Friday, 10 July 2026
TheStatesTimes

‘ครม.’ ไฟเขียว!! ดัน ‘ชุดไทย-มวยไทย’ เข้าคิวยูเนสโก ขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

(26 มี.ค. 67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม รมว.วธ. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม.เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงวัฒนธรรมในการเสนอรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทย 2 รายการ คือ ชุดไทย และ มวยไทย

โดยให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) นำเสนอเอกสารข้อมูลประกอบการพิจารณา ส่งให้ทางสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ของประเทศไทย (Thai National Commission for UNESCO) กระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ดำเนินการจัดส่งเอกสารให้ยูเนสโก ให้ทันภายในวันที่ 31 มี.ค.67 นี้

เพื่อเข้าสู่ลำดับการพิจารณาต่อจากรายการ ‘ต้มยำกุ้ง’ และ ‘เคบาย่า’ (มรดกร่วม 5 ประเทศ ไทย มาเลเซีย บรูไน สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย) ที่ยูเนสโก บรรจุเข้าวาระที่ประชุมของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลฯ ครั้งที่ 19 ระหว่าง 2-7 ธ.ค.67 ณ สาธารณรัฐปารากวัย และต่อด้วยรายการ ‘ผ้าขาวม้า’ ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ยื่นเอกสารขอขึ้นทะเบียนต่อยูเนสโกไว้เมื่อเดือนมีนาคม 2566 แล้ว

นายเสริมศักดิ์ เปิดเผยถึง ความสำคัญและสาระของมรดกฯ ทั้ง 2 รายการ ดังนี้ รายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรม ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ (Chud Thai : The Knowledge, Craftsmanship and Practices of The thai National Costume) ชุดไทยเป็นเครื่องแต่งกายที่แสดงถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย ได้รับการพัฒนามาเป็นเวลานาน พบหลักฐานมีการนุ่ง และการห่ม มากว่า 1,400 ปี ตั้งแต่สมัยทวารวดี อยุธยาจนถึงต้นรัตนโกสินทร์

ภาพการแต่งกายจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่บอกเล่าให้คนรุ่นหลัง ได้รับรู้และสืบทอด ในปีพุทธศักราช 2503 ชุดไทยได้รับการพัฒนารูปแบบครั้งสำคัญ เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ศึกษาวิวัฒนาการรูปแบบการแต่งกายของสตรีไทย และสร้างสรรค์ชุดไทยขึ้น 8 แบบ

ส่วนของสุภาพบุรุษ มี 3 แบบ คนไทยทุกภูมิภาคมักสวมใส่ชุดไทยในวาระโอกาสต่าง ๆ และเมื่อมีโอกาสสำคัญในชีวิต ทั้งงานรัฐพิธี งานพิธีการทางศาสนา ถือเป็นแนวปฏิบัติทางสังคมและยังเป็นกระบวนการผลิตของช่างฝีมือไทยทั้งในเรื่องของการทอผ้าที่ใช้เป็นวัตถุดิบ และงานช่างตัดเย็บ ตลอดจนการปักประดับลวดลายบนผืนผ้าอีกด้วย

รมว.วธ. กล่าวต่อว่า ในส่วน ‘มวยไทย’ (Muay Thai : Thai Traditional Boxing) เป็นศิลปะการต่อสู้ของไทย เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ได้รับการสืบทอดมาไม่ต่ำกว่า 300 ปี ปรากฏหลักฐานใน ‘จดหมายเหตุว่าด้วยราชอาณาจักรสยาม’ ซึ่งบันทึก โดยซีมง เดอ ลา ลูแบร์ (Simon de la Loubère)

มวยไทยเป็นวิชาการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยมือเปล่าในระยะประชิดตัว เป็นศาสตร์และศิลป์ที่ก่อกำเนิดจากภูมิปัญญาของคนไทยที่ต้องต่อสู้กับภัยธรรมชาติ สัตว์ป่า มนุษย์ และภัยจากสงคราม การฝึกฝนวิชามวยไทย มีตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน จนถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อไว้ใช้ในการป้องกันตนเองและปกป้องประเทศ เอกลักษณ์โดดเด่นของมวยไทย คือการใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายในการป้องกันตัว ซึ่งครูบาอาจารย์ได้คิดค้นกลวิธีการฝึกจากการเลียนแบบท่าทางของสัตว์ การสังเกตธรรมชาติ และวรรณคดี

รวมถึงวิถีชีวิตตามบริบทท้องถิ่นของแต่ละภูมิภาคประยุกต์เป็นท่าทางมวยต่าง ๆ และยังมีพิธีกรรมของการมอบตัวเป็นศิษย์ การขึ้นครู และการครอบครู การแสดงความกตัญญูต่อครูอาจารย์และผู้มีพระคุณ เห็นได้จากการรำไหว้ครูมวยไทยก่อนการชกทุกครั้ง ปัจจุบัน มวยไทย เป็นกีฬาประจำชาติ เป็นกีฬาอาชีพ มีการจัดการเรียนการสอนมวยไทยในสถาบันการศึกษาหลายแห่ง มวยไทยจึงถือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ที่มีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน

ด้าน นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมทั้งรายการ ชุดไทย และ มวยไทย นี้ เป็นการนำเสนอยูเนสโก เพื่อขอขึ้นทะเบียนในประเภทบัญชีรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (The Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity)

ซึ่งมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์การพิจารณาของยูเนสโก 5 เกณฑ์ ประกอบด้วย 

1.รายการที่นำเสนอนี้สอดคล้องกับลักษณะของมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ตามที่นิยามไว้ในมาตรา 2 ของอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. 2003

2.การขึ้นทะเบียนรายการที่นำเสนอนี้จะส่งเสริมความประจักษ์ และตระหนักรู้ถึงความสำคัญของมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การสะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมในระดับโลก และแสดงถึงความสร้างสรรค์ของมนุษยชาติ 

3.มาตรการสงวนรักษาที่เสนอมานั้น ผ่านการพิจารณามาอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้มีการป้องกันและส่งเสริม และมีการกำหนดมาตรการสงวนรักษาวัฒนธรรม

4.รายการที่นำเสนอนี้เกิดจากชุมชน กลุ่มบุคคล หรือปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และ 5.เป็นรายการที่ปรากฏและดำรงอยู่ในดินแดนของรัฐภาคีสมาชิกที่นำเสนอ โดยบรรจุอยู่แล้วในบัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของรัฐภาคีสมาชิกตามที่นิยามไว้ในอนุสัญญา มาตรา 11 และ 12

