Monday, 22 June 2026
TheStatesTimes

รัฐบาล สั่งซื้อ ชุดตรวจโควิด จำนวน 8.5 ล้านชุด ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ใช้ตรวจเอง คาดได้ ส.ค.-ก.ย.นี้

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19  เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจคัดกรองเชิงรุกเพื่อหาผู้ติดเชื้ออย่างรวดเร็ว และเร่งลดการแพร่ระบาดโควิด-19 ในระลอกปัจจุบัน โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดจากผู้ติดเชื้อโควิด-19  ที่ไม่แสดงอาการ และไม่ได้รับการคัดแยกหรือกักตัว ทำให้เกิดการแพร่เชื้อภายในครอบครัวและในชุมชนที่พักอาศัยมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรีจึงได้มีนโยบายให้มีการดำเนินการ การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้ครอบคลุมที่สุด ด้วยการใช้ชุดตรวจหาเชื้อโควิด - 19 แบบ Antigen Test Kit (ATK) ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำต้องกระจายชุดตรวจ ATK นี้ อย่างทั่วถึงและด้วยความโปร่งใสด้วย

นายอนุชา กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 8/2564 (วาระพิเศษ) เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2564  ที่ผ่านมา จึงได้อนุมัติจัดซื้อชุดตรวจโควิดกว่า 8.5 ล้านชุด วงเงิน 1,014 ล้านบาท เพื่อจัดหาชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงใช้ตรวจเอง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดหา และกรมควบคุมโรคกำลังวางแผนจะกระจายชุดตรวจให้ประชาชนได้ใช้ต่อไป ซึ่งเป็นไปตามแผนการจัดหาภายใต้โครงการยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ทั้งนี้ สปสช. คาดว่าจะสามารถแจกชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit (ATK) ให้ประชาชนสามารถตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้เองในช่วงระหว่างเดือน ส.ค. - ก.ย. 2564 นี้

นายอนุชา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน การใช้ชุดตรวจ ATK ก็จะมีการใช้ตรวจในหน่วยบริการปฐมภูมิด้วย โดยจะขยายไปยังคลินิกชุมชนอบอุ่น 200 กว่าแห่งใน กรุงเทพมหานคร ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. 69 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั่วประเทศ สำหรับประชาชนที่จะใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit แล้ว หากผลการตรวจเป็นบวกและอยู่ในกลุ่มอาการสีเขียว คือ ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย จะได้รับการดูแลรักษาที่บ้าน (Home Isolation) หรือดูแลรักษาที่ชุมชน (Community Isolation) ตามความสมัครใจ 

นายอนุชา กล่าวว่า โดยมีทีมแพทย์ติดตามและประเมินอาการของผู้ป่วย โดยจัดให้มีช่องทางสื่อสารกับผู้ป่วย (Telemonitor) เพื่อติดตามอาการทุกวัน รวมทั้ง ช่องทางติดต่อกรณีฉุกเฉิน พร้อมทั้งจัดให้มีระบบ รับ-ส่งผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลหากผู้ป่วยมีอาการรุนแรงขึ้น รวมทั้งจะได้รับเครื่องตรวจอุณหภูมิสำหรับใช้วัดไข้ เครื่องตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด รวมถึงยาที่จำเป็น ทั้งฟาวิฟิราเวียร์และสมุนไพรฟ้าทะลายโจร และมีส่งอาหารให้ทั้ง 3 มื้อด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ชุดตรวจคัดกรอง Antigen Test Kit ยังไม่จำเป็นต้องนำไปใช้ตรวจกับทุกคน โดยแพทย์แนะนำให้ใช้ตรวจเฉพาะกลุ่มเสี่ยงตามความจำเป็น เช่น มีญาติ คนใกล้ชิดติดโควิด-19 หรือมีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ หรือกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงและมีอาการคล้ายไข้หวัดเท่านั้น

"สมศักดิ์" ตรวจ คก.ขับเคลื่อนไทย รัฐหนุน ขุดคลองยม-น่าน หวังแก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วม จ.สุโขทัย ระยะยาว จี้ กรมชลฯ ออกแบบแก้ปัญหา เตรียมพร้อมเผื่ออนาคต

