Sunday, 28 June 2026
TheStatesTimes

'แอมมี่' เผยข้อความ โทรศัพท์สายสุดท้าย พร้อมแซะ 'พรรคการเมือง' ที่เคยสนับสนุน สุดท้ายเททิ้งผู้ชุมนุมไม่เป็นท่า

นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ the bottom blues ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีรายละเอียด ระบุว่า... 

“ขอโทษหว่ะพี่” สายสุดท้ายก่อนเข้าเรือนจำ

ไดโน๊ะ ซาโตะ ทะลุฟ้า 

มันก็น่าน้อยใจนะสหาย พวกเราสู้ และถูกจับเข้าเรือนจำ ไปทีละคนสองคนราวกับว่า เป็นเรื่องธรรมดาชินตาไปเสียแล้ว ประยุทธ์ ยังอยู่ดี ทุกคนก็ดูเต็มที่กับการหาเสียง สังคมไทยเพียงขอแค่กูอยู่รอดไปวันๆ และ นิ่งเฉย กับความอยุติธรรมที่รายล้อม ทอดทิ้งคนที่พวกเค้าเคยเอ่ยว่า “ขอบคุณนะที่ออกมาสู้แทน” ไปแล้วจริงๆ หรือ?”

หลังจากนั้น ได้มีคนที่ให้การสนับสนุนการชุมนุมของสามนิ้ว เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะโพสต์ในเชิงเหน็บแนม กลุ่มนักการเมือง บางคนยังมองว่าเป็น ยุทธศาสตร์ โดยมีรายละเอียดว่า... 

“มันเป็นที่ยุทธศาสตร์ของกลุ่มที่ต่อสู้เหมือนกันแหละ เพราะเหล็กร้อนไม่ยอมตีแต่กลับไปถอยไฟออกเสีย พอมาปีนี้เขาก็ได้ใจไล่บี้ไล่จับเด้อ คือ เราตอนแรกจุดติด แต่เราไปไม่สุด มวลชนเลยฝ่อ (หรือไม่ไว้ใจเราแล้ว) มันเลยออกมาในแบบที่เห็นนี้แหละ และอีกอย่างเด็กๆ ผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์แนะนำเขา ก็ยากที่จะเชื่อและหาว่ายังอย่างโน่นอย่างนี้บ้างเลยเสียคะแนนไปเยอะมากๆ”

“เป็นผู้แทน ได้เงินเดือนจากภาษีประชาชน แต่เสือกไม่เห็นหัวประชาชน ไม่ฟังเสียงประชาชน”

“เข้าใจอารมณ์ครับ มันหดหู่จริงๆ คนที่มีอำนาจจะสู้ก็นิ่งเฉย ฟันเฟืองเล็กๆ ค่อยๆ ลดหาย”

'เต้ มงคลกิตติ์' หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ประกาศเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยหน้า ลั่น!! ตั้งใจมาทำงานการเมืองเพื่อประชาชนอยู่ดีมีสุข ถ้าได้รับการสนับสนุน

จากกรณีที่พรรคการเมืองทั้งพรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ ต่างพาเหรดกันออกมาประกาศแคนดิเดต ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้ากันอย่างคึกคัก ล่าสุดฟากฝั่งของ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ก็ออกมาประกาศตัวว่าตนเองก็พร้อมจะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีด้วยเช่นกัน โดยเจ้าตัวระบุข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กว่า

"พปชร-ภท-ปชป-กก เสนอชื่อชิง นายกรัฐมนตรี เป็นตัวเลือกให้ประชาชน ผมเองตั้งใจมาทำงานการเมืองเพื่อประชาชนอยู่ดีมีสุข ผมก็พร้อมเป็น นายกรัฐมนตรี ถ้าพี่น้องประชาชนสนับสนุนครับ"

ขอนแก่น - เปิดปฎิบัติการฉีดวัคซีนเด็กแล้ววันแรกพร้อมกันทั่วประเทศ ผู้ว่าฯ มั่นใจ เดือน พ.ย.ฉีดครบ 2 เข็ม เตรียมพิจารณาเปิดเทอมในภาคเรียนที่ 2 ทันที

