Monday, 29 June 2026
TheStatesTimes

“ชายคนนั้นคือใคร ??” 

“ชายคนนั้นคือใคร ??” 

เด็กช่วยเข็นรถยนต์พระที่นั่ง ที่ติดหล่ม…

เมื่อ พ.ศ. 2501 ขณะที่เด็กชายคนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานกลางทุ่งนากับเพื่อนอีก 2 คน ซึ่งไม่ห่างจากถนนชนบททุรกันดารมากนัก จู่ ๆ ก็มีรถยนต์คันหนึ่งวิ่งมาติดหล่มเลน อยู่ไม่ไกลจากพวกเขา และติดอยู่อย่างนั้น 

ภายในรถมีชายสวมหมวกแบบธรรมดาคนหนึ่ง ขับมาคนเดียวและพยายามจะขับรถขึ้นจากหล่มอยู่นาน แต่ก็ไม่สามารถขึ้นได้ เขาและเพื่อนจึงวิ่งเข้าไปช่วยเข็น ท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง ใช้ความพยายามอยู่นานมาก ราวร่วมชั่วโมง แถมยิ่งออกแรงเร่งเครื่องมากเท่าไหร่ ล้อรถก็ยิ่งจมเลนลึกลงไปทุกที

จนชายสวมหมวก ลงจากรถมาช่วยเข็นด้วย เข็นอยู่นาน และในที่สุด ทุกคนก็หมดแรง ต่างหยุดพักกันครู่ใหญ่ อยู่ตรงนั้น 

“หนูเคยเห็นคนนี้ไหม” 

เสียงของชายเจ้าของรถเอ่ยถาม ขณะนั่งพัก พร้อมทั้งยื่นธนบัตรใบละหนึ่งบาท (สมัยนั้น) ให้พวกเด็ก ๆ ดู เด็ก ๆ ต่างตอบกลับชายคนนั้นไปว่า...

“เคยเห็นแต่รูปที่เงินแบงก์ แต่ไม่เคยเห็นตัวจริง”

ชายคนนั้นถอดหมวกที่สวมอยู่ออก แล้วถามกลับมาอีกว่า...

“เหมือนเราไหม” 

ในวินาทีนั้น เด็กชายทั้ง 3 คนตกตะลึงอยู่สักครู่ พอตั้งสติได้จึงรู้ว่า ผู้ชายที่เห็นแต่งกายธรรมดา ผู้ที่พวกเขากำลังสนทนาอยู่ตรงหน้านั้นเป็นใคร ต่างก็นิ่งอึ้ง และเข่าอ่อน ทรุดนั่งลงกลางเลน กราบลงแทบพระบาท พระองค์...

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสอย่างช้า ๆ ว่า...

"ลุกขึ้น ลุกขึ้น ลุกเถอะ อย่านั่งเลย มันเลอะ เห็นไหม"

“กษัตริย์นักพัฒนาผู้ยิ่งใหญ่ ที่ UN ให้การยกย่องเทิดทูน”

“กษัตริย์นักพัฒนาผู้ยิ่งใหญ่ ที่ UN ให้การยกย่องเทิดทูน”

กว่า 70 ปีที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองราชย์ ไม่เพียงเป็นมิ่งขวัญของชาวไทยทั้งชาติเท่านั้น

แต่พระองค์ท่าน ยังทรงงานหนัก เพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของปวงชนชาวไทย อย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย เพียงเพื่อให้พสกนิกรของพระองค์อยู่ดีกินดี เห็นได้จากโครงการที่เกิดจากพระราชดำริ กว่า 4,000 โครงการ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในการดำเนินพระราชกรณียกิจ และพระอัจฉริยภาพของพระองค์อย่างเด่นชัด

ด้วยทรงพระเมตตาพระราชทานแนวทางในการดำรงชีพให้แก่ราษฎรด้วยแนวทางปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเน้นหลักการ ความพอดี สำนึกในคุณธรรม และมีความหลากหลายทางการเกษตรและผลผลิต มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอที่จะต้านทานและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในการรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ อันเกิดจากกระแสโลกาภิวัตน์

