Wednesday, 15 July 2026
TheStatesTimes

สตม.จับหนุ่มเมืองผู้ดีหื่น ก่อคดีพรากผู้เยาว์ไปกระทำอนาจาร

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงชัย ผกก.สส.บก.ตม.๓, พ.ต.อ.กาจภณ ปฐมัง ผกก.สส.บก.ตม.1, พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้

1. สตม.จับหนุ่มเมืองผู้ดีหื่น ก่อคดีพรากผู้เยาว์ไปกระทำอนาจาร บก.สส.สตม. จับกุมนายไทเลอร์ (นามสมมติ) อายุ 38 ปี สัญชาติอังกฤษ ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ.21/2567 ลงวันที่ 12 มกราคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกิน สิบแปดปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุสมควรเพื่อการอนาจาร นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง จว.ภูเก็ต ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุมพื้นที่ ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่

พฤติการณ์จับกุม ในระหว่างปี พ.ศ.2557 – 2558 นายไทเลอร์ ผู้ต้องหา ได้เดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศไทย และได้ไปเป็นครูสอนหนังสือในโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ในระหว่างที่เป็นครูนั้นนายไทเลอร์ ได้ก่อเหตุพาเด็กนักเรียนหญิงต่างชาติ อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนในโรงเรียนนานาชาติแห่งนั้นไปกระทำอนาจารที่บ้านหลังหนึ่ง  ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต จว.ภูเก็ต จำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2557 ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2558 เวลากลางคืน เมื่อผู้ปกครองของเด็กหญิงและทางโรงเรียนทราบเรื่อง 

ทางโรงเรียนจึงได้สอบสวนและได้ยกเลิกสัญญาจ้างการเป็นครูของนายไทเลอร์ ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีทางผู้ปกครองของเด็กหญิงขอให้บุตรสาวของตนได้เรียนหนังสือในประเทศไทยให้จบก่อน เมื่อบุตรสาวเรียนจบ ผู้ปกครองจึงได้มาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายไทเลอร์ พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ขออนุมัติศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายจับนายไทเลอร์ ซึ่งศาลจังหวัดภูเก็ตได้ออกหมายจับที่ จ.21/2567 ลงวันที่ 12 มกราคม 2567 ให้จับกุมนายไทเลอร์ ในความผิดฐาน พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุสมควรเพื่อการอนาจาร

หลังจากที่ตรวจพบว่านายไทเลอร์เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับกระทำความผิดฐานดังกล่าว พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม. จึงได้สั่งการให้ กก.1 บก.สส.สตม. สืบสวนติดตามจับกุมนายไทเลอร์ จากการสืบสวนทราบว่า หลังจากก่อเหตุ นายไทเลอร์ได้ไปพักอาศัยอยู่กับภรรยาซึ่งเป็นหญิงไทยที่บ้านหลังหนึ่งในย่าน ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 เป็นต้นมา จึงได้จัดกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์เพื่อสืบสวนติดตามจับกุม เมื่อพบนายไทเลอร์ จึงได้แสดงหมายจับและจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง จว.ภูเก็ต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

10 เมืองแห่งโอกาสในประเทศจีน เหมาะสำหรับศึกษาเรียนรู้-ใช้ชีวิต

การไปเรียนต่อต่างประเทศ อาจจะเป็นฝันของเด็กไทยจำนวนไม่น้อย และประเทศที่เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ก็คือ ‘ประเทศจีน’ ด้วยเหตุผลหลายปัจจัย เช่น ชื่นชอบวัฒนธรรม ประเพณี ภาษา ค่าใช้จ่ายอยู่ในระดับที่เอื้อมถึง มีการสอบชิงทุน หรือแม้แต่ได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง 

