Friday, 12 April 2024
NEWSFEED

‘หนิง ปณิตา’ ไฟลุกกลางดึก!! เปิดโฉมหน้ามือที่สาม หลังเพจข่าวลงภาพหลานสาว หวั่นคนเข้าใจผิด

(5 ก.ค. 66) กำลังเป็นประเด็นดังเกี่ยวกับการหย่าร้างของ ‘หนิง ปณิตา พัฒนาหิรัญ’ กับ ‘จิน จรินทร์ ธรรมวัฒนะ’ เหตุเพราะมีมือที่ 3 จนต้องฟ้องร้องเรียกเงินฐานทำลายชีวิตครอบครัว ล่าสุดเพจข่าวหนึ่งได้ลงภาพ ‘จิน’ คู่กับหลานสาว จึงทำให้ ‘หนิง’ ต้องออกมาชี้แจงพร้อมชี้เป้าตัวจริงแบบหน้าชัดๆ โดยระบุว่า

“ตื่นขึ้นมากลางดึก เพราะเพื่อนส่งข่าวด้านล่างนี้มา ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ชี้แจงนะคะ รูปบนทางขวามือคือ ‘หลานสาว’ ที่สนิทที่สุดของหนิงค่ะ มีการนำรูปหลานสาวหนิงมาลง (จริงๆมีรูปอีกเยอะเลยที่สามารถนำมาลงได้นะคะ) หนิงเกรงว่าจะทำให้หลายๆคนเข้าใจผิดกันค่ะว่ารูปนี้คือคู่กรณีของหนิง หลานหนิงกำลังเป็นวัยรุ่นและอยู่ในวัยเรียนที่ต้องยอมรับว่าสังคมเราทุกวันนีักำลังเสพ Social อย่างหนักมาก หลานและครอบครัวหลานซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของหนิงไม่ควรจะต้องมาเกี่ยวและโดนกระทบในเรื่องนี้เลยค่ะ ขอโทษหลานสาวและครอบครัวด้วยค่ะที่ต้องเข้ามาพัวพันและอาจทำให้โดนเข้าใจผิด และเพื่อไม่ให้เป็นการเข้าใจผิด ที่ถูกต้องคือ ‘รูปล่างค่ะ’ ”

พร้อมกับข้อความเพิ่มเติมว่า “สมัยนี้สังคมบูลลี่ที่ รร คือเยอะมาก ไม่เป็นผลดีกับน้องและครอบครัวเลยที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิด และมานั่งตอบคำถาม รูปมีอีกเยอะเลยที่จะเลือกมาทำข่าว ครั้งนี้ใครจะว่าใจร้ายก็ขอน้อมรับค่ะ”

เรียกได้ว่าเดือดไม่พักไม่แผ่วหลังจากเพิ่งเดินทางไปขึ้นศาลกันเลยทีเดียว

‘แพรรี่’ ฟาด!! คนต่อต้าน ‘พระเขื่อน’ ปมกล่าวหาเป็น ‘บัณเฑาะก์’ ลั่น!! เป็นการบวชที่มีพระวินัยรองรับ ย้ำ!! ไม่ใช่เรื่องของชาวเน็ต

(5 ก.ค. 66) ก่อนหน้านี้มีประเด็นดรามา ‘เขื่อน KOTIC’ หรือเขื่อน ภัทรดนัย บวชเข้าสู่ร่มกาสาวพักตร์ หลายคนได้ตั้งคำถามว่า พระเขื่อนบวชได้หรือ โยงดรามาบัณเฑาะก์ ซึ่งคำว่า บัณเฑาะก์ หรือบุรุษลักเพศ หมายถึง คนเพศบกพร่อง ซึ่งคนเพศบกพร่อง ในที่นี้หมายถึง คนที่มีความเบี่ยงเบนโดยกำเนิด คือ เขามีใจเป็นหญิงจนไม่สามารถข่มความเป็นหญิงนั้นได้เลย หรือคนแปลงเพศ หรือมีหน้าอกเหมือนสตรีแล้วนั่นเอง เทียบกับขันทีในยุคก่อน หรือมีเพศสองอย่างในคนเดียว

เดือดร้อนไปถึงพระผู้ใหญ่ที่ต้องออกมาชี้แจง ประเด็นนี้ว่า “แต่ถ้าหากบุคคลที่ต้องการบวชนั้น เป็น บุรุษเพศสมบูรณ์ หรือ บ่งว่าเป็นบุรุษ ก็สามารถบวชได้ ไม่ได้เกิดปัญหาแต่อย่างใด”

ต่อมาเมื่อวานนี้ (4 ก.ค. 66) แพรรี่ หรือไพรวัลย์ วรรณบุตร อดีตพระที่ผ่านกระแสโซเชียลมามาก ได้ออกมาโพสต์ฟาดประเด็นดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า

