Friday, 6 November 2026
Hard News Team

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระดมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกผู้โดยสารอย่างเต็มที่ โดยยังคงให้บริการได้ตามปกติ หลังจากเกิดเหตุระบบไอทีล่มหลายแห่งทั่วโลก

นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่า จากกรณีระบบปฏิบัติการของ Microsoft ล่มทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อการให้บริการของสายการบินและสนามบินในหลายประเทศ ตั้งแต่เวลาประมาณ 14.00 น. เป็นต้นมา ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ได้ดำเนินการตรวจสอบระบบของสนามบินอย่างละเอียดแล้ว พบว่าไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่มีสายการบินที่ประสบปัญหาในการใช้ระบบเช็กอินคือ สายการบินไทยแอร์เอเชีย ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบเช็กอินแบบ Manual แทน ส่งผลให้มีผู้โดยสารรอเช็กอินเป็นจำนวนมาก  ทชม.ได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร แจกน้ำดื่ม รวมทั้งได้เปิดเคาน์เตอร์เช็กอินให้กับสายการบินไทยแอร์เอเชียเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการผู้โดยสาร 
          
และล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ระบบเช็กอินของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ ส่งผลให้มีเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบแล้วจำนวน 16 เที่ยวบิน เป็นเที่ยวบินขาเข้าจำนวน 6 เที่ยวบิน และเที่ยวบินขาออกจำนวน 10 เที่ยวบิน ซึ่งระยะเวลาที่ล่าช้าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ 
          
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ขออภัยในความไม่สะดวก ขอความร่วมมือผู้โดยสารเดินทางมาถึงท่าอากาศยานให้เร็วกว่าปกติ โดยขอให้เผื่อเวลาล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องบินออก ทั้งนี้ หากผู้โดยสารต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บริการในด้านต่างๆ 

และหากมีข้อสงสัยหรือต้องการติดต่อสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 5392 2000 ต่อ 2100 

ผบ.ตร.สั่งการทุกหน่วยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจรช่วงวันหยุดยาว เตือนผู้ประกอบการห้ามจำหน่ายสุราในห้วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา กำชับตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

เนื่องด้วยห้วงนี้เป็นห้วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยวันนี้ (20 กรกฎาคม 2567) เป็นวันอาสาฬหบูชา , วันอาทิตย์ 21 กรกฎาคม 2567 เป็นวันเข้าพรรษา และมีวันหยุดชดเชยในวันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2567 จึงทำให้มีวันหยุดต่อเนื่องคือวันที่ 20 - 22 กรกฎาคม 2567 คาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนเดินทางไปประกอบศาสนกิจ กลับภูมิลำเนา หรือเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตรียมแผนปฏิบัติเพื่อดูแลความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร อย่างเข้มข้น

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการให้ทุกหน่วยทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และการอำนวยความสะดวกการจราจร ในช่วงวันหยุดยาว ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่ และการบังคับใช้กฎหมายในวันสำคัญต่างๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บังเกิดผลอย่างจริงจัง โดยสั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมายในความผิดต่าง ๆ เช่น ความผิดเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม เครื่องกระสุนปืน การลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย ยาเสพติด และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพิ่มความเข้มในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ป้องกันและปราบปรามคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้นในเคหสถาน บริเวณสถานีขนส่ง สถานที่พักผู้โดยสาร แหล่งท่องเที่ยว โรงแรม และการตรวจสอบบุคคลตามหมายจับค้างเก่าที่อาจเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยว ทางบริการขนส่งสาธารณะต่าง ๆ รวมทั้งให้ดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทุกเส้นทาง ทุกพื้นที่ 

นอกจากนี้ เน้นย้ำในการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง หรือขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น การรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะหรือโดยพฤติการณ์ที่น่าจะนำไปสู่การแข่งรถในทาง และป้องกันเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกาย โดยเฉพาะการติดตามไปก่อเหตุซ้ำในบริเวณสถานพยาบาล และป้องกันกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอาจก่อเหตุทะเลาะวิวาทในช่วงวันหยุดยาว ให้ใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มข้น และดำเนินการอย่างเฉียบขาดในทุกฐานความผิดตามกฎหมาย กรณีมีการจับกุมผู้กระทำผิดซึ่งเป็นเด็ก ให้ดำเนินการกับผู้ปกครอง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ทุกราย 