วันนี้จะพามาดู 10 เมืองแห่งโอกาสในประเทศจีน ที่เหมาะสำหรับการศึกษาเรียนรู้ และใช้ชีวิต หากใครมีแผนไปเรียนต่อที่จีน แต่ยังไม่รู้จะไปที่เมืองไหนดี ก็ลองมาเลือกดูกันได้นะ

‘ซีพีเอฟ’ รับบท ‘ตลาดรับซื้อ’ หนุน 5,500 เกษตรกรรายย่อย ป้องกันตลาดผันผวน ตัดวงจรเสี่ยงด้านราคาให้แก่เกษตรกร

(31 ม.ค. 67) นายสมพร เจิมพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจสุกร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ ได้มุ่งยกระดับการเลี้ยงสัตว์แก่เกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศมากกว่า 5,500 ราย ในรูปแบบ คอนแทรคฟาร์มมิ่ง โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการเลี้ยงสัตว์ที่ดี ภายใต้การบริหารจัดการด้านการเลี้ยงสัตว์ที่มีมาตรฐาน ด้วยการนำขีดความสามารถของบริษัทฯ มาถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมการเลี้ยงแก่เกษตรกร ที่สำคัญเกษตรกรต้องมีตลาดรองรับผลผลิต บริษัทฯ จึงทำหน้าที่เป็นตลาดรับซื้อผลผลิตคืนจากเกษตรกร เพื่อให้มีอาชีพที่ไร้ความเสี่ยงด้านราคาและการตลาด และมีหลักประกันรายได้ที่มั่นคง โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาที่ราคาสุกรผันผวนมาก จากการเข้ามาของขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรเถื่อน หากแต่เกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงสุกรกับซีพีเอฟ ไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากมีการทำสัญญาตกลงราคากันไว้ล่วงหน้า และบริษัทฯ รับซื้อผลผลิตของเกษตรกรไว้ทั้งหมด

“นอกจากการส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยได้รับทั้งความรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์อย่างมีประสิทธิภาพ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทำให้เกษตรกรสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือ เกษตรกรไม่ได้รับความเสี่ยงตลาดผันผวน โดยสินค้าที่ซีพีเอฟผลิตส่งจำหน่ายในตลาดและห้างโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ ก็มาจากเกษตรกรรายย่อยที่บริษัทฯ รับความเสี่ยงโดยตรง และยังมีเกษตรกรรายกลางอีกร่วม 500 ราย ที่ซีพีเอฟ เข้าไปช่วยสนับสนุนองค์ความรู้ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในอาหาร เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรในห่วงโซ่คุณค่าเติบโตไปด้วยกัน” นายสมพร กล่าว

ตลอดระยะเวลานับตั้งแต่ปี 2518 ที่ซีพีเอฟนำระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง (Contract Farming) มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมแบบครบวงจร เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบพันธสัญญาแก่เกษตรกรรายย่อย ภายใต้หลักคิด ‘เกษตรกรคือคู่ชีวิต’ ร่วมสนับสนุนความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อยของไทย มีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน พึ่งพาตนเองอย่างเข้มแข็ง มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับชุมชนและประเทศ ควบคู่กับการผลิตเนื้อสัตว์ที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันผลิตและส่งมอบสินค้าอาหารคุณภาพมาตรฐานสูง สร้างความมั่นคงด้านอาหารให้คนไทย 

'ธนาธร' ชิ่งทัพนักข่าว!! หลังรู้ผลศาลรัฐธรรมนูญ กรณี ‘พิธา-ก้าวไกล’ แก้ ม.112 ล้มล้างการปกครอง

(31 ม.ค. 67) ความคืบหน้าศาลรัฐธรรมนูญมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่าการกระทำของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกลเป็นการใช้สิทธิ หรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองฯ และสั่งการให้ผู้ถูกร้องทั้งสองเลิกการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความโดยวิธีอื่นเพื่อให้มีการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีกทั้งไม่ให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วยวิธีการซึ่งไม่ใช่กระบวนการทางนิติบัญญัติโดยชอบ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น 

