Tuesday, 23 June 2026
TheStatesTimes

เชียงใหม่ - ม.แม่โจ้ MOU ร่วมเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกัญชงอินทรีย์ภาคเหนือ ปลูกกัญชงอินทรีย์-สร้างผลิตภัณฑ์ต่อยอดเชิงพาณิชย์-บันทึกข้อมูลระบบ Cloud เพื่อประโยชน์แก่เกษตรกร

วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม 2564 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกัญชงอินทรีย์ภาคเหนือ (Northern organic Hemp: NOH) ซึ่งประกอบไปด้วยวิสาหกิจชุมชนจากจังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และลำพูน จำนวน 16  วิสาหกิจชุมชน ในโครงการปลูกกัญชงสายพันธุ์ที่ให้สารสำคัญสูง เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในภาคเหนือของประเทศไทย ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพและจัดทำเป็นฐานข้อมูลสะดวกใช้ในระบบ Cloud 

โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ นายสุชาติ  อินต๊ะเขียว ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกกัญชงอินทรีย์ภาคเหนือ เป็นผู้แทนลงนามทั้งสองฝ่าย โอกาสนี้ นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(ปฏิบัติงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) และ ดร.ธนสาร  ธรรมสอน ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวแสดงความยินดีและให้กำลังใจ (ผ่านระบบออนไลน์) แก่เกษตรกรในเครือข่ายที่ได้ร่วมโครงการกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้  ทั้งนี้ มีคณะผู้บริหารของทางสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยายาน ณ สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้

โครงการปลูกกัญชงสายพันธุ์ที่ให้สารสำคัญสูง เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในภาคเหนือของประเทศไทย ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพและจัดทำเป็นฐานข้อมูลสะดวกใช้ในระบบ Cloud  เป็นโครงการที่ทั้งสองฝ่ายมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการขอรับอนุญาตผลิต (ปลูก)กัญชง ผลิตผลิตภัณฑ์จากพืชกัญชงและนำผลผลิตและผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์  โดยร่วมกันสนับสนุนองค์ความรู้ และนวัตกรรมในเกษตรกรเพาะปลูกกัญชงระบบเกษตรอินทรีย์  ร่วมกันทดลองสายพันธุ์กัญชงที่มีเสถียรภาพ ผลผลิตต่อไร่สูง ให้สารสำคัญ CBD สูง มี THC ต่ำตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของภาคเหนือ และยังดำเนินการรวบรวมและพัฒนาข้อมูลการปลูกกัญชงอินทรีย์ทั้งกระบวนการ แล้วจัดเก็บฐานข้อมูลในระบบคลาวด์ เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานและเป็นต้นแบบให้แก่เกษตรกร และประชาชนที่สนใจต่อไปในอนาคต  

ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันแต่งตั้งคณะทำงานและนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญมาร่วมพัฒนาและมอบหมายให้ผู้แทนของแต่ละฝ่ายได้ตกลงกันในรายละเอียดภายใต้วัตถุประสงค์และขอบเขตความร่วมมือ หน้าที่และความรับผิดชอบตามที่กำหนด โดยบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ มีกำหนดระยะเวลา 5 ปี


ภาพ/ข่าว  วิภาดา

เชียงราย – วอนเร่งรัดกระบวนให้สัญชาติผู้เฒ่า เสียชีวิตก่อนได้บัตรประชาชนแล้ว 2 “ครูแดง” เผยอยู่ไทยมานานกว่า 40 ปี สร้างคุณประโยชน์มากมาย ยุคโควิดยิ่งลำบากไม่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการรัฐ

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2564 นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) และอดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า การแก้ปัญหาผู้เฒ่าไร้สัญชาติ กรณีแปลงสัญชาติชนกลุ่มน้อย ผู้สูงอายุชาติพันธุ์อาข่า บ้านป่าคาสุขใจ ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการของกรมการปกครองแล้ว จำนวน 15 ราย และได้ส่งรายชื่อไปยังคณะกรรมการของกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณา และเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  ซึ่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พศ.2508 ระบุว่าเมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรอนุญาตให้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต 

นางเตือนใจกล่าวว่า ผู้เฒ่าไร้สัญชาติจำนวน 15 รายนี้ อยู่ในกลุ่มที่มีการยื่นคำร้องเป็นกรณีศึกษาชุดแรก จำนวน 23 ราย ซึ่งการพิจารณาเป็นไปตามหนังสือสั่งการที่ลงนามโดยปลัดกระทรวงมหาดไทย (นายฉัตรชัย พรมเลิศ) เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 เรื่องการปรับปรุงแนวทางประกอบการพิจารณาให้สัญชาติไทยแก่ชนกลุ่มน้อย โดยการแปลงสัญชาติตามมาตรา10 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 

