Tuesday, 21 July 2026
World

ยุค ‘ทรัมป์’ ไม่มีมิตรภาพฟรี!! สื่อเผยทรัมป์หลุดปากแซะอินเดียไม่ควักเงิน ส่วนยูเครนถูกตีตราเจรจาไม่เป็น เซเลนสกีถูกตราหน้า "นักเจรจาสุดห่วย" ทรัมป์มองมิตรภาพโลกผ่านใบเสร็จรับเงิน

สื่อเผยทรัมป์หลุดคำพูดแฉยับอินเดียชอบของฟรี ส่วนเซเลนสกีคือนักเจรจาสุดห่วย

กลายเป็นหนังสือร้อนฉ่าส่งท้ายเดือนมิถุนายนทันทีเมื่อสองผู้สื่อข่าวสายทำเนียบขาวของ The New York Times ปล่อยหนังสือ "Regime Change" แฉเบื้องลึกห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ในช่วงสิบวันแรกของการเข้ารับตำแหน่งสมัยที่สองของโดนัลด์ #ทรัมป์ ซึ่งเนื้อหาข้างในทำเอาทั้งนิวเดลีและเคียฟถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะมันสะท้อนว่าในสายตาของประธานาธิบดีนักธุรกิจคนนี้ "มิตรภาพสากล" ไม่มีอยู่จริง มีแต่ "ใบเสร็จรับเงิน" เท่านั้น

1. โมดีและอินเดีย: พันธมิตรร่วมสาบาน ที่ "ไม่เคยจ่ายเงิน"
เรื่องราวสุดแสบสันเกิดขึ้นเมื่อรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ (J.D. Vance) พยายามเสนอไอเดียแก้ปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยเสนอให้ #อินเดีย เป็นผู้ส่งกองกำลังรักษาสันติภาพไปตรึงแนวรบ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กองกำลังนาโตไปกระตุ้นอารมณ์ของวลาดิเมียร์ ปูติน

แต่แวนซ์พูดไม่ทันขาดคำ ทรัมป์ก็เบรกหัวทิ่มพร้อมเสียงหัวเราะด้วยประโยคคลาสสิกว่า:
"คนอินเดียไม่ทำเรื่องแบบนี้หรอก... พวกเขาไม่ยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินให้กับเรื่องประเภทนี้แน่นอน"
แถมยังตบท้ายด้วยการนินทาแบบเจ็บลึกว่า "นายกฯ #โมดี น่ะชอบผมมากนะ และเขาก็อยากมาเยือนด้วย... แต่ก็นั่นแหละ คนอินเดียไม่เคยยอมควักเงินซื้ออะไรเลย"

คำพูดนี้ทำเอาภาพลักษณ์ "ผู้นำกลุ่มประเทศก้าวหน้า" ของอินเดียพังทลาย เพราะในโมเดลธุรกิจของทรัมป์ พันธมิตรมีแค่สองประเภทคือ "พวกที่ยอมจ่ายเงิน" กับ "พวกที่ชอบนั่งรถฟรี (Free Rider)" ซึ่งอินเดียถูกจัดอยู่ในหมวดหลังอย่างไม่ต้องสงสัย ปากบอกเป็นเพื่อนรักอินโด-แปซิฟิก แต่พอตรวจบัญชีกลับพบว่าชอบต่อราคาอาวุธ แถมยังแอบไปซื้อน้ำมันราคาถูกจากรัสเซียแบบเงียบ ๆ

2. เซเลนสกี: นักเจรจาสุดห่วยในสายตานักค้าที่ดิน
ไม่เพียงแค่อินเดียที่โดนด้อยค่า ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ #เซเลนสกี ของ #ยูเครน ก็โดนทรัมป์ตราหน้ากลางที่ประชุมว่าเป็น "Bad Negotiator" (นักเจรจาที่แย่มาก) ยิ่งไปกว่านั้น สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลัง ยังสำทับด้วยถ้อยคำที่รุนแรงในวงปิด โดยเปรียบเซเลนสกีว่าเป็นเหมือน "มิสเตอร์บีนเวอร์ชันเมายา (Mr. Bean on Adderall)"

