Monday, 22 June 2026
TheStatesTimes

‘เปิดโลก Social Enterprise บริษัทที่ทำเพื่อสังคม’ กับ ‘แม็กซ์ ชยุตม์ สกุลคู’ | คุยกับระนาด EP.12

????พลาดไม่ได้! เปิดโลก Social Enterprise บริษัทที่ไม่ได้มุ่งแต่ผลกำไร แต่จุดหมายยิ่งใหญ่ คือทำเพื่อสังคม!

????กะเทาะความคิด! ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ใช้พลัง ‘วัยรุ่น’ มาลงมือทำเพื่อแก้ปัญหาสังคมแบบยั่งยืน!

กับเขาคนนี้ ‘แม็กซ์ ชยุตม์ สกุลคู’

ประธาน บริษัท Tact Social Enterprise จำกัด

ในหัวข้อ : ‘เปิดโลก Social Enterprise บริษัทที่ทำเพื่อสังคม’

ผ่านรายการ 'คุยกับระนาด'​

สอนผมหน่อยเหอะ​ เพราะคุณ! เก่งมาก!!

ดำเนินรายการโดย คุณระนาด ณัฐชนน กำเนิดมณี และ คุณปั้นจั่น ปัญญธร วรดี

.

.


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“อรรถวิชช์” ชี้!! กรณีศิลปินดาราวิจารณ์ รัฐบาลต้องฟัง ไม่ใช่ไล่ฟ้อง จะใช้วิธีของคดีความมั่นคงแห่งรัฐ กรณีหมิ่นสถาบันไม่ได้ ต้องแยกแยะความมั่นคงแห่งรัฐ กับความมั่นคงของรัฐบาล

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวถึงกรณีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ออกมาขู่ดำเนินคดีกับศิลปินดารา ที่โพสต์ข้อความ Call Out วิจารณ์ต่อต้านรัฐบาลว่า...

ศิลปินดาราเขาบอกถึงความไม่พอใจในการแก้ปัญหาวิกฤตโควิด เหมือนกับประชาชนทั่วไป เพราะมันกระทบทั้งชีวิต และการดำรงชีพ ตัวเลขผู้ติดเชื้อ New High ต่อเนื่อง การฉีดวัคซีนล่าช้า เตียงไม่พอ จ่ายยาฆ่าเชื้อทันทีไม่ได้ คนตายทุกวัน

"รัฐบาลต้องฟัง ไม่ใช่ไล่ฟ้อง!! จะไปทำเหมือนคดีความมั่นคงแห่งรัฐ หมิ่นสถาบัน ม.112 แล้วใช้กลไก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ไม่ได้ แยกแยะด้วยระหว่าง ความมั่นคงแห่งรัฐ กับ ความมั่นคงของรัฐบาลเอง รัฐบาลต้องทำให้ชาติเกิดความสามัคคี รักษาโครงสร้างชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ขออย่าเติมฟืนเติมไฟ ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดเลย กระทรวง DES เอาเวลาไปทำระบบติดตามช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยังตกค้างดีกว่า" นายอรรถวิชช์ กล่าว


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'ยิ่งลักษณ์' โพสต์ข้อความ สะเทือนใจที่เห็นพี่น้องประชาชนไทยเสียชีวิตบนถนน ย้ำ รัฐบาลบริหารวิกฤติผิดพลาด ซ้ำยังมองประชาชนเป็นภาระ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ว่า...

ดิฉันรู้สึกหดหู่ สะเทือนใจ และแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่ามีพี่น้องประชาชนคนไทยต้องเสียชีวิตบนท้องถนน ไร้การเหลียวแล จึงขอตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่าปล่อยให้ประเทศเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ทำไมรัฐบาลทำให้ประชาชนต้องเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงในการดูแลประชาชน อีกทั้งยังทำให้บุคลากรด่านหน้า แพทย์ พยาบาล หมดขวัญกำลังใจ อ่อนล้า ขาดหลักประกันที่ดีเพราะไม่มีวัคซีนที่มีคุณภาพเพียงพอในการเป็นเกราะปกป้องโรคร้าย

