Thursday, 16 July 2026
TheStatesTimes

'ชาวเน็ต' โดดป้อง 'พี่จอง-คัลแลน' หลังโดนเปิดเผยค่าตัว เชื่อ!! ตั้งสูงเพราะไม่อยากรับ แต่ถ้าพอใจอาจทำให้ฟรี

เมื่อวานนี้ (15 ม.ค. 67) ช่องยูทูบ ‘LuckFast’ ได้ออกมาพูดถึงกระแสดรามาเรื่องค่าตัว 2 ยูทูบเบอร์ที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้อย่าง ‘คัลแลน-พี่จอง’ ยูทูบเบอร์ชาวเกาหลีใต้ที่ใช้ชีวิตในประเทศไทย เรียนภาษาไทย กินอาหารไทย แถมยังออกเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ ของประเทศไทยและทำกิจกรรมสนุก ๆ มากมาย โดยระบุว่า…

“ตอนนี้ยูทูบเบอร์ที่มาแรงที่สุดในประเทศไทยก็คงหนีไม่พ้นคัลแลนกับพี่จอง ซึ่งล่าสุดก็มีประเด็นเกิดขึ้นกับทั้งคู่ เมื่ออยู่ๆ ก็โดนเอาเรทราคารับงานมาเปิดเผยว่าสูงถึง ‘หนึ่งล้านบาท’ สำหรับคัลแลนกับพี่จอง เป็นชาวเกาหลีที่มาทํางานในเมืองไทย โดยคัลแลนเป็นโปรดิวเซอร์เพลง EDM และเปิดช่อง Youtube ของตัวเองชื่อว่า Cullen Hateberry ซึ่งก็เป็นช่องแนวไลฟ์สไตล์ วิถีชีวิตกินเที่ยว

ซึ่งตอนแรกก็จะมีแค่คัลแลนคนเดียว แต่ว่าหลังจากทําไปสักพักนึงเนี่ยก็มีพี่จองมาร่วมด้วย โดยพี่จองเป็นนักธุรกิจ จะมาเป็นบางคลิป แต่ว่าช่วงหลัง ๆ มาบ่อยขึ้น นอกจากนี้ยังมีอีกคนคือน้องแดนที่เป็นนักศึกษา

ซึ่งช่อง Cullen Hateberry โตไวมาก จากเมื่อ 4 เดือนก่อน มียอดซับฯ 100,000 กว่าซับ แต่ว่าวันนี้มียอดซับฯ เกือบ 1,600,000 ซับฯ และยอดวิววิดีโอก็ขึ้นหลักล้านทุกคลิป 

ซึ่งเหตุผลที่หลาย ๆ คนอธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมช่อง Cullen Hateberry ถึงได้รับความนิยม ก็เป็นเสียงเดียวกัน คือ เขาไม่พูดคําหยาบ ทําให้ดูได้ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กไปจนคนสูงอายุ นอกจากนี้ เป็นเรื่องภาษาที่ใช้ คัลแลน พี่จอง หรือน้องแดนพยายามพูดภาษาไทย ก็เลยทําให้เกิดความเอ็นดู แถมทัศนคติของทั้ง 3 ก็ดีมากด้วย พฤติกรรมอ่อนน้อมถ่อมตน มองโลกในแง่ดี คิดบวก ไม่หงุดหงิด ไม่โวยวาย รักสัตว์ ด้วยเหตุผลพวกนี้จึงทําให้คนดูใจฟูตามไปด้วย

นอกจากนี้ ยังนําเสนอการท่องเที่ยวในไทยได้อย่างน่าสนใจ จะเห็นว่าในบางคลิปก็จะไปแบบเรียล ๆ ไม่ต้องวางแผงเยอะ ค่ำที่ไหนก็นอนที่นั่น ทําให้หลายคนอยากจะไปเที่ยวปล่อยใจแบบพวกเขากันบ้าง และหลาย ๆ ที่ที่พวกเขาไป ก็ต้องบอกว่า แม้แต่คนไทยก็ยังไม่เคยไป แถมคนดูยังจะได้เห็นมุมน่ารัก ๆ ของคนไทย เช่น ความมีน้ำใจคอยช่วยเหลือนักท่องเที่ยวด้วย 

ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ส่งผลให้ช่อง Cullen Hateberry เติบโตและโด่งดังมาก โดยเฉพาะคัลแลนกับพี่จอง พอเขาดังก็มีคนอยากจะติดต่อจ้างงาน มีสปอนเซอร์ อยากจะให้ไปออกรายการ”

ช่องยูทูบรายนี้ยังได้ยกกรณีตัวอย่างจากรายการทอล์คกิ้งไทยแลนด์ ช่องวอยซ์ทีวี ที่ได้พูดถึงเรื่อง ‘ค่าตัว’ ของทั้งคู่ โดยเริ่มแรกก็คุยกันเรื่องของซอฟต์พาวเวอร์ โดยบอกว่าซอฟต์พาวเวอร์ที่น่าจะผลักดันก็คือต้องขอบคุณคัลแลนกับพี่จอง