ผบ.ตร.ยังได้กำชับให้บังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างเข้มงวด ห้ามจำหน่ายสุราในเวลาห้าม ห้ามไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และบุคคลที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้ ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางในขณะขับขี่หรือในขณะโดยสารอยู่ในรถหรือบนรถ รวมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ประกอบการ ร้านค้าทุกประเภท ทั้งร้านค้าในชุมชน ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงสถานบริการและสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ให้งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งชนิดขายส่งและขายปลีกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่เวลา 00.01 น.ของคืนวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 ไปจนถึงเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 ยกเว้นการขายเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในท่าอากาศยานนานาชาติ หากฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด 

สมุทรปราการ- 'สส.ยงยุทธ' ควงคู่ 'นายกอรัญญา' เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนร่วม 2,000 คน เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด

ท่าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 25 พร้อมด้วย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ได้เดินทางไปเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดแพรกษา เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร 

ท่าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา นำคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาลตำบลแพรกษา เดินทางไปยังโรงเรียนวัดแพรกษา ต.แพรกษา อ.เมือง สมุทรปราการ โดยได้ร่วมกันแจกอาหารกลางวัน ขนมปัง พร้อมทั้งไอศครีมแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดแพรกษา จำนวน 1,622 คน เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิดท่าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ซึ่งตรงกับวันที่ 22 กรกฎาคม 2567 ที่จะถึงนี้

โดยมีทางคณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียนโรงเรียนวัดแพรกษาร่วมให้การต้อนรับ ทั้งนี้ทางคณะครู ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลและชั้นมัธยมร่วมร้องเพลงอวยพรวันคล้ายวันเกิดให้กับทางท่าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆ 

อีกทั้งทาง ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร และนางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ได้มอบเงินให้แก่นักเรียน นักดนตรีของโรงเรียนวัดแพรกษา จำนวน 10,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่นักเรียนโรงเรียนวัดแพรกษาอีกด้วย พร้อมทั้งได้กล่าวชื่นชมและขอให้เด็กนักเรียนทุกคนจงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและเป็นคนดีของครอบครัวต่อไป

สมุทรปราการ-เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ร่วมกับชุมชนแห่เทียนพรรษาเนื่องในวันเข้าพรรษาวัดน้อยสุวรรณาราม

นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ เป็นประธาน นำคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน และข้าราชการ สำนักงานเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ร่วมแห่เทียนพรรษา โดยมี สจ.ชนะ หงวนงามศรี รองประธานสภา อบจ.สมุทรปราการ สจ.มณิฐกานต์ บุญริ้ว สมาชิกสภาอบจ.สมุทรปราการ กำนันธนสัน วสันต์ กำนันตำบลแพรกษาใหม่ แพทย์ประจำตำบล ชาวชุมชนพฤกษา 15 พฤกษา 28 สมาชิกกลุ่มพัฒนาแพรกษาใหม่ ตลอดจนคณะครู นักเรียนโรงเรียนวัดคลองเก้า โรงเรียนอนุบาลแพรกษาใหม่ กลุ่มแม่บ้านสตรี พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ตำบลแพรกษาใหม่ ร่วมแห่เทียนพรรษา พร้อมทั้งถวายผ้าป่าสามัคคี เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2567 ณ วัดน้อยสุวรรณาราม (วัดคลองเก้า) ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 

โดยได้รับความเมตตาจากพระครูสุวรรณสิทธิธาดา เจ้าคณะตำบลบางปู เจ้าอาวาสวัดน้อยสุวรรณาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และสำหรับกิจกรรมแห่เทียนพรรษาและการถวายผ้าป่าสามัคคี ประจำปี 2567 ในครั้งนี้ ทางเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ร่วมกับชาวชุมชนตำบลแพรกษาใหม่ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยนำเทียนพรรษาพร้อมทั้งผ้าอาบน้ำฝน เครื่องสังฆทาน จตุปัจจัยไทยธรรม นำมาถวายแด่พระสงฆ์ เพื่อเป็นพุทธบูชาในช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษา ตลอดระยะเวลา 3 เดือน 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ และส่งเสริมประเพณีไทยปลูกฝั่งให้เด็กและเยาวชนได้รู้จักปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในวันสำคัญทางพุทธศาสนาอย่างถูกต้องตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคี ในหมู่คณะ ระหว่างเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ กับคนในชุมชนได้อีกด้วย

