Monday, 8 June 2026
World

‘อินเดีย’ อ่วม!! เกิดเหตุฝนฟ้าคะนองรุนแรงผิดปกติ ทำให้ฟ้าผ่าชาวบ้านดับ 24 ศพ บาดเจ็บอีก 27 ราย

(28 พ.ย.66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดฝนตกฟ้าคะนองรุนแรงแบบผิดปกติ ทั่วรัฐคุชราต ทางตะวันตกของอินเดีย โดยมีรายงานว่าเกิดน้ำท่วม ลูกเห็บตกหนัก และมีฟ้าผ่าประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 24 ศพ นอกจากนี้ บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย และยังมีผู้บาดเจ็บจากฝนตกหนักแล้วอย่างน้อย 27 ราย

ทางด้านนักอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า อุณหภูมิพื้นดินและพื้นผิวทะเลที่สูงขึ้นทำให้เกิดพายุรุนแรงผิดปกติในรัฐคุชราต คาดว่าจะยังมีฝนตกหนักและพายุลูกเห็บอย่างต่อเนื่องอีกหลายวัน ในภาคตะวันตกของอินเดียในสัปดาห์นี้

‘ธนาคารกลางจีน’ จ่ออำนวยความสะดวกด้านการเงิน ‘ภาคเอกชน’ หนุน ‘ออกพันธบัตร-จัดหาเงินทุน’ มุ่งต่อยอดเศรษฐกิจในอนาคต

(28 พ.ย.66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ธนาคารประชาชนจีนหรือธนาคารกลางของจีน รายงานแผนการเดินหน้าเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ประกอบการเอกชน และทำงานเพื่อลดต้นทุนทางการเงินอย่างครอบคลุม

รายงานนโยบายทางการเงินประจำไตรมาสสาม (กรกฎาคม-กันยายน) ของธนาคารฯ ระบุว่าจะมีการสนับสนุนเชิงนโยบายทางการเงินแก่บริษัทเอกชนขนาดย่อมและรายย่อยเพิ่มเติมในระยะต่อไป

การดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น กระตุ้นธนาคารพาณิชย์ออกพันธบัตรทางการเงินชนิดพิเศษสำหรับบริษัทขนาดย่อมและรายย่อย รวมถึงสนับสนุนการจัดหาเงินทุนของผู้ประกอบการเอกชนขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยในห่วงโซ่อุปทาน ได้บรรลุผลลัพธ์เชิงบวก

การสนับสนุนสินเชื่ออย่างครอบคลุมของจีนได้จัดสรรเงินทุนจูงใจแก่บริษัทขนาดเล็กและรายย่อย จำนวน 5.26 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.58 แสนล้านบาท) เมื่อนับถึงสิ้นเดือนกันยายน ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.51 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.25 แสนล้านบาท) จากต้นปีนี้

การปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขนาดกลางและขนาดย่อมในไตรมาสสามของปีนี้ มียอดคงค้างรวมอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านหยวน (ราว 11.99 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.6 เมื่อเทียบปีต่อปี

รายงานเสริมว่าธนาคารฯ จะดำเนินงานอย่างเป็นระบบในด้านการสนับสนุนทางการเงินแก่ภาคเอกชน เพื่อรับรองการสนับสนุนทางการเงินแก่เศรษฐกิจเอกชนอย่างสอดคล้องกับการมีส่วนส่งเสริมของเศรษฐกิจเอกชนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

‘อังกฤษ’ เตรียมกำจัด ‘สุนัขอเมริกันบูลลี่ XL’ หากไม่ถูกรับเลี้ยง ขีดเส้นตายภายในสิ้นปีนี้ หลังเกิดเหตุกัดคนบาดเจ็บ-เสียชีวิต

(28 พ.ย.66) องค์กรการกุศลเกี่ยวกับสัตว์ในสหราชอาณาจักร เผยว่า สุนัขอเมริกันบูลลี่ XL หลายร้อยตัวจะถูกการุณยฆาต หากไม่ถูกรับเลี้ยง ภายในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ ซึ่งสุนัขพันธุ์นี้เป็นที่ถกเถียงถึงความอันตราย 

ปัจจุบันสุนัขเหล่านี้อาศัยอยู่ในศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ที่ดำเนินการโดย RSPCA, Blue Cross, Battersea Dogs and Cats Home, Dogs Trust และ Mayhew รวมถึงที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ