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 ต.ค. 2564 ที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ เขตการศึกษาพิเศษ เขต 9 นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.ชาตรี เมธาธราธิป ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7,นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักป้องกันควบคุมโรคที่ 7,นายกันตธี เนื่องศรี รองศึกษาธิการ จ.ขอนแก่นและ นายภูมิพันธ เรืองแหล่ ผอ.สพป.ขอนแก่นเขต 1 ร่วมเปิดกิจกรรมคิกออฟสร้างเกราะด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม พร้อมกันกับสถานศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ ในการให้บริการวัคซีนให้กับเด็กและเยาวชนในกลุ่มอายุ 12-18 ปี เข็มที่ 1 ไฟเซอร์ โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาที่เข้าเกณฑ์อายุตามที่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุขกำหนดเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรกวันนี้ 78 คน

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า การให้บริการวัคซีนในกลุ่มอายุ 12-18 ปี พร้อมกันทั้งประเทศวันนี้ทุกจุดฉีดวัคซีนมีการดำเนินการพร้อมกันโดยขอนแก่นนำร่องในกลุ่มเด็กพิเศษ ที่ทุกคนได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองและเข้ารับวัคซีนเข็มแรกวันนี้และจะทยอยการให้บริการวัคซีนครอบคลุมทุกพื้นที่อำเภอของจังหวัดตามการจัดสรรของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการพบว่ากลุ่มอายุดังกล่าวทั้งจังหวัดมีทั้งสิ้น 147,000 คน โดยมีการยินยอมให้ฉีดวัคซีนรวม 90,000 คน ซึ่งชุดแรกของการรับวัคซีนตามการจัดสรรนั้นจะต้องเข้ารับการฉีดเข็มแรกในรอบแรกประมาณ 40,000 คน

"ขอนแก่นมีเด็กนักเรียน 12-18 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงมัธยมต้นและมัธยมปลาย โดยจากการสำรวจทั้งหมดมีอยู่ 147,000 คน ที่จะต้องเข้ารับการฉีดและขณะนี้มีการยินยอมทั้งผู้ปกครองและนักเรียนอยู่ที่ประมาณ 90,000 คน เริ่มฉีดวันนี้จะเป็นที่โรงเรียนศรีสังวาลย์เป็นโรงเรียนเด็กพิเศษ และอีกหนึ่งที่เปิดให้บริการที่ศูนย์ประชุมไคซ์ เป็นความรับผิดชอบของ รพ.ศูนย์ขอนแก่น ที่จะมีการฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนขอนแก่นวิทยายนประมาณ 2,400 คน และที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าเป็นจุดฉีดของ รพ.ศรีนครินทร์ ที่ทำการฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมานเช่นกัน ซึ่งวันนี้ขอนแก่นได้รับวัคซีนมาจากทางส่วนกลาง 47,580 โดส แล้วก็จะทยอยมาเป็นระยะๆ ภายใน 3 สัปดาห์เข็มที่1 จะต้องได้รับการฉีดทั้งหมด ประมาณ 85% ของกระทรวงศึกษาธิการได้วางแผนเอาไว้เพื่อให้โรงเรียนได้เปิดการเรียนการสอนให้ได้ในเทอมที่2"

ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ดังนั้นสัดส่วน เพราะ85% ของจังหวัดทีกลุ่มอายุ 12-18 ปีที่จะต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนจะอยู่ที่ประมาณ 130,000 คน ดังนั้นคณะทำงานร่วมทุกฝ่ายจะต้องวางแผนฉีดเข็มแรกในช่วง3 สัปดาห์แรกให้ดี เพื่อการจัดสรรวัคซีนอย่างมีคุณภาพต้องสดใหม่และเป็นไปตามมาตรฐานและวงรอบที่2 อีก3 สัปดาห์ ซึ่งถ้าเป็นไปตามแผนที่กำหนดคาดว่าไม่เกินวันที่ 15 พ.ย.ก็จะได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนและก็จะมั่นใจได้ว่าลูกหลานเราจะได้เข้าสู่การเรียนตามปกติ

 

‘กรณ์’ ชี้ Evergrande ระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจ สัญญาณวิกฤตการเงินโลกครั้งใหม่ จี้ ทีมเศรษฐกิจไทยจัดทัพรับมือด่วน 

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวแสดงความเป็นห่วง ระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจจาก บ.อสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ Evergrande ว่า กำลังจะส่งผลกระทบไม่ใช่แค่กับเศรษฐกิจจีน แต่สะเก็ดระเบิดนี้จะกระจายมาโดนเมืองไทยด้วยเหมือนสมัยวิกฤตแฮมเบอเกอร์ เมื่อสมัยที่ตนเป็นรมว.คลัง 

