Monday, 29 June 2026
TheStatesTimes

สระบุรี - ‘รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง’ ตรวจเยี่ยมติดตามสถานการณ์อุทกภัย และมอบถุงยังชีพในพื้นที่จังหวัดสระบุรี

วันที่ 14 ตุลาคม 2564 ที่วัดสมุหประดิษฐาราม ตำบลสวนดอกไม้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยและนำสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค มามอบให้แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในเขตอำเภอเสาไห้ และอำเภอบ้านหมอ โดยมีนายพลวรรธณ์ เทียนชัยมงคล ปลัดจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดสระบุรี ต้อนรับ

สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ในห้วงที่ผ่านมาประเทศไทย มีฝนตกชุกหนาแน่น จากเหตุการณ์ พายุดีเปรสชั่น "เตี้ยนหมู่" เมื่อวันที่ 25 - 26 กันยายน2564 ทำให้เกิดฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ประกอบกับผลกระทบจากการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักฯ สูงสุดเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564 ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบทำให้เกิดน้ำลันตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ และมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 13 อำเภอ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน จำนวน 52ตำบล 263 หมู่บ้าน 15 ชุมชน 8,027ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตร ได้รับความเสียหายจำนวน 39,003ไร่ และด้านประมง จำนวน 422 ไร่ 67 ตารางวา ซึ่งอยู่ในช่วงการช่วยเหลือเยียวยา

 

“บิ๊กบี้” เปลี่ยนโทรโข่ง “กอ.รมน.” ยกแผงมุ่งปชส.ข่าวความมั่นคง “ถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว ทันเหตุการณ์”

พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความรักษามั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) ลงนามคำสั่งแต่งตั้งทีมโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ประจำปีงบประมาณ 2565 เพื่อทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างความมั่นคงสถาบันหลักของชาติ และความมั่นคงของรัฐในมิติต่างๆ รวมถึงเผยแพร่เจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน บนพื้นฐานของการให้ข้อมูลข่าวสารที่ “ถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว ทันเหตุการณ์”

โดยพล.อ.สิทธิชัย มากกุญชร เป็นโฆษก กอ.รมน. พร้อมด้วย พ.อ.วินธัย สุวารี และพ.ท.หญิง นุชระวี แจ่มจำรัส ปฏิบัติหน้าที่รองโฆษก กอ.รมน. และผู้ช่วยโฆษก กอ.รมน. อีก 3 นาย ประกอบด้วย พันโทหญิง ปรีดิ์พัฒน์ กิจจาทร, ร.อ.หญิง กัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล และร.อ.หญิง สวิส รังสรรค์สวัสดิ์ 
  
ซึ่งการแต่งตั้งทีมโฆษก กอ.รมน. ดังกล่าว เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้แก่ประชาชน ถึงบทบาทและภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ ในการพิทักษ์ ปกป้อง รักษาผืนแผ่นดินไทย รวมถึงการป้องกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงของประเทศจากภัยคุกคามให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งทีมโฆษก กอ.รมน. ชุดนี้ประกอบด้วยผู้มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์ด้านการประชาสัมพันธ์เป็นอย่างดี พร้อมเป็นกลไกหนึ่งในการเสริมการทำงานของภาครัฐให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ควบคู่การสร้าง ความรู้ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมในสังคม อันจะก่อให้เกิดความสงบสุขและความมั่นคงของสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน

 

นายกฯ บอกสื่อ ย้ำหลายครั้งไม่ยุบสภา ไม่ตอบพลังประชารัฐต้าน ‘พีระพันธุ์’

‘พล.อ.ประยุทธ์’ เผย ย้ำหลายครั้งแล้ว ไม่มียุบสภา ขอเดินหน้าแก้ปัญหาประเทศก่อน ทั้งโควิด น้ำท่วม เปิดประเทศ ยันจะดูแลให้ดีที่สุด ไม่ตอบพรรคพลังประชารัฐต้าน ‘พีระพันธุ์’