การทรงงานของพระองค์ท่าน ไม่เพียงปรากฏในสายตาประชาชนคนไทยเท่านั้น แต่ในระดับนานาชาติ องค์กรระหว่างประเทศ ต่างเทิดทูนพระเกียรติคุณของพระองค์ท่าน และได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล เป็นเครื่องยืนยันพระอัจฉริยภาพของพระองค์มาอย่างต่อเนื่อง ตลอดรัชสมัยมากถึง 13 รางวัล 

รางวัลที่ยังความปลาบปลื้มต่อคนไทย เกิดขึ้นเมื่อปี 2549 เมื่อ โคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในขณะนั้น ได้เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “ความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์” (UNDP Human Development Lifetime Achievement Award) ของโครงการพัฒนาแห่งองค์การสหประชาชาติ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549

ซึ่งนับเป็นรางวัลความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์ ที่ยูเอ็นดีพีริจัดทำขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อมอบแก่บุคคลดีเด่นที่ได้อุทิศตนตลอดช่วงชีวิต สร้างความกระจ่างต่อสาระสำคัญของการพัฒนาคนอย่างยั่งยืน มีผลลัพธ์เป็นรูปธรรมในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านความเป็นธรรมในสังคม การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม ความมั่นคงในชีวิต สนับสนุนธรรมาภิบาลในระบอบประชาธิปไตย และสิ่งแวดล้อม ยังประโยชน์นานัปการต่อประชาชน และผลักดันความก้าวหน้าในการพัฒนาคนอย่างยั่งยืน

“14 ตุลา วันมหาปิติ” รัฐบาลทหารใช้กำลังสลายผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ก่อนสิ้นอำนาจ ที่บริเวณพระบรมมหาราชวังและถนนราชดำเนิน

เหตุการณ์ 14 ตุลา (พ.ศ. 2516) หรือ วันมหาวิปโยค หรือ วันมหาปิติ เป็นเหตุการณ์การปราบปรามผู้ประท้วงบริเวณพระบรมมหาราชวังและถนนราชดำเนินอย่างรุนแรงโดยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีจอมพลถนอม กิตติขจร จนมีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน บาดเจ็บกว่า 800 คน และมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก

การประท้วงนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุหลายประการ คือ ประเทศไทยได้อยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหารมานานเกือบ 15 ปีตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ประกอบกับข่าวการฉ้อราษฎร์บังหลวงหลายอย่างในรัฐบาล รวมทั้งรัฐประหารตัวเองในปี 2514 ข่าวการลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติ นำไปสู่การเรียกร้องรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย มีการตีพิมพ์ "บันทึกลับจากทุ่งใหญ่" ทำให้เกิดความสนใจในหมู่ประชาชน นำไปสู่การเดินแจกใบปลิวของนิสิตนักศึกษาในกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 6-9 ตุลาคม มีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกทหารจับกุม 

ซึ่งต่อมาบุคคลเหล่านี้ได้ชื่อว่า "13 ขบถรัฐธรรมนูญ" ทำให้เกิดการประท้วงใหญ่เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สู่การเดินประท้วงในถนนราชดำเนิน โดยมีประชาชนทยอยเข้าร่วมหลายแสนคน วันที่ 13 ตุลาคม รัฐบาลจอมพลถนอมประกาศยอมรับข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงว่าจะร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนสลายตัว

'กองทัพบก' จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ 5 ปี ‘วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร’

ชุมพร​ -​ (13 ต.ค.​ 64)​ พล.ต เสนีย์ ศรีหิรัญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที 44 ประธาน ในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 10 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล พิธีวางพวงมาลา และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยกำลังพลของมณฑลทหารบกที่ 44 ณ สโมสรนายทหารค่ายเขตอุดมศักดิ์

