Tuesday, 9 June 2026
TheStatesTimes

(สุรินทร์) มทบ.25 ลงพื้นที่ติดตามการสร้างบ้านและมอบถุงยังชีพพร้อมทั้งมอบผ้าห่มกันหนาวแก่ประชาชน

(4 พ.ย. 68) พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25, คุณสายธาร กิจคณะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 25, แพทย์ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน พร้อมด้วย จิตอาสา 904, จิตอาสาพระราชทาน, ประชาชนจิตอาสา, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้นำชุมชน, ชรบ.ในพื้นที่
ลงพื้นที่ติดตามการสร้างบ้านและซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ทำให้เกิดความเสียหายทั้งหลังมี จำนวน 3 หลังคาเรือน ในพื้นที่ อำเภอปราสาท และ อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ พร้อมมอบผ้าห่มกันหนาว, ถุงยังชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ จำนวน 20 ครอบครัว พร้อมทั้งยังได้มอบสิ่งของให้ อสม. และ ชรบ. ที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ประจำหมู่บ้าน 

ทั้งนี้ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน ยังได้จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ในการตรวจสุขภาพเบื้องต้น พร้อมมอบยาสามัญประจำบ้านแก่ผู้ป่วยติดเตียง, ผู้สูงอายุ, และผู้ป่วยทุพพลภาพ สร้างความดีใจและรู้สึกปราบปลื้มที่ได้มีหน่วยงานราชการ และหน่วยงานทหารได้เข้ามาสอบถามถึงความเดือดร้อนของประชาชน

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จัดกิจกรรมต้อนรับผู้โดยสารสืบสานประเพณียี่เป็ง

(4 พ.ย. 68) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) จัดกิจกรรมต้อนรับผู้โดยสารสืบสานประเพณียี่เป็ง โดยมี นายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ และ นายวิสูตร คำยอด รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (สายปฏิบัติการและบำรุงรักษา) พร้อมด้วยผู้บริหาร พนักงาน และผู้แทนส่วนราชการ ร่วมมอบ กระทงกะลา เป็นของที่ระลึกให้แก่ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว

ภายในงานยังมีกิจกรรม สาธิตและสอนการประดิษฐ์กระทงจากดอกบัว ณ บริเวณหน้าห้องผู้โดยสารขาเข้า อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ รวมถึงการประดับตกแต่งสถานที่ภายในอาคารผู้โดยสาร และจัด จุดถ่ายภาพในหลายพื้นที่ ทั้งในส่วนของผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติและงานหัตถกรรมพื้นบ้านล้านนา ซึ่งเป็นไปตามแนวทางพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านความพอเพียงและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 

ปัจจุบัน ท่าอากาศยานเชียงใหม่มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 29,000–32,000 คน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคมประมาณ ร้อยละ 17 และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ไปจนถึงต้นปี 2569 โดยทชม. ได้บูรณาการความร่วมมือกับสายการบิน ส่วนราชการ และผู้ประกอบการ เพื่อให้บริการผู้โดยสารอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ระหว่างวันที่ 5 – 6 พฤศจิกายน 2568 สายการบินต่าง ๆ ได้ปรับตารางบินให้สิ้นสุดภายในเวลา 19.00 น. เพื่อความปลอดภัยในการเดินอากาศในช่วงมีการปล่อยโคมลอย ส่งผลให้มีเที่ยวบินหนาแน่นตลอดทั้งวันก่อนหมดเที่ยวบิน ขณะเดียวกัน ทชม. อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงพื้นที่บางส่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย จึงขออภัยในความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับปรุงและการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการบางส่วน 

ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางมายังท่าอากาศยานและดำเนินพิธีการก่อนขึ้นเครื่องมากกว่าปกติ พร้อมขอความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของผู้โดยสารทุกท่าน

ปัตตานี-ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการปฎิบัติงานของ หน่วยเฉพาะกิจ กองพันทหารราบที่ 2 

