Monday, 22 June 2026
TheStatesTimes

พังงา – ด่วน !! ใช้รถทหารรับผู้ป่วยโควิดจากคลัสเตอร์ใหม่กลุ่มค้าสะตอบ้านบางคลี พบผู้ป่วยแล้วกว่า 40 ราย ยอดรวมจังหวัดทะลุ 500 ราย ผู้ว่าสั่งปิดหมู่บ้านทันที

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านบางคลี ม.8 ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอท้ายเหมือง นำรถขนส่งทางทหารเข้ารับผู้ป่วยยืนยัน 20 รายในพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดคลัสเตอร์ใหม่ของจังหวัดพังงาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า ซึ่งมีผู้ป่วยบางรายที่เป็นเด็กน้อยที่ต้องขึ้นรถไปกับคุณแม่ และบางครอบครัวต้องขึ้นรถไปรักษาตัวทั้งบ้าน ขณะคนที่ผลตรวจไม่พบเชื้อต้องกักตัวเองที่บ้าน และบางส่วนต้องเข้ากักตัวที่สถานที่กักตัวของอำเภอท้ายเหมือง สำหรับผู้ป่วยในคลัสเตอร์บ้านบางคลีพบผู้ป่วยครั้งแรกในวันที่ 22 กรกฎาคม จำนวน 3 รายและล่าสุดพบผู้ป่วยแล้วรวมกว่ า40 ราย ซึ่งมีผู้ป่วยชุดแรกได้ปกปิดข้อมูลทำให้บุคลากรทางการแพทย์ ในคลินิกเอกชน ในโรงพยาบาลตะกั่วทุ่ง โรงพยาบาลท้ายเหมืองและโรงพยาบาลพังงา ต้องถูกกักตัวเป็นจำนวนมาก ซึ่งล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้ออกประกาศปิดพื้นที่ ห้ามคนเข้า-ออกป้องกันการแพร่ระบาดแล้ว

นายสมคิด ปาทาน ผู้ใหญ่บ้านบางคลี เปิดเผยว่า ตอนนี้มีแนวโน้มว่าจะมีผู้ติดเชื้อหลายรายแต่ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ สหหรับการระบาดเกิดขึ้นจากชุมชนพรุวังช้าง เป็นกลุ่มชาวบ้านที่ซื้อสะตอมารวบรวมแกะเมล็ดนำไปขายต่างจังหวัด ซึ่งคาดว่าติดเชื้อมาจากต่างจังหวัดแล้วมาแพร่เชื้อในชุมชน ซึ่งบางรายยังไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาในมัสยิด และล่าสุดพบว่าผู้ป่วยในวันนี้บางคนเปิดร้านค้าในหมู่บ้าน บางรายขายอาหารในโรงเรียนและออกเร่ขายอาหารในหลายหมู่บ้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะมีกลุ่มเสี่ยงอีกเป็นจำนวนมาก ล่าสุดตนเองได้ใช้เสียงตามสายประชาสัมพันธ์ไม่ให้ชาวบ้านตกใจ ขณะที่จุดที่เกิดการระบาดนั้นจะสามารถควบคุมได้ ตอนนี้ได้ปิดทางให้เข้า-ออกได้ทางเดียวเท่านั้น พร้อมประกาศคนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า

ด้านนายปรารถนา สมบัติปิยะ กำนันตำบลนาเตย กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ได้ร่วมกับอำเภอท้ายเหมือง ผู้นำท้องที่ รพ.สต. อสม. ลงพื้นที่คัดกรองกลุ่มเสี่ยงสูงไปตรวจซึ่งพบว่าติดเชื้อ 8 ราย จึงจัดตั้งด่านปิดทางเข้า-ออกหมู่บ้าน และมีบางคนที่ติดเชื้อไปแล้วยังไปเร่ขายของ ร่วมพิธีกรรมทางศาสนา พบปะเพื่อนบ้าน ซึ่งตอนนี้ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ถ้าไม่จำเป็นอย่าออกจากบ้าน เพราะพบผู้ป่วยในพื้นที่แล้วกว่า 40 ราย ขณะที่การปิดหมู่บ้านนั้น ทางตนเองและผู้นำท้องที่และผู้มีจิตกุศลได้นำข้าวสารอาหารที่จำเป็นมาสำรองไว้ที่ด่านตรวจเพื่อเป็นเสบียงให้กับคนในชุมชนประมาณ 50 ครัวเรือน จำนวนกว่า 200 คน

ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 จังหวัดพังงา (ศบค.พง) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ 25 กรกฎาคม 2564 เวลา 16.00 น.ว่าพบผู้ป่วยรายใหม่ 29 ราย อำเภอท้ายเหมืองคลัสเตอร์บ้านบางคลี 20 ราย อำเภอตะกั่วทุ่ง 1 ราย รับผู้ป่วยจากกรุงเทพฯ 7 ราย จากอยุธยา 1 ราย รวมผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ 501 ราย


