Saturday, 13 June 2026
TheStatesTimes

‘เซินเจิ้น’ โกยยอดการค้าต่างแดนแซงทุกเมืองในจีน แค่ครึ่งปีแรกฟันไปเกือบ 10 ล้านล้านบาท

(23 ก.ค. 68) นครเซินเจิ้นของจีนทำยอดการค้าระหว่างประเทศช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2025 ได้สูงถึง 2.17 ล้านล้านหยวน (ราว 9.76 ล้านล้านบาท) ครองอันดับ 1 เมืองที่มียอดการค้าต่างแดนมากที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่

ในจำนวนนี้คิดเป็นการส่งออกถึง 1.31 ล้านล้านหยวน (5.89 ล้านล้านบาท) และนำเข้า 8.58 แสนล้านหยวน (3.86 ล้านล้านบาท) สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน

โดยมีภาคเอกชนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ คิดเป็นสัดส่วนถึง 69.8% ของการค้าทั้งหมด หรือราว 1.51 ล้านล้านหยวน ประมาณ 6.79 ล้านล้านบาท

เมืองเซินเจิ้น (Shenzhen) มีคู่ค้าหลักอย่างอาเซียน ฮ่องกง และไต้หวัน ขณะที่คู่ค้ารายสำคัญอื่นๆ ยังรวมถึงสหภาพยุโรป (EU) สหรัฐฯ อินเดีย สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเม็กซิโก

ทั้งนี้ สินค้าส่งออกเด่นของเซินเจิ้นคือคอมพิวเตอร์ วงจรรวม และแบตเตอรี่ ส่วนการนำเข้าส่วนใหญ่ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจรรวม (IC) 

ผู้บริหารธนาคาร Wells Fargo ถูกห้ามออกจากจีน รัฐบาลจีนย้ำเป็น ‘คดีรายบุคคล’ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

(23 ก.ค. 68) นางเฉินเยว่ เหมา (Chenyue Mao) ผู้บริหารธนาคาร Wells Fargo ชาวจีน-อเมริกัน ถูกทางการจีนห้ามเดินทางออกนอกประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคดีอาญาที่อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเธอเกี่ยวข้องกับคดีใด 

เฉินเยว่ เหมา ทำงานกับ Wells Fargo มาตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้นำแฟคตอริ่ง (Factoring) ระหว่างประเทศ และเป็นประธานองค์กร FCI ซึ่งเป็นเครือข่ายธุรกิจระดับโลกที่ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์เงินทุนข้ามพรมแดน โดยมีถิ่นพำนักในเมืองแอตแลนตา สหรัฐฯ แต่เกิดที่เซี่ยงไฮ้ 

Wells Fargo ออกแถลงการณ์ว่า “กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้พนักงานสามารถเดินทางกลับสหรัฐฯ ได้โดยเร็ว” พร้อมทั้งสั่งระงับการเดินทางไปจีนของพนักงานทุกคนในทันที

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ 1 ราย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ถูกสั่งห้ามออกจากจีนเช่นกัน หลังไม่เปิดเผยสถานะการทำงานกับรัฐบาลในแบบฟอร์มวีซ่า 

หลายฝ่ายมองว่าจีนจำเป็นต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าเหตุใดบุคคลหนึ่งจึงถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านธุรกิจ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนย้ำว่าเป็น “คดีรายบุคคล” และทุกคนในจีนต้องเคารพกฎหมายของประเทศอย่างเท่าเทียมกัน

25 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วย เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ (รัชกาลที่ 10) เสด็จไปทรงยกช่อฟ้าพระอุโบสถ วัดกัทลีพนาราม

วันนี้ เมื่อ 56 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วย เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ (รัชกาลที่ 10) เสด็จไปทรงยกช่อฟ้าพระอุโบสถ วัดกัทลีพนาราม (วัดบ้านกล้วย) อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ พร้อมด้วย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปทรง ยกช่อฟ้าพระอุโบสถ วัดกัทลีพนาราม (วัดบ้านกล้วย) อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นวัดสำคัญของชุมชนชาวไทยพวน สิ่งที่น่าสนใจ ของวัดนี้คือ พระอุโบสถขนาดใหญ่แบบจตุรมุขที่สวยงาม มีวิหารเก่าแก่หลังเล็กและเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองรูปทรง งดงามมาก ศาลาการเปรียญมีลวดลายฉลุไม้ตกแต่งสวยงาม ภายในมีธรรมาสน์เก่าประดับเครื่องพุทธบูชาแบบของ ชาวไทยพวนคือ 'ธงแว่น'