เมื่อวันที่ (3 พ.ย. 68) เวลา14.30 น.ที่ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2  พลตรีณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี พร้อมด้วยคณะฯเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการปฏิบัติงานของ หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2  ซึ่งการนี้ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ และการปฏิบัติงานของหน่วยในห้วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ฝ่ายอำนวยการหน่วยเฉพาะกิจปัตตานีได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามแผน ยุทธศาสตร์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้เพื่อให้การปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับนโยบายของกองทัพบก ได้มีการให้คำแนะนำแก่หน่วยปฏิบัติในการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ โดยมุ่งเน้นให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับเข้าใจในเจตนารมณ์ของแผนยุทธการอย่างถูกต้อง ชัดเจน และสามารถนำไป ปรับ ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งการให้คำแนะนำดังกล่าวครอบคลุมถึงแนวทางการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การเสริมสร้างความร่วมมือกับผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนการปฏิบัติภารกิจด้านการข่าว การรักษาความปลอดภัย การปฏิบัติทางยุทธวิธี และการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้หน่วยปฏิบัติยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นแนวทางในการสร้างความไว้วางใจและความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ของแผนยุทธศาสตร์และสร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้เพื่อสร้างขวัญ และกำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทุกคนได้ทุ่มเท เสียสละ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มุ่งมั่นในการดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน

ในโอกาสนี้ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานีได้กล่าวชื่นชมการปฏิบัติงานของหน่วย พร้อมเน้นย้ำให้กำลังพลทุกนายรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานอย่างมีวินัย ยึดหลักกฎหมาย ควบคู่กับการใช้ความเข้าใจและความอ่อนโยนต่อประชาชน เพื่อสร้างความไว้วางใจและนำพาพื้นที่ไปสู่ “สันติสุขที่ยั่งยืน” พร้อมทั้งพบปะพูดคุยกับกำลังพลอย่างใกล้ชิด รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วย เพื่อใช้ประกอบการวางแผนและปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกทั้งยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานทุกนายในการปฎิบัติภารกิจให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่หน่วยฯ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่/การสร้างความเข้าใจและเสริมสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกนายของหน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2 ปฏิบัติงานด้วยความอดทน เสียสละ และยึดมั่นในหลักการ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัยและสงบสุข

ทั้งนี้ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานีให้ความสำคัญสูงสุดในด้านความปลอดภัยของกำลังพลที่ปฏิบัติงานและความปลอดภัยภายในฐานและรอบ ๆ ฐานปฏิบัติงาน ถือเป็นภารกิจสำคัญอันดับต้น ๆ ของทุกหน่วย โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และยุทโธปกรณ์ ตลอดจนสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยจึงได้เน้นย้ำ กับกำลังพลถึงการดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างรัดกุม ทั้งการจัดเวรยามตรวจการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ การตรวจสอบความพร้อมของระบบป้องกันฐาน เช่น กล้องวงจรปิด ระบบไฟส่องสว่าง และจุดตรวจรอบฐานอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ ยังเน้นการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้กับกำลังพลทุกนาย ให้ตระหนักถึงการมีระเบียบวินัย การเฝ้าระวังสิ่งผิดปกติรอบตัว และการรายงานเหตุการณ์อย่างทันท่วงที เพื่อให้สามารถตอบโต้สถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันเหตุร้าย แต่ยังเป็นรากฐานของความมั่นคงในพื้นที่ และสะท้อนถึงความพร้อม ความเข้มแข็ง และความเสียสละของผู้ปฏิบัติงานทุกนายที่มุ่งมั่นในการรักษาความสงบสุขของประชาชน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนะนำ 5 พฤติกรรมเสี่ยง ที่ไม่ควรทำช่วงเทศกาลลอยกระทง

(5 พ.ย. 68) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลลอยกระทง ซึ่งมักมีประชาชนออกมาท่องเที่ยวและร่วมกิจกรรมจำนวนมากทั่วประเทศ จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมและอุบัติเหตุสูงกว่าช่วงเวลาปกติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนภัยและแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังและหลีกเลี่ยง “5 พฤติกรรมเสี่ยง” ที่อาจนำไปสู่เหตุอันตรายช่วงเทศกาลลอยกระทง ดังนี้

