Saturday, 13 June 2026
TheStatesTimes

กมธ.ทหารฯ ลงพื้นที่ติดตามและดูงานรับฟังปัญหาด่านชายแดนความมั่นคง ณ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

เมื่อวานนี้ (17 ก.ค.68) เวลา 14.00 - 16.30 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามและศึกษาดูงาน ณ ด่านศุลกากรสังขละบุรี และจุดตรวจช่องทางบ้านพุน้ำร้อนจังหวัดกาญจนบุรี

โดยมีพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารฯนายสมบูรณ์ หนูนวลรองประธานคนที่หนึ่ง ร.ต.อ.ฉลอง ทองนะ รองฯ คนที่สอง ว่าที่พ.ต.กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์รองฯ คนที่สาม นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการ นางสาวนวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษา นักวิชาการ เลขานุการประจำได้ร่วมประชุมหารือกับนายด่านศุลกากรและลงพื้นที่บริเวณจุดตรวจติดพรหมแดนประเทศเมียนมาร์ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

โดยมี (1) นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัด (2)นายปกรณ์ ปิติกุลตัง นายด่านศุลกากรสังขละบุรี (3) พ.อ.ปิยะเณศร์  ภัทรศาศวัตวงษ์ รองผบ.ฉก.ลาดหญ้า และฝ่ายปกครองในพื้นเข้าร่วมประชุมหารือและนำคณะกรรมาธิการตรวจเยี่ยมจุดตรวจช่องทางบ้านพุน้ำร้อน

ในการนี้ คณะกรรมมาธิการได้รับทราบผลการดำเนินงานของด่านศุลกากรสังขละบุรีและหน่วย ฉก.ลาดหญ้ากับกองร้อยทหารพรานที่ 1404 ในการปฏิบัติหน้าที่ติดตามและควบคุมสถานการณ์แถวด่านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนของกำลังพล ฉก.ลาดหญ้าที่ปฏิบัติงานในพื้นติดพรหมแดนประเทศเมียนมาร์เพื่อป้องกันการขนของหนีภาษีและการลักลอบนำเข้าส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค สำหรับสินค้าที่นำเข้าส่วนใหญ่คือก๊าชธรรมชาติที่มีมูลค่าสูงมากในแต่ละปี 

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์สู้รบระหว่างทหารเมียนมาและกองกำลังฝ่ายต่อต้านกะเหรี่ยงในเมือง เมียวดี ซึ่งอยู่ตรงข้ามอำเภอแม่สอดจังหวัดตากในปีที่ผ่านมาส่งผลให้ไม่สามารถนำเข้า-ส่งออกสินค้าได้อย่างปกติ และได้หันมาใช้ช่องทางด่านเจดีย์สามองค์-เมืองพยาตองซู ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพิ่มขึ้น เนื่องจากในพื้นที่นี้ไม่มีการสู้รบ ซึ่งในวันนี้การนำเข้า-ส่งออกสินค้าผ่านด่านนี้มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และประเทศได้ด้วยมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการเดินตรวจจุดตรวจช่องทางธรรมชาติบ้านพุน้ำร้อนเพื่อรับทราบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหารตรงจุดตรวจด้วย

คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับมาประกอบการพิจารณาตามบทบาทหน้าที่และอำนาจที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติไว้
ต่อไป

ผู้บัญชาการตำรจแห่งชาติมอบรางวัลแก่ 2 ตำรวจ สน.สุทธิสาร เข้าระงับเหตุชายคลุ้มคลั่งบริเวณซอยรัชดา 16 คำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ

(18 ก.ค.68)เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบใบประกาศเกียรติคุณตามโครงการ “ทำดี มีรางวัล” ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร จำนวน 2 นาย คือ “ส.ต.ท.วรดร ถิระธนาบูรณ์” ผบ.หมู่ (ป.) สน.สุทธิสาร และ “ส.ต.ท.จิรายุทธ ราชอาจ” ผบ.หมู่ (ป.) สน.สุทธิสาร ที่เข้าระงับเหตุชายคลุ้มคลั่งบริเวณซอยรัชดา 16 กรุงเทพมหานคร ณ ห้องพรหมนอก ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เหตุการณ์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งพบชาย กำลังอาละวาดบริเวณสวนหย่อมของคอนโดแห่งหนึ่งในซอยรัชดา 16 แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานครจึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบชายดังกล่าว จึงได้พยามพูดคุยและขอเชิญตัวไปที่ สน.สุทธิสาร เนื่องจากชายดังกล่าวมีอาการคล้ายมึนเมา แต่ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวได้เข้ามาแย่งอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ โดยตำรวจสายตรวจได้ใช้ยุทธวิธีไม่ให้ชายดังกล่าวขึ้นลำปืนเพื่อป้องกันไม่ให้สามารถยิงได้ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนโดยรอบ แต่ในขณะที่ยื้อแย่ง ปืนเกิดลั่นออกมาจำนวน 2 นัด ถูกเสื้อเกราะบริเวณหน้าอกซ้ายและแฉลบไปโดนต้นแขนด้านซ้ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะควบคุมสถานการณ์และควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ได้

