Wednesday, 15 July 2026
TheStatesTimes

‘จีน’ ครองแชมป์คู่ค้ารายใหญ่ของ ‘แอฟริกา’ 15 ปีซ้อน มูลค่าการค้าทวิภาคี ปี 2023 แตะ 10 ล้านล้านบาท

เมื่อวานนี้ (1 ก.พ. 67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ของจีน เปิดเผยว่าจีนยังคงครองตำแหน่งคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของแอฟริกาติดต่อกันเป็นปีที่ 15 ด้วยมูลค่าการค้าทวิภาคีสูงแตะ 2.82 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 10 ล้านล้านบาท) ในปี 2023

เจียงเหว่ย เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ แถลงข่าวว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าเป็นตัวควบคุมและขับเคลื่อนความสัมพันธ์จีน-แอฟริกา โดยคณะรัฐมนตรีจีนได้อนุมัติแผนการทั่วไปเพื่อสร้างเขตนำร่องความร่วมมือเชิงลึกทางเศรษฐกิจและการค้าจีน-แอฟริกา

จีนจะจัดตั้งเขตนำร่องดังกล่าวเพื่อเป็นพื้นที่สำหรับการเปิดกว้างและความร่วมมือกับแอฟริกาอันมีอิทธิพลระดับนานาชาติภายในปี 2027 โดยเป้าหมายหลักคือการสร้างพื้นที่สำหรับความร่วมมือกับแอฟริกาอันมีความสามารถทางการแข่งขันระดับนานาชาติ

เจียงเหว่ย เสริมว่า ทั้งสองฝ่ายจะกระตุ้นบทบาทของเขตนำร่องแห่งนี้อย่างเต็มที่ ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านและยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคี และส่งมอบผลประโยชน์แก่ประชาชนในจีนและแอฟริกาเพิ่มขึ้นในหลายปีข้างหน้านี้

'ปภส.' ยื่นผู้ตรวจฯ วินิจฉัยปม 'ธนาธร' ถูกตัดสิทธิ์การเมือง แต่ยังโผล่นั่ง 'กมธ.' เปรียบ 'ปารีณา' ถูกตัดสิทธิ์ ยังไม่สามารถเข้ามาทำงานการเมืองได้เลย

(2 ก.พ.67) กลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน (ปภส.) นำโดยนายทรงชัย เนียมหอม ประธานกลุ่มฯ ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านนายเอกพจน์ ถิรวณิชย์ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบและปฏิบัติการเร่งด่วนสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ซึ่งเป็นบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจกองทัพไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานอื่นหรือย้ายไปอยู่หน่วยงานอื่นที่เหมาะสมนั้นเป็นการกระทำที่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2563 ลงวันที่ 21 ก.พ.63 หรือไม่

นายทรงชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ก.พ.63 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 72 วรรคหนึ่ง (3) และวรรคสอง ประกอบมาตรา 72 เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ 2 ม.ค. 62 หรือ 11 เม.ย.62 ซึ่งเป็นวันที่มีการกระทำอันเป็นเหตุให้ยุบพรรคเป็นเวลา 10 ปี โดยนายธนาธรเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง แต่กลับพบว่าเมื่อวันที่ 25 ม.ค. นายปฏิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมได้พิจารณาญัตติของนางสาวเบญจาแสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ที่ขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนหน้าที่การให้บริการไฟฟ้า ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการของกองทัพไปอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง รวมถึงการถ่ายโอนธุรกิจต่างๆ ของกองทัพไปอยู่ในความดูแลของรัฐบาล ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทาประธานสภา ก็แจ้งว่าดูแล้วสมาชิกทุกคนเห็นตรงกันให้ตั้งกรรมาธิการจึงเห็นชอบให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าวมีจำนวน 25 คน โดยกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล มีนายธนาธรมาเป็นกรรมาธิการด้วยมีระยะเวลาการพิจารณา 90วัน และนายธนาธรได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการนัดแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ม.ค. ซึ่งตนเห็นว่าเมื่อนายธนาธรถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครแล้วก็ไม่ควรที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวในทางการเมืองอีก

"ผมจึงต้องใช้ช่องทางของผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่เขากระทำการเลี่ยงบาลีอย่างนี้มันถูกต้องหรือไม่เมื่อเทียบกับคนที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองคนอื่นๆ อย่างเช่น น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ เขาก็ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเช่นกัน แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาทำงานในทางการเมืองได้เลย แล้วทำไมนายธนาธรจึงทำได้หรือเพราะเป็นนักการเมือง และถ้าเป็นผมซึ่งเป็นประชาชนถ้าถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองจะสามารถทำอย่างนั้นได้บ้างหรือไม่ จึงอยากให้ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องนี้ให้ชัดเจน" นายทรงชัย กล่าว