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 14 ต.ค. 64 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์ การรับมือแก้ปัญหาอุทกภัย และการเยียวยาว่า ขอให้เห็นใจบ้างในทุกเรื่อง แต่ตนเองยืนยันจะดูแลให้ดีที่สุด เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน ได้หรือไม่ เนื่องจากขอเร่งแก้ปัญหาเรื่องน้ำ แก้ปัญหาเรื่องโควิด แก้ปัญหาเรื่องเปิดประเทศ เรื่องของการฉีดวัคซีน ต่างๆ เหล่านี้ ที่ส่วนตัวได้พูดไปแล้ว ส่วนรายละเอียดต่างๆ ขอให้ติดตามจากโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ศิริกัญญา-วิโรจน์ ฟังปัญหาเกษตรกรเลี้ยงวัว ชี้ รัฐบาลเยียวยาลัมปีสกินล่าช้า

(14 ต.ค. 64) ศิริกัญญา ตันสกุล, วิโรจน์ ลักขณาอดิสร, สุรวาท ทองบุ, ทวีศักดิ์ ทักษิณ ผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย อดิศักดิ์ สมบัติคำ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม เขต 4 พรรคก้าวไกล และทีมจังหวัดมหาสารคาม ลงพื้นที่ตลาดนัดโค-กระบือ ต.วังไชย อ.บรบือ จ.มหาสารคาม เพื่อรับฟังปัญหาเกษตรกรที่เดือดร้อนจากการระบาดของโรคลัมปีสกินในวัวได้รับการเยียวยาล่าช้า

ศิริกัญญา กล่าวว่า การได้ฟังเสียงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทำให้เข้าใจความยากลำบากของเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวและเห็นว่ามาตรการช่วยเหลือที่ผ่านมาของรัฐบาลไม่ตรงจุด

“รัฐบาลสัญญาว่าจะเพิ่มเงินส่วนต่างค่าชดเชยวัวที่ตายจากโรคลัมปีสกิน แต่รัฐบาลไม่เคยประกาศว่าจะออกมาตรการเยียวยาวัวที่เสียราคาจากการเคยป่วย และผู้ที่อยู่ในธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ได้รับผลกระทบ เขียงเนื้อที่ขาดรายได้ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่ขาดรายได้ นายฮ้อยตลาดนัดซื้อขายวัวกระบือที่ขาดรายได้ รัฐบาลไม่เคยมีมาตรการเยียวยาออกมา

“การระบาดที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้เกิดจากเกษตรกร แต่เกิดจากรัฐบาลที่รู้ล่วงหน้าจากการเตือนขององค์กรระหว่างประเทศตั้งแต่ปี 2563 แล้ว แต่ยังไม่มีมาตรการใดมาป้องกัน ปล่อยให้ลัมปีสกินระบาดในประเทศไทยได้ ใครกันแน่ที่ควรต้องชดใช้ความเสียหาย”

‘บีโอไอ’ โชว์เทพ!! สร้างความสำเร็จจับคู่ธุรกิจผ่านออนไลน์ 248 คู่ เชื่อมโยงมูลค่าซื้อขายชิ้นส่วนกว่าพันล้านบาท

บีโอไอเผยตัวเลขการจัดงาน SUBCON Thailand 2021 Virtual Edition รูปแบบออนไลน์เต็มรูปแบบครั้งแรก จับคู่ธุรกิจได้มากถึง 248 คู่ คาดสร้างมูลค่าการซื้อขายชิ้นส่วนในอนาคต 952 ล้านบาท ตลอด 8 วันพบผู้เข้าชมงาน 2,833 ราย มีผู้สนใจเข้าร่วมฟังสัมมนา 29 หัวข้อผ่านแพลตฟอร์มมากถึง 2,695 คน 

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ผลการจัดงาน SUBCON Thailand 2021 Virtual Edition งานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และการจับคู่ธุรกิจชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน ระหว่างวันที่ 20 - 27 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่จัดงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบ และตลอดการจัดงาน 8 วัน มีผู้เข้าชมงานจำนวน 2,833 ราย จาก 16 ประเทศ โดย 5 อันดับแรกของผู้เข้าชมงาน คือ ไทย, อินเดีย, เวียดนาม, ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ตามลำดับ ในกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจที่เป็นไฮไลต์ของงานทุกปี

