Friday, 5 June 2026
ฟีฟ่า

‘ฟีฟ่า’ ขู่ ตัดสัญญาณถ่ายสดบอลโลก หลังพบสัญญาณหลุดไปโผล่ประเทศอื่น

‘บิ๊กก้อง’ ส่งหนังสือถึง ‘กสทช.’ หลังได้รับคำเตือนจาก ‘ฟีฟ่า’ พบสัญญาณการถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลโลก 2022 จากประเทศไทย รั่วไหลไปสู่ประเทศอื่นๆ พร้อมสั่งให้เร่งแก้ไขโดยด่วน ขู่ถ้าไม่ทำตามตัดสัญญาณ หรือ ‘จอดำ’ ทันที 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา ‘บิ๊กก้อง’ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะผู้ถือลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ได้ส่งหนังสือเรื่องขอความอนุเคราะห์แจ้งให้ดำเนินการเข้ารหัสสัญญาณให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (Federation Internationale de Football Association – FIFA) หรือ ฟีฟ่า ไปยังเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ตามที่อ้างถึง การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ขอความอนุเคราะห์คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แจ้งขอความร่วมมือจากกลุ่มผู้ให้บริการวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ อันประกอบด้วย ผู้ให้บริการ Multiplexer DTT ทั้ง 5 MUX และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้ควบคุมระบบ Must Cary (มัสต์ แครี) และผู้ให้บริการกล่อง STB คุ้มครองสิทธิการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 (รอบสุดท้าย) โดยเข้ารหัสสัญญาณและดำเนินการทำ OTA ของกล่องเครื่องรับระบบโทรทัศน์ดาวเทียม นั้น 

กกท. ได้รับแจ้งจากทางสหพันธ์ฟตุบอลนานาชาติ ว่า สัญญาณออกอากาศการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 (รอบสุดท้าย) ในประเทศไทย ยังคงแพร่กระจายไปละเมิดลิขสิทธิ์ในดินแดนของประเทศอื่น นอกเหนือลิขสิทธิ์ที่ได้รับตามข้อกำหนดของสหพันธ์ฯ

ทั้งนี้ สหพันธ์ฯ ได้ขอให้ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดของประเทศไทย ดำเนินการแก้ไขการเข้ารหัสสัญญาณ (Encryption) ที่ส่งผ่านดาวเทียมให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานของสหพันธ์ฯ โดยด่วนที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาสัญญาณการออกอากาศการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 (รอบสุดท้าย) ในประเทศไทย ไปละเมิดลิขสิทธิ์ในดินแดนของประเทศอื่น ตามที่สหพันธ์ฯ แจ้งมา

กกท. ใคร่ขอความอนุเคราะห์และความร่วมมือจาก กสทช. ดำเนินการแจ้งผู้ให้บริการ Multiplexer DTT ทั้ง 5 MUX และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้ควบคุมระบบ Must Cary และผู้ให้บริการกล่อง STB คุ้มครองสิทธิการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 (รอบสุดท้าย) โดยดำเนินการดังต่อไปนี้

1. ให้ดำเนินการเข้ารหัส (Encryption) ในการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมตามมาตรฐานของ FIFA ซึ่งกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ BISS CA Director หรือ Power/u

2. ในส่วนของ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้ควบคุมระบบ Must Carry และผู้ให้บริการกล่อง STB จะต้องเข้ารหัส โดยไม่ใช่การดำเนินการในลักษณะ BISS 1 Simultcrypt เหมือนที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

3. ในกรณีที่ผู้ให้บริการใด ไม่สามารถเข้ารหัสให้เป็นไปตามมาตรฐานที่สหพันธ์ฯ กำหนด มีความจำเป็นต้องตัดสัญญาณที่จะส่งไปเผยแพร่ผ่านผู้บริการนั้น ซึ่งต้องดำเนินการในลักษณะส่งข้อความขี้แจงข้อกำหนดการเผยแพร่ตามข้อกำหนดลิขสิทธิ์ที่ประเทศไทยได้รับ (หรือตามที่ผู้รับชมทั่วไปจะเข้าใจในลักษณะการขึ้น ‘จอดำ’)

