Tuesday, 23 June 2026
TheStatesTimes

กองทัพอากาศจัดเครื่องบินรับคณะโค้ชและนักกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทยและจัดพิธีประดับเครื่องหมายยศ “เรืออากาศตรี” ให้แก่ น้องเทนนิส 

พลอากาศเอก แอร์บูล  สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศเรืออากาศตรี ให้แก่ ว่าที่เรืออากาศตรีหญิง พาณิภัค  วงศ์พัฒนกิจ หรือน้องเทนนิส นักกีฬาเทควันโดหญิง ทีมชาติไทยสังกัดกองทัพอากาศ โดยมี พลอากาศเอก สุรพล  พุทธมนต์ รองผู้บัญชาการทหารอากาศในฐานะประธานกรรมการกีฬากองทัพอากาศและพลอากาศตรี อาณัติ  เดชพร เจ้ากรมสวัสดิการทหารอากาศในฐานะผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด เข้าร่วมพิธี เพื่อเป็นเกียรติและขวัญกำลังใจแก่น้องเทนนิส ที่ได้รับรางวัลเหรียญทองเทควันโดจากการเข้าร่วมแข่งขันกีฬากีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ ๓๒ 

โดยเช้าวันนี้ กองทัพอากาศได้จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 16 (ATR) รับคณะโค๊ชและนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย ตามที่ได้รับการประสานจากการกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อเดินทางออกจากภูเก็ตกลับกรุงเทพมหานคร เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 ) ส่งผลให้สายการบินพาณิชย์งดทำการบินรับส่งผู้โดยสารเข้าหรือออกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

ในโอกาสนี้ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับ ว่าที่เรืออากาศตรีหญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ หรือน้องเทนนิสในโอกาสได้รับการประดับยศเรืออากาศตรี และกล่าวชื่นชมในความสำเร็จของน้องเทนนิส ที่ได้รับเหรียญทองครั้งประวัติศาสตร์ ในกีฬาเทควันโดหญิง รุ่น 49 กิโลกรัม เหรียญแรกของประเทศไทย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 ณ ประเทศญี่ปุ่น นับเป็นการสร้างชื่อเสียง รวมถึงเกียรติประวัติให้แก่ครอบครัว ประเทศชาติ และกองทัพอากาศเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งได้มอบเงินรางวัลจากกองทัพอากาศให้แก่น้องเทนนิส

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้กล่าวให้โอวาทความตอนหนึ่งว่า “การได้รับพระราชทานยศเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรนั้น สิ่งสำคัญที่จะต้องยึดถือ คือ ความสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ ตั้งมั่นอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต มีความเสียสละ ในขณะเดียวกัน ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น เพื่อเสริมสร้างกองทัพอากาศ และประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ามั่นคงสืบไป”

จีนสั่งอพยพประชากรกว่า 80,000 คนหนีน้ำท่วมฉับพลันในมณฑลเสฉวน หลังฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงระหว่างวันศุกร์ (6 ส.ค.) จนถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 ส.ค.) ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญเพิ่มสูงขึ้นจนถึงขีดอันตราย

สำนักข่าว China News Service ของจีนรายงานว่า อ่างเก็บน้ำแห่งหนึ่งในเมืองต้าโจว (Dazhou) มีปริมาณน้ำเกินระดับสูงสุด (flood limit) ไปแล้วถึง 2.2 เมตร และขณะนี้มีประชาชนมากกว่า 440,000 คน ใน 6 เมืองของมณฑลเสฉวนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย

สถานีโทรทัศน์ CCTV รายงานเมื่อวันเสาร์ (7 ส.ค.) ว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักได้สร้างความสูญเสียในเชิงเศรษฐกิจต่อมณฑลเสฉวนไปแล้วประมาณ 250 ล้านหยวน โดยพบว่ามีบ้านเรือนถูกน้ำซัดทำลายไป 45 หลัง และอีก 118 หลังเสียหายหนัก

จีนมักจะเผชิญฝนตกหนักเป็นประจำทุกปีในช่วงหน้าร้อน แต่มีคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญว่ารัฐบาลจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในเมืองต่าง ๆ ให้สามารถทนต่อสภาพอากาศเลวร้ายสุดขั้ว ซึ่งนับวันจะยิ่งเกิดบ่อยขึ้น

เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาของจีนระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นมีส่วนกระตุ้นให้ทั่วโลกมีปริมาณฝนเพิ่ม และคาดว่าจีนจะได้รับผลกระทบหนักหน่วงขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันในหลาย ๆ เมืองทั่วโลกที่เกิดขึ้นบ่อยนั้น ส่วนหนึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ถึงความล้มเหลวในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในโลกอาจทำให้สภาพอากาศสุดขั้ว อาทิ ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำและทวีความรุนแรงขึ้น

อย่างกรณีของจีนเอง แม้ว่าช่วงเวลานั้นจะเป็นช่วงที่ต้องเจอฝนตกหนักอยู่แล้ว แต่สภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather) แบบนี้มีแนวโน้มว่าจะเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติของโลก อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

แต่ปัญหา คือ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องปกติในการดำเนินชีวิตของมนุษยชาติต่อจากนี้ไปนี่น่ะสิ!!

และนี่อาจจะเป็นมหันตภัยอีกระลอกใหญ่ ต่อจากโรคระบาด ที่สุดท้ายมนุษย์ก็ลืมคาด และไม่เคยวาดภาพไว้ว่ามันจะมาถึงในเร็ววัน จนรับมือไม่ทันอีกรึเปล่า?


ที่มา : https://mgronline.com/around/detail/9640000077973

https://www.posttoday.com/world/628939


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ส.ส. ก้าวไกลยอมรับสับสน รัฐรุนแรงแต่ยัดเยียดข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจรให้ผู้ชุมนุม รุดใช้ตำแหน่งประกันตัว ม็อบ 7 สิงหาคม

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 ที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก ส.ส. พรรคก้าวไกล ประกอบไปด้วย สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม, ทองแดง เบญจะปัก ส.ส. สมุทรสาคร, เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, และธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมใช้ตำแหน่ง ส.ส.ยื่นประกันตัวสมาชิกกลุ่ม WEVO จำนวน 8 ราย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกควบคุมตัวที่บ้านพัก 2 ราย และที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว 6 ราย ก่อนหน้าการชุมนุมวันที่ 7 สิงหาคม 2564 โดยไม่มีการแสดงหมายค้น หมายจับ หรือแจ้งข้อหาในระหว่างการควบคุมตัวทั้งสองกรณี

ต่อมา พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาสมาชิกกลุ่ม WEVO ทั้ง 8 ราย (โดยมีเยาวชน 1 ราย) ว่ากระทำความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 และ 210 ก่อนจะนำตัวมาขออำนาจศาลฝากขังในวันนี้

ธัญวัจน์ ระบุว่า เมื่อพิจารณาจากข้อหาแล้ว ตนสับสนว่าวันนี้การเรียกร้อง การชุมนุมที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน กลายเป็นความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร การก่อความวุ่นวายไปได้อย่างไร ผู้ติดตามเหตุการณ์ต่างทราบดีว่าความรุนแรงล้วนเริ่มมาจากการใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง จากฝ่ายรัฐ ไม่ใช่การชุมนุมตามสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

“การใช้อำนาจรัฐโดยไม่คำนึงถึงสิทธิและเสียงของประชาชนจะนำพาประเทศสู่ทางตัน และการกระทำแบบนี้จะยิ่งสร้างความโกรธเกรี้ยวให้กับประชาชน ซึ่งในวันนี้เรามีประชาชนจำนวนมากได้ “ตื่น” และมองสังคมไทยเปลี่ยนไปจากเดิม” ธัญวัจน์กล่าว

ด้านสุทธวรรณ ระบุว่าจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ว่าการจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้แสดงหมายจับหรือหมายค้น โดยอ้างว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า อีกทั้งยังมีการนำตัวไปควบคุมไว้ที่ บก.ตชด.ภาค 1 ทำให้ญาติและทนายติดตามไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งอันที่จริงแล้วไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ถูกจับกุมไปไว้ที่ บก.ตชด.ภาค 1 นี่เป็นการกระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำแล้ว และทำกันจนชิน

นอกจากนั้น การสลายการชุมนุมยังไม่เป็นไปตามหลักสากล ต้องใช้กำลังเท่าที่จำเป็น แต่ตำรวจกลับเล็งปืนที่บรรจุกระสุนยางไปยังผู้ชุมนุมโดยตรง ยิงปืนอย่างพร่ำเพรื่อ ยิงจากที่สูง ตั้งใจยิงใส่ตัวบุคคล เป็นการกระทำที่น่าละอายในฐานะที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