1. เล่นพลุ ดอกไม้ไฟ และโคมลอยในพื้นที่ชุมชน – เสี่ยงเกิดอัคคีภัยหรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะการเล่นในพื้นที่ตลาด ชุมชน หรือบริเวณที่มีสายไฟแรงสูง

2. ลอยกระทงบริเวณที่มีผู้คนหนาแน่นหรือใกล้จุดเสี่ยง – อาจเกิดอุบัติเหตุพลัดตกน้ำ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ควรสวมเสื้อชูชีพและอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่

3. เมาสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ – เป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุบนท้องถนน ทำให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจำนวนมากในทุกปี

4. กรอกข้อมูลส่วนตัวในเว็บไซต์ลอยกระทงออนไลน์ – ระวังมิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอม เพื่อหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขประจำตัวประชาชน ข้อมูลบัตรเครดิต หรือรหัสผ่านต่าง ๆ

5. ใช้กระทงที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม – การใช้กระทงที่ทำจากวัสดุย่อยสลายยาก เช่น โฟมหรือพลาสติก รวมถึงกระทงขนมปัง  เพราะจะทำให้น้ำเน่าเสีย

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือในกรณีต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ ดังนี้
• เหตุด่วนเหตุร้าย โทร. 191
• เจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร. 1669
• เหตุด่วนทางน้ำ โทร. 1199
• เหตุเพลิงไหม้ โทร. 199

ท้ายนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ประชาชนทุกคนลอยกระทงอย่างปลอดภัย มีสติ และไม่ประมาท เพื่อให้เทศกาลลอยกระทงในปีนี้ เป็นคืนแห่งความสุข ความอบอุ่น และความทรงจำที่ดีสำหรับทุกคน

สมุทรปราการ-เจ้าคุณแจ้ พายเรือบิณฑบาตรทางน้ำโปรดญาติโยม ประชาชนกว่า 1,000 คน ร่วมใส่บาตร

(5 พ.ย. 68) เวลา 07.00 น. ที่บริเวณสระกลางน้ำวิหารหลวงปู่กิ่ม วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง พร้อมด้วย พระมหาเสน่ห์ และพระเดช พระสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง

เมตตาพายเรือโปรดญาติโยมรับบิณฑบาตรทางน้ำ เนื่องในงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2568 โดยมี ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง นายก อบต.บางพลีใหญ่ พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ อดีตรอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี นางเจียม รุ่งเรือง อดีตสมาชิกสภา อบจ.สมุทรปราการ ตลอดจนคณะไวยาวักจร หัวหน้าส่วนราชการ 

คณะผู้บริหารโรงพยาบาลบางพลี นำโดย นายแพทย์เสาร์ ปัญจพงษ์ ผอ.โรงพยาบาลบางพลี พร้อมด้วย แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี อุบาสก อุบาสิกา คณะผู้บริหารโรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง นำโดย นายธีรพัชญ์ ศรีนาเครือธนัต คณะครู นักเรียนโรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง และนักเรียนโรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง จำนวนกว่า 1,000 คน นำข้าวสาร อาหารแห้ง ร่วมทำบุญใส่บาตรถวายแด่พระสงฆ์

สำหรับประเพณีตักบาตรทางน้ำ ณ วิหารหลวงปู่กิ่ม วัดบางพลีใหญ่กลาง ท่านเจ้าคุณแจ้ ได้ร่วมกับคณะสงฆ์ ไวยาวัจกร และคณะกรรมการวัดบางพลีใหญ่กลาง จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชาวไทย เนื่องจากมีความเชื่อในอดีตว่าเป็นการทำบุญขอขมาพระแม่คงคา โดยกำหนดให้มีพิธีทำบุญตักบาตรในช่วงเช้าของวันลอยกระทง ส่วนช่วงเย็นจะมีพิธีถวายผ้าป่าสามัคคี และร่วมลอยกระทงเพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย

สมุทรปราการ-ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลแพรกษา ส่งเสริมเยาวชนสำนึกในความเป็นไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลตำบลแพรกษา เอื้ออาทร 14 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 

ได้จัดกิจกรรมสืบสานประเพณีวันลอยกระทง ประจำปี 2568 ด้วยคณะผู้บริหาร คณะครู ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลแพรกษา โดยมี นางสุวรรณา อ่วมภูมิ นางสาวชลธิชา แว่นแก้ว นางสาวนารินทร์ พานิช ตลอดจนผู้ปกครองร่วมทำกิจกรรม สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันลอยกระทง 2568

เนื่องด้วย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลแพรกษา จัดทำโครงการ สืบสานประเพณีวันลอยกระทง ประจำปี 2568 เพื่อร่วมสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทยส่งเสริมให้เด็กเล็กมีจิตสำนึกในความเป็นไทย ได้มีส่วนร่วมอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่มีมาแต่โบราณให้คงอยู่กับคนไทยสืบไป

ซึ่งในวันนี้ทางผู้ปกครองร่วมกับครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลตำบลแพรกษา เอื้ออาทร 14 ร่วมเป็นวิทยากรในการสอนเด็กเล็กประดิษฐ์กระทง โดยการนำอุปกรณ์ต่างๆ นำมาประดิษฐ์กระทงให้เด็กเล็กได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมกับกิจกรรมในครั้งนี้ อีกทั้งยังเป็นการฝึกการพัฒนาทั้งด้านความรู้ ความสามารถของเยาวชนต่อไป

ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รณรงค์ลอยกระทงสืบสานวัฒนธรรมไทย ใช้ถนนปลอดภัย รักษาวินัยจราจร

(5 พ.ย. 68) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจจราจรทั่วประเทศ ระดมกำลังดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่ประชาชนที่เดินทางไปร่วมงานเทศกาลลอยกระทงทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกพื้นที่เฉลิมฉลองประเพณีไทยได้อย่างอบอุ่นและปลอดภัย

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำให้ทุกหน่วยปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมวางมาตรการเข้มงวดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนและลดปัญหาการจราจรติดขัด โดยดำเนินการดังนี้

1. จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดสำคัญทั่วประเทศ ทั้งบริเวณวัด ท่าน้ำ สวนสาธารณะ และสถานที่จัดงานลอยกระทง เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจรและดูแลความปลอดภัยของประชาชน พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ชุมชน และอาสาจราจร

2. ประชาสัมพันธ์เส้นทางจราจร จุดจอดรถ และเส้นทางเลี่ยงให้ประชาชนทราบล่วงหน้า รวมถึงเตรียมเส้นทางสำรองรองรับการจราจรหนาแน่นในพื้นที่จัดงาน

3. กวดขันวินัยจราจรอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และการแข่งรถในทางสาธารณะ
 
ทั้งนี้ พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ร่วมกัน “สืบสานประเพณีอย่างมีวินัยและรับผิดชอบต่อสังคม” โดยขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนและไปร่วมงานเทศกาล รักษากฎหมายและวินัยจราจร ขับขี่รถอย่างมีน้ำใจ ไม่จอดกีดขวางการจราจร สวมหมวกนิรภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกครั้ง ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ยานพาหนะ หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในทุกพื้นที่ เพื่อให้เทศกาลลอยกระทงปีนี้เป็นเทศกาลแห่งความสุข ความปลอดภัย และความงดงามของวัฒนธรรมไทยที่คงอยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน
 
หากประชาชนพบเห็นอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน สามารถ แจ้งขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางดังนี้
• โทร. 191 ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินทั่วประเทศ
• โทร. 1197 สายด่วนตำรวจจราจร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
• โทร. 1193 สายด่วนตำรวจทางหลวง
• โทร. 1599 สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ปูตินลั่นตอบโต้แน่!! หาก ‘สหรัฐฯ-ชาติตะวันตก’ เริ่มทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ ย้ำรัสเซียยังยึดสนธิสัญญา ห้ามทดสอบโดยสมบูรณ์ (CTBT)