'ฟีฟ่า' ยันลูกประตูชัยทีมชาติญี่ปุ่น ยังไม่ออกหลัง ส่งผลให้ทีมแซงชนะ 2-1 พร้อมควบแชมป์กลุ่ม

‘สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ’ หรือ ‘ฟีฟ่า’ ได้ออกมาอธิบายว่าเหตุการณ์ที่ ‘ทีมชาติญี่ปุ่น’ ทำประตูเอาชนะ ‘ทีมชาติสเปน’ 2-1 จนเกิดข้อกังขาว่าลูกบอลออกหลังไปแล้วนั้น ทำให้พวกเขาต้องพิจารณาดูภาพช้าจากกล้องทุกมุมมองของ VAR และ จากภาพมุมสูงของกล้องจะเห็นว่ายังมีส่วนโค้งของลูกบอลอยู่บนเส้น จึงตัดสินให้ ญี่ปุ่น ได้ประตูชัยเหนือ สเปน พร้อมปาดหน้าเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่ม และได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึก ฟุตบอลโลก 2022 ต่อไป 

ประตูชัยของญี่ปุ่น ได้จาก ‘อาโอะ ทานากะ’ เริ่มจากจังหวะที่ คาโอรุ มิโตมะ เปิดบอลจากเส้นหลังกลับเข้ามาหน้าประตู ซึ่งหลังจากนั้นผู้ตัดสินในสนามใช้เวลาเช็ค VAR อยู่นาน จนตัดสินใจยืนยันให้เป็นประตู

อย่างไรก็ตาม จากภาพช้าที่ถูกฉายระหว่างเกม ทำให้การตัดสินดังกล่าวได้รับการตั้งข้อสงสัย โดย อัลลี่ แมคคอยส์ต กูรูฟุตบอลได้แสดงความเห็นต่อจังหวะนี้ว่า "ผมคิดว่าบอลออกหลังไปแล้ว แต่กรรมการให้เป็นประตู ซึ่งเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อจริง ๆ ตอนที่จังหวะนั้นเกิดขึ้น, ภาพช้าที่ปรากฏแสดงให้เราเห็นว่าบอลออกไปแล้ว

'ยูเครน' ซัดเดือด!! หลัง FIFA เมินฉายคลิป ‘เซเลนสกี’ ก่อนบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ ทั้งที่รัฐบาลกาตาร์หนุน

ทำเนียบประธานาธิบดียูเครนออกมาวิพากษ์วิจารณ์สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) หลังถูกปัดตกข้อเรียกร้องให้ฉายคลิปเรียกร้องสันติภาพของประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ก่อนศึกฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศเมื่อวานนี้ (18 ธ.ค.)

ทำเนียบ ปธน.ยูเครนระบุในคำแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรถึง CNN เมื่อวันเสาร์ (17) ว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวซึ่งบันทึกเป็นภาษาอังกฤษ มีจุดประสงค์เพื่อ 'เรียกร้องให้เกิดสันติภาพ'

“รัฐบาลกาตาร์สนับสนุนแนวคิดริเริ่มของประธานาธิบดี (เซเลนสกี) ทว่า FIFA ปิดกั้นมัน และไม่ยินยอมให้มีการเปิดคลิปคำแถลงของประธานาธิบดีก่อนการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ”

ทางการยูเครนยืนยันว่าจะยังคงเผยแพร่คลิปดังกล่าวผ่านช่องทางอื่น ๆ พร้อมเตือนว่าการที่ FIFA ไม่ยอมออกอากาศให้นั้นแสดงให้เห็นว่าองค์กรแห่งนี้ “สูญเสียความเข้าใจอันมีค่าของกีฬาฟุตบอล ซึ่งเป็นเกมที่หลอมรวมผู้คนเข้าด้วยกัน ไม่ใช่สนับสนุนให้เกิดความแตกแยก”

ทั้งนี้ FIFA พยายามใช้ทุกมาตรการเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกมการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กาตาร์ถูกใช้เป็นเวทีแสดงจุดยืนทางการเมืองของฝ่ายใด ขณะที่รัฐบาลกาตาร์เองก็ไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของยูเครน

‘ฟีฟ่า’ ไฟเขียว ปรับรูปแบบการเตะ ‘เวิลด์ คัพ 2026’ ตารางแข่งแน่น 39 วัน - 48 ทีม - 104 แมตช์

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า เตรียมปฏิรูปการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งใหญ่ โดยจะเป็นรูปเเบบที่ใหญ่ที่สุดเเละแข่งกันยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ซึ่งจะเริ่มใช้ทันทีในเวิลด์ คัพ 2026 ที่ 3 ชาติ โซนอเมริกาเหนือ ทั้ง สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ

ตามการรายงานล่าสุดเปิดเผยว่า ‘ฟีฟ่า’ ไฟเขียวให้ศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ ด้วยความร่วมมือกันของ 3 ชาติ อย่าง สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก จะเพิ่มทีมเข้าเเข่งขันจากเดิม 32 ทีมเป็น 48 ทีม นั้นทำให้การเเข่งขันจะเพิ่มจากเดิม 64 เเมตช์ไปเป็น 104 เเมตช์ตลอดทัวร์นาเมนต์ โดยแข่งกันแบบมาราธอนถึง 39 วัน จากเดิมที่เเข่งแค่ 28 วัน (ครั้งล่าสุดที่กาตาร์ ปี 2022)

ขณะเดียวกันรูปแบบที่ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่าเคาะออกมา จะมีการเปลี่ยนเเปลงเล็กน้อยคือจากเดิมที่วางวิธีเเบ่งกลุ่มจาก 16 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม เป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม เพราะมองว่าถ้าเป็นแบบแรก เกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มจะลดความตื่นเต้นไปเยอะเนื่องจากบางทีมเข้ารอบไปแล้วและอาจเล่นไม่เต็มที่

สำหรับการชิงชัยในรอบแบ่งกลุ่มจะเอาแชมป์ และรองแชมป์ของแต่ละกลุ่ม (24 ทีม) ผ่านเข้ารอบต่อไปบวกกับอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอีก 8 ทีม รวมเป็น 32 ทีมในรอบน็อกเอาต์ แข่งขันแบบนัดเดียวหาผู้ชนะ มีทั้งการต่อเวลาพิเศษ และยิงจุดโทษ

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟุตบอลโลก 2026 จะมีทั้งข้อดี เเละข้อเสีย โดยข้อเสียคือนักเตะจะต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทีมที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ จะต้องเล่นรวมจนถึงรอบนั้น 8 เกมจากที่เดิมเล่นแค่ 7 เกม ส่วนข้อดีคือ ‘ฟีฟ่า’ จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากค่าลิขสิทธิ์คาดว่าจะสูงถึง 9,000 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3.7 แสนล้านบาท

'ฟีฟ่า' ประกาศแต่งตั้ง 'มาดามแป้ง' นั่งแท่นปธ.คณะกรรมการ การพัฒนาขององค์กร

(8 ต.ค. 68) ‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้รับการจารึกชื่อเป็นผู้หญิงคนแรกของโลก หลังสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการ การพัฒนา ของ FIFA หรือ The Chairperson of FIFA’s Development Committee โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ปี 2025-2029

สภากรรมการของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้มีมติรับรองอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 แต่งตั้งให้ นางนวลพรรณ ล่ำซำ เป็นประธานคณะกรรมการ การพัฒนา (Development Committee) ของ FIFA

สำหรับ Development Committee เป็นหนึ่งในคณะทำงานหลักของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ถือเป็น Standing Committee หรือ คณะกรรมการประจำ ที่ขึ้นตรงกับ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า และ สภาฯ ฟีฟ่า ทั้งหมด

มีบทบาท และ หน้าที่สำคัญในการรับผิดชอบโครงการพัฒนาของ ฟีฟ่า ครอบคลุม และ ดูแล 211 สมาคมสมาชิก โดยจะวางแผนและเสนอกลยุทธ์ที่เหมาะสม , ตรวจสอบกลยุทธ์เหล่านี้เป็นระยะ และ วิเคราะห์การสนับสนุนที่มอบให้กับสมาคมสมาชิก , สมาพันธ์ และ สมาคมระดับโซน และ ภูมิภาคทั้งหมดทั่วโลก