ภายใต้การแบน ซึ่งมีผลบังคับใช้คือ จะไม่สามารถรับเลี้ยง หรือขายสุนัข อเมริกัน บูลลี่ XL ได้อย่างถูกกฎหมายหลังจากวันที่ 31 ธันวาคม และหากมีการรับเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ไปก่อนวันที่ 31 ก็จะมีกฎให้เลี้ยงในคอกสุนัข หรือพื้นที่ปิด รวมถึงต้องใส่สายจูงเมื่ออยู่ในที่สาธารณะอย่างเคร่งครัด

โดยจะมีระยะเวลาให้เจ้าของสุนัขยื่นขอยกเว้นการเป็นเจ้าของสายพันธุ์ต้องห้ามนี้ได้ รวมถึงสุนัขสายพันธุ์นี้ที่อยู่กระจายทั่วประเทศจำเป็นต้องทำหมันภายในเดือนกุมภาพันธ์ด้วย

หลังมีข่าวประชาชนหลายรายโดนกัดจนบาดเจ็บและเสียชีวิต อเมริกันบูลลี่ XL จะกลายเป็นสุนัขพันธุ์ที่ 5 ที่จะถูกแบนในเกาะอังกฤษ ตามหลัง อเมริกันพิทบูลเทอเรีย, โดสะ, โดโก อาร์เจนติโน และ ฟิล่า บราซิเลียโร

แน่นอนว่าการตัดสินใจที่เด็ดขาดของรัฐบาล ส่งผลให้เกิดการถกเถียงกันถึงความเหมาะสม ฝ่ายหนึ่งมองว่า สุนัขพันธุ์นี้อันตรายไม่ควรเลี้ยง แต่อีกฝ่ายหนึ่งเห็นต่าง มองว่าอยู่ที่การควบคุม การเลี้ยงการดูแลของเจ้าของมากกว่า

‘เกาหลีเหนือ’ โว!! ‘ดาวเทียมสอดแนม’ ส่องได้ทุกซอกทุกมุม เย้ย ‘มะกัน’ เก็บภาพได้ยันหลังคา ‘ทำเนียบขาว-ตึกเพนตากอน’

(28 พ.ย. 66) ‘KCNA’ สำนักข่าวกลางเกาหลี รายงานว่า ดาวเทียมสอดแนม ‘Malligyong-1’ ที่เพิ่งส่งขึ้นฟ้าไปตัวล่าสุด สามารถถ่ายภาพอาคารทำเนียบขาว, อาคารเพนตากอน และฐานทัพอากาศ ที่เก็บเครื่องบินขนส่งนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ และภาพถ่ายเหล่านั้น ก็อยู่ในมือ ‘คิม จอง-อึน’ ผู้นำเกาหลีเหนือเรียบร้อยแล้ว

ปฏิบัติการพัฒนาดาวเทียมสอดแนม เป็นส่วนหนึ่งในภารกิจของหน่วยงาน Pyongyang General Control Center of the National Aerospace Technology Administration ที่ใช้ตัวอักษรย่อว่า ‘NATA’

ที่ล่าสุดสามารถส่งดาวเทียม ‘Malligong-1’ ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังจากที่ล้มเหลวมาแล้วถึง 2 ครั้งในปีนี้

โดยเกาหลีเหนืออ้างว่า ดาวเทียมสอดแนมดวงล่าสุด สามารถถ่ายภาพสถานที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ได้หลายแห่ง อาทิ อาคารทำเนียบขาว, อาคารเพนตากอน, ฐานทัพเรือนอร์ฟอล์ก และฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในรัฐเวอร์จิเนีย

อีกทั้งยังสามารถเก็บรายละเอียดได้ถึงขนาดที่สามารถระบุได้ว่า เป็นเครื่องบินขนส่งนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ 4 ลำ และเครื่องบินขนส่งของอังกฤษอีก 1 ลำ ในภาพที่ถ่ายจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดยดาวเทียมสอดแนม

สื่อเกาหลีเหนือรายงานด้วยว่า ผู้นำ คิม จอง-อึน พอใจในผลงานของทีมนักพัฒนาดาวเทียมสอดแนมครั้งนี้เป็นอย่างมาก และได้จัดงานเลี้ยงฉลองให้กับนักวิทยาศาสตร์ของ ‘NATA’ เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ด้วยบรรยากาศชื่นมื่น พร้อมนำภาพถ่ายจากดาวเทียมสอดแนมเหนือน่านฟ้าสหรัฐฯ มาแบ่งกันดู

ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกมาประณามโครงการดาวเทียมสอดแนมของทางเปียงยางในทันที โดยกล่าวหาว่า เป็นแค่เพียงความพยายามในการ ‘สร้างโฆษณาชวนเชื่อ’ ของระบอบคิม จอง-อึน ที่จะยิ่งทำให้การเผชิญหน้าในบริเวณชายแดน 2 ฝั่งของเกาหลี มีแต่จะตึงเครียดยิ่งขึ้น

อีกทั้งไม่เชื่อในศักยภาพของดาวเทียมเกาหลีเหนือ ว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายในการสอดแนมได้ เพราะเป็นเพียงคำเคลมจากรัฐบาลเปียงยางเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่มีการปล่อยภาพจริงออกมาเป็นหลักฐาน

สอดคล้องกับผู้เชี่ยวชาญในกองทัพเกาหลีใต้ ที่แสดงความเห็นว่า ดาวเทียม ‘Malligyong-1’ อาจประสบความสำเร็จในการเข้าสู่วงโคจรของโลกได้ แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามันจะมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะถ่ายภาพ และส่งข้อมูลกลับมายังโลก และเชื่อว่าน่าจะใช้เทคโนโลยีทางดาวเทียมของ ‘รัสเซีย’ ช่วยมากกว่า

อีกทั้งมาตรการคว่ำบาตรของ ‘องค์การสหประชาชาติ’ ต่อเกาหลีเหนือ ยังครอบคลุมไปถึงการพัฒนาดาวเทียมด้วย เพราะเป็นเทคโนโลยีสำคัญส่วนหนึ่งในโครงการขีปนาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

‘ลินดา โธมัส-กรีนฟิลด์’ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำองค์การสหประชาชาติ ประท้วงการครอบครองดาวเทียมสอดแนมกลางที่ประชุมสภาความมั่นคงว่า “เกาหลีเหนือมีแรงจูงใจที่ชัดเจน ในการพยายามพัฒนาศักยภาพเทคโนโลยีขีปนาวุธนิวเคลียร์ของตนผ่านโครงการดาวเทียม ที่ขัดกับข้อตกลงของสหประชาชาติอย่างร้ายแรง เป็นการแสดงพฤติกรรมอย่างไร้สำนึกที่ขัดต่อกฎหมายความมั่นคง ที่เป็นการข่มขู่คุกคามประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศสมาชิกอื่น ๆ”

ด้าน ‘คิม ซุง’ เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำองค์การสหประชาชาติ ที่น้อยครั้งมากจะปรากฏตัวในที่ประชุมสมัชชาความมั่นคง ก็ได้ออกมาตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนเช่นกันว่า “ไม่มีชาติใดในโลกที่กำลังเผชิญวิกฤติด้านความมั่นคงเท่าเกาหลีเหนือ ซึ่งชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาต่างหาก ที่กำลังข่มขู่คุกคามเกาหลีเหนือด้วยอาวุธนิวเคลียร์”

ดังนั้น รัฐบาลเปียงยางก็มีสิทธิอันชอบธรรมที่จะพัฒนา ผลิต หรือ ครอบครองอาวุธที่มีศักยภาพเทียบเท่ากับสหรัฐอเมริกา ที่ถือว่าเป็นประเทศคู่สงคราม

และดาวเทียมสอดแนมคือหนึ่งในเทคโนโลยีนั้น เมื่อสหรัฐอเมริกามีได้ ทำไมเกาหลีเหนือจะมีบ้างไม่ได้ แถมรัฐบาลทำเนียบขาวก็เคยใช้ดาวเทียมส่องหลังคาบ้านเกาหลีเหนือมาหลายครั้งแล้ว เกาหลีเหนือก็เลยขอส่องกลับบ้าง ก็ไม่ถือว่าเป็นการโกงแต่อย่างใด

เพียงแต่ ‘Malligong-1’ ของเกาหลีเหนือจะส่องได้จริงดังที่เคลมหรือเปล่า ยังเป็นปริศนา จนกว่า ผู้นำ คิม จอง-อึน จะอนุมัติให้ปล่อยภาพหลักฐานออกสื่อ เพื่อให้ทุกชาติหายสงสัย