4 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ‘WHO’ กำหนดให้เป็น ‘วันมะเร็งโลก’ สร้างความตระหนักรู้ ให้กำลังใจผู้ป่วยโรคมะเร็ง

องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การสหภาพต่อต้านมะเร็งระหว่างประเทศ (UICC) ได้กำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันมะเร็งโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทั่วโลก มีความรู้ มีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับโรคมะเร็ง และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งได้แก่ ‘มะเร็งสามารถป้องกันได้’  

โดยโรคมะเร็งนั้น ถือเป็นวายร้ายคุกคามสุขภาพอันดับต้นๆ ในศตวรรษที่ 21 โดยใกล้จะแซงหน้าโรคระบบหลอดเลือดและหัวใจเต็มที ทุกวันนี้เราแทบทุกคนมีคนใกล้ตัวที่เคยเผชิญหรือเฉียดใกล้กับโรคมะเร็ง การรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจในหมู่ประชาชนทั่วไปจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งนี้ เมื่อปี ค.ศ. 2000 ในงานประชุม World Summit Against Cancer ที่ปารีส ตัวแทนจากประเทศต่างๆ ได้ร่วมกันกำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันมะเร็งโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อรวมพลังกันช่วยชีวิตและปกป้องผู้คนหลายล้านคนจากโรคมะเร็ง ด้วยการรณรงค์ให้ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคมะเร็งในทุกๆ ด้าน และร่วมกันผลักดันให้เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของรัฐบาลหรือหน่วยงานในภาครัฐของแต่ละชาติ

จากสถิติพบว่าในช่วงปี 1990 มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 8.1 ล้านคนในแต่ละปี จนเป็น 18.1 ล้านคนต่อปี ในปี 2018 และยังคงเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยมะเร็ง 3 อันดับแรก คือ มะเร็งปอด, มะเร็งเต้านมในผู้หญิง และมะเร็งลำไส้ และคาดการณ์ว่าหากทั่วโลกยังไม่ลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ภายในปี 2030 จะมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งจะมากกว่า 13.1 คนต่อปี

อย่างไรก็ตาม กว่าร้อยละ 40 ของมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้ป่วยอยู่ในปัจจุบันนั้น มีทางป้องกันและรักษาได้ ทำให้จำนวนผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ผลลัพธ์อันน่าทึ่งจากการทุ่มเทศึกษาวิจัยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นำไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ เรื่องโรคมะเร็งในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น วิธีวินิจฉัยโรค ตัวยาที่ใช้ ขั้นตอนการรักษา และการฟื้นฟูร่างกายหลังจากการรักษา ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งสามารถอุ่นใจได้ว่า ต่อให้พบว่าเป็นโรคมะเร็งแล้ว ก็ยังรักษาให้หายได้ถ้าเราตั้งใจจริง

มะเร็งนั้นเป็นภัยร้ายที่คุกคามทุกคนได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะอยู่ในทวีปใด จะร่ำรวยหรือยากจน จะเป็นข้าราชการระดับสูงหรือผู้อพยพก็ตามที วันมะเร็งโลกจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์เพื่อย้ำเตือนว่า หนทางไปสู่ประกายแสง ณ เส้นขอบฟ้าแห่งการมีสุขภาพที่ดีได้ ก็คือ การร่วมกันรณรงค์ให้ความรู้ ความเข้าใจในการป้องกัน ตรวจสอบ และรักษาโรคมะเร็งอย่างรวดเร็ว ให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ดังคำขวัญประจำวันมะเร็งโลกที่ว่า ‘I Am and I Will’ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ก็เป็นส่วนหนึ่งในการเดินร่วมกันไปสู่วันที่โลกไร้มะเร็งได้

โซเชียลลุกเป็นไฟ!! ‘แอน จักรพงษ์’ ฟาดเดือดถึง ‘อาตี๋’ ลั่น!! อย่าแอบเข้าประตูหลัง หลอกใช้ หลอกถามคนอื่น

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 67 จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หรือ ‘แอน จักรพงษ์’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Anne Jakrajutatip’ ฟาดเดือดถึง ‘อาตี๋ปริศนา’ โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า…

“อาตี๋จะทำธุรกิจต้องรู้จักให้เกียรติเจ้าของบ้าน… เดินไปทักเค้าหน้าบ้าน… ถ้าไม่ชอบเขาก็เลิกพูดถึงเขา… เลิกพูดเกี่ยวกับบ้านเขา! อย่าไปแอบเข้าประตูหลัง หลอกใช้หลอกถามพนักงานเขาจนบางคนเสียใจที่เสียรู้ถูกหลอกถาม… นึกไม่ถึงว่าอาตี๋ชอบแอบ และ ชอบประตูหลัง!”