ด้านอั๋น ภูวนาท พิธีกรรายการ “ระบุว่าไม่เคยดูแต่ว่ามีคนเล่าให้ฟังทุกวัน” จากนั้นก็บอกอีกว่า “ค่าตัวสองคนนี้หนึ่งล้านบาท ไม่ใช่จ้างเป็นพรีเซ็นเตอร์นะ แค่ค่ามาออกรายการ แปลว่านี่คืออินฟลูเอนเซอร์จริง ๆ ในตอนนี้”

ทางด้านแขก คำผกา ระบุว่า “ได้ดูบางตอน และเข้าใจได้อย่างหนึ่งและเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ก็คือเขาเป็นคนต่างชาติ เป็นคนเกาหลี เข้าใจว่าเขาเรียนภาษาไทยจากผู้หญิง เลยออกมาในลักษณะที่เขาเป็นชายแท้ที่พูดภาษาไทย ด้วยภาษาไทยแบบผู้หญิง ก็เลยน่ารัก”

ทาง อั๋น ภูวนาท เสริมว่า “น้องที่รู้จักกันบอกว่าเป็นภาษากะเทย” 

ฟาก แขก คำผกา กล่าวต่อว่า “เป็นภาษากะเทยบวกภาษาผู้หญิง แต่เขาไม่รู้ ก็เลยน่ารัก ลองนึกภาพว่าเป็นแมน ๆ แล้วพูดพี่อย่างนั้นน้องอย่างนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราจะได้ยินภาษาแบบนี้จากเด็กหรือผู้หญิง ทําให้เกิดความน่ารัก (Cute) ไม่อาจต้านทานได้”

ช่องยูทูบรายนี้ได้กล่าวต่อว่า “หลังจากนั้นก็เล่าข่าวอื่น ๆ เกี่ยวกับคัลแลนและพี่จองกันต่อ เช่น ทําให้คนไทยหันไปแห่ซื้อพาสปอร์ตอุทยานฯ กันจนแบบมันหมดเกลี้ยง”

หลังจากนั้นก็ได้พูดถึงประเด็นดรามาในโลกออนไลน์ ที่มีคนตัดเอาบางส่วนจากรายการทอล์คกิ้งไทยแลนด์ไปลงในโซเชียล จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หลายคนไม่พอใจที่ข่าวรายการนี้นำเรทค่าตัวมาเปิดเผย และก็มองว่าที่เขาตั้งใจตั้งค่าตัวสูง เป็นเพราะว่าเขาไม่ได้อยากจะไปออกรายการ ไม่อยากให้ใครมาจ้าง เป็นการปฏิเสธทางอ้อม และการตั้งค่าตัวสูง ๆ ก็เป็นการคัดกรองสปอนเซอร์ไปในตัวด้วย

และอย่างตอนกรมอุทยานฯ ติดต่อไป ทั้งสองก็ยินดีมาทำให้โดยไม่คิดค่าตัว โดยมีเงื่อนไขแค่ว่า อย่าบังคับให้ทำอะไร ขอแค่ได้ทำแบบธรรมชาติปกติก็พอ บางคนได้บอกด้วยว่า อย่าไปยุ่งกับเขาเลย ปล่อยให้เขาทำคลิปของเขาไปแบบนี้ดีแล้ว และพวกเขาก็อาจจะอยากอยู่แบบสบาย ๆ 

สำหรับประเด็นที่ว่าทั้งพี่จองและคัลแลนเรียนภาษาไทยจากผู้หญิงและเป็นภาษากะเทย หลายคนไม่พอใจที่พิธีกรพูดแบบนี้ เพราะมองว่าการพูดจาสุภาพ น่ารัก ไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาของผู้หญิง พี่จองและคัลแลนสมัครเรียนภาษาไทยอย่างจริงจัง ถ้าไม่รู้ก็อย่างพูดมั่ว อีกอย่างในภาษาเกาหลีเขาก็มีการเรียกพี่เรียกน้องกันอยู่แล้วด้วย จึงไม่แปลกหากมาพูดภาษาไทยแล้วจะเรียกพี่เรียกน้องกัน

นอกจากนี้ยังมีอีกมุมหนึ่งของชาวโซเชียลที่มองว่า ก็ไม่เป็นจะต้องดรามาอะไรเลย รายการข่าวก็เพียงแค่นำเสนอข่าวเท่านั้น ไม่ได้พูดต่อว่าอะไรเลย เมื่อฟังวิดีโอเต็ม ๆ แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการต่อว่าอะไร แถมพิธีกรยังพูดชมด้วยซ้ำ 

‘วราวุธ’ ลุยนำร่อง 5 มหาวิทยาลัย หนุนจ้างงาน ‘คนพิการ’ เพิ่ม ชี้!! หากสำเร็จเตรียมเจรจาร่วมกับ อว. แย้ม!! ผู้สูงวัยคือคิวต่อไป