“สำหรับความคืบหน้าในครั้งนี้ ถือว่ามาไกล นับตั้งแต่มีการขับเคลื่อนแก้ปัญหาผู้เฒ่าไร้สัญชาติ ซึ่งมีความละเอียดและขั้นตอนที่ซับซ้อน ใช้เวลายาวนาน ผู้เฒ่ากลุ่มนี้ มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยมากกว่า 40 ปี กลมกลืนกับสังคมไทย และมีลูกหลานเป็นคนสัญชาติไทย ที่สำคัญคือเป็นกลุ่มที่ได้ทำคุณประโยชน์ ใช้ภูมิปัญญาในการรักษาป่าต้นน้ำ เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูและปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ 5,000 ไร่ ตั้งแต่ปี พศ.2538 จนเป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญแห่งหนึ่ง อย่างไรก็ตามตั้งแต่ยื่นคำร้องขอแปลงสัญชาติที่สำนักทะเบียนอำเภอ  และส่งเข้าสู่คณะกรรมการระดับจังหวัด ในกลุ่มนี้มีผู้เฒ่าเสียชีวิตไปแล้ว  2 ราย และบางรายกำลังป่วยหนัก หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับงานแก้ปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ตามที่อธิบดีกรมการปกครอง (นายธนาคม จงจิระ) กำหนดเป็น 1 ใน 10 เป้าหมายหลัก จะต้องมีการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบ พัฒนากลไก บุคคลากร และทรัพยากร ของสำนักทะเบียนจากระดับอำเภอ จังหวัด ถึงระดับกรม เพื่อให้คำมั่นทั้ง 7 ข้อในการแก้ปัญหาคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ที่ผู้แทนรัฐไทยได้แถลงในที่ประชุมผู้บริหารผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ณ นครเจนีวา ตามมติคณะรัฐมนตรี 1 ตุลาคม 2562 บรรลุเป้าหมายได้จริง โดยเฉพาะข้อ 5 การแก้ปัญหาผู้สูงอายุไร้รัฐไร้สัญชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด” นางเตือนใจ กล่าว

ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ พชภ.กล่าวว่า สำหรับผู้เฒ่าไร้สัญชาติ การล่าช้าหมายถึงเวลาในชีวิตที่หมดไปทุกวัน เสียโอกาสในการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ ยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 พบว่าผู้เฒ่าไร้สัญชาติไม่สามารถเข้าถึงการชดเชยเยียวยาใดๆ ทั้งๆ ที่ท่านเป็นบุพการีของคนสัญชาติไทย โดยข้อมูลของกรมการปกครองระบุว่ามีจำนวนผู้เฒ่าไร้สัญชาติมากถึง 77,000 กว่ารายทั่วประเทศ 

ทั้งนี้ หนังสือสั่งการของปลัดกระทรวงมหาดไทยมีสาระสำคัญส่วนหนึ่งว่า สำหรับผู้ขอแปลงสัญชาติที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป คุณสมบัติเรื่องการมีความประพฤติดี ให้ยกเว้นการตรวจสอบพฤติการณ์ทางการเมือง ฯลฯ โดยใช้การสอบพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือไม่น้อยกว่า 3 คน คุณสมบัติเรื่องการมีอาชีพเป็นหลักฐาน ให้พิจารณาจากอาชีพที่ผู้สูงอายุสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการรวมกลุ่มอาชีพ หรืออาชีพส่วนบุคคล โดยให้นายอำเภอ หรือผู้อำนวยการเขตท้องที่ เป็นผู้ออกหนังสือรับรองการประกอบอาชีพ และยกเว้นเกณฑ์รายได้  คุณสมบัติเรื่องการมีความรู้ภาษาไทย ให้พิจารณาการใช้ภาษาไทยกลาง หรือภาษาถิ่นที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในพื้นที่จังหวัดที่เป็นภูมิลำเนา และว่าการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องสัญชาติของชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงกลุ่มผู้เฒ่าไร้สัญชาติที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ขอให้กำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับเร่งรัดดำเนินการอย่างจริงจังและเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาด้านสัญชาติให้แก่บุคคลกลุ่มดังกล่าว เพื่อให้ได้รับสิทธิที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมายและนโยบายของรัฐและห้ามมิให้มีการแสวงหาหรือเรียกรับผลประโยชน์หรือสิ่งตอบแทนใด ๆ 