ภาพ/ข่าว  อโนทัย งานดี / พังงา

ตราด - สลด! โลมาอิรวดีขนาดใหญ่ ตายลอยเกยหาดบ้านตาหนึก

ชาวประมงพื้นบ้านออกมาลากปลาที่ชายหาดพบโลมาขนาดใหญ่ ตายเกยหาดสภาพเน่าเปื่อยเกยบริเวณชายหาดบ้านตาหนึกหมู่ 5 ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เมื่อเวลา 15.30 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2564 เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราดเขตอําเภอคลองใหญ่ได้รับแจ้งจากนายประพันธ์ จรุงศิลป์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านตาหนึก ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เข้าตรวจสอบที่ชายหาดบ้านตาหนึก หลังรับแจ้งพบซากโลมาตายถูกคลื่นซัดมาเกยชายหาด เข้าตรวจสอบพบซากโลมาสายพันธุ์อิรวดี หรือโลมาหัวบาตร ตายอยู่ในสภาพเน่าเปื่อย ส่งกลิ่นเหม็นเน่า มีร่องลอยที่ศรีษะมีบาดแผลอยู่ 1 แผล ส่วนลําตัวไม่มีรองลอยบาดแผล คาดว่าตายมาแล้วไม่ตํ่ากว่า 7 วัน เป็นเพศเมีย มีความยาวประมาณ 2.50 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณกว่า 100 กิโลกรัม ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าโลมาอิรวดีตัวนี้ที่ตายเพราะสาเหตุอะไรเนื่องจากอยู่ในสภาพเน่าเปื่อย และไม่มีเครื่องมือการผ่าพิสูจน์ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราดเขตอําเภอคลองใหญ่ได้ร่วมกับชาวบ้านแถวชายหาดช่วยกันลากขึ้นมาจากชายหาดด้วยความยากลําบาก เนื่องจากโลมามีขนาดลำตัวใหญ่มาก จึงต้องใช้เชือกมัดลำตัวของโลมา และใช้ไม้กลม ๆ ยาวประมาณ 1 เมตร วางกับพื้น จากนั้นช่วยกันดึงเชือกให้ตัวของโลมาอยู่บนไม้ เพื่อเป็นการลดแรงดึง ก่อนจะทําการฝังกบที่บริเวณชายหาดต่อไป

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวเล่าให้ฟังว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2564 เป็นต้นมา พบว่ามีโลมาตายลอยมาเกยชายหาดบ้านตาหนึกจำนวนหลายตัวแล้ว จึงอยากฝากถึงชาวประมงถ้ามีโลมาว่ายเข้าไปติดอวนหาปลาแล้วอย่าไปทำร้าย เพราะปัจจุบันโลมาในอ่าวไทยยังคงมีให้เห็นกันอยู่ประจําในช่วงคลื่นลมดี ๆ จะมีปลาโลมา มาว่ายนํ้าให้เห็นเป็นประจําที่บริเวณสถานที่ต่าง ๆ ในอ่าวไทยปัจจุบันโลมามีจำนวนลดปริมาณลงไปมาก โลมาถือว่าเป็นจุดขายของแหล่งท่องเที่ยวในท้องทะเลตราด จึงอยากให้ช่วยกันดูแลและอนุรักษ์โลมากันต่อไป


ภาพ/ข่าว  วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด

พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี - เผาศพโควิดทั้งวัน ทรุดโทรมหนักเตาเผาวัดชินฯ บิ๊กแจ๊สตั้งกองทุนสร้างเพิ่ม 6 เตา

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2564 เวลา 13:30 น. ที่วัดชินวรารามวรวิหาร ตำบลบางขะแยง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) เจ้าอาวาสวัดชินวรารามวรวิหาร , พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ร่วมตั้งกองทุนสร้างเตาเผาศพและน้ำมันสำหรับเผาศพผู้ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ด้าน พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) เจ้าอาวาสวัดชินวรารามวรวิหาร กล่าวว่า วัดชินวรารามวรวิหารมีเตาเผาหลักจำนวน 2 เตา และมีเตาสำรองอีก 1 เตา เนื่องจากปัจจุบันศพที่เสียชีวิตจากเชื้อโควิด-19 มีจำนวนมากขึ้น และก็เผาทุกวันเตาสำรองก็มีสภาพที่ชำรุดมาก เตาหลักก็เริ่มชำรุดแล้ว เพราะว่ามีศพให้เผาทุกวันวันละไม่ต่ำกว่า 6 ศพ มากที่สุดคือวันละ 9 ศพ อาตมาจึงได้ปรึกษา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เรื่องการเพิ่มเตาเผาศพจำนวน 4 เตา งบประมาณเตาละ 500,000 บาท