ดิฉันขอแสดงความเสียใจ และขอร่วมแบ่งปันความโศกเศร้ากับหลายครอบครัวที่ต้องอยู่ในสภาพเห็นคนที่รักล้มหายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ ซึ่งต้นตอเกิดจากการที่รัฐบาลไม่ได้วางแผนให้รอบคอบ รัดกุม ขาดวิสัยทัศน์ในการรับมือกับวิกฤติโรคระบาดในระยะยาว มีแต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะการบริหารระบบสาธารณสุขที่มีการรวบอำนาจ แต่กลับบริหารผิดพลาด ขาดแคลนเตียง ไร้การตรวจเชิงรุกที่มากพอ วัคซีนไม่ทั่วถึง และคุณภาพเป็นที่กังขา แต่พลเอกประยุทธ์กลับไม่เคยน้อมรับความผิดพลาดและขอโทษ มิหนำซ้ำยังกลับมองว่าประชาชนทำตัวเป็นภาระ ทั้ง ๆ ที่เกิดจากความหละหลวมของรัฐบาล

ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้คนไทยอดทน ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ ขณะเดียวกันขอเป็นอีกหนึ่งเสียงในการเรียกร้องให้รัฐบาลทำงานเชิงรุก เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ประชาชน ด้วยการนำความทุกข์ยากของประชาชนเป็นหัวใจในการนำเสนอแผนที่ชัดเจนในการบริหารจัดการ และกำหนดเป้าหมายร่วมกันกับทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนเป็นผู้นำพึงมีในการนำพาประเทศผ่านพ้นความยากลำบากครั้งนี้ให้ได้


ที่มา: https://www.facebook.com/105044319540032/posts/4555155527862200/


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ฉีดวัคซีนสลับชนิด ภูมิพุ่ง 8 เท่า ที่สำคัญป้องกันสายพันธุ์เดลตาได้

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามในประกาศ ด่วนที่สุด ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ระบุถึงหลักเกณฑ์การฉีดวัคซีนสลับชนิดกันสำหรับประชาชน และการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า โดยระบุว่า

ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด พบการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์กลายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์เดลตา เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก มีการศึกษาโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย (ไบโอเทค) พบว่า

การฉีดวัคซีน Sinovac เป็นเข็มที่ 1 และฉีควัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2 สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสให้อยู่ในระดับที่สูงได้เร็วมากขึ้น โดยสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีใกล้เคียงกับ AstraZeneca 2 เข็ม ซึ่งคาดว่าจะมีผลดีต่อการป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลตา และไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรงภายหลังได้รับวัคชีน


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ผู้ติดเชื้อโควิดในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3 เท่า ในช่วง 2 สัปดาห์ ท่ามกลางแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตาและการกระจายข้อมูลบิดเบือน

เคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าในช่วง 2 สัปดาห์ ท่ามกลางแพร่ระบาดของตัวกลายพันธุ์เดลตาและการกระจายข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับวัคซีน จนอัตราผู้เข้ารับวัคซีนชะลอตัว สถานการณ์ที่กำลังทำให้โรงพยาบาลกลับสู่ภาวะตึงเครียด แพทย์และพยาบาลอ่อนแรง

"เจ้าหน้าที่ของเรา พวกเขาผิดหวัง" คำกล่าวของ ชาด นีลเซน ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันเชื้อแห่งบูเอฟ เฮลท์ แจ็คสันวิลล์ โรงพยาบาลในรัฐฟลอริดา ซึ่งจำเป็นต้องยกเลิกการผ่าตัดแบบไม่เร่งด่วน หลังจำนวนผู้ป่วยในโควิด-19 ของโรงพยาบาล เพิ่มเป็น 134 ราย จากระดับต่ำสุด 16 รายในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่ยังไม่ฉีดวัคซีน

"พวกเขาเหนื่อยล้า พวกเขากำลังคิดว่านี่มันเป็นเรื่องเดจาวูอีกแล้ว มีอารมณ์โกรธบ้าง เพราะเรารู้ว่ามันเป็นสถานการณ์ที่สามารถป้องกันได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ประชาชนไม่ฉวยประโยชน์จากวัคซีน" เขากล่าว