(16 ม.ค.67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความร่วมมือกัน ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ว่า 5 มหาวิทยาลัยเบื้องต้นที่ได้แจ้งไว้ในพื้นที่ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ซึ่งไม่ได้เป็นการลงนามร่วมกันระหว่างทั้งสองกระทรวง เพราะตนได้ขอให้ปลัดกระทรวง พม. ไปติดต่อ 5 มหาวิทยาลัยเพื่อนำร่อง หากว่าเกิดผลสัมฤทธิ์ ใช้เงินจากกองทุนพัฒนาคนพิการได้แล้ว จากนั้นก็จะไปเจรจากับกระทรวง อว. เพื่อทำงานระดับกระทรวง ถ้าหากสำเร็จ คนพิการนับแสนคนก็จะมีการสร้างงานมากขึ้นในแต่ละปี สร้างศักยภาพให้กับคนพิการ ตลอดจนสร้างรายได้ให้กับคนในประเทศชาติ โดยเบื้องต้นจะเจาะกลุ่มเป้าหมายไปที่กลุ่มคนพิการก่อน เพราะเงินที่ใช้ในการสนับสนุน เป็นเงินจากกองทุนพัฒนาคนพิการ ดังนั้น หากในอนาคต สามารถหาเงินมาสนับสนุนผู้สูงอายุได้ ก็จะขยายเป้าหมายไปยังผู้สูงอายุด้วย เพราะปัจจุบันผู้สูงอายุมีมากกว่าจำนวนวัยทำงาน

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า สำหรับการขยายพื้นที่จอดรถให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุในพื้นที่ต่างๆ นั้น เมื่อ 2 วันที่แล้ว ได้มีการพูดคุยกับภาคเอกชน ว่าจะนำเทคโนโลยีแอปพลิเคชันมาให้คนพิการใช้ลงทะเบียน เพื่ออำนวยความสะดวกในการจองที่จอดรถในสถานที่ต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้คนปกติไปใช้อภิสิทธิ์ของคนพิการ โดยจะให้กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ไปพูดคุยเพื่อหาพื้นที่ทำนำร่องก่อน เนื่องจากต้องใช้ทั้งพื้นที่ภาครัฐ และภาคเอกชน 

รำลึกพระคุณครู เนื่องในวันครูแห่งชาติ 16 มกราคม

(16 ม.ค. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Apichat Dumdee’ ได้โพสต์กลอนและข้อความเนื่องในวันครูแห่งชาติ 16 ม.ค. 67 ระบุว่า…

#๑๖มกราคมวันครูแห่งชาติ 
#ขอน้อมเศียรศิโรราบก้มกราบครู

น้อมกราบครู
- ครูดวลและครูวรรโณ ดำดี พ่อแม่ผู้เป็นครูคนแรกของชีวิต และเป็นแบบอย่างความเป็นครูให้กับลูก ๆ และลูกศิษย์

- ครูหมาด ดำดี ปู่ผู้เป็นครูหนังตะลุง 
- ครูชั้นเด็กเล็ก รร.อิศรานุสรณ์ จ.กระบี่
- ครูชั้นประถม รร.โภคาพาณิชย์นุกูล มูลนิธิ จ.กระบี่
- ครูชั้นมัธยม รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร

- ครูปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ครูเรือเยาวชน โครงการเรือเยาวชนอาเซียน (The Ship for South-East Asian Youth Program)
- ครูด้านการพูด ศูนย์พัฒนาบุคลิกภาพ อาจารย์ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ และครูนักพูดนักบรรยายในวงการวิทยากรทุกท่าน ฯลฯ

- ครูปริญญาโท การจัดการภาครัฐและภาคเอกชนมหาบัณฑิต คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)
- ครูประกาศนียบัตรชั้นสูงด้านการเมืองการปกครอง วิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า
- ครูปริญญาเอก การพัฒนาและการปฏิรูปองค์การดุษฎีบัณฑิต (DODT : Doctor of Organization Development and Transformation) มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ซีบู (Cebu Doctors' University) ประเทศฟิลิปปินส์

- ครูปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
- ครูกวี อาทิ ครูเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, ครูภิญโญ ศรีจำลอง, ครูประสิทธิ์ โรหิตเสถียร, ครูประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา (อุชเชนี), ครูประยอม ซองทอง, ครูสถาพร ศรีสัจจัง ฯลฯ

- ครูคีตา อาทิ ครูดนู ฮันตระกูล, ครูบรูซ แกสตัน ฯลฯ
- ครูเพลงพื้นบ้าน อาทิ ครูชินกร ไกรลาศ, ครูหวังเต๊ะ, ครูแม่ประยูร, ครูแม่ศรีนวล, ครูแม่ขวัญจิต ศรีประจันต์, ครูบรรหาร ศิษย์หอมหวล, ครูทองเจือ โสภิตศิลป์ ฯลฯ
- ครูเพลงลูกทุ่ง อาทิ ครูเจนภพ จบกระบวนวรรณ, ครูประจวบ วงศ์วิชา, ครูมนต์ เมืองเหนือ, ครูลพ บุรีรัตน์, ครูประยงค์ ชื่นเย็น, ครูศักดา ฟ้าประทาน ฯลฯ

