Wednesday, 24 June 2026
TheStatesTimes

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.และคณะตรวจเยี่ยม ตม.จว.ปทุมธานี โดยมี พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.ปทุมธานี ให้การต้อนรับในการตรวจ

ตามนโยบาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ให้ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พ.ต.อ.หฤษฎ์  เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3 เดินทางตรวจเยี่ยม มอบนโยบาย กำชับการปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดปทุมธานี และตรวจความคืบหน้า ให้คำแนะนำในการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยของ ตม.จว.ปทุมธานี

ทั้งนี้ ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญ อาทิ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ และสิ่งอุปโภค บริโภค สำหรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน 

พร้อมทั้งได้มอบนโยบาย กำชับการปฏิบัติราชการให้แก่หน่วย ดังนี้

1.ให้หัวหน้าหน่วยทำความเข้าใจผู้ใต้บังคับบัญชาให้ถือปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรการข้อกำหนดต่างๆ ที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรการที่ ผจว.มีประกาศ คำสั่ง รวมทั้งข้อสั่งการของ ตร. และให้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

2.ให้หัวหน้าหน่วยดำเนินการหามาตรการและประชาสัมพันธ์คนต่างด้าวในพื้นที่ที่ระยะเวลาการอนุญาตจะครบกำหนด 31 ต.ค.64 ให้มาดำเนินการขออนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักรก่อนการอนุญาตสิ้นสุด 45 วัน เพื่อลดความแออัดและเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19

3.ให้หัวหน้าหน่วยมีมาตรการป้องกันและจัดหาอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ชุด PPE ให้กับข้าราชการในสังกัด และจัดไว้ ณ ที่ทำการ จุดบริการประชาชนอย่างเพียงพอ หากไม่เพียงพอให้ขอรับการสนับสนุนจาก สตม.

4.กรณีพบข้าราชการตำรวจในสังกัดหรือครอบครัวติดเชื้อโควิด-19 ให้ หน.ตม.จว./ด่าน ตม. รับผิดชอบ ควบคุม กำกับดูแลในการเข้าถึงระบบสาธารณสุข การรับการรักษาที่สถานพยาบาล การแยกกักตัว ตลอดจนดูแลช่วยเหลือด้านสวัสดิการ การช่วยเหลืออื่นๆ ตามขีดความสามารถและรายงานข้อมูลในกลุ่มไลน์ระดับ บก. เพื่อประสานงาน

5.การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติ Standard Operation Procedures (SOP) แต่ละแผนกของ สตม.

6.ให้เร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณงบกลางโควิด 2019 ที่ได้รับจัดสรรเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงให้ข้าราชการผู้มีสิทธิรับเงินและชี้แจงความเข้าใจถึงสิทธิ์และรายละเอียดหลักเกณฑ์ในการเบิกจ่ายให้แก่ข้าราชการในสังกัดเข้าใจ อย่าให้เกิดการทุจริตหรือการร้องเรียนโดยเด็ดขาด

7.ให้สนับสนุนกำลังพลและอุปกรณ์เมื่อได้รับการร้องขอจากหน่วยตำรวจในพื้นที่ในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด โดยให้ผู้บังคับบัญชาในหน่วยหมุนเวียนไปตรวจเยี่ยมและกำชับการปฏิบัติ

8.การโพสต์ข้อความต่างๆ ลงสื่อออนไลน์ ให้ผู้บังคับบัญชากำชับข้าราชการตำรวจในสังกัดมิให้แสดงความคิดเห็นในลักษณะไม่เหมาะสม ส่งผลกระทบต่อหน่วยงาน และกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เกาะติดภารกิจพันธจิตอาสา! ลุยฝ่าสายฝน ‘ส่งมอบข้าวกล่องบรรเทาทุกข์...ส่งความสุขปันอิ่ม’ ที่ชุมชนชายคลองบางบัว หลักสี่

การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด ส่งผลให้หลายครัวเรือนไม่สามารถออกไปทำงานหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว และยังรอคอย ความช่วยเหลืออย่างมีความหวัง จากทุกภาคส่วนในสังคมไทย

เกาะติดภารกิจพันธจิตอาสา วันที่ 31 สิงหาคม ที่บริเวณชุมชนชายคลองบางบัว เขตหลักสี่ คุณสร้อยทอง ขำประดิษฐ์ ที่ปรึกษาชุมชน พร้อมด้วย นายวัฒนา เย็นวารี รองประธานชุมชน ร่วมรับมอบข้าวกล่องพร้อมทาน "ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19" และเครื่องดื่มเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย จากสมาคมโฮมีโอพาธีย์ ประเทศไทย โดยมี นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวพรทิพย์ เตชะสมบูรณากิจ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ เวิลด์เมดิคอลซัพพลาย จำกัด นายสิทธิกิตติ์ รัชตะทรัพย์ และนายธราธพ ชาตรี ซึ่งเป็นตัวแทน นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่น 1 (ปสม.1) และหลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข สสสส.รุ่น 9-11-12 สถาบันพระปกเกล้า พร้อมตัวแทนพันธมิตรจิตอาสา จากองค์กรต่างๆ อาทิ มูลนิธิสหชาติ สำนักข่าว News Online Thailand เว็ปไซต์ข่าวจั่นเจา Canchaonews.com หนังสือพิมพ์ดีดีโพสต์ นิวส์