เมื่อคุยกันแล้วท่านนายก อบจ.ปทุมธานี เห็นว่าควรเพิ่มอีก 2 เตา เป็น 6 เตา เพื่อรองรับการเผาศพสำหรับผู้ที่เสียชีวิตด้วยเชื้อโควิด-19 โดยเผาให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ มาตอนไหนเผาตอนนั้น ในส่วนของเตาที่สร้างขึ้นมาให้นั้นเป็นห้องเผาศพและเผามลภาวะ เป็นเตาเผาไร้ควัน ความสามารถของแต่ละเตาจะสามารถเผาศพได้จำนวน 4 ศพต่อ 1 วัน เพื่อช่วยเหลือญาติโยมที่มีญาติติดเชื้อโควิด-19 แล้วเสียชีวิต ส่วน นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ หัวหน้าสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานีได้สนับสนุนชุด PPE และอุปกรณ์เกี่ยวกับการป้องกันความปลอดภัยของพระที่ทำหน้าที่เป็นสัปเหร่อ โดยวันนี้ได้ถวายน้ำมันดีเซล จำนวน 20 ถัง ถังละ 200 ลิตร เนื่องจากพระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) เจ้าอาวาสวัดชินวรารามวรวิหาร มีความต้องการสำรองปริมาณน้ำมันให้เพียงพอ ไว้สำหรับเตรียมเผาศพผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีปริมาณมากขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้จะมีศพมาให้เผาอย่างน้อย 6 ศพต่อวัน โดยน้ำมันปริมาณถังละ 200 ลิตรจะเผาได้เพียง 3 ศพ อย่างน้อยในหนึ่งวันทางวัดต้องใช้น้ำมัน 2 ถังเพื่อเผาศพแล้ว ซึ่งทางสำนักงาน วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานีจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น พลังงานจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือทางวัด เนื่องจากทุกวันนี้ พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) เจ้าอาวาสวัดชินวรารามวรวิหาร ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกี่ยวกับการเผาศพ

ทางด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า ผู้ที่อยากร่วมบุญสมทบทุนสร้างเตาเผาศพ สามารถเข้ามาติดต่อที่วัดชินวรารามวรวิหาร นอกจากนี้ทาง อบจ.ปทุมธานีได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนร่วมบุญสมทบทุนเงินบริจาคกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ อบจ.และพระเลขาฯของ พระมงคลวโรปการ เป็นกรรมการฯ ผมเชื่อว่าจำนวน 4 เตาจะไม่เพียงพอกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้น จึงต้องเพิ่มอีก 2 เตาเป็น 6 เตา ผมเชื่อว่าคนปทุมเราไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีการตั้งกองทุนน้ำมันขึ้นมา เพื่อรองรับการเผาศพในแต่ละวันก็ใช้น้ำมันเยอะ สามารถร่วมสมทบทุนสร้างเตาเผาศพ ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 9123002777 ชื่อบัญชี พระมงคลวโรปการ


ภาพ/ข่าว  ประภาพรรณ ขาวขำ รายงาน

ยโสธร – หมอทวีศิลป์ เยี่ยมศูนย์พักคอยพร้อมให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน

วันที่ 25 กรกฎาคม 2564 เวลา 11.20 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10 และโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเขตสุขภาพที่ 10 เดินทางมาเพื่อตรวจเยี่ยม ศูนย์พักคอย อ.เมืองยโสธร ซึ่งตั้งอยู่ที่ ค่ายลูกเสือจังหวัดยโสธร (เมืองยศ) บ้านเดิด หมู่ 1 ถนนแจ้งสนิท ตำบลเดิด อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร โดยมีนายอภิรัตน์ ป้องกัน นายอำเภอเมืองยโสธร พร้อมด้วยนายวิทยา เพชรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอเมืองยโสธร นายเสน่ห์ แสนจันทร์ นายกเทศมนตรีตำบลเดิด อสม. ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเดิดกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้การต้อนรับ

สำหรับศูนย์พักคอย CI ( Community Isolation ) อ.เมืองยโสธร ซึ่งจะใช้รับผู้ป่วยโควิดตามมาตรการดูแลผู้ป่วยโควิดด้วยระบบชุมชน เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีผลตรวจรับรองว่าติดเชื้อโควิด-19 กลับมารักษาตัวยังภูมิลำเนาของอำเภอเมืองยโสธร โดยจะรับผู้ป่วยที่กลับจากพื้นที่สีแดงเข้มที่อยากกลับบ้านและมีภูมิลำเนาในเขตอำเภอเมืองยโสธร มาพักคอยเพื่อรอส่งต่อโรงพยาบาลหลักหรือโรงพยาบาลสนามต่อไป

ภายหลังการตรวจเยี่ยม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ได้กล่าวชื่นชมความพร้อมของสถานที่ ขอบคุณความร่วมมือของพลังท้องถิ่นทุกภาคส่วนที่ทุ่มเทจัดเตรียมรับพี่น้องกลับบ้าน ถือเป็นกำลังใจที่สำคัญที่จะช่วยให้เราผ่านวิกฤตินี้ไปได้ จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลยโสธรเพื่อบรรยายสรุปการเดินทางมาตรวจเยี่ยมจังหวัดยโสธรในวันนี้