เรื่อง : ยีนส์ อรุณรัตน์

‘กู้ภัยอินเดีย’ ช่วย ‘41 คนงาน’ สำเร็จ!! หลังติดในอุโมงค์ถล่มมานาน 17 วัน

(29 พ.ย.66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินเดียช่วยเหลือคนงาน 41 คน ที่ติดอยู่ในอุโมงค์ถนนทางตอนเหนือของประเทศ ที่พังถล่มลงมาเมื่อ 17 วันก่อน ได้ครบทั้งหมดแล้ว

โดยเมื่อวานนี้ (28 พ.ย.) เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินเดียสามารถช่วยเหลือคนงานก่อสร้าง 41 คน ที่ติดอยู่ในอุโมงค์ที่พังถล่มในรัฐอุตตราขัณฑ์ แถบเทือกเขาหิมาลัย ภาคเหนือของอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ออกมาได้ทั้งหมดแล้ว ไม่กี่ชั่วโมงหลังสามารถขุดเจาะทะลุเศษหิน ดินและคอนกรีต จนถึงตัวคนงาน

หลังได้รับการช่วยเหลือจากอุโมงค์ คนงานหลายคนที่สวมแจ็กเก็ตกันหนาวสีเข้มและหมวกนิรภัยสีเหลือง ล้วนได้รับการต้อนรับในสไตล์อินเดีย ด้วยพวงมาลัยดอกดาวเรือง โดยมุขมนตรีแห่งรัฐอุตตราขัณฑ์ และรัฐมนตรีช่วยกระทรวงทางหลวงของรัฐบาลกลาง

การอพยพกลุ่มคนงานเริ่มต้นขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยเจาะท่อเข้าไปในอุโมงค์สำเร็จ แล้วใช้เปลติดล้อเลื่อนดึงคนงานก่อสร้างทั้ง 41 คน ผ่านท่อเหล็กความกว้าง 90 เซนติเมตร กระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นภายใน 1 ชั่วโมง จากนั้นรถพยาบาลฉุกเฉินนำตัวคนงานจากสถานที่เกิดเหตุมายังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงในเมืองชินยาลีซอร์ มุขมนตรีรัฐอุตตราขัณฑ์ แถลงว่า คนงานทั้งหมดจะยังคงพักอยู่ในโรงพยาบาล เพื่อตรวจร่างกายและให้อยู่ในความดูแลของแพทย์

'เพจประวัติศาสตรพลัส' แชร์!! 'ไกด์พม่า' เผยเหตุผลที่อังกฤษขุดคลองให้ในอดีต เพื่อผลประโยชน์และทรัพย์สมบัติชาติที่วันนี้ยังตกค้างในลอนดอน

(29 พ.ย. 66) จากเพจ 'ประวัติศาสตร์พลัส' โพสต์ข้อความถึงเหตุผลที่ในอดีตอังกฤษขุดคลองให้พม่า ระบุว่า...

ไปพม่าคราวนี้ ผมได้สนทนากับไกด์ท้องถิ่นซึ่งเป็นคนพม่า

ไกด์พม่าบอกว่า…อังกฤษขุดคลองให้ ไม่ใช่หวังดี แต่ขุดเพื่อขนไม้สักล่องน้ำไปปากน้ำ แล้วเอาไม้สักขึ้นเรือที่อันดามัน เพื่อเอาไปขาย

ไกด์พม่าบอกว่า…อังกฤษสร้างถนนให้ ไม่ใช่หวังดี แต่เอาไว้ขนสินค้าของพม่า จะได้เอาไปขายได้สะดวก

ไกด์พม่าบอกว่า…ชุดโบราณงามวิจิตรของกษัตริย์และราชินีที่ตกทอดมา มงกุฎ สมบัติในวังต่าง ๆ พระพุทธรูป อังกฤษบอกว่าจะเอาไปดูแลให้ เอาไว้ที่พม่ากลัวคนพม่าจะทำสมบัติเหล่านี้หาย สุดท้ายสมบัติพวกนี้ก็ไปปรากฎอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่ลอนดอน พม่าขอคืน อังกฤษก็คืนมาเพียงบางส่วน