โดยในช่วงนั้นเราทำงานจับตาเรื่องซับไพรม์ใกล้ชิดตั้งแต่ต้น ทำงานเชิงลึกและทำความเข้าใจตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตจนจัดการได้อยู่ และแก้ไขจนไทยฟื้นตัวไวเป็นอันดับ 2 โลก แต่ครั้งนี้หนักกว่า เพราะความพึ่งพาที่ใกล้ชิดในหลายมิติระหว่างไทย-จีน มากกว่า ไทย-อเมริกา คำถามคือ วันนี้ไทยเตรียมรับมือกับประเด็น Evergrande หรือยัง 

ทั้งนี้ ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาไทยเรารับมือกับเรื่องน้ำท่วมเป็นหลัก แต่ประเด็นนี้ต้องคอยจับตาให้ดี สื่อและนักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจต่างชาติยังคงเกาะติดไม่หยุดกับประเด็นดังกล่าว

“Evergrande ใช้ยุทธศาสตร์ 3 สูง 1 ต่ำ คือหนี้สูง หนี้ต่อทุนสูง และยอดขายสูง ส่วน 1 ตํ่าคือ ต้นทุนต่ำ ยุทธศาสตร์นี้ทำให้ Evergrande เติบโตอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ปี แต่แล้วสุดท้ายการเสพติดหนี้ทำให้บริษัทล่มและสะเทือนไปถึงระบบธนาคารและแม้แต่การเมืองจีน ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนได้พยายามลดความเสี่ยงในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้วยการประกาศมาตรการ ‘3 เส้นแดง’ ที่ทุกบริษัทต้องปฏิบัติ ซึ่งเป็นการกำหนด 1.) สัดส่วนหนี้สินต่อทรัพย์สิน 2.) สัดส่วนหนี้ต่อทุน 3.) สัดส่วนเงินสดต่อหนี้ระยะสั้น” อดีต รมว.คลัง กล่าว

เฮ!! พรุ่งนี้ราคาดีเซลบี 7 ลด 1 บาท หลังรัฐโดดอุ้ม เล็งตรึงราคาแอลพีจีถึงสิ้นม.ค.

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานคณะกรรมการบริหาร นโยบายพลังงาน หรือ กบง. ว่า ที่ประชุมเห็นชอบการปรับลดการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จัดเก็บจากบี7 อัตรา1  บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาบี 7 พรุ่งนี้เช้า (5 ต.ค.) ลดลงประมาณ 1 บาท โดยราคาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะลดจากลิตรละ 31.29 บาท เหลือประมาณลิตรละ 30.29 บาท

พร้อมกันนี้ในวันที่ 11-31 ต.ค. 64 กระทรวงพลังงานจะประกาศลดส่วนผสมดีเซลพื้นฐาน บี 10 เหลือ บี 6 พร้อมทั้งขอความร่วมมือ ผู้ค้าน้ำมันลดค่าการตลาดกลุ่มดีเซล จาก 1.80  บาท เหลือ 1.40 บาทต่อลิตร คาดว่าจะทำให้ ราคาบี 6 จะอยู่ที่ประมาณ 28.29 บาท/ลิตร ขณะที่ภาพรวมการใช้บี 100 เพื่อผลิตน้ำมัน จะลดลงจาก 4 ล้านลิตรต่อวัน เหลือ 3 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งมาตรการที่ออกมานี้จะช่วยดูแลลดค่าครองชีพประชาชนระยะเวลาสั้น ถึงสิ้นเดือนต.ค.นี้ก่อน แต่ถ้าหากราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มสูงขึ้นหรือลดลงไปกว่าปัจจุบัน กระทรวงพลังงานก็พร้อมเข้าไปดูแลเพิ่มเติม

‘อรรถวิชช์’ ชี้!! พรรคกล้าพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง หากยุบสภา เชื่อ!! ‘กรณ์’ เหมาะนั่งนายกฯ ตอบโจทย์แก้วิกฤต

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวถึงกระแสพรรคการเมืองเริ่มเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีว่า วิกฤตโควิด-19 ประเทศไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเรื้อรังมาต่อเนื่องปีกว่า มีการกู้เงิน 1.5 ล้านล้านบาท เพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น หนี้สาธารณะทะลุ 9 ล้านล้านบาท และกำลังจะมีการกู้เพิ่มอีก ขณะที่ประชาชนจำนวนมากตกงาน ภาคท่องเที่ยวทำมาหากินไม่ได้ ประเทศหนี้ท่วม สิ่งสำคัญที่สุดจึงอยู่ที่การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 หารายได้เข้าประเทศ ใช้หนี้เงินกู้ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ ดังนั้นผู้ที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ต้องเป็นคุณกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 