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดองค์รู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ทั้งระดับจังหวัด ระดับชาติ และมนุษยชาติ ได้ในเว็บไซต์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม www.culture.go.th หัวข้อ องค์ความรู้ด้านวัฒนธรรม มรดกภูมิปัญญาฯ ICH และติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทางเฟซบุ๊กกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ Line @วัฒนธรรม

‘แม็กชา’ เจ้าของผลงานดัง เศร้า!! เจอเด็กวิ่งชนผลงานล้มจนเสียหาย วอนผู้ปกครองดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิด ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น

(26 มี.ค. 67) กลายเป็นที่พูดถึงในแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง X (ทวิตเตอร์) กันเป็นอย่างมากเมื่อศิลปินหญิงไทยเจ้าของผลงานคาแรกเตอร์เด็กผู้หญิงชาล็อต (Chalotte) อย่าง 'Mackcha' หรือ คุณแม็กกี้ ชรารัตติ์ สาระอาภรณ์ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความร่ายยาวผ่านทาง X โดยเธอได้จัดผลงานนิทรรศการ Chalotte's Castle หลังจากนั้นผลงานศิลปะของเธอถูกเด็กที่เข้ามาชมงานวิ่งชนจนล้ม ผลงานได้รับความเสียหาย 

โดย X ของศิลปินเจ้าของผลงาน ‘@mackchaaa’ ข้อความระบุว่า “แม็กขอรบกวนเวลาทุกคนที่ผ่านมาเห็นโพสต์นี้ ช่วยสละเวลาอ่านข้อความต่อไปนี้ซักครู่นะคะแม็กได้รับภาพนี้จาก staff ในงานเมื่อคืนนี้ จริง ๆ แม็กเองก็เคยเห็นเหตุการณ์ที่ผลงานศิลปะเสียหายจากการจัดแสดงมาบ้าง แต่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองเลยค่ะ เหตุการณ์ในภาพเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2567 staff ในงานเล่าว่า มีเด็กคนนึงวิ่งชนผลงานล้ม ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ นอกจากสคับเจอร์ชาล็อตที่เสียหาย ทั้งฝั่งแม็กและทาง Trendy Gallery ผู้จัดงาน เข้าใจเป็นอย่างดีว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ไม่มีใครตั้งใจให้ผลงานศิลปะเกิดความเสียหาย”

Mackcha ยังระบุว่า “แต่จากเหตุการณ์นี้ แม็กคิดว่าแม็กต้องทำอะไรซักอย่าง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง จึงเกิดเป็นโพสต์นี้ขึ้นค่ะ มันเป็นเพราะเราไม่ได้กั้นขอบเขตรึเปล่า เราไม่ได้มีป้ายคอยติดเตือนในทุกจุดที่จัดแสดงงานศิลปะใช่มั้ย หลาย ๆ คนถึงไม่ทราบว่าผลงานศิลปะไม่ควรไปสัมผัส หลาย ๆ คนถึงไม่ได้ระมัดระวังในการเข้าใกล้ชิ้นงานศิลปะ ทางเรามี staff ที่คอยช่วยสอดส่อง แต่การสัมผัสผลงานศิลปะ ก็ยังเกิดขึ้นทุกวัน รูปในงานยังคงเบี้ยวเสมอ แม้จะจัดใหม่กี่ครั้งก็ตาม มาตรการด้านบนทั้งหมดนี้ เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุทั้งสิ้น มันจะดีกว่ามั้ยคะ ถ้าเราสามารถช่วยกันแก้ที่ต้นเหตุได้ โดยการรณรงค์ให้ทุกคนชมผลงานศิลปะอย่างระมัดระวังและไม่สัมผัสผลงาน”

"แม็กเชื่อว่าทุกคนเองก็คงไม่อยากเห็นงานนิทรรศการที่เต็มไปด้วยไม้กั้น หรือเต็มไปด้วยป้ายแปะเตือน เพราะบรรยากาศที่เกิดขึ้นในงาน จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงจากภาพบรรยากาศที่แม็กและทีมงานต้องการนำเสนอ ซึ่งบรรยากาศทั้งหมดจะถูกลดทอนลงไปด้วยอุปกรณ์ที่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับผลงานศิลปะ อีกเหตุผลที่ทางเราไม่มีการกั้นขอบเขต ไม่มีป้ายคอยแปะเตือน เพราะแม็กและแกลอรี่มีความตั้งใจอยากให้ทุกคนรู้สึกว่าผลงานศิลปะเป็นสิ่งที่ไม่ไกลตัว รวมไปถึงทางแกลอรี่เองก็ไม่ได้มีการเก็บค่าเข้าชมงาน เพราะต้องการให้ทุกคนสามารถเข้าถึงผลงานศิลปะได้ ซึ่งแม็กไม่อยากให้ความตั้งใจทั้งหมดนี้ต้องหายไป เพราะความประมาทของใครบางคนเลยจริง ๆ ค่ะ" 

Mackcha ยังระบุอีกว่า “ความเสียหายของผลงานศิลปะสร้างความเสียหายทางจิตใจให้กับใครบางคนเสมอ เพราะงานศิลปะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจอย่างน้อยก็กับผู้สร้างสรรค์ผลงานเอง หรือผู้ที่ครอบครอง หรือจะเป็นผู้ชมที่ชื่นชอบก็ตาม การชมงานศิลปะอย่างระมัดระวังจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะบางอย่างถ้าเสียหายไปแล้ว อาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกไม่ได้แล้วนะคะ และถ้าหากปัญหานี้ไม่สามารถแก้ไขได้ การจัดงานนิทรรศการที่เข้าถึงได้ง่ายแบบนี้ ในอนาคตอาจเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้น การชมงานศิลปะในประเทศเราอาจจะเป็นสิ่งใหม่สำหรับใครหลาย ๆ คน เราอาจจะต้องค่อย ๆ ปรับค่อย ๆ แก้ปัญหากันไป ทุกคนมีส่วนช่วยที่จะทำให้เรื่องนี้ดีขึ้นได้นะคะ มาช่วยกันรณรงค์ให้การไม่สัมผัสงานศิลปะเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนทราบ มาช่วยกันสอดส่อง บอกกล่าว เผยแพร่สิ่งนี้ให้กระจายออกไป”

