยนอกจอ’ กับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ว่า ต้องการยอดผู้สมัครอย่างน้อย 1 แสนคนเป็นตัวเลขเป้าหมาย หากทำได้ก็จะได้เสียงส่วนใหญ่ของ สว.

ซึ่งนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบคณะบุคคล/ตัวแทนพรรคการเมือง ที่มีกระบวนการรณรงค์ให้ประชาชนสมัคร สว. โดยระบุว่า “เข้าข่ายฮั้วในกระบวนการเลือกกันเองของ สว.” เนื่องจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560 และพระราชบัญญัติ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 ต้องสมัครเพื่อเป็น สว. ไม่ใช่สมัครเพื่อเป็นโหวตเตอร์

สรุป ธนาธร คนที่ประกาศว่า “ถ้าประเทศไทยยังเดินไม่ถูกทาง ยังไม่เป็นประชาธิปไตย ยังหาผู้นำทางการเมืองที่เหมาะสมกว่าผมไม่ได้ ถ้าต้องทำ (เป็นแคนดิเดตนายกฯ) ก็ต้องทำ” อันหมายความว่า ธนาธรเท่านั้นที่จะมาเป็นผู้นำเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่ถูกต้อง หรือไม่

แต่การรณรงค์ให้ประชาชนที่สนับสนุนแนวคิดของตน ลงสมัคร สว.โดยไม่ต้องหวังจะสมัครเพื่อเป็น สว. แต่สมัครไปเพื่อจะได้มีสิทธิ์โหวตคนที่ตนเองหรือพรรคพวกของตนเองให้ได้เป็น สว.  ซึ่งนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ตั้งข้อสังเกตว่า จะถือว่าเป็นการเข้าข่ายฮั้วในกระบวนการเลือกกันเองของ สว.ซึ่งผิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรือไม่

คนที่มีแนวคิดแบบนี้นะหรือที่ประกาศว่าจะมาสร้างประชาธิปไตยให้กับประเทศไทย และประกาศว่าประเทศไทยต้องมีผู้นำที่ชื่อ ธนาธร เท่านั้นถึงจะเป็นประชาธิปไตย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top