“มึงจะไปต่อต้านเขาทำไมคะ ในเมื่อเขาบวชภายใต้กฎเกณฑ์ที่พระวินัยให้การรับรอง เขาไม่ได้บวชภายใต้ความเห็นชอบจากชาวเน็ตอย่างมึงนะคะ

สงสัยอะไรก็ศึกษาเลยค่ะ ดิฉันเคยพูดไปหลายทีแล้วว่า เรื่องบัณเฑาะก์เนี่ย ท่านมีอธิบายไว้ชัดเลย ในคัมภีร์สมันตปาสาทิกา (คัมภีร์อธิบายพระวินัย) 

ซึ่งในคัมภีร์สมันตปาสาทิกา ระบุไว้ชัดว่า ในบัณเฑาะก์ 5 ประเภทนั้น บัณเฑาะก์ที่ห้ามการอุปสมบทอย่างเด็ดขาด มีแค่ 2 ประเภทเท่านั้น คือ 1.) บุคคลที่ถูกตอนอวัยวะเพศไปแล้ว (ปัจจุบันอาจหมายถึงคนที่แปลงเพศด้วย) กับ 2.) บุคคลผู้มีความบกพร่องทางอวัยวะเพศ (ระบุไม่ได้ว่าเป็นเพศไหน)

ถ้าถึงขั้นนี้ยังไม่กระจ่างก็ให้ไปดูในฎีกาวิมติวิโนทนี (คัมภีร์อธิบายความสมันตปาสาทิกาอีกชั้นหนึ่ง) ซึ่งพระฎีกาจารย์ท่านก็เขียนไว้ชัดเช่นกันว่า ที่บอกว่า 2 ประเภทนี้ ไม่ห้ามการบรรพชา นั่นก็คือหมายถึง อนุญาตการอุปสมบท

ศาสนาพุทธในเมืองไทยเป็นเถรวาทนะคะ ดังนั้นหากมีข้อสงสัยใดๆ ในพระธรรมวินัย ข้อสงสัยนั้นๆ ย่อมต้องตรวจสอบด้วยข้ออรรถข้อธรรม ซึ่งมีการอธิบายไว้ชัดในคัมภีร์ชั้นต่างๆ

ที่สำคัญเลย ดิฉันอยากจะบอกให้ทราบว่าการบวชจริงๆนั้น เป็นแต่เพียงขั้นตอนของการรับรองค่ะ มีพระอุปัชฌาย์เป็นผู้นำพาและรับผิดชอบในตัวกุลบุตรต่อหมู่สงฆ์ มีหมู่สงฆ์เป็นสักขีพยานในการรับรู้ถึงการมีอยู่ของภิกษุใหม่

การบวชไม่ใช่เรื่องของชาวเน็ตนะคะ พักก่อน ศาสนาให้พื้นที่กับผู้คนในการฝึกหัดขัดเกลาอุปนิสัยค่ะ บัณฑิตไม่ติเตียนใครอย่างปราศจากปัญญานะคะ

ภิกษุดีเลวไม่ได้วัดกันที่ว่าก่อนบวชมีพฤติกรรมอย่างไรค่ะ แต่วัดกันที่ว่าบวชแล้วครองตนอย่างไรต่างหาก

ปาราชิกข้อแรกมาจากพระผู้ชายนะคะ ไม่ได้มาจากพระบัณเฑาะก์ ฝากไว้ให้คิด แต่ถ้าจะไม่คิดก็แล้วแต่ จบ”

‘แอนนี่ บรู๊ค’ อัปเดตชีวิตแม่ค้าออนไลน์ หลังปัญหาธุรกิจรุมเร้า พ้อ!! “เพราะลูกชาย ถึงทำให้อดทนได้ขนาดนี้”

(5 ก.ค. 66) ‘แอนนี่ บรู๊ค’ นักแสดงหญิง ที่ยังทำธุรกิจทางด้านออนไลน์ด้วยนั้น ได้โพสต์ข้อความอัปเดตเรื่องราวชีวิต บนเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า

“ความไว้เนื้อเชื่อใจในการทำมาค้าขายเป็นสิ่งสำคัญ ปีที่แล้วตั้งแต่ต้นปีหนักหนามาก เป็นคนมีปัญหาแล้วไม่ค่อยพูด ชอบจัดการปัญหาคนเดียวเงียบๆ

ปีที่แล้วทั้ง supplier ทั้งบริษัทฟูฟิวส์เมนท์ (โกดังแพ็คของ) และคนใกล้ตัว ต่างเรียงหน้ากันเข้ามาสร้างปัญหาในธุรกิจ อาจจะเพราะด้วยเราไม่รู้เรื่องจึงโดนหนักหน่อย โชคดีที่เป็นคนที่ไม่ดื้อ เมื่อรู้ว่าไม่ไหวก็คือพอ และสะสางแก้ปัญหาทั้งหมด ไม่ให้ใครมาว่าเราได้ทีหลัง โลกออนไลน์มันรวดเร็วถ้าเราทำเสียลูกค้า ทุกอย่างก็จะไม่เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ ต่อไปเขาก็ซื้อแค่ครั้งเดียว