- ครูในทางธรรม อันมีพระบรมศาสดาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นองค์ปฐมบรมครู และพระอริยสงฆ์พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกรูปทุกนามผู้สืบทอดหลักธรรมคำสอนในบวรพระพุทธศาสนาที่สอนให้เข้าใจในความจริงของชีวิต

- และทุก ๆ ครูบาอาจารย์ ฯลฯ ที่มิอาจเอ่ยนามได้หมดในที่นี้ รวมทั้งสรรพวิทยาที่ได้อ่านได้ฟังได้เรียนรู้จากทุกๆ ท่านในโลกออนไลน์ที่เป็นครูให้ผมโดยท่านอาจไม่รู้ตัว ฯลฯ ตลอดจน ‘ครูพักลักจำ’ และ ‘สรรพตำรา’ ทุก ๆ เล่ม ด้วยความรำลึกและสำนึกอยู่เสมอว่าทุก ๆ ท่านคือครูของผมครับ...
กราบขอบพระคุณครับคุณครู

อภิชาติ ดำดี
๑๖ ม.ค. ๒๕๖๗

สมเด็จพระสังฆราช ประทานคติธรรมเนื่องในวันครู “จงเป็นต้นแบบในการให้ ‘ความรู้-ความดี’ อยู่เสมอ”

(16 ม.ค. 67) สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ทรงประทานคติธรรม เนื่องในวันครู 16 มกราคม 2567 ความว่า....
เกียรติยศของความเป็นครู อยู่ที่ความเจริญรุ่งเรืองทางความรู้และคุณธรรมของศิษย์ ครูที่แท้จริง
จึงต้องมีความขยันหมั่นเพียร มีสติรอบคอบ ไม่ประมาท ประกอบ ด้วยความซื่อตรงต่อตนเอง ต่อหน้าที่และต่อคุณความดี เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับศิษย์ในการพัฒนาตนให้ถึงพร้อมด้วยความรู้และความดีอยู่เสมอ

ผู้ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เฉลียวฉลาดรอบคอบ ไม่สำรวมระวังความประพฤติทางกาย วาจา ใจ ให้เป็นไปโดยชอบและไม่มีความหนักแน่นมั่นคงในคุณธรรมจริยธรรม จึงไม่พึงได้รับเกียรติยศยกย่องในฐานะครูผู้เป็นแม่พิมพ์ของชาติได้ สมเด็จพระบรมครู กล่าวคือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย จึงประทานพุทธานุศาสนีสั่งสอนไว้ว่า

สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ 

ยศย่อมเจริญแก่ผู้มีความหมั่น มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท

เนื่องในวันครู พุทธศักราช ๒๕๖๗ ขออนุโมทนากุศลจริยาของครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน และขออำนวยพรให้ท่านจงเจริญด้วยเกียรติยศ อันบังเกิดแต่ความขยัน มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วจึงทำ สำรวมแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท เพื่อเป็นกำลังอุดหนุนค้ำจุนสังคมไทยสืบไป เทอญ

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร)

‘คอมพิวเตอร์ควอนตัม’ รุ่นที่ 3 ของ 'จีน' กระแสดี!! หลังยอดคำนวณพบปิดจ๊อบทั่วโลกกว่า 3 หมื่นงาน

(16 ม.ค.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ออริจิน อู้คง (Origin Wukong) คอมพิวเตอร์ควอนตัมตัวนำยิ่งยวดที่จีนพัฒนาขึ้นอย่างอิสระ รุ่นที่ 3 ดำเนินงานคำนวณเชิงควอนตัมสำหรับผู้ใช้ทั่วโลกเสร็จสิ้นแล้ว 33,871 งาน นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 6 ม.ค.

ศูนย์วิจัยวิศวกรรมการคำนวณเชิงควอนตัมประจำมณฑลอันฮุย ระบุว่าเมื่อนับถึง 10.00 น. ของวันจันทร์ (15 ม.ค.) มีการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ออริจิน อู้คง ระยะไกลจากกว่า 60 ประเทศทั่วโลกกว่า 350,000 ครั้ง โดยมีการเข้าถึงระยะไกลของผู้ใช้ต่างประเทศจากสหรัฐฯ มากเป็นอันดับหนึ่ง

อนึ่ง ออริจิน อู้คง ได้เริ่มเปิดดำเนินการที่บริษัท ออริจิน ควอนตัม คอมพิวติง เทคโนโลยี (เหอเฝย) จำกัด (Hefei Origin Quantum Computing Technology) ในมณฑลอันฮุยทางตะวันออกของจีน

คอมพิวเตอร์ควอนตัมดังกล่าวขับเคลื่อนโดยอู้คง ซึ่งเป็นชิปควอนตัมตัวนำยิ่งยวดของจีน ขนาด 72 คิวบิต (qubit) โดยเป็นคอมพิวเตอร์ควอนตัมตัวนำยิ่งยวดแบบสามารถกำหนดชุดคำสั่งล่วงหน้าและส่งมอบผลลัพธ์ได้รุ่นใหม่ล่าสุดและทันสมัยที่สุดของประเทศ