นายวัฒนา เย็นวารี เปิดเผยว่า ในชุมชนแห่งนี้มีประชากร 1,300 คน มีผู้พักอาศัย 400 หลังคาเรือ จาสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อจำนวน 20 ครัวเรือน หรือ 30 คน และได้รับการรักษาจนปัจจุบันหายดีกันหมดแล้วและกลับมาพักฟื้นใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านตามปกติ ขอบคุณพันธมิตรจิตอาสา ที่นำอาหารมาส่งมอบให้คนในชุมชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ทางคณะกรรมการชุมชนต้องขอขอบพระคุณกับน้ำใจมาแบ่งปัน

ด้านนายสมชาย จรรยา เปิดเผยว่า โครงการดีๆที่คนไทยห่วงใยไม่ทิ้งกัน เกิดจากโครงการ "ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19" ของบริษัทในเครือซีพี รวมทั้ง  น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดเหรียญทองโอลิมปิก 2020 ร่วมส่งกำลังใจถึงพี่น้องประชาชนผ่าน “ข้าวกล่องปันอิ่ม” โดยมีพันธมิตรจิตอาสา จากองค์กรต่าง ๆ รวมตัวกันทำความดีช่วยเหลือสังคม ทำหน้าที่เป็นสะพานบุญรับข้าวกล่องพร้อมทาน เพื่อส่งมอบต่อถึงมือผู้คนตามชุมชนต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล และจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรง มีทั้ง ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ผู้ที่กักตัวรักษาอยู่ในบ้าน ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤจติโควิด-19 ได้รับประทานเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ได้ระดับหนึ่ง

รองโฆษกรัฐบาล เผย โอนแล้ว 2.17 หมื่นล้าน ลดภาระค่าใช้จ่ายการศึกษา เร่งเยียวยานักเรียน-นักศึกษา 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้ามาตรการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

เริ่มการเบิกจ่ายเงินสำหรับโครงการ “อว.ลดค่าเทอม”ตั้งแต่ วันที่26 ส.ค.ที่ผ่านมา สำหรับมหาวิทยาลัยและสถาบันที่ได้จัดส่งข้อมูลผ่านการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้อง ขณะนี้มีจำนวน 29 แห่ง รวมเป็นเงิน 2,250 ล้านบาท ซึ่งมหาวิทยาลัย สถาบันอุดมศึกษา จะนำไปใช้ลดค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาภาคเรียนที่ 1/2564 ในสัดส่วนเงินสนับสนุนจากรัฐบาลตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

ซึ่งทางกระทรวงฯ ได้เร่งติดตามและตรวจสอบระบบการเบิกจ่ายเงินอย่างใกล้ชิด เงินทุกบาทที่รัฐบาลสนับสนุน ต้องถึงมือนิสิตนักศึกษา คืนให้กับคนที่ได้ชำระค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาไปแล้ว หรือใช้ลดค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาสำหรับผู้ที่กำลังจะชำระเงิน โดยมหาวิทยาลัยไม่เก็บเงินดังกล่าวไว้แต่อย่างใด ทั้งนี้ขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งให้เร่งตรวจสอบและยืนยันข้อมูลนักศึกษาส่งมาที่กระทรวงโดยเร็ว เพื่อดำเนินการอนุมัติเบิกจ่ายแก่สถาบันที่เหลือ กว่า100 แห่ง ให้เป็นไปตามเป้าหมายและกรอบระยะเวลาต่อไป 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ส่วนการจ่ายเงินเยียวยาผู้ปกครองและนักเรียน จำนวน 2,000 บาท กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับงบประมาณ จำนวน 1.95 หมื่นล้านบาท สำหรับเด็กนักเรียน 9.79 ล้านคน เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา และทำการจัดสรรไปยังหน่วยงานที่กำกับดูแล ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) โดยแต่ละสำนักงาน จะโอนเงินไปให้โรงเรียนภายใต้สังกัดต่อไป และโรงเรียนจะโอนเงินหรือจ่ายเป็นเงินสด ถึงมือผู้ปกครองตั้งแต่วันที่ 1-7 ก.ย. ส่วนผู้ปกครองที่ไม่ได้รับเงินภายในเวลาดังกล่าว ขอให้ติดต่อโรงเรียนที่บุตรหลานศึกษาอยู่ หรือโทร หมายเลข 1579 / 1693

“นายกรัฐมนตรี กำชับให้ทั้งสองกระทรวง ติดตามตรวจสอบระบบการจ่ายเงินอย่างใกล้ชิด ทุกขั้นตอน ไม่ให้มีการทุจริต ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส และต้องถึงมือผู้ปกครองนักเรียน และนักศึกษาอย่างครบถ้วน ” น.ส.รัชดา กล่าว

ระยอง - คณะกรรมการ EEC เปิดโรงพยาบาลสนาม EEC บ้านฉาง จำนวน 120 เตียง ภายใต้โครงการจิตอาสา EEC ต้านโควิด

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC นายแพทย์สุนทร เหรียญภูมิการกิจ นายแพทย์สาธาราณสุขจังหวัดระยอง และนายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง ร่วมเปิดโรงพยาบาลสนาม EEC บ้านฉาง ขนาด 120 เตียง พร้อมตรวจเยี่ยมระบบบริหารจัดการ การดูแลผู้ป่วยและการใช้ระบบ JITASA.CARE weSAFE@Home เป็นสื่อกลางดูแลผู้ป่วยทั้งระบบ ภายใต้โครงการจิตอาสา EEC ต้านโควิด ตั้งอยู่ริมถนนบูรพาพัฒน์ ม.2 อ.บ้านฉาง จ.ระยอง