"รวมถึงผู้ใหญ่ทุกท่านที่มาชมผลงานกับเด็ก ๆ แม็กดีใจมากนะคะ ที่งานของแม็กได้เข้าไปอยู่ในความทรงจำของเด็ก ๆ แต่แม็กอยากให้คุณพ่อ คุณแม่หรือผู้ปกครองที่มาด้วยกัน ช่วยกันบอกกล่าวและช่วยดูแลน้อง ๆ กันอย่างใกล้ชิด ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวน้อง ๆ เองได้ด้วยนะคะ หน้าที่ของศิลปินในการสร้างสรรค์ผลงานถือว่าสำคัญในการขับเคลื่อนวงการศิลปะ แต่หน้าที่ของผู้ชมผลงานก็สำคัญไม่แพ้กันเลยนะคะ แม็กอยากให้เรามาช่วยกันผลักดันวงการศิลปะในประเทศไทยให้พัฒนาไปด้วยกัน"

“ท้ายนี้แม็กต้องขอโทษผู้ชมทุกท่าน เพราะต่อจากนี้อาจมีช่วงเวลาที่น้องชาล็อตขี่ปลาทองต้องหายตัวไปซ่อมแซมตัวเอง อาจทำให้บางคนที่ตั้งใจไปเจอน้องในช่วงนี้ต้องผิดหวัง ทางเราจะรีบซ่อมแซมโดยด่วน และจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งเมื่อน้องกลับมาประจำการค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอ่านข้อความทั้งหมดนี้นะคะ”

เปิดประสบการณ์ 'ผู้ป่วยซึมเศร้า' กับการทำงานที่ไม่บกพร่อง แต่ใครทำพลาดแล้วอ้างโรค เท่ากับ 'ด้อยค่า' ไม่ควร!!

(26 มี.ค.67) จากเฟซบุ๊ก 'ดำรง นาวิกไพบูลย์' ได้โพสต์ข้อความแชร์อีกมุมมองของผู้ป่วยซึมเศร้ากับบทบาทหน้าที่ในสังคม ที่ไม่ได้ดูด้อยอย่างที่ใครจะหยิบไปอ้างได้ ระบุว่า...

พอดี ไปได้ยินสาว ๆ ในออฟฟิศ เจน Z เขาชิตแชตกันมาเกี่ยวกับการอ่านเลขแบบใหม่ของคุณ ธิษะณา ชุณหะวัณ - แก้วตา - Tisana Choonhavan มาหน่ะ

เพราะนางอ้างว่าอ่านผิดเพราะนอนไม่พอ นอนไม่หลับเพราะซึมเศร้า

ในกลุ่มสาว ๆ ถามความเห็นของ 'สุดสวย' ซึ่งเป็นหัวโจกของกลุ่ม และก็เป็นพนักงานที่มี Performance ที่ดีมากคนนึงในออฟฟิศเลย

ถือได้ว่าเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง สู้งาน สามารถมอบความไว้วางใจให้ได้

แต่...

จุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของนางคือ 'นางเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า' ที่ต้องกินยาจิตเวชเป็นประจำ

เป็นที่รู้กันในระดับบริหารว่า อาการเหวี่ยงของนางนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ว่าจะเหวี่ยงแค่ไหน 'งานก็จบ ครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่สั่ง'

บางครั้ง นางก็มาทำงานพร้อมน้ำตา เพราะมีปัญหาส่วนตัวมา เช่น ทะเลาะกับแฟนอย่างหนัก จนหัวหน้างานนางถามว่า "ไหวมั้ย?"

"ไหวค่ะ" นางตอบ แล้วก็ทำงานไป ซับน้ำตาไป จนงานจบ สมบูรณ์แบบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ความเหวี่ยง - ซึมเศร้า แทบไม่มีผลกระทบอะไรกับผลงาน ช้าบาง แต่สมบูรณ์ตลอด ให้แก้ก็ทำ

มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่มีการใช้อำนาจบริหารสั่งนาง คือ สั่งให้นางหอบงานไปทำข้าง ๆ เตียงของพ่อนางที่โรงพยาบาล ทำให้พ่อได้อยู่กับลูกสาวในวาระสุดท้ายของชีวิต เปิดโอกาสให้นางได้แสดงความกตัญญูอย่างเต็มที่

แน่นอน งานของนาง ไม่มีขาดตกบกพร่อง ทั้งในหน้าที่ของลูก และพนักงาน

สวยสุดนั้น ส่วนตัวนางเชียร์พรรคก้าวไกลนะ เพราะนางเห็นว่านี่คือพรรคที่จะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง

แต่นางไม่สนใจการเมืองมากหรอก นางแค่อยากมีชีวิตของนาง และมีความสุขกับงาน

ส่วนกรณีการอ่านเลขแบบใหม่นั้น โดยสรุปแล้ว แก๊งสาว ๆ เห็นว่า

นี่เป็นการด้อยค่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้าทางอ้อมรึเปล่า ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าไม่ใช่คนไร้ความสามารถ

อย่าพลาดแล้วมาอ้างโรคซึมเศร้าดิ

‘กรุงเทพ’ ยืนหนึ่ง!! เมืองดีที่สุดในเอเชีย 2024

‘ประเทศไทย’ ยังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก หลังนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดัง DestinAsian ประกาศให้กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุด (Best Cities 2024) ในประเภทเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว (Destination) ในเอเชียแปซิฟิก ตามมาด้วยกรุงโตเกียว สิงคโปร์ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ฮ่องกง กรุงโซล นครซิดนีย์ นครเซี่ยงไฮ้ ไทเป และนครโฮจิมินห์ (https://destinasian.com/readers-choice-awards/2024-winners/best-cities)

การจัดอันดับครั้งนี้ เป็นผลมาจากการคัดเลือกของผู้อ่าน ของนิตยสาร DestinAsian ซึ่งได้ประกาศพร้อมจัดอันดับหมวดหมู่ต่าง ๆ ทั้งจุดหมายปลายทางประเภทเมือง เกาะ โรงแรมและรีสอร์ต สายการบิน สนามบิน และการเดินเรือ ที่ได้รับความนิยมจากผู้อ่านเป็นประจำทุกปี ซึ่งในประเภทเกาะที่ดีที่สุด เกาะของไทยก็ได้รับความนิยมในอันดับ 3 คือ ภูเก็ต ตามมาด้วย เกาะสมุย ในอันดับที่ 4 รองจากที่ 1 เกาะบาหลี และที่ 2 เกาะมัลดีฟส์

นอกจากนี้ ในประเภทสนามบิน สนามบินสุวรรณภูมิ ได้อันดับที่ 2 สนามบินที่ดีที่สุด รองจากสนามบินชางงีของสิงคโปร์ ที่ได้อันดับที่ 1 ส่วน อันดับ 3 คือ สนามบินนานาชาติฮ่องกง 