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางเข้ารับฟังการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีใช้นโยบายแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 หาเสียงของพรรคก้าวไกล ร่วมกับ สส.ของพรรคก้าวไกล ที่ห้องวอร์รูมของพรรคก้าวไกล ชั้น 6 ห้อง 607 

โดยนายธนาธร กล่าวสั้นๆ ก่อนเข้าห้องวอร์รูมว่า “ผมยังไม่รู้ ขอไปหาเพื่อนนิดนึง ผมยังไม่ได้ฟังคำวินิจฉัย เพิ่งประชุมเสร็จ จึงยังไม่สามารถให้ความเห็นใดๆ ได้”

เมื่อถามถึงแนวโน้มอาจจะไม่ดีเหมือนที่ประเมินไว้ใช่หรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ยังไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า

ต่อมาในช่วงที่นายธนาธรกำลังเดินเข้าห้องวอร์รูมของพรรคก้าวไกล ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยออกมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายธนาธรได้หลบหน้าผู้สื่อข่าว พร้อมเดินออกจากห้องประชุมผ่านไปทางทางหนีไฟ

‘ล็อกซเล่ย์’ ผนึก ‘AEL’ เปลี่ยน ‘เศษอาหาร’ เป็นพลังงาน หวังลดการสูญเสียทรัพยากร - ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

(31 ม.ค.67) นายพิเศษ ดิศวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดูแลฝ่ายธุรกิจสิ่งแวดล้อม บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) และ มร.จู๊ด เชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท AEL (International Holdings) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านนวัตกรรมเปลี่ยนเศษอาหารเป็นพลังงานชีวมวล ก๊าซชีวภาพ และกากอาหารสัตว์ เพื่อขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างยั่งยืน

โดยมี นายภัทร พจน์พานิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจเน็ตเวิร์คโซลูชั่นส์ บมจ.ล็อกซเล่ย์ และ มร.สตีฟ ชวง ประธานสมาพันธ์อุตสาหกรรมฮ่องกง (FHKI) ให้เกียรติเป็นสักขีพยานภายในงาน ‘Thai-Hong Kong Business Forum’ จัดโดยสมาพันธ์อุตสาหกรรมฮ่องกง (FHKI) และสมาคมการค้าไทย-ฮ่องกง (THKTA) ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท

นายพิเศษ เผยว่า บริษัทมองว่าขยะอาหาร (Food Waste) จากแหล่งต่างๆ อาทิ ฟู้ดคอร์ท ศูนย์อาหาร ร้านอาหารขนาดใหญ่ มีจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน หากถูกนำไปกำจัดอย่างไม่เหมาะสม ย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และเพื่อไม่ให้ขยะอาหารถูกทิ้งอย่างสูญเปล่า จึงนำมาสู่การผนึกความร่วมมือระหว่าง ล็อกซเล่ย์ และ AEL ในการวิจัยและพัฒนาด้านนวัตกรรมเปลี่ยนเศษอาหารเป็นพลังงานชีวมวล ก๊าซชีวภาพ และกากอาหารสัตว์ เพื่อช่วยลดการสูญเสียทรัพยากร ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และชุมชนอย่างยั่งยืน

‘กฤษฎา-รมช.คลัง’ แนะ!! รัฐวิสาหกิจเร่งการลงทุน  คาดมีเม็ดเงินสะพัด 2 แสนล้าน กระตุ้น ศก.ได้มาก

(31 ม.ค.67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการดำเนินเศรษฐกิจของประเทศ ที่มีสัดส่วนการลงทุนมาก โดยงบประมาณปี 2567 มีความล่าช้า แต่ได้มีนโยบายให้รัฐวิสาหกิจช่วยเร่งในเรื่องของงบลงทุนและการใช้จ่าย เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่ภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ ให้ลงพื้นที่ไปดูแลช่วยเหลือลูกค้าในพื้นที่ต่าง ๆ อาทิ เรื่องกีฬา ให้ทุกรัฐวิสาหกิจเข้าไปช่วยเรื่องการเงินหรือการบริหารจัดการในแต่ละสมาคมกีฬา ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ 