ชื่อของคอมพิวเตอร์เทคโนโลยีขั้นสูงนี้มีแรงบันดาลใจมาจากซุนอู้คง (Sun Wukong) ตัวละครในตำนานของจีนที่สามารถแปลงกายได้ถึง 72 ร่าง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของศักยภาพอันทรงพลังและรอบด้านของอุปกรณ์ดังกล่าว

PTTEP ผนึก 'ภาครัฐ-JOGMEC' ร่วมศึกษาศักยภาพชั้นหินธรณีวิทยา มุ่งเป้า 'กักเก็บ-ดักจับ' คาร์บอนบริเวณอ่าวไทยตอนบน

(16 ม.ค. 67) นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน และนายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เข้าร่วมพิธีลงนามข้อตกลงในการร่วมศึกษาและประเมินศักยภาพชั้นหินธรณีวิทยาเพื่อกักเก็บคาร์บอน บริเวณอ่าวไทยตอนบน ระหว่าง PTTEP และ Japan Organization for Metals and Energy Security (JOGMEC) และ INPEX CORPORATION

โดยการศึกษาดังกล่าวอยู่ภายใต้ความร่วมมือระดับประเทศของหน่วยงานภาครัฐ ระหว่างกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และ JOGMEC จากญี่ปุ่น ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยมีข้อมูลด้านธรณีวิทยาที่จำเป็นต่อการวางแผนพัฒนาโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) ในอ่าวไทย รวมทั้ง เพื่อสนับสนุนการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทย

'กระทรวงพลังงาน' ลุย!! 'ไฟฟ้าสีเขียว' แพงกว่าแต่รักษ์โลก เตรียมเปิดขายให้โรงงานอุตฯ ขนาดใหญ่ช่วง ก.พ. 2567

​’พีระพันธุ์’ เดินหน้า ‘รื้อ ลด ปลด สร้าง’ ต่อเนื่อง ล่าสุดสร้างมาตรฐาน ‘ไฟฟ้าสีเขียว’ เป็นครั้งแรกในไทย หนุนนโยบายรัฐบาลต้อนรับการลงทุนข้ามชาติขยายฐานเข้าไทย ลดอุปสรรคข้อกีดกันภาษีคาร์บอนข้ามแดนให้ผู้ประกอบการไทย

(16 ม.ค.67) ​นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงาน มีความพร้อมในการจัดหา ‘ไฟฟ้าสีเขียว’ หรือไฟฟ้าที่มีกระบวนการผลิตจากพลังงานสะอาด อย่างมีมาตรฐาน พร้อมด้วยกลไกการรับรองมาตรฐานแหล่งที่มาซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และมั่นใจว่าจะมี ‘ไฟฟ้าสีเขียว’ ในปริมาณเพียงพอสนองตอบต่อความต้องการ และรองรับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเร่งรัดและเพิ่มปริมาณการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญในการสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

​“เป็นครั้งแรกที่ไทยจะมีกระบวนการผลิต จัดหา และรับรองไฟฟ้าสีเขียวใช้ และผมมั่นใจว่าประเทศไทย มีความพร้อมด้านการให้บริการไฟฟ้าสีเขียวเพื่อรองรับความต้องการพลังงานของธุรกิจ หรือบริษัทข้ามชาติที่ต้องการขยายการลงทุน หรือย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย ทั้งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทย ขจัดอุปสรรคด้านการค้า การลงทุน จากภาษีคาร์บอนข้ามแดน (CBAM) ได้เป็นอย่างดี” นายพีระพันธุ์ กล่าวระหว่างการแถลงข่าว ‘เดินหน้าพลังงานสะอาด Utility Green Tariff ขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และการลงทุน’

​นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ตระหนักดีถึงความต้องการใช้พลังงานสีเขียวของภาคธุรกิจ รวมถึงพันธกิจของรัฐบาลในการขับเคลื่อนภาคพลังงานในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงมีโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนตามแผน PDP เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในระบบอย่างต่อเนื่อง กระทั่งในขณะนี้สามารถจัดให้มีการให้บริการสองรูปแบบ ทั้งแบบที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสีเขียวจะไม่สามารถเจาะจงแหล่งที่มาของไฟฟ้าสีเขียวจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในสัญญาบริการ และแบบที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถเจาะจงแหล่งที่มาได้ ทั้งนี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การให้บริการไฟฟ้าสีเขียว โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถรับรู้แหล่งที่มาของไฟฟ้าสีเขียวจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในสัญญาบริการได้ พร้อมระบบใบรับรองการผลิตไฟฟ้าสีเขียวที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสากล เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าสีเขียวทุกกลุ่ม ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการ กกพ. ที่สนับสนุนและร่วมกันทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนอย่างต่อเนื่อง

​นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การจัดหาไฟฟ้าสีเขียวด้วยกระบวนการรับรองอย่างมีมาตรฐาน และมีปริมาณเพียงพอรองรับแนวโน้มความต้องการพลังงานสะอาดของภาคอุตสาหกรรมไทยและต่างชาติ นอกจากจะเป็นการยกระดับภาคการผลิตของอุตสาหกรรมไทยให้มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลแล้ว ยังจะเป็นการสร้างความได้เปรียบและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันโดยรวมของประเทศ สร้างโอกาสให้กับประเทศในการเป็นฐานการผลิตรองรับอุตสาหกรรมสมัยใหม่จากต่างประเทศได้เป็นอย่างดี