‘เฉลิม’ จ่อแจม 'พลังประชารัฐ' หลัง 'ลูกชาย' เตรียมเปิดตัววีกหน้า ลั่น!! หากถูก 'เพื่อไทย' ขับพ้นพรรคเมื่อไร พร้อมย้ายทันที

เมื่อวานนี้ (19 ก.ค.67) รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐเปิดเผยว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้เข้าพบหารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่บ้านป่ารอยต่อ เพื่อพูดคุยกันถึงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้เชิญให้ ร.ต.อ.เฉลิม ย้ายไปอยู่ด้วยกันในพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งในเบื้องต้นมีรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิม ได้ตอบตกลงแล้ว อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม ยังย้ายไปร่วมไม่ได้ในขณะนี้เพราะยังเป็น สส. ของพรรคเพื่อไทยอยู่ แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยมีมติขับออกจากพรรคก็จะย้ายไปอยู่ในทันที

นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่า นายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิม ซึ่งได้ลาออกจากพรรคเพื่อไทยไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ในสัปดาห์หน้าอีกด้วย

เปิดประวัติ ความสำคัญของ 'วันอาสาฬหบูชา' วันแรกที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาแก่ชาวโลก

วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธนิกายเถรวาทและวันหยุดราชการในประเทศไทย คำว่า อาสาฬหบูชา ย่อมาจาก ‘อาสาฬหปูรณมีบูชา’ แปลว่า ‘การบูชาในวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ’ อันเป็นเดือนที่สี่ตามปฏิทินของประเทศอินเดีย ตรงกับวันเพ็ญ เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งมักจะตรงกับเดือนกรกฎาคมหรือเดือนสิงหาคม แต่ถ้าในปีใดมีเดือน 8 สองหน ก็ให้เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 8 หลังแทน

วันอาสาฬหบูชาได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 45 ปี ก่อนพุทธศักราช ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 คือวันอาสาฬหปุรณมีดิถี หรือวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นกาสี อันเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาคือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแก่ปัญจวัคคีย์

การแสดงธรรมครั้งนั้น ทำให้พราหมณ์โกณฑัญญะ 1 ในปัญจวัคคีย์ ประกอบด้วย โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ เกิดความเลื่อมใสในพระธรรมของพระพุทธเจ้า จนได้ดวงตาเห็นธรรมหรือบรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน ท่านจึงขออุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระอัญญาโกณฑัญญะจึงกลายเป็นพระสาวกและภิกษุองค์แรกในโลก และทำให้ในวันนั้นมีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วันนี้ถูกเรียกว่า ‘วันพระธรรม’ หรือ วันพระธรรมจักร อันได้แก่วันที่ล้อแห่งพระธรรมของพระพุทธเจ้าได้หมุนไปเป็นครั้งแรก และ ‘วันพระสงฆ์’ คือวันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และจัดว่าเป็น ‘วันพระรัตนตรัย’ อีกด้วย

เดิมนั้นไม่มีการประกอบพิธีการบูชาในเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาในประเทศพุทธเถรวาทมาก่อน จนมาในปี พ.ศ. 2501 การบูชาในเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาจึงได้เริ่มมีขึ้นในประเทศไทย ตามที่คณะสังฆมนตรี ได้กำหนดให้วันนี้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2501 โดยคณะสังฆมนตรีได้มีมติให้เพิ่มวันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธในประเทศไทย ตามคำแนะนำของ พระธรรมโกศาจารย์ (ชอบ อนุจารี) โดยคณะสังฆมนตรีได้ออกเป็นประกาศสำนักสังฆนายกเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2501 กำหนดให้วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาพร้อมทั้งกำหนดพิธีอาสาฬหบูชาขึ้นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีพิธีปฏิบัติเทียบเท่ากับวันวิสาขบูชาอันเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล

อย่างไรก็ตาม วันอาสาฬหบูชาถือเป็นวันสำคัญที่กำหนดให้กับวันหยุดของรัฐเพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ส่วนในต่างประเทศที่นับถือพุทธศาสนานิกายเถรวาทอื่น ๆ ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันอาสาฬหบูชาเทียบเท่ากับวันวิสาขบูชา

สำหรับความสำคัญ ‘วันอาสาฬหบูชา’ ถือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาประกาศพระธรรมจักร (ฟัง) เป็นครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์และ ‘เป็นวันที่บังเกิดมีพระสงฆ์ครบเป็นองค์พระรัตนตรัยครั้งแรกในโลก’