นายอาทู่ เบียงแลกู่ อายุ 72 ปี และนางพิซุง เบียงแลกู่ อายุ 73 ปีคู่สามีภรรยา กล่าวว่าพวกตนอยู่ประเทศไทยมา 45 ปี แต่ยังไม่มีบัตรประชาชน ที่อยากได้เพราะต้องการสิทธิในการรักษาพยาบาล เพราะหากไม่มีบัตรต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง “ไม่รู้หรอกว่าหากได้บัตรประชาชนแล้วจะได้สวัสดิการอะไรบ้าง ไม่รู้ด้วยว่าจะได้รับการรักษาพยาบาลฟรี เพราะไม่เคยป่วย แต่อยากได้บัตรประชาชนไทย เพราะเป็นความภูมิใจในชีวิตที่อยู่บนแผ่นดินไทยมายาวนาน และจะได้นอนตายตาหลับ” พ่อเฒ่าแม่เฒ่าไร้สัญชาติ กล่าว

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ มูลนิธิพชภ. ได้รับการร้องเรียนและติดตามปัญหาของชาวบ้านบนพื้นที่สูงโดยเฉพาะบนดอยแม่สลอง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ซึ่งพบว่ามีผู้เฒ่ากลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ กำลังประสบความยากลำบากในชีวิตเนื่องจากไม่มีบัตรประชาชนแม้ว่าจะอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานาน 40-50 ปี บางส่วนเกิดในไทยแต่ขาดหลักฐานเอกสารยืนยัน บางส่วนไม่ได้เกิดในไทยแต่อยู่มานานจนกลมกลืนกับสังคมไทยแล้ว ทั้งนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พชภ.ได้พาผู้เฒ่าไร้สัญชาติเหล่านี้เดินทางมายื่นคำร้องขอแปลงสัญชาติเป็นไทย แต่พบว่ามีข้อติดขัดหลายประการ โดยเฉพาะกระบวนการที่ซับซ้อน ทำให้เรื่องการแปลงสัญชาติของผู้เฒ่ากลุ่มนี้ยืดเยื้อมานาน อย่างกรณีของบ้านป่าคาสุขใจ อ.แม่ฟ้าหลวง บนดอยแม่สลอง ซึ่งมีคนเฒ่าไร้สัญชาติ ยื่นคำร้องจำนวน 27 ราย ซึ่งมีอายุตั้งแต่อายุ 65-98 ปี แต่กระบวนการที่ล่าช้า ทำให้มีผู้เฒ่าเสียชีวิตไปแล้วในระหว่างรอจำนวน 3-4 ราย

"ไทยไม่ทน” จัดกิจกรรมคาร์ม็อบแรลลี่ ขับไล่นายกรัฐมนตรี ร้องตรวจสอบจรรยาบรรณสื่อบางราย ระบุบ้านเมืองถึงขั้นวิกฤติ ประชาชนตายรายวันเศรษฐกิจพินาศ ชี้!! “ประยุทธ” ต้องลาออกสถานเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 13.00 น.วันนี้ (8 ส.ค.) นายวันเฉลิม กุนเสน เลขาธิการคณะกรรม การประชาชนขับไล่เผด็จการแห่งชาติ เป็นแกนนำนัดหมายกลุ่มคนพัทยารักประชาธิปไตย และคณะไทยไม่ทน รวมตัวกันที่บริเวณหน้าที่ทำการอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ริมถนนสายสุขุมวิทขาเข้า จ.ชลบุรี เพื่อร่วมขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ในรูปแบบ “คาร์ม็อบแรลลี่” ปิดป้ายประกาศ โบกธงและบีบแตรโดยมีวัตถุประสงค์ในการขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นขบวนรถและกลุ่มที่ร่วมเรียกร้องเข้าร่วมกว่า 500 คน อย่างไรก็ตามได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่จากเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง จำนวนกว่า 50 นาย เข้ามาควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของรัฐ

ในการนี้ พ.ต.อ.ศักดิ์ชาย สุวรรณนุกูล ผกก.สภ.บางละมุง ได้อ่านประกาศคำสั่งไม่ให้มีการชุมนุม หรือรวมกลุ่มของผู้คนตามแนวทางของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี ที่ลงนามโดย นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมระบุว่า จ.ชลบุรี ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่เฝ้าระวังที่ห้ามไม่ให้มีการชุมนุม การทำกิจการที่จะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 โดยผู้ฝ่าฝืนจะมีความผิดตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอให้เลิกการชุมชน รวมถึงการจัดกิจกรรมภายใน 30 นาที