นอกจากนี้ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ ประจำคณะสมาคมสมาชิกของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ Member Associations Committee

‘ฟีฟ่า’ ลดธงชาติไทย และธงทุกสมาพันธ์ ลงครึ่งเสา เพื่อร่วมอาลัยต่อการสวรรคตของ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

(27 ต.ค. 68) สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) แจ้งต่อ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ถึงการร่วมแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยการลดธงชาติไทย รวมถึงธงของสหพันธ์ของทุกทวีปลงครึ่งเสา ณ สำนักงานใหญ่ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ณ เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ส่งหนังสือแจ้งต่อ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และ สมาคมสมาชิกทั้ง 211 ประเทศ ถึงการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ก่อนที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) จะร่วมแสดงความอาลัย ต่อเหตุการณ์โศกเศร้าครั้งนี้ ของประเทศไทย และ ของปวงชนชาวไทย ด้วยการลดธงชาติไทย และ ธงของทั้ง 6 สหพันธ์ลงครึ่งเสา 

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นำโดย “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และ คณะผู้บริหารทั้งหมด ขอขอบคุณ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ด้วยใจจริง ที่นำโดย จานนี อินฟานติโน (Gianni Infantino) ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ต่อการแสดงออกถึงความอาลัยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยังขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

หุ่นยนต์–AI กับคำถามใหญ่ หากใช้ในการตัดสินกีฬาฟุตบอล เพื่อความโปร่งใส หรือความเสี่ยง ที่ต้องคิดให้รอบคอบ

กีฬาฟุตบอลเดินทางมาถึงยุคที่เทคโนโลยีเป็น “ผู้ช่วยตัดสิน” แล้ว—ตั้งแต่โกลไลน์เทคโนโลยี, VAR ไปจนถึงระบบล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติที่ติดเซนเซอร์และติดตามตำแหน่งนักเตะด้วยคอมพิวเตอร์วิชัน 

คำถามต่อไปจึงไม่ใช่ “ควรใช้ไหม” แต่คือ “จะไปให้สุดทางถึงขั้นใช้หุ่นยนต์/AI ตัดสินแทนมนุษย์ได้หรือเปล่า และควรทำอย่างไรให้โปร่งใสกว่าเดิม” บทความนี้ชวนมองภาพใหญ่ทั้งด้านเทคนิค กติกา จริยธรรม และความยอมรับของสังคมกีฬา

ทำไมแนวคิด “ผู้ตัดสิน AI” จึงน่าพิจารณา 
1. ลดอคติและความผิดพลาดเชิงการรับรู้ของมนุษย์ ผู้ตัดสินคนเดียวต้องประเมินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีภายใต้แรงกดดันสูง AI ที่วิเคราะห์จากหลายกล้อง/เซนเซอร์พร้อมกันอาจลด “ความคลาด” จากมุมมองจำกัดของสายตามนุษย์ได้ 

2. ความสม่ำเสมอของมาตรฐาน โมเดลเดียวกัน กติกาเดียวกัน ทำงานด้วยเกณฑ์เดิมทุกนัด ลดปัญหา “นัดนี้ฟาวล์ อีกนัดไม่ฟาวล์” ที่แฟนบอลถกเถียงกันไม่รู้จบ 

3. ตรวจสอบย้อนหลังได้ ระบบ AI สามารถเก็บลอจิกการตัดสิน, เวลาประทับ (timestamp), วิดีโอ และข้อมูลเซนเซอร์แบบละเอียด กลายเป็น “หลักฐานทางดิจิทัล” สำหรับอุทธรณ์และการเรียนรู้ของทั้งวงการ

