Monday, 8 June 2026
World

‘จีน’ เปิดประสบการณ์ดูหนังแบบใหม่ เปลี่ยนป๊อปคอร์นเป็น ‘ชาบู’ กินไป ดูไป อร่อยแบบฟินๆ สะเทือนวงการโรงหนัง คนสนใจเพียบ!!

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 66 เกิดกระแสไวรัลที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ในประเทศจีน หลังเว็บ Weibo ได้เผยภาพโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งในจีน ซึ่งสิ่งที่พีค คือ บริเวณโซนที่นั่งที่โซฟาแต่ละจุด จะมีโต๊ะและเซตหม้อไฟชาบู รวมไปถึงวัตถุดิบต่าง ๆ ตั้งอยู่ตรงหน้า โดยมีการระบุข้อความว่า “คุณสามารถกินชาบูในโรงหนังที่ประเทศจีนได้แล้ว”

อย่างไรก็ดี โดยปกติในโรงหนัง เราจะกินป๊อปคอร์นกับน้ำดื่มเวลาดูหนัง แต่ครั้งนี้เล่นเสิร์ฟชาบูให้ได้อิ่มท้องระหว่างดูหนัง ส่งให้งานนี้คอหนัง – สายกินทั้งหลายถูกใจ พากันแชร์ภาพโรงหนัง ที่เปิดให้ลูกค้า ‘ดูหนังไป กินชาบูไป’ ได้ด้วย พร้อมอยากเปิดประสบการณ์ใหม่นี้กันล้นหลาม

‘ปากีสถาน’ ไล่ตะเพิด ‘ชาวอัฟกัน’ ลี้ภัยผิดกฎหมาย 1.7 ล้านคน เหตุไม่พอใจกลุ่มติดอาวุธ จี้!! ออกนอกประเทศภายใน 1 พ.ย.นี้

รัฐบาลปากีสถานประกาศเส้นตายให้ผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานที่เข้ามาอยู่ในประเทศปากีสถานอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งคาดว่ามีมากถึงราว 1.7 ล้านคนนั้น ให้ออกจากประเทศไปในเดือนพฤศจิกายนนี้ หลังจากปากีสถานมีความไม่พอใจที่กลุ่มติดอาวุธเข้ามาก่อเหตุโจมตีรุนแรงตามแนวชายแดนปากีสถานติดกับอัฟกานิสถานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปากีสถานโทษว่าเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่รัฐบาลทาลิบัน ผู้ปกครองอัฟกานิสถานปฏิเสธ

นายซาร์ฟราซ บักติ รัฐมนตรีมหาดไทยของปากีสถาน ประกาศมาตรการข้างต้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมว่า ผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานราว 1.7 ล้านคน ที่อยู่ในปากีสถานอย่างผิดกฎหมาย จะมีเวลาถึงวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ในการเดินทางออกนอกประเทศไปโดยสมัครใจหรือไม่จะถูกเนรเทศออกไป แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปอย่างไร

นอกจากนี้ เขายังประกาศตั้งคณะทำงานที่มุ่งพิสูจน์และยึดธุรกิจและทรัพย์สินของชาวอัฟกานิสถานที่ลี้ภัยอยู่ในปากีสถานอย่างผิดกฎหมาย พร้อมประกาศว่าจะดำเนินมาตรการเข้มงวดมากขึ้นกับชาวอัฟกานิสถานที่จะเดินทางเข้ามาในปากีสถาน ที่จะต้องเป็นนักเดินทางที่มีวีซ่าและหนังสือเดินทางเท่านั้นถึงได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศได้

ในการประกาศมาตรการกวาดล้างผู้อพยพลี้ภัยในประเทศอย่างผิดกฎหมาย รัฐมนตรีมหาดไทยของปากีสถาน ไม่ได้กล่าวถึงเหตุโจมตีรุนแรงที่เกิดขึ้นในปากีสถานโดยตรง ที่สร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลและนำมาสู่การดำเนินการในครั้งนี้ เพียงแต่กล่าวมามีเหตุระเบิดฆ่าตัวตายเกิดขึ้นตามแนวชายแดนปากีสถานแล้วถึง 24 ครั้งนับตั้งแต่ต้นปีนี้ ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งเขากล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธที่ปฏิบัติการจากอัฟกานิสถาน