“วิโรจน์” แนะ ศบค.เร่งทำ 3 ข้อ เพื่อประคับประคองสถานการณ์ ซัด บริหารสถานการณ์บกพร่องร้ายแรง ย้ำ ต้องอย่าทำให้ระเบียบราชการและการรอคอยทำปชช.เสียชีวิต 

เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ทำการพรรคก้าวไกล นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล แถลงข่าวกรณีที่รัฐบาลบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดที่บกพร่องอย่างร้ายแรง โดยข้อเสนอดังกล่าวส่งตรงไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ล่าสุด มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นวันละ 14,000-15,000 ราย และเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่า 10,000 รายต่อวัน ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาถึง 10 วันแล้ว โดยการระบาดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ระยะเวลา 15 วัน จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากระดับ 7,000 เป็น 14,000 รายต่อวัน

นายวิโรจน์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการบริหารจัดการ การจัดหา และจัดฉีดวัคซีน แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ได้กล้าหาญที่จะออกมากล่าวคำขอโทษกับประชาชนด้วยตนเอง แต่เหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าการออกมาขอโทษประชาชนของผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และเปลี่ยนการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ COVAX Facility เมื่อวันที่ 21 ก.ค. การที่คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ มีมติให้จัดหาวัคซีนที่สามารถตอบสนองต่อเชื้อกลายพันธุ์ได้จำนวน 120 ล้านโดส ในปี 2565 พร้อมกับเร่งรัดให้จัดหาวัคซีนภายในปีนี้ ให้ได้ 100 ล้านโดส เมื่อวันที่ 14 ก.ค. การที่ อนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทำหนังสือถึง AstraZeneca เพื่อขอให้เขาส่งมอบวัคซีนให้ได้เดือนละ 10 ล้านโดส เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตลอดจนการยื่นข้อเสนอซื้อวัคซีน Pfizer เพิ่มเติมอีก 50 ล้านโดส เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ก็คือ การที่รัฐบาลได้สารภาพผิดโดยพฤตินัย เพราะจำนนต่อหลักฐาน ซึ่งประชาชนและสังคมก็ได้พิพากษา พล.อ.ประยุทธ์ ,นายอนุทิน และรัฐบาลนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“การบริหารจัดการด้านวัคซีน ผมก็ได้แต่หวังว่ารัฐบาลจะสำนึกในบาปบุญคุณโทษ ที่ได้ก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้กับประชาชน และเร่งใช้ความสามารถทางการทูต และการเร่งรัดติดตามอื่นๆ เพื่อนำเอาวัคซีนที่มีประสิทธิผลต่อสถานการณ์การระบาด มาฉีดให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด การดำเนินการดังกล่าว แม้ว่ารัฐบาลจะกลับเนื้อกลับตัวได้แล้ว ก็ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ มีมากกว่าผู้ที่หายป่วยกลับบ้านถึงวันละ 5,000-8,000 ราย สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การประคับประคองให้จำนวนผู้ติดเชื้อชะลอตัวลง และลดอัตราการเสียชีวิตของประชาชนให้น้อยลงกว่าที่เป็นอยู่นี้ให้ได้”โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าว 

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนมีข้อเสนอแนะต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. จำนวน 3 ข้อ คือ 1.เร่งใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit ตรวจประชาชนให้มากที่สุด และจัดสรรให้ประชาชนทุกคน โดยเฉพาะประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่สีแดง สามารถนำเอาบัตรประชาชนมาขอรับ เพื่อนำไปใช้ตรวจวินิจฉัยตนเองโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้สัปดาห์ละ 1 ชุด โดยสามารถลงทะเบียนขอรับผ่านทางไปรษณีย์ หรือขอรับด้วยตนเอง ได้ที่หน่วยงานท้องถิ่น หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย  เช่น สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข พร้อมจุดบริการเสริมต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล องค์กาบริหารส่วนจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ ในต่างจังหวัด ทั้งนี้เพื่อลดภาระของกระทรวงสาธารณสุขลง พร้อมให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณมาอุดหนุน เพื่อให้ราคาของชุดตรวจ Antigen Test Kit อยู่ที่ไม่เกินชุดละ 50 บาท และเร่งจัดหามาให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อได้ตามร้านขายยามาตรฐานทั่วไป

2.ให้รัฐบาลกระจายอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุขให้กับหน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียว และเหลืองอ่อน เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขสามารถทุ่มเท ดูแลรักษาผู้ติดป่วยในกลุ่มสีเหลือง สีแดง และผู้ป่วยในภาวะวิกฤติได้ โดยให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ คือ เร่งจัดทำศูนย์พักคอยเพื่อติดตามอาการ หรือ Community Isolation Center ให้มากที่สุด โดยใช้พื้นที่วัด ศาสนสถาน โรงเรียน ค่ายทหาร และสวนสาธารณะ ตลอดจนสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียว และเหลืองอ่อน ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 70-75% ที่ไม่สามารถกักตัวรักษาตนเองที่บ้านได้ ระจายเป็นจุดต่างๆ อย่างครอบคลุม ในระดับแขวงเขต ตำบล และอำเภอ