ทางด้านการจัดอันดับประเภทสายการบินที่ดีที่สุด ‘การบินไทย’ ได้อันดับที่ 3 รองจาก สิงคโปร์ แอร์ไลน์ และเอมิเรตส์ ในอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ 

ส่วนประเภทสายการบิน Low-cost ที่ดีที่สุด สายการบิน บางกอก แอร์เวย์ส ได้อันดับที่ 2 รองจาก แอร์เอเชีย

‘ครม.’ ไฟเขียว!! อนุมัติงบ 2,739 ลบ. จ้าง ‘ภารโรง’ เข้าเวรแทนครู หวังแบ่งเบาภาระ ให้ครูได้โฟกัสการเรียนการสอนอย่างเต็มที่

(26 มี.ค. 67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณวงเงิน 2,739.96 ล้านบาท ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ เพื่อจ้างภารโรงเพิ่มขึ้นในปีงบประมาณปี 2568 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระครู ซึ่งไม่ใช่ทำหน้าที่เฉพาะการอยู่เวรยาม แต่ต้องทำหน้าที่ดูแลโรงเรียนในส่วนอื่น ๆ ด้วย เพื่อที่ครูจะได้โฟกัสการทำหน้าที่การเรียนการสอนเท่านั้น

ทั้งนี้ การเสนอของบประมาณดังกล่าวของกระทรวงศึกษาการ สืบเนื่องจากกรณีครูสาวถูกบุกทำร้ายในโรงเรียนขณะอยู่เวร ทำให้เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ครม.มีมติยกเลิกครูเวร ซึ่งการประชุมครม.ในวันนี้ (26 มี.ค.) กระทรวงศึกษาธิการได้ขออนุมัติงบประมาณในการจ้างภารโรง เป็นเวลา 3 ปี คือ ปี 2568 - 2570 แต่ ครม.อนุมัติเฉพาะปี 2568 ก่อน ส่วนปี 2569 และ 2570 ครม.มอบหมายให้กระทรวงศึกษา ไปหาวิธีการทางเทคโนโลยีทดแทนเพื่อลดการจ้างภารโรงและเพื่อประหยัดงบประมาณ

‘บิ๊กโจ๊ก’ ฮึดสู้ครั้งใหญ่!! หลังถูกเด้งแพ็กคู่เข้ากรุ ‘บิ๊กต่อ’ เละเทะ ส่วน ‘บิ๊กต่าย’ ย่องจันทร์ส่องหล้า

ต้องเรียกว่า เปิดสัปดาห์ใหม่สัปดาห์นี้ ‘บิ๊กโจ๊ก’ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ที่ถูกเด้งคู่ไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ฮึดสู้ จัดชุดใหญ่ไฟกะพริบ

1) ยกเลิกการเดินทางไปอังกฤษระหว่างวันที่ 27 มี.ค.-1 เม.ย. 67 พร้อมอ้างว่านายกรัฐมนตรี และรองนายกฯ (ภูมิธรรม เวชยชัย) มอบหมายภารกิจพิเศษให้ทำด่วน

2) ให้ทนายความไปยื่นฟ้องผู้มีคำสั่งแต่งตั้งและพนักงานสอบสวน สน.เตาปูนในคดีเว็บพนัน BNK Master รวม 30 นาย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

3) ให้ทนายยื่นหนังสือต่อรักษาการ ผบ.ตร.พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ขอให้ดำเนินการตามคำสั่งของ ผบ.ตร. (พล.ต.อ.ต่อศักดิ์) ที่เคยแถลงร่วมกับบิ๊กโจ๊กเมื่อ 20 มี.ค. โดยสั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมสำนวนทั้งหมดส่งให้ ป.ป.ช. เป็นผู้พิจารณา  

4) นายษิธา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ทนายคนดังและเป็นที่รู้กันว่าสนิทสนมกับบิ๊กโจ๊กได้ออกมาแถลงถึงเส้นเงินจากเว็บพนัน ซึ่งเป็นการขยายผลเพิ่มเติมจากที่ทีมทนายเคยแถลงมาครั้งหนึ่งแล้ว

ต้องยอมรับการว่าการแถลงของทนายตั้ม แม้จะเป็นบริบทเดียวกับที่ ‘ผู้การนำเกียรติ’ ลูกน้องบิ๊กโจ๊ก 1 ใน 8 ผู้ต้องหาคดีเว็บพนันมินนี่ แต่ทนายตั้มก็มีตัวละครใหม่ ๆ อย่าง ‘ดาบยาว’ ,'รองฟาง' นายตำรวจคนของบิ๊กต่อ มาขับเน้นสีสัน และกล่าวหาว่าเส้นเงิน ‘พิมพ์วิไล’ แห่งเว็บ BNK Master นั้น มุ่งตรงไปที่ภรรยา พี่ชายของบิ๊กต่อ แบบเต็ม ๆ

ในมุมวิเคราะห์ก็ต้องบอกว่างานนี้…จริง ๆ ทั้งต่อ ทั้งโจ๊ก ก็เสียหายหลายแสน เสียชื่อเสียงอยู่แล้ว จากกรณีถูกเด้งเข้ากรุ แต่ปฏิบัติการของบิ๊กโจ๊กล่าสุดนี้ ยิ่งทำให้ทั้งคู่กอดคอกันจมน้ำนานขึ้น บิ๊กโจ๊กหวานเจี๊ยบนั้นไม่เท่าไหร่ เพราะเป็นแมวสิบชีวิต ต้นทุนไม่สูงมาก แต่บิ๊กต่อหวานแหวว คำก็น้อง สองคำก็พี่นี่สิ…งานนี้ขาดทุนย่อยยับ…

เชื่อกันว่าด้วยชื่อชั้น 2-3 เดือนบิ๊กต่อก็คงได้กลับ สตช. เกษียณที่ตำแหน่ง ผบ.ตร. แต่ก็จะเป็นการเกษียณภายใต้สภาพของ ผบ.ตร. ที่บาดเจ็บ บาดแผลพุพอง

ส่วนตำแหน่ง ผบ.ตร. หากวันนี้ (26 มี.ค.) การประชุม ก.ตร. ไม่มีการพิจารณาอนุมัติให้ใช้ข้อกำหนดการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2566 โดยอนุโลม ก็แปลว่า...จะไม่มีการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่ง รองผบ.ตร. แทน พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ ที่ไปเป็นเลขาธิการสมช. โอกาสที่ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผช.ผบ.ตร.คนเมืองแพร่ จะขยับเป็น รองผบ.ตร. ในเดือนเม.ย. แล้วผงาดขึ้น ผบ.ตร. เดือนต.ค.2567 ก็ปิดฉาก…

ผบ.ตร.ที่ 15 ‘บิ๊กต่าย’ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ก็แบเบอร์ ข่าวว่าก่อน 20 มี.ค. บิ๊กต่ายได้ไปจันทร์ (ส่องหล้า) มาแล้ว..!!