งานนี้ทำเอาโซเชียลลุกเป็นไฟ วงการนางงามไม่เคยได้พัก ชาวเน็ตแห่เดากันยกใหญ่ว่า ‘อาตี๋ปริศนา’ คนนี้คือใคร?

‘Anya Meditec’ ชี้!! คนไทยรู้ภัยนอนกรนน้อย แนะ!! ผู้มีภาวะเสี่ยง ‘อ้วน-ภูมิแพ้’ ควรทำ Sleep Test

จากรายการ THE TOMORROW มหาชนต้องรู้ ออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES ประจำวันที่ 3 ก.พ. 67 ได้พูดคุยกับ นายแพทย์ชาญสิริ เสกสรรวิริยะ แพทย์ด้านหู คอ จมูก และเวชศาสตร์การนอนหลับ Anya Meditec ถึงปัญหาการนอนกรนของคนไทย ระบุว่า…

คนไทยมีปัญหาการนอนกรนเยอะมาก ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ เพราะการนอนถือเป็น 1 ใน 3 ของชีวิตประจำวันของเรากันเลยทีเดียว แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่า คือ มันเป็นปัญหาใกล้ตัวที่หลายคนกลับมองข้ามไป

แน่นอนว่า โดยปกติปัญหาด้านการนอนของมนุษย์มักจะมีอยู่หลายแบบ ทั้งการนอนไม่หลับ นอนกรน นอนละเมอ หรือแม้แต่นอนกัดฟัน เป็นต้น แต่กับปัญหาการกรน เป็นอะไรที่จะส่งผลกระทบไปสู่หลายโรค

ทั้งนี้ สาเหตุของการกรน เกิดจากทางเดินหายใจส่วนบนถูกอุดกั้น โดยในขณะที่เรานอนหลับ กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณช่องคอส่วนบน ได้แก่ ลิ้นไก่, เพดานอ่อน, คอหอย, โคนลิ้น และฝาปิดกล่องเสียง จะหย่อนตัวลง ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบ เมื่อลมเคลื่อนที่ผ่านบริเวณดังกล่าวจึงเกิดเสียงดังขึ้น กลายเป็นเสียงกรนเจ้าปัญหาในที่สุด โดยปัญหานี้ ส่วนใหญ่มักจะเจอกับผู้ที่มีน้ำหนักเยอะ และคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ 

คำถาม คือ เมื่อไรที่เราต้องรีบรักษา? ก็ต้องบอกว่า ถ้าสังเกตได้ว่ามีอาการกรนเสียงดังมาก จนแทบไม่อาจนอนได้ตลอดทั้งคืน หรือร่วมกับอาการกรนที่ทำให้เกิดอาการหยุดหายใจ หรือมีอาการง่วงระหว่างวัน นี่บ่งบอกถึงคุณภาพในการนอนที่ย่ำแย่จากการกรนแล้ว และต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที 

เพราะอะไร? เพราะการกรนเป็นจุดเริ่มต้นของโรคต่างๆ ได้ง่าย เช่น ความดันโลหิตสูง, เส้นเลือดหัวใจตีบง่าย, เส้นเลือดสมองตีบง่าย, หัวใจวาย และสมองเสื่อมได้ไวขึ้นจากการหลับที่ไม่ดี

ปัจจุบันมีการรักษาที่แก้ปัญหานี้ได้อย่างชัดเจน แต่ก็ต้องทำการตรวจ Sleep Test ก่อน เพื่อตรวจดูคลื่นสมองว่าหลับลึกตื้นแค่ไหน เป็นการตรวจการนอนหลับ เพื่อบันทึกลักษณะความผิดปกติขณะนอนหลับ ซึ่งแพทย์จะนำผลไปวินิจฉัย เพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับต่อไป 

โดยในขณะที่ทำ Sleep test นักเทคนิคการแพทย์จะทำการบันทึกข้อมูลต่างๆ เช่น…

- การตรวจวัดระดับความลึกของการนอนหลับ
- การตรวจวัดระดับออกซิเจน ลมหายใจ และการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทรวงอกและหน้าท้อง
- การตรวจวัดการทำงานกล้ามเนื้อตา การกัดฟัน และกระตุกของขาขณะหลับ
- ท่านอนและเสียงกรน
- การตรวจการเต้นของหัวใจ เป็นต้น