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเร่งดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือสนับสนุนอย่างไรบ้าง? นายกฤษฎากล่าวว่า “งบลงทุนให้เร่งลงทุนตั้งแต่เริ่มปีงบประมาณ ซึ่งบางรัฐวิสาหกิจจะเป็นปีงบประมาณแบบรัฐบาล บางรัฐวิสาหกิจเป็นปีปฏิทิน จะช่วยได้ในช่วงเวลาที่เงินลงทุนของรัฐยังไม่ได้ลงไป จะช่วยได้ในช่วงไตรมาสแรกปีงบประมาณ ซึ่งหลังจากไตรมาสที่ 2 เงินงบลงทุนปี 2567 ก็เริ่มลงทุนได้แล้ว วันนี้กรมบัญชีกลาง ได้ผ่อนปรนเรื่องกฎระเบียบการใช้จ่ายเงินงบลงทุน เพื่อให้สามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น และมีขั้นตอนต่าง ๆ ให้สั้นลง คาดการณ์ว่า ในไตรมาสแรกและไตรมาสที่ 2 อาจมีเม็ดเงินงบลงทุนรวมกว่า 2 แสนล้านบาท และไตรมาสหลังจะมีเพิ่มมากขึ้น”

เมื่อถามถึงความคืบหน้าโครงการพักหนี้นอกระบบ หลังเริ่มลงทะเบียน? นายกฤษฎา กล่าวว่า “กระทรวงมหาดไทย รายงานผลอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ธนาคารก็พร้อมช่วยเหลือ ถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี จึงอยากเชิญชวนคนที่มีหนี้นอกระบบเข้ามาลงทะเบียน เพื่อรับการช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างจริงจัง ย้ำว่า โครงการพักหนี้ เป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับเกษตรกรหรือเอสเอ็มอี หลังจากผ่านพ้นช่วงโควิด และเริ่มทำธุรกิจ ถือเป็นโครงการที่ดีในการช่วยเหลือประชาชนและเอสเอ็มอี”

‘กบน.’ เห็นชอบใช้กองทุนน้ำมันฯ อุดหนุนราคาเบนซิน 1 บาท/ลิตร

(31 ม.ค.67) นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กบน. มีมติเห็นชอบให้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสนับสนุนผู้ใช้น้ำมันในกลุ่มเบนซิน 1 บาท/ลิตร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนหลังสิ้นสุดมาตรการลดการจัดเก็บภาษีกรมสรรพสามิตน้ำมันกลุ่มเบนซิน 1 บาท เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังมีความผันผวน โดยราคาน้ำมันเบนซินวันที่ 1-30 มกราคม 2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 95.72 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

สำหรับการดำเนินการดังกล่าวเป็นการปฏิบัติภารกิจให้เป็นไปตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ในการรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนในสถานการณ์ที่ราคาพลังงานยังมีความผันผวน

ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิ ณ วันที่ 28 มกราคม 2567 ติดลบ 84,349 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 37,875 ล้านบาท ส่วนก๊าซ LPG ติดลบ 46,474 ล้านบาท 

“ครูบาธรรมชัย” องค์บุญแห่งเมืองล้านนา พระครูสุชัยธรรมนันท์เจ้าอาวาสวัดศรีพันต้น จ.น่าน และเจ้าสำนักสถานธรรม ธรรมชัย แผ่นดินทอง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี

 พระครูสุชัยธรรมนันท์(ครูบาธรรมชัย )เจ้าอาวาสวัดศรีพันต้น จ.น่าน และเจ้าสำนักสถานธรรม ธรรมชัย แผ่นดินทอง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าชีวิตท่านวัยเด็กก่อนเข้าศึกษาธรรมะ 
ครูบาธรรมชัยเจ้าสำนักสงฆ์ธรรมชัย ตำบลไชยสถาน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เจ้าอาวาส ตั้งแต่วัยเด็กเป็นเด็กต่างจังหวัด ครั้งก่อนจะบวช บิดามารดา ได้ล้มป่วยลง โยมพ่อทำงานเกี่ยวกัสาธารณประโยชน์ช่วยสังคม และประสบอุบัติเหตุ ทำให้ล้มป่วยขาหัก อยู่ในโรงพยาบาลน่าน หลายปี มาอยู่บ้านก็ไม่ดีขึ้น ทางผู้ใหญ่บ้าน หรือญาติโยม ก็พาโยมพ่อไปรักษาตัว  บังเอิญ หลวงปู่ขันธ์ วัดศรีพันต้น ตอนนั้นท่านก็ไปรักษาญาติโยมที่โรงพยาบาล ท่านได้รักษาโยมพ่อของครูบาธรรมชัย ที่โรงพยาบาล รักษาอยู่ 3 ครั้ง รักษาตัวอยู่หลายเดือน แข้งขาเดินไม่ได้ หนอนก็กิน เกือบต้องตัดขา หลวงปู่ขันธ์บอกว่าอยากหายไหม โยมแม่ท่านก็ได้บอกหลวงปู่ว่า ไม่มีเงิน ซึ่งหลวงปู่ขันธ์ท่านได้กล่าวว่า  “เราไม่ได้เอาเงินเอาทอง อยู่ที่โยมว่าจะไปรักษาหรือไม่  วัดศรีพันต้น”

ช่วงบวชเรียนธรรมะ ซึ่งเมื่อโยมแม่ของครูบาธรรมชัยท่านได้ฟัง ก็ได้เดินทางจากบ้าน ไปกราบหลวงปู่ขันธ์ และก็นำโยมพ่อไปรักษาสมัยนั้น ซึ่งโรงพยาบาลน่าน มีความอัตคัดอยู่ พยาบาลไม่อยากให้ออก คุณหมอไม่อยากให้ออกเพราะใกล้ตัดขาแล้ว  แต่โยมพ่อของท่านมีบุญเก่าอยู่ รักษาอยู่ที่วัดศรีพันต้นได้ 2-3 เดือน โยมพ่อก็เดินได้ หายดีแบบปกติ โยมแม่อยากให้ลูกชายบวช  เผอิญโยมแม่อยากพี่ชายบวชแทนก่อน แต่พี่ชายเป็นคนไม่ชอบวัดเท่าไรนัก 

ในขณะนั้นครูบาธรรมชัยท่าน ยังไม่จบ ป.4 หลวงปู่ก็ชี้มาที่ท่านว่าให้เด็กคนนี้บวชเณรทดแทนคุณ ท่านก็เลยตัดสินใจบวชอยู่กับหลวงปู่ ซึ่งชีวิตในการบวช หลวงปู่ให้ท่านนอนใต้เตียงทุกวัน ตื่นมาเรียนเวทมนต์กับหลวงปู่ขันธ์ ตอนตี 5 และก็ต้องนึ่งข้าวให้หลวงปู่ขันธ์ เพราะหลวงปู่ไม่ยอมฉันท์ข้าวใคร   
ท่านก็ได้เล่าเรียนกับหลวงปู่ตลอด ตั้งแต่ 1 ทุ่มตรงหลวงปู่เคาะระฆัง จนถึง 3 ทุ่มถึงเลิกทุกวัน เรียนกับหลวงปู่อย่างน้อย 20 กว่าปี จนถึง ปี พ.ศ. 2518 และได้ออกจากวัดศรีพันต้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2539 ไปสร้างที่วัดปางค่า ตำบลไชยสถาน อ.เมือง จังหวัดน่าน 

