Sunday, 28 June 2026
TheStatesTimes

‘หญิงแท้ VS หญิงเทียม’ ความเป็นธรรมที่แท้จริง อยู่ตรงไหน? | NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน? 
วงการ MMA เดือด!! หลังนักสู้ข้ามเพศอดีตหน่วยรบพิเศษกองทัพสหรัฐฯ 
เอาชนะคู่แข่งหญิงไปได้ในการเปิดตัวการขึ้นสู้ครั้งแรก

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ​ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

เชียงรายไม่รอด!! ทหารปะทะเดือด แก๊งขนยาเสพติด พบผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ศพ พร้อมยาไอซ์ 200 ห่อ รวมจำนวนประมาณ 221 กิโลกรัม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา พลตรี นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองได้สั่งการให้หน่วยปฎิบัติการตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด โดยต่อเนื่องโดยในห้วงที่ผ่านมา ได้มีการบูรณาการด้านการข่าวระหว่างหน่วยงานป้องกันชายแดนและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 และตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พบว่ากลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดมีความพยาบาลที่จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามายังประเทศไทยในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวงอำเภอแม่สายและอำเภอแม่จันจังหวัดเชียงรายเพื่อลำเลียงไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศต่อไป

ทางด้าน พันเอก สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนากุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 ได้สั่งการให้กำลังป้องกันชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบ ตรึงกำลังตลอดแนวชายแดนเพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดได้ และสั่งการให้ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจและทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัดทั้งพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนใน รวมทั้งจัดกำลังร่วมกับศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงราย และปราบปรามยาเสพติดภาค 5 ในการสกัดกั้นยาเสพติด

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 ได้ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจบริเวณบ้านมูเซอร์แม่ข้าวต้ม ตำบลท่าสุด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประมาณ 15 คน แบกเป้สัมภาระ พร้อมอาวุธปืนเดินมาตามเส้นทางในภูมิประเทศ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้นแต่กลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด และขนาดยิงใส่ฝ่ายเจ้าหน้าที่จึงเกิดการปะทะกันนานประมาณ 10 นาที

จับตาการประชุม 'The Quad' สหรัฐฯ-ออสเตรเลีย-ญี่ปุ่น-อินเดีย พันธมิตร 4 เส้า กับยุทธศาสตร์โลกล้อมจีนของไบเดน

คงต้องจับตามองกับแทบไม่ควรกะพริบกันแล้ว ณ นาทีนี้ กับงานประชุมสุดยอดผู้นำ 4 ฝ่าย ที่จัดขึ้นในกรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2021 นี้ ที่มีชื่อเรียกว่า ‘พันธมิตร The Quad’ อันประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น และอินเดีย ประเทศแกนนำหลักในย่านอินโด-แปซิฟิก ซึ่งทางประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้เปิดทำเนียบขาว เชิญผู้นำ 3 ชาติพันธมิตร มานัดพบกันแบบตัวต่อตัวทีเดียว 

การนัดประชุมพันธมิตร 4 เส้านี้เป็นที่น่าสนใจมากที่มาเกิดเอาในช่วงเวลานี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา-อังกฤษ-ออสเตรเลีย เพิ่งออกมาประกาศร่วมกันเป็นพันธมิตร AUKUS มีจุดประสงค์ในการส่งผ่านข้อมูลเทคโนโลยีด้านนิวเคลียร์เชิงลึกให้แก่ออสเตรเลีย นำมาใช้พัฒนาเรือดำน้ำนิวเคลียร์ เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก หรืออีกนัยยะหนึ่ง คือ ต้องการสกัดอิทธิพลทางทะเลของจีนในน่านน้ำย่านเอเชีย 

ข่าวการประสานมือเปิดตัวพันธมิตรกลุ่มใหม่ ยังเป็นที่ฮือฮาไม่ทันจางหาย มาวันนี้ มีการนัดประชุมกลุ่มพันธมิตร The Quad แบบจับเข่าคุยกันจริงๆ ถึงในทำเนียบขาว ถึงแม้ว่าหัวข้อสนทนาจะมีประเด็นทั่วๆ ไป อย่างความร่วมมือด้านวัคซีน Covid-19 หรือการร่วมมือด้านความมั่นคงทั้งในเชิงกายภาพ และบนโลกไซเบอร์ 

ไทย..โชว์ ! ศักยภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บนเวทีโลก GCA+20 ชูธง SDGs นำภาคประมงสู่การพัฒนายั่งยืน

(24 ก.ย.64)​ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนประเทศไทย ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมฯ ผ่านระบบออนไลน์ ในการประชุมระดับรัฐมนตรีภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา อันเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมความร่วมมือด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระดับโลก (The Global Conference on Aquaculture 2020 : GCA+20) ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยประเทศไทยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการกับนานาประเทศ พร้อมแสดงบทบาทและศักยภาพของประเทศไทยในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในระดับสากล

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมง ในฐานะหน่วยงานผู้แทนประเทศไทย ได้เข้าร่วมการประชุมความร่วมมือด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระดับโลก (The Global Conference on Aquaculture GCA+20 ในรูปแบบการประชุมออนไลน์ ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน 2564 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในธีม “Aquaculture for Food and Sustainable Development” จัดโดยกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Ministry of Agriculture and Rural Affairs of the People’s Republic of China : MARA) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) และองค์การข่ายงานศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแห่งเอเชียและแปซิฟิก (The Network of Aquaculture Centres in Asia-Pacific : NACA)

 

ดีเอสไอ สนธิกำลัง ปปส. และ สตช. เข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์ขบวนการค้ายาเสพติด ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ

ดีเอสไอ สนธิกำลัง ปปส. และ สตช. เข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์ขบวนการค้ายาเสพติด ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ

ตามคำสั่งอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษเพื่อการยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้มีการบูรณาการทุกหน่วยงานในการขับเคลื่อนการดำเนินการเพื่อยึดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อทำลายเครือข่ายการค้า
ยาเสพติดทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ

พันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจโท สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกำกับดูแล จึงได้สั่งการให้ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ และรองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการพาลีปราบยา 2 และหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 33/2564 ทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง จนพบกลุ่มผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติคนสำคัญ ซึ่งมีพฤติการณ์ฟอกเงินให้กับกลุ่มค้ายาเสพติดรายใหญ่ 

โดยเมื่อวันพุธที่ 22 กันยายน 2564 เวลา 07.00 น. จึงได้สนธิกำลังกับ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดย กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และตำรวจภูธรจังหวัดตาก เข้าค้นบริษัท ค้าอัญมณี ตั้งอยู่ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตามอนุมัติศาลจังหวัดแม่สอด ที่ ค.179/2564 ลงวันที่ 21 กันยายน 2564 และในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ ห้องชุดคอนโดหรู ขนาดพื้นที่ 165 ตร.ม. บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ย่านสาทร กรุงเทพมหานคร ตามอนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ ค.151/2564 ลงวันที่ 20 กันยายน 2564 

โดยปรากฏผลการสืบสวนสอบสวนว่า กลุ่มบุคคลเหล่านี้ มีธุรกรรมต้องสงสัยและมีความเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับเส้นทางการเงินกับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งผลการตรวจสอบย้อนหลัง 9 ปี นับแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน พบว่า มีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารของผู้ต้องสงสัย บุคคลใกล้ชิดและบุคคลอื่น ๆ ในห้วงเวลาเกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน รวมกว่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับผลประกอบการของบริษัท อีกทั้งปรากฏข้อมูลรายได้ตามแบบ ภงด. 90, 91 ของผู้ต้องสงสัยนี้ มีรายได้เพียงสามแสนบาทเศษต่อปี

พันธมิตรจิตอาสา ขนข้าวกล่อง-น้ำดื่มแจก 'คนไร้บ้าน'​ ย่านหัวลำโพง ตะลุยฝั่งธนฯ แบ่งปันอาหารปันอิ่มช่วยชาวบางขุนเทียน สู้ภัยโควิด

(25 ก.ย.64)​ ที่หน้าบริษัท เปรมสวัสดิ์ (TALON) จำกัด ปากซอยบางขุนเทียน 11 นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นางสาวพรทิพย์ เตชะสมบูรณา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ เวิลด์เมดิคอลซัพพลาย จำกัด ตัวแทนนักศึกษา สถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่น 1 (ปสม.) หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่น 11-12 (สสสส.) พร้อมตัวแทนมูลนิธิสหชาติ ที่รวมตัวจากองค์กรต่างๆ ในนามกลุ่ม “พันธิมิตรจิตอาสา” เป็นสะพานบุญ ส่งมอบข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมทาน โครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19” จากเครือบริษัท ซีพี และโลตัส ส่งต่อความห่วงใยถึงชาวบ้านในชุมชน โดยมี นายชัยสิทธิ์ คุ้มปลื้ม ตัวแทนพร้อมชาวบ้านหมู่บ้านไกรสร เขตบางขุนเทียน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 นำไปรับประทาน 