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขอขอบคุณและชื่นชม ส.ต.ท.วรดร ฯ และ ส.ต.ท.จิรายุทธ ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว กล้าหาญ ใช้วิชาชีพความเป็นตำรวจคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ มี Mindset หัวใจความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงมอบรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งเพื่อพี่น้องประชาชนสืบไป

ตม.จว.กาญจนบุรี สกัดจับรถขนคนต่างด้าวผิดกฎหมาย

ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช./ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3 นำโดย พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี, ว่าที่ พ.ต.ต.ธนพงษ์ พลายเพชร สว.ตม.จว.กาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.กาญจนบุรี ลงพื้นที่ซุ่มติดตาม ตรวจสอบรถยนต์ ตามลักษณะที่ทราบจากสายลับ (ไม่ประสงค์ออกนาม) ว่ามีรถกระบะโตโยต้า รุ่น Revo สีขาว มีสติกเกอร์สีแดงติดบริเวณซุ้มล้อ ไม่ทราบเลขทะเบียน และรถกระบะโตโยต้า รุ่น Revo สีเทาไม่ทราบเลขทะเบียน มีการลักลอบขนบุคคลต่างด้าวจาก อ.สังขละบุรี จว.กาญจนบุรี ชุดจับกุมจึงได้วางแผน ออกตรวจในเส้นทางที่คาดว่า เป้าหมายจะเดินทางมาถึง

กระทั่ง วันนี้ ( 18 ก.ค.68 )เวลา 00.30 น. มีรถกระบะลักษณะตรงกับที่สายลับแจ้ง ขับตามกันมาทั้ง 2 คัน จึงได้ขับติดตามและแสดงสัญญาณให้หยุดรถ โดยรถหยุดบริเวณริมถนนแสงชูโต ปากซอยท่าล้อ 28 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จว.กาญจนบุรี พร้อมแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารประจำตัว พบ นายเมย ไม่มีชื่อสกุล อายุ 42 ปี สัญชาติเมียนมา (ผู้ขับขี่ รถทะเบียน กทม.)  พร้อมบุคคลต่างด้าวจำนวน 10 คน และนายสมปอง ไม่มีชื่อสกุล อายุ 45 ปี บุคคลไม่มีสัญชาติ (ผู้ขับขี่ รถทะเบียน กจ.) พร้อมบุคคลต่างด้าวจำนวน 10 คน

สถานที่จับกุมบริเวณริมถนนแสงชูโต ปากซอยท่าล้อ 28 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จว.กาญจนบุรี โดยผู้ขับขี่ 2 ราย ข้อกล่าวหาว่า “ช่วยเหลือ ซ้อนเร้น ด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฏหมายนั้นพ้นจากการจับกุม” และบุคคลคนต่างด้าว 20 ราย ข้อกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ในชั้นจับกุม ผู้ถูกจับให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวไปยัง ตม.จว.กาญจนบุรี ทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง เพื่อดำเนินคดีต่อไป 

จีนเปิดตัวรถไฟขนส่งสินค้าจากอู่ฮั่น เชื่อม ‘คีร์กีซฯ-อุซเบฯ’ ส่งออกไว-ค่าส่งลด!! ถึงกรุงทาชเคนต์ ภายใน 10 วัน

(18 ก.ค. 68) มณฑลหูเป่ยของจีนเปิดตัวขบวนรถไฟขนส่งสินค้าขบวนใหม่ เชื่อมเส้นทางจากเมืองอู่ฮั่นไปยังคีร์กีซสถานและอุซเบกิสถาน โดยขบวนแรกเริ่มออกเดินทางเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17 ก.ค.) คาดว่าสินค้าจะถึงกรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน ภายใน 10 วัน ช่วยลดค่าขนส่งและประกันภัยได้ถึง 30%