หลังจากนั้น จะนำข้อมูลต่างๆ ที่บันทึกได้ พร้อมกับผลการตรวจร่างกาย มาวินิจฉัยและวางแผนการรักษาต่อไป

ทั้งนี้ หลังจากทำ Sleep Test เรียบร้อย ก็จะเข้าสู่วิธีรักษา ซึ่งมีหลายแบบ เช่น ใช้เครื่องอัดอากาศเป่าลมเบาๆ เพื่อพยุงโครงสร้างในช่องคอให้โล่งขึ้น หรือการผ่าตัดแก้ไข หรือเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทาน ขณะที่การลดน้ำหนักก็ช่วยได้เช่นกัน

นอกจากนี้ การล้างจมูกอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยลดอาการภูมิแพ้ ลดจมูกบวม จมูกตัน ซึ่งการล้างจมูกส่งผลดีต่อการนอนกรนเช่นกันด้วย

อย่าปล่อยปัญหาให้เนิ่นนาน ทุกท่านสามารถมาปรึกษาและตรวจ Sleep Test ที่ Anya Meditec ได้ง่ายๆ ซึ่งผลการวัดมีมาตรฐานเช่นเดียวกันกับโรงพยาบาลชั้นนำ สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ facebook.com/AnyaMeditec

'บิ๊กเจี๊ยบ' ต้อนรับนายก ประจักษ์ และบิ๊กปาน

พลเรือโท สุภชิต นาวีสุรพล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ (ผอ.สง.ปรมน.ทร.),  พลเรือตรี ชวเลิศ เลขะวัฒนะ รอง ผอ.สง.ปรมน.ทร. และ นาวาเอกสยาม ลายสาร รอง ผอ.สอก.สง.ปรมน.ทร. ให้การต้อนรับ คณะสมาคมนักธุรกิจรักษาความมั่นคงแห่งชาติ นำโดย นายประจักษ์ ภมรพล นายกสมาคมฯ, พลเรือเอก เชษฐา ใจเปี่ยม รองประธานที่ปรึกษาสมาคมฯ และ พลตรี อำนาจ จันทรนิมะ ที่ปรึกษาพิเศษ เข้าพบเพื่อหารือเรื่องการประสานความร่วมมือ บูรณาการ และหาแนวทางร่วมกันในการปฏิบัติงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และพร้อมสนับสนุนในภารกิจด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม 

ทั้งนี้ สมาคม กำลังเปิดรับสมัคร หลักสูตรนักธุรกิจรักษาความมั่นคงแห่งชาติ รุ่นที่ 75 ระหว่าง วันที่ 23 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2567

‘ผบ.ทอ.’ ชื่นชม!! ‘2 กำลังพล ทอ.’ เข้าช่วยเหลือประชาชน ประสบเหตุรถคว่ำบนทางขึ้นภูทับเบิก ยกเป็นแบบอย่างที่ดี

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 67 พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้ยกย่อง ข้าราชการกองทัพอากาศ จำนวน 2 คน คือ พันจ่าอากาศเอก ณัฐพงษ์ แก้วคำ และ พันจ่าอากาศเอก ชิษณุพงศ์ นาโค ปฏิบัติราชการสนาม ณ สถานีรายงานภูหมันขาว กองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ โดยขณะปฏิบัติหน้าที่ได้รับมอบหมายให้เดินทางออกจากที่ทำงานเพื่อไปจัดซื้อเสบียง ระหว่างทางได้พบรถยนต์กระบะของประชาชนเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำบนเส้นทางขึ้นภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว พันจ่าอากาศเอก ณัฐพงษ์ แก้วคำ ซึ่งทำหน้าที่พลขับได้หยุดรถและรีบเข้าไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบเหตุทันที ในขณะที่ พันจ่าอากาศเอก ชิษณุพงศ์ นาโค ได้ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในที่เกิดเหตุ โดยข้าราชการทั้ง 2 คน ได้ร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบเหตุรถยนต์กระบะพลิกคว่ำ จำนวน 3 คน ได้อย่างปลอดภัยด้วยความกล้าหาญและเสียสละ

ทั้งนี้ พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้แสดงความชื่นชมและยกย่องให้เป็นแบบอย่างอันดีให้แก่ข้าราชการของกองทัพอากาศ ในการดูแลเอาใจใส่ช่วยเหลือประชาชนและพร้อมเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์