ขณะที่เมื่อสัปดาห์ก่อนเพิ่งเกิดเหตุระเบิดโจมตีมัสยิดในเมืองมัสตัง ในจังหวัดบาโลชิสถานของปากีสถาน ติดชายแดนอัฟกานิสถาน เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 ราย โดยจังหวัดดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มักเกิดเหตุโจมตีโดยกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่ม รวมถึง กลุ่มเตห์รีค-อี ตาลีบัน ปากีสถาน (ทีทีพี) หรือ กลุ่มทาลิบันปากีสถาน และกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส (บีบีซี)

‘บังกลาเทศ’ เจอ ‘ไข้เลือดออก’ เชื้อเด็งกีระบาดหนัก คร่าชีวิตไปกว่า 1,000 ศพ สูงสุดเป็นประวัติการณ์

(5 ต.ค. 66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขของบังกลาเทศเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกจำนวน 11 รายเมื่อวานนี้ ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตตั้งแต่ต้นปีนี้อยู่ที่ 1,017 ราย ขณะที่มีผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลในช่วงเวลาเดียวกันเพิ่มขึ้นอีก 2,564 ราย

จำนวนผู้เสียชีวิตในปีนี้สูงกว่าเกือบ 4 เท่าของปีที่แล้ว ซึ่งมีจำนวน 281 ราย และทำให้ปีนี้เป็นปีที่บังกลาเทศได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากไข้เลือดออกนับตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดในปี 2543

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบังกลาเทศ กล่าวว่า การระบาดระลอกล่าสุดเล่นงานพวกเขาโดยไม่ทันตั้งตัว มีสาเหตุจากเชื้อเด็งกีสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งหมอหลายคนระบุว่า อาการของผู้ป่วยไข้เลือดออกในช่วงไม่นานมานี้ทรุดลงเร็วกว่าเมื่อเทียบกับ 2 ปีที่ผ่านมา โดยทั้ง 64 เขตทั่วประเทศตรวจพบผู้ติดเชื้อเด็งกีครบทั้งหมดแล้ว

ขณะเดียวกันผู้ป่วยจำนวนมากกำลังล้นทะลักโรงพยาบาล เช่น ในกรุงธากามีผู้ติดเชื้อเด็งกีหลายร้อยคนกำลังรอรับการรักษา ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนสารละลายสำหรับให้ทางหลอดเลือดดำ ซึ่งสำคัญมากต่อการรักษาผู้ป่วยเด็งกีที่มักเกิดอาการขาดน้ำ

‘3 นักวิทย์’ ผู้ค้นพบ ‘ควอนตัมดอท’ วัสดุแห่งอนาคต ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ประจำปี 2023

เมื่อวานนี้ (4 ต.ค. 66) Royal Swedish Academy of Sciences ได้ตัดสินให้รางวัลโนเบลสาขาเคมี ประจำปี 2023 ตกเป็นของ Moungi G. Bawendi, Louis E. Brus และ Alexei I. Ekimov จากผลงาน ‘การค้นพบและการสังเคราะห์ควอนตัมดอท’

ควอนตัมดอท (Quantum dots) เป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กมากในระดับนาโนเมตร (10^-9 m) ซึ่งมีคุณสมบัติที่น่าทึ่งและน่าสนใจมากมาย โดยขนาดที่แตกต่างกันจะเป็นตัวกำหนดคุณสมบัติของพวกมัน ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดคือ ควอนตัมดอทจะมีสีที่แตกต่างกันขึ้นกับขนาดของตัวมันเอง

ควอนตัมดอทมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาทางด้านนาโนเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันมีการนำไปประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย เช่น เทคโนโลยีการแสดงผล (display technology) ทั้งในคอมพิวเตอร์และโทรทัศน์ การพิมพ์ภาพทางชีวภาพ (bioimaging) เพื่อระบุตำแหน่งและติดตามเซลล์รวมถึงสารชีวโมเลกุลภายในร่างกาย เซ็นเซอร์ทางชีวภาพ (biological sensors) ตัวนำสารเคมีเพื่อไปรักษาเฉพาะจุด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ควอนตัมดอทเป็นแหล่งกำเนิดโฟตอนเดี่ยวสำหรับการทดลองทางควอนตัม ฯลฯ

ความสำเร็จของผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีทั้ง 3 ท่านในครั้งนี้ นับเป็นแรงกระเพื่อมที่สำคัญให้เกิดการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมดอท โดยนักวิจัยต่างเชื่อว่าวัสดุแห่งอนาคตชนิดนี้จะนำประโยชน์มหาศาลมาสู่มวลมนุษยชาติอย่างแน่นอน

สุดช็อก!! เหตุกลั่นแกล้งในโรงเรียนที่ ‘ญี่ปุ่น’ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เผย ปี 2022 พบเด็กขาดเรียน-ถูกแกล้ง-ใช้ความรุนแรงกว่า 6 แสนเคส

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 66 สำนักข่าวซินหัว, โตเกียว รายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่น รายงานว่ากรณีกลั่นแกล้งอันเป็นที่รับรู้ในโรงเรียนของญี่ปุ่น พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 680,000 กรณีในปีการศึกษา 2022

ผลสำรวจจากกระทรวงฯ พบว่ากรณีกลั่นแกล้งอันเป็นที่รับรู้ในโรงเรียนประถม มัธยมต้น และมัธยมปลายของญี่ปุ่นในปีการศึกษา 2022 ซึ่งสิ้นสุดเดือนมีนาคม รวมอยู่ที่ 681,948 กรณี เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษาก่อนหน้ามากกว่า 60,000 กรณี และเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 10

กรณีกลั่นแกล้งอันเป็นที่รับรู้ในโรงเรียนของญี่ปุ่นในปีการศึกษา 2022 แบ่งเป็นโรงเรียนประถม 551,944 กรณี โรงเรียนมัธยมต้น 111,404 กรณี โรงเรียนมัธยมปลาย 15,568 กรณี และโรงเรียนการศึกษาพิเศษ 3,032 กรณี

ทั้งนี้ มีกรณีกลั่นแกล้งอันเป็นที่รับรู้ในโรงเรียนของญี่ปุ่นที่ถูกพิจารณาเป็นกรณี ‘ร้ายแรง’ เนื่องด้วยเด็กที่ถูกกลั่นแกล้งฆ่าตัวตายหรือไม่มาเรียนทั้งหมด 923 กรณี

ผลสำรวจยังพบโรงเรียนในญี่ปุ่น 29,842 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 82.1 เผยว่ามีการรับรู้ถึงกรณีกลั่นแกล้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีการศึกษาก่อนหน้า ขณะจำนวนพฤติกรรมใช้ความรุนแรงและการไม่เข้าเรียนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ด้วย

สำหรับปีการศึกษา 2022 ญี่ปุ่นมีเด็กขาดเรียนเป็นเวลา 30 วันขึ้นไป เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 10 อยู่ที่ 299,048 คน ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้นกว่า 54,000 คน หรือร้อยละ 22 จากปีการศึกษาก่อนหน้า

‘โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ’ ปล่อยน้ำบำบัดชุดที่ 2 ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกวันนี้ ยัน!! น้ำที่ปล่อยอยู่ในระดับปลอดภัย วอน ตปท.เลิกแบนปลาทะเลญี่ปุ่น

(5 ต.ค. 66) ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ’ ของญี่ปุ่น ทำการปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี ที่ผ่านการบำบัดแล้วลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกรอบ 2 ในวันนี้