จากนั้นท่านมีแนวคิดในการที่อยากไปเล่าเรียนที่เมืองนอก แต่ยังไม่ได้ไป ท่านก็มีโอกาสได้ไปกราบพระหลายองค์ อาทิหลวงพ่อครูบาดวงดี หลวงพ่อครูบาอินทา หลวงพ่อครูบาวงศ์  ซึ่งอาจารย์แต่ละท่านก็ได้บอกว่าเราสามารถสร้างเองวัดได้แล้ว แต่ท่านยังมีความเชื่อในใจว่ายังไม่มีความสามารถดีพอ จึงได้เข้าไปกราบหลวงพ่ออุดตมะ ที่สังขละบุรี , จากนั้นไปกราบหลวงพ่อสุทธา กราบพระสงฆ์หลายองค์ วัดถ้ำตะเคียน จังหวัดพะเยา ,หลวงพ่อปัญญา ทุกอาจารย์ท่านก็ให้แนวคิดและคำสอนแก่ครูบาธรรมชัย 

ท่านเลยก็คิดว่าลองสร้างบุญดู โดยคิดว่า “ถ้าเสร็จก็เสร็จ ไม่เสร็จก็ไม่เป็นไร” ท่านมีแต่คนเข้าหา ท่านไม่ต้องการสร้างวัด  แต่ไม่ได้แข่งขันกับใคร ท่านอยากสร้างพระพุทธศาสนา   เนื่องจากท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ขันธ์ ที่เคยดูแลรักษาคนป่วยในโรงพยาบาลมาก่อน หลวงปู่ท่านก็ให้คำสอน ถ้ามีเงินอย่าลืมโรงพยาบาล อย่าลืมคิดสร้างบุญด้วยการสร้างโรงพยาบาล   
  
แนวคิดช่วยเหลือโครงการที่เกี่ยวข้องญาติโยมกับประชาชน ท่านครูบาธรรมชัย เป็นพระนักพัฒนา พระนักพัฒนาจะเป็น “พุทธบวร” คือการช่วยเหลือทุกสถาบัน การสร้างโรงพยาบาลเราไม่ได้สร้างเอง การสร้างด้วยใจมีแต่คนมาขอให้ท่านช่วย ท่านก็ช่วย ซึ่งถือเป็นการช่วยชาติจะเป็นเงินมากหรือเงินน้อย ถ้าไม่ออกจากใจก็ไม่สำเร็จอจะมีเงินถัง จะมีกี่ร้อยกี่ล้าน ก็ไม่สำคัญ ต้องทำออกจากใจถึงจะมีบารมีธรรม 
ปี 2547 ตอนนั้นท่านป่วยหนัก บังเอิญหลวงปู่ขันธ์ซี่งเป็นอาจารย์ท่านเคยช่วยเหลือโรงพยาลาล น่าน ท่านได้มรณภาพในปี 2539 อยากช่วยโรงพยาบาล คุณหมอวิวัฒน์ชัย ทำหนังสือให้ท่านไปช่วยเหลือผู้ป่วย พ.ศ 2548-2562 ท่านก็ไปทุกวัน คุณหมอได้มากระซิบว่าเครื่องมือของโรงพยาบาลไม่ค่อยพร้อม  ซึ่งท่านก็มองว่าคนไทยต้องช่วยเหลือกันให้เป็นกุศลนำทาง โดยเริ่มจากชุดแรก ตามด้วยชุดที่ 2 และชุดที่3 ไปจนเพิ่มมากขึ้น ท่านมีแนวคิดอยากช่วยสร้างตึกพิเศษ 39 ห้อง ซึ่งเป็นการรวบรวมปัจจัยจากลูกศิษย์ช่วยกันสร้าง  เนื่องจากแถวนั้น ทุรกันดานมาก 