เหตุผลที่ทีมงานของทรัมป์เอือมระอาเซเลนสกี เกิดจากการที่ยูเครนพยายามแบมือขอเงินและอาวุธจากสหรัฐฯ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่ในมิติการเจรจาขอบเขตดินแดนหรือการเข้าเป้าหมายนาโต กลับไม่มีความยืดหยุ่นและไม่ยอมปล่อยดีล (Deal) ใด ๆ ออกมา ในสายตาของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างทรัมป์ การเจรจาที่ไม่รู้จักการ "หมุนไพ่" หรือหยิบยื่นผลประโยชน์ต่างตอบแทน คือการทำธุรกิจที่ล้มเหลวสิ้นดี
เมื่อหน้ากาก "คุณธรรมโลกเสรี" ถูกฉีกกระชาก

สิ่งที่น่าสนใจจากบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ชิ้นนี้ไม่ใช่ความหยาบคายของทรัมป์ แต่เป็น "การเปลื้องผ้า" นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา:
-คำว่า "#ค่านิยมร่วมกัน" (Shared Values): พลิกออกมาดูหลังบ้านก็คือ "#ร่วมกันหารค่าใช้จ่าย" (Shared Bills) วันนี้ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อินเดีย หรือประเทศไหน ๆ ต่างต้องตื่นจากฝันหวานและกลับมาคำนวณตัวเลขใหม่ว่าการเป็นเพื่อนกับวอชิงตันมีราคาที่ต้องจ่ายเท่าไหร่

-สัจธรรมของประเทศขนาดเล็ก: ฉากทัศน์ของยูเครนคืออุทาหรณ์ชั้นดีว่า "การขายความน่าสงสาร" เพื่อแลกความช่วยเหลือทางการทหารมันมี "ช่วงเวลาหมดอายุ" เมื่อใดที่ผู้ควบคุมโรงละครในวอชิงตันเปลี่ยนคน บัญชีหนี้สินทั้งหมดจะถูกส่งกลับไปเรียกเก็บที่เจ้าตัวทันที

สุดท้ายนี้ ทั้งพันธมิตรประเภท "ชอบนั่งฟรี" และแขกรับเชิญประเภท "นักเจรจาสุดบูด" ต่างก็ติดกับดักเดียวกัน นั่นคือการลืมตื่นมาส่องกระจกแล้วถามตัวเองว่า "บนโต๊ะเจรจาของมหาอำนาจ... ตนเองมีไพ่ในมือที่กำหนดชะตาชีวิตตัวเองได้จริง ๆ กี่ใบกันแน่?"

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1029934099544129&id=100075826461941&rdid=mTbMLQOydp6No8My#

“เวียดนาม” บังคับใช้กฎหมาย!! เริ่มปรับผู้เผยแพร่ข่าวปลอมสูงสุด 50 ล้านดอง มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. ครอบคลุมข่าวเท็จ ความรุนแรง และข้อมูลลับของรัฐอย่างเข้มงวด

เวียดนามเอาจริง! เริ่มปรับผู้เผยแพร่หรือแชร์ "เฟกนิวส์" สูงสุด 50 ล้านดอง มีผล 1 กรกฎาคมนี้

รัฐบาลเวียดนามประกาศบังคับใช้ กฤษฎีกาฉบับที่ 174/2026/ND-CP ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ โดยกำหนดบทลงโทษทางปกครองสำหรับผู้ที่เผยแพร่หรือแชร์ข้อมูลผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ

ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ ผู้ที่ เผยแพร่หรือแชร์ข่าวปลอม ข่าวเท็จ ข่าวบิดเบือน หรือข้อมูลที่ทำลายชื่อเสียงของหน่วยงาน องค์กร หรือบุคคล จะถูกปรับ 20–30 ล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 25,000–37,000 บาท) นอกจากนี้ โทษในอัตราเดียวกันยังครอบคลุมถึงการเผยแพร่ภาพความรุนแรง ภาพอุบัติเหตุที่สะเทือนขวัญ การนำผลงานข่าวหรือผลงานที่มีลิขสิทธิ์มาเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต การโฆษณาสินค้าต้องห้าม รวมถึงการแชร์ลิงก์ไปยังเนื้อหาที่กฎหมายเวียดนามห้ามเผยแพร่

ขณะเดียวกัน ผู้ที่เผยแพร่หรือแชร์เนื้อหาที่บิดเบือนประวัติศาสตร์ ปฏิเสธผลงานของการปฏิวัติ บ่อนทำลายความสามัคคีของชาติ ดูหมิ่นศาสนา หรือยุยงให้เกิดการเลือกปฏิบัติทางเพศหรือเชื้อชาติ จะถูกปรับ 30–50 ล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 37,000–63,000 บาท)

นอกจากนี้ โทษในอัตราเดียวกันยังใช้กับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นความลับของรัฐ ข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลเท็จที่ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก กระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม หรือการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1336404261981264/?rdid=vs47p88leLS46gDF#

“จีน” ปิดแฟ้มเครื่องบินชนตึกไชน่า จุน!! ปักกิ่งแถลงเหตุเครื่องบินเล็กชนตึกสูงสุดจีน ชี้นักบินปลิดชีพตนเอง ไม่ใช่วินาศกรรมหรือเครื่องขัดข้อง ก่อนสรุปคดีเป็นเหตุส่วนตัวของนักบิน

ผ่านมา 1 สัปดาห์เต็มๆ สำหรับเหตุการณ์ระทึกขวัญกลางกรุงปักกิ่งของจีน เมื่อมีข่าวเครื่องบินพุ่งชนตึก CITIC หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าตึก ไชน่า จุน ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดของจีนเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 5 โมงเย็นของวันศุกร์ที่แล้ว ปรากฏเครื่องบินเล็ก พุ่งตรงเข้าชนยอดตึกไชน่า จุน ทำให้มีซากเครื่องบิน เศษกระจก ชิ้นส่วนอุปกรณ์สำนักงาน และเอกสาร ปลิวกระจาย ร่วงลงสู่พื้นถนนเกลื่อน สร้างความแตกตื่นอย่างมาก และมีคำสั่งสั่งอพยพคนออกจากตึก พร้อมระดมหน่วยดับเพลิง และ กู้ภัยมากันเต็มพิกัด

แน่นอนว่า เหตุการณ์นี้มีจีนมุงคับคั่ง พร้อมกล้องมือถือเตรียมโพสต์ และ ไลฟ์สด แต่ปรากฎว่า ตำรวจปักกิ่งออกมากันผู้คน สั่งห้ามถ่ายภาพโดยเด็ดขาด หากมีคลิปแชร์ในโซเชียล ทางการจีนก็จัดการสั่งลบคลิป และ ภาพ ทั้งหมดออกจากสื่อโซเชียลจีนทุกแพลทฟอร์ม อีกทั้งการนำเสนอข่าวในจีนก็จำกัดมากๆ
ผิดกันสื่อต่างประเทศหลายสำนักที่พาดหัวข่าวใหญ่โต บ้างวิเคราะห์ไปไกลว่านี่อาจเป็นการก่อวินาศกรรมด้วยเครื่องบิน เช่นเดียวกับเหตุการณ์ 9/11 ของสหรัฐก็ได้ เพราะเหตุเกิดที่ตึกระฟ้าที่สูงสุดในจีน ใจกลางเมืองหลวง และที่สำคัญคือ อยู่ห่างจากที่ทำการใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น

หลังจากผ่านมา 1 สัปดาห์เต็มๆ ทางการจีนถึงได้ออกมาแถลงรายละเอียดเพิ่มเติมของเหตุเครื่องบินเล็กชนตึก โดยมีการเปิดเผยชื่อนักบิน คือ นายหลิว อายุ 66 ปีเป็นชาวปักกิ่ง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 13 คน ที่กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล

ส่วนเครื่องบินที่เกิดอุบัติเหตุเป็นรุ่น ซันเวิร์ด SA 60L ออโรรา ผลิตในจีน เป็นเครื่องบินรุ่นเบา ขนาด 2 ที่นั่ง ที่ใช้สำหรับงานทั่วไป เช่น เครื่องบินส่วนบุคคล ใช้ในการเกษตร หรือ ท่องเที่ยว โดยนักบินหลิว ได้ใบอนุญาตขับเครื่องบินเล็กตั้งแต่ปี 2021 และมีประวัติการขับเครื่องบินสม่ำเสมอ ทั้งขับเดี่ยว และ ขับร่วมกับนักบินระดับซีเนียร์

ในวันเกิดเหตุ นายหลิว ขับเครื่องบินลำดังกล่าวออกจาก สนามบินปักกิ่ง ผิงกุ แต่เขาขับออกนอกเส้นทางการบินที่ได้แจ้งไว้ และขาดการติดต่อ จนมีข่าวว่าได้ชนกับตึก ไชน่า จุน และเสียชีวิต
ต่อมาทางการจีนก็ได้แถลงสรุปว่า เหตุการณ์นี้ ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ เครื่องบินขัดข้อง หรือวินาศกรรม แต่มาจากเหตุผลส่วนตัวของนักบิน ที่มีความประสงค์ "ปลิดชีพตนเอง" โดยได้อ้างอิงหลักฐานไดอารี่ส่วนตัวที่เขาเขียนไว้ว่าต้องการจบชีวิตตนเองหลายครั้ง

จากประวัติส่วนตัว พบว่านายหลิว เป็นนักบินฟรีแลนซ์ สถานะครอบครัวหย่าร้าง และ อยู่ตัวคนเดียว มีปัญหาทางจิตจากโรควิตกกังวล มีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง ที่นำไปสู่สภาวะหดหู่ ซึมเศร้า และ คิดสั้น
ดังนั้น ไม่ใช่การก่อการร้าย หรือ อุบัติเหตุด้านเทคนิค ไม่มีอะไรในกอไผ่ทั้งนั้น จบ! แยก!
เป็นการสรุปคดีตามสไตล์ของรัฐบาลจีน ที่ตัดให้จบไป ส่วนใครที่ยังสงสัย จนไปขยายต่อเป็นทฤษฎีสมคบคิด ก็ทดไว้ในใจ เพราะหากโพสต์ลงโซเชียลจีน อาจมีสิทธิ์ปลิวทั้งเพจได้ เดี๋ยวจะหาว่าลุงสีไม่เตือนน้า

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1953204445622029&id=100027974785452&rdid=Ta3N8slK3wqtoBqN#

“จีน–ไทย” สานสัมพันธ์ผ่านภาษา!! ทูตจีนเปิดเวที “สะพานสู่ภาษาจีน” ครั้งที่ 25 ชูภาษาเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพ ไทย–จีน ปั้นคนรุ่นใหม่เข้าใจโลกมากขึ้น ตอกย้ำพลังการศึกษาเชื่อมสองชาติ

เอกอัครราชทูตจาง เจี้ยนเว่ย เข้าพิธีเปิดการแข่งขันประกวดสุนทรพจน์และความรู้ภาษาจีนระดับอุดมศึกษา “สะพานสู่ภาษาจีน” ครั้งที่ 25 รอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม เอกอัครราชทูตจาง เจี้ยนเว่ย ได้เข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการแข่งขันประกวดสุนทรพจน์และความรู้ภาษาจีนระดับอุดมศึกษา “สะพานสู่ภาษาจีน” ครั้งที่ 25 รอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย โดยผู้แทนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วิสาหกิจจีน สมาคมพัฒนาสถาบันขงจื๊อ (ห้องเรียน) ในประเทศไทย คณาจารย์ นักศึกษา และผู้ปกครองกว่า 500 คนเข้าร่วมงาน