​“กระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรมให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 รวมถึงส่งเสริมการประกอบกิจการอุตสาหกรรมตามโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green (BCG) และโครงการ UGT ของภาครัฐจะเป็นการต่อยอดและยกระดับอุตสาหกรรมให้สามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียวของภาคอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้มากยิ่งขึ้น” นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าว

​นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ขณะนี้ กกพ. ได้ประกาศหลักเกณฑ์การให้บริการและการกำหนดอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียวแล้ว และอยู่ระหว่างนำ (ร่าง) ข้อเสนออัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียวซึ่งกำหนดภายใต้หลักเกณฑ์ดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งจะเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนที่จะเปิดบริการไฟฟ้าสีเขียวให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนได้อย่างเป็นทางการ

​“ในการเตรียมความพร้อมในการจัดหาไฟฟ้าสีเขียว อัตราค่าบริการ และมาตรฐานกระบวนการรับรองแหล่งกำเนิดไฟฟ้าสีเขียว กกพ. ได้ทยอยดำเนินการมาเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าพลังสะอาดภายใต้โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565 - 2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง จำนวน 5,203 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนดให้ผู้ผลิตไฟฟ้าที่ได้รับคัดเลือกจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) กว่า 4,800 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573  ควบคู่ไปกับการออกแบบกำหนดหลักเกณฑ์การคิดอัตราค่าไฟฟ้าสีเขียว และแนวทางการกำกับดูแลให้กระบวนการบริหารจัดการและรับรองแหล่งกำเนิดไฟฟ้าสีเขียวให้มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานสากล ซึ่งขณะนี้เสร็จเรียบร้อยทั้งหมด และพร้อมให้การไฟฟ้าให้บริการแล้ว” นายเสมอใจ กล่าว

​สำหรับขั้นตอนสำหรับผู้ประกอบการภาคเอกชนที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียวนั้น การไฟฟ้าซึ่งเป็น
ผู้ให้บริการในแต่ละพื้นที่จะประกาศให้ทราบต่อไป

​อย่างไรก็ตาม การประกาศโครงการ UGT นับเป็นจุดเริ่มต้นโดยภาครัฐ เพื่อให้ผู้ให้บริการพลังงานทุกภาคส่วนเข้ามาเรียนรู้ร่วมกัน ในระยะเริ่มต้นอาจยังมีข้อจำกัด โดย กกพ. เล็งเห็นว่าจะสามารถขยายโครงการนี้ให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าได้หลากหลายขึ้นและปรับปรุงข้อจำกัดต่างๆ ในระยะถัดไปได้ โดยอาศัยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงต้องได้รับความเห็นและเสียงสะท้อนจากผู้ใช้ไฟฟ้าสีเขียวด้วย

เพชรบูรณ์ เตรียมจัดงานเดินแบบผ้าไทย “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน เหล่าไทเพชรบูรณ์” ในงานมะขามหวาน นครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2567

นายวัชระ ธรรมปัญญาสกุล พัฒนาการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่าสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับ ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเพชรบูรณ์ จัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทยสืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน เหล่าไทเพชรบูรณ์ ในงานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2567  ซึ่งถือเป็นการอนุรักษ์ ส่งเสริมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ รณรงค์และเชิดชูอัตลักษณ์คุณค่าผ้าทอ ผ้าพื้นถิ่น ให้เกิดกระแสความนิยมการแต่งกายผ้าไทยแก่ประชาชน และสนับสนุนการสร้างงานสร้างอาชีพและเสริมสร้างรายได้ให้กับกลุ่มทอผ้าในจังหวัดเพชรบูรณ์ 

นอกจากนี้เป็นการขับเคลื่อนประชาสัมพันธ์ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามพระราชดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา น้อมสำนึกในพรมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงพระราชทานลายผ้า “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ””ผ้าบาติกลายพระราชทาน” และ “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา”เพื่อให้ช่างทอผ้าได้นำไปเพิ่มมูลค่าผ้าทอ ซึ่งจังหวัดเพชรบูรณ์ มีนโยบายในการส่งเสริมการใช้และสวมใส่ผ้าไทยตามมติคณะรัฐมนตรีโดยให้ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วน สวมใส่ผ้าพื้นถิ่นประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ทุกวัน รวมทั้งหารายได้เพื่อมอบให้กับชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเพชรบูรณ์สำหรับนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ 

พัฒนาการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับในปี 2567 ได้กำหนดการจัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทยสืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน เหล่าไทเพชรบูรณ์ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ณ บริเวณเวทีกลางการจัดงานฯ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป 

สำหรับ ประเภทชุดการเดินแบบจำนวน 3 ชุด ได้แก่ ชุดราชธานีแห่งอารยธรรม ชุดผ้าไทยใส่ให้สนุก เพชรบูรณ์สร้างสรรค์ มหัศจรรย์ผ้าไทย หลากหลายคุณค่า ภูมิปัญญาผ้าพื้นเมือง และ ชุดสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน 
เงื่อนไขการสมัครดังนี้