ปัจจุบัน AI ตัดสินอะไรแทนมนุษย์แล้วบ้าง? 
- ข้อเท็จจริงเชิงไบนารี (Binary, Objective): บอลข้ามเส้นหรือยัง (โกลไลน์), ล้ำหน้าหรือไม่, ลูกออกเส้นหรือไม่, สัมผัสมือก่อนออกหรือเปล่า—ทั้งหมดนี้เหมาะกับ AI/ระบบอัตโนมัติ เพราะนิยามชัด วัดด้วยฟิสิกส์และพิกัดได้
- ข้อเท็จจริงเชิงรูปแบบ (Pattern): ฟาวล์จากการปะทะ, แกล้งล้ม (simulation), อันตรายจนต้องใบแดงหรือไม่—มีบริบทและเจตนาเข้ามาเกี่ยว เป็นพื้นที่ที่ AI “ช่วยชี้/แนะนำ” ได้ แต่ไม่ตัดสินเดี่ยวในระยะใกล้ เพราะการตีความเจตนายังคงต้องอาศัยมนุษย์
- การบริหารเกมและอารมณ์ (Game Management): การคุมอารมณ์ผู้เล่น โต้เถียง ชักใบเหลืองเพื่อควบคุมเกม—เป็นทักษะมนุษย์ที่ AI ยังทดแทนยาก แต่สามารถ “สนับสนุน” ด้วยข้อมูล เช่น แจ้งแนวโน้มการปะทะรุนแรงบ่อยจุดเดิม เตือนผู้ตัดสินให้คุมจังหวะ

ปัจจุบันระยะกลางเหมาะกับ “Human-in-the-Loop”—ปล่อยให้ AI ตัดสินอัตโนมัติในจังหวะที่เป็นวิทยาศาสตร์ล้วน ๆ และให้ผู้ตัดสินมนุษย์ถืออำนาจสุดท้ายในจังหวะที่เป็นศิลปะและดุลยพินิจ

เบื้องหลังการทำงานของ “ผู้ตัดสิน AI”
- ข้อมูล (Data Layer): กล้องหลายมุมความถี่สูง, LIDAR/เรดาร์สนาม, ชิพในลูกบอล, IMU บนสนับแข้ง/สตั๊ด (ตามมาตรฐานความปลอดภัย), ไมโครโฟนบันทึกเสียงสัมผัส
- การรับรู้ (Perception): คอมพิวเตอร์วิชันระบุจุดสำคัญของร่างกาย (pose/lime tracking), การติดตามวัตถุหลายชนิด (MOT), การประมาณแรงปะทะ/มุม/ความเร็ว
- กติกา (Rules Engine): นิยามกฎแบบเครื่องอ่านได้ (machine-readable laws of the game) แยก “กฎแข็ง” (เช่น ตำแหน่งล้ำหน้า) ออกจาก “กฎอ่อน” (เสี่ยงอันตราย, เจตนา)
- การตัดสินใจ (Decision Layer): โหมดอัตโนมัติ: ล้ำหน้า–ลูกข้ามเส้น–บอลออกเส้น โหมดแนะนำ: คะแนนความมั่นใจ (confidence) + คลิปสั้นหลายมุม ส่งให้ผู้ตัดสินตัดสินใจ
- บันทึกและอธิบายได้ (Explainability & Audit): เก็บเหตุผลเชิงกฎ + เฟรม/มุมที่ใช้สรุปผล เพื่อการอุทธรณ์และการปรับปรุงโมเดล

ทั้งนี้ บทสรุป: “โปร่งใส” ไม่ได้มาพร้อมเทคโนโลยีโดยอัตโนมัติ โดยการใช้หุ่นยนต์/AI ตัดสินฟุตบอล “เป็นไปได้” ทางเทคนิค และมีศักยภาพยกระดับความสม่ำเสมอ–ลดอคติ แต่ความโปร่งใสจะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อเราลงมือออกแบบ กระบวนการตรวจสอบได้, มาตรฐานเปิด, อิสระในการทวนสอบ, สิทธิอุทธรณ์ และบทบาทที่ชัดเจนระหว่างมนุษย์กับเครื่อง หากทำครบวงจร ฟุตบอลจะก้าวสู่ยุคที่คำตัดสิน “แม่น–เร็ว–อธิบายได้”—และที่สำคัญที่สุดคือ ได้รับความไว้วางใจ จากทุกฝ่ายในสนามเดียวกัน

ทำไม ‘เคนเน็ต ดูกอล’ กองหลังบุรีรัมย์ ติดทีมฟุตบอลทีมชาติไทยไม่ได้? แม้ถือทั้งสัญชาติไทย และออสเตรเลีย แต่ฟีฟ่าไม่อนุมัติให้ลงรับใช้ทัพช้างศึก