แต่ตรงข้าม…ถ้าหากมีการอนุโลมข้อกำหนดฯ ก็แปลว่าบิ๊กจวบจะบินเร็วเหนือเสียงเข้าป้าย…

ป่านนี้ก็รู้กันแล้ว หวยออกทางไหน!! ‘เล็ก เลียบด่วน’ นำเสนอเป็นข้อมูลเบื้องต้นเอาไว้แต่เพียงเท่านี้

‘ปกรณ์วุฒิ’ ป้อง!! ‘ธิษะณา-รักชนก’ อ่านเลขผิด-อภิปรายผิดมาตรา ชี้!! ทั้งคู่เพิ่งเป็น สส.หน้าใหม่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก็ไม่ควรผิด

(26 มี.ค. 67) ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการประชุมวิปฯ ในวันนี้ว่า ในวาระการประชุมวันนี้เป็นการเตรียมประชุมกฎหมายสำคัญที่เข้าสู่สภา โดยพรุ่งนี้ (27 มี.ค.67) ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สมรสเท่าเทียมจะเข้าสู่สภาพิจารณารายมาตรา วาระ 2 และ 3 คาดว่าจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ส่วนอีกฉบับหนึ่งเป็นร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาดว่าจะผ่านสภาได้ทั้ง 4 ร่าง ซึ่งอยากให้ประชาชนจับตามอง เนื่องจากร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) พรรคก้าวไกลยังมองว่ามีปัญหาอยู่บ้าง เนื้อหาในบางประเด็นเข้มงวดเกินธิษะณาพอดี

นอกจากนี้ วิปฝ่ายค้านยังประชุมถึงกรอบระยะเวลาการอภิปรายทั่วไปรัฐบาลแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ซึ่งกำลังพิจารณาว่าจะให้งดประชุมสัปดาห์หน้า เพื่อให้ทุกพรรคฝ่ายค้านเตรียมตัวอภิปรายอย่างเต็มที่

ส่วนการจัดกำลังพลในการอภิปราย นายปกรณ์วุฒิ ระบุว่า ของพรรคอื่นตนยังทราบไม่มาก แต่ในส่วนของพรรคก้าวไกล จำนวนผู้อภิปรายอยู่ที่ประมาณ 30 คน ซึ่งจะแบ่งหมวดหมู่ในเรื่องประเด็นเศรษฐกิจ การทุจริตคอร์รัปชัน ซีรีส์การเมือง การศึกษา สิ่งแวดล้อม สังคม ส่วนการเรียงลำดับอภิปราย ขอไปพูดคุยกันอีกครั้งก่อน

เมื่อถามว่าเห็นวุฒิสภา (ส.ว.) อภิปรายแล้ว จะต้องนำมาปรับเกมฝั่ง สส.อย่างไร นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า ติดตามอยู่ มีบางส่วนที่หยิบยกมาใช้ได้ สส. แต่ละคนที่มีประเด็นของตัวเองอยู่แล้ว ก็ได้ติดตาม ส.ว. อภิปราย รวมถึงฟังคำตอบที่รัฐมนตรีแต่ละคนชี้แจงด้วย ซึ่งก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนหรือมีคำถามเพิ่มเติม

“ฟังรัฐมนตรีบางท่านตอบแล้ว อาจจะต้องหยิบยกมาถามอีกรอบในสภาผู้แทนราษฎร” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่าแม้จะไม่มีการลงมติ แต่จะสามารถเขย่าคณะรัฐมนตรีจนปรับ ครม. ได้หรือไม่ นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า ในบางประเด็นเราก็คาดหวัง เพราะรัฐมนตรีอาจทำหน้าที่บกพร่อง ซึ่งคาดหวังว่ารัฐบาลคงจะหยิบไป อย่างน้อย ๆ นายกรัฐมนตรีก็คงจะมีการกำชับรัฐมนตรีบางท่านให้ปรับปรุงการทำงาน โดยการปรับ ครม. ก็จะเป็นวิธีการที่ดีก็ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับรัฐบาล

“บางกระทรวงอาจจะมีผลงานที่ไม่ดี มีข้อครหาใด ๆ การปรับ ครม. ก็เป็นทางออก” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเองก็ถูกจับตามอง อย่างนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ และนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคก้าวไกล ที่อภิปรายผิดมาตรา และมีการอ่านเลขงบผิดด้วย จะต้องมีการกำชับหรือตักเตือนหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ตนไปพูดคุยแล้ว มองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถามว่าควรผิดหรือไม่ ตนก็ยอมรับว่าไม่ควรผิด

“ผมคิดว่าใช้คำว่าตักเตือนแรงไปเลยนะ มันก็ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น แต่เราก็ให้คำแนะนำแล้วกันว่าควรจะทำอย่างไร ผมรู้นะว่าตัวเลขหลายหลัก ถ้าเราไม่มีอยู่ในสคริปต์ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องดูทีละตัว ผมก็แนะนำไปว่าทำอย่างไร แต่ความผิดพลาดก็เกิดขึ้นได้ ผมก็คิดว่าสามารถปรับปรุงตัวเองได้ ทั้งคู่ก็เป็น สส. สมัยแรก ปีแรกด้วยซ้ำ ยังมีโอกาสที่จะปรับตัวอีกเยอะ ผมคิดว่าประเด็นที่มันเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ ถ้าเรามองย้อนกลับไป 10 กว่าปีที่แล้ว ประเด็นการพูดผิดแล้วตะกุกตะกัก แล้วนำมาโจมตีกันว่าไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง ผมว่ามันพอได้แล้ว มันคงไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น” นายปกรณ์วุฒิกล่าว

เมื่อถามว่ามีเรื่องนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่เต้นออกนอกห้องประชุมด้วย นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า “ก็ประท้วงกันไปครับ” ตนคิดว่าถ้าพรุ่งนี้ฝั่งรัฐบาลหารือในสภา แล้วนายวิโรจน์ลุกขึ้นชี้แจง ก็เป็นสิทธิ์ของนายวิโรจน์