เอกอัครราชทูตจางกล่าวว่า ภาษาเป็นเครื่องมือที่มนุษย์ใช้ในการแลกเปลี่ยนความคิด เป็นพาหะแห่งอารยธรรม และเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจ ตลอด 25 ปีที่ผ่านมาที่จัดการแข่งขันประกวดสุนทรพจน์และความรู้ภาษาจีน “สะพานสู่ภาษาจีน” ไม่เพียงแต่เป็นเวทีการแข่งขันสำหรับเยาวชนจากทั่วโลกเพื่อแสดงทักษะภาษาจีนของตนเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมระหว่างจีนและโลกอีกด้วย ท่านเอกอัครราชทูตจางได้ให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขันให้ใช้ภาษาเป็นสะพานเพื่อแสดงความสามารถ สร้างมิตรภาพ เปิดรับโลก และเป็นทูตสันถวไมตรีระหว่างจีนและไทย

ก่อนการแข่งขัน ท่านเอกอัครราชทูตจางได้เยี่ยมชมสถาบันขงจื๊อ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และฐานบูรณาการอุตสาหกรรมและการศึกษาของพันธมิตรวิทยาศาสตร์และการศึกษานานาชาติเพื่อยานยนต์พลังงานใหม่

ที่มา : https://www.facebook.com/100064440681953/posts/1444131041078238/?rdid=ZorQtgc1V11GThJE#

ขอบคุณ FIFA ที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และกลับคำตัดสินจากความอยุติธรรมครั้งใหญ่!

“ทรัมป์” ขอบคุณฟีฟ่าที่ยอมถอดใบแดงนักเตะอเมริกา หลังต่อสายตรงถึงประธานฟีฟ่า “อินฟานติโน” กดดันให้ตรวจสอบกรณี “โฟลาริน บาโลกุน” กองหน้าทีมชาติสหรัฐฯ ที่ถูกไล่ออกจากสนามจากจังหวะเข้าปะทะหนักจนผู้ตัดสินชูใบแดงโดยตรง ในเกมพบกับบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา

ตามกฎ โฟลาริน บาโลกุน จะต้องถูกแบนโดยอัตโนมัติอย่างน้อย 1 นัดในเกมที่สหรัฐฯ พบกับเบลเยียม หลังได้รับใบแดงโดยตรงในศึกฟุตบอลโลกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา

“เวียดนาม” ดึงลงทุน!! ดึงเงินลงทุนต่างชาติ 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 61% ครึ่งปีแรก 2569 ภาคผลิตดึงทุนมากสุด 1.79 หมื่นล้าน สิงคโปร์ลงทุนใหม่ใหญ่สุด 7.3 พันล้าน

ฮานอย, 6 ก.ค. (ซินหัว) -- สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามเผยว่าเวียดนามดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ 3.465 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.16 ล้านล้านบาท) ในช่วงครึ่งแรก (มกราคม-มิถุนายน) ของปี 2026 เพิ่มขึ้นร้อยละ 61 เมื่อเทียบปีต่อปี

มูลค่าการลงทุนที่จดทะเบียนใหม่อยู่ที่ 1.739 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.8 แสนล้านบาท) ครอบคลุม 2,013 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 87.2 จากปีก่อนหน้า โดยสิงคโปร์เป็นแหล่งลงทุนใหม่ขนาดใหญ่ที่สุด มีมูลค่ากว่า 7.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.43 แสนล้านบาท) ส่วนการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการเดิมจำนวน 541 โครงการ มีมูลค่า 1.104 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.68 แสนล้านบาท) ขณะที่การร่วมลงทุนและการเข้าซื้อหุ้นมีมูลค่า 6.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.07 แสนล้านบาท)
ภาคการผลิตและการแปรรูปยังคงเป็นภาคส่วนที่ดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศมากที่สุด อยู่ที่ 1.791 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.97 แสนล้านบาท) ตามมาด้วยภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ดึงดูดเงินลงทุน 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.7 แสนล้านบาท)