(4 ธ.ค. 68) แอนโธนี ฮัดสัน เฮดโค้ชทีมชาติไทย เปิดเผยโอกาสของ 'เคนนี ดูกอล' ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย ที่เคยเล่นทีมชาติออสเตรเลียชุดใหญ่ 5 นัด ถึงการสวมเสื้อช้างศึก โดยยอมรับว่าปัญหากฎฟีฟ่าเรื่องการเปลี่ยนทีมชาติยังมีความซับซ้อน

ฮัดสันกล่าวว่า "ไม่ปิดประตูสำหรับนักเตะเชื้อสายไทย" แต่ต้องผ่านกฎฟีฟ่า เอกสารสัญชาติ และเหมาะสมกับแผนทีมชาติไทยระยะยาว "หากฟีฟ่าไม่อนุมัติ ต่อให้โค้ชอยากได้ก็ไม่สามารถดึงมาใช้งานได้" พร้อมเสริมว่านักเตะต้องเหมาะกับแท็กติกและบทบาทในทีม

กฎฟีฟ่า 2021 เปิดช่องให้เปลี่ยนทีมชาติได้ถ้ายังไม่เกิน 3 นัด และเว้น 3 ปีจากเกมสุดท้าย แต่เคนนีลงเล่นเกินจำนวนนี้ ทำให้ต้องรอลุ้นการตีความกฎหมายและการตัดสินใจของสมาคมฟุตบอลไทย

แฟนบอลและครอบครัวดูกอลแสดงความต้องการผ่านโซเชียล โดยคุณแม่โพสต์ว่า "Kenny อยากเล่นทีมชาติไทยค่ะ" กระแสในโซเชียลจึงร้อนแรงขึ้น แต่ทีมชาติไทยภายใต้การนำของฮัดสันยังคงเดินตามแผนสร้างทีมที่เน้นโครงสร้างอย่างชัดเจน

เคสนี้สะท้อนว่าไทยต้องเดินตามข้อเท็จจริงทางกฎหมายและแท็กติก มากกว่ากระแสแฟนบอล ฮัดสันยังไม่รับประกันโอกาสแต่ยืนยันจะพิจารณาอย่างรอบคอบและเป็นธรรม

ชมบอลไม่เหมือนเดิม!! ฟีฟ่าเร่งเครื่องหารายได้ เปิดช่องโฆษณาระหว่างบอลโลก 2026 แบ่งหน้าจอโฆษณาไม่กวนชม จำกัดเวลาตัดโฆษณาชัดเจน

(6 มี.ค. 69) สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ('ฟีฟ่า') เตรียมอนุญาตให้สถานีผู้ถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2026 สามารถตัดเข้าโฆษณาในช่วงพักดื่มน้ำ หรือโฆษณาแบบแบ่งหน้าจอได้ เพื่อเพิ่มรายได้ในทัวร์นาเมนต์ที่จัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก

สำหรับฟุตบอลโลก 2026 จะมีการโฆษณาช่วงนาทีที่ 22 และ 67 ซึ่งเป็นช่วงพักดื่มน้ำ 3 นาที ทาง 'ฟีฟ่า' อ้างว่าสิ่งนี้เพื่อสุขภาพของนักกีฬา แต่หลายฝ่ายมองว่าเป็นกฎที่ช่วยส่งเสริมธุรกิจมากกว่า โดยมีข้อกำหนดว่า ห้ามตัดโฆษณาทันที ต้องรออย่างน้อย 20 วินาทีหลังเสียงนกหวีด และต้องกลับสู่ภาพสนามก่อนเริ่มเล่นใหม่ 30 วินาที

ส่วนโฆษณาที่ตัดเข้าได้ มีแบบแบ่งหน้าจอและแถบโฆษณาคาดขณะยังมีภาพสนามอยู่ โดยสินค้าโฆษณาต้องไม่ขัดกับสปอนเซอร์ 'ฟีฟ่า' แต่ในกรณีตัดเข้าโฆษณาเต็มจอ สถานีสามารถโฆษณาสินค้าใดก็ได้ ความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าคล้ายกับการแบ่งการแข่งขันฟุตบอลเป็น 4 ควอเตอร์ เหมือนกับกีฬาอเมริกันฟุตบอล