“การใช้กำลังในวันนั้นเป็นการใช้กำลังที่ไม่ได้สัดส่วนกับการกระทำของผู้ชุมนุม เราขอประณามเจ้าหน้าที่ที่มาสลายการชุมนุมที่กระทำไปด้วยความสะใจ มีคลิปวิดีโอจากประชาชนหลายรายที่บันทึกไว้ แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหันมาเยาะเย้ยและแสดงท่าทีสะใจกับการกระทำของตนเอง ซึ่งไม่เพียงแค่ไม่เหมาะสมกับการเป็นตำรวจ แต่ไม่เหมาะสมกับการเป็นคนเลยด้วยซ้ำ” สุทธวรรณกล่าว

นอกจากนี้ในวันเดียวกัน ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี มีณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมทั้ง ส.ส.เบญจา และทองแดง ซึ่งเดินทางตามมาสมทบจากศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร่วมกันกับอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวผู้ชุมนุมและแกนนำกลุ่มราษฎรรวม 9 ราย จากเหตุการชุมนุมเพื่อเรียกร้องปล่อยตัวผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้า ที่หน้าตชด.ภาค 1 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

กนอ. เผยภาพรวมการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม 9 เดือน ปีงบประมาณ 64 พุ่งกว่า 130,000 ล้านบาท โตก้าวกระโดด 138% อีอีซียังเนื้อหอม หลังพบทุนจีน - ญี่ปุ่นแห่ย้ายฐานการผลิตซบไทยอย่างต่อเนื่อง

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนของปีงบประมาณ 2564 (ต.ค.63-มิ.ย.64) มีการชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศชั่วคราว โดยในภาพรวมของนิคมอุตสาหกรรม มียอดขาย/เช่าพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม ประมาณ 927.09 ไร่ ประกอบด้วยยอดการขาย/เช่าในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จำนวน 747.99 ไร่ และนอกพื้นที่อีอีซี จำนวน 179.10 ไร่ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 49.59 (ปี 2563 ยอดขาย/เช่า ช่วง 9 เดือน อยู่ที่ 1,838.96 ไร่) เนื่องจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังคงเลื่อนออกไปจากมาตรการจำกัดการเดินทาง

ขณะที่มูลค่าการลงทุนรวมช่วง 9 เดือนปี 2564 คิดเป็นมูลค่า 130,289.44 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 เป็นจำนวนร้อยละ 138.27 (มูลค่าการลงทุนปี 2563 อยู่ที่ 54,681.37 ล้านบาท) จากการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นของฐานลูกค้าเดิมในนิคมอุตสาหกรรมที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้กระบวนการผลิต สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็นกลไกขับเคลื่อนการลงทุน ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องยนต์ เครื่องจักรและอะไหล่

โดยกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่นักลงทุนสนใจเข้ามาลงทุน ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง ร้อยละ 13.77 อุตสาหกรรมเหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ ร้อยละ 10.83 อุตสาหกรรมยาง พลาสติก และหนังเทียม ร้อยละ 7.80 อุตสาหกรรมเครื่องยนต์ เครื่องจักร และอะไหล่ ร้อยละ 7.01 และอุตสาหกรรมปุ๋ย สี และเคมีภัณฑ์ ร้อยละ 6.05 โดยนักลงทุนจากประเทศจีนให้ความสนใจมาลงทุนมากเป็นอันดับหนึ่ง ร้อยละ 15.15 รองลงมา คือ นักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ร้อยละ 12.12 และสิงคโปร์ เกาหลี และสหรัฐอเมริกา ร้อยละ 9.09

“ปัจจุบันมีนักลงทุนแสดงความสนใจที่จะซื้อ/เช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจด้านโลจิสติกส์และคลังสินค้า (Warehouse) ที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น เนื่องจากได้รับอานิสงค์เชิงบวกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดต่อเนื่อง ผนวกกับกระแสการย้ายการลงทุนออกจากประเทศจีนของกลุ่มนักลงทุนชาวจีน ญี่ปุ่น และอเมริกามายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น และประเทศไทยยังมีศักยภาพและความแข็งแกร่งในการรองรับการลงทุนเพื่อเป็นฐานและศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค

รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศที่มีต่อการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมทุกนิคมฯ ทั้งนิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ. ดำเนินการเอง และนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี โดยเชื่อว่าในช่วงปลายปี 2564 การลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมจะดีขึ้น หลังคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะควบคุมการระบาดระลอก 3 ได้ในระดับหนึ่งจากการจัดหาและกระจายวัคซีนป้องกัน COVID-19 และสร้างระดับภูมิคุ้มกันหมู่ได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ซึ่งจะช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวขึ้นได้” นายวีริศฯ กล่าว

สำหรับการลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสะสมสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2564 มีจำนวนประมาณ 178,891 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ที่นิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ.ดำเนินการเอง ประมาณ 37,724 ไร่ และเป็นนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน ประมาณ 141,167 ไร่ เป็นพื้นที่ขาย/ให้เช่า ประมาณ 118,667 ไร่ /เป็นพื้นที่ขาย/ให้เช่าแล้ว ประมาณ 90,972 ไร่ จึงยังคงมีพื้นที่คงเหลือสำหรับขาย/ให้เช่าอีกประมาณ 27,695 ไร่ มีมูลค่าการลงทุนสะสม ประมาณ 4.70 ล้านล้านบาท มีโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 4,944 โรง และมีการจ้างงานรวมทั้งสิ้นประมาณ 815,942 คน

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พบว่า ปัจจุบันมีบริษัทจำนวนมากย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าตั้งแต่กลางปี 2561 จนถึงปัจจุบันมีนักลงทุนมาลงทุนในไทยแล้วกว่า 230 โครงการ เงินลงทุนรวม 1.2 แสนล้านบาท ขณะที่ยังมีกลุ่มที่ตัดสินใจขยายการลงทุนในไทย เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามด้านซัพพลายเชน ซึ่งไทยถือเป็นประเทศที่มีพื้นฐานของระบบซัพพลายเชนที่ดีในระดับหนึ่ง อีกทั้งมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการตั้งฐานธุรกิจในระยะยาว


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'นายกเทศมนตรี เมืองแพรกษาใหม่'​ ร่วม 'หมู่บ้านพฤกษา 15'​ แจกน้ำขิง 4,000 ขวด ฝ่าวิกฤต Covid-19

นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ ลงพื้นที่ภายในชุมชนหมู่บ้านพฤกษา 15 นำคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ โดยประสานความร่วมมือกับทางคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านพฤกษา 15 โดยนางกัญญดากร เรืองฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท BR 2020 ProPerTy

โดยการใช้ความรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านนำขิงสดซึ่งเป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้าน นำมาต้มเป็นน้ำสมุนไพร นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในชุมชนหมู่บ้านพฤกษา 15 เพื่อเป็นการป้องกันและยับยั้งการติดเชื้อโรคโควิด19 ซึ่งในวันนี้ทางเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ร่วมกับคณะกรรมการนิติบุคคลจัดเตรียมน้ำขิง จำนวน 4,000 ขวด พร้อมแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในชุมชน โดยมีการจัดระเบียบตามมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณะสุขอย่างเคร่งครัด

ด้าน นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 ทางเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ได้ให้ความสำคัญและได้ลงพื้นที่ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่มีทั้งผู้ที่ติดเชื้อโควิด19 อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ก็ได้ร่วมกับทางคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านพฤกษา 15 ได้ต้มน้ำขิงซึ่งเป็นน้ำสมุนไพร นำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนในชุมชน 

อีกทั้ง ทางเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ได้ดำเนินการทำมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้มีการรวมกลุ่มของทางชุมชนต่างๆ ในเขตพื้นที่ โดยการนำสมุนไพรใช้รักษาควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษา และการป้องกันยับยั้งโรคโควิด19 ได้ในระดับหนึ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดในปัจจุบัน

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

ตราด - ทหารเรือในทุกพื้นที่ของท้องทะเลอ่าวไทยและอันดามัน ยังคงห่วงใยพี่น้องประชาชน ภายใต้สถานการณ์ Covid -19 เร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน

เมื่อ 8 ส.ค. 64 หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ทัพเรือภาคที่ 1 โดยหมู่เรือลาดตระเวนชายแดนส่วนที่ 1 (มชด./1) ส่งเรือ ต.237 ออกลาดตระเวนในพื้นที่เกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด พร้อมทั้งจัด จนท.พยาบาลทหารเรือกับยาและเวชภัณฑ์ จำนวนหนึ่ง ตั้งโต๊ะข้างเรือ บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวใหญ่ เกาะกูด ให้บริการตรวจรักษาเบื้องต้นและให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่เกาะกูด อีกทั้งยังแจกจ่ายยา อาธิ ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาแก้ไอ เป็นต้น ให้แก่ประชาชนอีกด้วย

นอกจากนี้ ในระหว่างลาดตระเวนมีการตรวจเยี่ยมเรือประมง เอกชัย กลางทะเล ทางเรือได้สอบถามข้อมูลและมอบยาเวชภัณฑ์ พร้อมกับหน้ากากอนามัย ให้กับเรือประมงลำดังกล่าว เพื่อใช้ในการป้องกันตัวเองจากการแพร่ระบาดของเชื้อ Covid -19 ด้วยเช่นกัน

ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ตอบสนองนโยบายของ กองทัพเรือ และ แนวทางของ พล.ร.ท.โกวิท อินทร์พรหม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ที่มอบให้ น.อ.เกียรติกูล สุวรรณ รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1/ผู้บังคับหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน(ผบ.มชด.) กำกับให้เรือใน มชด. เมื่อออกทำการลาดตระเวน ให้เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง และยังคงให้เรือใน มชด./1 เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือ ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อ covid -19 ทางทะเล ตามเกาะต่าง ๆ ในพื้นที่ จว.ตราด ให้ได้ทันที ตลอด 24 ชม. เมื่อมีการร้องขอ


ภาพ/ข่าว  เรือ ต.237-กองกิจการพลเรือนทัพเรือภาคที่ 1

นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

สตูล - เหล่ากาชาดสตูล ส่งมอบชุดธารน้ำใจ กู้ชีวิตฝ่าวิกฤตโควิด 100 ชุด และฟ้าทะลายโจรจำนวน 3,000 แคปซูล พร้อมของใช้จำเป็น เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล

วันนี้ 9 สิงหาคม 2564 ณ ท่าเรือ อาคีร่า คาร์โก้ ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล สมทบ “ชุดธารน้ำใจ กู้ชีวิตฝ่าวิกฤต COVID-19” จำนวน 100 ชุด น้ำดื่ม จำนวน 100 แพ็ค ฟ้าทะลายโจรจำนวน 3,000 แคปซูล ชุดหน้ากากอนามัย สบู่ แชมพู เจลแอลกอฮอล์จำนวน 33 ชุด สเปรย์กันยุง จำนวน 15 ขวด มุ้ง จำนวน 10 หลัง ผ้าห่ม จำนวน 10 ผืน พร้อมกันนี้ นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลสนับสนุนชุดเครื่องนอนและพัดลมจำนวนหนึ่งด้วย.เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชน ผู้กักตนเองอยู่ในบ้านพัก หรือผู้กักกันในสถานกักกันโรคท้องที่ (LQ) ในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล

ทั้งนี้ หากประชาชนผู้กักตนเองอยู่ในบ้านพัก (HQ) ประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอ ถูกเลิกจ้างงาน หรือไม่มีรายได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจาก โรค COVID-19 มีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนชุดธารน้ำใจฯ หรือความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ สามารถแจ้งทีมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่ เพื่อพิจารณาคัดกรอง และร้องขอรับความช่วยเหลือผ่าน แอปพลิเคชัน “พ้นภัย” และหากเป็นประชาชนกลุ่มเปราะบางผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ทุพพลภาพ ผู้ป่วยติดเตียง ที่ประสบความเดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ผ่านหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 /ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ/ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล หมายเลขโทรศัพท์ 074 711 998, 093 583 7496 หรือ Facebook page “เหล่ากาชาดจังหวัดสตูล”

นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า สำหรับพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ ภายในวันอาทิตย์นี้ (7 ส.ค.64) จะทยอยนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งทั้งหมด และงดการท่องเที่ยว หยุดการเดินเรือ และงดการเดินทางเข้าออกเกาะหลีเป๊ะ เป็นเวลา 28 วัน (วันที่ 9 ส.ค.- 5 ก.ย.64) ส่วนเรือขนส่งสินค้าอุปโภค - บริโภค ยารักษาโรคเวชภัณฑ์ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน เรือขนส่งขยะ จะมีพนักงานคัดกรอง ส่วนพื้นที่มีที่การแพร่ระบาดบนเกาะหลีเป๊ะทางจังหวัดสตูลมีมาตรการล็อคดาวน์เดินทางเข้าออก 14 วัน และพื้นที่อื่น ๆ ประกาศเคอร์ฟิว ตั้งแต่เวลา 21:00 น ถึง 04:00 น. ขอความร่วมมือให้อยู่กับบ้าน ออกนอกพื้นที่เฉพาะมีเหตุจำเป็น เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ


ภาพ/ข่าว  นิตยา แสงมณี / ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล

สุโขทัย - อบจ.สุโขทัย ร่วมส่งเสริมอุปกรณ์ด่านหน้าชุด Rapid Test และชุด PPE ให้สาธารณสุขสุโขทัย หวังเร่งแยกกลุ่มที่ติดเชื้อออกจากชุมชนให้ได้เร็วที่สุด

วันนี้ 9 สิงหาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายมนู พุกประเสริฐ นายก อบจ.สุโขทัย พร้อมด้วย นายเขตพงศ์ กุลนาถศิริ รองนายก อบจ.สุโขทัย ผู้บริหารและบุคลากรในสังกัด อบจ.สุโขทัย ลงพื้นที่มอบชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบเร็ว (Rapid Antigen Test) จำนวน 2,000 ชุด และชุด PPE 1,000 ชุด ให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 โดยใช้ชุดตรวจในขั้นต้นเพื่อคัดกรองแยกกลุ่มที่ติดเชื้อ ออกจากชุมชนให้ได้เร็วที่สุด เพื่อให้การทำงานในการรักษาและแยกกลุ่มให้เร็วขึ้นทันท่วงที ยับยั้งการแพร่กระจายผู้ติดเชื้อ มีนายแพทย์ปองพล วรปาณิ นายแพย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย พร้อมแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย เป็นตัวแทนรับมอบ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย

นอกจากนี้ นายกมนู พุกประเสริฐ นายก อบจ.และอบจ.สุโขทัย ยังให้การสนับสนุนชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 และชุด PPE แก่บุคลากรด่านหน้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีส่วนสำคัญในการป้องกันและบรรเทาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัดสุโขทัย เพื่อออกปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพอีกด้วย

นายแพทย์ปองพล วรปาณิ นายแพย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่าทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย จะได้มีการจัดสรร ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบเร็ว (Rapid Antigen Test)และชุด PPE ไปยังหน่วยงานสาธารณสุขและโรงพยาบาลในสังกัด 9 อำเภอ ในจังหวัดสุโขทัยต่อไป 


ภาพ/ข่าว  สุริยา ด้วงมา จ.สุโขทัย

พิจิตร - คุณพระช่วย! พระครูยังวัดสามง่าม ยกสำนักปฏิบัติธรรมสถานที่สุดหรูให้เป็นโรงพยาบาลสนาม

นายกอบจ.พิจิตร ร่วมสนับสนุนช่วยเหลือบวรร่วมใจ บ้าน วัด ราชการ  รวมพลังต้านโควิดที่กำลังแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดพิจิตร อีกทั้งมีผู้ป่วยที่อยู่กรุงเทพฯและปริมณฑลแห่ขอกลับบ้านหาที่พักรักษาตัว ล่าสุด พระครูพินิตปัญโญภาส “พระครูยัง” เจ้าอาวาสวัดสามง่าม ยอมสละสำนักปฏิบัติธรรมที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่เอี่ยมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ให้นายอำเภอจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม 100 เตียง 

วันที่ 9 สิงหาคม 2564  พ.ต.อ. กฤษฎา  ภัทรประสิทธิ์  นายก อบจ.พิจิตร ลงพื้นที่ไปที่สำนักปฏิบัติธรรมวัดสามง่าม อ.สามง่าม โดยได้นำสิ่งของและเตียงสนามจำนวน 50 เตียง ไปมอบให้กับ นายสุภโชค ศิลปคุณ / นายอำเภอสามง่าม ที่กำลังจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 3 โดยใช้สำนักปฏิบัติธรรม ซึ่งจัดสร้างขึ้นโดย พระครูพินิตปัญโญภาส “พระครูยัง” เจ้าอาวาสวัดสามง่าม ที่มีวัตถุประสงค์จะใช้คารสถานที่แห่งนี้เป็นที่ปฏิบัติธรรมสอนวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งสร้างอยู่บนพื้นที่ 11 ไร่  มีอาคารและภูมิทัศน์ที่สวยงามมีพระประธานองค์ใหญ่ มีศาลาปฏิบัติธรรม มีอาคารที่เป็นที่พักของญาติโยมอีก 30 หลัง (ซึ่งจะยกให้ใช้เป็นอาคารที่พักของบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน) รวมมูลค่าสิ่งปลูกสร้างมากกว่า 50 ล้านบาท