ทั่วทั้งสหรัฐฯ ค่าเฉลี่ย 7 วันของผู้ติดเชื้อใหม่รายวันในช่วง 2 สัปดาห์หลังสุด ขยับขึ้นไปแตะระดับ 37,000 คน ในวันอังคาร (20 ก.ค.) เพิ่มขึ้นจากระดับไม่ถึง 13,700 คน ในวันที่ 6 กรกฎาคม จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮ็อปกินส์ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกล่าวโทษตัวกลายพันธุ์เดลตาและอัตราการฉีดวัคซีนที่ชะลอตัว

จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ พบว่ามีอเมริกันชนเพียงแค่ 56.2% เท่านั้นที่ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส

ในลุยเซียนา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรายงานพบผู้ติดเชื้อใหม่รายวัน 5,388 คน ในวันพุธ (21 ก.ค.) ถือเป็นจำนวนรายวันสูงที่สุดอันดับ 3 นับตั้งแต่โรคระบาดใหญ่เริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นปี 2020 ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล เพิ่มเป็น 844 คน เพิ่มขึ้นมามากกว่า 600 ราย นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน

ยูทาห์ มีผู้ติดเชื้อที่ถึงขั้นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 295 ราย สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ รัฐแห่งนี้มีค่าเฉลี่ยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 622 คนต่อวัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดในช่วงต้นเดือนมิถุนายนถึง 3 เท่า ขณะที่ข้อมูลด้านสาธารณสุขพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ยังไม่ฉีดวัคซีน

ที่นิวยอร์ก ซิตี เจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลต่าง ๆ และคลินิกสุขภาพที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของเมือง จะถูกบังคับให้ฉีดวัคซีนหรือเข้ารับการตรวจเชื้อทุกสัปดาห์ ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังหาทางต่อสู้กับเคสติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น จากการเปิดเผยของนายกเทศมนตรีบิล เดอ บลาซิโอ ในวันพุธ (21 ก.ค.)

คำสั่งของเดอ บลาซิโอ จะไม่บังคับใช้กับครู ตำรวจและเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ของเมือง แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์มุ่งเน้นฉีดวัคซีนของทางเมือง ท่ามกลางการแพร่ระบาดหนักหน่วงขึ้นของตัวกลายพันธุ์เดลตา

จำนวนการฉีดวัคซีนรายงานของเมืองนิวยอร์ก ลดต่ำลงมาเหลือไม่ถึง 18,000 เข็มต่อวัน จากระดับสูงสุดมากกว่า 100,000 เข็มต่อวันในช่วงต้นเดือนเมษายน เวลานี้ประชากรวัยผู้ใหญ่เกือบ 65% ฉีดวัคซีนครบแล้ว แต่อัตราการฉีดวัคซีนวัยผู้ใหญ่ที่เป็นประชากรผิวสีอายุต่ำกว่า 45 ปี มีเพียงแค่ราว ๆ 25% ทั้งนี้มันเป็นอัตราที่น่ากังวลพอสมควร เนื่องจากในบรรดาคนงานในระบบโรงพยาบาลรัฐของทางเมืองนั้น มีถึง 45% ที่เป็นคนผิวสี

ในขณะที่เคสผู้ติดเชื้อในนิวยอร์กซีตี เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ เจ้าหน้าที่ระบุว่าตัวกลายพันธุ์เดลตาคิดเป็นมากกว่า 70% ของผู้ติดเชื้อเหล่านั้นเลยทีเดียว "เราต้องการให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเราฉีดวัคซีน มันกำลังอันตรายขึ้นจากตัวกลายพันธุ์เดลตา" เดอ บลาซิโอกล่าว

ย้อนกลับไปที่ลุยเซียนา มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่นิวออร์ลีนส์กำลังชั่งใจรื้อฟื้นข้อจำกัดบางอย่างเพื่อสกัดการแพร่ระบาด หลังจากก่อนหน้านี้ได้ยกเลิกไป สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดซาลง "ทุกทางเลือกวางอยู่บนโต๊ะ" จากการเปิดเผยของโฆษกประจำเมือง