ท่านมีแนวคิดในการสร้างโรงพยาบาลที่บนดอยของในจังหวัดน่าน คือ สำนักสงฆ์ธรรมชัย ตำบลไชยสถาน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน นอกจากนี้ท่านยังช่วยเหลือ บอกต่อญาติโยมในการช่วย โรงพยาบาลใน ตำบลนาน้อย จังหวัดน่าน , อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย , หน่วยงานอนามัยหลายที่หลายจุด จนไปถึงบ้านไร้ที่พี่ง เห็นผู้ป่วยอยู่ รพ.เยอะ ,นอกจากนี้ยังทำบุญร่วมบุญกัน ซื้อรถส่งศพไร้ญาติ อีกด้วย

ท่านคิดว่า การช่วยเหลือสังคมไม่ได้ผิด การช่วยเหลือโรงพยาบาล การช่วยเหลือของญาติโยมทุกคน ขอเพียงแต่ให้ทุกท่านช่วยเหลือมาจากใจ ถ้าญาติโยมเงินทองไม่ใช่สิ่งจำเป็นเท่ากับ ใจที่อยากเป็นกุศลร่วมบุญ และช่วยเหลือผู้อื่น ก็เป็นกุศลมากมายนัก

การตรวจชะตาเสริมบารมีการตรวจดวงชะตาของครูบาธรรมชัยนั้น วิธีของท่าน ท่านไม่ต้องการให้เอาปัญหามาบอกท่านก่อน ท่านไม่ชอบในแนวทางนี้ การตรวจดวงชะตาของท่าน  ญาติโยมจะถวายผ้าไตรก่อนแล้วท่านจะชี้ไปที่คนคนนั้นก่อนเลย ท่านอยากชี้ทางเองมากกว่า และท่านจะทัก มองจากกรอบหน้ามองจากพื้นดวง ท่านก็สามารถทักได้แบบตาเห็น

ในส่วนการขีดเส้นวาสนา เพื่อพลิกชะตา พลิกชีวิตนั้น ครูบาธรรมชัย ได้เรียนรู้วิชามากจาก หลวงพ่อครูบาวงศ์ ลี้ลำพูน การขีด 10 วัน 20 วัน เป็นเดือน อาจจะไม่เกิด หากเราไม่เคยเคารพบิดามารดา ขีดยังไงก็ไม่ขึ้น อยู่ที่ความเชื่อ ขีดแล้วดวงปิดก็มี  ท่านได้จัดทำตะกรุด เมื่อ ปี พ.ศ. 2551 สร้างรุ่นพลิกชีวิต และรุ่นเหนือดวง บางคนก็มีเฮง อยู่ที่ความเชื่อแต่ละคน ตะกรุดมีทุกวัด แต่วัดไหนก็อยู่ที่ความเชื่อของญาติโยม ความศรัทธา การคิดดี และทำดี   ซึ่งตะกรุดรุ่นพลิกชีวิต ตอนนี้เหลือแค่ 30,000 ดอกเท่านั้น  รุ่นเหนือดวง 10,000 กว่าดอกเท่านั้น นำปัจจัยที่ได้ ไปช่วยสังคมต่อไป

“ขอญาติโยมมีเงินมีทอง กราบอาตมาภาพ ขอให้ 9 ดี 10 ดี ขอญาติโยมทุกท่านเป็นเศรษฐีคนใหม่เทอญ” 

"โชคชะตา" ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน มีทั้ง ดี และ ร้าย 
"โชคชะตา" เป็นสิ่งที่เรากำหนดและควบคุมไม่ได้ 
แต่สามารถดูเพื่อการ "แก้ไข" ได้ 

ตรวจเช็คดวงชะตากับองค์บุญแห่งเมืองล้านนา 
- ครูบาธรรมชัย - 
เจ้าอาวาสวัดศรีพันต้น อ.เมือง จ.น่าน และสถานธรรมชัยแผ่นดินทอง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี 
เปิดรับบัตรคิวเวลา 06.00 น. - 17.00 น. 
จำนวน 200 คิวต่อวัน  
1 คิว = 1 คน 
❌งดการจองคิว รับบัตรวันต่อวันเท่านั้น 
สอบถามรายละเอียดได้เลยทักแชท 
Facebook ครูบาธรรมชัย – จ. น่าน หรือ แอดไลน์Open Chat (id line : สายกลุ่มสายบุญหลวงพ่อครูบาธรรมชัย(ซานต้า)

