Wednesday, 24 June 2026
TheStatesTimes

“จุรินทร์ ออนทัวร์ บางรัก” เปิดตัว 3 นักธุรกิจ ร่วมทีม สก.ปชป. นำ ”อรอนงค์” ลุยมอบ ”ถุงน้ำใจ” ให้ชาวชุมชน 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรค นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ อดีต ส.ส. กทม. ดร.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล นางดรุณวรรณ รองโฆษกพรรค นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตบางเขน พร้อมด้วยยุวประชาธิปัตย์ และคณะร่วมกันลงพื้นที่มอบ “ถุงน้ำใจ ปชป.” ที่ ชุมชนพิพัฒน์ 2 เขตบางรัก 

ทั้งนี้ได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. เขตบางรัก พรรคประชาธิปัตย์  คือ น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์  และเปิดตัวผู้สมัคร ส.ก. ของพรรค ในสายนักธุรกิจ ที่มาเข้าร่วมอุดมการณ์กับพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย นายสุวิทย์ เลิศธนากุลวัฒน์ (วิทย์ กวนอิม) ผู้บริหารกลุ่มบริษัทเครื่องประดับเครือสวารอฟสกี้ และกลุ่มธุรกิจเครื่องสำอาง ลงสมัคร ส.ก. บางรัก นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ อดีต ส.ก. 4 สมัย เจ้าของบริษัทผลิตแป้งมันสาคู ตราปลามังกร สงสมัคร ส.ก.เขตสัมพันธวงศ์ และนายณรงค์ศักดิ์ ฤทธิวรผล ผู้บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เลขาสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย Thai Real Estate Broker Association (TREBA) ลงสมัคร ส.ก.สายไหม ซึ่งนอกจากผู้สมัคร ส.ก.ที่เปิดตัวในวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังมีผู้สมัครอีกหลากหลาย และยังมีคนรุ่นใหม่อีกหลายคนสนใจเป็นผู้สมัครของพรรคอีกด้วย 

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มการเลือกตั้ง ส.ก. ว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถตอบได้ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรี และ กกต. ถึงอย่างไรก็ตามในฐานะที่ประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร และในฐานะที่ตนมาเป็นหัวหน้าพรรค เราก็ต้องเตรียมการไว้ เพราะถือว่าพื้นที่กรุงเทพ เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับพรรค และประชาธิปัตย์ก็ให้ความสำคัญเสมอ 

“ไม่ได้เตรียมเฉพาะตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ก. แต่แม้แต่ ส.ส. ก็ตาม ที่ผ่านมา ถ้าเป็นระบบบัตรใบเดียว เราแบ่งเป็น 30 เขต พรรคได้เคาะผู้สมัคร ส.ส. ไปแล้วถึง 27 เขต แต่สมมติว่ามีการแก้รัฐธรรมนูญไปเป็นแบบบัตร 2 ใบ เขตเลือกตั้งในกรุงเทพฯ อาจจะเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ยังไม่สามารถตอบได้ล่วงหน้าว่ามีกี่เขต แต่อันนั้นเราก็ต้องหาผู้สมัครเพิ่มเข้ามา อย่างน้อยที่สุดประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับพื้นที่กรุงเทพมหานคร” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว 

ทั้งนี้นายจุรินทร์ ได้ตอบข้อซักถามถึงความมั่นใจในการทวงคืนเก้าอี้ ส.ส. กทม. ของประชาธิปัตย์ ว่า ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ก่อนที่ตนจะมาเป็นหัวหน้าพรรค เราไม่ได้ที่นั่งในกรุงเทพ สำหรับ ส.ส. เขต แต่เที่ยวหน้า ก็มั่นใจว่าเราจะได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนดีขึ้น และมั่นใจว่าจะมีผู้สมัครรับเลือกตั้งได้รับเลือกตั้ง “อย่างน้อยฐานเป็นศูนย์ เที่ยวหน้าคงไม่ศูนย์หรอกครับ” 