สำหรับปีนี้มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ คือ ผู้ซื้อในประเทศที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างชัดเจน อาทิ เมอร์เซเดส-เบนซ์, อีซูซุมอเตอร์, ดูคาติ มอเตอร์, เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ และ อีเลคโทรลักซ์ เป็นต้น ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสะท้อนการเปลี่ยนแปลงการจัดการซัพพลายเชนของบริษัทใหญ่ๆ เหล่านี้ โดยมีการปรับแผนการจัดซื้อจัดหาชิ้นส่วนในอนาคตจากแหล่งที่มีความเสี่ยงลดลง หรือกระจายความเสี่ยงในการจัดหาแหล่งผลิตวัตถุดิบและชิ้นส่วนเพิ่มขึ้น แทนการซื้อจากแหล่งเดียว ส่วนผู้ซื้อจากต่างประเทศก็จะมาจากแหล่งที่เป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญๆ ของโลก เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลี, ยุโรป, สหรัฐอเมริกา, อินเดีย และอาเซียน เกิดการจับคู่ธุรกิจได้มากถึง 248 คู่ สร้างมูลค่าการซื้อขายชิ้นส่วนประมาณ 952 ล้านบาท 

สุรินทร์ - ‘มทบ.25 ร่วมกิจกรรมจิตอาสา’ พัฒนาปรับภูมิทัศน์ - ทำความสะอาดลำน้ำ เนื่องในโอกาสวันคล้ายสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

พลตรีสาธิต เกิดโภค ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 มอบหมายให้ พันเอก สุดใจ แพงพรมมา หัวหน้าฝ่ายสรรพกำลัง มณฑลทหารบกที่ 25 เป็นผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 นำกำลังพลจิตอาสา มณฑลทหารบกที่ 25 รวมจำนวน 25 คน ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ทำความสะอาดลำน้ำ คู คลอง ณ ฝายโคกเพชร ตำบลตระแสง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

กาฬสินธุ์ - กลุ่มแม่บ้านผลิตร่มผ้าขาวม้า ‘ผ้าแพรวางานแฮนด์เมด’ สร้างรายได้เดือนละแสน

กศน.ตำบลแจนแลน อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับกลุ่มแม่บ้าน นักเรียน กศน.แปรรูปผ้าขาวม้าเป็น “ร่มผ้าขาวม้า และร่มผ้าแพรวากาฬสินธุ์” ผลิตภัณฑ์ร่มกันฝน กันแดด สุดยอดไอเดียงานแฮนด์เมดขายดี พร้อมพัฒนายกระดับสู่สินค้าพรีเมี่ยม สร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างรายได้ยั่งยืน รายได้เข้ากลุ่มเดือนละ 1 แสนบาท ล่าสุดได้รับรางวัล Onie Brand กศน.จากกระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2564 ที่ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ต.แจนแลน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ นางพานธิวา ผิวอุดม ครูผู้ช่วย กศน.อ.กุฉินารายณ์ นางดรุณี โกมาร  ครู กศน.ต.แจนแลน และบุคลากร เจ้าหน้าที่ จัดอบรมกลุ่มแม่บ้าน และสาธิตในการแปรรูปผ้าขาวม้าและผ้าลายแพรวา เป็น “ร่มผ้าขาวม้า และร่มผ้าแพรวากาฬสินธุ์” สำหรับกันแดด กันฝน โดยมีนางเกสร เพิ่มขึ้น ประธานกลุ่มร่มผ้าขาวม้าแจนแลน และสมาชิกกลุ่มทั้งผู้สูงอายุ วัยทำงาน เยาวชน ร่วมเข้ารับการอบรม โดยทุกคนที่เข้าร่วมอบรม ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

นางพานธิวา ผิวอุดม ครูผู้ช่วย กศน.อ.กุฉินารายณ์ กล่าวว่า ภารกิจของ กศน.ที่นอกจากจะให้ความรู้ทางวิชาการแก่นักเรียน กศน. ที่ต้องการความเจริญก้าวหน้าและมั่นคงในชีวิตแล้ว  สิ่งที่ดำเนินการภารกิจควบคู่กัน คือการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพที่หลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน อย่างเช่น การอบรมกลุ่มแม่บ้านและนักเรียน กศน.แปรรูปผ้าขาวม้าเป็นร่มกันฝนกันแดด โดยใช้ผ้าขาวม้าที่ทอจากผ้าฝ้าย ผ้าไหม และฝ้ายประดิษฐ์ มาตัดเย็บ ให้เข้ารูปกับร่มสำเร็จรูป ที่ซื้อจากท้องตลาดทั่วไป ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มมูลค่า และเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค เป็นผลิตภัณฑ์ร่ม ภายใต้ชื่อ “ร่มผ้าขาวม้า ร่มผ้าแพรวากาฬสินธุ์” โดยดำเนินการมาประมาณ 1 ปี ได้รับการตอบรับดีมาก