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นตัวอย่างของความร่วมมือเพื่อจะช่วยกันบรรเทาปัญหาของโควิด-19 ของทางจังหวัดระยอง กระทรวงสาธารณสุข อบจ.ระยอง เทศบาลตำบลบ้านฉาง และภาคโรงงานอุตสาหกรรม และ EEC ด้วย โดย EEC จะเข้ามาช่วยประสานงานเพื่อให้เกิดเป็นระบบขึ้นมาในการดูแลผู้ป่วย ตั้งแต่ตรวจ ATK จนกระทั่งผู้ป่วยหาย โดยมีการนำเอาจิตอาสาเข้ามาร่วมทำงานในโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วย เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางแพทย์ ซึ่งจะมีการต่อยอดไปทำโรงพยาบาลที่อื่นต่อไป ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 300 เตียงในพื้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับคนในพื้นที่ด้วย โดยที่นี่จะเป็นต้นแบบการทำโรงพยาบาลสนามของพื้นที่ของ EEC ทั้งหมด โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ปลวกแดง และอ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

ด้าน นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า เป็นโครงการความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมมือกันทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาโควิด-19 ให้ลุล่วงไป โดยการทำงานครั้งนี้เป็นการตรวจปูพรมทั้งพื้นที่ เพื่อจะดูว่าระบบมีปัญหาขัดข้อง และอุปสรรคอย่างำไร เมื่อสำเร็จก็จะขยายไปยังพื้นที่อื่นต่อไป ที่สำคัญโครงการดังกล่าวมีจิตอาสา และภาคเอกชนเข้ามาช่วยทำงานแก้ไขปัญหาโควิด-19 ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดี ซึ่งจะนำไปบริหารจัดการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ที่อื่นต่อไป


ภาพ/ข่าว  วฐิต กลางนอก / ธีรวัฒน์ อินธิพันธ์ รายงาน

แพทยสภา พักใบอนุญาต ‘หมอของขวัญ’ กรณี ‘ร้อยไหมทองคำ’ ไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้

สะพัดหนังสือแพทยสภา กรณีร้องสอบมาตรฐาน ‘หมอของขวัญ’ ร้อยไหมทองคำแล้วใบหน้าไม่ดีขึ้น พบมีความผิดจริง ใช้ไหมละลายเคลือบทอง แถมรักษาไม่ได้ผล สั่งพักใช้ใบอนุญาต 3 เดือน เริ่มปีหน้า ด้านแหล่งข่าวเผยเกิดขึ้นเมื่อ 3-4 ปีก่อน จัดร้อยไหมราคา 6 แสน มีไฮโซใช้บริการเกือบ 20 รายแล้วไม่ได้ผล มาร้องเรียน แต่เพิ่งพิจารณาเสร็จเมื่อเดือนเมษายน

วันนี้ (31 ส.ค.) ในโลกโซเชียลฯ มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า Vaccine เป็นหนังสือจากแพทยสภา ที่ พส.011/(ส.2)/8791 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2564 เรื่อง แจ้งมติคณะกรรมการแพทยสภา ระบุว่า ตามที่ท่านได้ทำคำร้องยื่นต่อแพทยสภา สรุปความได้ว่า ... ของท่านได้เข้ารับหัตถการร้อยไหมบริเวณใบหน้า ฉีดคางและขมับ ใส่สปริงร่องแก้ม แก้ไขปัญหาเหนียงคอ และคางสั้นถดถอย ที่สถานพยาบาลของขวัญคลีนิกเวชกรรม สาขาทองหล่อ โดยแพทย์ผู้ทำการรักษาแจ้งว่าใช้ไหมทองคำในการรักษา แต่ปรากฎว่าเป็นเพียงไหมละลายเคลือบทอง อีกทั้งการรักษาส่วนอื่นไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันและการรักษาไม่ได้ผลตามที่กล่าวอ้าง แต่เก็บค่ารักษาในราคาสูงทั้งที่ไม่ได้ใช้วัสดุตามที่ตกลงและยังปกปิดชื่อและยี่ห้อของเวชภัณฑ์ที่ใช้ทำการรักษา ทำให้ผู้เข้ารับการบริการหลงผิดจ่ายค่ารักษาในราคาที่สูงแต่ผลการรักษาไม่เป็นไปตามที่แพทย์กล่าวอ้างและผู้รักษาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญตามสาขาที่กล่าวอ้าง ขอให้แพทยสภาตรวจสอบมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของผู้ถูกร้อง นั้น

ในการนี้ แพทยสภาได้ดำเนินการพิจารณาคำร้องดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยคณะกรรมการแพทยสภาในการประชุมครั้งที่ 5/2564 วันที่ 8 เมษายน 2564 มีมติลงโทษพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทย์หญิงของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565 กรณี 1.) มาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2.) หลอกลวงให้หลงเข้าใจผิดเพื่อประโยชน์ของตน 3.) ไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองของผู้ป่วย เป็นระยะเวลา 3 เดือน จึงเรียนมาเพื่อทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อ พลอากาศตรี นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา

แหล่งข่าวจากบุคลากรทางการแพทย์รายหนึ่ง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตามที่เพจดังกล่าวเผยแพร่เอกสารออกมา เท่าที่สอบถามทางแพทยสภาเพื่อตรวจสอบ ยืนยันว่าเป็นเอกสารจริง เพิ่งส่งออกไปเมื่อวานนี้ (30 ส.ค.) โดยปกติแบบฟอร์มแจ้งคำสั่งต้องใส่ชื่อนิติกรด้วย ในฐานะที่เป็นผู้ส่งหนังสือฉบับดังกล่าว คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว มีผู้เสียหายรายหนึ่งไปร้องเรียนต่อแพทยสภาว่า แพทย์หญิงของขวัญได้ทำการร้อยไหมแก่ผู้สนใจในราคา 6 แสนบาท ที่ของขวัญคลีนิก ข้างโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โดยมีบรรดาเศรษฐีและไฮโซเข้ารับบริการมากกว่า 20 ราย ปรากฎว่าทำออกมาแล้วใบหน้าไม่ได้ดีขึ้น ตามที่โฆษณาอ้างว่าเป็นไหมทองคำในการรักษา นำไปสู่การร้องเรียนต่อแพทยสภา แม้ภายหลังผู้เสียหายจะได้รับเงินชดเชยจากแพทย์หญิงของขวัญก็ตาม แต่การดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานการประกอบวิชาชีพของแพทยสภาดำเนินต่อไป กระทั่งมีมติออกมาว่าแพทย์หญิงของขวัญมีความผิดจริง คดีนี้เป็นคดีเก่า ตัดสินไปเมื่อเดือนเมษายน 2564 ส่วนการกำหนดบทลงโทษพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทย์หญิงของขวัญ 3 เดือน เริ่มตั้งแต่ปีหน้านั้น เป็นอำนาจของคณะกรรมการแพทยสภาที่เป็นผู้กำหนดออกมา


ที่มา : https://mgronline.com/onlinesection/detail/9640000086270
https://www.facebook.com/vaccinemagazine/photos/a.109467213739343/585387986147261/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

‘เดลตา’ มหาโหด!! วัคซีนเอาไม่อยู่ ‘ภูมิคุ้มกันหมู่’ = ‘ยิ่งเป็นไปไม่ได้’ | Knowledge Times EP.15

???? รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘Knowledge Times’
 ????‘เดลตา’ มหาโหด!! วัคซีนเอาไม่อยู่ ‘ภูมิคุ้มกันหมู่’ = ‘ยิ่งเป็นไปไม่ได้’

นักจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยฮ่องกง ชี้! วัคซีนโควิด-19 ที่มีในปัจจุบันท่ามกลางการระบาดของสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ทำให้เราไม่สามารถสร้าง “ภูมิคุ้มกันหมู่" (Herd Immunity) ได้อีกต่อไป

“หยวนกั๋วหย่ง” นักจุลชีววิทยาและทีมวิจัยมหาวิทยาลัยฮ่องกง ระบุบทความตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์หมิงเป้า (Ming Pao) ว่า เกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากสายพันธุ์เดลตายังสามารถทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้อยู่ ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 อยู่ ซึ่งพวกเขากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ภูมิคุ้มกันหมู่สามารถสร้างขึ้นได้หาก 70% ของประชากรได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ แต่จากการคำนวณล่าสุด ทีมวิจัยพบว่า เกณฑ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 97.4% แล้ว เมื่อเจอกับสายพันธุ์เดลตา

นั่นหมายความว่า ประเทศที่ต้องการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ท่ามกลางสายพันธุ์เดลตาด้วยวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ จะต้องฉีดวัคซีนให้ประชากรถึง 97.4% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งตัวเลขนี้ คิดจากกรณีประสิทธิภาพป้องกันต่อสายพันธุ์เดลตาของไฟเซอร์อยู่ที่ 88% แต่ในบางประเทศก็รายงานประสิทธิภาพไฟเซอร์ลดลงเมื่อเจอเดลตา ซึ่งอาจหมายความว่า “ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่มีในปัจจุบันให้ประชากรกี่คน ก็อาจไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ต่อสายพันธุ์เดลตาให้เกิดขึ้นได้”

ขณะเดียวกัน เมื่อคำนวณประสิทธิภาพการใช้วัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค ซึ่งมีอัตราประสิทธิภาพประมาณ 60% พบว่า อัตราการฉีดวัคซีนที่จำเป็นสำหรับสร้างภูมิคุ้มกันหมู่จะต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 142.9% ของจำนวนประชากร ซึ่งเป็นเรื่องที่ “เป็นไปไม่ได้” !! 

เมื่อการฉีดวัคซีนให้ได้มากกว่า 100% เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่กลับกันไวรัสยังคงกลายพันธุ์และแพร่เชื้อได้มากขึ้น จนทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ จึงเหมือนการพยายามสร้างปราสาทบนท้องฟ้า และสะท้อนให้เห็นว่าวัคซีนรุ่นแรกไม่ดีพออีกต่อไป 

ฉะนั้น จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ในการจัดการกับระยะต่าง ๆ ของการระบาด โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันเป็น 0 และผลักดันให้เกิดการใช้ชีวิตร่วมกับไวรัส โดยทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีน จากนั้นค่อยมาหารือถึงแนวทางการใช้ชีวิตร่วมกับไวรัสต่อไป

แต่หากอัตราการฉีดวัคซีนยังต่ำ ก็เป็นเรื่องยากที่จะพูดถึงมาตรการต่อต้านการแพร่ระบาดที่ควรนำมาใช้ในระยะต่อไป

ด้าน ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้โพสต์ข้อความถึงการศึกษาดังกล่าวว่า “นี่เป็นการคำนวณของทีมวิจัยที่มหาวิทยาลัยฮ่องกง เพื่อหาค่าเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ได้รับวัคซีนแต่ละชนิด เพื่อให้ได้ภูมิคุ้มกันหมู่ต่อไวรัสสายพันธุ์เดลตา ซึ่งภูมิคุ้มกันหมู่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากวัคซีนและไวรัสที่มีอยู่ในปัจจุบัน...วัคซีนช่วยให้เราไม่ป่วยหนัก ส่วนเรื่องการป้องกันการติดเชื้อเราต้องช่วยวัคซีนทำงานด้วยการป้องกันตัวเอง