 

‘เทพมนตรี’ เผย คดี ‘ปิยบุตร’ หมิ่นสถาบันฯ อัยการให้ ตร.สอบเพิ่ม ด้าน ‘หมอวรงค์’ ชี้!! มีขบวนการปั่น-ล้มล้างฯ เร่งปลุกคนไทยต้าน

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 67 นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Thepmontri Limpaphayorm’ ถึงคดีของ ‘นายปิยบุตร แสงกนกกุล’ เลขาธิการคณะก้าวหน้า กรณีหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ระบุว่า…

“วันนี้ต้องมาสถานีตำรวจนครบาลดุสิตอีกรอบ

อาจารย์ปิยบุตรเป็นบุคคลสาธารณะ อันที่จริงไม่ได้มีความบาดหมางส่วนตัวอะไรกันเลย ผิดแผกตรงที่ผมไม่เห็นด้วยในการพูดและเขียนของเขา โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ และทำให้เด็กเยาวชนน้อมนำไปปฏิบัติคล้ายๆ ได้รับแรงบันดาลใจ

ตำรวจใช้เวลาเกือบ 2 ปี กว่าจะสรุปสำนวน อัยการก็ใช้เวลาพิจารณาจะครบปีแล้ว วันนี้ก็ต้องมาสถานีตำรวจนครบาลดุสิต เพราะท่านอัยการมีข้อคำถามกลับมาให้สอบต่อ เพื่อยืนยันข้อความ 3 โพสต์ว่าเป็นจริงตามที่เสนอไป

สงสัยคดีอาจารย์ปิยบุตรจะครบ 3 ปีแน่ๆ และคงต้องสู้คดีกันต่อไปอีกหลายปี

อคติ ความไม่ชอบ ความไม่ลงรอยระหว่างตัวบุคคลที่มีความเห็นแตกต่างกัน ทั้งๆที่ถ้ามองแบบวิชาการมันก็คิดอีกอย่าง

พอดีมันเป็นเรื่องกฎหมาย และผมก็มาร้องอยู่คนเดียวมันก็เลยทำให้นางไม่พอใจผมเป็นแน่ ผมไม่ใช่นักร้องน้องรัก ไม่เคยเรียกรับเงินใครสักบาท ไม่รับบริจาคหรืออามิสสินจ้างอะไร ที่ทำไปก็ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ที่อยากเห็นบ้านเมืองนี้มีความยุติธรรมให้เท่าเทียมกันทุกๆคน ทั้งที่เป็นเรื่องยากมาก

อยากบอกอาจารย์ปิยบุตรให้นางได้รับทราบและเตรียมตัวเอาไว้ ถ้าได้เจอกันก็ทักทายกันครับ แต่เรื่องเจ้าเรื่องสถาบันเพลาๆลงบ้างก็จะดี”

ขณะเดียวกัน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ ‘ขบวนการล้มล้างการปกครอง’ โดยระบุว่า…

“หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล มีการใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นหลากหลาย มีความพยายามที่จะบิดเบือนคำวินิจฉัยของศาล เพื่อสร้างความรู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้รับความเป็นธรรม บางคนถึงขนาดที่ต้องตอบโต้หาว่าศาลรัฐธรรมนูญล้ำแดน ต้องใช้อำนาจโต้กลับ และมีการใช้คำพูดถากถางในโซเชียล

สิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องเข้าใจ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่สรุปว่า มีการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น

แต่เคยเกิดขึ้น ในปี พ.ศ. 2564 ที่มีการชุมนุมในปี 2563 ประกาศ ‘ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์’ แต่แฝงเร้นคำพูดให้เยาวชนทั่วไปเข้าใจผิดว่า ต้องการให้สถาบันฯ อยู่เคียงคู่กับประชาชนได้อย่างสงบสุข และการชุมนุมครั้งนั้น ก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า เข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ เช่นกัน

การถูกชี้ว่าล้มล้างการปกครองในครั้งนั้น จะขายคำว่า ‘ปฏิรูปไม่เท่ากับล้มล้าง’ แต่ครั้งล่าสุดที่เสนอแก้ไขมาตรา112 แต่จริงๆ แล้วก็คือซ่อนเร้นการยกเลิกมาตรา 112 และไปเขียนกฎหมายใหม่ เพราะประชาชนอาจรู้ไม่เท่าทัน