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่ 3 จังหวัด (กำแพงเพชร ตาก สุโขทัย ) เปิดเผยว่า จังหวัดสุโขทัยมีปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งทุกปี เมื่อภาคเหนือมีฝนตกมาก ต้นน้ำจาก จ.พะเยา และจ.แพร่ น้ำจะไหลตามแม่น้ำยมมาท่วมที่สุโขทัย แต่โดยปกติแล้วฝนที่ตกใน จ.สุโขทัย มีปริมาณน้อยมาก ประมาณ 1,000 ลบ.มม.ต่อปี เป็นปริมาณที่น้อยกว่าหลายจังหวัดในภาคอีสานด้วยซ้ำ แต่ผู้คนอาจจะเห็นว่าในหน้าน้ำ จ.สุโขทัยมีโอกาสน้ำท่วมบ่อยที่สุด ซึ่งเป็นเพราะน้ำฝนตกที่ตกหนักในจังหวัดอื่นแล้วรวมมาที่สุโขทัย ในขณะนี้รัฐบาลพยายามที่จะจัดการในระบบป้องกันน้ำท่วมให้ ในส่วนของฝั่งซ้ายแม่น้ำยม เรามีคลองยมเก่าที่ไหลจาก อ.สวรรคโลก ผ่าน อ.กงไกรลาศ ไปยัง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ที่เรียกว่า วอเตอร์เวย์ แต่ปริมาณการไหลของน้ำยังไม่พอ รัฐบาลจึงได้ให้ขุดคลองยม-น่าน เพิ่มเติมอีก 40 กิโลเมตร ตนได้มีโอกาสไปติดตามดูอย่างต่อเนื่อง ที่รัฐบาลดำเนินการตรงนี้ วัตถุประสงค์ข้อแรกคือการระบายน้ำจากสุโขทัย ไป อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ แต่ส่วนที่ตนคิดว่าน่าจะทำเพิ่มเติมคือการสูบน้ำจาก แม่น้ำน่านมายังสุโขทัยในช่วงหน้าแล้งได้

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนจะเสนอให้รัฐบาลติดตั้งการสูบน้ำไหลกลับ ให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้น้ำในหน้าแล้งได้ ส่วนในฝั่งขวาแม่น้ำยมก็แห้งแล้งมากเช่นกัน มีคลองน้ำโจนในระบบของชลประทานที่กำลังออกแบบ ซึ่งตนได้เร่งรัดในโครงการการขับเคลื่อนไทยฯ อยากให้เร่งรัดการออกแบบรอไว้ให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด เมื่อมีงบประมาณเมื่อไรจะสามารถลงมือทำได้ทันที รวมทั้งการจัดระบบน้ำประปา การจัดระบบในหน้าน้ำไม่ให้น้ำท่วม และการกักเก็บน้ำเพื่อให้ทำการเพาะปลูกได้บ้างในหน้าแล้ง ซึ่งการดำเนินการแบบนี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ตนจึงอยากนำเอาเรื่องนี้ไปประสานผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เตรียมความพร้อมต่อไปในอนาคตได้ด้วย

“บิ๊กแอร์บูล” ยินดี หรือน้องเทนนิส นักกีฬาเทควันโดหญิง ที่สามารถคว้าเหรียญทองแรก สร้างความฮึกเหิมและภาคภูมิใจให้กับทัพนักกีฬาไทย

พล.อ.ท.ฐานัตถ์  จันทร์อำไพ โฆษกกอองทัพอากาศ เปิดเผยว่า พล.อ.อ.แอร์บูล  สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้กล่าวแสดงความยินดีกับ เรืออากาศตรีหญิง พาณิภัค  วงศ์พัฒนกิจ หรือน้องเทนนิส นักกีฬาเทควันโดหญิง ในรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 49 กิโลกรัม ที่สามารถคว้าเหรียญทองแรก ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 โดยสามารถเอาชนะ อาเดรียนา เซเรโซ อิเกรเซียส จากสเปน ในช่วงเวลาไม่กี่วินาทีสุดท้าย ซึ่งน้องเทนนิสไม่ท้อถอยแม้คะแนนเป็นรอง จนสามารถพลิกเกมส์เอาชนะคู่ต่อสู้ได้และได้เหรียญทองแรกในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากความมุ่งมั่นตั้งใจในการเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างมีวินัย ทุ่มเท และฝึกฝนแม้จะอยู่ห้วงเวลาที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรุนแรงก็ตาม ซึ่งชัยชนะครั้งนี้ได้สร้างความฮึกเหิมและภาคภูมิใจให้กับทัพนักกีฬาไทย

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้ขอเชิญชวนกำลังพลกองทัพอากาศและประชาชนร่วมส่งกำลังใจเชียร์ จ่าอากาศโทหญิง จงกลพรรณ  กิติธรากุล นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย (ประเภทหญิงคู่) และ จุฑามาศ  จิตรพงศ์ นักกีฬามวยสากลสมัครเล่นหญิงทีมชาติไทย ซึ่งเป็นนักกีฬาสังกัดกองทัพอากาศ รวมถึงนักกีฬาทีมชาติไทยทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก โตเกียว 2020 ให้มีสติ มีความอดทนอดกลั้น ใช้ความเพียรและปัญญา เพื่อนำชัยชนะ เกียรติยศ และชื่อเสียงกลับมาสู่ประเทศไทย