เมื่อถามย้ำว่าไม่ได้ห้ามใช่หรือไม่ นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า ไม่ได้มีอะไร ส่วนจะกระทบภาพลักษณ์หรือไม่ ตนคิดว่าก็วิพากษ์วิจารณ์กันได้

ส่วนที่วิจารณ์ว่าการเมืองใหม่แต่ยังทำเหมือนเดิมอยู่ นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า ตนยังไม่เคยเห็นว่า 10 ปีที่แล้ว เขาเต้นกันในสภาเลย อาจจะใหม่ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ตนจะไปพูดคุยกับนายวิโรจน์อีกครั้ง

ส่วนการอภิปรายงบประมาณ 2567 ที่ผ่านมา ตัวเลขคนที่ไม่ได้มาโหวต จะสะท้อนอะไรหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า จากที่สอบถามไปหลายคนก็มีความผิดพลาดจริง ๆ บางคนกำลังเตรียมอภิปราย ม.152 อยู่ แต่ไม่ได้ยินเสียงออด ส่วนที่เหลือก็สามารถชี้แจงได้

29 มีนาคม พ.ศ. 2561 ‘กรมพระศรีสวางควัฒนฯ’ เสด็จฯ เปิดนิทรรศการจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ สะท้อนอีกมุมพระปรีชาด้านงานศิลปะที่รัก ควบคู่ภารกิจนานัปการ

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561 นับเป็นผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ใน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่รวบรวมมาจัดแสดงครั้งแรก ภายใต้ชื่อนิทรรศการศิลปกรรม ‘หลากลาย หลายชีวิต’ ขณะเดียวกันก็เป็นการนำเสนอหัวข้อวิทยานิพนธ์ ในการทรงศึกษาระดับปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.)

โดยการนี้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดและทอดพระเนตรนิทรรศการ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ โดยพระองค์ทรงพระนิพนธ์ในวิทยานิพนธ์ถึงแรงดลใจที่ทำให้สนพระทัยในการวาดรูปว่า

“สมเด็จแม่เคยรับสั่งว่าทรงมีลูกเพียง 4 คน โปรดที่จะให้ศึกษาในแขนงต่าง ๆ กัน เพื่อที่จะได้มาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้หลายด้าน ดังนั้นเมื่อสมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงศึกษาทางด้านอักษรศาสตร์ก่อนแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้ตัดสินใจมาเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ แม้จะชอบศิลปะก็ตาม”

“แต่เมื่อข้าพเจ้ากลับมาดำเนินชีวิตที่ผ่านมา ทำให้ข้าพเจ้าค้นพบตัวเองว่ายังมีสิ่งที่ข้าพเจ้ารัก และมีความสุขเมื่อได้คิดถึงและมีโอกาสทำได้ สิ่งนั้นคือ การทำงานศิลปะ ทุกครั้งที่ข้าพเจ้ามีเวลาเหลือจากการปฏิบัติพระราชภาระ ข้าพเจ้ามีความสุขมากเมื่อได้ทำงานที่อยู่กับตัวเองและรู้สึกถึงโลกของตัวเอง มีอิสรภาพ ไม่คิดฝัน จินตนาการได้ตามใจไม่มีขีดจำกัด ความรู้สึกขณะนั้นทำให้เข้าใจและตระหนักรู้ได้ว่า สิ่งนี้อาจเป็นวิถีทางหนึ่งที่ทำให้มนุษย์ได้พบกับความสุขที่แท้จริง ข้าพเจ้าจึงเลือกใช้การทำงานศิลปะเพื่อเป็นการบำบัดทุกข์ให้กับตัวเอง”

ส่วนแรงบันดาลพระทัยที่ทำให้ทรงวาดรูป ‘เสือ’ ทรงพระนิพนธ์ไว้ว่า

“เสือและสิงโตเป็นสัตว์สี่เท้าที่ข้าพเจ้ารักและสนใจมาตั้งแต่เยาว์วัย ทำให้ข้าพเจ้าสนใจเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้เสือและสิงโตเป็นรูปธรรมในการแสดงออกในผลงานศิลปะของข้าพเจ้า”

และเหนือสิ่งอื่นใด ‘พระราชบิดา’ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นแรงบันดาลพระทัยในผลงานศิลปะครั้งนี้ด้วย

“เสือที่ปรากฏในผลงานชุดวิทยานิพนธ์ คือรูปสัญลักษณ์แทนความหมายของเจ้าป่าหรือพระราชา เป็นราชาผู้ปกครองดินแดนด้วยพระเมตตา ซึ่งหมายถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9”

“แรงบันดาลใจจากความใกล้ชิดผูกพัน เคารพรัก เทิดทูน และตระหนักซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ผสมผสานกับภาพลักษณ์ของเสือ สิ่งมีชีวิตที่สงบสง่าเป็นเจ้าป่า เป็นราชาแห่งพงไพร นำมาซึ่งการสร้างสรรค์ทางศิลปะเชิงจินตนาการ โดยหยิบยืมลักษณะของเสือที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตามาถ่ายทอดผ่านทักษะกระบวนการวาดเส้นและงานจิตรกรรม เพื่อบอกเล่าเรื่องราวในจิตใจภายใต้แนวคิด ราชาแห่งความรักและความเมตตา”

ส่วนรูปแบบและแนวความคิดของผลงานสร้างสรรค์ศิลปะ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเสนอในรูปแบบของงานศิลปะกึ่งแฟนตาซี กึ่งเหนือจริงผสมผสานกับคุณลักษณะของงานศิลปะที่ซื่อตรง บริสุทธิ์ใจ โดยไม่ยึดถือแนวทางตามหลักวิชาการ โดยทรงใช้เทคนิคการทรงงานด้วยสีวิทยาศาสตร์สำเร็จรูป ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ทรงงานด้านการออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับ เป็นสีเมจิกหลายสีชนิดหัวแหลม เป็นสีน้ำที่ไม่มีสารเคมีที่เป็นพิษ ไม่มีกลิ่นและทำลายสภาพแวดล้อม

ทั้งนี้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงพระนิพนธ์ในวิทยานิพนธ์ตอนหนึ่งว่า