โดย ‘เทปโก’ บริษัทซึ่งเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะระ คาดว่าจะมีการปล่อยน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วในรอบ 2 นี้ราว 7,800 ตัน จากปริมาณน้ำที่ผ่านการบำบัดทั้งหมด 1.34 ล้านตัน นับตั้งแต่สึนามิพัดถล่มญี่ปุ่นในปี 2011 หลังจากที่ได้ปล่อยน้ำผ่านการบำบัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งสร้างกระแสต่อต้านอย่างหนักในประเทศเพื่อนบ้าน

เทปโกยืนยันว่า น้ำเสียดังกล่าวผ่านการกรองสารประกอบกัมมันตภาพรังสีทั้งหมดออกแล้ว เหลือเพียงทริเทรียม ซึ่งเป็นไอโซโทปที่อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

‘ฮิโรคาสุ มัตสึโนะ’ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าการปล่อยน้ำในครั้งแรกเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ และเกิดขึ้นอย่างปลอดภัย โดยไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

มัตสึโนะยืนยันว่า รัฐบาลจะยังคงให้ข้อมูลอย่างโปร่งใสต่อไป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมกับเรียกร้องให้จีนยกเลิกการห้ามการนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่นทันที และดำเนินการต่างๆ บนพื้นฐานเหตุผลทางวิทยาศาสตร์

‘ยูเครน’ เละ!! หลังเปิดฉากทำสงครามกับ ‘รัสเซีย’ โครงสร้างพื้นฐานเสียหายกว่า 1.51 แสนล้านดอลลาร์ฯ

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 66 สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์-ยูเครน อ้างอิงผลการศึกษาล่าสุดจากสถาบันเคียฟ สคูล ออฟ อีโคนิมิกส์ (Kyiv School of Economics) เผยว่าความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนซึ่งกำลังดำเนินอยู่ได้สร้างความเสียหายทางตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานของยูเครน คิดเป็นมูลค่า 1.51 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.59 ล้านล้านบาท) เมื่อนับถึงสิ้นเดือนกันยายน 2023

การศึกษาพบว่าภาคส่วนที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความขัดแย้งครั้งนี้ โดยมีบ้านส่วนบุคคล อาคารอะพาร์ตเมนต์ และหอพักประมาณ 167,200 หลังถูกทำลายหรือเสียหายจากสงคราม

นับตั้งแต่เริ่มมีการเผชิญหน้า สนามบินและสนามบินพลเรือน 18 แห่ง รวมถึงสะพานและสะพานลอย 344 แห่งในยูเครนได้รับความเสียหาย ขณะกลุ่มสถานประกอบการขนาดใหญ่และขนาดกลางอย่างน้อย 426 แห่งได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

‘คามิกาวะ โยโกะ’ รมว.กต.ญี่ปุ่นคนใหม่ เตรียมเยือนไทย 12-13 ต.ค.นี้ จ่อหารือด้านความร่วมมือ-แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างประเทศทุกมิติ

(6 ต.ค. 66) ‘กระทรวงการต่างประเทศ’ ประกาศการเยือนไทยของ ‘นางคามิกาวะ โยโกะ’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นว่า นางโยโกะมีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 12-13 ตุลาคมนี้

โดยในโอกาสนี้ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและกรอบพหุภาคี และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและระหว่างประเทศที่อยู่ในความสนใจร่วมกัน

การเยือนครั้งนี้ นับเป็นการเดินทางเยือนประเทศไทยครั้งแรกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น หลังจากเข้ารับตำแหน่งใหม่

‘ญี่ปุ่น’ สร้าง ‘Giraffenap’ ตู้งีบหลับแบบยืนคล้ายยีราฟ ตอบโจทย์วัยทำงาน ‘พักสายตา-ร่างกาย’ จากความเหนื่อยล้า