ปีนี้ ตั้งแต่ต้นปีใช้ตัวเองเป็นต้นทุน ดูแลรักษารูปร่างหน้าตา จึงมีงานต่องาน ตั้งใจทำงานให้กับเจ้าของแบรนด์ทุกแบรนด์ 

ฟื้นฟูจิตใจอยู่นาน ผิดหวังเล็กน้อยกับผู้คน แต่ไม่คิดล้มเลิก ยังคงขายของเป็นปกติแต่ในแพลตฟอร์มอื่น เพียงแค่ไม่ได้ Live สดเท่านั้น ขอบคุณที่ยังติดตามถามไถ่นะคะ ไม่ได้หายไปไหน วันไหนฟ้าสดใส เราก็คงจะได้หัวเราะเอิ๊กอ๊าก หน้า Live สดกันอีกที จะว่าไปเวลา set up หน้า Live สดคนเดียวนี่คือเหนื่อยมาก ติดตั้งเองคนเดียวและเก็บคนเดียวทุกอย่างเลยปังเวอร์ เก่งกว่าแม่ก็แค่ซุปเปอร์แมนละหล่ะ”

ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้คนเข้าไปให้กำลังใจจำนวนมาก ขณะที่ ทนายเจมส์ ก็ได้เข้าไปคอมเมนต์ด้วยว่า “สุดยอดครับ” ซึ่งแอนนี่ก็ได้ตอบว่า “เพราะ ดช.ฑี นั่นล่ะค่ะ ถึงทำให้อดทนได้ขนาดนี้”

‘ไอซ์ ปรีชญา’ โพสต์ภาพชูสองนิ้ว บอกตัวเองสู้ไปด้วยกัน หลัง ‘วูบหมดสติ’ จนถูกหามส่งโรงพยาบาลเข้าห้องไอซียู

(5 ก.ค. 66) หลังจากที่ทำตกใจกันถ้วนหน้าเมื่อมีข่าวว่า ‘ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร’ วูบหมดสติ จนต้องนำตัวหามส่งโรงพยาบาล พร้อมกับเข้า ICU เป็นการด่วน พร้อมใส่เครื่องช่วยหายใจ

ซึ่งสาเหตุการวูบหมดสติครั้งนี้ก็น่าจะมาจากความเครียด สาเหตุเพราะมีหลายปัญหาที่รุมเร้า ไล่มาตั้งแต่คดีไซยาไนด์ที่กรมโรงงานจะฟ้องร้อง จนเป็นเหตุให้งานต่างๆถูกยกเลิก หรือเลื่อนออกไปไม่มีกำหนดจนกว่าจะเคลียร์คดีจบ ซึ่งส่งผลต่อรายได้ค่าใช้จ่ายที่สะเทือนเต็มๆ ประกอบกับแฟนหนุ่ม ‘สเตฟาน’ ก็มีปัญหากัน ทำให้ภาวะซึมเศร้ากำเริบหนัก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ และเอาแต่ร้องไห้ จนเกิดอาการวูบหมดสติในที่สุด

ล่าสุดดูเหมือนเจ้าตัวพ้นขีดอันตรายแล้ว โดยได้อัปเดตไอจีสตอรี่ชู 2 นิ้ว พร้อมข้อความว่า “ไอซ์เราจะสู้ไปด้วยกันนะไอซ์”

งานนี้แฟนๆได้แต่แคปภาพหน้าจอไปโพสต์ให้กำลังใจผ่านสื่อโซเชียล พร้อมกับขอให้เจ้าตัวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ด้วย

‘เวสป้า’ ถูกค่ายดังฟ้อง 12 ล้าน หลังร้องเพลงที่ตัวเองแต่ง ลั่น!! ขอสู้เต็มที่ เหลือแค่เอาชีวิตไปเท่านั้นถึงจะหยุดร้องได้

เมื่อวานนี้ (4 ก.ค. 66) เวสป้า อิทธิพล เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา นักแต่งเพลงชื่อดัง ร้องเข้ามาที่เพจโหนกระแส หลังถูกค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์ จากการร้องเพลงที่ตนเองแต่งตามงานต่างๆ โดยเจ้าตัวมองว่าเรื่องนี้ไม่เป็นธรรมกับตนและกับนักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลง ที่ไม่สามารถร้องเพลงที่ตัวเองแต่งได้

เจ้าตัวบอกว่า ถูกฟ้องเรียกเงิน 12 ล้าน ซึ่งเท่าที่ตามเจอพบว่าถูกฟ้องไว้ 3 คดี แต่คาดว่าน่าจะมีอีกหลายสิบคดี ในหลากหลายพื้นที่ ตามแต่ว่าไปเล่นที่ไหน ซึ่งเวสป้าลั่นวาจาว่า ตนจะไม่หยุดร้องเพลงของตัวเอง มีแค่เอาชีวิตของตนไปเท่านั้นถึงจะหยุดได้ ยืนยันว่าจะสู้เต็มที่ หากตนแพ้คดี ตนยินดีจะจ่ายค่าเสียหายเต็มจำนวน