สำหรับในส่วนการเตรียมความพร้อมเรื่องการส่งตัวผู้สมัครผู้ว่า กทม. นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวยืนยันว่า พรรคส่งผู้สมัคร และได้ตัวผู้สมัครแล้ว เพียงแต่การเปิดตัวนั้นจะต้องดูเงื่อนเวลาที่มีความเหมาะสมด้วย เพราะจนขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนเลยว่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครเมื่อไหร่ แต่ในส่วนอื่นเราก็ได้เตรียมไป เช่น 1. เตรียมผู้สมัคร ส.ส. 2. เตรียมผู้สมัคร ส.ก. และถ้ามี ส.ข. ในอนาคต เราก็พร้อมที่จะส่งลงสมัคร เพราะประชาธิปัตย์ก็สนับสนุนให้มี ส.ข. เพื่อให้เข้าไปช่วยทำหน้าที่ลงลึกไปถึงชุมชนให้มากขึ้นกว่า 50 เขต 

“ในส่วนผู้ว่า กทม. ก็ได้เตรียมการไว้แล้ว ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ผมเชื่อมั่นว่าจะเป็นที่ยอมรับ เป็นนักบริหารด้วย เป็นทั้งนักบริหาร เป็นทั้งคนรุ่นใหม่ และเป็นคนที่พร้อมมาร่วมอุดมการณ์กับประชาธิปัตย์ รวมทั้งทีมงานต่างๆ มีความคืบหน้ามากแล้ว” หัวหน้าประชาธิปัตย์กล่าว

ราเมศ ย้ำ ตำรวจไม่มีสิทธิพรากชีวิต ปชช กก กฎหมายพรรค ติดตามคดี คลุมถุง อย่างใกล้ชิด

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะเลขานุการกรรมการกฎหมายพรรค ได้กล่าวถึงคดีที่ตำรวจ ใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะจนมีผู้เสียชีวิตว่า

พรรคได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุการณ์ การเรียกร้องให้เร่งขอศาลออกหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ดำเนินการจนนำไปสู่การจับกุมได้ทั้งหมด ส่วนเนื้อหารายละเอียดในสำนวนไม่ก้าวล่วงการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวน แต่อยากย้ำว่าการรวบรวมพยานหลักฐาน การตั้งข้อหา ต้องสอดคล้องต้องกันกับข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พรรคจะจับตาดูเรื่องนี้ต่อไป การตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาถือว่าตั้งหลักได้ถูกต้องตามหลักการและข้อเท็จจริงแล้ว ต่อจากนี้ก็จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ละเอียดที่สุด เพื่อให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษถึงที่สุด

นายราเมศ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เกี่ยวข้องกับสิทธิของความเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยชน ถึงแม้ประชาชนจะทำผิดกฎหมายจริงก็ต้องดำเนินการตามครรลองของกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิพรากชีวิตของประชาชนได้ ถ้าประชาชนทำผิด ตำรวจก็สอบสวนสั่งฟ้อง ส่งพนักงานอัยการ ส่งศาลหากผิดถึงขั้นประหารชีวิตก็ให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน ไม่มีสิทธิมาทำแบบนี้กับประชาชน

นายราเมศกล่าวตอนท้ายว่ามีร่าง พระราชบัญญัติว่าด้วยการสอบสวนคดีอาญา ที่มีความจำเป็นต้องผลักดันให้สำเร็จ มีความสำคัญมากต่อการปฏิรูปตำรวจ กรณีที่ตรงกับเรื่องนี้เช่น เมื่อมีตำรวจกระทำผิดต่อประชาชนไม่ควรให้ตำรวจด้วยกันสอบสวน แต่ควรให้หน่วยงานอื่นร่วมกันทำหน้าที่พนักงานสอบสวนตั้งแต่เรื่มต้นคดี ไม่ว่าจะเป็น ดีเอสไอ ปปช ปปท ฝ่ายปกครอง เพื่อเป็นหลักประกันให้กับประชาชนได้ว่าจะไม่มีการทำคดีที่มีตำรวจเป็นผู้ต้องหาโดยมีอคติ