ให้รัฐบาลกระจายอำนาจให้กับหน่วยงานท้องถิ่น หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ในการดูแลศูนย์พักคอยเพื่อติดตามอาการ เช่น ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้สำนักอนามัย ศูนย์บริการสาธารณสุข และสำนักเทศกิจ ทำหน้าที่ดูแล และในพื้นที่ต่างจังหวัดให้ อบต. และอบจ. เป็นผู้ดูแล เป็นต้น

สำหรับผู้ป่วยในกลุ่มสีเขียว ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ และไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม หรือ Hospitel ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาล หากพบว่ากักตัวมาเป็นระยะเวลา 10 วันแล้ว ไม่มีอาการของโรค และสภาพปอดปกติ ให้ผู้ป่วยกลับไปกักตัวรักษาตนเอง หรือทำ Home Isolation ที่บ้าน ให้โรงพยาบาลรับผู้ป่วยในกลุ่มที่เปลี่ยนจากสีเขียว เป็นสีเหลือง จากศูนย์พักคอยติดตามอาการ Community Isolation Center หรือ Home Isolation หรือกรณีใดๆ มารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม หรือ Hospitel ภายใต้การกำกับดูแลของโรงพยาบาล โดยห้ามมิให้ปฏิเสธ

และ 3.ให้รัฐบาลตรวจสอบอุปสรรคหน้างานอย่างเร็วที่สุด โดยเฉพาะข้อจำกัดที่ทำให้ผู้ติดเชื้อเข้าถึงยาต้านไวรัสอย่างล่าช้า เร่งแก้ไขระเบียบ ลดขั้นตอน และลดงานเอกสารงานธุรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลและการเข้าถึงยาลง ในกรณีที่จำเป็น ก็ต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการแก้ไขปัญหาคอขวดที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว ที่เริ่มมีอาการ ตลอดจนผู้ติดเชื้อที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้มีโรคประจำตัว ได้เข้าถึงยา Favipiravir ได้เร็วที่สุด โดยการวินิจฉัยของแพทย์ ภายใน 4 วันนับจากวันที่เริ่มมีอาการ ซึ่งเป็นไปตามแนวเวชปฏิบัติ ของกรมการแพทย์ ฉบับวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถทำได้เป็นการทั่วไป นี่คือ สิทธิการมีชีวิตรอดของประชาชน ซึ่งไม่ควรต้องสูญเสียไป จากระบบงานธุรการ ที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤติ

โดยให้ผู้ป่วยในกลุ่มสีเขียว และสีเหลืองอ่อน ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 75% ควรลงทะเบียน โดยได้รับหมายเลขผู้ป่วยนอก (HN) หรือหมายเลขผู้ป่วยใน (AN) โดยเร็วที่สุด ลดเรื่องงานเอกสารธุรการลงทั้งหมด สำคัญที่สุด เมื่อประชาชนพบว่าตนเองติดเชื้อ จากการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit ประชาชนควรเข้าถึงการรักษาได้ทันที แพทย์สามารถจ่ายยา Favipiravir และยารักษาตามอาการได้โดยทันที การตรวจยืนยันด้วยวิธี RT-PCR และการตรวจวินิจฉัยอื่นๆ ตลอดจนการตระเตรียมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Home Isolation การทำ Community Isolation หรือการรับเข้ารักษาที่โรงพยาบาล
.
นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า  รัฐบาลควรจะแก้ไขกฎระเบียบ ให้อาสาสมัครต่างๆ ที่ช่วยประสานหาเตียงให้กับผู้ติดเชื้อ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ศูนย์พักคอยติดตามอาการ Community Isolation Center สามารถที่จะประสานงานกับโรงพยาบาล เพื่อลงทะเบียนให้กับผู้ติดเชื้อได้ และสามารถรับยาที่แพทย์สั่ง มาจ่ายให้กับผู้ป่วยที่อยู่ในศูนย์พักคอยติดตามอาการ รวมทั้ง ‘นำส่งยาที่แพทย์สั่ง’ ให้กับผู้ติดเชื้อที่ทำ Home Isolation หรืออยู่ระหว่างการรอเตียง เพื่อลดโอกาสการเสียชีวิต ให้น้อยลงที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทั้งนี้ ตนข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาศูนย์ล้างไตให้กับผู้ป่วยโควิด-19 การหารือกับ กสทช. ร่วมกับค่ายโทรศัพท์มือถือต่างๆ ให้งดเว้นการตัดสัญญาณโทรศัพท์ และสัญญาณอินเตอร์เน็ต ที่ค้างชำระค่าบริการในช่วงนี้ ซึ่งการระบาดของโรคอย่างรุนแรง เนื่องจาก กระบวนการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การประสานงานเพื่อหาเตียง หรือการติดตามอาการผู้ป่วยที่ทำ Home Isolation ล้วนจำเป็นต้องใช้สัญญาณโทรศัพท์ หรือสัญญาณอินเตอร์เน็ต ทั้งสิ้น