“หลักการของภูมิคุ้มกันหมู่ คือ ไวรัสจะถูกตัดตอนเมื่อเชื้อเข้าไปสู่คนที่มีภูมิคุ้มกันจากวัคซีน เพราะไม่สามารถแพร่กระจายต่อให้คนอื่นได้สำหรับเดลตาและวัคซีนที่มีอยู่ตอนนี้ คนฉีดวัคซีนติดเชื้อได้และมีปริมาณไวรัสพร้อมส่งต่อให้คนอื่น ๆ ไม่น้อยกว่าไปกว่าคนที่ไม่ได้รับวัคซีน ภูมิคุ้มกันหมู่ในนิยามนี้คงไม่เกิดขึ้น วัคซีนช่วยให้เราต่อสู้กับโควิด-19 ที่รุนแรงได้ แต่คงไม่ช่วยให้เราปลอดจากโควิด-19 ได้”

ดังนั้นต้องเร่งฉีดวัคซีนแก่ประชาชนให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด เพื่อป้องกันอาการรุนแรงและการเสียชีวิต 

แม้วัคซีนสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิตจากโควิด-19 ได้ แต่ไม่สามารถหยุดการแพร่กระจายของไวรัสได้ ไม่ว่าจะมีอัตราการฉีดวัคซีนกี่เปอร์เซ็นต์ก็ตาม

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

เงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท เริ่มโอน 1-7 ก.ย. นี้ เช็กช่องทางตรวจสอบสิทธิผ่านระบบออนไลน์ 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีมาตรการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ขณะนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ดำเนินการ โดยมีความคืบหน้าดังนี้

กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ได้เริ่มการเบิกจ่ายเงินสำหรับโครงการ “อว.ลดค่าเทอม” แล้วตั้งแต่ 26 ส.ค. 64 สำหรับมหาวิทยาลัยและสถาบันที่ได้จัดส่งข้อมูลผ่านการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้อง ขณะนี้มีจำนวน 29 แห่ง รวมเป็นเงิน 2,250 ล้านบาท ซึ่งมหาวิทยาลัย/สถาบันอุดมศึกษาจะนำไปใช้ลดค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาภาคเรียนที่ 1/2564 ในสัดส่วนเงินสนับสนุนจากรัฐบาลตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ซึ่งทางกระทรวงฯ ได้เร่งติดตามและตรวจสอบระบบการเบิกจ่ายเงินอย่างใกล้ชิด เงินทุกบาทที่รัฐบาลสนับสนุน ต้องถึงมือนิสิตนักศึกษา คืนให้กับคนที่ได้ชำระค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาไปแล้ว หรือใช้ลดค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาสำหรับผู้ที่กำลังจะชำระเงิน โดยมหาวิทยาลัยไม่เก็บเงินดังกล่าวไว้แต่อย่างใด 

ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งให้เร่งตรวจสอบและยืนยันข้อมูลนักศึกษาส่งมาที่กระทรวงโดยเร็ว เพื่อดำเนินการอนุมัติเบิกจ่ายแก่สถาบันที่เหลือ อีกประมาณ 100 กว่าแห่ง ให้เป็นไปตามเป้าหมายและกรอบระยะเวลาต่อไป

ส่วนการจ่ายเงินเยียวยาผู้ปกครองและนักเรียน จำนวน 2,000 บาท กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับงบประมาณ จำนวน 1.95 หมื่นล้านบาท สำหรับเด็กนักเรียน 9.79 ล้านคน เมื่อ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา และทำการจัดสรรไปยังหน่วยงานที่กำกับดูแลแล้ว ได้แก่

 - สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รับเงินเยียวยานักเรียน คนละ 2,000 บาท ทั้งการรับเงินโอนเข้าบัญชี หรือรับเงินสดที่โรงเรียน

- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) รับเงินเยียวยานักเรียน คนละ 2,000 บาท ทั้งการรับเงินโอนเข้าบัญชี หรือรับเงินสดที่โรงเรียน

- สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) รับเงินเยียวยานักเรียน คนละ 2,000 บาท ทั้งการรับเงินโอนเข้าบัญชี หรือรับเงินสดที่สถานศึกษา

- สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) รับเงินเยียวยานักเรียน คนละ 2,000 บาท โดยรับเงินสดที่สถานศึกษา 

ทั้งนี้ ผู้ปกครองที่ไม่ได้รับเงินภายในเวลาดังกล่าว ขอให้ติดต่อโรงเรียนที่บุตรหลานศึกษาอยู่ หรือโทร หมายเลข 1579 / 1693

“นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทั้งสองกระทรวง ติดตามตรวจสอบระบบการจ่ายเงินอย่างใกล้ชิด ทุกขั้นตอน ไม่ให้มีการทุจริต ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส และต้องถึงมือผู้ปกครองนักเรียน และนักศึกษาอย่างครบถ้วน ” น.ส.รัชดา กล่าว

สำหรับ ช่องทางเช็กสิทธิรับเงินเยียวยา 2,000 บาท สามารถเข้าตรวจสอบสิทธิ ได้ที่ https://student.edudev.in.th โดยระบบจะให้กรอกเลขประจำตัวประชาชนของนักเรียน เลขประจำตัวนักเรียน เพื่อทำการตรวจสอบข้อมูล


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

'มาสด้าผนึกกำลังสวาทแคท' พร้อมลุย! ศึกไทยลีกเต็มกำลัง ตั้งเป้าทำอันดับดีที่สุดในไทยลีกฤดูกาลใหม่