"ความสามารถด้านเศรษฐกิจ ด้านการเงิน การคลัง คุณกรณ์มีอยู่เต็ม เคยได้รับการยกย่องให้เป็นรัฐมนตรีคลังโลก ซึ่งสมัยที่เป็นรัฐมนตรีคลังก็ทำให้ไทยได้พ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์มาแล้ว และจากที่ผมรู้จักคุณกรณ์มาเป็นสิบปีคือ คุณกรณ์มีความคิดร่วมสมัย มีใจพร้อมรับฟังคนทุกรุ่น” นายอรรถวิชช์ กล่าว 

‘สุริยะ’ เผยมติ ร่างมาตรฐาน ‘ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า - EV’ ดัน สยย. เดินหน้าให้บริการทดสอบ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แถลงถึงผลการดำเนินงานของสำนักงานมาตราฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ว่าคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้มีมติเห็นชอบให้สมอ. นำร่างมาตรฐานรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (มอก.3264-2564) และร่างมาตรฐานด้านยานยนต์อัจฉริยะอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถยนต์ ไปประกาศใช้เป็นมาตรฐานแล้ว เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ประเทศไทยมุ่งสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน (EV) ที่สำคัญของโลกตามนโยบายของประเทศ

สถาบันยานยนต์ (สยย.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการของคณะผู้จัดทำร่างมาตรฐานรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ได้ใช้มาตรฐาน EU 168/2013 อ้างอิงในการจัดทำ เพื่อให้รถตุ๊กตุ๊กตามมาตรฐานนี้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของสากล และเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมการผลิตรถตุ๊กตุ๊กสันดาปภายใน สู่การผลิตรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าตามนโยบายของประเทศ โดยมาตรฐานรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ากำหนดคุณสมบัติที่สำคัญในด้านต่างๆ ดังนี้...

1.) ด้านลักษณะทั่วไป
>> ขนาด ต้องมีความยาวไม่เกิน 4,000 มิลลิเมตร ความกว้างไม่เกิน 2,000 มิลลิเมตร ความสูงไม่เกิน 2,000 มิลลิเมตร และความสูงภายในไม่น้อยกว่า 1,200 มิลลิเมตร
>> โครงสร้าง ต้องมั่นคงแข็งแรง ที่นั่งทุกที่นั่งต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัย
>> มวลรถเปล่า ต้องไม่เกิน 1,000 กิโลกรัม
>> มอเตอร์ไฟฟ้า ต้องมีกำลังพิกัดมอเตอร์ไม่น้อยกว่า 4 กิโลวัตต์

2.) ด้านความปลอดภัย 
>> สมดุลการเข้าโค้ง (J-Turn) ต้องไม่ลื่นไถลออกนอกโค้ง เมื่อขับขี่เข้าโค้งที่รัศมีโค้ง 3 เมตร ด้วยความเร็วเข้าโค้งที่ (20+1) กิโลเมตร/ชั่วโมง 
>> ระบบเบรก (Brake Performance) ต้องมีระยะเบรกไม่เกิน 20.09 เมตร และไม่พลิกคว่ำหรือลื่นไถลออกนอกช่องทางที่กำหนด เมื่อขับขี่ด้วยความเร็ว 45 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้แรงเบรกที่เท้าไม่เกิน 500 นิวตัน 
>> การเบรกขณะจอดบนพื้นลาดเอียง (Parking Brake) ต้องหยุดนิ่งได้มากกว่า 60 วินาที โดยไม่ลื่นไถลลงบนพื้นลาดเอียงที่ 12% เมื่อใช้แรงดึงเบรกมือไม่เกิน 200 นิวตัน 
>> ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMC) ต้องมีเกณฑ์การปล่อยสัญญาณรบกวนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Radiated Emission) และภูมิคุ้มกันต่อการรบกวนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Immunity Radiation Fields) เป็นไปตามที่กำหนด
>> การป้องกันน้ำ ต้องมีค่าความต้านทานทางฉนวนไฟฟ้าของอุปกรณ์ควบคุมที่ใช้ระบบไฟฟ้ากระแสตรงมากกว่า 100 โอห์ม/โวล์ท หรือมีค่าความต้านทานทางฉนวนไฟฟ้าของอุปกรณ์ควบคุมที่ใช้ระบบไฟฟ้ากระแสสลับหรือที่ใช้ระบบไฟฟ้าผสมระหว่างกระแสตรงและกระแสสลับ มากกว่า 500 โอห์ม/โวล์ท เมื่อนำรถตุ๊กตุ๊กไปวิ่งฟรีอยู่กับที่ในน้ำที่ระดับความสูงของน้ำ 30 เซนติเมตร ด้วยความเร็ว (20+1) กิโลเมตร/ชั่วโมง
>> มาตรวัดความเร็ว ต้องอ่านค่าความเร็วได้มากกว่าค่าความเร็วจริง แต่ต้องไม่เกิน 10% ของค่าความเร็วจริง บวกกับ 4 กิโลเมตร/ระยะเวลา 1 ชั่วโมง