“การสร้างสรรค์ผลงานชุดวิทยานิพนธ์ จะให้ความสำคัญกับการสื่อสารแสดงแนวคิดเกี่ยวกับเสือเจ้าป่า ผู้เปรียบเสมือนราชา เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน โดยการสร้างสรรค์ของเสือท่ามกลางบริบทแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไปตามเรื่องราวของเนื้อหาในแต่ละภาพ เป็นเสือที่ใจดี มีเมตตา เพียรสอนสั่งและกระทำแต่สิ่งที่ดีงามเพื่อผู้อื่น เป็นเสือที่มีความรักและความปรารถนาดีต่อทุกคน เป็นเสือที่มีแต่ความรู้สึกด้านบวก มีพลังแห่งความดีงามอยู่ภายในจิตใจเสมอ”

ทั้งนี้ นิทรรศการศิลปกรรม ‘หลากลาย หลายชีวิต’ จัดแสดงภาพวาดฝีพระหัตถ์ชุดเสือและผีเสื้อในอิริยาบถต่างๆ รวม 239 ภาพ แบ่งเป็นนิทรรศการชั้น 1 จัดแสดงผลงานประติมากรรมเสือ, ชั้น 2 ภาพฝีพระหัตถ์ชุดเสือกับสิ่งแวดล้อมและการจัดวาง เสือกับสัญลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ และเสือกับจินตนาการสร้างสรรค์, ชั้น 3 เสือกับลายเส้น ขาว-ดำ อัตลักษณ์ของเสือ และเสือกับธรรมชาติ และชั้น 4 ภาพฝีพระหัตถ์ชุดผีเสื้อ ลวดแขวนชุดผีเสื้อ และผลงานอินเตอร์แอคทีฟ (Interactive) ชุดผีเสื้อ

ด้าน ศ.พิษณุ ศุภนิมิตร ประธานหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต มศก. กล่าวว่า การที่พระองค์เสด็จเข้าศึกษาในหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาทัศนศิลป์ ได้สร้างความแปลกใจแก่ตนอย่างมาก เนื่องจากพระองค์ทรงเชี่ยวชาญในด้านวิทยาศาสตร์มาก่อน จนกระทั่งมีผู้ขอพระราชทานถวายพระสมัญญาว่า ‘เจ้าฟ้านักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี’ แต่เมื่อเสด็จฯ มาทรงศึกษาในสาขาศิลปกรรม กลับทรงสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปกรรมในระดับเท่าเทียมกับศิลปินอาชีพ

“ในระหว่างทรงศึกษาในสาขาวิชาทัศนศิลป์ ทรงปฏิบัติพระองค์ดังเช่นนักศึกษาทั่วไป ทรงปฏิบัติตามเงื่อนไขของหลักสูตรและการสอน ทรงเสนอผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์เพื่อให้คณาจารย์กราบทูลสอนและแนะนำ จนมีจำนวนผลงานที่มากกว่านักศึกษาที่ศึกษากันตามปกติ แสดงให้เห็นถึงพระวิริยะอุตสาหะกับผลงานมากกว่า 300 ชิ้น และเมื่อคณาจารย์กราบทูลสอนแต่ละครั้ง ทรงมีผลงานมากกว่า 10 ชิ้น มาพระราชทานคณาจารย์กราบทูลแนะนำทุกครั้ง ทำให้คณาจารย์ตั้งข้อสงสัยว่า การที่ต้องทรงปฏิบัติภารกิจอื่นๆ เป็นอันมาก แต่ยังทรงมีเวลาเพื่อทำงานศิลปะได้มากมายเช่นนั้นได้อย่างไร” ศ.พิษณุ กล่าว

ด้าน อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรมปี 2557 หนึ่งในคณาจารย์ผู้ถวายการสอน กล่าวว่า พระองค์เคยมีรับสั่งถึงแรงบันดาลพระทัยด้านศิลปะ มาจากการได้ทรงออกแบบจิวเวลรีให้บริษัทแห่งหนึ่งจากประเทศอังกฤษ ที่ว่าจ้างเพื่อนำไปผลิตและจำหน่าย ขณะที่ทรงนำรายได้จากการออกแบบไปช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กระทั่งทรงออกแบบต่อเนื่องเป็นหลายร้อยชิ้น จึงสนพระทัยงานศิลปะโดยตรงอย่างจริงจัง

“ตอนสอนก็สังเกตว่า พระองค์หากสนพระทัยด้านใด ก็จะไปศึกษาค้นคว้า แต่กับงานด้านศิลปะ ทราบว่าพระองค์ไม่เคยเรียนที่ไหนมาก่อน แต่ทรงศึกษาเองโดยธรรมชาติ จึงเป็นจุดเด่นของศิลปะของพระองค์คือ การใช้จินตนาการและความคิดที่มองข้ามการใช้ทักษะ อย่างวาดเสือ ผีเสื้อ ดอกไม้ จากจินตนาการกว่าความเป็นจริงทางธรรมชาติ และทรงต้องการจะสื่อความหมายออกมา”

“อย่างช่วงงานพระบรมศพในหลวง ร.9 ทรงวาดภาพฝีพระหัตถ์ผีเสื้อกับดอกบัวที่สวยมาก ไปถวายที่เบื้องหน้าพระบรมโกศ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แต่ไม่ได้นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ แต่ผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ที่นำมาจัดแสดงอื่น ๆ ก็สื่อไปด้วยความหมายต่อความรักความผูกพันที่มีต่อในหลวง ร.9 เช่น เสือที่นอนแนบกับแผ่นดิน เสือลุยไฟ ที่ต้องการสื่อถึงความยากลำบาก อุปสรรคของในหลวง ร.9 เสือที่มองเหลียวกลับมายังแผ่นดิน แฝงความหมายว่าในหลวง ร.9 มองมาที่แผ่นดินและราษฎร เหล่านี้ทรงสื่อความหมายเสือคือผู้ปกครองเหนือราชอาณาจักร อันสื่อถึงในหลวง ร.9 พระราชาผู้ปกครองแผ่นดินด้วยพระเมตตา”

ซึ่ง อ.ปัญญา จึงขอยกย่อง สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ว่าทรงเป็นศิลปินที่หายากในโลก ด้วยทรงใช้เหตุผลและจินตนาการสร้างสรรค์ออกมาเป็นงานศิลปะ ดั่งศิลปินระดับโลก เช่น เลโอนาร์โด ดาวินชี และเหมือนอัครศิลปินคือ ในหลวง ร.9 และมีความเพียรในการวาดภาพฝีพระหัตถ์ โดยจะทรงพกกระดานวาดภาพไปทุกครั้ง อย่างบนเฮลิคอปเตอร์ก็ยังทรงงานด้านศิลปะ ทรงวาดภาพเป็นประจำทุกวัน กระทั่งภายใน 3 ปี มีภาพวาดฝีพระหัตถ์กว่า 300 ภาพดังกล่าว