วันอาสาฬหบูชา หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมที่ตรัสรู้เป็นครั้งแรก จึงถือได้ว่าวันนี้เป็น 'วันเริ่มต้นประกาศพระพุทธศาสนาแก่ชาวโลก  และด้วยการที่พระพุทธเจ้าทรงสามารถ แสดง เปิดเผย ทำให้แจ้ง แก่ชาวโลก ซึ่งพระธรรมที่ตรัสรู้ได้ จึงถือได้ว่าพระองค์ได้ทรงกลายเป็นสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยสมบูรณ์ คือทรงสำเร็จภารกิจแห่งการเป็นพระพุทธเจ้าผู้เป็น ‘สัมมาสัมพุทธะ’ คือเป็นพระพุทธเจ้าผู้สามารถแสดงสิ่งที่ตรัสรู้ให้ผู้อื่นรู้ตามได้ ซึ่งแตกต่างจาก ‘พระปัจเจกพุทธเจ้า’ ที่แม้จะตรัสรู้เองได้โดยชอบ แต่ทว่าไม่สามารถสอนหรือเปิดเผยให้ผู้อื่นรู้ตามได้ ด้วยเหตุนี้วันอาสาฬหบูชาจึงมีชื่อเรียกว่า ‘วันพระธรรม’

วันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่ท่านโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรมสำเร็จพระโสดาบันเป็นพระอริยบุคคลคนแรก และได้รับประทานเอหิภิกขุอุปสมบทเป็นภิกษุองค์แรกในพระศาสนา และด้วยการที่ท่านเป็นพระอริยสงฆ์องค์แรกในโลกดังกล่าว พระรัตนตรัยจึงครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก ด้วยเหตุนี้วันอาสาฬหบูชาจึงมีชื่อเรียกว่า ‘วันพระสงฆ์’

ดังนั้น วันอาสาฬหบูชา จึงถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญของพระพุทธศาสนาดังกล่าว ซึ่งควรพิจารณาเหตุผลโดยสรุปจากประกาศสำนักสังฆนายกเรื่องกำหนดพิธีอาสาฬหบูชา ที่ได้สรุปเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในวันอาสาฬหบูชาไว้โดยย่อ ดังนี้...

1.เป็นวันแรกที่พระโคตมพุทธเจ้าทรงประกาศศาสนาพุทธ

2.เป็นวันแรกที่พระบรมศาสดาทรงแสดงพระธรรมจักร ประกาศสัจธรรม อันเป็นองค์แห่งพระสัมมาสัมโพธิญาณ

3.เป็นวันที่พระอริยสงฆ์สาวกองค์แรกบังเกิดขึ้นในโลก คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ ได้รับประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทา ในวันนั้น

4.เป็นวันแรกที่บังเกิดสังฆรัตนะ สมบูรณ์เป็นพระรัตนตรัย คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ

สำหรับกิจกรรมที่ชาวพุทธในประเทศไทย และทั่วโลก นิยมทำในวันอาสาฬหบูชา มีดังนี้...

- ตักบาตรในตอนเช้า
- เวียนเทียนในตอนเย็น 
- ฟังพระธรรมเทศนา
- ถวายสังฆทาน
- ปฏิบัติธรรม

มุกดาหาร​ -​ตชด.234 มุกดาหาร เปิดยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขง ตรวจยึดรถยนต์ขณะเตรียมลักลอบข้ามโขง 4 คัน