เมื่อวันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ร่วมกับ สโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ประกาศเดินหน้าสานต่อนโยบายขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทยเป็นปีที่ 10 จัดงานแถลงข่าวแบบไลฟ์สตรีมมิ่ง ภายใต้สโลแกน “SWATCAT 2021 We will fight till the end: สวาทแคท 2021 พวกเราจะสู้จนหยดสุดท้าย” เปิดตัวผู้บริหารชุดใหม่ นักเตะใหม่ ชุดแข่งใหม่จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก พร้อมงัดกลยุทธ์เด็ดทั้งเกมส์รุกและเกมส์รับ ที่จะมาสร้างสีสันให้กับแฟนๆ วงการลูกหนังเมืองไทย พร้อมนำทีมก้าวสู่อันดับที่ดีที่สุดในการแข่งขันไทยลีก 2021 ประเดิมนัดแรกออกไปเยือน หนองบัว พิชญ ในวันศุกร์ที่ 3 กันยายน 2564 นี้ เวลา 18:00 น.

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าขอขอบคุณชาวโคราชเป็นอย่างสูงที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนากีฬาฟุตบอลตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ รวมถึงได้มีส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสให้กับผู้ที่รักในกีฬาฟุตบอล ได้มีพื้นที่ในการแสดงความสามารถและขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทยให้ยั่งยืน ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ทศวรรษที่ผ่านมา เราได้เห็นพลังของแฟนๆ ที่ส่งเสียงกึกก้องไปทั่วสนาม เรารับรู้ได้ถึงสปิริต แรงศรัทธา ที่แฟนบอลทุกคนมีให้กับทีม เพราะสวาทแคทคือทีมฟุตบอลที่เป็นหนึ่งเดียวในใจของชาวโคราช และมาสด้ายังคงเชื่อมั่นถึงความเป็นยอดนักสู้ของนักเตะและทีมงานทุกคน ที่สำคัญ คือ กองเชียร์ ที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อให้ทีมของเราก้าวไปสู่ชัยชนะในทุกเกมส์การแข่งขัน ซึ่งแม้ว่าในปีนี้ เราทุกคนจะต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ แต่เราเชื่อมั่นว่าเราจะก้าวผ่านทุกอุปสรรคครั้งนี้ไปได้ด้วยดี เพราะเราทุกคนมีสปริตและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งจะช่วยพาทีมไปสู่จุดหมายที่วางไว้ในปีนี้ได้อย่างแน่นอน

ฯพณฯ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กล่าวว่า สำหรับฤดูกาลใหม่นี้ เราได้มีการปรับกลยุทธ์ใหม่ภายใต้การนำทัพของนายแพทย์ วรรณรัตน์  ชาญนุกูล ประธานสโมสรฯ เพื่อสร้างความสำเร็จ โดยได้เสริมทัพผู้บริหารใหม่ ได้แก่ คุณบัญชา พิมพ์สมบูรณ์ รองประธานฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการสโมสรฯ และ คุณนฬาพร ไชยนิน รองประธานฝ่ายหารายได้-สิทธิประโยชน์ และผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรสโมสรฯ รวมถึงได้มีการปรับทัพผู้เล่นทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย โดยได้นำนักเตะจากอคาเดมี่ของเรา ที่ได้เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดีตั้งแต่สมัยเป็นเยาวชนมาเสริมทีม เรียกได้ว่ามีทั้งความพร้อม ความสมบูรณ์ และมีสปิริตของทีมอย่างดียิ่ง ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้จะสามารถสร้างประสบการณ์และความมั่นใจให้กับนักเตะ และช่วยพลักดันให้ก้าวไปสู่เป้าหมายของการแข่งขันในฤดูกาลนี้ แม้ว่าปีนี้เราต้องเจอกับสถานการณ์ความยากลำบากจากการระบาดของโควิด-19 แต่เราก็จะฟันฝ่าไปและจะพาทีมไปสู่จุดหมายที่วางไว้ เพื่อให้แฟนๆ ชาวโคราชและแฟนๆ ทั่วประเทศไทยภูมิใจให้จงได้

ด้าน “โค้ชโจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กล่าวถึงเป้าหมายและแผนการเล่นในฤดูกาลนี้ว่า แม้ว่าในฤดูกาลที่แล้วเราจะจบที่อันดับ 9 แต่เป้าหมายของเราก็ไม่เคยปรับลง และเราได้ตั้งเป้าที่จะทำอันดับให้ดียิ่งขึ้นในทุกๆ ปี โดยได้ทั้งวางแผน นำข้อผิดพลาดมาเรียนรู้ และเตรียมความพร้อมให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการวางกลยุทธ์ทั้งเกมส์รุกและเกมส์รับ การทำงานแบบทีมเวิร์ค การสร้างความแข็งแกร่งของนักเตะ โดยได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นทั้งชาวต่างชาติและไทยเกือบจะทั้งหมด ซึ่งล้วนเป็นนักเตะดาวรุ่งมากฝีมือที่จะมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้เล่นรุ่นพี่ในทีม ซึ่งขอให้ทุกท่านช่วยส่งกำลังใจและช่วยกันเชียร์ทีมสวาทแคทไปด้วยกัน