“ผมขอฝากไปถึงรัฐบาลก็คือ ยา และเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่จำเป็น เช่น ยา Favipiravir ยา Remdesivir หรือยาที่จำเป็นต้องใช้ในห้อง ICU เช่น ยา Nimbex, Propofol หรือ Midazolam รัฐบาลต้องดูแลไม่ให้สต๊อกยา และเวชภัณฑ์เหล่านี้ขาดแคลน และถ้าเป็นไปได้ รัฐบาลต้องมีวิสัยทัศน์ ในการพิจารณานำเข้ายาต้านไวรัสประเภทอื่นที่ผ่านการรับรองมาแล้ว เช่น ภูมิคุ้มกันสังเคราะห์ ที่เรียกว่า Monoclonal Antibody เพื่อให้แพทย์เลือกใช้ในการรักษาชีวิตของประชาชน นี่ไม่ใช่เวลาที่รัฐบาลจะมาประหยัดงบประมาณในส่วนนี้ ”นายวิโรจน์ กล่าว

ลำพูน - ร่วมส่งกำลังใจ "นักรบชุดขาว" จังหวัดลำพูน ชุดที่ 5 เพื่อเดินทางไปร่วมปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ณ โรงพยาบาลสนามบุษราคัม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

วันนี้(25 ก.ค. 64) ที่โรงพยาบาลลำพูน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นายแพทย์ สุผล ตติยนันทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)ลำพูน , แพทย์หญิงภาวิณี เอี่ยมจันทน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน , นางปนัดดา เนาวรัตน์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน , หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด , คณะผู้บริหารและบุคลากรทางการแพทย์  และเจ้าหน้าที่ฯ ร่วมส่งกำลังใจให้นักรบชุดขาว ชุดที่ 5 จำนวน 3 คน ประกอบด้วย

1. นางสาว จารุวรรณ คงภักดี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

2. นางสาว ธีราภรณ์ สุทธกุล พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

3. นางสาว วรณัน ไชยพรหม พยาบาลวิชาชีพ

เพื่อเดินทางไปร่วมปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ณ โรงพยาบาลสนามบุษราคัม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม 2564 ถึง 8 สิงหาคม 2564

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน , นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฯ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน , หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ผู้บริหารบุคลากรทางการแพทย์ ได้มอบกระเป๋าสัมภาระให้แก่คณะบุคลากรการแพทย์ (นักรบชุดขาว ชุดที่ 5) และพยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลลำพูน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมมอบดอกไม้ และของใช้ที่จำเป็น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่คณะอีกด้วย


ภาพ/ข่าว  กรรณิการ์  วิจิตรสกลการ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดลำพูน

ตราด - กองทัพเรือ จัดกิจกรรม “กปช.จต. หมอเดินเท้า..เข้าหาชุมชน” และให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อเป็นการช่วยเหลือและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์

กองทัพเรือ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) จัดกิจกรรม “กปช.จต. หมอเดินเท้า..เข้าหาชุมชน” โดยจัดกำลังพล จำนวน 6 นาย (ประกอบด้วย จนท. กพร.กปช.จต. จำนวน 3 นาย จนท. ร้อย.รยบ.ฯ จำนวน 2 นาย และ จนท. มว.ปจว.กจต. จำนวน 1 นาย) เข้าเยี่ยมเยียนประชาชน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ในพื้นที่ ชุมชนที่ 8 อ.เมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี รวมจำนวน 5 ครอบครัว

กิจกรรมในครั้งนี้ คุณสายพิน ทองลา ประธานชุมชนที่ 8 และ จนท.อสม. รวม 2 คน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วย  การมอบหน้ากากอนามัย ข้าวสาร ปลากระป๋อง มาม่า น้ำดื่ม และผลไม้ และให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) เพื่อเป็นการช่วยเหลือและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้การบริการพี่น้องประชาชน ณ สถานพยาบาลต่าง ๆ ที่มีผู้เข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก จนอาจทำให้ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง


ภาพ/ข่าว สนง.โฆษกกองทัพเรือ

นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

มูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม จัดความร่วมมือสามประสานกับ กมธ.วิสามัญพิทักษ์สถาบัน วุฒิสภา และภาคเอกชน ดำเนินโครงการ “Save Thai Fight Covid” เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19   