ไกด์พม่าบอกว่า ส่วนดีก็มี อังกฤษมาวางรากฐานการศึกษาให้ มาวางผังเมืองให้ แต่ถ้าเลือกได้ เขาขออยู่กันเอง ปกครองกันเอง ทุกอาณาจักรย่อมต้องการอิสระเสรี ไม่ต้องการตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณานิคมหรือ อาณาจักรอื่นที่เข้ามาแล้วเหมือนมาปล้นชาติ แล้วเหลือเนื้อติดกระดูกให้คนในชาติเอาไปแทะกิน

ไกด์พม่าบอกว่า ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอกครับ แต่บางครั้ง…มันก็จำเป็นต้องมี เพราะคนเรามักมองไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองมี 

ฟังแล้วก็ให้รู้สึกขอบคุณบรรพบุรุษของเราเหลือเกิน ที่รักษาชาติไทย จนเป็นชาติไทยอยู่จนทุกวันนี้

ขอบพระคุณจริงๆ 🙏🇹🇭

‘ญี่ปุ่น’ เริ่มทดลองขาย ‘ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน’ ที่ร้านขายยาแล้ว ชี้!! ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศ ที่อนุญาตใช้โดยไร้ใบสั่งแพทย์

เมื่อวานนี้ (28 พ.ย.66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ญี่ปุ่นได้เริ่มทดลองจำหน่าย ‘ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน’ (morning-after pills) ที่ร้านขายยาแล้ว ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการอนุญาตใช้ยาคุมฉุกเฉินได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์

กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นรายงานว่า ขณะนี้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินซึ่งสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ได้ในระดับหนึ่ง หากรับประทานภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกัน มีจำหน่ายที่ร้านขายยา 145 แห่งทั่วญี่ปุ่น ราคาประมาณ 7,000-9,000 เยน (ประมาณ 1,640-2,110 บาท)

รายงานระบุว่าผู้หญิงอายุ 16 ปีขึ้นไปที่ยินดีให้ความร่วมมือในการทดลองนี้สามารถซื้อยาดังกล่าวได้ โดยผู้หญิงอายุ 16-17 ปี ต้องได้รับอนุญาตจากพ่อแม่หรือผู้ปกครองก่อน

ร้านขายยาที่ได้รับเลือกให้จำหน่ายยาเพื่อการศึกษาข้างต้น ต้องผ่านเกณฑ์เงื่อนไขบางประการ อาทิ มีเภสัชกรที่ผ่านการอบรมและสามารถจ่ายยาตอนกลางคืน วันหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ รวมถึงมีห้องให้คำปรึกษาส่วนตัว

ทั้งนี้ ผู้ซื้อยาจะได้รับการร้องขอให้ตอบแบบสอบถามที่จะถูกนำมาใช้ในการศึกษา

ก่อนการทดลองดังกล่าว ผู้หญิงในญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงเหยื่อจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ต้องไปคลินิกหรือโรงพยาบาลเพื่อรับใบสั่งยาก่อนรับยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน

นักศึกษารัสเซีย ผุดไอเดียขอรับบริจาคบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อนำชิ้นส่วนภายในไปผลิตเป็นโดรนรบกับยูเครน

โดยทั่วไปแล้ว หลายประเทศมักมีแคมเปญรณรงค์ให้นักศึกษาเลิกสูบบุหรี่ไฟฟ้า ด้วยการยกเหตุผลด้านสุขภาพ ซึ่งหาก ‘ลด-ละ-เลิก’ ได้ ก็จะส่งผลดีต่อร่างกายในระยะยาว 

แต่ทว่า ที่ ‘รัสเซีย’ กลับมีแคมเปญที่แปลกกว่านั้น คือ ขอบริจาคบุหรี่ไฟฟ้า...เพื่อชาติ!!