ที่ผ่านมา นักแต่งเพลงมากมาย ไม่เคยได้รับเงินส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะถูกนำไปแสดงสด หรือส่วนแบ่งจากสตรีมมิงใดๆ ไม่เคยได้ส่วนแบ่งจากสิทธิ์เหล่านี้ นักแต่งเพลงจำนวนมากต้องเดือดร้อน ยากจน ไม่มีเงิน หลายคนตายไปแบบไม่มีเงินซื้อโลงศพด้วยซ้ำ ตนยืนยันว่าการออกมาสู้ครั้งนี้ หวังให้เป็นคดีประวัติศาสตร์ เพื่ออาชีพนักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลง

สำหรับ เวสป้า เป็นเจ้าของเพลงสุดฮิต และเขียนเพลงดังเอาไว้มากมาย อาทิ 100เหตุผล, เป็นชู้ไม่รู้ตัว, ไม่อาจเปลี่ยนใจ, โลกทั้งใบให้นายคนเดียว, เจ็บแปลบ ฯลฯ

‘4MIX’ แท็กทีม ‘แอลลี่’ โชว์เดือด!! บนเวที SAWASDEE DC ยกระดับ T-POP เฉิดฉาย ทำเอาแฟนอินเตอร์ปลื้มปริ่ม!!

(4 ก.ค. 66) วง 4MIX จากค่าย 411Records (โฟร์ วัน วัน เรคคอร์ด) มีสมาชิก 4 คน ได้แก่ นินจา-จารุกิตต์ คำหงษา, แมกก้า-ณัฐภัทร ดีเลิศตระกูล, โฟล์คซอง-ชนินทร บุญรอด และ จอร์จ-ราเมศวร์ เกียรติสุขอุดม ที่เคยสร้างชื่อเสียงที่เม็กซิโกในฐานะ T-POP มาแล้ว สร้างความฮือฮาอีกครั้งพร้อมแท็กทีม แอลลี่-อชิรญา นิติพน จากค่าย 411MUSIC ไประเบิดความมันส์นำความแซ่บของผลงานเพลงไทยและเอกลักษณ์ไทยไปสร้างความปังบนเวทีงาน SAWASDEE DC เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ กรุงวอชิงตัน โดยงานจัดขึ้นเพื่อรำลึก 190 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-ประเทศไทย 

สำหรับภายในงานมีคนไทยและคนวอชิงตันมาร่วมงานหมื่นกว่าคน ทำให้บรรยากาศคึกคัก แฟนๆ ร้องเต้นไปกับ 4MIX และแอลลี่อย่างเต็มที่ ซึ่งทั้ง 2 ศิลปินได้ขึ้นโชว์ 2 รอบ ทั้งรอบเช้าและรอบเย็น งานนี้สร้างความประทับใจให้ชาววอชิงตันปลื้มปริ่มจน #4MIXxALLYinDC ติดเทรนทวิตเตอร์ นอกจากจะมอบความสุขให้คนที่มาดูล้นหลามแล้ว 4MIX และ แอลลี่ ก็ขนความสุขความประทับใจนี้กลับเมืองไทยเช่นกัน 

‘หนิง ปณิตา’ แจงคู่กรณีไม่มาตามนัด ยัน!! เรียกค่าเสียหายตามเดิม ปมหย่าอดีตสามีต้องขอเวลาคุยก่อน เพราะห่วงความรู้สึกลูกสาว

(4 ก.ค.66) ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ‘หนิง ปณิตา’ ซึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหายจากบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นข่าวกับสามี ‘จิน จรินทร์’ เดินทางมาที่ศาลซึ่งนัดไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย โดย ‘หนิง’ ได้มาพร้อมกับทนายความส่วนตัวและน้องสาว ‘แนน ชุมพิชา’ แต่ทางคู่กรณีไม่ได้มาด้วยตัวเอง ส่งทนายความส่วนตัวมา แต่ขออนุญาตทางศาลวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ซึ่งศาลไม่อนุญาต โดย ‘หนิง’ ได้เปิดเผยว่า

ยังคงยืนยันคำเดิมเดินหน้าเรียกค่าเสียหาย ส่วนเงื่อนไขไม่ขอลงรายละเอียดแต่มั่นใจในหลักฐานที่มี ซึ่งศาลนัดสืบพยานวันที่ 4 ต.ค. 66 ถ้าไม่มาตามนัดศาล มีสิทธิ์แพ้คดี และหากคู่กรณีขอโทษด้วยความจริงใจที่ไม่มีอะไรแอบแฝงก็อาจจะคุยกันได้