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ที่กำลังระบาดหนักในประเทศทั่วโลกขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชากรโลกเป็นอย่างมาก สำหรับในประเทศไทยวิกฤติโควิด-19ได้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วประเทศ โดยในขณะนี้ทุกภาคส่วนได้เร่งดำเดินการเพื่อให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งด้วยความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดในครั้งนี้มูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม (KPISE) ร่วมกับกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา  บริษัท รีเทล บิซิเนส โซลูชั่นส์ จำกัด และสมาคมการค้าธุรกิจศูนย์บริการทางโทรศัพท์ไทย จัดทำโครงการ “Save Thai Fight Covid” 
เพื่อช่วยเหลือและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคโควิด-19 การปฏิบัติตัว และการดูแลผู้ป่วยให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19 และครอบครัว โดยมี ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม (KPISE) ประสานความร่วมมือกับนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ร่วมกับ นางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา ประธานคณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมของเยาวชน วุฒิสภา นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ด้านการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา นายนพพล ชูกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท รีเทล บิซิเนส โซลูชั่นส์ จำกัด และนายศรัณย์ เวชสุภาพร นายกสมาคมการค้าธุรกิจศูนย์บริการทางโทรศัพท์ไทย ร่วมดำเนินโครงการ ฯ ภายใต้วิสัยทัศน์ “รวมใจคนไทยสู้โควิด” ผ่านโครงการ “Save Thai Fight Covid” โดยมีเยาวชนพลังบวก SEED Thailand เยาวชนอาสาผู้นำท้องถิ่นจิตสาธารณะที่ผ่านการอบรมบ่มเพาะในโครงการ SEED Project เป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนดำเนินโครงการสู่กลุ่มเป้าหมายอย่างเร่งด่วน โดยมีรายละเอียดการดำเนินโครงการ ฯ ดังนี้

1) ดำเนินการช่วยผู้ป่วยที่รอความช่วยเหลือเพื่อเข้ารับการรักษาตามกระบวนการทางสาธารณสุข ด้วยการจัดชุดยาสมุนไพรและอาหารเสริม อาทิ ยาฟ้าทลายโจร และวิตามินต่าง ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรอย่างเคร่งครัด ตลอดจนเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ที่จำเป็น อาทิ เครื่องวัดออกซิเจน ปรอทวัดไข้ ถุงสำหรับใส่ขยะติดเชื้อ อาหารแห้งและอื่น ๆ ในจำนวนเพียงพอสำหรับการดูแลตนเองภายใน 7 วัน โดยดำเนินการจัดส่งชุดกล่อง Save Thai Fight Covid ถึงบ้านผู้ป่วย

2) จัดทำสื่อและช่องทางการสื่อสารเพื่อให้ความรู้กับผู้ป่วย ในการปฏิบัติตนเพื่อการดูแลตัวเอง และป้องกันการแพร่เชื้อระหว่างการรอความช่วยเหลือ อาทิ วิธีการกำจัดขยะติดเชื้อจากผู้ป่วย การป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้ที่พักอยู่อาศัยร่วมกัน เป็นต้น

3)   จัดทำ Application รับข้อมูลการขอความช่วยเหลือ เพื่อนำข้อมูลประสานขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และเพื่อส่งกำลังใจให้กับผู้ป่วย 

4)   จัดทำอุปกรณ์ที่ใช้ในโรงพยาบาลสนาม อาทิ เตียงสนาม ฉากกั้น ชั้นเก็บของ ตู้อบฆ่าเชื้อไวรัสด้วยแสงยูวีซี และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้สนับสนุนในกิจกรรมของโรงพยาบาลสนาม 

อย่างไรก็ตามโครงการ “Save Thai Fight Covid” จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการส่งต่อกำลังใจและการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย แบบขั้นพื้นฐานที่ไม่ขัดต่อกระบวนการบำบัดรักษาทางการแพทย์และระบบสาธารณสุข เพื่อประสิทธิภาพในการบำบัดรักษาโรคโควิด-19 และความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการบำรุงร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการให้ความรู้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 จากผู้ป่วยที่รอการรักษาอย่างถูกต้อง ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน และสำหรับผู้มีจิตศรัทธาท่านใด ที่ต้องการช่วยเหลือผู้ป่วยและครอบครัวผู้ติดเชื้อระหว่างรอการรักษา สามารถร่วมบริจาคในโครงการนี้ โดยสนับสนุนได้ทั้งเงิน อุปกรณ์ อาหาร หรือสิ่งของอื่น ๆ ที่จำเป็นได้ที่โครงการ “Save Thai Fight Covid” ชื่อบัญชี มูลนิธิ สปส. ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 405-523655-3 หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 084-668-7822 , 094-423-4852

“ในวิกฤติโควิด ทุกชีวิตไม่ทอดทิ้งกัน”

“บิ๊กช้าง” ย้ำ ทหาร-ตร. คุมเข้มเฝ้าระวังชายแดนต่อเนื่อง สั่ง หนุนเสริม กทม. เร่ง จัดตั้งพื้นที่แยกรักษาตัวในชุมชน 50 เขต 