พร้อมทั้งทรงเสด็จฯ เยี่ยมเยียนและมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรชาวบ้านหมี่และพื้นที่ใกล้เคียง โดยวัดกัทลีพนารามเป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2360 นับเป็นวัดสำคัญของ ชุมชนชาวไทยพวนยังเป็นศูนย์รวมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยพวนบ้านหมี่ ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

ชาวยูเครนลุกฮือ!! ออกมาชุมนุมประท้วงกลางกรุงเคียฟ หลัง ‘เซเลนสกี’ เซ็นรับรองกฎหมายควบคุมหน่วยงานต้านโกง

(23 ก.ค. 68) ประชาชนหลายร้อยคนออกมาชุมนุมประท้วงกลางกรุงเคียฟ หลังประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ลงนามรับรองกฎหมายฉบับใหม่ที่เพิกถอนความเป็นอิสระของหน่วยงานต่อต้านการทุจริตหลักของประเทศ 2 แห่ง ได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (NABU) และสำนักงานอัยการพิเศษปราบปรามการทุจริต (SAPO)

กฎหมายใหม่นี้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาด้วยคะแนน 263 ต่อ 13 เสียง โดยส่วนใหญ่เป็นเสียงจากพรรครัฐบาล และจะทำให้หน่วยงานต่อต้านการทุจริตทั้งสองแห่งอยู่ภายใต้การควบคุมของอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งโดยตรง

แม้เซเลนสกียืนยันว่า การปรับโครงสร้างดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้การปราบปรามคอร์รัปชันมีประสิทธิภาพมากขึ้น และปลอดอิทธิพลจากรัสเซีย แต่หลายฝ่ายมองว่าเป็นความพยายามรวมศูนย์อำนาจ และอาจใช้เพื่อแทรกแซงการสอบสวนคดีของคนใกล้ชิดรัฐบาล

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันในยูเครนเตือนว่า กฎหมายนี้อาจทำให้หน่วยงานอิสระกลายเป็นเพียงเครื่องมือของรัฐบาล ขณะที่ผู้ประท้วงบางคนชี้ว่า ร่างกฎหมายถูกรีบผลักดันโดยไม่มีการรับฟังความคิดเห็นอย่างโปร่งใส

ด้านสหภาพยุโรป (EU) แสดงความกังวลต่อกฎหมายฉบับนี้ พร้อมระบุว่าเป็น “ก้าวถอยหลังที่ร้ายแรง” ในช่วงเวลาที่ยูเครนยังต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากต่างประเทศ ทั้งในด้านการเงินและการเมือง ท่ามกลางสงครามที่ยังไม่ยุติลง

24 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 ‘อาภัสรา หงสกุล’ คว้าตำแหน่ง 'Miss Universe' นับหญิงไทยคนแรกที่ได้ครองมงกุฎนางงามจักรวาล

วันนี้ในอดีตเมื่อ 60 ปีก่อน ‘อาภัสรา หงสกุล’ นางสาวไทย ได้รับเลือกเป็น 'นางงามจักรวาล' หรือ 'Miss Universe' ในเวทีประกวดที่ชายหาดไมอามี รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965) นับเป็นนางงามจักรวาลคนแรกของไทย และเป็นคนที่ 2 จากเอเชีย (หลังจาก อากิโกะ โคจิมะ นางงามจากประเทศญี่ปุ่นในปีพ.ศ. 2502)

ในขณะนั้น ‘อาภัสรา หงสกุล’ มีอายุ 18 ปี โดยมีส่วนสูง 164 ซม. (5 ฟุต 7 นิ้ว) สัดส่วน 35-23-35 ซม. สามารถชนะใจกรรมการและคว้ามงกุฎมาครองได้สำเร็จ โดยในปีนั้นรองนางงามจักรวาลอันดับที่ 1 คือนางงามจากประเทศฟินแลนด์ รองฯ อันดับที่ 2 จากสหรัฐอเมริกาเจ้าบ้าน รองฯ อันดับที่ 3 จากประเทศสวีเดน และรองฯ อันดับที่ 4 จากประเทศฮอลแลนด์

อนึ่ง ‘อาภัสรา หงสกุล’ นับเป็นตัวแทนคนที่ 3 ของประเทศไทย ต่อจาก ‘อมรา อัศวนนท์’ รองนางสาวไทย 2496 ซึ่งเป็นตัวแทนคนแรกเข้าร่วมประกวดนางงามจักรวาล 1956 ตามด้วย ‘สดใส วานิชวัฒนา’ ในการประกวดนางงามจักรวาล 1959

อินเดียไฟเขียววีซ่าท่องเที่ยว เตรียมเปิดประตูรับชาวจีน หลังจากหยุดไปตั้งแต่ช่วงโควิด-19 และปมขัดแย้งชายแดน