1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เกิดเหตุระเบิดป่วนเมือง 2 จุดกลางกรุง ส่งผลทรัพย์สินเสียหาย ไร้ผู้เสียชีวิต

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เวลา 20.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเสียงดังคล้ายระเบิด 2 ครั้งที่บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยาม และลานน้ำพุศูนย์การค้าสยามพารากอน ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นพบจุดเกิดเหตุมี 2 จุด จุดแรก ระเบิดเวลา 20.05 น. บริเวณหม้อแปลงไฟฟ้าป้ายหน้าห้างสยามพารากอน แรงระเบิดทำให้ฝากล่องเหล็กเปิดออก แผ่นกระจกที่ติดตั้งบนทางเชื่อมแตก 3 บาน 

จุดที่ 2 ระเบิดเวลา 20.06 น. ที่อยู่ใกล้กันหน้าบริษัทบีเอ็มเอ เอ็กซ์เพรส เซอร์วิส เปิดเป็นบริษัทรับส่งเอกสาร ได้รับความเสียหายประตูด้านหน้าที่เป็นแผงเหล็กฉีกขาด ผนังกำแพงด้านข้างเปิด ฝ้าเพดานร่วง 3 แผ่น เจ้าหน้าที่สามารถเก็บเศษตะปูยาว 1.5 นิ้ว ได้จำนวนมาก ทั้ง 2 จุดไม่พบผู้เสียชีวิต 

จากเหตุระเบิด 2 จุด เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารต้องทำการกั้นพื้นที่ไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในจุดเกิดเหตุ ทำให้ประชาชนที่จับจ่ายซื้อของและสัญจรรถไฟฟ้าพากันแตกตื่น ส่วนรถไฟฟ้าบีทีเอสงดหยุดรับ-ส่งผู้โดยสารสถานีสยามชั่วคราว 

เปิดโฉมหน้า 44 สส.ก้าวไกล เสนอแก้ ม.112 ส่อโดนฟันจริยธรรมร้ายแรง ตัดสิทธิตลอดชีวิต

(31 ม.ค. 67) ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การกระทำของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ พรรคก้าวไกล โดยส.ส.จำนวน 44 คน ที่เสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ..เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง

ผลกระทบกรณีหนึ่งที่จะตามมาคือ อาจมีผู้นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดจริยธรรมร้ายแรง นายพิธา และ ส.ส.พรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน ที่ยื่นร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าว

โดยโทษตามความผิดจริยธรรมร้ายแรงคือ ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปี และ ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อ ส.ส. ที่ลงชื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ...) เกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 112 เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2564 เป็น ส.ส.พรรคก้าวไกลทั้งหมด จำนวน 44 คน ประกอบด้วย

1. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล 
2. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
3. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
4. น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส.จันทบุรี
5. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ
6. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ
7. น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
8. พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
9. นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
10. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม.

11. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.
12. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ
13. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก
14. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ
15. นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
16. นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
17. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ
18. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม.
19. น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
20. น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม

21. นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
22. นายคำพอง เทพาคำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
23. นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส.ส.กทม.
24. นายทองแดง เบ็ญจะปัก ส.ส.สมุทรสาคร
25. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา
26. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.ชลบุรี
27. นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ
28. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
29. นายอภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
30. นายองค์การ ชัยบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

31. พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
32. นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
33. นายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.ตราด
34. นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ
35. นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ
36. น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ
37. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
38. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
39. นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
40. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

41. นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ
42. นายวุฒินันท์ บุญชู ส.ส.สมุทรปราการ
43. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ
44. นายสุรวาท ทองบุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top