นางพานธิวากล่าวอีกว่า จากผลตอบรับทั้งในส่วนของแม่บ้าน นักเรียน กศน.ที่เข้าร่วมโครงการ สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ แก้ไขปัญหาการว่างงาน โดยเฉพาะในช่วงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ สำหรับผลิตภัณฑ์ร่มผ้าขาวม้าและร่มผ้าแพรวากาฬสินธุ์ เดิมจำหน่ายในชุมชน ต่อมาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จึงเปิดช่องทางขายออนไลน์ อย่างไรก็ตาม จากการส่งเสริมของ กศน.กุฉินารายณ์และกศน.ต.แจนแลน ที่สร้างงาน สร้างอาชีพดังกล่าว ล่าสุด ผลิตภัณฑ์ร่มผ้าขาวม้าและผ้าแพรวา งานแฮนด์เมดของแม่บ้าน และนักเรียน กศน. ได้รับรางวัล Onie Brand กศน.จากกระทรวงศึกษาธิการ เป็นการการันตีคุณภาพและเป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ที่สร้างอาชีพ รายได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยในอนาคตจะมีการพัฒนายกระดับสู่สินค้าพรีเมี่ยมต่อไป

“เฉลิมชัย” ปธ.ฟรุ้ทบอร์ด ปฏิรูปผลไม้ครั้งใหญ่!! วาง 3 กระทรวง ‘เกษตร-อุตสาหกรรม-พาณิชย์’ เห็นชอบงบประมาณปี 65 ตั้งทีมขับเคลื่อนศูนย์บริหารจัดการมหานครผลไม้และสนามบินจันทบุรี มอบ”อลงกรณ์”เป็นปธ.

วันนี้ (14 ต.ค. 64) ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (หรุ้ทบอร์ด)ครั้งที่ 1/2565 ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference) Application ZOOM Cloud Meetings พร้อมด้วย นายนราพัฒน์ แก้วทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองปลัด กษ. นายประยูร อินสกุล รองปลัด กษ. ดร.สมบัติ ตงเต๊า รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร  นายอนันต์ แก้วกำเนิด รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนผู้ประกอบการ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนเกษตรกรชาวสวนผลไม้ และนายขจร เราประเสริฐ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ ร่วมกันหารือประชุมขับเคลื่อนโดยมีประเด็นผลการดำเนินงานการบริหารจัดการผลไม้ในรอบฤดูกาลผลิตที่ 2/2564 ทั่วประเทศ

ผลการจัดประชุมกลุ่มย่อย Focus group เพื่อวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคการบริหารจัดการผลไม้ทั้งระบบ คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ มาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2565 โดย กระทรวงพาณิชย์ และร่วมกันพิจารณาโครงการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2565 ที่เสนอโดยสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ตามยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต” และนโยบาย “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ต่อไป

การบริหารจัดการผลไม้ปี 2564 ของภาคเหนือ (ลำไย) และภาคใต้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ในภาพรวมสอดคล้องกับแนวทางบริหารจัดการผลไม้ปี 2564 - 2566 โดยจังหวัดสามารถบริหารจัดการผลไม้แบบเบ็ดเสร็จด้วยตัวเอง โดยผ่านกลไกของคณะกรรมการเพื่อแก้ปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) ในเชิงคุณภาพสอดคล้องตามยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ.2558 - 2564 และในเชิงปริมาณที่เน้นการจัดสมดุลอุปสงค์และอุปทาน โดยผลไม้ภาคเหนือ (ลำไย) ปริมาณ 671,308 ตัน และผลไม้ภาคใต้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ปริมาณ 785,459 ตัน มีการกระจายผลผลิตผ่านกลไกตลาดปกติ โดย คพจ. และเกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตในราคาไม่ต่ำกว่าราคาต้นทุนการผลิต และราคาเฉลี่ยของผลผลิตตลอดฤดูกาลสูงกว่าราคาต้นทุนการผลิตไม่น้อยกว่าร้อยละ 30

จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ได้กระทบต่อแผนการบริหารจัดการผลไม้ทำให้ทั้งการส่งออก การแปรรูป และการกระจายในประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน นั้น ได้มีการจัด Focus group วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคการบริหารจัดการผลไม้ โดยร่วมกันระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเชิงตั้งข้อสังเกตถึง “ปัญหาและอุปสรรค” (Pain Point) ใน ประเด็นโครงสร้าง ระบบ และการบริหารจัดการ Fruit Board ประเด็นกลไกการทำงานในภาวะวิกฤต ประเด็นแผนงาน โครงการ และงบประมาณ รวมไปถึงแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มและแบรนดิ้ง (Branding) ผลไม้ การพัฒนากลไกการค้าผลไม้และการตลาดเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ การบริหารจัดการล้ง การบริหารจัดการระดับ Area based ผลไม้ภาคตะวันออก-ใต้-ใต้ชายแดน การบริหารจัดการระดับ Area based ผลไม้ภาคเหนือ การจัดการปัญหาและอุปสรรคการบริหารจัดการผลไม้รายสินค้า (ทุเรียน, ลำไย, มังคุด, เงาะ, ลองกอง และมะม่วง) โดยข้อมูลดังกล่าวได้ให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รับทราบและพิจารณาใช้ประโยชน์ และนำมาวางแผนเพื่อรับมือวิกฤติการณ์ในรูปแบบต่าง ๆ ในอนาคต คณะกรรมการฯ รับทราบคำสั่งของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานฟรุ้ทบอร์ดในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน ครอบคลุมทั้งระบบ ประกอบด้วย

1. คณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้

 1) คณะอนุกรรมการพัฒนาและบริหารการผลิต

 2) คณะอนุกรรมการพัฒนาและบริหารการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า

 3) คณะอนุกรรมการพัฒนาและบริหารการตลาด

 4) คณะอนุกรรมการพัฒนาและบริหารการผลไม้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 5) คณะอนุกรรมการพัฒนาและบริหารการผลไม้ภาคตะวันออก ภาคใต้ ภาคอื่นๆ

2. คณะทำงานภายใต้คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้

 1) คณะทำงานพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์

 2) คณะทำงานศึกษาเสถียรภาพกลุ่มสินค้าลำไย

 3) คณะทำงานศึกษาเสถียรภาพกลุ่มสินค้าทุเรียน

 4) คณะทำงานแก้ไขปัญหาผลไม้ล่วงหน้าทั้งระบบ

ในด้านการรองรับและแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นประกอบกับภาพรวมผลไม้ไทยจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 3,500,000 ตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 8% โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนด 17 มาตรการรองรับผลไม้ ปี 2565 ล่วงหน้า 6 เดือน ประกอบด้วย

1.มาตรการเร่งรัดตรวจและรับรอง GAP ซึ่งมีเป้าหมายในปี 2565 ไม่ต่ำกว่า 120,000 แปลง

2.มาตรการช่วยผู้ประกอบการหรือเกษตรกรหรือล้งกระจายผลผลิตผลไม้ออกนอกแหล่งผลิต กิโลกรัมละ 3 บาท ปริมาณ 80,000 ตัน

3.มาตรการเสริมสภาพคล่องให้ผู้ส่งออกโดยจะช่วยเหลือดอกเบี้ยร้อยละ 3 และช่วยผู้ส่งออกที่ส่งออกผลไม้อีกกิโลกรัมละ 5 บาท ปริมาณ 60,000 ตัน

4. กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตร สนับสนุนให้มีการใช้พระราชบัญญัติเกษตรพันธสัญญา การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าด้านผลไม้ โดยจะสนับสนุนให้มีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อเกษตรกรได้ทราบว่าขายผลไม้ได้เท่าไหร่ มีคนซื้อที่มีหลักประกัน เซ็นสัญญาตามกฏหมายชัดเจนไม่ต่ำกว่า 30,000 ตัน