ส่วนดรามาธัญญ่าเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยให้ทั้งคู่นั้น ‘ธัญญ่า’ เป็นแค่คนส่งสารที่อีกฝ่ายฝากมาบอก และที่มีข่าวว่า ‘จิน จรินทร์’ เป็นคนหาทนายให้คู่กรณีนั้นขอไม่พูดถึง แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดที่สุด

สำหรับรูปครอบครัวที่น้องณิรินโพสต์ลงอิสตาแกรมส่วนตัว คือการทำหน้าที่พ่อและแม่ให้ดีที่สุด หลังจากนี้จะทำอะไรจะตัดสินใจช้าๆ เพื่อให้กระทบความรู้สึกของลูกน้อยที่สุด ส่วนเรื่องหย่าอดีตสามีขอเวลาคุยกับลูกก่อนเพราะห่วงความรู้สึกของลูก

‘ไอซ์ ปรีชญา’ ลบรูป-อันฟอลแฟนหนุ่มลูกครึ่งเกลี้ยงไอจี ขึ้นจอดำพร้อมโพสต์ภาพถาม “ใบบัวบกแก้ช้ำในไหม?”

(4 ก.ค. 66) เพิ่งจะหวานออกสื่อ หลังควงคู่ออกรายการแชร์เรื่องราวความรักกันไปได้ไม่นาน ล่าสุด ‘ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร’ ทำแฟนคลับอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะเจ้าตัวโพสต์ภาพจอดำ และต่อมาได้โพสต์ภาพผ่าน IG Story ขณะกำลังถือขวดยาแคปซูลสมุนไพรบัวบก พร้อมกับแคปชันว่า…

“แก้ช้ำ (รูปอีโมจิหัวใจสีขาว)” และตั้งคำถามว่า… “แก้ช้ำในไหม?” พร้อมกับคำตอบ “ใช่” หรือ “ไม่” และใส่เพลง ‘ความรักไม่ง่าย’ ประกอบ

เมื่อชาวเน็ตเข้าไปส่องโซเชียลของไอซ์ ปรีชญา ก็พบว่า ไอซ์ได้ลบรูปคู่ที่โพสต์กับแฟนหนุ่มลูกครึ่งอย่าง ‘สเตฟาน อิสเลอร์’ หมดเกลี้ยงอินสตาแกรม พร้อมกับอันฟอลโลว์ฝ่ายชายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่อินสตาแกรมของอีกฝ่ายยังมีรูปคู่และกดติดตามดาราสาวอยู่ตามปกติ

แม่ 'ฟร้อง' ซัด 'เอ้ ชุติมา' เคยบอกจะเลี้ยงดูลูกชาย สุดท้ายขอยืมเงินทีละ 5 หมื่น ช่วง 6 ปี ที่คบกัน

(4 ก.ค.66) เป็นไปอย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ หลังเมื่อวานนี้ ‘เอ้ ชุติมา’ พร้อมด้วยอดีตผัวเด็ก ‘ฟร้อง-ศุภกิจ ประสงค์’ และแม่ พากันไปออกรายการโหนกระแส ซัดกันเรื่องที่เอ้ไม่ยอมผ่อนบ้านผ่อนรถ ที่เป็นชื่อผัวเด็ก จนทำให้บ้านรถถูกยึด หลังเลิกกันไป 9 เดือน แถมแม่ฟร้องก็ยังเปรี้ยวสุด ชี้หน้าด่าเอ้ตอแหลกลางรายการ แบบชนิดที่ว่าไม่กลัวถูกฟ้อง พร้อมยอมรับว่าที่ลูกชายเลิกกับเอ้เพราะเอ้หมดตัว ไม่มีเงิน จนเอ้ซัดกลับไม่มีเงินได้ไง งานละครก็มี พรีเซ็นเตอร์ก็มี ก่อนแฉฟร้องกลับ ลูกติดการพนัน แม่เป็นเจ้ามือหวย แถมลูกชายผันตัวไปเป็นเด็กบาร์โฮส ซึ่งฟร้องยอมรับว่าที่ไปทำเพราะจนมุม ไม่มีเงินใช้หนี้ จนถูกโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่น

ทั้งนี้ภายหลังจบรายการ ‘ฟร้อง’ และ ‘แม่วรรณ’ ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนอีกด้วย 

>> หลังจากที่ได้มาเจอหน้าพี่เอ้รู้สึกยังไงบ้าง?
ฟร้อง : ผมยังสงสัยว่าทำไมไม่ยอมคืนรถให้ ตามจริงคือรถตกลงกันว่าพี่เอ้จะเป็นคนผ่อน แต่อยู่ดีๆ มาบอกว่าบ้าน ต้องการหาบ้านใหม่ ต้องการหาคนซื้อ แต่ผมตามเพื่อนพี่เอ้ทุกคนเลย ตามไม่รู้จะตามยังไงแล้ว ผมก็อยากได้รถคืนเพราะพี่เอ้ไม่ยอมผ่อน ค้าง 4 งวด ผมกลัวรถหายก็ไปแจ้งความ ร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอดว่าผมอยากได้รถคืนมา จะได้จบปัญหา (คดีที่โดนตอนนี้?) เรื่องบ้าน แล้วก็เรื่องรถที่กำลังจะโดน (ฟ้องล้มละลาย?) อาจจะมีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ต้องไปรึกษาทนาย