“ณัฎฐ์ชนน”  ดีใจแทนชาวบ้าน  “รมว.คมนาคม” สั่งจัดขบวนรถไฟส่งตัวผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวกลับภูมิลำเนาฟรี มั่นใจสะดวก-ปลอดภัย

นายณัฎฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา และรองโฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม มีคำสั่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) จัดขบวนรถไฟโดยสารรับ-ส่ง ผู้ป่วยสีเขียวกลับภูมิลำเนาฟรี ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค. ถึงวันที่ 31 ส.ค.64 เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ป่วย และติดเชื้อจำนวนมาก ทำให้ประชากรแฝงที่เข้ามาทำงานใน กทม.และปริมณฑล ไม่สามารถเข้าถึงโรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนามได้ กระทรวงคมนาคมจึงเห็นว่า การใช้รถไฟรับ-ส่งตัวผู้ป่วยเป็นวิธีที่สะดวก ประหยัดและปลอดภัยที่สุด เนื่องจากมีห้องน้ำ-และโบกี้ที่กั้นระหว่างกัน ที่สำคัญแต่ละจังหวัดได้จัดเตรียมบุคลากรทางการแพทย์และรถขนย้ายผู้ป่วยประจำจุด เพื่อรอรับ-ส่งตัวผู้ป่วยทันทีที่ถึงสถานีรถไฟปลายทางอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ รถไฟสายใต้จะเริ่มเดินขบวนในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ขบวน กทม.-หาดใหญ่ โดยผู้ป่วยจะต้องเดินทางมาถึงสถานีรถไฟจิตรลดา ถนนสวรรคโลกไม่เกินเวลา 06.00 น. ของแต่ละวัน เพื่อตรวจโรคก่อนเดินทาง ซึ่งจะจอด 6 สถานี  ได้แก่ เพชรบุรี ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช  พัทลุง และชุมทางหาดใหญ่  รายละเอียดขอให้สอบถามรฟท. ทั้งนี้ ขอขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข รวมทั้งนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ตลอดจนผู้ว่าฯ การรถไฟที่ให้มีโครงการดังกล่าวเกิดขึ้น 

ทบ. ฉีดวัคซีนSINOVAC สร้างภูมิคุ้มกันทหารใหม่ครบทุกนาย-จนท.ปฏิบัติงานด่านหน้า พร้อมขอบคุณรัฐบาล มอบวัคซีนให้กำลังพล

พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผนฝยว่าตามที่กองทัพบกได้รับทหารใหม่ผลัด1/64เข้าประจำการในเดือนกรกฎาคม2564  ซึ่งอยู่ในช่วงของการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการให้หน่วยทหารของกองทัพบกดำเนินตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อและการแพร่ระบาด โดยเฉพาะได้เตรียมแผนการฉีดวัคซีน ให้กับทหารใหม่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกและดูแลทหารใหม่ทุกส่วน อาทิ ครูฝึก ผู้ฝึก ผู้ช่วยครูฝึก ส่วนสนับสนุนด้านอาหาร สถานที่ งานธุรการ เป็นต้น 
 
กองทัพบกได้นำวัคซีน SINOVAC ที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาล ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ทหารใหม่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกทหารใหม่ ครบทุกนายเรียบร้อยแล้วเมื่อ  23 ก.ค.64 แยกเป็น ทหารกองประจำการผลัด 1/64 จำนวน 34,822 นาย และ เจ้าหน้าที่หน่วยฝึกทหารใหม่จำนวน 312 หน่วยฝึก  15,635 นาย การฉีดวัคซีนเป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข ไม่พบกำลังพลเกิดอาการข้างเคียงรุนแรงหรือแพ้วัคซีน 
 
นอกจากนี้ที่ผ่านมากองทัพบกยังได้นำวัคซีนSINOVAC ที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาล ฉีดให้แก่กำลังพลส่วนอื่นๆเช่นกันได้แก่ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด่านหน้า กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก ,บุคลากรทางการแพทย์ของกองทัพบก ในภาพรวมกำลังพลของกองทัพบกได้ฉีดวัคซีนSINOVAC ทั้งในส่วนกำลังพลด่านหน้า ทหารใหม่รวมทั้งกำลังพลและครอบครัวที่เข้ารับวัคซีนSINOVAC ตามระบบของรัฐบาลแล้วทั้งสิ้น 114,000นาย ทำให้กำลังพลสามารถปฏิบัติภารกิจในสถานการณ์โควิดในช่วงที่ผ่านมาได้อย่างเข้มแข็งและปลอดภัย
 