แคมเปญดังกล่าวนี้ ถูกจัดขึ้นโดยนักศึกษาจากชมรม Falcon Patriotic Military Club ของ University of Samara ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย ที่ผุดแคมเปญสุดพิสดาร ด้วยการผสมผสานไอเดียที่ใช้รณรงค์ลดการสูบบุหรี่ไฟฟ้า เข้ากับแนวคิดชาตินิยม 

โดยจะมีการจัดกลุ่มอาสาสมัคร ถือกล่องตระเวนรับบริจาคบุหรี่ไฟฟ้าจากเพื่อนๆ นักศึกษาในสถาบัน ด้วยเหตุผลจูงใจอย่างการสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน

นอกจากนี้ ยังมีการออกใบปลิว และ โปสเตอร์ประกอบแคมเปญด้วยการดัดแปลงภาพสไตล์ย้อนยุคสมัยสหภาพโซเวียต ที่เคยใช้จริงตอนที่รัฐบาลกำลังรณรงค์ให้ชาวรัสเซียลดการดื่มเหล้าวอดก้า เพียงแต่คราวนี้ เปลี่ยนจากวอดก้า เป็นบุหรี่ไฟฟ้าแทน  พร้อมสโลแกนเท่ๆ ว่า…

“1 e-cigarette = 1 drone attack on the enemy!” หรือ “บุหรี่ไฟฟ้า 1 มวน = โดรนพิฆาต 1 ลำ สำหรับโจมตีข้าศึกของเรา”

หลายท่านอาจจะงงว่า เป้าหมายสำคัญของการขอรับบริจาคบุหรี่ไฟฟ้าของนักศึกษากลุ่มนี้ จะมีส่วนให้กองทัพรัสเซีย นำไปใช้ผลิตโดรนพิฆาตในการสู้รบในสงครามรัสเซีย-ยูเครน จริงๆ ได้อย่างไร? ซึ่งเรื่องนี้ทางกลุ่มนักศึกษาเจ้าของแคมเปญ ก็อธิบายว่า... 

“อันที่จริงแล้ว ตัวบุหรี่ไฟฟ้าไม่สามารถนำมาใช้เป็นอาวุธได้ แต่ชิ้นส่วนภายใน เช่น แผงวงจรไมโครและแบตเตอรี สามารถนำไปดัดแปลงใช้ใหม่ในระบบปล่อยกระสุนของโดรนพิฆาตได้”

สำหรับชมรม Falcon Patriotic Military Club ก่อตั้งในปี 2008 มีวัตถุประสงค์ในการปลุกจิตสำนึกรักชาติแก่เยาวชน และ นักศึกษาของรัสเซีย  ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของทหารในโรงเรียน หรือ รับบริจาคสิ่งของ และจัดส่งของจำเป็นให้กับทหารแนวหน้าในสงครามยูเครน อาทิ โทรศัพท์มือถือ, เตาภาคสนาม, เสื้อผ้า อาหาร ฯลฯ และล่าสุดทำแคมเปญบริจาคบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อนำไปผลิตโดรนพิฆาตให้กับกองทัพรัสเซีย 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องนี้เล็ดลอดถึงหูสื่อยูเครน ก็ได้มีการรายงานบลัฟอย่างรวดเร็วว่า “ไอเดียการดัดแปลงบุหรี่ไฟฟ้ามาเป็นโดรนโจมตีนั้น ได้มาจากนักศึกษาของยูเครนต่างหาก โดยสถาบัน Chernivtsi Polytechnic College ทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครนเคยทำมาก่อนแล้ว  นอกจากนี้ยังมีโปรเจกต์สนับสนุนกองทัพที่ล้ำหน้านั้นอีก ด้วยการพัฒนาโครนโจมตีขนาดจิ๋ว Powerbank สุดอึดที่สามารถชาร์ตโทรศัพท์มือถือได้นานถึง 10 วันอีกด้วย” 

ก็ไม่น่าเชื่อว่าจากแคมเปญเลิกบุหรี่ไฟฟ้า จะกลายมาเป็นไอเดียสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ที่เข้าไปช่วยเสริมศักยภาพในสงครามได้ ภายใต้แนวคิดปลุก ‘จิตสำนึกในความรักชาติ’ 

เพียงแต่มันก็ยังไม่รู้สึกถึงแง่มุมดีๆ ที่จะมีต่อโลกใบนี้ยังไงก็ไม่รู้!! 