ออฟฟิศสมัยใหม่ในหลาย ๆ ประเทศเริ่มออกแบบให้มีโซนพักผ่อนสำหรับพนักงาน ไว้ใช้แอบงีบหลับพักสายตาสั้น ๆ บริษัทหัวใสแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นจึงได้เอาไอเดียนี้มาทำเป็น ‘Sleeping Pod’ หรือตู้สำหรับนอนงีบหลับที่ไม่ธรรมดา เพราะว่าออกแบบมาให้ผู้ใช้งานต้อง ‘ยืนหลับ’ คล้ายกับวิธีการยืนหลับของยีราฟ โดยให้ชื่อผลงานนี้ว่า ยีราฟแน็ป (Giraffenap)

สำหรับ Giraffenap เป็นตู้แนวตั้ง ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนอนหลับในท่ายืนได้ ตัวตู้นี้มีขนาดพอ ๆ กับตู้โทรศัพท์สาธารณะขนาดเล็ก โดยความสูงของตู้อยู่ที่ 2.5 เมตร และกว้าง 1.2 เมตร พร้อมกับออกแบบให้ตู้นี้สามารถป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ รวมถึงยังติดตั้งตัวดับเพลิง พัดลมภายใน ไฟแอลอีดี และตะขอที่แขวนเสื้อมาให้ในตู้ด้วย

ถ้ามองจากภายนอก ตู้นอนหลับแบบยืนนี้ อาจจะดูเหมือนตู้เก็บของ ห้องน้ำหรือแม้กระทั่งห้องสำหรับใช้โทรศัพท์ แต่เมื่อเปิดออกมาจะพบว่าภายในได้ออกแบบตัวที่นั่งอย่างประณีต ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทิ้งตัวนอนในท่ายืน แบบไม่ต้องเกร็งร่างกายเพื่อรับน้ำหนักตัวเองแต่อย่างใด โดยภายในตู้ประกอบด้วยแพลตฟอร์มรองรับน้ำหนักส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทั้งโต๊ะรองแขน เก้าอี้รองก้น แท่นรองเข่า รวมถึงพนักเล็ก ๆ ด้านใต้ตู้ สำหรับรองฝ่าเท้า ทำให้เวลานอน เราจะต้องฟุบหน้าไปกับแขนที่วางอยู่บนโต๊ะ ส่วนขาก็จะอยู่ในลักษณะงอเข่า และเอียงตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย

โดยบริษัท Koyoju Plywood Corporation จากจังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ผู้ผลิตตู้นอนยีราฟนี้ กล่าวว่าบริษัทกำลังมุ่งที่จะสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถมีที่สำหรับงีบหลับได้อย่างง่ายดาย และมองว่าผลงานนี้ จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยพัฒนาทั้งในแง่ของธุรกิจของบริษัทและสุขภาพของคนทำงานไปพร้อมกัน เนื่องจากบริษัทมองว่าถ้าคนเราได้งีบหลับ ก็จะเหมือนกับได้ฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า ไม่ต้องทนกับอาการง่วงนอนในเวลาทำงาน และตื่นมามีแรงเพื่อที่จะลุยงานต่อไปได้ ซึ่งจะเป็นผลดีทั้งกับบริษัทและตัวพนักงานเอง

แต่สำหรับใครที่อยากจะใช้ตู้นี้ มีข้อจำกัดนิดคือจะต้องสูงไม่เกิน 198 เซนติเมตร หรือมีน้ำหนักไม่เกิน 100 กิโลกรัม เพราะถ้าสูงเกินหรือน้ำหนักตัวมากไป ก็อาจจะไม่พอดีกับตู้ได้ ส่วนราคาวางจำหน่ายตู้นอนแบบยืนนี้ อยู่ที่ตู้ละประมาณ 3,000,000 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยที่ 740,000 บาท

‘สหรัฐฯ’ จ่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกเพิ่ม หวังสกัดกั้นผู้อพยพ อ้าง!! เป็นงบที่เหลือค้างจากนโยบายของรัฐบาล ‘โดนัลด์ ทรัมป์’