ทั้งนี้ กองทัพบกขอขอบคุณรัฐบาลและ ศบค.ที่ได้สนับสนุนวัคซีน SINOVAC เพื่อการสร้างภูมิคุ้มกัน COVID-19 ให้กับทหารใหม่ กำลังพลและเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์โควิด  ถือเป็นวัคซีนที่ได้รับในเวลาที่เหมาะสมและรวดเร็ว ทำให้เกิดผลในด้านการป้องกันโรคทันที สร้างความมั่นใจในเรื่องภูมิคุ้มกันและสุขภาพร่างกายของผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าและในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด  ในส่วนของทหารใหม่ก็มีความมั่นใจในภูมิคุ้มกันของตนเอง ช่วยคลายความกังวลของครอบครัวทหารใหม่ และสร้างความพร้อมในการฝึกฝน เรียนรู้ เพื่อทำหน้าที่ทหารของชาติและประชาชนที่รออยู่ข้างหน้าได้อย่างสมบูรณ์ต่อไป

อย่างไรก็ตาม การได้รับวัคซีน ควบคู่ไปกับมาตรการพิทักษ์พลของกองทัพบก และการปฏิบัติตนเองอย่างเคร่งครัดในเรื่องวินัยทหารต้านโควิด ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ใช้แอลกอฮอล์ ลดความแออัด รักษาระยะห่าง ล้างมือ  จะเป็นเกราะป้องกันโควิด ให้ทหารทุกนายมีความสมบูรณ์แข็งแรง พร้อมออกไปเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือทุกภาคส่วนดูแลสังคมและประชาชนในห้วงเวลาสำคัญของชาติที่ต้องเผชิญกับสงครามเชื้อโรคในขณะนี้

“ธรรมนัส"ตรวจรพ.สนามพะเยา1,000เตียง รองรับ “พาพี่น้องพะเยากลับบ้าน" รักษาตัวจากโควิด-19

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)​ลงพื้นที่จ.พะเยา ประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมจัดตั้งรพ.สนาม รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่สีแดงเข้ม และผู้ที่ตรวจพบติดเชื้อ ที่ต้องการกลับมารักษาตัวที่ภูมิลำเนา เนื่องจากไม่สามารถเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลได้

โดยร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า โครงการ”พาพี่น้องพะเยากลับบ้าน"ทางองค์การบริหารส่วนจ.พะเยา ร่วมกับหลายหน่วยงาน ได้จัดเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนาม 1,000 เตียง โดยการสนับสนุนสถานที่ จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา ซึ่งการดูจะเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิดอย่างเข้มงวด นอกจากนั้นจังหวัดอื่นที่ในพื้นที่ภาคเหนือ8 จ.ที่ตนได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแล ได้จัดเตรียมความพร้อมไว้เช่นกัน หาก บุคคลใกต้องย้ายมารักษาตัวในพื้นที่จ.พะเยา ให้ปฏิบัติตามกระบวนการที่องค์การบริหารส่วนจ.พะเยา ประกาศไว้ หรือติดต่อศูนย์ประสานงานรับคนพะเยากลับบ้าน หมายเลข054-409123, 054-409124 ได้ทุกวัน โดยเบื้องต้นจะประสานกรมทางหลวงพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทาง ในการสนับสนุนจัดจุดพักระหว่างการเดินทางหนึ่งจุด ภายใต้มาตรการดูแลของสาธารณสุขอย่างเข้มแข็ง 

นฤมล ห่วงคนงานแคมป์ก่อสร้าง ส่งทีมมอบข้าวกล่องต่อเนื่อง 

ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้แคมป์คนงานถูกสั่งปิดตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีคำสั่งหยุดก่อสร้างและห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นระยะเวลา 1 เดือน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ในคลัสเตอร์แคมป์คนงาน ซึ่งตนเองได้ส่งทีมงานนำข้าวกล่องไปส่งมอบให้ยังแคมป์คนงานต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ได้ส่งมอบข้าวกล่องไปยังแคมป์คนงานแล้วรวม 12 แห่ง ประกอบด้วย แห่งที่ 1 แคมป์คนงานบริษัท ทวีพรเทคโนโลยี จำกัด บริเวณข้างโรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ แห่งที่ 2 แคมป์คนงานบริษัท ซินเทค เทคโนโลยี คอนสตรัคชั่น จำกัด  บริเวณซอยมไหสวรรย์ 6 แห่งที่ 3 แคมป์คนงานบริษัท ซินเทค จำกัด (มหาชน) บริเวณสามแยกยานนาวา

แห่งที่ 4 แคมป์คนงานโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการยานนาเวศ แห่งที่ 5 แคมป์คนงาน บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บริเวณข้างหอศิลปะวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แห่งที่ 6 แคมป์คนงานบริษัท สยามมิทัล คอน จำกัด บริเวณซอยอินทามะระ 15 แห่งที่ 7 แคมป์คนงานบริษัท วิศวภัทร์ จำกัด บริเวณซอยวิภาวดี 1 แห่งที่ 8 บริษัท นวรัตน์พัฒนาการ จำกัด บริเวณแขวงรามอินทรา เขตคันนายาว แห่งที่ 9 แคมป์คนงานบริษัท พรพระนคร จำกัด บริเวณซอยรามคำแหง 7 