1. เดินเดี่ยว คนละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท หรือตามกำลังศรัทธา
2. เดินคู่ ๆ ละ ไม่ตำกว่า 3,000 บาท หรือตามกำลังศรัทธา
3. เด็กคนละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท หรือตามกำลังศรัทธา  
4. กลุ่ม/เซท (ไม่เกิน 5 คน) ไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท หรือตามกำลังศรัทธาผู้สนใจสนับสนุนกิจกรรมร่วมเดินแบบผ้าไทยสามารถสมัครได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์ ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเพชรบูรณ์ ชมรมแม่บ้านมหาดไทยอำเภอทุกอำเภอ และสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอทุกอำเภอ

ทั้งนี้เบื้องต้นนายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายชนก มากพันธุ์ นายสืบพงษ์ นิ่มพูลสวัสดิ์ นางพัชรี ศาลาศิลป์ นายจิรวัตร์  มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์และหัวหน้าส่วนราชการบางส่วน ได้ตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมเดินแบบผ้าไทยสืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน เหล่าไทเพชรบูรณ์ ในงานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2567 เรียบร้อยแล้วและคาดว่าจะมีนักธุรกิจ เซเลปของจังหวัดตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อนำรายได้เพื่อมอบให้กับชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเพชรบูรณ์สำหรับนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ต่อไป 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยออนไลน์

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,  พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ 
พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ. ศปอส.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงบนโลกออนไลน์อีกทั้งในช่วงนี้คนร้ายยังเริ่มกลับมาแอบอ้างการไฟฟ้าในการหลอกลวงประชาชนผ่านทางออนไลน์

ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงขอแจ้งเตือนถึงพฤติการณ์ของคนร้าย ดังนี้
คนร้ายแอบอ้าง การไฟฟ้าลงแอพดูดเงิน
คนร้ายโทรติดต่อหาเหยื่อผ่านทางโทรศัพท์อ้างว่า เหยื่อได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้าหรือคืนค่าประกันมิเตอร์โดยเหยื่อต้องดำเนินการในแอพของ PEA คนร้ายได้ให้เหยื่อเพิ่มเพื่อนผ่านทางไลน์และส่งลิ้งก์ให้ดาวน์โหลด Application PEA ซึ่งเป็น Application ปลอมที่คนร้ายได้สร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมเครื่องมือถือของเหยื่อ เมื่อเหยื่อได้ดาวน์โหลด Application ดังกล่าวลงเครื่อง คนร้ายได้ให้เหยื่อทำตามขั้นตอนตามคำสั่งในแอปฯ

ทั้งการยืนยันใบหน้าให้หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมรหัสผ่านธนาคาร จากนั้นโทรศัพท์ของเหยื่อเกิดค้าง เพราะคนร้ายกำลังทำการควบคุมเครื่องเหยื่อจากระยะไกล เมื่อมีข้อความเด้งว่าเงินถูกโอนออกไปจากบัญชี เหยื่อจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก
ตัวอย่างข้อความ SMS ที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงเหยื่อ

PEA ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อมูลหรือส่งลิงก์กับผู้ใช้ไฟฟ้าเพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของ PEA ไม่ว่าจะเป็นช่องทางใดก็ตาม หากผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับข้อความดังกล่าวอย่าหลงเชื่อ ทั้งนี้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถสังเกตช่องทางที่ถูกต้องของ PEA ดังนี้

1. LINE Official Account ของ PEA คือ @PEAThailand และมีสัญลักษณ์โล่สีเขียว ที่ผ่านการรับรองจาก LINE 
2. Website ต้อง www.pea.co.th
3. แอปพลิเคชัน PEA Smart Plus ต้องดาวน์โหลดผ่านทาง App Store และ Play Store เท่านั้น

สำหรับช่องทางรับรู้ข่าวสารเพื่อให้รู้เท่าทันภัยออนไลน์ในรูปแบบใหม่ สามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้ผ่านทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com Facebook https://www.facebook.com/เตือนภัยออนไลน์ หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1441 กรณีถูกคนร้ายหลอกลวงแจ้งความตำรวจผ่านระบบ www.thaipoliceonline.go.th

หนุ่มเก็บไอโฟนได้ ขอเรียกสินน้ำใจ 1,000 บาท พร้อมเผยเหตุผลที่เรียก ฟากชาวเน็ตวิจารณ์เพลิน

(16 ม.ค. 67) เป็นเรื่องราวที่ชาวเน็ตแชร์ และวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก รวมถึงยังถือเป็นเรื่องใกล้ตัว ที่เชื่อว่าคงมีใครหลายคน เคยประสบพบเจอมากับตัว หรือคนรอบข้าง โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า ได้มีหนุ่มคนหนึ่งโพสต์ว่า เก็บโทรศัพท์มือถือไอโฟนได้ และได้มีการติดต่อเจ้าของ เพื่อให้มารับกลับไป แต่ขอเงินสินน้ำใจจำนวน 1,000 บาท 