(ที่มา : เอพี)

https://mgronline.com/around/detail/9640000071547


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“แรมโบ้” ซัด “ยิ่งลักษณ์” อย่าทำตัวดราม่า ทำไมไม่สะเทือนใจ กับครอบครัวชาวนาที่ผูกคอตายจากการถูกโกงในโครงการจำนำข้าวบ้าง หนีคดีไปอยู่สุขสบายจะไปเข้าใจการทำงานของรัฐบาลนี้ได้อย่างไร

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขปัญหาโควิด-19 ของรัฐบาลที่ล้มเหลว ไม่ได้วางแผน นายเสกสกล ยืนยันว่าไม่มีนายกฯคนในรัฐบาล หรือใครอยากให้มีผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิต หรือแม้แต่มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนแม้แต่คนเดียว แต่นายกฯ รัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เคยนิ่งนอนใจที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆอย่างสุดความสามารถ ทำเต็มที่ที่สุด และหามาตรการต่างๆออกมาเพื่อที่จะให้สถานการณ์คลี่คลายลงให้ได้ ซึ่งขอให้นางสาวยิ่งลักษณ์ได้เข้าใจในสถานการณ์ประเทศในขณะนี้ด้วย 

นายเสกสกลยังชี้แจงกรณีการเสียชีวิตของประชาชนที่บริเวณถนนราชดำเนิน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไม่ได้เป็นเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด โดยทาง กทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจจัดส่งเจ้าหน้าที่เขตลงพื้นที่เพื่อดูแลทันที พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้เข้ามาชันสูตรพลิกศพ และเนื่องจากกลุ่มคนไร้บ้านเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด จึงต้องใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจเข้าเก็บศพด้วยความระมัดระวัง

ส่วนที่บริเวณตรอกบ้านพานถม เมื่อได้รับแจ้งเหตุแล้ว สำนักอนามัย โดยศูนย์บริการสาธารณสุข 9 ได้จัดเจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกัน PPE  ลงพื้นที่ให้การดูแลและปฐมพยาบาลในเบื้องต้น จากนั้นพบว่าได้เสียชีวิตแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการชันสูตรพลิกศพและเคลื่อนย้ายศพตามกระบวนการ และสาเหตุที่ใช้เวลานานเนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่และรถที่จะใช้เคลื่อนย้ายศพเฉพาะกิจดังกล่าวมีไม่เพียงพอ และหน่วยงานมีภารกิจต้องรับส่งศพผู้ป่วยโควิดหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตที่หน้าโลตัส พระราม 4 นั้นได้นำส่ง รพ.จุฬา  ซึ่งผลตรวจบางรายไม่พบเชื้อโควิดและบางรายต้องรอผลอย่างเป็นทางการ

นายเสกสกลระบุว่าที่นางสาวยิ่งลักษณ์บอกว่าต้นตอเกิดจากการที่รัฐบาลไม่ได้วางแผนให้รอบคอบ รัดกุม ขาดวิสัยทัศน์ในการรับมือกับวิกฤติโรคระบาดในระยะยาว ยืนยันว่าการทำงานของนายกฯในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้ทำงานแต่เพียงผู้เดียว แต่ได้ทำงานร่วมกันกับรัฐมนตรี บุคลากรทางการแพทย์ และทุกหน่วนงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้วในการวางแผนแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น

“นางสาวยิ่งลักษณ์ ที่หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ มีความสุขสบาย จะไปเข้าใจในสถานการณ์ประเทศไทย และการทำงานของนายกฯ รัฐบาล ได้อย่างไร และที่นางสาวยิ่งลักษณ์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคนทำงาน ตนอยากถามว่านางสาวยิ่งลักษณ์ เคยทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศบ้าง นอกจากสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นมากมายในขณะที่ตนเองเป็นนายกฯจนนายกฯประยุทธ์คนนี้แหล่ะที่ต้องออกมาแก้ไขปัญหาให้ แบบนี้เรียกว่าขาดวิสัยทัศน์หรือไม่