นอกจากนี้ อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานคือการเปิดตัวชุดแข่งขันประจำฤดูกาล 2021 ที่ได้แบรนด์ชุดกีฬาระดับโลก KELME (เกลเม) แบรนด์กีฬาสัญชาติสเปน ผู้ผลิตชุดกีฬาชั้นนำระดับโลก ภายใต้การบริหารงานในไทยโดย บริษัท จี ทเวนตี้ทู จำกัด นำโดย นายกันต์ ตันสุวรรณรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ในฐานะผู้นำเข้า และ จัดจำหน่ายแบรนด์ KELME (เกลเม) ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว ซึ่ง เกลเม ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1960 เคยเป็นผู้สนับสนุน และผลิตชุดแข่งขันให้กับ สโมสรเรอัล มาดริด ร่วมคว้าแชมป์สโมสรยุโรปในฤดูกาล 1997/1998 และผลิตชุดแข่งขันให้กับ ทีมชาติสเปน ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 1992 ที่ประเทศสเปน และปัจจุบัน เกลเม ก็ยังผลิตชุดแข่งขันให้กับหลายทีมทั่วโลก ซึ่งในฤดูกาลนี้ แบรนด์ “เกลเม” ได้เป็นเป็นพันธมิตรผู้สนับสนุนด้านเสื้อผ้า และเครื่องแต่งกายของนักกีฬา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “PASSION TO WIN” โดยชุดหลักยังคงเป็นสีส้ม ซึ่งเป็นสีประจำสโมสร ส่วนชุดเสื้อฟุตบอลเยือน มาในชุดเหลือง และสีดำ สำหรับเสื้อแข่งขันในฤดูกาลนี้จัดจำหน่ายในราคา 690 บาท ซึ่งแฟนๆ สวาทแคท สามารถสั่งจองได้ในวันที่ 29 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป ผ่านทางช่องทาง SWATCATSHOP.com และ ช่องทางอื่นๆ ของทางสโมสรฯ

สำหรับการแข่งขัน 4 นัดแรกในฤดูกาล 2021 นี้ สวาทแคทจะบุกเยือนนัดแรกในวันศุกร์ที่ 3 กันยายน 2564 เวลา 18:00 น. โดยจะพบกับทีม หนองบัว พิชญ เอฟซี นัดที่สองวันเสาร์ที่ 11 กันยายน 2564 บุกไปเยือนสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด, ส่วนนัดที่สามวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2564 เป็นเจ้าบ้านพบกับ โปลิศ เทโร เอฟซี และนัดที่สี่วันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2564 ออกไปเยือนเชียงใหม่ ยูไนเต็ด ขอเชิญชวนแฟนบอลร่วมชม และเชียร์เจ้าแมวพิฆาตไปพร้อมกัน

DITP ตอบโจทย์ผู้ประกอบการอาหารไทยสำเร็จรูปยุคใหม่ เปิดตัว T-SAPP อบรมออนไลน์ก้าวทันสถานการณ์การค้าโลก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP เปิดตัวโครงการ T-SAPP หลักสูตรอบรมออนไลน์ ตอบโจทย์ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปยุคใหม่ แนะช่องทางต่อยอดผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคในตลาดโลก พร้อมพัฒนากลยุทธ์ส่งออกและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าให้เหมาะกับสถานการณ์การค้าปัจจุบัน

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมการค้าและจัดกิจกรรมการตลาดระหว่างประเทศในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงพาณิชย์และนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ที่มุ่งเน้น “ตลาดนำการผลิต”

“สำนักส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจึงได้จัด โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปสู่ตลาดโลก หรือ Thai SELECT Apprentices Program (T-SAPP) ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อบ่มเพาะและอบรมเชิงปฏิบัติการในเชิงลึกแก่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีศักยภาพ ให้เกิดการจัดทำแผนกลยุทธ์ส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปของบริษัท และพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค เป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการนำอาหารไทยมาพัฒนาต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอาหารและขยายสู่การส่งออก รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนมากที่มีศักยภาพและต้องการขยายธุรกิจสู่การค้าระหว่างประเทศ อาทิ กลุ่มผู้ประกอบการสินค้า OTOP ผู้ประกอบการสินค้าประเภท Street Food หรือเจ้าของร้านอาหารที่ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปของตนเอง ซึ่งอาจยังไม่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถในด้านต่างๆ ดังนั้น โครงการ Thai SELECT Apprentices Program (T-SAPP) ในรูปแบบออนไลน์จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ในการพัฒนาความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงการเสริมสร้างทักษะในด้านการตลาดระหว่างประเทศ การสร้างแบรนด์ การบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ผ่านการอบรมและสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Training & Workshop) และการใช้คำปรึกษาในเชิงลึก (Coaching) รวมถึงการปฏิบัติจริง ล้วนมีส่วนในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่ให้สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน”

สำหรับปีนี้ มีผู้ประกอบการสินค้าอาหารสำเร็จรูปสมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 52 ราย โดยหลังจากนี้จะเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ และการให้คำปรึกษาเชิงลึกรายบริษัทจากผู้เชี่ยวชาญ นำโดยนายสมชนะ กังวารจิตต์ ผู้ก่อตั้ง Prompt Design ซึ่งเป็นผู้ที่คว้ารางวัลด้านการออกแบบ บรรจุภัณฑ์จากเวทีการประกวด ชั้นนําในระดับนานาชาติถึง 86 รางวัล และ ดร.ปรเมษฐ์  ชุ่มยิ้ม ที่ปรึกษาอาวุโสเมืองนวัตกรรมอาหาร ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมอาหารและเชี่ยวชาญด้านโมเดลธุรกิจ จากนั้นในเดือนกันยายนจะได้ร่วมเยี่ยมชมงานแสดงสินค้าเสมือนจริง THAIFEX-Virtual Trade Show  ผ่านแพลตฟอร์ม THAIFEX – Virtual Trade Show (www.thaifex-vts.com) เพื่อให้ผู้ประกอบการสินค้าอาหารสำเร็จรูปได้มีประสบการณ์ในการเยี่ยมชมงานแสดงสินค้าอาหารในระดับนานาชาติ รวมถึงศึกษาแนวโน้มสินค้าอาหารในปัจจุบัน