ประเด็นสำคัญที่ต้องการสื่อคือ วันนี้แผนการล้มล้างการปกครองระบอบนี้ฯ ได้มีการตั้งข้อสงสัยว่า มีการวางแผนทำกันเป็นขบวนการหรือไม่? จะจริงหรือที่การเคลื่อนไหวของแต่ละกลุ่มนั้นต่างฝ่ายต่างทำ บนความเชื่อของตนเอง

เพราะการล้มล้างทั้งสองเหตุการณ์นั้น มีการขับเคลื่อนของผู้แสดงที่หนุนซึ่งกันและกัน กลุ่มเยาวชนหนุนพรรค และพรรคก็หนุนเยาวชน มี NGO ที่รับเงินต่างชาติมาขับเคลื่อนในทิศทางเดียวกัน

ขานรับกับสื่อที่เขามีอยู่ในมือจำนวนมาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นี่ยังไม่นับรวมรัฐบาลต่างประเทศ หรือวงการทูตที่แสดงออก ในการแทรกแซงการเมืองไทย แบบไม่ต้องเกรงอกเกรงใจรัฐบาลไทย

อยากบอกพี่น้องประชาชนว่า เรากำลังเผชิญกับขบวนการการล่าอาณานิคมยุคใหม่ ที่ไม่ต้องใช้เรือปืนมาปิดปากอ่าวไทย เพียงแค่ใช้คำว่าประชาธิปไตย มาปั่นให้กับคนกลุ่มหนึ่ง และอาศัยสื่อสมัยใหม่ แค่นี้ก็สั่นคลอนประเทศได้

ถึงเวลาที่พี่น้องไทย ต้องร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว ถ้าเขาทำลายศรัทธาสถาบันฯ ที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวประเทศได้ เท่ากับเขาล้มระบบนี้ได้ และอาจจะสถาปนาระบบใหม่ที่เลวร้ายกว่าเดิม ภายใต้การควบคุมของจักรวรรดินิยม แต่มีคำสวยหรูคือประชาธิปไตย

ขอเตือนเหล่าขบวนการนี้ว่า พวกคุณคิดจะตัดรากแก้วต้นไม้ ถ้าอายุต้นไม้ไม่มากคุณตัดได้และไปล้อมปลูกได้ แต่ไม้ใหญ่ที่อายุร่วม 700 – 800 ปี ที่ให้ความสงบร่มเย็นแก่ผู้อาศัย ขอบอกไว้เลยว่ายาก แต่ถ้าไปเอาคนต่างถิ่นมาช่วยตัด ถ้าตัดได้ ทุกอย่างก็ต้องล่มสลายตามกันไป รวมทั้งพวกคุณด้วย”

‘บริษัทอาวุธรัสเซีย’ เตรียมโชว์ ‘คลังแสง’ ชูอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รุกตลาดยุทโธปกรณ์รบระดับโลกในงาน ‘World Defense Show 2024’

รัสเซียรุกหนักในตลาดอาวุธยุทโธปกรณ์ระดับโลก

งาน ‘World Defense Show 2024’ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ 2024 ณ กรุงริยาด นครหลวงแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย โดย ‘JSC ROSOBORONEXPORT’ (ส่วนหนึ่งของ Rostec State Corporation) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจเพียงแห่งเดียวของรัสเซีย ในการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ระดับโลก ได้เข้าร่วมงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ครั้งนี้

JSC ROSOBORONEXPORT มีสัดส่วนในการส่งออกมากกว่า 85% ของการส่งออกอาวุธและอุปกรณ์ทางทหารของรัสเซีย โดยมีความร่วมมือกับบริษัทด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของรัสเซียมากกว่า 700 แห่ง และมีขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของความร่วมมือด้านเทคนิคการทหารของรัสเซียครอบคลุมมากกว่า 100 ประเทศ

“World Defense Show จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว และได้กลายมาเป็นหนึ่งในงานแสดงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่สำคัญจากทั่วโลกแล้ว เมื่อเทียบกับปี 2022 ขนาดพื้นที่จัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ในพื้นที่จัดแสดงกลางแจ้ง ‘JSC ROSOBORONEXPORT’ จะจัดแสดงยานยนต์หุ้มเกราะ ‘ZA-SpN Titan’ และ ‘Spartak’ ซึ่งเป็น UAV ของตระกูล Orlan โดยเครื่องบินขนส่งทางทหาร IL–76MD-90A(E) จะถูกจัดแสดงที่สนามบิน ผลิตภัณฑ์สำหรับกองทัพอากาศ กองทัพภาคพื้นดิน กองทัพเรือ และระบบป้องกันภัยทางอากาศ จะถูกจัดแสดงในอาคารนิทรรศการ” Alexander Mikheev ผู้อำนวยการทั่วไปของ ROSOBORONEXPORT กล่าว “เราเห็นความสนใจอย่างมากในหมู่ตัวแทนของกองทัพ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของซาอุดีอาระเบีย และประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลางในผลิตภัณฑ์ด้านกลาโหมของรัสเซียที่ผ่านการทดสอบในการรบล่าสุด (ในยูเครน) เราพร้อมที่จะนำเสนอรูปแบบความร่วมมือที่เป็นเอกลักษณ์ของพันธมิตรของเรา รวมถึง Localization ในการผลิตอาวุธรัสเซียและการพัฒนาแบบจำลองขั้นสูงร่วมกัน”