พล.ต.เสนีย์ ศรีหิรัญ กล่าวว่าเนื่องในโอกาส วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มณฑลทหารบกที่ 44 จัดพิธีน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2564 พล.ต เสนีย์ ศรีหิรัญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที 44 พร้อมด้วยกำลังพล ที่ได้มาชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียง ต่างน้อมจิตตั้งมั่น เพื่อร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี แห่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ปวงพสกนิกร ใต้ร่มพระบารมีทั่วราชอาณาจักรต่างประจักษ์ชัดแจ้ง ในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

โครงการในพระราชดำริ หลายพันโครงการ ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ แก่ประเทศชาติ ทั้งได้พระราชทาน หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางให้ประชาชนได้ดำเนินชีวิต โดยใช้ความรู้ และสติปัญญาเป็นภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนของประเทศต่างๆ ที่ได้น้อมนำแนวทางพระราชทานไปปฏิบัติ พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล ขจรขจายไปทั่วทิศานุทิศ

'กองทัพบก' จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ 5 ปี ‘วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร’

วันนี้ (วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564) เวลา 07.00 น. ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก ณรงค์พันธ์  จิตต์แก้วแท้  ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา และกำลังพลร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล ครบรอบ 5 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยกิจกรรมประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 18 รูป จากวัดโสมนัสราชวรวิหาร ถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 กองบัญชาการกองทัพบก จากนั้นจึงกระทำพิธีสวดพระพุทธมนต์ ณ ห้องจัดเลี้ยง 221 อาคาร 2 ชั้น 2 โดยนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป จากวัดโสมนัสราชวรวิหาร และพิธีวางพวงมาลา และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ณ ห้องรับรองพิเศษ 161 อาคาร 1 ชั้น 6 กองบัญชาการกองทัพบก

นอกจากกิจกรรมภายในกองบัญชาการกองทัพบกแล้ว หน่วยขึ้นตรงกองทัพบกต่างพร้อมใจกันจัดกิจกรรมภายใต้โครงการ “ร่วมทำความดี สร้างความรักสามัคคีคนในชาติ สืบสานรักษาต่อยอด พระราชปณิธาน” ได้แก่ กิจกรรมจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจกิจกรรมปลูกหญ้าแฝก กิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชน เป็นต้น ณ พื้นที่รับผิดชอบของหน่วย ชุมชนใกล้เคียง และพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงครองราชสมบัติ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 นับเป็นพระมหากษัตริย์ไทย ที่ทรงครองราชสมบัติยาวนานที่สุดในประเทศไทย ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี ที่ทรงครองราชย์ พระองค์ทรงปกครองราษฎรไทยด้วยน้ำพระราชหฤทัยงดงามเปี่ยมด้วยพระเมตตา ภายใต้ปฐมพระบรมราชโองการที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” พระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งด้านการทหาร ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย ในยามปกติพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมค่ายทหารและตำรวจตระเวนชายแดน และพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ในยามที่ทหารต้องออกปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอธิปไตยรักษาความสงบตามแนวชายแดน

พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นมิ่งขวัญกำลังใจแก่ทหารกล้า รวมทั้งพระราชทานทรัพย์อุปการะช่วยเหลือครอบครัว และช่วยเหลือทุนการคึกษาแก่บุตรของทหารที่พลีชีพจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องแผ่นดิน ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศให้มั่นคงอย่างยั่งยืนด้วยแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” ผ่านโครงการพระราชดำริจนทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นกษัตริย์นักพัฒนา

รำลึกถึงพ่อหลวงของแผ่นดิน “พันธมิตรจิตอาสา” ผนึกกำลังตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารฟรี! 3 ชุมชนปากเกร็ด ถวายเป็นพระราชกุศล

(13 ต.ค.64)​ ที่บริเวณปากซอยชุมชนปากเกร็ดร่วมใจ 7 จ.ส.ท.ปิยะ เอี่ยมเอิบ ประธานชมรม VR ข่าวสารเพื่อสังคม ร่วมกับ “พันธมิตรจิตอาสา” นำโดย มูลนิธิสหชาติ และนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.) รุ่น 12 นำโดย นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นายศรุต ทั่งทอง กรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮโดรควิพ จำกัด และนายวิรัช ปัณฑ์ศิริโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด (มหาชน) 