(6 พ.ย. 68) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศว่ารัสเซียจะ “ตอบโต้ทันที” หากประเทศใดกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง โดยระบุว่า หากสหรัฐหรือชาติภาคีในสนธิสัญญาเดินหน้าทดสอบนิวเคลียร์ รัสเซียก็จะต้องดำเนินมาตรการตอบสนองอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาดุลทางยุทธศาสตร์

ปูตินได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเตรียมพร้อมทดสอบนิวเคลียร์ เพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบทางยุทธศาสตร์ พร้อมย้ำว่ารัสเซียยังคงปฏิบัติตามพันธกรณีใน “สนธิสัญญาห้ามทดสอบนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์” (CTBT) อย่างเคร่งครัด จนกว่าชาติอื่นจะละเมิดข้อตกลงก่อน

คำประกาศของปูตินมีขึ้นหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้กลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่า “ประเทศอื่นก็ทำอยู่เช่นกัน” ซึ่งปูตินมองว่าเป็น “เรื่องจริงจัง” และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ สภาความมั่นคงรัสเซียระบุว่าได้วิเคราะห์ถ้อยคำจากผู้นำสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการทดสอบนิวเคลียร์แล้ว ขณะที่เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตันได้ส่งหนังสือกลับมอสโก เพื่อรายงานและขอคำชี้แจงเพิ่มเติม ย้ำว่ารัสเซียยังคงยึดมั่นในสนธิสัญญา CTBT และจะไม่เริ่มทดสอบก่อนใครอย่างแน่นอน

เจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ใช้ 3 เมืองหลัก กรุงเทพฯ ชลบุรี และสงขลา ชูแนวคิด กีฬาเพื่อความยั่งยืนและเอกภาพ ตั้งเป้าทวงคืน “เจ้าเหรียญทอง” กลับสู่แผ่นดินสยาม!

(6 พ.ย. 68) ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2568 โดยใช้สามจังหวัดหลักคือ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และสงขลา เป็นศูนย์กลางการแข่งขัน พร้อมยืนยันความพร้อมเต็มร้อยในการจัดครั้งนี้

กรุงเทพมหานคร – ศูนย์กลางพิธีเปิด-ปิด ใช้สนามราชมังคลากีฬาสถานและอินดอร์สเตเดียม หัวหมาก เป็นเวทีสำคัญของกีฬาหลัก
ชลบุรี – เจ้าภาพกีฬาทางน้ำและกีฬาชายหาด นำโดยเมืองพัทยาและสัตหีบ พร้อมเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงกีฬา
สงขลา – รับหน้าที่จัดกีฬาประเภททีมและกีฬามวลชน สร้างสีสันให้ภาคใต้กลายเป็น “จุดเชื่อมความสุขของอาเซียน”

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้เผยแนวคิดหลักในการจัดงานว่า 'Sustainability – Sports for Unity' หรือ กีฬาเพื่อความยั่งยืนและเอกภาพ โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างต้นแบบการแข่งขันที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ทัพนักกีฬาไทยตั้งเป้าทวงคืนเจ้าเหรียญทอง หลังจากพลาดในซีเกมส์ 2023 ที่กัมพูชา โดยเฉพาะในชนิดกีฬาหลักอย่างวอลเลย์บอล มวยสากล ยกน้ำหนัก และเทควันโด ขณะที่สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยเผยว่า "ทีมวอลเลย์บอลหญิงยังคงตั้งเป้าเหรียญทองสมัยที่ 17 ขณะที่ทีมชายขออย่างน้อยเข้าชิงชนะเลิศให้ได้"