โดย นายวันเฉลิม กุนเสน เลขาธิการคณะกรรม การประชาชนขับไล่เผด็จการแห่งชาติ ได้รับฟัง พร้อมกล่าวว่าคณะรัฐบาลชุดนี้มาอย่างไม่ถูกต้อง ดังนั้น พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน จึงเป็นกฎหมายที่ไม่สามารถรับฟังได้และจะไม่ขอปฏิบัติตาม พร้อมกันนี้ได้อ่านแถลงการณ์ว่าการรวมตัวดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศเพื่อโจมตีการบริหารงานของรัฐบาลที่ทำให้บ้านเมืองเกิดวิกฤตอย่างหนัก ทั้งสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้มีประชาชนป่วยตายรายวัน ขณะที่กรณีเรื่องของวัคซีนก็ไม่มีความชัดเจน สิ่งสำคัญคือปัญหาเศรษฐกิจที่ทรุดอย่างหนัก ประชาชนยากไร้ ตกงาน โดยรัฐบาลไร้ศักยภาพในการบริหาร จึงได้ร่วมกับทุกองค์กรจัดกิจกรรมพร้อมกันทั่วประเทศ และจะมีการยกระดับเพิ่มมากขึ้นในหลายภูมิภาค ซึ่งมีจุดหมายเดียวคือ “พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีต้องลาออกจากตำแหน่งทันที

พร้อมกันนี้นายวันเฉลิม ได้ยื่นหนังสือต่อนายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา กรณีที่ให้ตรวจสอบจรรยาบรรณของผู้สื่อข่าวบางราย ที่กระทำหน้าที่และใช้วาจาอย่างไม่เหมาะสมลงในโลกโซเชียลเน๊ตเวิร์ค อีกทั้งยังเข้าร่วมการทำงานกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ซึ่งขัดต่อหลักการทำงานในสายวิชาชีพสื่อสารมวลชน โดยทางนายกสมาคมนักข่าวพัทยา ได้รับเรื่องไว้พร้อมรับปากว่าจะทำการตรวจสอบต่อไป

กองทัพอากาศ สนับสนุนอากาศยานในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

เมื่อวันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม 2564 นาวาอากาศเอก ภูศิษฏ์ ทิมเกิด ผู้บังคับการกองบิน 41 พร้อมด้วยนายสำเริง ไชยแสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมรับมอบผลผลิตมังคุดจำนวน 4 ตัน จากกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์การเกษตร จังหวัดสุราษฎร์ธานี และส่งมอบลำไย จำนวน 4 ตัน จากกลุ่มแปลงใหญ่ลำไยขัวมุง และกลุ่มแปลงใหญ่ลำไยท่ากว้าง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน ตามโครงการแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรมอบให้แก่จังหวัดสุราฏร์ธานี โดยมี นาวาอากาศเอก พุทธพงศ์ ผลชีวิน ผู้บังคับการกองบิน 7 เป็นผู้รับมอบ ณ ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ได้มีการขยายตัวเป็นวงกว้าง และมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประกอบกับราคาผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาดและมีราคาตกต่ำ เนื่องจากไม่สามารถขนส่งไปยังพื้นที่ปลายทางได้ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนผลไม้ และผู้ประกอบการ ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก

กองทัพอากาศ จึงสนับสนุนปฏิบัติภารกิจการเลียงทางอากาศ เพื่อขนส่งผลผลิตทางการเกษตรของจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำมาแลกเปลี่ยนกับผลผลิตทางการเกษตรของจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน เพื่อกระจายและแลกปลี่ยนผลิตผลระหว่างกัน โดยจะทำการลำเลียงแลกเปลี่ยน ระหว่างวันที่ 9-10 สิงหาคม 2564 นี้


ภาพ/ข่าว  นภาพร / เชียงใหม่

เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา เริ่มฉีดวัคซีนชิโนฟาร์มเข็มแรกให้แก่ประชาชน จำนวน 11,800 โดส ตั้งแต่วันที่ 9 -23 สิงหาคม

วันที่ 9 สิงหาคม 2564 นายกลยุทธ ฉายแสง นายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา / นายพงษ์ศักดิ์ ร่มโพธิ์ทอง รองนายกเทศมนตรี / นายบุญทวี สุขรัตน์อมรกุล คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พร้อมเจ้าหน้าที่จากเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา

ลงพื้นที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ฉะเชิงเทรา เพื่อร่วมอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการฉีดวัคซีน ชิโนฟาร์ม เข็มแรกสำหรับประชาชนที่ไม่เคยได้รับวัคซีนโควิด-19 มาก่อน สำหรับวัคซีนชิโนฟาร์มรอบแรกที่เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ได้รับจัดสรรมาจำนวน 5,900 คน หรือ 11,800 โดส จะเริ่มฉีดให้กับประชาชนตั้งแต่วันที่ 9 -23 ส.ค. 64 จำนวนวันละ 600 คน มีการนัดเป็นรอบเวลาเพื่อป้องกันการแออัด และลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด ซึ่งมีประชาชนที่ลงทะเบียนไว้กับเทศบาล ได้เดินทางมาเข้ารับการฉีดวัตซีนตามนัด โดยเทศบาลและโรงพยาบาลได้จัดให้มีจุดคัดกรองเบื้องต้น จุดลงทะเบียน และจุดรอรับการฉีดวัคซีนอย่างเหมาะสมตามมาตรการสาธารณสุข