เรื่อง: ยีนส์ อรุณรัตน์

‘หัวเว่ย’ เดินหน้ารุดอุตสาหกรรม ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ ในจีน อาศัย ‘เทคโนโลยี’ ที่เชี่ยวชาญเป็นจุดขายร่วมธุรกิจ

(29 พ.ย.66) ‘หัวเว่ย’ บริษัทโทรคมนาคมและสมาร์ตโฟนยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน กำลังขยายการจำหน่ายเทคโนโลยีหัวเว่ยในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และย้ำว่าบริษัทไม่ได้ผลิตรถยนต์ แต่ขายส่วนประกอบด้านเทคโนโลยี เช่น ระบบปฏิบัติการ Harmony OS และผลิตภัณฑ์ช่วยเหลือผู้ขับขี่ หรือการทำงานร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์เพื่อสร้างแบรนด์อีวีใหม่ ๆ

โดยเมื่อวานนี้ (28 พ.ย.) หัวเว่ยยืนยันว่า บริษัททำงานร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ในท้องถิ่นเพื่อผลิตรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 4 รายในจีน หลังมีข่าวว่าหัวเว่ยร่วมทุนกับฉางอัน ออโตโมบิลเพื่อผลิตเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์

หัวเว่ยยังทำงานร่วมกับ Chery เพื่อผลิตเทคฯยานยนต์ให้กับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า Luxeed ที่เปิดตัวซีดาน S7 เมื่อวานนี้ (28 พ.ย.) รวมถึง BAIC Motor และ JAC Motor ซึ่ง BAIC เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Arcfox ใช้เทคโนโลยีของหัวเว่ยเรียบร้อยแล้ว แต่ JAC ยังไม่ตอบคำขอแสดงความเห็น

‘ทู เล่อ’ ผู้ก่อตั้งซิโน ออโต้ อินไซด์ บริษัทที่ปรึกษาในปักกิ่ง เผยว่า ผู้ผลิตรถยนต์จีนที่ผลิตภัณฑ์ยังขาดเทคโนโลยีสำคัญ พึงพอใจที่จะใช้เทคฯ ของหัวเว่ยมากกว่าที่อื่น แต่ยังเร็วเกินไปที่จะทราบว่าโซลูชันของหัวเว่ยดีกว่าคู่แข่งอย่างไร และหัวเว่ยก็เหมือนบริษัทเทคฯ อื่น ๆ ที่เห็นโอกาสในตลาดยานยนต์อีวีและลงมือทำทุกอย่างเต็มที่

ด้าน ‘เทนเซ็นต์’ ที่บริหารจัดการแอปพลิเคชันวีแชท วางแผนเปิดตัวรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 และประกาศเมื่อปลายเดือน ต.ค. ว่าบริษัทมีระบบปฏิบัติการเป็นของตนเองแล้ว เรียกว่า HyperOS

>> ธุรกิจอีกส่วนหนึ่งของหัวเว่ย

หลังสหรัฐขึ้นบัญชีดำหัวเว่ย และห้ามให้บริษัทซื้อซัพพลายเออร์จากสหรัฐ รวมถึงใบอนุญาตเข้าถึงกูเกิลเวอร์ชันล่าสุดของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ หัวเว่ยจึงสร้างระบบปฏิบัติการ Harmony OS ขึ้นมาแทน

ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ หัวเว่ยมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยี 103,500 ล้านหยวน ขณะที่โซลูชันยานยนต์อัจฉริยะ รวมถึงเทคโนโลยีเพื่อยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) มีรายได้ 1,000 ล้านหยวน

‘ริชาร์ด ยู’ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์และสินค้าอุปโภคบริโภค เผยแนวทางการร่วมงานกับผู้ผลิตรถยนต์ไว้ 3 แนวทาง ได้แก่

1.บริษัทปฏิบัติตนเป็นซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนประกอบ
2.บริษัทจำหน่ายชุดผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีรถยนต์ที่เรียกว่า ‘Huawei Inside’ ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ออกแบบยานยนต์เอง
3.บริษัทควบคุมการออกแบบ Huawei Inside ส่วนใหญ่ รวมถึงการจำหน่าย และการทำการตลาด ขณะที่ผู้ผลิตยานยนต์ผลิตรถยนต์เอง

‘อิสลา’ อัจฉริยะตัวจิ๋ว เข้าร่วม ’เมนซา‘ ตั้งแต่ 2 ขวบครึ่ง หลังวัดระดับไอคิวได้ 99 ทุบสถิติสมาชิกอายุน้อยสุดในโลก