นายชัยสิทธิ์ คุ้มปลื้ม เปิดเผยว่า ชุมชนหมู่บ้านไกรสรมีผู้พักอาศัย 500 คน ส่วนใหญ่จะทำงานอยู่กับบ้าน เป็นแม่บ้าน ยังมีความต้องการได้รับความช่วยเหลืออยู่เช่นกัน ก่อนหน้านี้มีผู้ติดเชื้อโควิดประมาณ 50 คน โดยทุกคนได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล และสาธารณสุข นำผู้ป่วยไปพักฟื้น ส่งไปรักษา หรือบางรายที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง จะมีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือถึงในบ้าน รวมถึงวันนี้ ได้รับการเอื้อเฟื้อจาก กลุ่มพันธมิตรจิตอาสา ที่นำอาหารพร้อมทานจากครัวปันอิ่ม มาแบ่งปันส่งมอบให้กับคนในชุมชนถึงมือ ต้องขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานแจ้งว่า หลังจากกลุ่มพันธมิตรจิตอาสา แบ่งปันอาหารแก่ชาวบางขุนเทียนเสร็จสิ้น จึงเดินทางต่อนำอาหารและน้ำดื่มมาแจกจ่ายคนไร้บ้านหรือคนยากจน ที่รวมตัวกันอยู่ริมถนนฝั่งคลองผดุงกรุงเกษม ติดกับสถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอด บรรดาคนไร้บ้าน ต่างพากันวิ่งกรูเข้ามา โดยไม่มีการนัดหมาย ด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนใจบุญนำอาหารมาแจก ทีมงานกลุ่มพันธมิตรจิตอาสา จึงแจ้งขอให้เข้าคิว และเว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แล้วค่อทยอยเดินเข้ามารับน้ำดื่มพร้อมอาหารนำไปรับประทาน 

“คุณสมบัติ” ประธานกลุ่มอินเตอร์ลิ้งค์ฯ แชร์ประสบการณ์ Cabling & Networking Solution for University พร้อมวิทยากรชั้นนำเจาะลึก กับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศกว่า 100 หน่วยงาน

คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธาน กลุ่ม อินเตอร์ลิ้งค์ฯ มาแชร์ประสบการณ์ Cabling & Networking Solution for University พร้อมนำทีมวิทยากรชั้นนำมาเจาะลึกรายละเอียดการเลือกใช้สายสัญญาณ และอุปกรณ์เน็ตเวิร์คให้เหมาะกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ไอทีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศกว่า 100 หน่วยงาน

อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เกษตรศาสตร์, มหิดล, เทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ, รังสิต, ขอนแก่น, ราชภัฏสงขลา, นอร์ทเชียงใหม่, บูรพา ฯลฯ

เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเห็นภาพจริงและไปประยุกต์ใช้ได้ อีกทั้งยังมีกิจกรรมแจกของรางวัล ได้ทั้งความรู้ และความสนุกสนานตลอดทั้งงาน


???? LIVE จากสนง.ใหญ่ อินเตอร์ลิ้งค์ กรุงเทพฯ

กรมส่งเสริมการเกษตร แถลงข่าวออนไลน์เผยความคืบหน้าโครงการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบ จาก COVID-19 ดำเนินการได้ตามแผน เกษตรกรสามารถลดต้นทุน

 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทุกภาคส่วน ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบของพี่น้องเกษตรกรทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะสั้น ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักในการจัดซื้อสินค้าเกษตรจากเกษตรกร ที่ประสบปัญหาสินค้าล้นตลาด ราคาตกต่ำ เพื่อนำไปมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ภายใต้ “โครงการแบ่งปันน้ำใจ เกษตรไทยสู้ภัยโควิด-19” ซึ่งดำเนินการแล้ว 264 ครั้ง 46 จังหวัด รวมเป็นมูลค่าสินค้าทั้งสิ้น 1.2 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มเกษตรกร รวมถึงการช่วยกระจายผลผลิตให้กับเกษตรกรชาวสวนผลไม้ในแคมเปญ  “เกษตรกรแฮปปี้”  จำนวน 2 เฟส  สามารถช่วยระบาย มังคุด เงาะ ลองกอง ลำไย ได้จำนวนมาก ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพี่น้องประชาชน ทำให้ราคาผลไม้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นที่น่าพอใจ และได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการขนส่งและเป็นจุดกระจายสินค้า 

สำหรับระยะยาว กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินงานโครงการสำคัญหลายโครงการ ภายใต้โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีโครงการสำคัญหลายโครงการได้แก่ โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ซึ่งมีหลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมดำเนินการ และโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน (One Stop Service) เป็นต้น ซึ่งผลการดำเนินการในแต่ละโครงการ กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการเป็นไปตามแผนที่ได้วางกรอบเอาไว้เป็นที่น่าพอใจ และพร้อมกำชับให้กรมส่งเสริมการเกษตรรายงานผลการดำเนินงานให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบอย่างต่อเนื่อง  