ตั้งโรงทาน ”พันธมิตรจิตอาสาเติมอิ่มปันสุข ถวายแด่พ่อหลวงร.9” ประกอบอาหารเลี้ยงประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนผู้ที่สัญจรผ่านไปมาบนเส้นทางดังกล่าว ได้รับประทานอาหารฟรี เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย 

โดยร่วมใจปรุงอาหาร ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง ข้าวไก่ผัดพริกแกง ลูกชิ้น-ฮอทดอกทอด ขนมหวาน เฉาก๊วย ส้มตำ น้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย จัดไว้ให้บริการแก่ประชาชนใน 3 ชุมชน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตั้งแต่ช่วงเวลา 09.00 น. ไปจนกว่าอาหารจะหมด โดยมีชาวบ้านและเยาวชนเดินทางมารับเพื่อนำไปรับประทานเป็นจำนวนมาก

นางสุกัญญา จรรยา ผู้จัดการมูลนิธิสหชาติ เปิดเผยว่า กิจกรรมภาคีเครือข่าย “พันธมิตรจิตอาสา” ออกโรงทานเพื่อแจกจ่ายแก่ชาวชุมชนปากเกร็ดร่วมใจ 7 ชุมชนการเคหะห้าแยก และชุมชนบ้านเอื้ออาทรห้าแยกปากเกร็ด จำนวน 500 กล่อง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แล้วยังนำ ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง ส้มตำ และลูกชิ้นทอด ส่วนหนึ่ง ไปแจกแก่จิตอาสาที่มาช่วยกรอกทรายป้องกันน้ำท่วมของเทศบาลปากเกร็ด รวมถึงมอบให้ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถออกจากบ้านพักได้

"โฆษกรัฐบาล" ย้อน "ชลน่าน" เอาเวลาจ้องจับผิดรัฐบาล ไปช่วยชาวบ้านดีกว่า ยัน เปิดประเทศ 1 พย. ช่วยปชช. สร้างสมดุล พลิกโฉมประเทศ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ระบุไทยเปิดประเทศบนความเสี่ยง ไร้มาตรการรองรับ แค่ขายผ้าเอาหน้ารอด หลังแผน 120 วัน ล้มเหลว ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทางด้านสาธารณสุข เลือกปกป้องชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม ทำให้วันนี้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ในการปกป้องรักษาชีวิตของประชาชน 

นายธนกร กล่าวว่า การเปิดประเทศก็เพื่อช่วยเหลือประชาชนในภาคการท่องเที่ยว การทำมาหากินของประชาชน การเดินทาง รวมถึงภาคธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ใช่การเลือกภาคเศรษฐกิจมากกว่าที่จะปกป้องชีวิตประชาชน 

นายธนกร กล่าวว่า รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจัดหาวัคซีนให้ได้มากขึ้น ซึ่งภายในสิ้นปีนี้ไทยจะมีวัคซีนมากกว่า 170 ล้านโดส ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ขณะที่การฉีดวัคซีนวันนี้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ทำให้ไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนได้เร็วที่สุดในโลก 

นายธนกร กล่าวว่า การเปิดประเทศในเดือน พ.ย.นี้ ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการร่วมมือกันของคนไทย ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงความร่วมมือกันของคนไทยทุกคน เห็นได้จากการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่ได้ผลมาก่อนหน้านี้แล้ว การเปิดประเทศครั้งนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้คนไทยโดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง สร้างรายได้ สร้างความสมดุลเพื่อพลิกโฉมประเทศ 

สวนนงนุชพัทยา  ต้อนรับเอกอัครราชทูตคิวบา เยี่ยมชม“ปาล์มที่สวยที่สุดในโลก”และใกล้สูญพันธุ์ พร้อมสิทธิพิเศษฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ขยายระยะเวลาเที่ยวชมสวนนงนุชพัทยาฟรี จนถึง 31ตุลาคม 2564