"บิ๊กตู่" สั่ง ศธ.เบรกโรงเรียนเอกชนอย่าหักเงินเยียวยาเป็นค่าเทอม

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองหลายช่องทางว่าโรงเรียนบางแห่ง โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนแจ้งกับผู้ปกครองว่า จะหักเงินเยียวยา 2,000 บาทกับผู้ปกครองที่ค้างค่าเทอมสำหรับภาคเรียนที่ 1 ซึ่งจะทำให้ผู้ปกครองไม่ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล

นายกรัฐมนตรี จึงกำชับกระทรวงศึกษาธิการให้ติดตาม ตรวจสอบระบบการจ่ายเงินอย่างใกล้ชิด โดยเงินทุกบาทต้องถึงมือผู้ปกครอง ห้ามโรงเรียนหักเก็บค่าเทอมหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆอย่างเด็ดขาด เพราะถือว่าผิดวัตถุประสงค์ของการช่วยเหลือเยียวยา โดยโรงเรียนมีหน้าที่จ่ายเงินให้กับผู้ปกครองเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์เก็บเงินดังกล่าวไว้แต่อย่างใด โดยเบื้องต้น กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเพื่อช่วยเหลือผู้ปกครอง เป็นช่องทางให้ผู้ปกครองแจ้งเรื่องมาที่กระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับกระบวนการจ่ายเงินเยียวยาผู้ปกครอง จะเริ่มขึ้นในเร็ว ๆ นี้ เมื่อสำนักงบประมาณตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จะส่งเรื่องไปยังกระทรวงการคลัง ก่อนที่กระทรวงการคลัง จะส่งต่อให้กรมบัญชีกลาง เพื่อโอนเงินเยียวยาทั้งหมดมาให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยกระทรวงศึกษาธิการ จะใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน ในการโอนเงินไปยังสถานศึกษาในระบบ เพื่อจ่ายเงินให้กับผู้ปกครองทั้งการผ่านบัญชีธนาคารและการจ่ายเป็นเงินสดในกรณีที่ไม่สามารถโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารได้

โฆษกกห. เผยฝ่ายมั่นคง พร้อมสนับสนุนการปรับมาตรการ ศบค.และเร่งตรวจเชิงรุกชุมชนตามเกาะแก่ง 

ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม  เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ  ช้างมงคล รมช.กลาโหม และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ประชุมติดตามการสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤตโควิด 19 ร่วมกับ กอ.รมน. นขต.กห. เหล่าทัพ และ ตร. ผ่านระบบ VTC 

สำหรับภาพรวมฝ่ายความมั่นคง ทหารตำรวจ ยังคงตรวจพบและจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองตามชายแดนและพื้นที่ชั้นในได้ต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ 1- 26 ส.ค.64 จับกุมได้ 3,957 คน เป็นผู้นำพา 30 ราย ส่วนใหญ่พบชาวกัมพูชามากขึ้น  ขณะเดียวกันประเทศเมียนมา ได้ทะยอยรับแรงงานหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายกลับประเทศแล้วกว่า 2,000 คน   