>> สิ่งที่เราต้องการจากพี่เอ้ตอนนี้คืออะไร?
ฟร้อง : ก็แค่อยากให้รับผิดชอบที่เอาไปยังผ่อนค้าง 3-4 งวด จะเอารถมาคืนโดยบอกว่าค้างไม่ได้ นั่นแหละครับ หลังจากนี้ขอไปปรึกษาทนายและคุณพ่อคุณแม่

>> ทนายว่ายังไงบ้าง เพราะเอ้บอกว่าไม่ได้ให้ด้วยความเสน่ห์หา?
ทนาย : ไม่ได้ให้โดยเสน่ห์หา ก็คือจริงๆ ตามสัญญาเขาต้องเป็นคนผ่อนทั้งหมดนะครับ แต่หลังจากไกล่เกลี่ยกันในรายการ (โหนกระแส) ก็อยู่ที่ว่าทางคุณฟร้องจะโอเคไหม เพราะเขาคืนรถมาแล้ว ทีนี้ส่วนต่างกับที่ค้างอยู่ทางคุณฟร้องจะต้องรับผิดชอบ อาจจะต้องหารือว่าเขาจะโอเคหรือเปล่า ถ้าโอเคก็จบเลย ถ้าไม่โอเคก็ต้องไปว่ากันในศาล เพราะว่ามันก็มีสัญญาอยู่ตกลงกันไว้ว่ายังไงก็ต้องว่ากันตาม (กังวลเรื่องสัญญาไหม ไม่มีบัตรประชาชนสำเนา?) ไม่เกี่ยวครับ ก็มีพยานอยู่ในการลงชื่อ มีลายเซ็นต์ชัดเจน

>> ในส่วนที่ฟร้องจะต้องจ่ายส่วนต่างอีกเท่าไหร่ ถ้าอยากจะได้รถมา?
ฟร้อง : ปัญหาหลักคือค้างค่างวดอยู่ ประมาณ 4 งวด ก็งวดละประมาณ 2 หมื่นบาท ที่จะต้องจ่ายที่พี่เอ้ไม่ยอมผ่อน (ยังอยากได้รถไหม?) ผมตกลงกับพี่เอ้ตั้งแต่แรกตอนที่เลิกนะว่าฟร้องไม่เอาหรอกรถน่ะ บ้านไม่เอาหรอกเพราะว่าฟร้องก็มี รถของที่บ้านอยู่ที่กาญจนบุรี ตอนแรกอยากให้พี่เอ้มีรถ มีบ้าน พอเลิกไปพี่เอ้ก็มีทรัพย์สินใช่ไหม ฟร้องก็บอกแม่ว่าพอถึงเลิกกันไปพี่เอ้ก็จะมีทรัพย์สินของตัวเอง มีบ้าน มีรถ แต่พออันนี้มันกลับกันเลย ก็แล้วแต่คนจะเชื่อเพราะว่าผมก็เป็นเด็กซื่อๆ เด็กต่างจังหวัดหลงคารมณ์

>> ขอย้อนกลับไปสาเหตุที่เขาไม่ผ่อนต่อทั้งบ้านและรถ?
ฟร้อง : ไม่ผ่อนต่อ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ
ทนาย : เดี๋ยวไปถามพี่เอ้ดีกว่าครับ

>> เป็นไปได้ไหมจะมีการแบ่งจ่ายคนละครึ่ง?
ทนาย : ผมอยากเสนอเขาแต่เขาปฏิเสธ ก็เลยไม่ได้เสนอไปในรายการ
ฟร้อง : ตอนที่เลิกกันคุยอย่างดีเลยนะว่าพี่เอ้จะเป็นคนเอาบ้าน เอารถ จะเป็นคนผ่อนต่อ พอผ่อนเสร็จปุ๊ปหรือปิดทุกอย่างผมยินยอมโอนให้พี่เอ้ จะยอมเปลี่ยนชื่อทุกอย่างเลย แต่คราวนี้คือมันไม่ได้
ทนาย : ในเรื่องนี้เดี๋ยวไปหารือกันอีกทีดีกว่าครับ