รมช.แรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแคมป์คนงาน 3 แห่งที่ได้ส่งมอบข้าวกล่องในวันนี้ ประกอบด้วย แห่งที่ 10 แคมป์คนงานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)  บริเวณศูนย์การค้าโชว์ ดีซี พระราม 9 แห่งที่ 11 แคมป์คนงานบริษัท ไทยทาเคนาคาสากลก่อสร้าง จำกัด บริเวณถนนจตุรทิศ และ แห่งที่ 12 แคมป์คนงานบริษัท ฤทธา จำกัด บริเวณถนนพระราม 9 และในวันต่อไปจะได้กระจายไปยังแคมป์ต่าง ๆ เพิ่มเติมให้ทั่วถึงได้มากที่สุด เพื่อส่งมอบกำลังใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว หากมีอะไรที่ต้องการให้ช่วยเหลือเพิ่มเติม ตนเองยินดีที่จะรับฟังและพร้อมที่จะเป็นกระบอกเสียงส่งต่อไปยังรัฐบาล เพื่อร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องแรงงานทุกคน และฝากถึงพี่น้องแรงงานทุกคนในการปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขอนามัยของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการเว้นระยะห่างทางสังคม การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือด้วยสบู่หรือฉีดพ่นแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยต่อตนเองและบุคคลรอบข้าง และเราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

คุณกัลย์สุดา ยะมา พนักงาน บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) แคมป์พระราม 9 กล่าวว่า  ทุกวันบริษัทจะจัดเตรียมอาหารสำหรับพนักงานในแคมป์ครบ 3 มื้อ  แต่จะมีบางมื้อที่หน่วยงานภาครัฐได้เข้ามาให้การสนับสนุน ซึ่งในวันนี้ต้องขอขอบคุณกระทรวงแรงงานเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อน  สำหรับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บริษัทฯ มีการตรวจคัดกรองเชิงรุก โดยจะแบ่งโซนพื้นที่เป็นสัดส่วนสำหรับผู้ติดเชื้อและผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง หากพบผู้ติดเชื้อจะมีจุดพักคอยเพื่อนำตัวไปทำการรักษาต่อไป

๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 

พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพและความสามารถ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและร่วมแสดงความจงรักภักดี ขสมก. จึงขอประมวลพระราชกรณียกิจของพระองค์ ซึ่งมีดังต่อไปนี้... 

ด้านการทหารและการบิน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงสนพระราชหฤทัยในวิทยาการด้านการทหารมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ นอกจากทรงรับการศึกษาทางด้านการทหารจากประเทศออสเตรเลียแล้ว ยังทรงพระวิริยอุตสาหะในการเพิ่มพูนความรู้ และพระประสบการณ์ด้านการทหารอยู่ตลอดเวลา

โดยหลังสิ้นสุดการศึกษาด้านการทหารจากประเทศออสเตรเลียแล้ว ยังทรงเข้ารับการฝึกเพิ่มเติมระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคม ๒๕๑๙ และทรงศึกษางานทางการทหารในประเทศออสเตรเลีย โดยทุนกระทรวงกลาโหม ทรงประจำการ ณ กองปฏิบัติการทางอากาศพิเศษ การทำลาย และยุทธวิธีรบนอกแบบ หลักสูตรต้นหนชั้นสูง หลักสูตรการลาดตระเวน และต้นหนชั้นสูง หลักสูตรส่งทางอากาศ และยังทรงเข้ารับการศึกษาหลักสูตรต่าง ๆ ทางด้านการบินอีกมากมาย ทำให้พระองค์ทรงมีพระประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการบินในระดับสูงมาก

ด้านการกีฬา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งในฐานะผู้แทนพระองค์และในส่วนพระองค์เอง อาทิ การพระราชทานไฟพระฤกษ์กีฬาเยาวชนแห่งชาติ พระราชทานพระราชวโรกาสให้นักกีฬาไทยผู้นำความสำเร็จนำเกียรติยศมาสู่ประเทศชาติ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม

นอกจากนี้ พระองค์ทรงเป็นประธานในกิจกรรม Bike For Mom ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๓ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ โดยวัตถุประสงค์นอกจากจะให้ประชาชนแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แสดงออกถึงความรักที่มีต่อแม่ของตนและแม่ของแผ่นดินแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพในการร่วมออกกำลังกายทำให้สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและปลูกฝังให้ ประชาชนรักการออกกำลังกาย รวมถึงเสริมสร้างความมีน้ำใจเป็นนักกีฬาอีกด้วย

อีกทั้งยังมีกิจกรรม Bike For Dad “ปั่นเพื่อพ่อ” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๘ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงนำขบวนผู้ที่มาเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ เพื่อแสดงความจงรักภักดีกตัญญูกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ ร่วมเทิดพระคุณพ่อและเพื่อแสดงพลังความสามัคคีของชาวไทยทั้งชาติ

ด้านการศึกษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศให้มีคุณภาพ ทรงสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับประชาชนได้เรียนรู้สามารถนำมาใช้ประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว รวมถึงสามารถนำความรู้มาพัฒนาสังคมและประเทศชาติได้ ทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโรงเรียนมัธยมศึกษาในถิ่นทุรกันดาร ๖ แห่งไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แก่... 

