Thursday, 16 July 2026
TheStatesTimes

'หมอลักษณ์' เดือด!! ปม ‘แพรรี่’ วิจารณ์ปีชงมีไว้หลอกคนโง่ ซัด!! สร้างคอนเทนต์หิวแสง ไม่มีความรู้ และเพ้อเจ้อเอามัน

(10 ม.ค.67) กลายเป็นอีกประเด็นให้ถกเถียงกันผ่านโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับเรื่องปีชง ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก ‘โหรฟันธง ลักษณ์ เรขานิเทศ’ ของหมอลักษณ์ ราชสีห์ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า... 

"ประกาศให้คนไทยเชื้อสายจีนและคณะศิษย์สาธุชน ที่มีความเชื่อถือศรัทธาในวิถีศาสตร์ ประเพณีวัฒนธรรมในโหราศาสตร์จีน พุทธศาสนาแบบพุทธมหายาน จีนนิกาย ได้ทราบตอนนี้ มี โมฆบุรุษ ลักเพศ หิวเเสง ออกมาบริภาษสร้างเรื่องสร้างคอนเทนต์แบบไม่มีสติ ใช้ปัญญาอันต่ำทราม พูดถึง กล่าวถึง ส่อเสียด แบบเพ้อเจ้อ เหยียบย่ำ ให้ร้าย (ว่าปีชงมีไว้หลอกคนโง่) ในสิ่งที่ตนไม่มีความรู้ ประสบการณ์ ด้วยลักษณะอาการมันปาก สนุกปาก ในประเด็น ‘ปีชง’ อันเป็นศาสตร์ วิชา โหราศาสตร์จีน โปยหยี่สี่เถียว ฯลฯ อันมีปราชญ์ ผู้รู้ บรมครู สืบวิชามายาวนาน ทั้งพระในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน จีนนิกายมากมาย ท่านเอาศาสตร์นี้ไว้เป็นแนวทางเตือนสติให้ขวัญกำลังใจ ให้มีวิถีบูชาพระ เข้าวัดปฏิบัติบูชาพระไภษัชยคุรุ ตามแนวทางให้ปฏิบัติบูชาระลึก เทพเทวา และบรรพบุรุษ ด้วยหลักกตัญญูกตเวทิตา เป็นความเชื่อถือศรัทธาของผู้มีศรัทธามากมาย

การมาพูดให้ร้าย ด่าทอ หยาบคาย โดยตนไม่มีความรู้ในศาสตร์ วิชา ทั้งยังพูดส่อเสียด โดยขาดธรรม /สติปัญญา เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง อาจารย์จึงแชร์เพจของปราชญ์ผู้รู้ที่เป็น กัลยาณมิตรมาช้านาน ที่เคารพนับถือซึ่งและกันมาให้คณะศิษย์สมาชิกได้ติดตามในองค์ความรู้ วิชา ที่เป็นประโยชน์ในทางโลกสำหรับทุกๆ คนครับ

ขอให้ติดตามเพจที่ให้ความรู้ ‘พุทธสถาน จีเต็กลิ้ม จ.นครนายก’ วัดเล่งเน่ยยี วัดเล่งฮกยี่ วัดจีนประชาสโมสร สมาคม ชมรม ศาลเจ้าจีน โรงเจทั่วประเทศ ที่มีกิจกรรม พิธีกรรม ไหว้พระ ฝากดวง ปัดตัวแก้ปีชง ปัดดวงฝากดวงองค์ไท้ส่วยเอี๊ย แก้ปีชงกันทั้งแผ่นดิน ได้เห็นรับรู้ถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีบุคคลให้ร้ายกล่าวโทษพูดพร่ำในสิ่งที่ตนไม่มีความรู้ ระราน วิถีความเชื่อถือศรัทธาที่สืบมายาวนาน ที่คนไทยเชื้อสายจีนและผู้เชื่อถือศรัทธาปฏิบัติมาช้านาน ลักษณ์ ราชสีห์ สายตระกูล แช่อึ๊ง"