ภาคีบุคลากรสาธารณสุข รวบรวมรายชื่อบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ที่ไม่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ พร้อมเสนอ 4 ข้อเรียกร้อง #ทวงไฟเซอร์ให้ด่านหน้า หวังให้รัฐจะกระจายวัคซีนอย่างเป็นธรรม

ภายหลังจากมีการเรียกร้องให้จัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับบริจาคจากสหรัฐอเมริกา ให้กับแพทย์บุคลากรด่านหน้าอย่างทั่วถึง แต่กลับพบว่า หลายโรงพยาบาลที่ได้ร้องขอไปกลับได้ไม่เท่ากับจำนวนตามที่ขอ

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก ‘ภาคีบุคลากรสาธารณสุข’ ได้ออกมาเคลื่อนไหว โดยเชิญชวนให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ที่ผ่านเกณฑ์ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ แต่ไม่ได้รับ ร่วมลงชื่อเพื่อส่งเสียง พร้อมเสนอ 4 ข้อเรียกร้อง เพื่อทวงวัคซีนไฟเซอร์ให้ด่านหน้า ข้อความทั้งหมดมีดังนี้

“บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าทุกคนที่คุณสมบัติเข้าเกณฑ์ควรได้รับไฟเซอร์!”

เครือข่ายบุคลาการทางการแพทย์ ขอเชิญบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าผู้ผ่านเกณฑ์ได้รับวัคซีนไฟเซอร์และแสดงเจตจำนงขอรับแล้วแต่ไม่ได้รับร่วมลงชื่อ เพื่อส่งเสียงบอกว่ามีด่านหน้าอีกจำนวนเท่าใดที่ไม่ได้รับวัคซีนที่ควรได้รับ เพื่อช่วยกันส่งข้อมูลการบริหารจัดการวัคซีนที่ไม่เป็นไปตามคำสัญญามารวบรวมไว้อย่างเป็นระบบเพื่อนำไปขับเคลื่อนเชิงนโยบายในอนาคตต่อไป อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกให้ผู้เกี่ยวข้องกับการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ตระหนักถึงพลังของบุคลากรทางการแพทย์

เมื่อวัคซีน mRNA ที่เราเรียกร้องให้เป็นวัคซีนหลักมาถึงแต่กลับมีอุปสรรคมากมายทำให้พวกเราไม่อาจได้รับวัคซีน เช่น หลายโรงพยาบาลจัดสรรโควตาวัคซีนไฟเซอร์ไม่เพียงพอต่อจำนวนบุคลากรผู้ผ่านเกณฑ์ ทำให้ต้องจัดสรรวัคซีนโดยลำดับความเสี่ยงของบุคลากรฯ ด่านหน้าจากมากไปน้อย ทั้งที่ในความเป็นจริงด่านหน้าทุกคนล้วนมีความเสี่ยงไม่ต่างกัน อีกทั้งเกณฑ์ที่ใช้กำหนดยังไม่อาจสอบทานได้, บางโรงพยาบาลยืนยันว่าจะฉีดไฟเซอร์ให้บุคลากรเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้น (booster dose) หลังบุคลากรฯ ได้รับวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) 2 เข็มเท่านั้น ซึ่งเป็นการยึดตามเกณฑ์เก่าไม่ใช่เกณฑ์ปัจจุบัน อีกทั้งยังมีการจัดสรรไฟเซอร์ให้แต่ละจังหวัดอย่างไม่สอดคล้องกับการระบาด ไม่มีข้อกำหนดชัดเจนแจ้งว่า เหตุใดบางจังหวัดจึงได้รับวัคซีนมากกว่าจังหวัดที่มีการระบาดมากกว่า ฯลฯ

ภาวการณ์เหล่านี้บั่นทอนขวัญกำลังใจ และทำลายความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการวัคซีนอย่างมาก เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ จึงมีข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ต่อกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้

1.) จัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ สำหรับเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้น (booster dose), เป็นวัคซีนเข็มแรกและเข็มที่สองสำหรับผู้ไม่เคยฉีด, เป็นวัคซีนเข็มที่สองสำหรับผู้ฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว, อีกทั้งจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า “ทุกคน” ที่ประสงค์จะรับวัคซีน ทั้งนี้หากจำนวนวัคซีนที่จัดสรร 700,000 โดสไม่เพียงพอ เราขอเรียกร้องให้รัฐจัดหาวัคซีน mRNA ให้บุคลากรทางการแพทย์เป็นการเร่งด่วน