๑.) โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา ๑ จ.นครพนม
๒.) โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา ๒ จ.กำแพงเพชร
๓.) โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา ๓ จ.สุราษฎร์ธานี
๔.) โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี ๑ จ.อุดรธานี
๕.) โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี ๒ จ.สงขลา
๖.) โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี ๓ จ.ฉะเชิงเทรา

โดยพระองค์ทรงทราบดีว่า เยาวชนในถิ่นทุรกันดารยังด้อยโอกาสในด้านการศึกษา ซึ่ง ๖ โรงเรียนดังกล่าว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์เอง พร้อมพระราชทานคำแนะนำและทรงส่งเสริมให้โรงเรียนดำเนินโครงการอันเป็นประโยชน์แก่นักเรียน อาทิ โครงการอาชีพอิสระ พระราชทานวัสดุอุปกรณ์การศึกษาอันทันสมัยต่าง ๆ รวมถึงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมโรงเรียน และทรงติดตามผลการศึกษาอยู่เสมอ

ด้านศาสนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางศาสนาเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ อาทิ ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตามฤดูกาล เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา อาทิ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และการถวายกฐินหลวงตามวัดต่าง ๆ รวมถึงการเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานถ้วยรางวัล การทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับประเทศ

นอกจากนี้ ยังทรงแสดงพระองค์เป็นพุทธมามกะที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๐๙ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ และทรงผนวช เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ ซึ่งระหว่างทรงผนวชพระองค์ก็ได้ทรงศึกษา และปฏิบัติพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด

พระราชกรณียกิจด้านพระพุทธศาสนาอื่น ๆ อาทิ เป็นองค์ประธานคณะกรรมการอำนวยการก่อสร้างพระพุทธรูปเขาชีจรรย์ ณ เขาชีจรรย์ ตำบลจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี และเพื่อเป็นศูนย์รวมของผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ตลอดจนเป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมทางศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย

ด้านการเกษตรกรรม
เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการพระราชพิธีพืชมงคล ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นประจำ รวมทั้งทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านเกษตรกรรมแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาโดยตลอด และทรงติดตามความก้าวหน้าด้านการชลประทาน การสร้างเขื่อนต่าง ๆ โดยพระราชทานแนวพระราชดำริให้กรมชลประทานแก้ปัญหาตามที่ชาวบ้านกราบทูล ทำให้มีน้ำใช้ในการเกษตรอย่างอุดมสมบูรณ์และช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน

ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงตระหนักว่า สุขภาพพลานามัยของประชาชนเป็นปัจจัยและพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ จึงทรงสนพระราชหฤทัยในการประกอบพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข โปรดให้สร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ๒๑ แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้การรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยในถิ่นทุรกันดาร โดยที่พระองค์ทรงเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ทรงประกอบพิธีเปิดโรงพยาบาลทุกแห่ง และทรงเยี่ยมโรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งพระราชทานพระราชทรัพย์สนับสนุนให้มีอุปกรณ์การแพทย์และเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัย

ด้านความสัมพันธ์กับต่างประเทศ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเจริญพระราชไมตรีระหว่างประเทศ โดยเมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนมิตรประเทศทั่วทุกทวีปอย่างเป็นทางการเป็นประจำทุกปี ปีละหลายครั้ง อาทิ เสด็จเยือนประเทศอิตาลี, สาธารณรัฐประชาชนจีน, ญี่ปุ่น, อิหร่าน, เนปาล, ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ เป็นต้น ซึ่งในการเสด็จพระราชดำเนินไปทุกครั้ง ทรงเตรียมพระองค์ด้วยการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประเทศที่จะทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนและระหว่างประทับอยู่ในประเทศนั้น ๆ 

เมื่อครั้งที่ประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศต่าง ๆ ได้รับความสูญเสียจากเหตุการณ์ต่าง ๆ รัชกาลที่ ๑๐ ทรงส่งข้อความเสียพระราชหฤทัยไปยังผู้นำประเทศนั้น อาทิ... 