'กองกำลังผาเมือง' เข้าจับกุมแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง เดินลัดเลาะลอบเข้าไทย พบมุ่งทำงานกทม. 'ค่าหัวแตะ 3 หมื่น'

4 ตุลาคม 2564 พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง (กกล.ผาเมือง) เปิดเผยว่า กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง ฐานปฏิบัติการบ้านหลวง นำกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการบูรณาการหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้านบ้านหลวง และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ออกลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่บริเวณสวนผลไม้ท้ายหมู่บ้าน บ้านหลวง หมู่ 5 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พบกลุ่มแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย  15 คน อายุระหว่าง 15-30 ปี เป็นชาย 8 คน หญิง 7 คน 

จากการสอบสวน พบว่า กลุ่มแรงงานต่างดังกล่าวเดินทางมาจากประเทศเมียนมา โดยมีชายไม่ทราบชื่อสัญชาติจีนเป็นคนนำพาเข้ามาบริเวณช่องทางท้ายหมู่บ้านปางม้า และเดินลัดเลาะตามเส้นทางธรรมชาติ อ้อมผ่านด่านตรวจสามแยกอ่างขาง เพื่อมารอขึ้นรถไปทำงานในกรุงเทพฯ โดยจ่ายค่านำพาคนละ 29,000 บาท ซึ่งกองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ดอยอ่างขาง ตรวจคัดกรองตามมาตรการ ก่อนส่งให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย

อยู่ร่วมกับธรรมชาติและสัตว์ป่าอย่างไร ในวันที่อุทยานแห่งชาติเปิด | Click on Clear THE TOPIC EP.56

???? พลาดไม่ได้!! พบกับแขกรับเชิญพิเศษ ‘หมอล็อต น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน’ หัวหน้ากลุ่มจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
???? ใน Topic : อยู่ร่วมกับ ‘ธรรมชาติ’ และ ‘สัตว์ป่า’ อย่างไร ? ในวันที่อุทยานแห่งชาติเปิด

ร่วมจับประเด็น เน้นความรู้ได้ในรายการ Click on Clear THE TOPIC 

???? รับชมพร้อมกัน เวลา 2 ทุ่มตรง!!

ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

.

.

‘นายกฯ’ รับมอบยารักษาโควิดจาก ‘เยอรมนี’ พร้อมจ่อส่งแอสตร้าฯ​ เพิ่มอีก 3 แสนโดส

(4 ต.ค. 64) ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเก-ออร์ค ชมิท (H.E. Mr. Georg Schmidt) เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในพิธีรับมอบยารักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี 

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยสาระสำคัญ ดังนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและชื่นชมการทำงานของเอกอัครราชทูตฯ ที่ได้ปฏิบัติงานอย่างแข็งขันตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการสนับสนุนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศด้วยการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งชื่นชมการส่งเสริมความตระหนักรู้ของเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีฯ ด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่ไทยให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน

พร้อมฝากความปรารถนาดีไปยัง นางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ผู้นำเยอรมนีอย่างแข็งขันมาโดยตลอด และยินดีกับการจัดการเลือกตั้งทั่วไปของเยอรมนีที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยรัฐบาลไทยพร้อมที่จะกระชับความร่วมมือกับรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีชุดใหม่เพื่อบรรลุความเป็นหุ้นส่วนอย่างรอบด้านต่อไป

เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีฯ กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การดูแลและต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการประสานงานและอำนวยความสะดวกในการรับมอบยารักษาโควิด-19 ในครั้งนี้ ยินดีที่จะเป็นสื่อกลางในการสานสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเยอรมนีให้มากยิ่งขึ้นผ่านความร่วมมือด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการค้าการลงทุน เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงด้านพลังงานทางเลือก ซึ่งไทยถือพันธมิตรที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินแนวทางเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเยอรมนีพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือไทยอย่างเต็มศักยภาพในทุกมิติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top