ซีเกมส์ 2025 ไม่เพียงเป็นเวทีแข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสฟื้นฟูเศรษฐกิจและความภาคภูมิใจของชาติ โดยเฉพาะกับบทบาทของไทยที่ได้รับการชื่นชมว่าเป็น "เจ้าภาพที่อบอุ่นและมืออาชีพที่สุดในอาเซียน" พร้อมสร้างพลังสามเมืองใหญ่สู่ศูนย์รวมจิตวิญญาณกีฬาอาเซียนในครั้งนี้

กกท. และคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยตั้งเป้าคว้า อันดับ 1 รวมเหรียญทอง อีกครั้ง หลังจากซีเกมส์ 2023 ที่กัมพูชา (กรุงพนมเปญ) ทีมชาติไทยคว้า เหรียญทอง 108 เหรียญ จบที่อันดับ 2

รมว.ยุติธรรม กดปุ่ม 'Kick Off 1386' ปูพรมปราบยาเสพติดทั่วประเทศ เดินหน้ายุทธการวาระชาติ

(5 พ.ย. 68) ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงาน ป.ป.ส. อาคาร 2 ชั้น 4 (ดินแดง) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดปฏิบัติการ “Kick Off 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด” ครั้งที่ 1/2569 ตอกย้ำการขานรับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น วาระแห่งชาติ เดินหน้ากระชับพื้นที่–ล้างเครือข่ายค้ายาในทุกมิติ

พิธีเปิดจัดขึ้นโดยมีผู้แทนภาคีด้านความมั่นคงร่วมเข้าพลังอย่างพร้อมหน้า ทั้งตำรวจ ทหาร ปกครอง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานเฉพาะกิจ อาทิ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พล.ต.สราวุธ ประเสริฐชีวะ จากกอ.รมน. นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัด มท. รวมถึงกำลังจากเหล่าทัพและป.ป.ส.ภาค 1–9 และกทม.

ปฏิบัติการพุ่งเป้าตามสายด่วน 1386 ทั่วประเทศ เริ่มจากการลงพื้นที่ตามเรื่องร้องเรียนของประชาชน ผ่านสายด่วน 1386 ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.–5 พ.ย. 2568 รวม 161 จุดปฏิบัติการ ครอบคลุม 21 จังหวัด 87 อำเภอ มุ่งตรวจสอบเป้าหมายบุคคลรวม 156 ราย แบ่งเป็นประชาชนทั่วไป 149 ราย และเจ้าหน้าที่รัฐ 7 ราย พร้อมตรวจเข้ม 5 ชุมชนเสี่ยงแพร่ระบาด

ผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด 41 คน จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 คน ดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 2,700 เม็ด ไอซ์ 65.6 กรัม คีตามีน 2.8 กรัม นำผู้เสพเข้าสู่ระบบบำบัด 109 คน และยึดทรัพย์เพื่อตรวจสอบ 3 รายการ ได้แก่ เงินสด 2,502,500 บาท รถยนต์ 1 คัน และอาวุธปืน 1 กระบอก

รายงานจากหน่วยปฏิบัติผ่านระบบ Webex ระบุว่า ชุมชนแออัดยังคงเป็นจุดเสี่ยงสำคัญที่มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดต่อเนื่อง รวมถึงพบกลุ่มผู้กระทำผิดซ้ำจำนวนหนึ่งที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่อย่างมาก

พล.ต.ท.รุทธพล ย้ำว่า การบูรณาการระหว่าง ป.ป.ส. กับตำรวจ ทหาร ปกครอง และสาธารณสุข ต้องเดินหน้าอย่างเข้มข้น ทั้งด้านการปราบปราม การลดการแพร่ระบาด และการฟื้นฟูชุมชน พร้อมสั่งกำชับให้ทุกหน่วยวางแผนเชิงรุกและสร้างสภาพแวดล้อมปลอดภัยในระดับหมู่บ้านและชุมชน

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินงานบนหลัก โปร่งใส ยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และขอให้ประชาชนร่วมเป็นกำลังสำคัญ หากพบเบาะแสค้ายาหรือเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1386 “ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด” เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลบรรลุเป้าหมาย สร้างสังคมไทยปลอดภัยและเข้มแข็งอย่างยั่งยืน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top