- ข้อความพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กรณีเครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศเมียนมา ตกในทะเลอันดามัน นอกชายฝั่งใกล้เมืองทวาย ภาคตะนาวศรี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๐

- ข้อความพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยัง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน กรณีเกิดเหตุก่อการร้ายที่รัฐสภาอิหร่านและสุสานของอายาตุลลอห์ โคมัยนี อดีตผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๐

- ข้อความพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ ๒ แห่งสหราชอาณาจักร กรณีเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ใจกลางกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๐

โครงการจิตอาสา
ความเป็นมาของจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หน่วยราชการในพระองค์ ๙๐๔ ร่วมกันจัดโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน 

ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนมีความสมัครสมานสามัคคี มีความสุข และประเทศชาติมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน โดยมีหน่วยราชการในพระองค์ 904 เป็นผู้กำกับดูแลการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน และให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการใหญ่โครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ มีหน้าที่ควบคุมอำนวยการและประสานการปฏิบัติเพื่อให้การจัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริเป็นไปอย่างต่อเนื่องถูกต้องตามพระบรมราโชบายและสมพระเกียรติ การแบ่งประเภทของจิตอาสามี ๓ ประเภท จิตอาสาพัฒนา จิตอาสาภัยพิบัติ จิตอาสาเฉพาะกิจ มีรายละเอียดในกิจกรรมดังนี้... 

๑.) จิตอาสาพัฒนา ได้แก่ กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาท้องถิ่นของแต่ละชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยในการดำรงชีวิตประจำวัน การประกอบอาชีพรวมทั้งการสาธารณสุข ฯลฯ

๒.) จิตอาสาภัยพิบัติ ได้แก่ กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าตรวจ เตือน และเตรียมการรองรับภัยพิบัติ ทั้งที่เกิดจากธรรมชาติและที่เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่โดยรวม และการเข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากภัยพิบัติดังกล่าว เช่น อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย เป็นต้น

๓.) จิตอาสาเฉพาะกิจ ได้แก่ กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานที่มีวัตถุประสงค์ในงานพระราชพิธี หรือการรับเสด็จในโอกาสต่าง ๆ เป็นการใช้กำลังพลจิตอาสาร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาร่วมงาน รวมทั้งการเตรียมการ การเตรียมสถานที่ภายหลังการในราชพิธี และการเสด็จฯ นั้น ๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย


ที่มา : http://www.bmta.co.th/th/content/ในวันที่-28-กรกฎาคม-2564-เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

         https://king.kapook.com/kingrama10/sec3_detail_all.html https://www.025798899.com/news/1904

         https://www.thairath.co.th/news/royal/1558893 http://www.tratpt.ac.th/Volunteer/content/content7.html

         https://prec.coj.go.th/cms/s203/u552/พระราชกรณียกิจ.pdf

         https://king.kapook.com/kingrama10/sec3_detail_all.html

         http://phralan.in.th/downloaddetail.php?d=1


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้!! กรณีมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ นำข่าวเก่าคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา มานำเสนอบิดเบือน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์​ นำข่าวเก่าคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา มานำเสนอบิดเบือน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเรียนชี้แจงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์ได้มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับกรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ในลักษณะที่ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ดังนี้

จากกรณีที่เกิดมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ส่งต่อข่าวเกี่ยวกับกรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง​ นายวรยุทธ อยู่วิทยา ในทุกข้อกล่าวหา ซึ่งมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีได้คัดลอกข้อความจากข่าวและตัดออกบางส่วน แล้วจึงนำกลับมาเสนอซ้ำอีกครั้ง ในลักษณะที่ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดว่าเป็นข่าวใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น

แต่จากการตรวจสอบพบว่า กรณีดังกล่าวเป็นข่าวเก่าที่ทางเพจ Mono29 News ได้เคยนำเสนอไปแล้ว ซึ่ง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อในกรณีดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 63 ไม่ใช่ข่าวใหม่แต่อย่างใดและจากการนำเสนอในลักษณะนี้ ทำให้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์และประชาชนทั่วไปเกิดความสับสนเข้าใจผิด และทำให้ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งทาง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะใช้สิทธิส่วนบุคคล ในการฟ้องร้องเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าจะทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากเตือนไปยังผู้กระทำความผิดว่าให้หยุดการกระทำของท่านเสีย เพราะนอกจากการกระทำของท่านจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นการซ้ำเติมจิตใจของพี่น้องประชาชนที่ควรจะได้รับข่าวสารที่ถูกต้องและยังทำให้เกิดความสับสนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นี้ และขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารต่างๆ ก่อนจะส่งต่อ รวมถึงใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่สร้างสรรค์ประโยชน์ทั้งกับตนเองและสังคม

นอกจากนี้หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดต่างๆ สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ไม่ต้องกังวล!! 'สุริยะ'​ ย้ำปริมาณก๊าซออกซิเจนมีเพียงพอ ด้าน กรอ.เตือนท่อก๊าซออกซิเจนมีความดันสูงหากเก็บ-ใช้งานผิดวิธีเกิดอุบัติเหตุได้!! 