โดย “พระครูยัง” เจ้าอาวาสวัดสามง่าม ที่เป็นพระนักปฏิบัติสละกิเลสไม่ยึดติดกับวัตถุเพราะของทุกสิ่งในวัดที่มีและได้มาล้วนเป็นสิ่งของที่ได้มาจากเงินบริจาคของญาติโยมทั้งสิ้นในเมื่อช่วงนี้บ้านเมืองวิกฤตญาติโยมมีภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดท่าน จึงยินดี ยินยอมยกสละอาคารสถานที่แห่งนี้ให้เป็นโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 3  ของอำเภอสามง่ามเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ใช้เป็นจุดพักคอยหรือที่พักรักษาตัวของผู้ที่ติดเชื้อโควิดกลุ่มสีเขียว ซึ่งนับได้ว่าเป็นโรงพยาบาลสนามที่สวยหรูที่สุดในจังหวัดพิจิตรก็ว่าได้ เนื่องจากภายในอาคารศาลาการเปรียญมีพระประธานให้ผู้ป่วยได้กราบไหว้เข้าถึงรสพระธรรม ภายในอาคารสูงโปร่งโล่งสบายประดับประดาอย่างสวยงามเนื่องจากตั้งอยู่ริมถนนแวดล้อมไปด้วยทุ่งนา ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกก็มีห้องน้ำ / ห้องสุขา จำนวนมากกว่า 20 ห้อง อีกด้วย

ในส่วนของ นายสุภโชค ศิลปคุณ นายอำเภอสามง่าม กล่าวว่า ขณะนี้ อ.สามง่ามมีโรงพยาบาลสนาม รวม 3 แห่ง มีจำนวน 200 เตียง ซึ่งมั่นใจว่าจะพอเพียงแก่การให้บริการประชาชน อีกทั้งยังมีศูนย์พักคอยตามตำบลต่าง ๆ รองรับอีกหลายแห่งอีกด้วย

สำหรับสถานการณ์ภาพรวมจังหวัดพิจิตรเมื่อวานที่ผ่านมา (8 ส.ค.64) มีรายงานพบผู้ติดเชื้อ70 ราย มีผู้ป่วยสะสม (ระลอกเมษายน 64)รวม 1,958 ราย มีผู้รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 973 ราย 


ภาพ/ข่าว  สิทธิพจน์  พิจิตร

ตำรวจสภ.กาฬสินธุ์ จับหนุ่มวัย 24 ปี ขายยา ‘ทรามาดอล’ ให้กลุ่มวัยรุ่น พบสั่งซื้อทางออนไลน์

ตำรวจสภ.เขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซ้อนแผนจับหนุ่มวัย 24 ปี พร้อมของกลางยาแก้ปวดทรามาดอล หรือยาเขียวเหลือง โดยในกลุ่มวัยรุ่นเรียก “ยาเสียสาว” จำนวน 110 เม็ด หลังสั่งซื้อทางออนไลน์มาขายให้กับกลุ่มนักเรียนหญิง นำมาผสมน้ำอัดลมดื่มช็อคล้มทั้งยืนเกือบเสียชีวิต พร้อมออกขอความร่วมมือร้านขายยาในพื้นที่ห้ามจำหน่ายให้กับวัยรุ่น ขณะที่พ่อเด็กหญิงวัย 14 ปี ขอให้ลูกสาวเป็นกรณีตัวอย่าง

จากกรณีพ่อวัย 36 ปี ชาวอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ โพสต์เตือนภัยเกือบสูญเสียลูกสาว หลังทานยาแก้ปวด ทรามาดอล หรือยาเขียวเหลือง โดยในกลุ่มวัยรุ่นเรียก “ยาเสียสาว” มาผสมน้ำอัดลมดื่ม ก่อนมีอาการเคลิ้มช็อคล้มทั้งยืนเกือบเสียชีวิตโชคดีแพทย์รักษาได้ทัน