(6 ต.ค. 66) สำนักข่าวรอยเตอร์และบีบีซีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ประกาศเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ว่าจะสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโกเพิ่มอีกราว 20 กิโลเมตรในสตาร์ เคาน์ตี้ รัฐเท็กซัส เพื่อสกัดการเข้าประเทศของผู้อพยพจากเม็กซิโก ซึ่งถือเป็นการเดินหน้าในนโยบายหลักของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่สนับสนุนให้มีการสร้างกำแพงตามชายแดนที่ติดกับประเทศเม็กซิโก

หลังจากที่ประธานาธิบดีไบเดนขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ต่อจากทรัมป์ในเดือนมกราคมปี 2021 หนึ่งในสิ่งแรกที่เขาทำคือออกแถลงการณ์ให้คำมั่นว่า “ภาษีของชาวอเมริกันจะไม่ถูกนำไปใช้ในการก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนอีก” รวมถึงสั่งให้มีการตรวจสอบทรัพยากรทั้งหมดที่ถูกใช้ในการสร้างกำแพงไปแล้ว

อย่างไรก็ดี รัฐบาลสหรัฐฯ ได้กล่าวว่า การตัดสินใจที่จะสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโกเพิ่มนั้นไม่ได้หันเหไปจากแถลงการณ์ให้คำมั่นของไบเดนเมื่อปี 2021 แต่อย่างใด เพราะงบประมาณที่ถูกจัดสรรไว้ตั้งแต่สมัยรัฐบาลทรัมป์เมื่อปี 2019 จำเป็นต้องนำออกมาใช้ตอนนี้ ‘นายอเลฮานโดร มายอร์กาส’ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ระบุว่า ไม่มีนโยบายการบริหารใหม่เกี่ยวกับกำแพงชายแดน ตั้งแต่วันแรกของการทำงาน ฝ่ายบริหารได้แสดงชัดเจนว่ากำแพงกั้นชายแดนไม่ใช่คำตอบ

มายอร์กาส กล่าวว่า โครงการก่อสร้างกำแพงชายแดนดังกล่าวได้รับการจัดสรรงบไว้แล้วในสมัยรัฐบาลของทรัมป์ และกฎหมายระบุให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณดังกล่าว ตามที่มีการประกาศเมื่อช่วงต้นปีนี้

“เราได้ขอให้สภาคองเกรสยกเลิกงบประมาณดังกล่าวหลายครั้ง แต่พวกเขายังไม่ทำเช่นนั้น เราจึงต้องดำเนินการตามที่กฎหมายระบุ และในปัจจุบันมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องสร้างเครื่องกีดขวางและถนนใกล้กับชายแดนสหรัฐฯ เพื่อป้องกันการเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย” มายอร์กาส กล่าว

ด้านอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ได้รีบออกมาประกาศชัยชนะในนโยบายสร้างกำแพงของตนเอง และเรียกร้องให้ประธานาธิบดีไบเดนออกมาขอโทษเขา และประเทศอเมริกาที่เดินหน้าในเรื่องกำแพงชายแดนล่าช้ากว่ากำหนด

ขณะที่ประเทศเม็กซิโกได้ออกมาคัดค้านแผนการสร้างกำแพงชายแดนเพิ่มของสหรัฐฯ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศ ได้มีการหารือกันในกรุงเม็กซิโก ซิตี เมืองหลวงของประเทศเม็กซิโก

โดย ‘นายอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์’ ประธานาธิบดีเม็กซิโกกล่าวประณามว่า เป็นการเดินถอยหลัง และ ‘อลิเซีย บาร์เซนา’ รัฐมนตรีต่างประเทศเม็กซิโก กล่าวคัดค้านแผนดังกล่าวเช่นกัน รวมถึงสมาชิกพรรครีพับลิกันและเดโมแครตหลายคนได้ออกมาวิจารณ์ไบเดน จากการหันมาเดินหน้าสร้างกำแพงกั้นชายแดนเพิ่ม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top