นายกัมพล  ตันสัจจา  ประธานสวนนงนุชพัทยา   พร้อมคณะผู้บริหารได้ต้อนรับ  นายเอกตอร์ กอนเด อัลเมย์ดา   เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคิวบา  ประจำประเทศไทย พร้อมครอบครัว ที่ตั้งใจที่จะมาเยี่ยมชมต้นปาล์มโคเปอร์นีเซีย ฟอลแลนซีส  หรือ “ปาล์มใบพัดสีเงินที่มีใบสวยงามที่สุดในโลก”  ถูกค้นพบในป่าของประเทศคิวบา  และร่วมปลูกต้นกล้าปาล์มชนิดนี้  ที่สวนรุกขชาติ บริเวณเขาบันไดกฤษในสวนนงนุชพัทยา 

นายกัมพล ตันสัจจา  ประธานสวนนงนุชพัทยา  ยังได้นำคณะเอกอัครราชทูตคิวบา ชมต้นปาล์มโคเปอร์นีเซีย ฟอลแลนซีส  (Copernicia Fallaensis )  เนื่องจากใบปาล์มมีขนาดใหญ่และแข็งแรง คนคิวบาจึงนิยมนำมา มุงหลังคา ทำให้ปาล์มชนิดนี้มีจำนวนลดน้อยลง  ในปี 1995 - 1998  ทางสวนนงนุชพัทยาได้ส่งเจ้าหน้าที่คือมิสเตอร์ วิลลี่ เคอร์สช (Mr. Willie Kirsch ) กับ มิสซิส อิงกี้ ฮอฟแมน (Mrs. Inge Hoffman) เข้าเก็บรวมรวมเมล็ดพันธุ์ปาล์มจากประเทศคิวบา  ซึ่งเป็นรายแรกที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลคิวบาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  ปัจจุบันสวนนงนุชพัทยา   มีต้นปาล์มโคเปอร์นีเซีย ฟอลแลนซีส ที่ปลูกลงดิน ทั้งหมด 78 ต้น และติดเมล็ดสำหรับขยายพันธุ์  จำนวน 11 ต้น  มีต้นกล้ามากว่า 1,000 ต้น  ในเนิร์สเซอร์รี่  โดยทั่วไป ปาล์มใบพัดสีเงินจะหาชมได้ยากมาก 

 

ราเมศ เผย วันนี้"จุรินทร์ ออนทัวร์ จังหวัดชายแดนภาคใต้"

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกำหนดการของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2564 ถึง วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 นายจุรินทร์ มีกำหนดการเดินทาง ไปจังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี และสงขลามุ่งเน้นการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเชิงรุก 

วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 จะมีการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนภาคตะวันออกเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.พาณิชย์) และหอการค้าจังหวัดนราธิวาส ณ ห้องประชุมด่านศุลกากร อำเภอสุไหงโก-ลก​ จังหวัดนราธิวาส

โดยจะมีการตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน ณ ด่านพรมแดนสุไหง-โกลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ด้วยเช่นกัน เนื่องจากการค้าชายแดนมีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้จะมีการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้และในวันเสาร์​ที่​ 16 ตุลาคม​ 2564​ พบปะสมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี ณ สมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี ถนนนาเกลือ​ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
และตรวจเยี่ยมชมการผลิตและแปรรูปทุเรียน ณ บริษัทม่านกู่หวางฟู้ด จำกัด อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

กมธ.ดีอีเอส หวั่น “ITU” ยึดวงโคจรหากส่งดาวเทียมไม่ทันกำหนด ห่วง กสทช. มีความผิดหากรักษาสมบัติชาติตาม รธน.ไม่ได้ ด้าน “สรอรรถ” ชี้ ธุรกิจดาวเทียมใช้เงินเยอะทำไม่มีใครลงทุนเพิ่ม แนะ หารือ “ไทยคม” กำหนดทิศทางรักษาประโยชน์ชาติ