ผู้ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวจะได้เพิ่มพูนความรู้ทางด้านการตลาด โดยเฉพาะการตลาดระหว่างประเทศ ในอันที่จะเตรียมความพร้อม รวมถึงพัฒนาศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาดได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตระหว่างประเทศ


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์

บริษัท มิวท์ จำกัด คุณภัทรพร โทร. 087 366 3915 

“ทิพานัน” ย้ำ “บิ๊กตู่” ชี้แจงชัดทุกประเด็น ผิดหวังฝ่ายค้าน มาตรฐานตกใช้ความเชื่ออภิปราย ใส่ร้าย วกวน ข้อมูลตัดแปะพาดหัวข่าวมาอภิปราย พูดหยาบคาย ไม่เหมาะสมสภาผู้ทรงเกียรติ วอนผู้นำฝ่ายค้านปรับปรุงการอภิปรายด่วน ก่อนเป็น "ฝ่ายค้านอันธพาล"

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันแรกของการอภิปรายว่า ภาพรวมการอภิปรายรู้สึกผิดหวังกับฝ่ายค้านที่มาตรฐานต่ำกว่าที่คาดได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านประกาศจะยกระดับการอภิปรายเน้นที่พยานหลักฐานชัดเจนในระดับดำเนินคดีได้ แต่เท่าที่ดูมีแต่งานมโนกล่าวหาและจินตนาการ ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สามารถชี้แจงได้ชัดเจนทุกประเด็น โดยเฉพาะการใช้งบประมาณในการแก้ไขสถานการณ์โควิด ทำให้งบกลางเพิ่มสูงขึ้นเพื่อนำไปใช้ในการแก้ไขสถานการณ์โควิด ดูแลสุขภาพประชาชนและพยุงระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการเพิ่มงบฯ เป็นพิเศษ แต่เป็นการใช้จ่ายตามระเบียบของสำนักงบประมาณ ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการทุจริตเหมือนรัฐบาลก่อน ๆ

อย่างเมื่อวานนี้ที่กรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวหาว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลดลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางสิงหาคมนั้น เชื่อว่ามีการปั้นตัวเลข เพราะมีการตรวจน้อยลง ส่งผลให้พบผู้ติดเชื้อน้อยลงไปด้วยนั้น น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า จะเห็นว่า นพ.ชลน่าน ยอมรับเองว่า การอภิปรายมาจากพื้นฐานของ “ความเชื่อ” โดยไม่ได้มีข้อมูลหลักฐานและเอกสารใดมายืนยันพิสูจน์ความเชื่อ ทั้ง ๆ ที่ข้อเท็จจริงคือการตรวจโควิดไม่ได้ลดน้อยลง เห็นได้ชัดเจนในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังคงเปิดให้บริการตรวจโควิดเชิงรุกประชาชนอย่างต่อเนื่อง และจากการที่ตนได้ลงพื้นที่มาตลอดและติดตามการตรวจเชิงรุกในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พบว่าสถิติว่าประชาชนเข้ารับบริการช่วงกรกฎาคม 100 คนจะพบผู้ติดเชื้อประมาณ 20-30 คน แต่ระยะหลังมานี้เข้ารับบริการตรวจ 100 คน พบผู้ติดเชื้อเพียง 10-15 คนเท่านั้น และทุกการตรวจหากพบเชื้อศูนย์บริการสาธารณสุขต่าง ๆ จะรายงานยอดผู้ติดเชื้อเท่าจำนวนที่ตรวจเจอ ซึ่งช่วงหลังพบว่ายอดลดลงมาต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ประชาชนติดเชื้อน้อยลง เป็นสัญญาณที่ดีตอบรับมาตราการของศบค. ดังนั้นจึงควรจะดีใจ ไม่ใช่กล่าวหาความเชื่อส่วนตัวว่าเพราะตรวจน้อยลง และที่สำคัญเรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้แจงไว้ในการอภิปรายว่า การปกปิดยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และยอดผู้เสียชีวิต ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากต้องรายงานองค์กรต่างประเทศด้วย

“เท่าที่ติดตามฟังการอภิปรายของฝ่ายค้านแล้วไม่พบหลักฐานที่มีน้ำหนัก มีแต่สำนวนโวหารรุนแรงเพื่อความสะใจ และใช้เอกสารจากการพาดหัวข่าวมาเรียงแปะอภิปราย มิได้มีข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากการปรักปรำที่ไร้หลักฐาน ที่สะท้อนให้เห็นความล้มเหลว มีแต่ราคาคุย ที่อาศัยเนื้องานของสื่อมวลชนมาอภิปรายเท่านั้น ในขณะที่ผู้อภิปรายหลายคน ใช้ถ้อยคำหยาบคาย เสียดสีใส่ร้าย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ในฐานะผู้ทรงเกียรติอีกด้วย” น.ส.ทิพานัน กล่าว

น.ส.ทิพานัน กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามหวังว่าผู้นำฝ่ายค้านจะตระหนักในเรื่องนี้ เร่งปรับปรุงแก้ไขให้การอภิปรายในวันนี้ และวันต่อ ๆ ไป ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม ไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของของสภาฯ เสื่อมเสีย และกลับมาอยู่ในกรอบของการให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ตรวจสอบได้ของพยานหลักฐานในการอภิปราย อย่าให้ประชาชนคิดว่าพฤติกรรมนี้เป็นการตีหัวเข้าบ้านของ "ฝ่ายค้านอันธพาล" เอาได้


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top