(23 ก.ค. 68) สถานทูตอินเดียประจำกรุงปักกิ่งประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมนี้ รัฐบาลอินเดียจะกลับมาออกวีซ่าท่องเที่ยวให้กับพลเมืองจีนอีกครั้ง นับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีหลังจากที่หยุดไปตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ระบาดและเกิดเหตุการณ์ปะทะกันที่หุบเขากัลวานในปี 2020

โดยชาวจีนที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวในอินเดีย ต้องกรอกใบสมัครออนไลน์ นัดวันยื่นเอกสาร และนำหนังสือเดินทางพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยื่นด้วยตนเองที่ศูนย์ขอวีซ่าในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือกว่างโจว โดยหากต้องการขอคืนหนังสือเดินทาง ต้องแนบจดหมายร้องขออย่างเป็นทางการ

ขณะที่ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอยู่ในช่วงตึงเครียดตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังเหตุปะทะในพื้นที่พรมแดนแถบลาดักห์ แต่ทั้งสองฝ่ายเริ่มทยอยถอนทหารออกจากจุดขัดแย้ง และกลับมาเจรจาในหลายระดับเพื่อลดความตึงเครียด

อินเดียและจีนมีแผนที่จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนมากขึ้น เช่น การเตรียมกลับมาเปิดเที่ยวบินตรง และการเดินทางแสวงบุญไปยังภูเขาไกรลาศและทะเลสาบมานัสโรวาร์ ซึ่งถูกระงับตั้งแต่ช่วงโควิด

รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดียระบุเมื่อต้นปีว่า ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับจีนกำลังเคลื่อนตัวไปในทิศทางบวก แต่ยังต้องมีความพยายามร่วมกันเพื่อให้กลับสู่ภาวะปกติอย่างเต็มที่ 

เขมร ลดสัมพันธ์การทูตกับไทยสู่ระดับต่ำสุด เรียกตัว จนท.ประจำการที่กรุงเทพฯ กลับทั้งหมด

กัมพูชาลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยลงสู่ระดับต่ำสุดตอบโต้ไทย เรียกเจ้าหน้าที่ประจำการในสถานทูตที่กรุงเทพฯ กลับประเทศทั้งหมด

(24 ก.ค. 68) สื่อมวลชนกัมพูชารายงานว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยลงสู่ระดับต่ำสุด เพื่อตอบโต้กรณีที่ไทยลดความสัมพันธ์กับกัมพูชา

มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลไทย โดยรักษาการนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา หลังจากเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดอีกครั้งและได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณชายแดนพิพาท

มาตรการดังกล่าวรวมถึงการเรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับจากพนมเปญ และการขับไล่เอกอัครราชทูตกัมพูชาออกจากกรุงเทพฯ

กัมพูชาได้ออกมาตอบโต้ด้วยการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตลงสู่ระดับ 'อุปทูตรักษาการ'

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่การทูตกัมพูชาทุกคนที่ประจำการอยู่ที่สถานทูตกัมพูชาในกรุงเทพฯ ได้รับคำสั่งให้เดินทางกลับประเทศ ฝ่ายไทยยังได้รับคำสั่งให้จัดการเรื่องการเดินทางกลับของเจ้าหน้าที่การทูตออกจากกัมพูชาด้วยเช่นกัน

‘รัสเซีย-ยูเครน’ ถกสันติภาพรอบ 3 ยังไร้ข้อสรุป แต่เห็นพ้องแลกตัวเชลย-หารือช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

(24 ก.ค. 68) เจ้าหน้าที่รัสเซียและยูเครนพบกันอีกครั้งที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันพุธ (23 ก.ค.) ภายใต้การประสานของสหรัฐฯ เพื่อเจรจายุติสงคราม การเจรจาครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 40 นาที และไม่มีความคืบหน้าในเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายตกลงจะเปิดช่องทางพูดคุยแบบไม่เป็นทางการเพิ่มขึ้น และยังพร้อมร่วมมือกันในประเด็นด้านมนุษยธรรม เช่น การแลกเปลี่ยนเชลยและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสงคราม

ยูเครนย้ำต้องมีการ 'หยุดยิงก่อน' จึงพร้อมหารือสันติภาพ แต่รัสเซียกลับต้องการ “ตกลงเงื่อนไขสันติภาพก่อน” จึงจะยอมหยุดยิง ความขัดแย้งพื้นฐานนี้ทำให้สองฝ่ายยังคงอยู่ห่างไกลจากข้อตกลงใหญ่ และยูเครนยังคงเสนอให้ผู้นำทั้งสองพบกันโดยตรง แต่รัสเซียปฏิเสธ โดยเสนอจัดตั้งคณะทำงานย่อยด้านการเมือง มนุษยธรรม และการทหารแทน