>> พอวันนี้ประเด็นเปลี่ยนว่าเลิกกันต่างคนต่างหมดตัว การจากเล่นการพนันออนไลน์ เราจะชี้แจงยังไงบ้าง?
ฟร้อง : เรื่องพนันออนไลน์ที่ผมโดนโกงไป ผมไม่ได้เล่น ผมโดนโกงจริงๆ มีคนทักเฟซบุ๊กมาว่าสนใจร่วมลงทุนไหม แล้วให้ผมไปสมัคร ก็ตามที่เห็นครับผมโดนโกง เหมือนให้ผมโอนไปเรื่อยๆ แต่ถอนไม่ได้  ผมก็แจ้งความจับทุกอย่างแล้ว แต่คืออัยการไม่สั่งฟ้อง (เหตุผลที่ยอมลงทุน?) ผมไม่ได้เล่น ผมโดนโกงจริงๆ ผมลงทุนไป มีปัญหาหลายๆ เรื่อง พี่เอ้ต้องใช้เงินเยอะด้วย เดือนนึงจ่ายเป็นแสนนะ ทั้งบ้าน ทั้งรถ ทั้งบัตรเครดิต

>> เงินที่เอาไปลงทุนใช่เงินที่รีไฟแนนซ์ไหม?
ฟร้อง : ไม่ใช่ครับ เงินที่ลงทุนที่โกงไปนานแล้ว ก่อนที่ผมจะเอารถไปรีไฟแนนซ์ เพราะผมก็ปรึกษาพี่เอ้นะ เขาก็อยู่นะที่ธนาคารมาเซ็นต์สัญญาที่บ้าน ผมก็ปรึกษาพี่เอ้ว่าเอารถไปรีไฟแนนซ์ไหม เอามาหมุนเพราะเดือนนึงจ่ายเป็นแสน ช่วงนั้นเป็นช่วงโควิด งานก็น้อย พี่เอ้ก็งานน้อย รายได้ก็น้อย ผมกลัวหมุนไม่ทันก็เป็นห่วง เลยบอกพี่เอ้เดี๋ยวมารีไฟแนนซ์กันนะ จะได้มีเงินหมุนจ่ายค่าบ้าน ค่ารถ ค่าโน่นนี่นั่น แต่คือที่เห็นพี่เอ้กลับคำหมดเลย

>> แม่รู้สึกยังไงบ้างที่ลูกชายเราต้องมาเผชิญเหตุการณ์แบบนี้?
แม่ : มันพูดไม่ถูกกับพฤติกรรมที่เขาทำตอนนี้ ที่เขากลับคำพูดทุกอย่าง บ้านเขาจะเอา จะผ่อนเอง ตอนนี้เขากลับละ เขาบอกว่าเขาซื้อเงินสดที่ว่ารถซื้อสด แล้วลูกชายเราเอาไปรีไฟแนนซ์มันไม่ใช่ละ เขากลับคำแล้วมันเสียความรู้สึก

>> เอ้บอกในรายการว่าส่งเสียเลี้ยงดูมา เรื่องเรียน?
แม่ : ใช่ อันนั้นคือข้อตกลงที่เขาไปขอลูกเราที่บ้าน เขาจะเลี้ยงดูเองนะ ไม่ต้องห่วงนะ แล้วก็ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ เขาจะเอาน้องไปทำงาน ได้มีเงินเก็บ แต่ทุกวันนี้ไม่เคยเลย โทรมาบอกว่าจะมีงานแล้วนะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ แล้วลงท้ายยืมเงิน 5 หมื่นได้ไหม ทุกครั้ง 6 ปีมาเนี่ย

>> ตอนที่ไปขอเขาขอลูกแม่มาดูแลในฐานะอะไร?
แม่ : คล้ายๆ เขาจะคบกัน เป็นแฟนคบกัน แต่เราก็บอกเขาแล้วว่าลูกรับได้ก็โอเค ลูกรักใครเราก็รัก

>> ตอนนี้กระแสอาจจะตีกลับมาที่ครอบครัวเราเหมือนกัน ที่บอกว่าเลิกกันเพราะเขาหมดตัว?
แม่ : ใช่ พี่เอ้เขาไม่มีเงินจริงๆ (แม่ทราบได้ยังไง?) เพราะเรารู้ปัญหา เขายืมเงินเราอยู่ แล้วปัญหาลูกเราก็บอกว่าพี่เอ้ไม่มีงาน เงินหมุนไม่ทัน
ฟร้อง : วันที่เลิกกันก็ออกจากบ้านไปเลย แม่ผมก็พยายามติดต่อโทรหาว่าเพราะอะไร เขาไม่ยอมรับสาย ไม่อะไรเลย ได้แต่คุยกันในแชต มันก็ไม่โอเค พี่เอ้หนีปัญหาของเขาแหละ

แต่ถ้าหลายคนจะมองว่าตอนที่พี่เอ้มีเงินเราก็ยังอยู่กับเขา พอเขาไม่มีเงินแล้วเราไม่อยู่?
ฟร้อง : ผมอยู่บ้านตลอด ผมไม่ได้ทิ้ง แต่คือพี่เอ้ทิ้งผม ผมงงมาก เพราะตอนแรกก็บอกพี่เอ้ว่าสร้างครอบครัวด้วยกันนะ ซื้อบ้าน ซื้อรถ อยู่ด้วยกัน แต่ไปๆ มาๆ มันไม่ใช่ไง ผมก็งงอยู่ดีๆ หนีผมไปกับลูกบุญธรรมเขา