นอกจากนี้ เวียดนามได้เบิกจ่ายเงินลงทุนจากต่างประเทศ 1.303 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.34 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีสำหรับช่วงหกเดือนแรกของปี

ที่มา : Xinhua

รัสเซียยันไม่ทิ้งข้อเสนอสหรัฐฯ!! รัสเซียจับตาท่าทีสหรัฐฯ หลังประชุมนาโต ย้ำไม่ตัดสัมพันธ์วอชิงตันในประเด็นยูเครน มอสโกชี้ความขัดแย้งยูเครนจบเร็วได้ หากสหรัฐฯ เดินตามกรอบที่ตกลงไว้ในอะแลสกา

ซเวนีโกรอด, รัสเซีย — รัสเซียไม่ได้ละทิ้งข้อเสนอของสหรัฐฯ เกี่ยวกับยูเครนที่มีขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดที่อะแลสกา เซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวเมื่อวันจันทร์

“เราไม่ได้ละทิ้งข้อเสนอของฝ่ายอเมริกันที่มีขึ้นก่อนการประชุมที่แองเคอเรจ ซึ่งเราได้ตกลงไว้แล้ว” เรียบคอฟกล่าวกับผู้สื่อข่าว

เรียบคอฟระบุว่า รัสเซียจะติดตามท่าทีที่สหรัฐฯ จะกำหนดต่อประเด็นยูเครน ภายหลังการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงอังการา พร้อมเสริมว่า ขณะนี้สหรัฐฯ มีท่าทีค่อนข้างถอยห่างจากกระบวนการยุติความขัดแย้งในยูเครนอย่างเห็นได้ชัด และฝ่ายที่ไม่ต้องการสันติภาพในยูเครนกำลังพยายามใช้ประโยชน์จากท่าทีของสหรัฐฯ ในประเด็นนี้
.
เรียบคอฟกล่าวเพิ่มเติมว่า รัสเซียได้แจ้งต่อสหรัฐฯ ถึงความไม่เห็นด้วยต่อการที่วอชิงตันเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในความขัดแย้งในยูเครน

เขายังระบุว่า การเจรจาระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไปทุกวัน และในหลายระดับ
“รัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยังคงติดต่อกัน ทั้งในรูปแบบลายลักษณ์อักษรและการสนทนาโดยตรง ขณะที่การเจรจาในระดับคณะทำงานก็ยังดำเนินต่อไป และผมไม่ลังเลที่จะบอกว่า เป็นการติดต่อกันในทุกวัน” เรียบคอฟกล่าวกับผู้สื่อข่าว

นักการทูตรัสเซียรายนี้กล่าวว่า ความขัดแย้งในยูเครนสามารถคลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว หากรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมดำเนินการบนพื้นฐานของความยินยอมที่รัสเซียให้ไว้ที่อะแลสกา พร้อมย้ำว่า รัสเซียไม่มีแผนตัดความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในประเด็นยูเครน

ในประเด็นความขัดแย้งอิหร่าน เรียบคอฟกล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้ตอบสนองด้วยท่าทีให้ความเคารพและให้ความสนใจ ระหว่างการสนทนากับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย ต่อความพร้อมของรัสเซียในการช่วยคลี่คลายความขัดแย้งอิหร่าน

“แน่นอน เป็นการตอบสนองด้วยความเคารพและความสนใจ ผมขอพูดเช่นนั้น ส่วนพวกเขาจะตอบสนองในทางปฏิบัติอย่างไรนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” เรียบคอฟกล่าวกับผู้สื่อข่าว เมื่อถูกถามถึงท่าทีของสหรัฐฯ ต่อข้อเสนอของรัสเซียในการช่วยคลี่คลายความขัดแย้งอิหร่าน
เรียบคอฟกล่าวว่า เคยมีหลายสถานการณ์ก่อนหน้านี้ที่สหรัฐฯ ประกาศอย่างหนึ่ง แต่กลับดำเนินการอีกอย่างหนึ่ง