และถ้านางสาวยิ่งลักษณ์อยากช่วยคนไทย ช่วยประเทศไทยให้พ้นวิกฤตจริงตนเองขอแค่ให้เลิกออกมาแสดงความเห็นต่างๆ เพราะการออกมาไม่ได้สร้างประโยชน์ แต่จะทำให้ บุคลากรทางการแพทย์ และคนทำงานหมดกำลังใจ อีกทั้งประชาชนจะเกิดความสับสน หรืออาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก เพราะขณะนี้ประเทศต้องการความร่วมมืออย่างมากเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลงให้เร็วที่สุด 

ตนเองก็มองว่าไม่ว่าจะเป็นนางสาวยิ่งลักษณ์ หรือนายทักษิณ ชินวัตร จะออกมาแสดงความเห็น กล่าวหาโจมตีนายกฯ รัฐบาล ในการทำงานขณะนี้ ช่วยพรรคเพื่อไทย กดดันให้นายกฯลาออก ให้พรรคเพื่อไทยให้กลับมามีอำนาจ จะได้นำนางสาวยิ่งลักษณ์ และนายทักษิณ กลับประเทศ ตนเองก็ขอย้ำว่าคงยังไม่ได้กลับ เพราะนายกฯจะอยู่แก้ไขปัญหาจนครบเทอม แต่หากอยากกลับประเทศมากตนเองก็ขอย้ำเช่นเดิม 2 ข้อ คือกลับมารับโทษตามกระบวนการกฎหมาย และชดใช้หนี้ที่เคยปล้นประชาชนไป

"นางสาวยิ่งลักษณ์กรุณาอย่าดราม่าให้ตัวเองดูดี เพื่อด้อยค่าคนอื่น ในอดีตที่ชาวนาถูกโกงค่าข้าวจนผูกคอตายไปหลายราย เป็นหนี้เป็นสินจนล้มละลายสิ้นเนื้อประดาตัว ทำไมนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่แสดงความห่วงใจ สะเทือนใจ หันมาเหลียวแลครอบครัวชาวนาเหล่านั้นบ้างละ หรือว่าลืมชาวนาที่ถูกโกงเหล่านั้นไปจากใจเสียแล้ว" นายเสกสกล กล่าว

สงขลา - เมืองต้นแบบที่ 4 จะนะ ก้าวไปอีกขั้น ศอ.บต. ร่วมกัน 2 มหาลัย ศึกษาระบบโลจิสติกส์ ทางบกในพื้นที่ อ.จะนะ เพื่อรองรับความเติบโตในอนาคต

พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า ตามที่ ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการขยายเมืองต้นแบบ "สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" จากเมืองต้นแบบ 3 แห่ง ในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา พื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ไปสู่เมืองต้นแบบที่ 4 อ.จะนะ จ.สงขลา เพื่อให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต เพื่อยกระดับการพัฒนา 4 อำเภอ ใน จ.สงขลา คือ อ.จะนะ,นาทวี.เทพา และสะบ้าย้อย ซึ่งเป็นพื้นที่มีศักยภาพสูง มีโครงการ การขนส่งในรูปแบบต่าง ๆ ที่สามารถพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงไปยังพื้นที่อื่นทั้งในและต่างประเทศ เมื่อพิจารณาโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่ อ.จะนะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ”เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ซึ่งจะพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจเฉพาะพิเศษ พบว่ายังเป็นโครงข่ายทางหลวงขนาดเล็ก ออกแบบเพื่อการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้าทางการเกษตร มีถนนสายหลักเพียง 2 สาย คือ ทางหลวงหมายเลข 43 และ 408 ขนาด 4 ช่องจราจร หากมีการพัฒนาเป็น”เมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ถนนดังกล่าวไม่สามารถรองรับความเจริญที่เกิดขึ้นได้ อีกทั้งยังต้องมีการเชื่อมต่อการขนส่งในระบบราง และการเชื่อมโยงโครงข่ายทุกรูปแบบอย่างมีประสิทธิภาพ