ระบบต่อสู้อากาศยานพิสัยไกลของ Almaz-Antey Corporation

บริษัทด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของรัสเซียมากกว่า 20 ราย รวมถึง Almaz-Antey Corporation, Special Technology Center, Remdiesel, Rostec State Corporation และบริษัทในเครือ High Precision Systems, UAC และ Technodinamika นำเสนอผลิตภัณฑ์ของตนภายในบูธของ ROSOBORONEXPORT ซึ่งจะจัดแสดงอาวุธและอุปกรณ์ทางการทหารสมัยใหม่จาก Uralvagonzavod, Kalashnikov Concern, สถาบันวิจัยเวกเตอร์, สถาบันวิจัยเหล็ก (ส่วนหนึ่งของ Rostec State Corporation) และผู้ผลิตของรัสเซียรายอื่น ๆ 

รถถังแบบ T-90MS

สำหรับอาวุธภาคพื้นดิน บริษัทจะนำเสนอรถถังแบบ T-90MS ซึ่งได้พิสูจน์ความสามารถในการปฏิบัติการรบจริง และเป็นที่ต้องการอย่างมากในตะวันออกกลาง ยานรบทหารราบ BMP-3 ที่ได้รับการติดตั้งระบบ Explosive reactive armour (ERA) รถพยาบาลภาคสนามหุ้มเกราะ ZSA Spartak และยานพาหนะ Typhoon-K MRAP แบบจำลองขนาดจริงของ ZA-SpN Titan ที่ได้รับติดตั้งเกราะตามวัตถุประสงค์พิเศษ พร้อมด้วยสถานีอาวุธควบคุมระยะไกล จะเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่นิทรรศการนี้ ยานพาหนะในระดับ MRAP นี้ มีขีดความสามารถในการป้องกันขีปนาวุธและทุ่นระเบิดในระดับสูง จึงมีโอกาสที่ดีเยี่ยมในตลาดตะวันออกกลาง รวมถึงเนื่องจากมีความเป็นไปได้ในการเปิดโรงงานผลิตอาวุธของรัสเซียในต่างประเทศ

ปืนไรเฟิลซุ่มยิง Chukavin

ในส่วนหนึ่งของนิทรรศการ ROSOBORONEXPORT จะนำเสนออุปกรณ์การสู้รบแบบบูรณาการที่ล้ำสมัย สำหรับเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งรวมถึงปืนไรเฟิลซุ่มยิง Chukavin, ปืนไรเฟิล Bespokegun Raptor และปืนไรเฟิล Elegance ตลอดจนซีรีส์ของอาวุธปืนเล็กยาว Kalashnikov AK-200, AK-12, ปืนไรเฟิลจู่โจม AK-15, AK-19 และ AK-308, ปืนพก 9 มม. Lebedev, ปืนกลมือ Kalashnikov PPK-20 ขนาด 9 มม. และอาวุธยุทโธปกรณ์ Kub-E

เครื่องบินขนส่งทางทหาร IL-76MD-90A(E) รุ่นใหม่

เครื่องบินขนส่งทางทหาร IL-76MD-90A(E) รุ่นใหม่นี้ ซึ่งจัดแสดงในซาอุดีอาระเบีย จะเป็นการนำเสนอแบบจำลองขนาดจริงเป็นครั้งแรก เช่นเดียวกับเครื่องบินรบสมัยใหม่ของรัสเซีย ซึ่งรวมถึงเครื่องบินรบ เครื่องบินทิ้งระเบิด และผู้ฝึกสอน คาดว่าจะสามารถดึงดูดความสนใจของคณะผู้แทนกองทัพอากาศ Ka-52 เฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวน/โจมตี เฮลิคอปเตอร์ขนส่งทางทหาร และเฮลิคอปเตอร์ขนส่ง/โจมตีที่ดีที่สุดในโลก จะถูกจัดแสดงที่บูธ ROSOBORONEXPORT นอกจากนี้ ROSOBORONEXPORT จะจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ทางอากาศต่าง ๆ ภายในงานแสดงครั้งนี้ด้วย