มาตรการนี้นับเป็นก้าวใหม่ของ 'ฟีฟ่า' ในการเพิ่มรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ขณะเดียวกันก็พยายามรักษาสมดุลระหว่างการค้าและประสบการณ์การชมของแฟนบอลทั่วโลก

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10161273

ฟีฟ่ากุมขมับ!! ‘จีน–อินเดีย’ ตกรอบบอลโลก แถมเมินซื้อลิขสิทธิ์ จากหวังโกยเงิน ‘จีน–อินเดีย’ สู่ดีลล่ม ทำรายได้ตลาดยักษ์สะดุด

ฟีฟ่ากุมขมับ 'จีน-อินเดีย' ตกรอบ แถมเมินซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก

สื่ออังกฤษ เดอะการ์เดียน รายงานว่าจานนี อินฟานติโน (Gianni Infantino) ประธานฟีฟ่า (#FIFA) ถึงกับ “นอนไม่หลับ” ในช่วงนี้ เพราะปวดหัวอย่างหนักหลังจีนและอินเดียปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก

เดิมทีการเพิ่มจำนวนทีมในฟุตบอลโลกเป็น 48 ทีม ก็เพื่อปูทางให้จีนและอินเดียผ่านเข้ารอบ หวังจะกอบโกยผลกำไรมหาศาลจากค่าลิขสิทธิ์และสปอนเซอร์จากตลาดประชากรรวม 2.7 พันล้านคน แต่ผลปรากฏว่านอกจากจีนและอินเดียจะไม่ผ่านเข้ารอบแล้ว ทั้งสองประเทศยังไม่ยอมทุ่มเงินซื้อลิขสิทธิ์ในราคาสูงอีกด้วย

ในทางกลับกัน ประเทศเล็กๆ อย่าง กาบูเวร์ดี (Cape Verde) ประเทศเกาะที่ตั้งอยู่บริเวณนอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของแอฟริกา (ประชากร 5.7 แสนคน) และ กือราเซา (Curaçao) (ประชากร 1.5 แสนคน) กลับทะลุเข้าสู่รอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก ทำเอาฟีฟ่าถึงกับเหงื่อตก

จีน: ฟีฟ่าเสนอราคาเริ่มต้นที่ 250-300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทัวร์นาเมนต์ (ก่อนจะยอมลดลงเหลือ 120-150 ล้านดอลฯ) แต่สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนตั้งราคาในใจไว้เพียง 60-80 ล้านดอลฯ เท่านั้น การเจรจาจึงล่มไม่เป็นท่า

อินเดีย: แพ็กเกจลิขสิทธิ์รวม 2 ทัวร์นาเมนต์ถูกหั่นราคาจาก 100 ล้านดอลลาร์ฯ เหลือเพียง 35 ล้านดอลลาร์ฯ แต่ JioStar สื่อท้องถิ่นของอินเดียยอมจ่ายสูงสุดแค่ 20 ล้านดอลฯ ดีลนี้จึงถูกปัดตกไป

ความเจ็บปวดของฟีฟ่าคือการขาดจีนและอินเดียไป ทำให้สูญเสียรายได้ส่วนเพิ่มจากค่าลิขสิทธิ์ไปถึง 30% แม้จะมี 175 ประเทศทั่วโลกเซ็นสัญญาซื้อลิขสิทธิ์ไปแล้ว แต่กลับขาดตลาดใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของโลกที่มีประชากรรวมกันเกือบ 3 พันล้านคนไปเสียอย่างนั้น

แม้จะอ้าง "โลกาภิวัตน์ ฟุตบอลไร้พรมแดน" แต่ความในใจที่แท้จริงคือฟีฟ่าต้องการคือทีมชาติจากประเทศมหาอำนาจที่ทำเงินได้ ไม่ใช่ทีมน้องใหม่จากประเทศเล็กๆ

ที่มา : Jeenthainews

https://www.facebook.com/100059514523438/posts/1347620260565112/?rdid=W7slyLXZFG3HDitJ#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top