'สุริยะ'​ เผยข่าวดีการผลิตก๊าซออกซิเจนยังมีเพียงพอประชาชนไม่ต้องกังวล โดยเอกชนผู้ผลิต 4 กลุ่ม ยืนยันศักยภาพการผลิตของโรงงานมีเพียงพอ ขณะที่ กรอ.เตือนผู้ที่มีและใช้ท่อก๊าซออกซิเจนให้ตรวจสอบอุปกรณ์และวิธีการใช้งาน เนื่องจากท่อที่ใช้มีความดันสูงหากจัดเก็บหรือใช้งานผิดวิธีจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้!! 



นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงกรณีมีรายงานข่าวว่าประชาชนเริ่มวิตกกังวลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ขยายเป็นวงกว้าง ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องทุกวัน และเกรงว่าการผลิตก๊าซออกซิเจนทางการแพทย์อาจไม่เพียงพอหรือขาดตลาด จึงได้มีการจัดหาและเก็บท่อออกซิเจนไว้ที่บ้าน กรณีที่เกิดขึ้นนี้ได้ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ประสานไปยังกลุ่มก๊าซอุตสาหกรรมจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสมาคมก๊าซอุตสาหกรรมสยาม โรงงานผู้บรรจุก๊าซ และผู้ผลิตภาชนะบรรจุก๊าซ เพื่อสอบถามถึงความพร้อมในเรื่องของกำลังการผลิต ซึ่งได้รับการยืนยันว่าภาพรวมศักยภาพการผลิตของโรงงานยังมีเพียงพอที่จะรองรับกับความต้องการของพี่น้องประชาชน

“ผมเข้าใจว่าพี่น้องประชาชนอาจจะวิตกกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงขอย้ำตรงนี้ว่าไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ในอนาคต เพราะจากการประสานงานไปยังเอกชนทั้ง 4 กลุ่ม ทั้งกลุ่มก๊าซอุตสาหกรรมจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมก๊าซอุตสาหกรรมสยาม โรงงานผู้บรรจุก๊าซ และผู้ผลิตภาชนะบรรจุก๊าซ ได้รับคำตอบยืนยันว่าศักยภาพการผลิตของโรงงานแต่ละกลุ่มยังมีเพียงพอรองรับความต้องการของประชาชนได้” นายสุริยะ กล่าว 

ด้านนายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวเสริมว่า จากการประสานกับทางกลุ่มก๊าซอุตสาหกรรม สมาคมก๊าซอุตสาหกรรมสยาม และผู้ผลิตภาชนะบรรจุก๊าซ ได้รับการยืนยันถึงศักยภาพการผลิตของโรงงาน โดยภาพรวมทั้งประเทศกำลังการผลิตรวมทั้งหมด 1,860 ตันต่อวัน จากจำนวนโรงงาน 15 โรงงาน ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สระบุรี ชลบุรี ระยอง สงขลา ลำพูน และเชียงใหม่ โดยในปลายเดือนสิงหาคมนี้จะมีเพิ่มอีก 1 แห่งที่จังหวัดระยอง โดยจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 150 ตันต่อวัน ซึ่งหากมีกรณีฉุกเฉินสามารถเพิ่มกำลังการผลิตออกซิเจนได้ถึง 2,200 ตันต่อวัน ทั้งนี้ ปริมาณการใช้ก๊าซออกซิเจนทั้งทางการแพทย์และอุตสาหกรรมปัจจุบันประมาณ 1,260 ตันต่อวัน แบ่งเป็น ปริมาณความต้องการออกซิเจนทางการแพทย์ ประมาณ 400-600 ตัน/วัน และความต้องการก๊าซออกซิเจนในภาคอุตสาหกรรม ประมาณ 660 ตัน/วัน 

“จากตัวเลขประมาณการข้างต้น จึงมั่นใจได้ว่าศักยภาพของโรงงานด้านการผลิตสามารถรองรับความต้องการของพี่น้องประชาชนในอนาคตได้ ขณะเดียวกันทราบว่ามีประชาชนบางส่วนได้จัดหาและเก็บท่อก๊าซออกซิเจนไว้ที่บ้าน ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตราย เนื่องจากท่อก๊าซออกซิเจนเป็นท่อที่มีความดันสูง หากจัดเก็บหรือใช้งานอย่างผิดวิธีอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ 

"ทั้งนี้ กรอ.จะประสานเอกชนทั้ง 4 กลุ่ม เพื่อติดตามการใช้ก๊าซออกซิเจนและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป” อธิบดีกรมโรงงานฯ กล่าวปิดท้าย 

ที่มา: กองส่งเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยโรงงาน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top