ด้านนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการ แบ่งตามแหล่งที่มาของงบประมาณ ประกอบด้วย 1) เงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 จำนวน 12 โครงการ เช่น โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน (One Stop Service) และโครงการที่หน่วยงานระดับจังหวัดเสนอขอดำเนินการ เช่น โครงการส่งเสริมการปลูกพืชเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตร (สมุทรสงคราม) โครงการส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยเชิงการค้าในกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ (จังหวัดสตูล) เป็นต้น  ผลการดำเนินงานโดยภาพรวม มีการเบิกจ่ายไปแล้วประมาณ 3,029 ล้านบาท คิดเป็น 56.92% ของวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร โดยมีหลายโครงการที่ดำเนินการเบิกจ่ายเสร็จสิ้นแล้ว  และ 2) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  
จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตร (จังหวัดสมุทรสงคราม) และโครงการโรงเรือนเพาะเห็ดอัจฉริยะ (จังหวัดสระบุรี) ขณะนี้ดำเนินการเบิกจ่ายไปแล้วประมาณ 1.14 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 83.37 ของวงเงินงบประมาณที่ได้รับ 

“ โฆษกรัฐบาล”เผย “นายก”ย้ำสธ.เร่งให้ปชช.สามารถซื้อชุดตรวจเร็ว ATK ตามร้านค้าทั่วไปและออนไลน์ได้ 

นายธนกร  วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบนโยบายให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการให้ประชาชนทั่วไป รวมไปถึงผู้ประกอบการขายสินค้า บริการรายย่อย สามารถเข้าถึงชุดตรวจเร็ว ATK ได้อย่างทั่วถึงในราคาที่เหมาะสม สำหรับการดำเนินกิจการ กิจกรรมเศรษฐกิจ ทั้งการเดินทาง การผลิต และการบริการ มีความปลอดภัย ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีมติเห็นชอบให้จำหน่ายชุดตรวจ ATK ตามร้านค้าทั่วไป จากเดิมที่อนุญาตให้ขายเฉพาะร้านขายยา ที่มีเภสัชกรประจำร้าน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถรับสินค้าจากบริษัทผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ได้รับอนุญาตนำเข้าถูกต้องจาก อย.นำมาขายได้โดยไม่ต้องจดทะเบียน รวมถึงการขายผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยกระทรวงสาธารณสุขจะได้จัดทำประกาศใช้เพื่อเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ทั้งนี้ชุดตรวจATK ยังเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ต้องได้รับอนุญาตโฆษณาขายสินค้าจากอย.ก่อน

“พันธมิตรจิตอาสา” รวมพลัง “4ส.12” ลุยบางลำพู ส่งอาหารด้วยใจช่วยชาวชุมชนวัดสามพระยา หลังมีผู้ติดเชื้อโควิดเกือบทุกบ้าน

วันที่ 26 กันยายน ที่ชุมชนวัดสามพระยา เขตพระนคร นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย รศ.ดร.นัฐโชติ รักไทยเจริญชีพ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คุณวิรัช ปัณฑ์ศิริโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด(มหาชน) คุณศรุต ทั่งทอง กรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮโดรควิพ จำกัด คุณอัจฉริยา รัตนโชติพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัทเรเวล่า โคออปเปอเรชั่น จำกัด ตัวแทนนักศึกษา สถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่น 12 (สสสส.12)

พร้อมตัวแทนมูลนิธิสหชาติ ในนามกลุ่ม “พันธมิตรจิตอาสา” เป็นสะพานบุญ ส่งมอบข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมทาน โครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19” จากเครือบริษัท ซีพี และโลตัส พร้อมหน้ากากอนามัย ส่งต่อความห่วงใยถึงชาวชุมชนวัดสามพระยา โดยมี คุณสุธาทิพย์ วงษ์วิกย์กิจ คุณอำภา รอดผ่องผุด กรรมการชุมชน พร้อมชาวบ้านร่วมรับมอบ

คุณสุธาทิพย์ วงษ์วิกย์กิจ เปิดเผยว่า ชุมชนวัดสามพระยามีสภาพค่อนข้างคับแคบแออัด มีบ้านเรือน 85 ครัวเรือน มีสมาชิกพักอาศัย 250 คน พบการระบาดของเชื้อโควิด-19 เกือบทุกหลังคาเรือน มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 112 คน ได้ทำการรักษาจนหาย บางส่วนต้องย้ายออกไปพักนอกชุมชน ในช่วงที่มีการระบาดหนัก ชุมชนวัดสาพระยา เป็นศูนย์เเยกกักตัวในชุมชน (Community  Isolation) แห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร มีผู้เสียชีวิตโดยตรงจากการติดเชื้อโควิด 4  คน และอีก 4 คนเสียชีวิตจากผลข้างเคียง ล่าสุดพบมีผู้ติดเชื้อโควิดใหม่จำนวน 3 คน

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top