UAV Orlan-10E

ROSOBORONEXPORT จะจัดแสดงระบบ UAV Orlan-10E และ Orlan-30 ในพื้นที่จัดแสดงกลางแจ้ง ในส่วนของมาตรการตอบโต้ด้วย UAV บริษัทจะจัดแสดงผลิตภัณฑ์ RB-504P-E สถานีตรวจตราด้วยวิทยุสำหรับการตรวจสอบช่องสัญญาณการสื่อสาร และระบบมาตรการตอบโต้ทางอิเล็กทรอนิกส์ Serp-VS6 สำหรับการตอบโต้ UAV ขนาดเล็ก

ขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศพิสัยไกล S-400 Triumf

อาวุธยุทโธปกรณ์ด้านการป้องกันภัยทางอากาศ จะนำเสนอระบบขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศ (SAM) ที่หลากหลายในพิสัยต่างๆ หนึ่งในนั้นคือระบบขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศพิสัยไกล S-400 Triumf ของ Almaz-Antey, S-350E Vityaz, ระบบพิสัยกลาง Viking และ Buk-M2E และระบบ SAM ระยะสั้น Tor รุ่นต่าง ๆ บริษัท High-Precision Systems Holding Company ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Rostec State Corporation จะสาธิตระบบขีปนาวุธ/ปืนป้องกันภัยทางอากาศ Pantsir-S1, Pantsir-S1M และระบบขีปนาวุธ/ปืนป้องกันภัยทางอากาศทางเรือ Pantir-ME รวมถึงเครื่องบิน Verba และ Igla-S ระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบพกพา

ยานใต้น้ำไร้คนขับ Klavesin 1RE

สำหรับอาวุธยุทโธปกรณ์ทางเรือ ROSOBORONEXPORT จะจัดแสดงยานใต้น้ำไร้คนขับรุ่นใหม่ล่าสุด Klavesin 1RE, เรือไฮโดรฟอยล์ Sagaris และเรือคอร์เวต Project 20382 ในรูปแบบการส่งออกใหม่ที่ติดตั้งระบบเรดาร์แบบบูรณาการ Zaslon

‘Rosteс State Corporation’ เป็นบริษัทที่เป็นรัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย โดยรวบรวมองค์กรวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากกว่า 800 แห่งใน 60 ภูมิภาคของประเทศ กิจกรรมหลักของบริษัท ได้แก่ วิศวกรรมอากาศยาน, รังสีอิเล็กทรอนิกส์, เทคโนโลยีทางการแพทย์, วัสดุที่เป็นนวัตกรรม ฯลฯ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทถูกจัดส่งไปยังกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยรายได้ราวหนึ่งในสามของบริษัทมาจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ไฮเทค

อีอีซี มอบรางวัล 12 ผลงานผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบ ยกระดับความร่วมมือระหว่างพื้นที่ชุมชน และพื้นที่อุตสาหกรรม เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นจากเขตพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี จัดพิธีมอบรางวัลผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบ ประจำปี 2566 (EEC Select 2023) จำนวน 12 ผลิตภัณฑ์ จาก 6 ผู้ผลิตต้นแบบ อีอีซี เพื่อแสดงศักยภาพผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นที่สร้างสรรค์จากวัตถุดิบ/องค์ความรู้ท้องถิ่น โดยชุมชน วิสาหกิจชุมชน และกิจการเพื่อสังคมหรือวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) ในพื้นที่ อีอีซี ด้วยกระบวนการที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ณ สำนักงานอีอีซี ห้องประชุม Conference 1-2 ชั้น 25 อาคารโทรคมนาคมบางรัก 

ดร. จุฬา สุขมานพ เลขาธิการอีอีซี เปิดเผยว่า โครงการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบ (EEC Select) นับได้ว่าเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะส่งเสริมคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัด  อีกทั้งยังสามารถนำไปสู่การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลสำเร็จจากการพัฒนาเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโยลีและนวัตกรรมที่เหมาะสมในการพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ดังกล่าวในหลากหลายมิติ รวมถึงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย และพัฒนาเครือข่ายให้แก่ชุมชน วิสาหกิจชุมชน และกิจการเพื่อสังคม หรือวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) ในพื้นที่ อีอีซี เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.eeco.or.th/th/news/1734


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top