2.) เปิดเผยว่ารัฐใช้เกณฑ์ใดในการจัดสรรวัคซีนให้แก่จังหวัดต่าง ๆ และโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อความโปร่งใส เป็นธรรม

3.) เปิดเผยจำนวนวัคซีนไฟเซอร์ที่แต่ละจังหวัดส่งชื่อยื่นขอ และจำนวนที่จัดสรรให้จริงทุกจังหวัด

4.) แจ้งแผนการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ล็อตที่สองซึ่งเตรียมส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ทั้งจำนวน และการกระจายไปยังแต่ละจังหวัด

ทั้งนี้ระหว่างข้อเรียกร้องต่าง ๆ กำลังเดินทางต่อไปถึงรัฐ เราอยากขอเชิญชวนบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับไฟเซอร์แต่ไม่ได้รับ ร่วมกันส่งข้อมูลตามลิ้งค์ https://tinyurl.com/WhereIsOurPfizer หรือ QR code ที่ปรากฎ เพื่อแสดงเจตจำนงและพลังของพวกเราอีกทางหนึ่ง อีกทั้งข้อมูลที่ได้เราจะรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบเพื่อนำไปขับเคลื่อนเชิงนโยบายต่อไป

พวกเราเป็นมนุษย์ พวกเราเหนื่อยได้ เจ็บปวดเป็น และมีโอกาสเสียชีวิตได้ไม่แตกต่างจากคนทั่วไป แต่วันนี้พวกเราแบกรับความเสี่ยง เป็นด่านหน้าให้กับศึกครั้งนี้ เราคาดหวังว่า รัฐจะกระจายวัคซีนให้พวกเราอย่างเป็นธรรม

เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์

9 สิงหาคม 2564


ที่มา : https://www.facebook.com/PHassociationTH/photos/a.108184988193611/125751139770329/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ลำปาง - ครูอัตราจ้างอำเภอแม่เมาะ ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ลำปาง เร่งพิจารณาจัดหาผู้แทนในส่วนภาครัฐ (คพรฟ.)เนื่องจากไม่ได้รับเงินเดือนมากว่า 11 เดือนแล้ว!!

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2564 ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะครูอัตราจ้างอำเภอแม่เมาะ จ.ลำปาง นำโดย น.ส.ปวีณา เนียมประยูร ประธานครูอัตราจ้างอำเภอแม่เมาะ  พร้อมพวกจำนวนกว่า 100 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากรผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เพื่อขอความอนุเคราะห์เร่งพิจารณาจัดหาผู้แทนในส่วนภาครัฐ (คพรฟ.)เนื่องผู้ว่าฯลำปางติดราชการจึงมอบหมายให้ นายจำลักษ์  กันเพ็ชร์ และนายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าฯลำปาง และนางศุกลรัตน์ จันทร์มณี ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง มารับหนังสือแทน

ตามที่ได้รับหนังสือตอบรับการขอติดตามและเร่งรัดการดำเนินการอนุมัติการจัดสรรและสนับสนุนงบประมาณตามโครงการครูอัตราจ้างอำเภอแม่เมาะ ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง จากสำนักงานจังหวัดลำปาง โดยปัจจุบันได้ดำเนินการมาถึงขั้นตอนของการแต่งตั้งคณะกรรมการหรือผู้แทนในส่วนของภาครัฐแล้ว ผลปรากฎว่ามีผู้แทนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ขาดคุณสมบัติ ตามที่ กกพ.ได้กำหนดไว้ จำนวน 2 คน จาก 6 คน ซึ่งอาจจะต้องมีการคัดเลือกจัดหาผู้แทนใหม่อีกครั้ง ซึ่งเกรงว่าจะส่งผลให้เกิดความสาข้าต่อการพิจารณาอนุบัติโครงการดังกล่าวตามขั้นตอนการดำเนินการตามระเบียบที่ กกพ. ได้ตั้งไว้จนสิ้นปีงบประมาณในเดือน ก.ย. 2564 โดยจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของครูอัตราจ้าง จำนวนทั้งสิ้น 52 อัตรา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนที่สังกัดและรอผลอนุมัติโครงการดังกล่าวเพื่อรับค่าตอบแทนที่ล่วงเลยมาเป็นระยะเวลาถึง 10 เดือน

ดังนั้น ในนามตัวแทนของครูอัตราจ้างตามโครงการครูอัตราจ้างอำเภอแม่เมาะ จึงขอความอนุเคราะห์ ได้ดำเนินการเร่งพิจารณาการคัดเลือกจัดหาผู้แทนในส่วนของภาครัฐที่มี คุณสมบัติครบตรงตามเกณฑ์หรือระเบียบตามที่ กกพ. กำหนด เพื่อจะได้เร่งดำเนินการพิจารณาตามขั้นตอน หลักเกณฑ์วิธีการและระเบียบของกองทุนฯ ในการอนุมัติโครงการโดยเร็ว และเพื่อให้ทันต่อการอนุมัติจัดสรรโครงการก่อนสิ้นปีงบประมาณในเดือน ก.ย.2564 นี้