ศอ.บต.ได้ร่วมกับสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร ( สขน.) เพื่อศึกษา สำรวจ วิเคราะห์ สภาพการจราจร และมาตรฐานการจัดระบบจราจร และ อบจ.สงขลา ที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีภารกิจ มีอำนาจในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น จึงได้ดำเนินการโครงการศึกษาออกแบบระบบโลจิสติกส์ทางบกในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา เนื่องจากในการพัฒนา”เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมแห่งอนาคต”นั้นจำเป็นต้องมีการศึกษา เพื่อพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งให้สอดคล้องกับบริบทของการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

โดย ศอ.บต.ได้มอบหมายให้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการโครงการศึกษาออกแบบโลจิสติกส์ทางบกในพื้นที่ อ.จะนะ  โดยจะจัดให้มีการประชุมสัมมนาแนะนำโครงการผ่านระบบประชุมสัมมนาทางไกล เพื่อนำเสนอแนวคิด และวัตถุประสงของโครงการ ให้ผู้แทนส่วนราชการการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนที่มีส่วนได้เสียรับทราบ ในวันที่ 9 สิงหาคม เวลา 09.00-12.00 น.ผ่านการประชุมทางไกล ด้วยระบบ ZOOM ซึ่งขณะนี้ทางผู้จัดได้มีการเชิญผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมในครั้งนี้แล้ว เพื่อที่จะได้นำความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาและออกแบบต่อไป


ภาพ/ข่าว  นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

กาฬสินธุ์ – หมอใหญ่ระบุ ‘ฟ้าทะลายโจร’ ระงับความรุนแรงเชื้อโควิดได้ผล

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ระบุใช้ฟ้าทะลายโจรกับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เผยยืนยันผลการวิจัยจากโรงพยาบาลสมุทรปราการและเรือนจำ ขณะที่โรงพยาบาลสนามฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์นำมาใช้กับคนไข้ได้ผล ทั้งนี้ การใช้ต้องอยู่ในการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของหมอ ด้านสถานการณ์ล่าสุดพบผู้ป่วยเพิ่ม และเตรียมขยายเตียงรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่โรงพยาบาลสนามยางตลาดและโรงพยาบาลสนามสมเด็จ 

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 ที่สำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ นายแพทย์อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์  หลังทาง ศบค.ประกาศให้พื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เป็นกลุ่มจังหวัดสีแดง พื้นที่ควบคุมสูงสุด โดยวันนี้ยังพบว่ามีประชาชนจากพื้นที่กรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดพื้นที่เสี่ยง เดินทางกลับมาภูมิลำเนาจำนวนมาก ทำยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นรายวัน ล่าสุดพบผู้ป่วยรายใหม่ 131 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากต่างจังหวัดขอกลับมารักษาในภูมิลำเนา 19 ราย ผู้ติดเชื้อที่มีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 92 ราย ผู้ติดเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน 9 ราย และตรวจพบจากระบบเฝ้าระวังอื่นๆ 11 ราย

นายแพทย์อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พบรายวัน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ติดเชื้อจากต่างจังหวัด ส่วนที่พบพื้นในพื้นที่ถือว่าเป็นคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เช่น สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยในครัวเรือน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทำการเปิดโรงพยาบาลสนามทั้ง 18 อำเภอแล้ว ยังมีผู้ป่วยยืนยันเพิ่มขึ้นทุกวัน ถึงแม้ปัจจุบันโรงพยาบาลสนามจะสามารถรองรับจำนวนผู้ป่วยเพียงพอ แต่เพื่อรองรับสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังมีแนวโน้มสูงอยู่ ทางโรงพยาบาลสนามยางตลาดและโรงพยาบาลสนามสมเด็จ ก็จะได้ขยายเตียงเพิ่มขึ้นเพื่อให้สามารถรองรับและเพียงพอ และได้รับการบริหารทางระบบสาธารณสุขอย่างดีที่สุด