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 9 สิงหาคม 2564 ที่สภ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.กันตพัฒน์  ภาคธรรม ผกก.สภ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าว ทางตำรวจสภ.เขาวงได้ทราบเรื่องจากของผู้ปกครองที่โพสต์เรื่องราวของลูกสาวตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 5 สิงหาคม 2564 แล้ว จากนั้นวันที่ 6 สิงหาคม 2564 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.เขาวง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเขาวง และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จับกุมตัวนายธีรุตม์  อุทโท อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ที่ 2 ต.คุ้มใหม่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ หลังจากเจ้าหน้าที่ขยายผลจากกลุ่มเด็กนักเรียนพบว่าได้ซื้อยา ยาทรามาดอล มาจากนายธีรุตม์ 

โดยเจ้าหน้าที่ได้วางแผนติดต่อซื้อยาทรามาดอลทางเฟสบุ๊ค จำนวน  20  เม็ด เป็นเงิน  140  บาท จากนายธีรุตม์ กระทั่งได้นัดให้มารับยาที่สั่งซื้อ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวได้ที่ร้านตัดผมแห่งหนึ่งใน ต.กุดสิมคุ้มใหม่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ พร้อมของกลางยาทรามาดอลที่ล่อซื้อ 20 เม็ด และจากการตรวจค้นในร่างกายอีก 90 เม็ด รวมเป็น 110 เม็ด จึงนำตัวมาสอบสวน

พ.ต.อ.กันตพัฒน์กล่าวอีกว่า จากการสอบถามเบื้องต้น นายธีรุตม์  ยอมรับว่าได้นำยาทรามาดอลขายให้กับกลุ่มวัยรุ่นนักเรียนหญิงจริง โดยสั่งซื้อทางออนไลน์ และส่งมาทางพัสดุจากนอกพื้นที่ ก่อนจะนำมาขายให้กับกลุ่มวัยรุ่น  โดยในพื้นที่ อ.เขาวง เจ้าหน้าที่เพิ่งพบเป็นเคสแรก ซึ่งจะทำการขยายผลไปยังแหล่งที่มาของยา  ส่วนนายธีรุตม์ได้นำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา "ขายซึ่งยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต (ความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510)

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.กันตพัฒน์ ภาคธรรม ผกก.สภ.เขาวง พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ ฝ่ายปกครอง และสาธารณสุข ยังได้ออกรณรงค์กับร้านจำหน่ายยาในพื้นที่ อ.เขาวง เพื่อขอความร่วมมือห้ามจำหน่ายยาดังกล่าวให้กับวัยรุ่น และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งร้านขายยาทุกแห่งต่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี พร้อมทั้งฝากเตือนกลุ่มวัยรุ่นที่อยากลองอาจจะเสี่ยงเกิดอันตรายถึงชีวิต และฝากเตือนไปยังผู้ที่ลักลอบขายหากถูกจับได้จะต้องถูกดำเนินคดีโทษหนักจำคุก 5 ปี และปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท

ขณะที่อาการของเด็กหญิงวัย 14 ปี ล่าสุดแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามอาการกับนายปรีดา ศรีวรขันธุ์  36 ปี ผู้เป็นพ่อ ทราบว่า ลูกสาววัย14 ปี ซึ่งได้ออกจากโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา และมารักษาตัวต่อที่บ้าน ซึ่งล่าสุดลูกสาวมีอาการดีขึ้นตามลำดับแต่ยังรับประทานยาฆ่าเชื้ออยู่ ในส่วนของด้านสภาพจิตใจคงต้องใช้เวลารักษาสักระยะเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบกระเทือนจิตใจของเด็กและครอบครัวมากตน เพราะเกือบเอาชีวิตไม่รอดด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อยากลอง แต่ก็อยากฝากเตือนภัย และอยากฝากถึงผู้ปกครองช่วยกันสอดส่องพฤติกรรมบุตรหลาน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใครอีก ให้กรณีของลูกสาวตนเป็นเคสสุดท้าย


ภาพ/ข่าว  ณัฐพงษ์ ประชากูล จ.กาฬสินธุ์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top