ทางคณะครูอัตราจ้างอำเภอแม่เมาะ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยมายื่นหนังสือเรียกร้องเมื่อเดือน ก.ค. 2564 จำนวน 2 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แต่ยังไม่มีความคืบหน้าและในเดือน ก.ย. 2564 นี้ ก็จะสิ้นปีงบประมาณแล้ว ครูอัตราจ้างจาก 20 โรงเรียน จำนว 52 คน และ สาธารณสุขอีก 36 คนไม่ได้รับเงินมากว่า 11 เดือนแล้ว รวมเงินกว่า 9 ล้านบาท จึงขอความเห็นใจท่านผู้ว่าฯลำปาง ทุกคนต้องกินต้องใช้ มีภาระค่าใช้จ่ายเหมือนกันหมด

ทางด้านนายศรัณยู หลังได้รับหนังสือดังกล่าวรับปาก พร้อมกับรับจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะพากันเดินทางกลับ


ภาพ/ข่าว  วินัย / ลำปาง  รายงาน

 

“ชวน” ยันเดินหน้าประชุมสภาฯ 18-20 ส.ค.ถก งบ 65 เผยขอ ศบค.ผ่อนผันการเดินทางของ ส.ส. แล้ว ปัดตอบยุบสภาหลังงบประมาณผ่าน ชี้ไม่เกี่ยวกับประธานฯ   

ที่รัฐสภา  นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง การเตรียมความพร้อมในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ในวันที่ 18-20 ส.ค.ว่า ขณะนี้ทางสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดทำหนังสือเรียกประชุมไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงทางสภาฯได้จัดทำหนังสือไปยังกระทรวงสาธารณสุข และ ศบค.เพื่อขอผ่อนผันเงื่อนไขการเดินทางของสมาชิกฯตามความเหมาะสม เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ขอยืนยันไม่มีการเลื่อนประชุมแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นหน้าที่ที่สำคัญของสภาฯในการพิจารณาตามที่ทางคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯกำหนดไว้ล่วงหน้าไว้แล้ว

นายชวน ยังกล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่า หากพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯแล้วเสร็จจะมีการยุบสภานั้น ว่า ไม่เกี่ยวข้องกับทางประธานสภาฯ ขณะนี้เป็นเรื่องที่ทางสภาฯ จะต้องเร่งดำเนินการพิจารณางบประมาณฯตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งเป็นเรื่องที่สภาฯต้องรับผิดชอบรื่องนี้ให้แล้วเสร็จภายใน105 วัน

"โฆษกทัพฟ้า" โร่แจง ดราม่า ใช้ เครื่องบิน SAAB 340 ช่วยขนมังคุดใต้  ไม่คุ้มค่า ยันไม่ใช่เพิ่มเที่ยวบิน แต่นำไปพร้อมกับการฝึกบินตามตาราง ย้ำเป็นการได้ประโยชน์ ไม่ปล่อยให้บินไปเสียเที่ยว 

พล.อ.ท.ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ  ชี้แจงกรณี การวิพากษ์วิจารณ์ การนำเครื่องบิน SAAB 340 มาใช้ในภารกิจขนมังคุด สุราษฎร์ธานี ไปแลกกับลำไย ที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน นั้น ไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายในการบิน ซึ่งเป็นการใช้ทรัพย์สินผิดประเภท ว่า ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะ กองทัพอากาศ มีแผนการฝึกของนักบิน ในแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว เพื่อพัฒนากำลังพล ดังนั้น การช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงนี้ ควบคู่ไปกับการฝึกบิน จึงถือเป็นการได้ประโยชน์ ไม่ปล่อยให้บินไปเสียเปล่า ไม่ใช่เป็นการเพิ่มเที่ยวบินเพิ่มเติม  

แม่ทัพภาคที่ 2 มอบทุนการศึกษาให้เด็กไทยคนเก่งที่สอบโรงเรียนเตรียมทหาร ได้ที่ 1 เกือบทั้ง 4 เหล่า​ แต่ขาดทุนทรัพย์

จากเพจ​ 'กองทัพภาคที่​ 2'​ ได้โพสต์เรื่องราวของเด็กไทยคนเก่งที่สอบโรงเรียนเตรียมทหาร ได้ที่ 1 เกือบทั้ง 4 เหล่า​ แต่ขาดทุนทรัพย์ว่า...

#ความจนไม่ใช่อุปสรรคการเรียนอันดับ​ 1 ทบ. ทอ. ทร. อันดับ 8 ตร.