ในการสุ่มตรวจเชิงรุกโดย กองทัพเรือฃในพื้นที่ชายฝั่งทะเล เกาะอาดัง จ.สตูล พบชุมชนชาวเกาะติดเชื้อจำนวน 50 คน หรือ 1ใน 3 ของชุมชน  ซึ่ง ทร.ได้ทำการรักษาและเร่งประสาน กับ จังหวักริมฝั่งทะเล สนับสนุนเข้าไปร่วมตรวจเชิงรุกและดูแลรักษาควบคุมโรคในชุมชนเกาะแก่งต่างๆภาพรวม  พร้อมกันนี้ ทุกเหล่าทัพได้ขยายขีดความสามารถ และจัดตั้ง รพ.สนามศูนย์คัดกรอง เพิ่ม จำนวน 5 แห่งในพื้นที่ กทม. สระบุรี และชลบุรี เพื่อให้บริการประชาชนจุดเดียว ทั้งการตรวจเชื้อ การเอ็กซ์เรย์ พบแพทย์ รับเข้าพักรักษา จ่ายยา พากลับบ้านนำเข้าระบบรักษาที่บ้าน ( HI ) มีผู้รับบริการแล้วกว่า 34,000 ราย โดยในพื้นที่ กทม.จัดตั้งขึ้น ณ สโมสรทหารบก  มทบ.11 และสนามกีฬาธูปเตมีย์  สามารถบริการประชาชนได้กว่า 3,000 รายต่อวัน 

ขณะเดียวกัน ทุกเหล่าทัพและตำรวจ ได้จัดกำลังพลที่พร้อมและสมัครใจเข้าร่วมบริจาคโลหิตต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอการรักษาจำนวนมากและแก้ปัญหาการขาดแคลนโลหิตในวิกฤตโควิด โดยตั้งแต่ 1 ก.พ.ถึงปัจจุบัน มีกำลังพลหมุนเวียนเข้าร่วมบริจาคโลหิตแล้ว 107,286 ครั้ง ได้ปริมาณโลหิตกว่า 45.3 ล้านมิลลิลิตร 

ทั้งนี้รมช.กลาโหม ได้ย้ำนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาดฝโหม ให้ ศปม.โดยทุกเหล่าทัพและตำรวจ เตรียมสนับสนุนการปรับมาตรการควบคุมโรคของ ศบค.ที่จะมีผลตั้งแต่ 1 ก.ย.64 โดยเน้นการตรวจตราและขอความร่วมมือผู้ประกอบกิจการและประชาชนปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด และยังเน้นการคุมเข้มชายแดน โดยให้ประสานกับฝ่ายปกครอง กวดขันดูแลการ
กระทำผิดกฏหมายและให้พร้อมรับกับทุกสถานการณ์ชายแดนที่อาจเกิดขึ้น

พล.อ.ชัยชาญ ยังได้กำชับขอให้ ทร.ประสานกับ จว.ริมฝั่งทะเล เร่งสนับสนุนเข้าไปตรวจรักษาประชาชนตามเกาะแก่งต่างๆ และทำความเข้าใจกับชุมชนในมาตรการป้องกัน เพื่อลดผลกระทบเศรษฐกิจท้องถิ่นและการปรับใช้ชีวิตร่วมกันพร้อมทั้งขอให้ทุกเหล่าทัพดำรงความต่อเนื่องสนับสนุนการบริจาคโลหิต โดยให้ประสานกับกาชาดจังหวัด และรพ.ในพื้นที่ที่ต้องการโลหิตฉุกเฉิน พร้อมทั้งให้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาวิกฤตการขาดแคลนโลหิตที่เกิดขึ้นปัจจุบัน

รมว.เฮ้ง ติดตาม แฟคทอรี่แซนด์บ็อกซ์ และการฉีดวัคซีนผู้ประกันตนในสถานประกอบการ จ.ชลบุรี 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการแฟคทอรี่แซนด์บ็อกซ์ (Factory Sandbox) พร้อมตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนและให้กำลังใจแก่ผู้ประกันตนในสถานประกอบการ ณ บริษัท เอดับเบิ้ลยู (ไทยแลนด์) จำกัด ตำบลเขาคันทรง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และบริษัท แวนด้าแพค จำกัด ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยมี นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายยูกิฮิโร โทริยามา ประธานกรรมการบริษัทริโก้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด นายวราวงศ์ ตั้งกิจเวทย์ ประธานกรรมการบริษัท แวนด้าแพค จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย

โดย นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การบริหารของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และท่านรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ให้ความห่วงใยและติดตามผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในด้านเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ได้สั่งการให้ทุกกระทรวงทำงานบูรณาการร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนเร่งด่วนเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม รวดเร็ว และทันเหตุการณ์ 

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน โดยแฟคทอรี่แซนด์บ็อกซ์ มุ่งเป้าหมายที่โรงงานภาคการผลิตส่งออกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นกลไกหลักที่พยุงเศรษฐกิจประเทศ สำหรับจังหวัดชลบุรี มีสถานประกอบการ 11 แห่งที่ดำเนินโครงการแฟคทอรี่แซนด์บ็อกซ์ มีผู้ประกันตน 12,836 คน โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดชลบุรี สาธารณสุขชลบุรี และโรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคม ได้ร่วมดำเนินการตรวจสถานประกอบกิจการดำเนินการตรวจ RT – PCR แล้ว และในวันนี้ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตนที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอดับเบิ้ลยู (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท แวนด้าแพค จำกัด 

จากนั้น รมว.แรงงาน และคณะ ได้พบปะพูดคุยกับสมาคมนักลงทุนชาวญี่ปุ่น (CRJA) ซึ่งทางสมาคมได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลและกระทรวงแรงงานที่ได้ดำเนินการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่ผู้ประกันตน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะการที่ประเทศไทยมีมาตรการในการดูแลคนงานของบริษัทเป็นอย่างดี รวมทั้งมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้แรงงานและทำให้ภาคธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ 

“ผมขอชื่นชมผู้บริหารของบริษัท เอดับเบิ้ลยู (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท แวนด้าแพค จำกัด ที่ได้ดำเนินกิจกรรมของบริษัทตามแนวทางแฟคทอรี่แซนด์บ็อกซ์ ซึ่งมีหัวใจหลัก คือ ตรวจ รักษา ควบคุม และดูแล โดยดำเนินการในลักษณะ “เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข” คือ การดำเนินการควบคู่กันระหว่าง “สาธารณสุข” และ “เศรษฐกิจ” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้พนักงานและสร้างความเชื่อมั่นในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ นับเป็นการช่วยประเทศชาติให้ก้าวพ้นวิกฤตโควิดนี้ไปด้วยกัน” นายสุชาติ กล่าวในท้ายสุด 

สำหรับโครงการแฟคทอรี่แซนด์บ็อกซ์ เป็นมาตรการการป้องการและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน ในพื้นที่เฉพาะ ร่วมมือดำเนินการโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีหัวใจหลักในการดำเนินงาน ตรวจ รักษา ควบคุม และดูแล ให้กับผู้ใช้แรงงานในโรงงานภาคการผลิตส่งออกหลักขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นกลไกที่พยุงเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งมี 4 sector ได้แก่ ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และอุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับโรงงานขนาดใหญ่ที่มีผู้ประกันตน 500 คนขึ้นไป โดยมีโครงการนำร่องการป้องการและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน (Factory Sandbox) ในเฟสแรกดำเนินการไปแล้วใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และชลบุรี สำหรับในเฟส 2 จะขยายไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ ในช่วงต้นเดือนกันยายน 2564 ที่จะถึงนี้ต่อไป