ทั้งนี้ ภายในงานได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสื้อลายเสือ จากภาพวาดฝีพระหัตถ์ บริเวณบูธ Art Shop ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำขึ้นเพื่อจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสสนับสนุนผลิตภัณฑ์ โดยเสื้อลายเสือจากภาพวาดฝีพระหัตถ์นี้ จะเป็นภาพเสือในอิริยาบถต่าง ๆ และด้านล่างจะมีลายเซ็นพระนาม ‘ChulabhornMahidol’ ทุกตัว ราคาจำหน่าย ‘เสื้อยืด’ 350 บาท และ ‘เสื้อโปโล’ 450 บาท โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะทูลเกล้าถวายสมทบทุนมูลนิธิจุฬาภรณ์ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้ป่วยยากไร้ในพระอนุเคราะห์ สนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาที่เรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยพิบัติ ตลอดจนพัฒนาชุมชน สร้างอาชีพ และเสริมรายได้ให้ประชาชน

บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด มอบ platform สื่อการสอน ระบบไฟฟ้าและค่าพลังงานไฟฟ้าด้วยกราฟ แบบ Online และ Real Time เป็นสื่อการเรียนการสอนทันสมัยที่สุดในอาเซียน

เมื่อวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2567  นายประสิทธิ์  ทองรัศมี  ผอ. เทคนิค ชัยภูมิ ขอขอบคุณ                    บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด มอบ platform สื่อการสอน ระบบไฟฟ้าและค่าพลังงานไฟฟ้าด้วยกราฟ แบบ Online และ Real Time เป็นสื่อการเรียนการสอนทันสมัยที่สุดในอาเซียน จาก นาย ประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ ตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ณ หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคชัยภูมิ

นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าว รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้มีส่วนสนับสนุน การดำเนินการจัดการเรียนการสอน เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา ตามยุทธศาสตร์ชาติที่ให้ความสำคัญด้านพลังงาน โดยจังหวัดชัยภูมิ มีการลงทุนด้านพลังงานและพลังงานทดแทน อยู่หลายบริษัท และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอขอบคุณบริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ที่ได้มอบสื่อการเรียนการสอนแบบเฝ้าระวัง ติดตาม วิเคราะห์พลังงาน และ ความมั่นคงระบบไฟฟ้า ของจังหวัดชัยภูมิแบบ Smart City Monitoring Energy Efficiency Systems Grid ( Real Time IoT) ติดตามการใช้พลังงานและความปลอดภัยอัจฉริยะ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการพัฒนากำลังคน และพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชัยภูมิ สร้างความทัดเทียมทางด้านการศึกษามากยิ่งขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนในการจัดการเรียนการสอนเช่นนี้ต่อไป
นายประสิทธิ์  ทองรัศมี  ผอ. เทคนิค ชัยภูมิ กล่าว สาขาวิชาเทคนิคพลังงาน เป็นการเรียนระบบทวิภาคี นักศึกษาได้ไปฝึกงาน และมีรายได้ระหว่างฝึกงาน ในสถานประกอบการชั้นแนวหน้า กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการภาคเอกชน สถานศึกษา และหน่วยงานต่างๆ ในการสนับสนุน ส่งเสริมให้มีสื่อการเรียนการสอนที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ สร้างโอกาสการมีงานทำและส่งเสริมการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีอย่างจริงจัง เพื่อพัฒนาผู้เรียนใหมีคุณภาพและสมรรถนะตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ นำไปสู่การมีรายได้ระหว่างเรียน และจบแล้วมีงานทำ ที่สำคัญทำให้นักศึกษาอาชีวะ มีความพร้อมเข้าสู่โลกอาชีพ ได้ทันตามความต้องการกำลังคนของประเทศ สามารถประกอบอาชีพหรือเป็นผู้ประกอบการได้ระบบดังกล่าวช่วยตรวจเช็ค วิเคราะห์พลังงาน บำรุงรักษา ด้านความปลอดภัย อัคคีภัย แบบ IoT ในการให้ความรู้ด้านการจัดการพลังงานแบบเรียลไทม์ (IoT) ส่งเสริมหลักสูตร สื่อการเรียนการสอนทันสมัยสุดในอาเซียนเรื่องบำรุงรักษาและมาตรฐานความปลอดภัย อัคคีภัยของหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อเป็นประโยชน์และ ตรงต่อความต้องการของ  ภาคประกอบการ เป็นกำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูงเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม เศรษฐกิจของประเทศต่อไป

'นิโคลัส แข้งช้างศึก - อี คังอิน แข้งเกาหลีใต้' ได้เลือด!! หลังแขนครูดตะแกรงท่อสนาม กลายเป็นเรื่องถกใหญ่หลังเกม

เมื่อวานนี้ (26 มี.ค.67) ‘ช้างศึก’ ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ลงสนามในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มซี นัดที่ 4 พบกับ ‘โสมขาว’ เกาหลีใต้ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน

หลังจบเกมด้วยสกอร์ 0-3 ไทยแพ้เกาหลีใต้คาบ้าน เกมจบแต่กระแสยังร้อนแรง กลายเป็นที่พูดคุยของแฟนบอล หลังจากที่แฟนบอลได้เห็นอาการบาดเจ็บของนักเตะ เนื่องจากล้มลงก่อนผิวหนังครูดกับตะแกรงของท่อระบายน้ำด้านข้างสนามจนได้เลือด

ในจังหวะช่วงครึ่งแรก นาทีที่ 41 เป็นจังหวะที่ นิโคลัส มิคเกลสัน แบ๊กขวาทีมชาติไทย ปะทะกับ คิม มิน-แจ แข้งของเกาหลีใต้ จนกระเด็นและล้มลงไปข้าง ๆ สนาม ก่อนที่เจ้าตัวจะร้องด้วยความเจ็บปวด ซึ่งจากภาพจากกล้องถ่ายทอดสดจะเห็นได้ว่านักเตะวัย 24 ปี ได้แผลและมีเลือดไหลจำนวนมาก

นอกจากนี้ในช่วงครึ่งแรกเช่นกัน ในนาทีที่ 35 อี คัง-อิน แข้งเกาหลีใต้ ก็ได้แผลถลอกจากกรณีคล้าย ๆ ของ มิคเกลสัน ในจังหวะที่นักเตะเปแอสเช ปะทะกับ แบ๊กลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์เช่นกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top