น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส. สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการ (กมธ.) สื่อสารโทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา กมธ.ดีอีเอส ได้มีการประชุมพิจารณาเรื่องการออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมสื่อสารให้กับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) โดยมีตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้าชี้แจง โดยกมธ.ฯ ได้สอบถามถึงการจัดชุดข่ายงานดาวเทียม ที่ตอนนี้อยู่ในขั้นสมบูรณ์แล้วจำนวน 4 ชุด ซึ่งเป็นวงโคจรที่เราได้สิทธิ์มาจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ซึ่งจากการประมูลชุดเครือข่ายดาวเทียมที่ผ่านมาทั้ง 4 ชุด

ซึ่งมีการยกเลิกไปเนื่องจากมีผู้เข้าร่วมประมูลเพียงรายเดียว คือ บริษัท ไทยคมฯ แต่ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)  กสทช. ปี 62 กำหนดไว้ว่า กสทช. มีหน้าที่ในการรักษาสิทธิ์วงโคจร ซึ่งการได้สิทธิ์มาจาก ITU มีข้อกำหนดเรื่องเวลาการนำดาวเทียมขึ้นไปสู่วงโคจรภายในเวลา 7 ปี นับตั้งแต่ได้รับสิทธิ์ ซึ่งในวงโคจร 50.5 องศาตะวันออก และวงโคจร 142 ตะวันออก มีเวลาเหลือไม่ถึง 2 ปี ในการยิงดาวเทียมขึ้นไป กสทช. มีแผนรองรับอย่างไรไม่ให้เสียสิทธิ์ในวงโคจรนี้ไป     

น.ส.กัลยา กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ตัวแทนจาก กสทช. ชี้แจงว่า กสทช. ได้พยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ ในการดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในการรักษาไว้ซึ่งสิทธิ์ที่ประเทศไทยมี โดยกสทช.จำเป็นต้องเร่งจัดหาผู้ประกอบการเพื่อส่งดาวเทียมขึ้นไป เพื่อรักษาสิทธิ์ตรงนี้ไว้ การที่กสทช.ยกเลิกการประมูลไป เราตระหนักถึงเรื่องนี้ดี ก็อาจจะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์เรื่องคุณสมบัติ การอนุญาต เงื่อนไขการอนุญาต เพื่อจูงใจให้มีผู้เข้าร่วมขอใบอนุญาตมากขึ้น และจะพยายามรักษาสิทธิ์ตรงนี้ไว้อย่างเต็มที่

น.ส.กัลยา กล่าวต่อว่า เรากังวลว่าชุดเครือข่ายดาวเทียมในชุดที่ 1 ที่มีตำแหน่งอยู่ที่ 50.5 องศาตะวันออก กับชุดที่ 4 ที่มีตำแหน่ง 142 องศาตะวันออก ที่อยู่ขั้นสมบูรณ์แล้ว โดยจะเห็นว่าทั้งสองชุดนี้กำหนดให้รีบเอาดาวเทียมขึ้นให้ได้ภายใน 1 ปีกว่า เข้าใจว่าเวลาเหลือไม่มาก โอกาสคนชนะการประมูลแล้วเอาดาวเทียมขึ้นจะทันหรือไม่ อีกทั้งถ้าส่งดาวเทียมขึ้นไม่ทัน หรือไม่มีใครมาเอาสิทธิ์การใช้งานวงโคจรไปใช้ น่าจะมีปัญหาเกี่ยวเนื่องกับ พ.ร.บ. กสทช. ปี 62 เช่น มาตรา 18 และมาตรา 60 ของรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติให้รัฐต้องรักษาคลื่นความถี่ และสิทธิ์ในการเข้าถึงวงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ ซึ่งก็จะมีคำถามตามมาเกี่ยวกับการรักษาวงโคจรนั้นจะยังคุ้มค่าอยู่หรือไม่ และวงโคจรดาวเทียมถือเป็นสมบัติของชาติหรือไม่ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top