5.มาตรการส่งเสริมการบริโภคผลไม้ในประเทศ ประสานงานกับสายการบินต่าง ๆ เปิดโอกาสให้โหลดผลไม้ขึ้นเครื่องบินในประเทศไทยฟรี 25 กิโลกรัม ตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2565 เป็นต้นไป

6.มาตรการช่วยสนับสนุนกล่อง พร้อมค่าจัดส่งผลไม้ที่ขายตรงจากเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ไปยังผู้บริโภคโดยตรงโดยสนับสนุนกล่องมากขึ้นกว่าปี 2564 ที่สนับสนุน 200,000 กล่อง ปี 2565 จะสนับสนุนถึง 300,000 กล่อง

7.ในช่วงที่ผลไม้ออกเยอะ กระทรวงพาณิชย์จะสนับสนุนให้มีรถเร่ รถโมบาย ไปรับซื้อผลไม้และนำออกจำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยปี 2557 จะสนับสนุนที่15,000 ตัน

 8.ประสานงานกับห้างท้องถิ่นและปั๊มน้ำมันต่าง ๆ เปิดพื้นที่ระบายผลไม้ให้กับเกษตรกรโดยเพิ่มปริมาณจากปี 2564 ที่ช่วย 1,500 ตัน ปี 2565 จะเพิ่มเป็น 5,000 ตัน

 9.จะทำเซลล์โปรโมชั่นในการส่งเสริมการขายผลไม้ในต่างประเทศซึ่งใช้ชื่อโครงการ Thai Fruits Golden Months ดำเนินการในตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ 12 เมือง เช่นเดียวกับปี 2564 ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้ผลดีมาก

 10.จะจัดการเจรจาจับคู่ซื้อขายผลไม้ทางธุรกิจในระบบออนไลน์หรือที่เรียกว่า OBM มุ่งเน้นตลาดใหม่ เช่น อินเดียและรัสเซียเป็นต้น

“สงคราม” แนะ “บิ๊กตู่” ช่วยประชาชนต้องจริงใจอย่าคิดเอง อัดเสียดายเวลารัฐออนทัวร์ชี้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์จากการลงพื้นที่ของรัฐบาล

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปจังหวัดต่างๆอ้างว่าไปตรวจราชการ แต่ในความเป็นจริงเป็นการเดินทางไปหาเสียงมากกว่า เพราะมีการระดมส.ส.เดินตามเพื่อวัดพลังในพรรคพลังประชารัฐ เจตนาของพลเอกประยุทธ์ไปเพื่อการเมืองมากกว่าไปเพื่อช่วยประชาชน 

นอกจากนี้หน่วยงานราชการในพื้นที่ต้องเกณฑ์ประชาชนมารอต้อนรับ มาชียร์ให้นายกสู้ สู้ ไปเพื่อการนี้เท่านั้น พลเอกประยุทธ์ไม่ได้จริงใจที่จะลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างแท้เจริงและการวัดพลังในพรรคการร่วมรัฐบาล ดังนั้นประชาชนไม่ได้อะไรจากการลงพื้นที่ ของพลเอกประยุทธ์และคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา  

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า การเยียวยา หรือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ควรเยียวเป็น “เงินสด” เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบทุกคนสามารถใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น รวมทั้งสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนได้ เพราะการจ่ายเป็นเงินสดประชาชนสามารถนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ซึ่งจะเป็นผลทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และยกระดับเศรษฐกิจในชุมชนด้วย 

จุดยุทธศาสตร์ระดับโลก!! ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ สู่จุดเดือด World War III | Knowledge Times EP.27

???? รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘Knowledge Times’
????จุดยุทธศาสตร์ระดับโลก!! ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ สู่จุดเดือด World War III
.เมื่อพูดถึงจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลกในการขนส่งสินค้า ล้วนมีหลากหลายเส้นทางด้วยกัน ซึ่งในแต่ละเส้นทางล้วนมีความสำคัญในการเชื่อมทวีปแต่ละทวีปเข้าถึงกัน หรือแม้แต่มีบทบาทในการขับเคลื่อนโลกด้วยทรัพยากรต่างๆ ที่มีในแต่ละทวีป