โฆษกรัฐฯลั่น “บิ๊กตู่” พร้อมชี้แจงศึกซักฟอกในสภาฯ “วอน” พท. ไม่ควรเล่นเกมส์นอกสภาฯ ล่ารายชื่อ ปชช.  “ดักคอ” แคมเปญชวนคนไทยไล่รัฐบาลมีช่องว่าง อาจมีการปั่นยอดให้สูงได้ “โว” มี ปชช. ขอผุดแคมเปญหนุนนายกฯ ทำงานต่อบ้าง แต่ห้ามไว้ไม่อยากให้เกิดภาพขัดแย้ง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยผุดแคมเปญเชิญชวนประชาชนร่วมลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นกลไกหนึ่งในการตรวจสอบรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตยของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่สามารถดำเนินการได้ แต่การเชิญชวนประชาชนให้ร่วมลงชื่อโหวตไม่วางใจรัฐบาลด้วยนั้นไม่ควรกระทำและไม่เหมาะสม เป็นการเล่นเกมส์นอกสภาฯเพื่อกดดันรัฐบาลต่อ และการลงชื่อทางไลน์นั้นสามารถปั่นตัวเลขให้สูงได้ตามใจชอบ เพราะไม่มีระบบยืนยันตัวตนที่เพียงพอ โดยในสมัยที่ตนเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทำโครงการชิมช็อปใช้นั้น ก็ยังพบว่ามีรายชื่อผีโผล่มา ซึ่งจะต้องตรวจสอบยืนยันตัวตนจากหลายหน่วยงาน ดังนั้น สุดท้ายแล้วพรรคเพื่อไทยก็อาจจะนำตัวเลขสูงๆ มาโจมตีรัฐบาลเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเองได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควร น่าจะใช้สภาฯ ในการตรวจสอบจะดีกว่า

นายธนกร กล่าวว่า มีประชาชนจำนวนมากโทรศัพท์มาหาตน โดยระบุว่าอยากจะขอเปิดแคมเปญสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้อยู่ยาว ทำงานให้ประเทศชาติและประชาชนต่อไป แต่ตนได้ขอร้องไว้ เพราะไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 ที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกัน โดยรัฐบาลพยายามทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาให้กับพฝประชาชน คาดว่าอีกไม่นานสถานการณ์จะคลี่คลาย 

“ฝ่ายค้านต้องทบทวนให้ดี เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้นควรเป็นเรื่องที่ดำเนินการภายในที่ประชุมสภาฯ ไม่ควรนำไปขยายผลออกไปสู่นอกสภาฯ หากฝ่ายค้านมั่นใจว่ามีข้อมูลเพียงพอ ก็สามารถนำมาแสดงและอภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ ได้  ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์พร้อมที่จะชี้แจงในทุกเรื่อง ที่สำคัญ รัฐบาลจะใช้เวทีสภาฯ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนอีกด้วย” นานธนกร กล่าว

ไม่ต้องตกใจ..!!! ทบ. แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ ตั้งแต่ 30 ส.ค. – 3 ก.ย. 64

กองทัพบก ได้แจ้งการเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ ของกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 รักษาพระองค์ เพื่อออกทำการฝึกเป็นหน่วยกองร้อยทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ประจำปี 2564 ณ พื้นที่ฝึกศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีกองทัพบก อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี (ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19) ในวันที่ 30 ส.ค. 64 เวลา 05.00 น. 

เคลื่อนย้ายทางรถไฟจาก กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 รักษาพระองค์ – สถานีรถไฟย่านสินค้าพหลโยธิน – สถานีรถไฟบ้านป่าหวาย ปลายทาง พื้นที่ฝึกศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีกองทัพบก อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี และเคลื่อนย้ายกลับ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 รักษาพระองค์ ตามเส้นทางเดิม ในวันที่ 3 ก.ย. 64 เวลา 20.00 น.จึงขอแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบ และขออภัยในความไม่สะดวก