แต่ทางเจ้าของอ้างว่า เพิ่งตกงาน ก่อนจะมีการต่อรองราคากัน โดยทางเจ้าของไอโฟน เสนอราคามาที่ 300 บาท ทำให้ทางหนุ่มที่เก็บไอโฟนได้ ระบุให้เจ้าของมารับด้วยตัวเอง พร้อมโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กของตัวเองเชิงตัดพ้อว่า 

“บางครั้งการเป็นคนดี ก็ได้ราคาที่ต่ำต้อยซะเกิน
เก็บได้เอาไปขายที่อื่นก็ไม่ต่ำกว่า 2-3 พัน”

ซึ่งภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ ได้มีชาวเน็ตจำนวนมาก เข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยส่วนมากบอกให้หนุ่มคนดังกล่าว คืนไอโฟนให้เจ้าของไป บางรายหนึ่งขนาดยอม จ่ายเงินค่าสินน้ำใจแทนให้ ฯลฯ

อย่างไรก็ตามต่อมา หนุ่มเจ้าของโพสต์ดังกล่าว ได้มีการโพสต์เพิ่มเติม เพื่ออธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า 

“เรื่อง iPhone 11 pro เก็บได้ที่ถนนราษฎร์บูรณะ จึงได้เอากลับมาที่ทำงาน ก็พยายามติดต่อเจ้าของเครื่องอยู่นะ แต่เครื่องหน้าจอแตก ซึ่งตัวผมถอดซิมเจ้าของเครื่องออกมาใส่เครื่องผม เพื่อที่รอเขาติดต่อกลับมา

แต่ดันถูกหวย เจ้าของเครื่องไประงับสัญญาณซิม

แล้วทีนี้เอาไงดีวะ กูก็ไม่ใช่คนดีซะด้วย แต่ก็พยายามค้นหาเบอร์ในซิมจนเจอเบอร์เจ้าของเครื่อง ที่สำคัญนะ..(จับใจความดี ๆ น) อีXX ทั้งหลาย กูเป็นคนโทรหาเจ้าของเครื่องเองนะ แล้วก็ได้แอด line คุยกัน ก็ถามเจ้าของเครื่องอยู่ที่ไหน ขอ 1,000 บาทได้ไหมไปส่งให้ถึงที่เลย

เจ้าของเครื่องไม่มีเงินไม่พอ ขอเหลือ 300 บาท แต่ผมก็ถามเขา 500 ได้ไหมนัดเจอกันที่ท่าน้ำครึ่งทาง
เขาก็บอกว่าตังค์ไม่มีจริง ๆ คนที่บ้านเข้าโรงพยาบาล

ผมก็ตอบกลับไปว่า 300 ก็เข้ามาเอาที่บริษัทผมนะผมไม่บริการส่งให้นะครับเพราะตอนนั้นก็อยู่ในเวลางานผม

จบแล้วนะตัวผมกับเจ้าของเครื่อง

มาต่อ facebook ดีกว่า ผมก็นึกยังไงไม่รู้หรือจะเขย่าหรืออยากอะไรสักอย่างใน facebook ในสังคมก็เข้าไปโพสต์มือถือ iPhone ถ้าขายได้ราคาเท่าไหร่โพสต์ไปสัก 3 กลุ่มก็ตามที่เห็น facebook ผมเลยครับกลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืน 5555 นึกแล้วก็ขำอยากจะมีทนายเอาหมิ่นประมาทพวกที่มาด่าผมซะเสียหายเลย ก็ไม่มีอะไรลูกค้ามารับเครื่องให้น้ำใจ 300 บาทตามที่คุยกันใน line

ก็ในใจก็อยากจะเก็บได้มือถือพวกคนรวย ๆ นะครับเพราะผมมันก็จน ผมแค่เสนอราคาสูงไว้ก่อน ผมเป็นคนที่ต่อรองราคาเก่งและซื้อขายเก่งครับ มันคือจิตสำนึกของผม ผมก็อยากจะเก็บมือถือพวกคนรวย ๆ หน่อยนะครับก็อาจจะได้เงินเยอะกว่านี้ จบเรื่องดราม่านะครับ

เดี๋ยวจะจับใจความให้สำหรับพวกมองผมในแง่ร้ายไปแล้ว ตัวผมติดต่อกับเจ้าของเครื่อง...ก่อนโพสต์ขาย iPhone ในกลุ่มนะครับ นะครับ ก็ดูเวลาใน line ได้นะ ถ้าตัวผมไม่ใช่คนดี ย้ำอีกรอบ แต่เงินก็สำคัญ

ซึ่งภายหลังที่โพสต์นี้ถูกเผยแพร่ ก็ทำเอาชาวเน็ตถึงกับเดือด แสดงความเห็นอย่างดุเดือด โดยส่วนมากตั้งคำถามว่า นี่คือการกรรโชกทรัพย์ใช่หรือไม่, บ้างก็ระบุว่า การทำเช่นนี้อาจผิดกฎหมาย ฯลฯ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top