อย่างไรก็ตาม มีความคืบหน้าบางประการในประเด็นด้านมนุษยธรรม รัสเซียยอมส่งตัวนักโทษสงครามยูเครน 1,200 คน และศพทหารยูเครนอีก 3,000 นายกลับประเทศ พร้อมเตรียมพิจารณาคืนเด็กยูเครนที่ถูกพาตัวจากดินแดนยึดครอง 339 คน ตามคำร้องขอของยูเครน

ท่าทีของทั้งสองฝ่ายยังต่างกันชัดเจน ปูตินยืนยันไม่ยอมเสียเปรียบทางทหารและไม่แลกกับเงื่อนไขสันติภาพ ขณะที่เซเลนสกีระบุจะไม่มีวันยอมจำกัดสิทธิอธิปไตย หรือรับรองการผนวกดินแดนกับรัสเซีย

แม้เจรจายังไร้ผล แต่แรงกดดันจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ต้องการยุติสงครามนี้ กลายเป็นแรงผลักให้ทั้งสองฝ่ายยังไม่กล้าทำให้การพูดคุยล่มอย่างเป็นทางการ เพราะต่างก็ไม่อยากให้ทรัมป์หันไปหนุนฝ่ายตรงข้ามอย่างเปิดเผยในอนาคต

‘ฮุนเซน’ อ้างไทยรุกราน - โจมตีก่อน ลั่นกัมพูชาไร้ทางเลือกนอกจากตอบโต้

(24 ก.ค. 68) ‘ฮุนเซน’ อ้างไทยโจมตีก่อน หลังประกาศปิดปราสาทตาเมือนธม กัมพูชาไม่มีทางเลือกนอกจากตอบโต้ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก อย่ากักตุนหรือขึ้นราคาสินค้า

ภายหลังจากเกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทย-กัมพูชา บริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชนี้ เมื่อวันนี้ (24 ก.ค.) ล่าสุด เมื่อเวลา 09.40 น. ในเฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia

ของนายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา มีการโพสต์ข้อความว่า “การรุกรานครั้งนี้ กองทัพไทยประกาศว่าจะปิดปราสาทตาเมือนธมในวันนี้ ซึ่งได้รับคำสั่งเมื่อวานนี้ ทหารไทยได้เริ่มโจมตีกองทัพกัมพูชา กองทัพกัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องต่อสู้ตอบโต้ ขอพี่น้องชาวกัมพูชา โปรดอย่าตื่นตระหนก ซื้อข้าวสารและกักตุนหรือขายสินค้าในราคาที่สูงกว่า ฯลฯ”

“โปรดดำเนินธุรกิจตามปกติในทุกภาคส่วนและทุกแห่ง ยกเว้นพื้นที่ชายแดนของจังหวัดอุดรมีชัยและจังหวัดพระวิหาร ซึ่งถูกกองทัพไทยที่รุกรานยิงถล่ม

“ขอพี่น้องประชาชน โปรดไว้วางใจในรัฐบาลและกองกำลังทหารของเรา”

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับเด็ดขาดหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดทุกระดับ X -ray ค้นหาผู้เสพ/ผู้ค้ายาเสพติด บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน

(23 ก.ค.68) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ครั้งที่ 3/2568 เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินการตามที่รัฐบาลได้มอบนโยบายการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดภัยยาเสพติด โดยมีเป้าหมายและตัวชี้วัดภายใน 3 เดือน เพื่อให้หมู่บ้าน/ชุมชนที่มีปัญหายาเสพติดเป็น “หมู่บ้านปลอดยาเสพติด” ที่จะต้องไม่มีผู้ค้าและผู้เสพอีกต่อไป

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำหนดแนวทางการดำเนินการให้กับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดทุกระดับทั่วประเทศ เพื่อกำชับ เร่งรัดการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและแนวทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ดำเนินการร่วมกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ X -ray ค้นหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ หมู่บ้าน/ชุมชน บังคับใช้กฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน มุ่งเน้นการสร้างชุมชนเข้มแข็งที่ร่วมกันป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติด เพื่อนำไปสู่ชุมชนปลอดยาเสพติดสีขาว โดยจะมีการประเมินผลการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายปกครองหลังสิ้นสุดการดำเนินการ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์วางแผนกำหนดยุทธศาสตร์ในการดำเนินการในปีงบประมาณถัดไป ทั้งนี้ หากหน่วยใดไม่สามารถดำเนินการได้ตามนโยบายและแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด จะพิจารณาข้อบกพร่องกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top