“ปชป.” นัดถกส.ส. 31 ส.ค.ก่อนศึกซักฟอกจะเริ่มขึ้น มั่นใจไม่มีอะไรน่าห่วง เผย”เฉลิมชัย”ยันตอบข้อกล่าวหาได้ เพราะหยึดหลักทำงานเพื่อประเทศ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล ว่า ตนได้นัดประชุม ส.ส. ของพรรคในวันที่ 31 ส.ค. เวลา08.30 น. ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเริ่มในเวลา 09.30 น. เพื่อสรุปการเตรียมความพร้อมของพรรคอีกครั้ง ทั้งนี้เมื่อดูเนื้อหาที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรค ถูกอภิปรายแล้ว ไม่น่ามีอะไรมาก ซึ่งนายเฉลิมชัยยืนยันว่าสามารถตอบชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านได้เพราะยึดหลักการทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก มีเป้าหมายให้ประชาชนได้ประโยชน์  ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด จึงมั่นใจว่าจะสามารถนำเสนอข้อมูลต่างๆ มาทำให้ ส.ส. ในสภาฯ และประชาชนที่ติดตามการอภิปราย เข้าใจได้อย่างชัดเจน และเชื่อมั่นว่าจะได้รับความไว้วางใจจาก ส.ส. เสียงข้างมาก หลังจากได้ฟังคำชี้แจงต่างๆ แล้ว 

นายองอาจ กล่าวต่อว่า ส่วนผลการลงมติว่าใครจะได้รับความไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจด้วยคะแนนเสียงเท่าไหร่นั้น ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะโดยทั่วไปของการลงมติไม่ไว้วางใจจากการอภิปรายที่ผ่านมาในอดีต เสียงไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านมักได้เสียงไม่พอเอาชนะเสียงของฝ่ายรัฐบาล แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ฝ่ายค้านทำงานสมศักดิ์ศรี มีข้อมูลเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นตามข้อกล่าวหาหรือไม่ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจะสามารถชี้แจงแสดงเหตุผลหักล้างข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านได้อย่างมีน้ำหนักน่าเชื่อถือหรือไม่ ซึ่งถือเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

สศช. แนะรัฐทบทวนมาตรการช่วยค่าไฟบ้านเช่า-หอพัก ไม่ถูกเอาเปรียบ 

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในช่วงที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 พบว่ามีผู้บริโภคจำนวนมากที่พักอาศัยอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ หอพัก ห้องเช่าและบ้านเช่า ได้ร้องเรียนผ่านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ว่าถูกเรียกเก็บค่าไฟฟ้าและน้ำประปาในอัตราที่สูงเกินจริง ซึ่งสศช. เห็นว่า กรณีนี้ภาครัฐควรเข้ามาช่วยเหลือเร่งด่วน โดยทบทวนมาตรการช่วยเหลือผู้เช่าทั้งหมด เพื่อให้ได้รับประโยชน์เท่าเทียมกับกลุ่มที่อยู่อาศัยประเภทบ้านหรือคอนโดมิเนียม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรออกมาตรการมากำกับดูแล โดยเฉพาะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าของผู้เช่า อย่างจริงจัง

สำหรับแนวทางการช่วยเหลือ อาจกำหนดให้ผู้ให้เช่าสามารถเรียกเก็บค่าไฟฟ้าได้ในอัตราที่ไม่เกินกว่าที่ผู้ให้เช่าจ่ายจริงให้กับผู้ให้บริการ ไฟฟ้า และแยกเก็บค่าส่วนกลางหรือค่าสาธารณูปโภคอื่น ๆ เพื่อไม่ให้เป็นการคำนวณเพิ่มตามระดับการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องหารือกัน เพื่อให้มีข้อกฎหมายที่บังคับใช้ได้จริง สามารถให้ความเป็นธรรมกับผู้เช่าได้โดยที่ไม่กระทบกับผู้ให้เช่ามากนัก รวมถึงจะต้องมีกลไกตรวจสอบความเหมาะสมของค่าสาธารณูปโภคให้สอดคล้องกับความเป็นจริงเพื่อความเป็นธรรมต่อผู้เช่า 

ขณะเดียวกัน ผู้เช่าเองยังสามารถตรวจสอบและรักษาประโยชน์ของตัวเองได้ในเบื้องต้น โดยการตรวจสอบเลขใช้ไฟฟ้าที่มีการจดครั้งก่อน และเลขใช้ไฟฟ้าจดครั้งหลังในใบแจ้งหนี้กับเลขบนมิเตอร์ไฟฟ้าว่าตัวเลขนั้นมีความสอดคล้องกันหรือไม่ รวมถึงหากพบผู้ให้เช่ากำหนดอัตราค่าสาธารณูปโภคที่สูงเกินไป ก็สามารถร้องเรียนไปยังสคบ. ได้ทันที 

นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค พร้อมคณะเยี่ยมบริษัท ชิโคนี่ โรงงานผลิตอุปกรณ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ สร้างขวัญและกำลังใจช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 64 ที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส,ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา นายณพล บริบูรณ์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมธิการ คุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร นายพสธร พันธุ์สุวรรณ กำนันตำบลท่าข้าม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ อาทิ อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา แรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ลงพื้นที่ดูงานและให้กำลังใจ บริษัท ชิโคนี่ อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ. ฉะเชิงเทรา ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ เนื่องจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งเกิดผลกระทบต่อโรงงานการผลิต รวมทั้งการส่งออก โดยมี Angluse Lu ประธานกรรมการ บริษัท ชิโคนี่ อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ William Hsu สมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทยให้การต้อนรับ

Angluse Lu กล่าวว่า สำหรับกิจการของบริษัท ชิโคนี่ อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทย มีกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก 4 กลุ่ม ได้แก่ อุปกรณ์รับข้อมูลเข้า โมดูลคีย์บอร์ดพกพา ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับภาพ วิดิโอ และโมดูลเลนส์กล้อง รวมทั้งคีย์บอร์ด กล้องวงจรปิด และโมดูลกล้องโน้ตบุ๊ก ซึ่งได้รับการตอบรับสินค้าเป็นอย่างดีทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้หลายบริษัทที่อยู่ในเครือที่อยู่ต่างประเทศก็อยากจะมาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะบริษัทแม่ที่ไต้หวันได้ให้ความสำคัญมาก และต้องการมาลงทุนระยะยาวในประเทศไทยอีกด้วย

ฉะนั้น จึงต้องการความร่วมมือจากระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด รวมทั้งรัฐบาลอยากให้การสนับสนุนให้บริษัทเดินไปได้ ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ และพร้อมรับคำแนะนำจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดีใจมากที่ ส.ส. รวมทั้งนายก อบจ. และทุกภาคส่วนของรัฐ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความสำคัญที่มาร่วมประชุม รวมทั้งชมกิจการ และขอขอบคุณทุกคนที่ให้ความสำคัญกับบริษัทฯ ในครั้งนี้

"สำหรับบริษัทฯ ขณะนี้มีพนักงานประมาณ 5,000 คน และต้องวางแผนหาคนเพิ่ม เพราะยังขาดแรงงานกว่า 1,000 คน สำหรับปัญหาในขณะนี้คือ ขาดแคลนแรงงาน รวมทั้งผู้ประสานงานด้านภาษา และทางบริษัทฯมีความต้องการผู้ที่มีความรู้ทางด้านภาษาอีกมากเช่นกัน" Angluse Lu กล่าว

นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรากล่าวว่า การมาดูงานในครั้งนี้ มีทั้ง ส.ส. ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ดีใจที่บริษัท ชิโคนี่ อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้มาลงทุนในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเกิดผลดีอย่างมากมาย ทำให้ประชาชนมีงานทำ สร้างรายได้ให้กับคนไทย สร้างภาษีสร้างรายได้ให้กับประเทศ ทั้งที่สามารถไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านได้ แต่ตัดสินใจมาลงทุนในประเทศไทย หากมีข้อขัดข้องประการใด ตนเองพร้อมที่ช่วยเหลือและสนับสนุน รวมทั้งประสานงานทุกภาคส่วนให้ปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไขลุล่วงไปด้วยดี เพื่อให้เกิดความมั่นใจเมื่อมาลงทุนในประเทศไทยแล้ว หวังว่าการดำเนินธุรกิจไปด้วยดี และประสบความสำเร็จในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top