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 จังหวัดมุกดาหาร พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผบ.ร้อย ตชด.234 แถลงผลการปฏิบัติตามแผนยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขงโดย พล.ต.ท.ยงเกียรติ มนปราณีต ผบช.ตชด. สามารถตรวจยึดรถยนต์ขณะเตรียมลักลอบนำข้ามแม่น้ำโขงส่งนายทุนรถยนต์เถื่อน สปป.ลาว จำนวน 4 คัน 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม เวลาประมาณ 20.00 น. พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผบ.ร้อย ตชด.234 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าพบรถยนต์ต้องสงสัยว่าจะนำมาจอดพักเพื่อรอทำการลักลอบส่งออกนอกราชอาณาจักร จอดอยู่บริเวณลานจอดรถหน้าศูนย์อาหารของปั้มน้ำมัน ปตท.คำป่าหลาย ต.คำป่าหลาย อ.เมืองมุกดาหาร  จะจ.มุกดาหาร  จำนวน 4 คัน จึงได้สั่งการให้ ร.ต.ท.ทองดี แก้วอาจ หน.ชุด ชปข.ร้อย ตชด.๒๓๔ พร้อมเจ้าหน้าที่รวม 12 นาย และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ออกตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง กระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่ไปถึงจุดที่รับแจ้งพบรถยนต์กระบะ 4 ประตู จำนวน 4 คัน  คือ 1.รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่น ดีแม็กซ์  สีเทา ทะเบียน ขร 8542 ระยอง 2.รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ไฮลักซ์ รีโว่  ทะเบียน กจ 3614 ชัยนาท  3.รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่น ดีแม็กซ์  สีขาว ทะเบียน จค 9326 ชลบุรี 4.รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ไฮลักซ์ รีโว่ สีดำ ทะเบียน 5 กฮ 6989 กรุงเทพมหานคร ตรงตามที่สายลับให้ข้อมูลไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้วางกำลังเฝ้าตรวจการณ์รอบบริเวณและได้สอบถามพนักงานปั๊มน้ำมันแต่ไม่มีใครทราบว่ารถยนต์ทั้ง 4 คันเป็นของผู้ใดซึ่งจอดอยู่นานแล้ว จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. ไม่มีบุคคลใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของรถยนต์จำนวนดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันทำการตรวจยึดรถยนต์ทั้ง 4 คัน จากการตรวจสอบพบว่า ประตูรถยนต์ทั้ง 4 คันไม่ได้ล็อคไว้ และมีกุญแจรถเสียบอยู่ภายในรถยนต์ทั้ง 4 คัน จึงได้ทำการนำรถยนต์ทั้งหมดกลับมาที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 เพื่อสืบสวนขยายผลและทำบันทึกการตรวจยึดเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คำป่าหลาย อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

20 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 ‘นีล อาร์มสตรอง’ มนุษย์คนแรกที่ได้ก้าวเหยียบผิวดวงจันทร์ ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่ผู้คน 530 ล้าน ร่วมเป็นสักขีพยาน

วันนี้เมื่อ 55 ปีที่แล้ว ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เมื่อ ‘นีล อาร์มสตรอง’ (Neil Alden Armstrong) นักบินอวกาศชาวสหรัฐอเมริกาก้าวลงเหยียบบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จ ทำให้เขาได้รับการบันทึกว่า…เป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่ได้เหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ และในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ มีผู้คนราว 530 ล้านคนทั่วโลก ที่เฝ้ารับชมการถ่ายทอดสด

‘อะพอลโล 11’ เป็นยานอวกาศลำแรกขององค์การนาซา ที่ลงจอดบนผิวของดวงจันทร์สำเร็จ โดย ‘อะพอลโล 11’ ได้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศโดยจรวด ‘แซเทิร์น 5’ ที่ฐานยิงจรวด 39A แหลมเคเนดี รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมพ.ศ. 2512 ก่อนแยกยานลงดวงจันทร์ไปลงจอดบริเวณ ‘ทะเลแห่งความเงียบสงบ’ (Mare Tranquilitatis) ได้สำเร็จ ในวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2512

สำหรับลูกเรือในยานอวกาศนั้นประกอบด้วย ‘นีล อาร์มสตรอง’ ผู้บังคับการ, ‘บัซ อัลดริน’ นักบินยานลงดวงจันทร์ และ ‘ไมเคิล คอลลินส์’ เป็นนักบินยานบังคับการ โดยมี ‘นีล อาร์มสตรอง’ เป็นมนุษย์คนแรกที่ลงมาประทับรอยเท้าบนดวงจันทร์ ก่อนจะตามมาด้วยสองนักบินอวกาศที่โดยสารมาด้วยกัน โดยภารกิจของทั้งสามนักบินในครั้งนั้นคือการติดตั้งเครื่องวัดแผ่นดินไหว, กระจกสะท้อนเลเซอร์, เครื่องวัดลมสุริยะ, และเก็บตัวอย่างหินและดิน 21.6 กิโลกรัม นำกลับมายังโลก