เส้นทางใหม่นี้ถือเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ภายใต้โครงการ Belt and Road ที่ช่วยย่นเวลาและต้นทุนการค้าระหว่างจีนกับเอเชียกลาง เพิ่มขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ของจีนในการขยายตลาดส่งออกสู่ภูมิภาคที่กำลังเติบโต

ขณะเดียวกัน เครือข่ายรถไฟโดยสารของจีนก็บันทึกสถิติใหม่ โดยมีผู้โดยสารเดินทางรวมกว่า 2.24 พันล้านเที่ยวในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้น 6.7% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการเดินทางภายในประเทศ

ในช่วงเวลาเดียวกัน ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางด้วยรถไฟภายในจีนเกือบ 9.15 ล้านเที่ยว เพิ่มขึ้นกว่า 30% ซึ่งสะท้อนถึงแรงดึงดูดของระบบรถไฟรางจีนที่ทันสมัย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อผู้โดยสารจากทั่วโลก

ผู้นำบราซิลเดือด!! ฉะทรัมป์ “ไม่ใช่จักรพรรดิของโลก” หลังขู่เก็บภาษีสินค้า 50% จุ้นคดี อดีต ปธน.ฝ่ายขวา ล้มผลเลือกตั้ง

(18 ก.ค. 68) ลูอีซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inacio Lula da Silva) ประธานาธิบดีบราซิล ตอบโต้ผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ที่ขู่จะเก็บภาษีสินค้าจากบราซิล 50% โดยบอกว่าทรัมป์มีหน้าที่ดูแลอเมริกา ไม่ใช่มาสั่งประเทศอื่น พร้อมย้ำว่า “ทรัมป์ไม่ใช่เป็นจักรพรรดิของโลก”

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เรียกร้องให้บราซิลหยุดดำเนินคดีกับอดีตผู้นำฝ่ายขวา ฌาอีร์ โบลโซนาโร (Jair Bolsonaro) ที่ถูกฟ้องข้อหาพยายามล้มผลเลือกตั้งปี 2022 โดย ‘ลูลา’ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันออกโรงปกป้องกระบวนการยุติธรรมในประเทศ บอกว่าศาลบราซิลเป็นอิสระ โบลโซนาโรถูกตัดสินจากการกระทำ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังขู่เพิ่มมาตรการลงโทษ หากบราซิลยังคงมีบทบาทนำในกลุ่ม BRICS ซึ่งกำลังพัฒนาแนวทางเศรษฐกิจทางเลือกนอกเหนือจากระบบที่สหรัฐฯ สนับสนุน โดยทรัมป์กล่าวหากลุ่ม BRICS ว่ามีแนวคิด “ต่อต้านตะวันตก” และไม่ควรได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า

ทั้งนี้ ลูลายืนยัน บราซิลจะไม่ยอมให้ใครมาออกสั่ง แต่พร้อมเจรจา “บราซิลต้องดูแลคนบราซิล ไม่ใช่ผลประโยชน์ของคนอื่น” เขากล่าว พร้อมบอกว่า “ยังหวังจะพูดคุยกับสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ เพื่อหาทางออกที่ดีร่วมกัน”

รด. จิตอาสา เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ สะท้อนถึงความกล้าหาญ - หัวใจแห่งการเสียสละ

(18 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก กองทัพบก Royal Thai Army โพสต์ข้อความว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลาประมาณ 08.50 น. ขณะที่นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) จากหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 35 (นฝ.นศท.มทบ.35) จำนวน 4 นาย กำลังเดินทางเข้าร่วมกิจกรรม รด.จิตอาสาพัฒนา "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" ณ วัดดอยท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เส้นทางปกติของพวกเขาได้กลายมาเป็นเวทีแห่งการแสดงออกถึงความกล้าหาญและความมีน้ำใจ เมื่อได้พบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณถนนสำราญรื่น ซอย 15 ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นจุดที่มีรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและสถานการณ์การจราจรติดขัด ทันทีที่เห็นเหตุการณ์ นศท. ทั้ง 4 นาย ไม่รีรอที่จะเข้าให้ความช่วยเหลือ โดยใช้ความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มข้นจากหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนและเปิดทางให้การจราจรไหลเวียนได้

การกระทำของนักศึกษาวิชาทหารกลุ่มนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการนำความรู้ที่ได้จากการฝึกมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างดีเยี่ยม แต่ยังแสดงให้เห็นถึง 'จิตอาสา' และ 'ความตั้งใจเสียสละ' ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่หลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารปลูกฝัง เพื่อสร้างพลเมืองที่ดี มีระเบียบวินัย และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติ

รายชื่อนักศึกษาวิชาทหารผู้เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำความดีครั้งนี้ ได้แก่:
* นศท. ธนากร ขานไข นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 โรงเรียนอุตรดิตถ์
* นศท. วรกร ศิริเจริญ นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 โรงเรียนอุตรดิตถ์
* นศท. เนติธร แจ่มรัตนโสภิณ นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 โรงเรียนอุตรดิตถ์
* นศท. วีรภัทร ใจกลม นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตรดิตถ์

‘แพทองธาร’ ลงพื้นที่เยี่ยม 3 ทหาร เหยียบกับระเบิด พร้อมขอบคุณกำลังพลทุกท่านที่เสียสละเพื่อชาติ

(18 ก.ค. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โพสต์ภาพพร้อมข้อความหลังลงพื้นที่จังหวัด อุบลราชธานี เพื่อให้กำลังใจ 3 ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด ว่า ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นตัวแทนร่วมคณะกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปยังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจทหารทั้ง 3 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เหยียบกับระเบิดในพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นให้กับกำลังพลในพื้นที่

ทั้งนี้ ขอส่งกำลังใจอย่างสุดหัวใจถึง พลทหารธนพัฒน์ หุยวัน, ส.อ.ปฏิพัทธิ์ ศรีลาศักดิ์, และ พลทหารณัฐวุฒิ ศรีเข้ม ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและเสียสละ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคนไทยต้องยกย่องเป็นแบบอย่าง โดยที่ทุกท่านได้รับกำลังใจอย่างดีจากครอบครัว และรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรับใช้ชาติ

นางสาวแพทองธาร ระบุด้วยว่า ขอแสดงความเคารพนับถือในความเสียสละที่มีต่อประเทศชาติของกำลังพลทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อพี่น้องประชาชนอยู่ในขณะนี้ ตลอดจนได้ทราบว่าทางกระทรวงกลาโหมกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงเก็บกู้กับระเบิดในพื้นที่อย่างเร่งด่วน ที่สำคัญจะมีมาตรการเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้อย่างเต็มที่

ที่ผ่านมารัฐบาลและกองทัพได้ดำเนินการทุกอย่างด้วยความรับผิดชอบ อย่างเต็มที่ในการดูแลความปลอดภัยของ กำลังพล และพี่น้องประชาชน และรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของประเทศ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนกลับคืนสู่ความสงบ และปลอดภัยโดยเร็วที่สุดค่ะ ขอส่งกำลังใจให้กับกำลังพลทุก ๆ ท่าน

รัสเซียเร่งส่งออกก๊าซ LPG ไปจีน 750,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 67 ส่งกว่า 450,000 ตัน โตราว 66%

(18 ก.ค. 68) รัสเซียเพิ่มการส่งออก 'ก๊าซปิโตรเลียมเหลว' หรือ LPG ไปยังจีนอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าจะส่งได้ถึง 750,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ส่งไป 450,000 ตัน คิดเป็นการเติบโตราว 66% โดยช่วง 5 เดือนแรกของปี รัสเซียส่งออกไปทางรถไฟแล้ว 230,000 ตัน และน่าจะเพิ่มเป็น 550,000-600,000 ตันภายในสิ้นปี ส่วนที่เหลือจะส่งทางรถบรรทุก

แม้จีนจะผลิตก๊าซเองได้ถึง 50 ล้านตัน และนำเข้าอีก 35 ล้านตัน แต่ยังต้องการกระจายความเสี่ยงจากปัญหาสงครามภาษี จึงเปิดรับก๊าซจากรัสเซียมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รัสเซียยังไม่มีท่าเรือในภาคตะวันออกไกลสำหรับเรือบรรทุกก๊าซ จึงต้องใช้เส้นทางรถไฟและถนนเป็นหลัก

ก่อนหน้านี้ รัสเซียเคยส่งก๊าซแอลพีจีไปยุโรปถึง 4 ล้านตันต่อปี แต่หลังถูกคว่ำบาตรในปี 2023 ก็เหลือไม่ถึง 3 ล้านตัน ทำให้ต้องหาตลาดใหม่ เช่น จีน คาซัคสถาน อัฟกานิสถาน และประเทศในเอเชียกลาง

ทามารา ซาโฟโนวา (Tamara Safonova) ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันและก๊าซของรัสเซียชี้ว่า จีนเป็นตลาดสำคัญที่ยังไม่ถูกคว่ำบาตร แต่รัสเซียยังเจออุปสรรคจากการขาดรถขนส่ง และความล่าช้าที่ด่านชายแดน แต่ความร่วมมือของทั้งสองประเทศยังคงแน่นแฟ้น โดยเฉพาะในช่วงที่โลกเผชิญความตึงเครียดทางการเมืองและเศรษฐกิจ