“โดยภาพรวมแล้ว คำถามที่ว่าจะทำอย่างไรให้เจตนารมณ์สอดคล้องกับการลงมือปฏิบัติจริง ถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างเรากับสหรัฐฯ ในวันนี้” นักการทูตรัสเซียกล่าว

ที่มา : Sputnik

จีนยิงขีปนาวุธ!! ทดสอบขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ เข้าถึงเป้าหมายในมหาสมุทรแปซิฟิก ตามกำหนดการและกฎหมายระหว่างประเทศ แจ้งล่วงหน้าประเทศที่เกี่ยวข้อง

ปักกิ่ง, 6 ก.ค. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (6 ก.ค.) กองทัพเรือแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA)
ประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธเชิงยุทธศาสตร์ที่บรรทุกหัวรบจำลองจากเรือดำน้ำนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ลำหนึ่งไปยังน่านน้ำทะเลหลวงในมหาสมุทรแปซิฟิกตอน 12.01 น. ตามเวลาปักกิ่ง โดยขีปนาวุธดังกล่าวตกลงในน่านน้ำที่กำหนดไว้อย่างแม่นยำ

กองทัพเรือระบุว่าการทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งนี้เป็นไปตามกำหนดการฝึกซ้อมประจำปีของกองทัพเรือ และฝ่ายจีนได้แจ้งให้บรรดาประเทศที่เกี่ยวข้องรับทราบล่วงหน้าแล้ว นอกจากนั้นการทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและแนวปฏิบัติสากล ไม่ได้มุ่งเป้าไปยังประเทศหรือเป้าหมายใดโดยเฉพาะ

ที่มา : Xinhua

อิทธิพลแบรนด์จีนในบราซิล มาแรง!! แบรนด์ EV–มือถือ–ทีวี–เดลิเวอรี ครองชีวิตผู้บริโภคยุคใหม่ ลงทุนอย่างน้อย 6 พันล้านดอลลาร์ ดันแบรนด์แทรกทุกมิติชีวิตผู้บริโภค

เฟอร์นันดา ลิมา และโรดริโก ฮิลเบิร์ต เป็นที่รู้จักกันในฐานะ “คู่รักขวัญใจชาวบราซิล” เธอเป็นพิธีกรโทรทัศน์หน้าตาดี ส่วนเขาเป็นหนุ่มหล่อสายช่างที่เป็นพิธีกรรายการปรับปรุงบ้านและทำอาหาร ลูกชายฝาแฝดของทั้งคู่ก็เป็นนายแบบ และตอนนี้ทั้งครอบครัวได้กลายเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับ Geely ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน

“ครอบครัวที่ดูดีแบบนั้นมีอิทธิพลจริง ๆ ที่นี่ในบราซิล” เจี้ยนจวิน เฉิน จาก Renault Geely ซึ่งเป็นฝ่ายธุรกิจของบริษัทในบราซิล กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เราเพิ่งเข้ามาในบราซิลเมื่อปีที่แล้ว ดังนั้นเราจึงต้องเร่งทำการตลาดให้เร็ว”

แบรนด์จีนกลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในบราซิล ชาวบราซิลที่มีกำลังซื้อขับรถที่ผลิตโดย BYD ใช้โทรศัพท์ของ Huawei ดูโทรทัศน์ที่ผลิตโดย Hisense และสั่งอาหารผ่าน 99Food แอปเดลิเวอรีอาหาร
ในปี 2025 บริษัทจีนลงทุนในบราซิลอย่างน้อย 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลที่รวบรวมจากการเปิดเผยของภาคธุรกิจโดย American Enterprise Institute ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองในกรุงวอชิงตัน และสภาธุรกิจจีน–บราซิล ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นมากกว่า 10% ของการลงทุนขนาดใหญ่ในต่างประเทศทั้งหมดของบริษัทจีน และยังมากกว่าที่บริษัทจีนลงทุนในประเทศต่างชาติอื่นใดทั้งหมด