>> เลิกกันมีมือที่สามไหม?
ฟร้อง : ไม่มีครับ บอกตรงๆ มือที่สามไม่มี ปัญหาก่อนเลิกหนึ่งวัน คือผมมีปากเสียงกับพี่เอ้ เรื่องเอาลูกบุญธรรมกับเพื่อนมาที่บ้าน เหมือนพูดว่าผมเอาผู้หญิงที่มหาวิทยาลัยขึ้นรถ แต่ไม่ใช่ ผมก็เลยอธิบายว่าไม่ใช่ ผมก็เลยตัดสินใจบอกพี่เอ้เลยว่าผมไม่ชอบลูกบุญธรรมของเขานะ ผมเลยให้เลือกระหว่างลูกบุญธรรมกับผม ถ้าลูกบุญธรรมอยู่ที่บ้านผมจะไม่อยู่ ก็มีปากเสียงกันครับ (จุดแตกหัก?)  ใช่ครับ (ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องเงิน เรื่องเขาหมดตัว?) ครับ

>> กลัวคนมองภาพเราเปลี่ยนไปไหมหลังจากนี้?
ฟร้อง : ก็คงตามสังคมที่มอง ผมก็น้อยใจที่พี่เอ้บอกว่าทำไมถึงทำแบบนี้ น้อยใจทุกอย่าง ผมรักและกู้เงินให้ ยอมเป็นหนี้

>> อยากบอกอะไรเขาไหมหรืออยากไกล่เกลี่ย เราก็เป็นคนเคยรักกัน?
ฟร้อง : เดี๋ยวค่อยพูดครับ เพราะผมพูดไม่ไหวแล้ว

>> ฟ้องมาฟ้องกลับ?
ฟร้อง : คงเป็นแบบนั้นครับ

‘สิตางศุ์ บัวทอง’ โพสต์ให้กำลังใจ ‘เอ้ ชุติมา’ แถมลั่นถึงแม่ฟร้อง "สอนลูกยังไงให้เป็นแมงดา"

(4 ก.ค. 66) จากกรณีที่ ‘ฟร้อง ศุภกิจ’ อดีตคนรักของนักแสดง ‘เอ้ ชุติมา’ เข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก ‘เพจสายไหมต้องรอด’ อ้างว่า ‘เอ้’ ยักยอกทรัพย์ ไม่ยอมผ่อนค่างวดรถหรู และนำรถไปหลบซ่อนไม่ยอมส่งมอบคืน ทำให้ทางไฟแนนซ์เตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีกับตน ส่วนบ้านก็ถูกธนาคารยึดทำให้เสียเครดิต โดยวันที่ 3 ก.ค. 66 เอ้ และ ฟร้อง พร้อมด้วยคุณแม่วรรณ ได้มาเผชิญหน้ากันในรายการ โหนกระแส งานนี้ต่างฝ่ายต่างแฉกันยับ แถมแม่ฟร้อง ยังหลุดปากพูดว่า ลูกชายกับเอ้เลิกกัน เพราะเอ้หมดตัว และย้ำว่าไม่ขออโหสิกรรม ไม่อยากเห็นหน้า และไม่อยากได้ยินชื่อเอ้อีก งานนี้ทำเอาชาวเน็ตกรูกันเข้ามาคอมเมนต์กันสนั่น พร้อมกับนำทัวร์ไปลงคุณแม่ของ ฟร้อง ในทันที!

ล่าสุดจากประเด็นร้อนระอุดังกล่าวของ เอ้ กับ ฟร้อง ทำให้ สิตางศุ์ บัวทอง หรือ แม่สิตางศุ์ ก็ได้ออกมาโพสต์ให้กำลังใจ เอ้ พร้อมกับลั่นแรงถึงแม่ ฟร้อง เอาไว้ว่า “กอดๆ เอ้ ชุติมา สอนลูกยังไงให้เป็นแมงดา” งานนี้ทำเอาชาวเน็ตถึงกับสะดุ้งทั้งไทม์ไลน์ อีกทั้งยังเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย อาทิ ทีมเอ้ เนอะแม่, แรงอะแม่, แรงค่ะแม่แต่โดนใจทั้งประเทศค่ะ, ทีมเอ้ รักเอ้นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้สู้ค่ะ ทำดีได้ดีค่ะ, คุณเอ้..สตรองมาก.ที่ผ่านมาได้, พี่เอ้ชัดเจนชอบค่ะ, แรงมากแม่คิดเหมือนกันค่ะ, ทีมเอ้ค่ะเข้าใจหัวอกคุณเอ้เลย, จริงมากแม่ เป็นต้น


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top