แม่ทัพภาคที่ 2 (ทภ.2)​ หนุนเต็มที่ มอบเงินในการมอบตัวเข้าโรงเรียนเตรียมทหารแก่ 'นายธรากร ทองหนูนุ้ย'​ อายุ 17 ปี หลังกลายเป็นอีกเด็กไทยคนเก่ง​ สามารถสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ได้ที่ 1 เกือบทั้ง 4 เหล่า (ทัพบก​ / ทักอากาศ​ / ทัพเรือ​ / ตำรวจ)​ และตัดสินใจเลือกเหล่า ทบ.​ เพียงแต่สถานะของครอบครัวค่อนข้างลำบาก ไม่มีแม้กระทั่งเงินจะมอบตัว

ธรากร​ เกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2547 เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมปีที่ 4 โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จังหวัดอุบลราชธานี​ อาศัยอยู่ที่ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ บิดาชื่อนาย ประเทือง ทองหนูนุ้ย อายุ 53 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ส่วนมารดาชื่อนางสาวรดาชา ถุงสูงเนิน อายุ 45 ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง

 

 

ปลายปี 2547 บิดามารดาของ​ ธรากร​ ได้ลาออกจากการเป็นพนักงานโรงแรมที่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ และย้ายมาทำอาชีพค้าขายต้นกล้ายางพาราที่จังหวัดศรีสะเกษตั้งแต่อายุได้ 6 เดือน โดยทำการเช่าที่และสร้างที่พักชั่วคราวขึ้นมาเพื่ออยู่อาศัย

โดยในช่วงแรกครอบครัวต้องอาศัยกระท่อมมุงจากเป็นที่พักพิง​ ซึ่งไม่มีความแข็งแรง อาศัยพื้นปูนเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่ที่มีอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาโดนพายุพัดพังเสียหายทั้งหลัง จึงได้ย้ายมาสร้างแห่งใหม่ ช่วงแรกไม่มีพื้นปูนเป็นเพียงพื้นดินอัดแน่นเท่านั้นมีการเทปูนเพิ่มในภายหลัง

ที่พักมีลักษณะเป็นกระท่อมไม่มีเลขที่​ จึงไม่สามารถขอหม้อแปลงไฟฟ้าได้ ต้องอาศัยการต่อมาจากหม้อแปลงของศูนย์ส่งเสริมอาชีพตำบลกระหวัน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ที่อยู่ใกล้ ๆ อีกทั้งอยู่ห่างไกลจากตัวหมู่บ้านทำให้ไม่มีน้ำประปาใช้ต้องอาศัยการกักเก็บน้ำฝนและน้ำจากลำห้วยข้างเคียงเท่านั้น โดยบ้านเลขที่ที่อยู่ในทะเบียนบ้านนั้นเป็นบ้านเช่าที่เจ้าของเดิมได้ขายต่อและรื้อไปนานแล้ว

ต่อมาในช่วงปี 2559 ธุรกิจค้าต้นกล้ายางพาราซบเซาอย่างหนัก และขาดทุนเป็นอย่างมาก ครอบครัวจึงหันมาทำอาชีพขับรถรับจ้างแทน

อย่างไรก็ตาม​ ธรากร​ เป็นเด็กที่มีความมุ่งมั่นและหมั่นเพียร​ในการเล่าเรียน​ และเขาก็ได้มีโอกาสเข้าสอบในโรงเรียนทหาร​ ซึ่งผลปรากฏว่าน้องคนนี้สามารถสอบเข้า โรงเรียนเตรียมทหาร ได้ที่ 1 เกือบทั้ง 4 เหล่า และตัดสินใจเลือกเหล่า ทบ.

อย่างไรก็ตาม​ แม้จะสอบติด​ แต่ด้วยฐานะทางครอบครัวที่ค่อนข้างลำบาก​ ถึงขั้นไม่มีแม้กระทั่งเงินจะมอบตัว ก็ได้มีผู้ใหญ่ใจดียื่นเข้ามาสนับสนุน​ โดย​ พลโท ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม แม่ทัพภาคที่ 2 ได้มอบทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในวันมอบตัวครั้งนี้เรียบร้อย

เป็นแบบอย่างที่ดี ของความพากเพียรพยายาม ถึงแม้จะขาดแคลนทุนทรัพย์

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเด็กไทยคนเก่ง​ ที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองในมองข้าม เพราะนี่คือบุคลากรที่เป็นแบบอย่างของความพากเพียรพยายาม ถึงแม้จะขาดแคลนทุนทรัพย์ ควรค่าแก่การผลักดันเป็นความหวังของประเทศชาติต่อไป


ที่มา : https://www.facebook.com/351479558314181/posts/3939033919558709/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top