(30 พ.ย.66) ยูพีไอ รายงานเรื่องราวชีวิตชวนทึ่งของ ด.ญ.อิสลา แม็คแนบบ์ เด็กหญิงชาวอเมริกัน เจ้าของตำแหน่งเด็กที่อายุน้อยที่สุดในโลกที่ได้เป็นสมาชิกสมาชิกของ สถาบันอัจฉริยะแห่งอังกฤษ (เมนซา) ขณะมีอายุ 2 ขวบกับอีก 195 วัน

กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ระบุว่า อิสลาจากเมืองเครสวูด รัฐเคนทักกี กลายเป็นสมาชิกเมนซาที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก หลังวัดระดับเชาว์ปัญญาแบบไอคิวเปอร์เซ็นไทล์ได้ถึง 99 เมื่อเทียบกับเด็กในกลุ่มอายุเท่ากันด้วยการทดสอบความสามารถทางสติปัญญาแบบสแตนฟอร์ด บิเนต์

สำหรับบุคคลที่จะเข้าร่วมเมนซาได้ต้องมีคะแนนทดสอบไอคิวเปอร์เซ็นไทล์ที่ 98 หรือสูงกว่าขึ้นไปเท่านั้น ด้าน นายเจสัน และ นางอแมนดา แม็คแนบบ์ พ่อแม่ของหนูน้อยอัจฉริยะ กล่าวว่าอิสลาเริ่มฉายแววตั้งแต่วันที่พาออกจากโรงพยาบาลเพราะสังเกตเห็นว่าอิสลามีสมาธิสูง

เมื่ออายุได้ 7 เดือน อิสลาเลือกรูปภาพสิ่งของจากหนังสือภาพเมื่อพ่อแม่บอกให้หยิบสิ่งนั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง อิสลาเริ่มเรียนเดี่ยวกับพยัญชนะ ตัวอักษร สี และตัวเลขเมื่ออายุได้ขวบครึ่ง ไม่นานจากนั้นก็สามารถอ่านหนังสือได้

นายเจสันให้สัมภาษณ์กับ นิวยอร์กโพสต์ ว่าวันเกิดครบรอบ 2 ขวบของอิสลา ตนเขียนคำว่า “แดง” บนกระดานไวท์บอร์ด ก่อนจะทึ่งกับความสามารถของลูกสาวเพราะอ่านออกและเมื่อลองเขียนคำอื่นๆ เช่น “เหลือง” “แมว” และ “หมา” ลูกสาวก็อ่านได้อย่างง่ายดาย พออายุได้ 2 ขวบครึ่ง นางอแมนดาพาลูกสาวไปทดสอบไอคิวที่เมนซาและกลายเป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในโลก

ด้าน นายเอ็ดเวิร์ด อาเมนด์ นักจิตวิทยาเด็กในรัฐเคนทักกีและผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กที่มีพรสวรรค์ กล่าวว่า การทดสอบไอคิวจะพิจารณาด้านความจำและการใช้เหตุผลของเด็กในวัยนั้นๆ รวมทั้งคำศัพท์ต่างๆ เช่น ถามให้เด็กตอบว่าสิ่งนี้คืออะไร มีความเหมือนหรือต่างกับสิ่งอื่นอย่างไร

นอกจากนี้ยังทดสอบอวัจนภาษาหรือไม่ใช้ภาษา แต่เน้นการแก้ไขปัญหา บอกรูปแบบและเมทริกซ์ต่างๆ โดยคำถามจะเริ่มจากง่ายแล้วค่อยๆ เพิ่มความยากขึ้น พ่อแม่ของอิสลายังประหลาดใจที่ลูกสาวเข้าใจภาษามือและรู้ในสิ่งที่พ่อกับแม่ซึ่งไม่ว่าลูกสาวไปเรียนมาจากไหน

ขณะนี้อิสลาอายุ 4 ขวบแล้วและกำลังเรียนรู้โปรแกรมการศึกษาแบบส่วนตัวที่เมนซา ซึ่งพ่อแม่หวังว่าจะพบแหล่งข้อมูลและคำแนะนำจากพ่อแม่เด็กอัจฉริยะคนอื่นๆ เพื่อส่งเสริมความสามารถพิเศษของลูกสาว นายเจสันกล่าวว่าดีใจมากที่อิสลาได้ลงบันทึกในกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ลูกสาวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในช่วง 3 ปีแรกและแทบจะอดทนรอเห็นอนาคตของลูกไม่ไหวแล้ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top