นายแพทย์อภิชัยกล่าวอีกว่า สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และบุคคลทั่วไปนั้น จากสถิติผู้เสียชีวิตจากการได้รับเชื้อโควิด-19 ดังกล่าว เป็นในกลุ่มผู้สูงอายุ ดังนั้น ในการจัดสรรฉีดวัคซีนที่ จ.กาฬสินธุ์ ในช่วงที่สถานการณ์ของโรครุนแรงอยู่ จึงจะจัดสรรให้บุคลากรกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคประจำตัวและหญิงมีครรภ์ หรือกลุ่ม 608 เสียก่อน จึงจะกระจายไปยังกลุ่มอื่นๆตามลำดับต่อไป

นายแพทย์อภิชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการบำบัดรักษาอาการผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 นั้น ตามที่มีการกล่าวถึงการนำสมุนไพรทางเลือก เช่น กระชาย และฟ้าทะลายโจร มาใช้ในการบำบัดรักษาอาการนั้น ยืนยันผลวิจัยที่ใช้ในโรงพยาบาลสมุทรปราการและเรือนจำ พบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ในขณะที่โรงพยาบาลฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ก็ได้นำมาใช้เช่นกัน โดยพบว่าสามารถลดความรุนแรงของโรคได้ อย่างไรก็ตามการใช้ต้องอยู่ในการกำดับดูแลอย่างใกล้ชิดของหมอรักษาไข้ ทั้งนี้ วิธีที่ป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่ได้ผลที่สุดคือการรักษามาตรการ D-M-H-T-T-A เช่น รักษาระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ตรวจวัดอุณหภูมิ ไม่เข้าไปในสถานที่แออัดและพื้นที่เสี่ยง

Call Out!! ฉัน​ต้องการเสียงดัง ๆ​ ของ​ 'เธอ'​

แทบจะเป็นธรรมเนียมไปแล้ว​ ในทุกๆ​ ครั้งที่อุณหภูมิทางการเมืองระอุ​ และมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง​

และเหล่า​ 'คนดัง'​ หรือ​ 'มีชื่อเสียง​'​ ก็มักจะต้องถูกดึงเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงออก โดยมีผู้คนในโลกโซเชียลคอยกดดันผ่านแฮชแท็กมากมายในหลาย ๆ​ แพลตฟอร์ม​ เช่น​ ทวิตเตอร์

#วันนี้ดาราcalloutหรือยัง

กระแสเหล่านี้รุนแรงและเป็นแรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นถี่มากในตอนนี้แก่เหล่าคนดัง!!

ว่าแต่ทำไมต้องเป็นศิลปินและดารา?

การดันแฮชแท็กเหล่านี้​ เพื่อเรียกร้องให้ทั้งดารา/ศิลปินใน ‘ไทย’ และ ‘ไอดอลคนไทยในต่างประเทศ’ ออกมาแสดงความคิดเห็นหรือจุดยืนในเรื่องการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นนั้น

เนื่องจากความสนใจหรือการตั้งคำถามผ่าน เสียงหรือข้อความของเหล่าดารา/ศิลปินน​ั้น​ มีความ​ Impact​ ต่อสังคมอย่างมาก​ ยิ่งดาราคนนั้นดังมากเท่าไร​ เสียงก็จะยิ่งดังชัดขึ้นต่อการเมืองในช่วงนั้น

เพราะพวกเขา​ คือ Influencer หรือผู้มีอิทธิพลบนสื่อโซเชียลมีเดีย รวมถึงการเป็นผู้มีอิทธิพลต่อกระแสภายในสังคม

และด้วยความเป็น ‘ผู้มีอิทธิพลทางสื่อ’ เป็น ‘ผู้มีชื่อเสียง’ จึงพ่วงมาด้วยการมีผู้ติดตามจำนวนมาก

นั่นหมายความว่าการเคลื่อนไหวของบุคคลเหล่านี้บนโซเชียลมีเดียในแต่ละครั้งไม่ว่าจะในด้านใด (จะเป็นการรีวิวสินค้า/ขายของ หรือการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง) ผู้คนที่ติดตามโซเชียลของบุคคลเหล่านี้ก็จะรับรู้เรื่องราวและส่งต่อสารที่สื่อออกมาได้กว้างขวางมากขึ้น