‘สื่ออาวุโส’ ย้อนเหตุการณ์ ‘ฮุนเซน’ โจมตีรัฐบาลอภิสิทธิ์ ชี้ สังคมเพิ่งกระจ่างวันนี้ที่แท้มีคนส่งเอกสารลับให้เขมร

(18 ก.ค. 68) นายเถกิง สมทรัพย์ สื่อมวลชนอาวุโส อดีตนายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า ฮุนเซน เปิดประเด็นกล่าวหาทักษิณส่งเอกสารลับสมัยอภิสิทธิ์ไปให้เขมร..

มีการสัมภาษณ์ ดร. ปณิธาน วัฒนายากร ถึงเหตุการณ์สมัยนั้นมีเนื้อหาตอนหนึ่งกล่าวถึงการไปประชุมที่หัวหินและต้องมีเรื่องปรึกษาหารือกรณีฮุนเซนให้สัมภาษณ์โจมตีคุณอภิสิทธิ์ …

ผมจำได้ว่า วันนั้นมีช่วงว่างตอนบ่าย คุณสุทธิชัย หยุ่น มาสัมภาษณ์คุณอภิสิทธิ์….ระหว่างสัมภาษณ์ ก็มีข่าวมาว่า ฮุนเซนให้สัมภาษณ์พาดพิงคุณอภิสิทธิ์..

พอสัมภาษณ์จบ..คุณอภิสิทธิ์ คุณพนิต คุณศิริโชค และ ดร.ปณิธาน ก็เดินออกไปริมชายหาดหัวหิน ยืนล้อมวงคุยกันถึงกรณีที่ฮุนเซนโจมตีรัฐบาลอภิสิทธิ์ในปีนั้น คือ ราวๆกันยายน 2552

มาวันนี้ ผ่านไปเกือบ 16 ปี…สังคมเพิ่งจะได้รับรู้เรื่องราวเพิ่มเติมว่า สมัยนั้นเกิดอะไรขึ้น

ขณะเดียวกัน ดร. ปณิธาน วัฒนายากร อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยว่า ขอบคุณครับคุณเถกิงที่เตือนความจำกัน วันนั้นก็ยังอยู่ในความทรงจำของหลายคนครับ นายฮุน เซ็น มาประชุมอาเซียนที่หัวหิน พอลงมาจากรถ ก็ให้สัมภาษณ์โจมตีเราทันทีที่หน้าโรงแรมดุสิตธานี เวลาผ่านไปเร็วมากครับ แต่ก็เหมือนกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเลยครับ

‘รถถัง’ นักมวยชื่อดังเปิดตัวร่วมทีมพิจิตร ยูไนเต็ด เซ็นสัญญา 2 ปี ลุยศึกไทยลีก 3 อย่างเป็นทางการ

สโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด ทีมชั้นนำในศึกไทยลีก 3 โซนภาคเหนือ ได้ประกาศคว้าตัว รถถัง จิตรเมืองนนท์ ยอดนักมวยไทยชื่อดัง มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ พร้อมเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 2 ปีเต็ม

โดยการย้ายมาสู่แวดวงฟุตบอลในครั้งนี้ของรถถัง ถือเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ในเส้นทางอาชีพของเขา หลังจากสร้างชื่อเสียงอย่างมากในวงการมวยไทย เจ้าตัวจะสวมเสื้อหมายเลข 23 ซึ่งเป็นตัวเลขแทนวันเกิดของเขา และมีความหมายพิเศษที่เจ้าตัวตั้งใจเลือกด้วยตัวเอง 

ทางด้านสโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า การเซ็นสัญญาครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเสริมทัพในแง่ของผู้เล่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มสีสันและสร้างแรงกระตุ้นให้กับทีมและแฟนบอลอีกด้วย 

รถถังเองก็แสดงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาฝีเท้าในสนามฟุตบอลอย่างเต็มที่ และพร้อมลุยเต็มร้อยหากได้รับโอกาสลงสนาม โดยหวังว่าแฟนบอลจะให้การสนับสนุนในบทบาทใหม่ของเขาในเส้นทางนักฟุตบอล 

ทั้งนี้ สโมสรและนักเตะต่างแสดงความมั่นใจว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดี ๆ และช่วยยกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้นในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top