ซึ่งใช้เวลาอยู่บนดวงจันทร์รวม 21 ชั่วโมง 36 นาที ใช้เวลานับตั้งแต่ออกเดินทางจนกลับถึงโลก 195 ชั่วโมง 18 นาที 35 วินาที โดยเดินทางกลับมาลงจอดบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 ยานอวกาศอะพอลโล 11 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอะพอลโล ซึ่งเกิดจากความปรารถนาของประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ที่ต้องการส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ให้สำเร็จ และกลับมายังโลกอย่างปลอดภัย

ปัจจุบันวิวัฒนาการของโลกก้าวล้ำไปอย่างมาก มีการวางแผนสร้างสถานีอวกาศ เพื่อเดินทางออกไปยังส่วนอื่น ๆ ของระบบสุริยะอีกมากมาย

ทำให้นึกถึงประโยค ‘อมตะ’ ของ ‘นีล อาร์มสตรอง’ ที่ได้เอ่ยขึ้นในช่วงเวลาที่สัมผัสกับพื้นผิวดวงจันทร์เป็นครั้งแรกว่า.. “That's one small step for man, one giant leap for mankind.” มีความหมายว่า “นี่เป็นก้าวเล็ก ๆ ของชายคนหนึ่ง แต่เป็นก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ”

ซึ่งตอกย้ำว่า ‘ก้าวแรก’ ของการเหยียบดวงจันทร์ในครั้งนั้น ก็ยังเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับมนุษยชาติอยู่เสมอ

‘วัดโพธิ์’ ติด 1 ใน 10 สถานที่เที่ยวยอดนิยมที่สุดในเอเชีย 2024 นักท่องเที่ยวทั่วโลกนิยมเช็กอิน - ชื่นชมความงามของพระนอน

(19 ก.ค. 67) ‘ทริปแอดไวเซอร์’ เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ประกาศผลการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมากที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2024 จากการโหวตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ปรากฏว่า ‘วัดโพธิ์’ หรือ ‘วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร’ ได้รับการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมากที่สุด เป็นอันดับที่ 9 ในเอเชีย ซึ่งเป็นข่าวที่สร้างความปลื้มปีติยินดี และภาคภูมิใจแก่ประเทศและคนไทยเป็นอย่างมาก

สำหรับการจัดอันดับของทริปแอดไวเซอร์ ประจำปี 2024 มีดังนี้

-อันดับที่ 1 ได้แก่ การ์เด้นส์ บาย เดอะเบย์ ประเทศสิงคโปร์ ถูกยกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม–อันดับ 1 ในรางวัล Best of the best 2024 
-อันดับที่ 2 คือ นครวัด ประเทศกัมพูชา 
-อันดับที่ 3 มู่เทียนหยู ประเทศจีน 
-อันดับที่ 4 ทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย 

-อันดับที่ 5 ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ ประเทศญี่ปุ่น 
-อันดับที่ 6 ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว รอยัลสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย 
-อันดับที่ 7 เมืองโบราณฮอยอัน ประเทศเวียดนาม 
-อันดับที่ 8 ป่าลิงอูบุด ประเทศอินโดนีเซีย

-อันดับที่ 9 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ประเทศไทย เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธไสยาส หรือ พระนอน สร้างขึ้นในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และมีความงดงามเป็นยิ่งนัก ปิดด้วยทองคำรอบองค์ขนาดใหญ่ มีความยาว 46 เมตร และสูง 15 เมตร และ-อันดับที่ 10 พิพิธภัณฑ์ไซง่อน เวียดนาม

พระเทพวัชราจารย์ รศ.,ดร. (เจ้าคุณเทียบ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ ประธานคณะกรรมการฝ่ายเผยแพร่วัดพระเชตุพนฯ เปิดเผยว่า ตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดทั่วโลกลดความรุนแรงลง นักท่องเที่ยวที่มาวัดโพธิ์ ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เฉลี่ยวันละ 7,000 - 10,000 คนขึ้นไป โดยเฉพาะช่วงเทศกาลมีมากกว่า 10,000 คน เพราะต้องการมาชมความงามของพระนอนวัดโพธิ์ที่เป็นที่เลื่องชื่อ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ได้มีผู้นำจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมาที่วัด อาตมภาพ ได้มีโอกาสให้การต้อนรับและนำชมแทบทุกครั้ง ตั้งแต่นายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นางฮิลลารี่ คลินตัน มกุฏราชกุมารและพระชายาแห่งเบลเยียม 

ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาเป็นพระมหากษัตริย์และพระราชินีแห่งเบลเยียม นายกรัฐมนตรีของจีน ประธานาธิบดีชิลี รองประธานาธิบดีอินเดีย นายกรัฐมนตรีภูฏาน คณะพระคาร์ดินัลจากนครรัฐวาติกัน 

ล่าสุด คือเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เป็นต้น ซึ่งผู้นำทุกท่านที่มาเยือนวัดโพธิ์ ล้วนประทับใจความงามของ ‘พระนอน’ เป็นยิ่งนัก

“ที่สำคัญต้องยอมรับว่าข่าวสารของโลกสมัยนี้ มีความก้าวหน้า ทันสมัยและรวดเร็วมาก เมื่อผู้นำหรือผู้ที่เป็นที่รู้จักของสังคมโลกได้เผยแพร่ภาพที่มาเยือนวัดโพธิ์ออกไป ยิ่งทำให้คนทั่วโลกอยากมาเห็น อยากมาสัมผัสพระนอนวัดโพธิ์ด้วยตาตนเองสักครั้ง อาตมภาพมองว่าอานิสงส์ในครั้งนี้ล้วนเกิดจากสายพระเนตรที่กว้างไกลขององค์พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ที่ทรงมีความศรัทธาในพระศาสนาอย่างแรงกล้า ทรงทำนุบำรุงและปฏิสังขรณ์ วัด ศาสนสถานมาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ต่อประเทศและพสกนิกรชาวไทยอย่างแท้จริง” พระเทพวัชราจารย์ กล่าว

‘ร้านค้าจีน’ ผุดไอเดีย รังสรรค์ ‘เมนูปิ้งย่าง’ สุดแปลก ดึงดูดใจลูกค้า ‘กระบองเพชร-แตงโม-โชว์แกะสลักเป็นรูปร่าง-น้ำแข็ง’ มาหมด!!

(19 ก.ค. 67) บาร์บีคิวปิ้งย่างเป็นอาหารยอดนิยม ซึ่งเป็นที่คลั่งไคล้ของชาวจีนจำนวนมาก บรรดาพ่อค้าแม่ค้าจึงมักสรรหาวัตถุดิบ พร้อมไอเดียสุดสร้างสรรค์มารังสรรค์เมนูใหม่ ๆ อยู่เสมอ

ทั้งนี้ ล่าสุดคลิปวิดีโอบนเสี่ยวหงซู แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดฮิตของจีน ซึ่งโพสต์โดย ‘Jinkesi’ บล็อกเกอร์อาหาร มียอดไลก์มากกว่า 18,000 ไลก์ เผยภาพอาหารปิ้งย่างแปลก ๆ อย่าง ‘กระบองเพชรย่าง’ และ ‘แตงโมย่าง’ ในเมืองเฉิงตู มณฑลซื่อชวน (เสฉวน)

ขณะที่ในโต่วอิน หรือติ๊กต็อกเวอร์ชันจีน แฮชแท็ก ‘ทุกอย่างย่างได้’ มีผู้เข้าชมเกือบ 3 พันล้านครั้ง โดยหนึ่งในคลิปวิดีโอยอดนิยม คือ ‘เมนูน้ำแข็งย่าง’ ที่ทำเอาหลายคนงงว่าจะกินตอนร้อน ๆ หรือจะทิ้งไว้ให้เย็นก่อนดี?

กระแสความนิยมของปิ้งย่างยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมากสร้างสรรค์อาหารที่ไม่ซ้ำใคร โดยมีลักษณะคล้ายกับสิ่งของต่าง ๆ เช่น พริกเขียวที่แกะสลักเป็นรูประเบิดมือ มะเขือม่วงที่แกะสลักเป็นรองเท้าส้นสูง และ ไส้กรอกย่างที่พยายามทำเป็นรูป Peppa Pig

ด้านชาวเน็ตต่างคอมเมนต์ เช่น “ในที่สุดโลกก็แปลกประหลาดเกินกว่าที่ฉันจินตนาการไว้ ถ้าฉันเสียสติเมื่อไหร่ ฉันจะลองชิมอาหารเหล่านี้ดู”, "กระบองเพชรย่างมีน้ำเยอะและอร่อยมาก" และ “ลองย่างเครื่องบิน รถถัง หรือเรือดำน้ำดูไหม?...”

อย่างไรก็ตาม ตามข้อมูลของ Hongcan เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม ระบุว่า จีนมีร้านบาร์บีคิวปิ้งย่างมากกว่า 330,000 ร้าน ที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top