ฉะนั้น​ ถ้าคุณทำอะไรก็ดัง​ ขายของ​ รีวิวสินค้า โน้มน้าวชักจูงใจคน​ และแฟนคลับได้ ก็ต้องออกมาเป็นกระบอกเสียงในเรื่องการเมือง​ เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมต่อสังคมวงกว้างได้ด้วยเช่นกัน​ (แกมบังคับเนาะ)​

แน่นอนว่า​ การออกมาแสดงความคิดเห็น หรือจุดยืนทางการเมืองอาจส่งผลกระทบต่อตัวดารา/ศิลปิน ทั้งในเรื่องของชีวิต หน้าที่การงาน ครอบครัวหรือคนรอบข้างได้

แต่กลุ่มที่ต้องการให้ Call​ Out​ ก็จะมีการพูดว่าคนดังที่ออกมาเชียร์จะไม่ถูกคุกคาม​ และถ้าคุณกล้าออกมา​ Call​ Out​ พวกเราก็จะสนับสนุนคุณ​ตลอดไป (แม้สุดท้ายจะเกิดผู้ไม่สนับสนุนอีกฟากเกิดตามมาก็ตาม)​

ถึงกระนั้น​ ทุกวันนี้​ ศิลปิน/ดาราไทยหลายคน​ ก็เริ่มจะออกมาเป็นกระบอกเสียง และ​ Call​ Out​ ในทางการเมืองมากขึ้น​ ซึ่งจะด้วย 'จุดยืนส่วนตัว'​ หรือ 'แรงกดดัน'​ จากสังคมก็บอกได้ยาก...

แต่อย่างไรเสีย​ สิ่งที่อยากฝากคนไทยไว้​ คือ​ การออกมาหรือไม่ออกมาแสดงความคิดเห็น ย่อมเป็นสิทธิของแต่ละคนตามหลักของประชาธิปไตยที่บอกว่าทุกคนมีสิทธิเสรีภาพที่จะแสดงออกทางความคิดเห็น

เช่นเดียวกันกับตัวประชาชนเอง​ ก็มีสิทธิเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ หรือเลือกที่จะติดตามหรือไม่ติดตามต่อก็ได้เหมือนกัน...

เรื่องนี้ต้องแยกแยะให้ออกด้วย!!


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ยอดผลิตรถยนต์โตสวนวิกฤต คาดทั้งปีผลิต 1.55 -1.6 ล้านคัน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ส.อ.ท. ได้ปรับประมาณการยอดผลิตรถยนต์ปีนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.55 -1.6 ล้านคัน จากเดิมคาดไว้อยู่ที่ 1.5 ล้านคัน หลังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ทำให้มีความต้องการรถยนต์เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เวียดนาม ญี่ปุ่น เม็กซิโก และมาเลเซีย ขณะที่ยอดผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกปีนี้ที่ คาดว่า จะอยู่ที่ 8-8.5 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากเดิมคาดไว้ที่ 7.5 แสนคัน ตามยอดผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกที่สูงขึ้น 

สำหรับยอดผลิตเพื่อส่งออกรวม 6 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.2564) ผลิตได้ 486,237 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 40.37% ถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ภาพรวมการผลิต 6 เดือนอยู่ที่ 844,601 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 39.34% และหากไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนชิ้นส่วนรถยนต์บางรุ่น ประกอบกับเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าปรับตัวดีขึ้น ก็มีโอกาสที่ไทยจะสามารถผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกได้ถึง 900,000 คัน 

ส่วนของยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศปีนี้ ยังคงเป้าหมายอยู่ที่ 750,000 คัน เป็นระดับต่ำสุดที่คาดการณ์ไว้และต่ำกว่ายอดผลิตปีก่อนที่ผลิตได้ 790,000 คัน ภายใต้สมมติฐานที่ประเทศไทยประกาศล็อกดาวน์ และปัญหาการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์บางรุ่นไม่เพียงพอแล้ว จึงไม่น่าจะมีการปรับประมาณการลดลงต่ำไปกว่านี้ โดยต้องติดตามสถานการณ์โควิด-19 และการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ป้อนโรงงานอย่างใกล้ชิด

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top