แต่เมื่อถามถึงจุดยุทธศาสตร์ที่เรียกได้ว่า ‘สำคัญที่สุดของโลก’ สำคัญถึงขั้นที่สามารถเป็นชนวนที่อาจก่อให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้ นั่นก็คือ ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ ที่หากใครได้ครอบครองก็เปรียบเสมือนได้กุมโลกใบนี้

โดยช่องแคบฮอร์มุซนั้น เป็นช่องแคบที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ มีความกว้างเพียง 30 ไมล์ ตั้งอยู่ระหว่างอ่าวโอมานทางตะวันออกเฉียงใต้กับอ่าวเปอร์เซียทางตะวันตกเฉียงใต้ ฝั่งทางตอนเหนือเป็นประเทศอิหร่าน ทางตอนใต้เป็นสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และแหลมมุซันดัม (Musandam) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเทศโอมาน

แล้วอะไรที่ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของโลก?

อย่างที่รู้กันดีว่าในปัจจุบันมีพลังงานรูปแบบใหม่เกิดขึ้นมากมาย ที่เข้ามาแทนที่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือพลังงานทดแทนเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ในช่วงของการพัฒนา ดังนั้น ‘น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ’ จึงยังคงเป็นสิ่งจำเป็นที่โลกใบนี้ยังคงต้องพึ่งพาไปอีกหลายสิบปี

และหากย้อนกลับมาดูจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในโลกใบนี้ ก็มีอยู่หลายจุดด้วยกัน ทั้งคลองปานามาที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อทางการค้าระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกกับแปซิฟิก ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันจีนได้เข้าไปแทรกซึมในลาตินอเมริกาหลายๆ ประเทศ

ต่อมาคือคลองสุเอซ ที่เชื่อมต่อระหว่างทะเลแดงและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญ เห็นได้จากการที่เรือเอเวอร์กิฟเวนติดขวางการจราจรเพียงไม่กี่วันก็สร้างความเสียหายไปมหาศาล

ต่อมาคือแหลมกู๊ดโฮป ซึ่งเป็นเส้นทางทางการค้าที่สำคัญของแอฟริกา และช่องแคบยิบรอลตาร์ ที่เชื่อมการค้าระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

รวมไปถึงช่องแคบเดนมาร์ก ที่เชื่อมระหว่างแอตแลนติกและทะเลเหนือ และช่องแคบมะละกา ช่องแคบสำคัญที่เชื่อมโยงภูมิภาคระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก

ฟังดูแล้วเส้นทางต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่องแคบหรือจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในโลกใบนี้ก็คือ ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ เพราะ เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่ใช้ขนส่งน้ำมันหรือก๊าซ ที่จำเป็นผ่านเส้นทางที่สำคัญนี้

อีกทั้งที่ตั้งของช่องแคบฮอร์มุซ ที่เชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน โดยบริเวณรอบอ่าวเปอร์เซีย ประกอบไปด้วยประเทศที่สำคัญถึง 8 ประเทศด้วยกัน ตั้งแต่ อิหร่าน อิรัก คูเวต ซาอุดีอาระเบีย บาร์เรน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอมาน ซึ่งทั้งหมดนี้ต่างต้องร่วมกันใช้ทะเลอาณาเขต ในเขตเศรษฐกิจเฉพาะ บริเวณอ่าวเปอร์เซีย

แน่นอนว่าการที่มีหลายประเทศใช้อ่าวเปอร์เซียร่วมกัน ซึ่งเป็นจุดกำเนิดการเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซ จึงกลายเป็นจุดเปราะบางจุดแรกที่ง่ายต่อการเกิดปัญหาแย่งชิงทรัพยากร 

จุดต่อมาต้องยอมรับว่าเมื่อช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางผ่านอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน ซึ่งมีความสำคัญมากกว่าแค่ทางผ่านเพราะ พื้นที่รอบอ่าวเปอร์เซีย ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งขุดเจาะน้ำมันที่มากที่สุดในโลก 

โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันสูงถึง 6% ของโลก และในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ที่ชิดทางด้านอิหร่าน เป็นที่สำรองก๊าซถึง 40% ของโลกและส่งอิหร่านให้กลายเป็นประเทศที่มีก๊าซสำรองมากที่สุดในโลกอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top