พล.ท.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่าพล.อ.ชัยชาญ  ช้างมงคล รมช.กลาโหม และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ประชุมร่วมกับ กอ.รมน. หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม  เหล่าทัพ และ ตร. ผ่านระบบ VTC เพื่อติดตามการสนับสนุนแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19

 โดยภาพรวมการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคง ทหารและตำรวจ ในพื้นที่ชายแดน ยังคงพบจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายได้ต่อเนื่อง โดย ก.ค.64 ที่ผ่านมา จับกุมได้ถึง 3,552 คน โดยพบชาวกัมพูชาและลาวมากขึ้น สำหรับพื้นที่ชั้นใน กำลังทหารตำรวจ ยังคงกระจายกำลังควบคุมโรคใน 593 แคมป์คนงาน และจัดตั้งจุดตรวจร่วมตามเส้นทางต่างๆกว่า 230 จุด พบประชาชนให้ความร่วมมือเดินทางลดลง แต่ยังพบผู้ฝ่าฝืนมาตรการรวมตัวกันตามสถานที่ต่างๆ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน ขณะเดียวกันพบเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในการดูแลแคมป์คนงานติดเชื้อมากขึ้น

ทั้งนี้รมช.กลาโหม ได้เน้นย้ำ ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้แสดงความขอบคุณและให้กำลังใจทหารตำรวจทุกคนที่สนับสนุนปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งที่ผ่านมา  และได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพ คงความต่อเนื่องคุมเข้มเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนมากขึ้นในสถานการณ์ที่ประเทศรอบบ้าน ยังพบการแพร่ระบาดของโรคที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะเมียนมา  และขอให้สนับสนุน กทม.เร่งจัดตั้งพื้นที่พักแยกรักษาตัวในชุมชน ( Community Isolation ) ให้ได้ทั้ง 50 เขตใน กทม.โดยเร็ว เพื่อรองรับผู้ป่วยจาก รพ.ระดับต่างๆ

โดยพล.อ.ชัยชาญ ยังได้กำชับการทำงานของกำลังทหาร ที่กระจายกันจัดตั้ง “จุดบริการประชาชน” ทั้ง 72 จุดในชุมชนต่างๆ ของ กทม.และปริมณฑล ให้สามารถประสานเชื่อมโยงกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบสนองแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และขอให้เร่งดำเนินการขยายขีดความสามารถ รพ.สนามและจัดตั้งเพิ่มเติม ในพื้นที่ กทม.ปริมณฑล และ จว.สีแดงเข้ม เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีมากขึ้นโดยเร็ว

 พร้อมกันนี้ ขอให้ทุกค่ายทหาร จัดตั้งพื้นที่พักแยกรักษาตัว ( Community Isolation ) เพื่อช่วยเหลือดูแลกำลังพล ครอบครัวและชุมชนรอบข้างในทุกหน่วยทหาร และช่วยลดภาระทางสาธารณสุข  พร้อมทั้งให้ประสานขอรับวัคซีนมาสนับสนุนการทำงานของกำลังพลด่านหน้าในพื้นที่เสี่ยงสูงให้เพียงพอ เพื่อรักษาสถานภาพกำลังพลสนับสนุนวิกฤตสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้น

‘ทอ.’ ส่งผู้แทน ร่วมรับแสดงความยินดี ‘น้องเทนนิส’ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต

พล.อ.อ.แอร์บูล  สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) มอบหมายให้ พล.อ.ท.ฐานัตถ์  จันทร์อำไพ โฆษกกองทัพอากาศ พร้อมด้วย พล.อ.ต.กีรติ  ปิงเมือง ประธานอนุกรรมการแผนกกีฬาศิลปะป้องกันตัวกองทัพอากาศ และ นาวาอากาศเอก วิวัฒน์  จุลกะ กรรมการวิจัยและพัฒนากีฬากองทัพอากาศ ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดีกับ เรืออากาศตรีหญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ หรือน้องเทนนิส นักกีฬาทีมชาติสังกัดกองทัพอากาศที่คว้าเหรียญทองเทควันโดเหรียญแรกให้ประเทศไทย ซึ่งเดินทางกลับจากญี่ปุ่นโดยสายการบินสิงค์โปร์แอร์ไลน์มายังท่าอากาศยานภูเก็ต

ซึ่งเมื่อน้องเทนนิสและคณะเดินทางมาถึงท่าอากาศยานภูเก็ต โฆษกกองทัพอากาศเป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวแสดงความยินดีและมอบช่อดอกไม้ให้แก่น้องเทนนิส โดยหลังจากการกักตัวที่ภูเก็ตครบ ๑๔ วัน น้องเทนนิสเข้าพบผู้บัญชาการทหารอากาศเพื่อรายงานตัว และร่วมกิจกรรมแสดงความยินดีแบบนิวนอร์มอล ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top