ที่มา : https://www.economist.com/the-americas/2026/07/02/brazilians-are-going-gaga-for-chinese-brands?fbclid=IwdGRjcAS3-X9jbGNrBLf5fWV4dG4DYWVtAjExAHNydGMGYXBwX2lkDDM1MDY4NTUzMTcyOAABHuxZSKEx7YBioefHYMkiSsdq4VVmDeH6Bz0x8VyZwB-d1mABGZRQDWAzBUB5_aem_j6iU25uuh2UY36yww76alA

โกงรัฐ 30 ปี จีนไม่ให้ทางถอย!! ศาลสั่งประหารอดีตบิ๊กหนานจิง ‘หยางโหย่วหลิน’ ฐานทุจริตกว่า 2.21 พันล้านหยวน โกงงบรัฐ ฟอกเงิน รับสินบน ศาลจีนลงดาบอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงแบบไม่มีผ่อนปรน

ศาลจีนฟันโทษประหาร 'อดีตจนท.ระดับสูง' ในหนานจิง ฐานทุจริตนาน 30 ปี

เมื่อวันจันทร์ (6 ก.ค.) ศาลประชาชนชั้นกลางประจำเมืองฉางโจว มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน ได้ตัดสินโทษประหารชีวิต "หยางโหย่วหลิน" อดีตรองผู้อำนวยการบริหารของคณะกรรมการบริหารเขตพัฒนาหนานจิง พร้อมเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตและยึดทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด เนื่องจากกระทำผิดฐานรับหรือติดสินบน ยักยอกทรัพย์ ใช้งบประมาณรัฐในทางที่ผิด ใช้อำนาจโดยมิชอบ และฟอกเงิน

ศาลฯ ระบุว่าช่วงปี 1993-2023 หยางได้ใช้ประโยชน์จากตำแหน่งต่างๆ ของตนเองในเมืองหนานจิง เพื่อช่วยเหลือองค์กรและบุคคลในเรื่องต่างๆ เช่น จัดทำสัญญารับเหมาก่อสร้าง ดำเนินธุรกิจ โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และจัดหาเงินทุน โดยหยางรับเงินและทรัพย์สินมีค่าโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 2.21 พันล้านหยวน (ราว 1.08 หมื่นล้านบาท)

นอกจากนั้นหยางสมรู้ร่วมคิดกับบุคคลอื่นๆ ในการฉ้อโกงงบประมาณรัฐ มอบเงินและทรัพย์สินมีค่าให้เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อผลประโยชน์ที่ไม่เหมาะสม ยักยอกเงินจากบริษัทของรัฐเพื่อธุรกิจของผู้อื่น และจัดทำโครงการรื้อถอนและพัฒนาที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบทางสังคมอย่างร้ายแรง

หยางยังขอคืนค่าธรรมเนียมการโอนที่ดินอย่างผิดกฎหมาย ทำให้รัฐได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจ รวมถึงปกปิดและอำพรางผลประโยชน์จากการรับสินบนด้วยการให้เงินกู้แก่กลุ่มบริษัทที่แท้จริงอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาด้วย

ศาลฯ ระบุว่าหยางรับสินบนมูลค่ามหาศาล ความผิดของเขาเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง ส่งผลกระทบทางสังคมอย่างรุนแรง ทำให้รัฐและประชาชนสูญเสียผลประโยชน์อย่างมาก จึงสมควรต้องโทษประหารชีวิตตามกฎหมายโดยไม่มีการลดหย่อนผ่อนปรน แม้หยางแจ้งเบาะแสการกระทำผิดทางอาญาของผู้อื่น ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริง

อนึ่ง ศาลฯ ดำเนินการพิจารณาคดีของหยางเมื่อวันที่ 18 มี.ค. และ 28 เม.ย. ซึ่งคณะอัยการ จำเลย และทนายฝ่ายจำเลยได้ร่วมตรวจสอบพยานหลักฐานและชี้แจงข้อมูลของตนเอง โดยหยางยอมรับสารภาพผิดและสำนึกผิด

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top