โดยหมอลักษณ์ ยังได้คอมเมนต์เพิ่มเติมอีกว่า งานนี้ก่อศัตรูกับวัดจีน ศาลเจ้า โรงเจ มูลนิธิ สมาคมจีนทั้งแผ่นดินที่มีความเชื่อถือ ยึดถือปฏิบัติมาช้านานเป็นพันปี ทั้งยังนักโหราศาสตร์จีน ซินแส ทุกๆ คน ว่าไงครับ โดนย่ำยี ว่า “ปีชงเอาไว้หลอกคนโง่”

มหาวิทยาลัยไทย อยู่อันดับไหนในโลก - อาเซียน ประจำปี 2024

จากข้อมูลของ Quacquarelli Symonds (QS) หรือ QS World University Rankings องค์กรผู้ให้ข้อมูลในด้านการศึกษาและการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก เปิดเผยข้อมูลว่า มหาวิทยาลัย Massachusetts Institute of Technology (MIT) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ติดอันดับ 1 ของโลก ตามมาด้วย University of Cambridge ของประเทศอังกฤษ ติดอันดับที่ 2 ในปี 2024

ส่วนของไทยก็มี 2 มหาวิทยาลัย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ติดท็อป 500 ในระดับโลก ขณะเดียวกัน จุฬาฯ ยังติดอันดับ 8 ในอาเซียนอีกด้วย

กมธ.งบ 67 เดือด!! ที่ประชุมรุมฉะแบงก์ชาติ โวย 'ผู้ว่า ธปท.' ไม่มาชี้แจงเอง หลังติดภารกิจด่วน

(10 ม.ค. 67) ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ครั้งที่ 2 มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานกมธ. เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งได้พิจารณาภาพรวมเศรษฐกิจ

โดยเชิญผู้แทนจากกระทรวงการคลัง สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงบประมาณ มาให้ข้อมูล

ในช่วงแรกของการประชุม กมธ. จากพรรคเพื่อไทย ได้แก่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ และนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีตสส.เชียงราย แสดงความไม่พอใจ ต่อผู้แทน ธปท. หลังจากนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าฯ ธปท. ไม่มาชี้แจงด้วยตัวเอง ทั้งที่การประชุมกมธ.ในวาระนี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งผู้แทนของ ธปท. ยืนยันว่านายเศรษฐพุฒิ มีภารกิจเร่งด่วน แต่ยืนยันว่าตนได้รับมอบหมาย จากผู้ว่าฯ ธปท. ให้มาชี้แจงต่อ กมธ. อย่างเป็นทางการ

จากนั้น กมธ.ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย หลายคนได้ท้วงติงการทำงานของ ธปท.หลายเรื่อง โดยเฉพาะการปล่อยให้เกิดช่องว่างระหว่างดอกเบี้ยเงินกู้กับดอกเบี้ยเงินฝาก ห่างกันมาก จนสร้างภาระให้กับประชาชนที่เป็นหนี้จำนวนมาก ซึ่งต้องประสบปัญหามาตั้งแต่การระบาดของโควิด-19

ดังนั้น แม้ ธปท. จะมีหน้าที่ดูแลธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้สถานะของธนาคารมีความมั่นคง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเงินของประเทศ แต่อีกด้านหนึ่งควรพิจารณาถึงความเดือดร้อนของประชาชนด้วย หลังจากธนาคารพาณิชย์ ทำกำไรได้มากถึง 2 แสนล้านบาท

ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้สอบถามผู้แทน ทั้ง 4 หน่วยงาน ถ้าจะนิยามความหมายของคำว่า วิกฤตเศรษฐกิจ จะต้องนิยามว่าอย่างไร และจะต้องมีปัจจัยอะไรบ้างที่แสดงให้เห็นถึงความเป็น วิกฤตเศรษฐกิจ

ด้านผู้แทน ธปท. ยืนยันว่า ธปท.โดยเฉพาะคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.) เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน จากการปรับตัวที่สูงขึ้นของดอกเบี้ย กนง. จึงมีมาตรการไปยังธนาคารเอกชน ให้ลงไปดูแลลูกหนี้ เพื่อให้มีการปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งก่อนและหลังเป็นลูกหนี้เอ็นพีแอล นอกจากนี้การปรับดอกเบี้ย นโยบายในปัจจุบัน กนง.มองว่ามีความเหมาะสม กับศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศ และสอดคล้องกับการเจริญเติบโตเศรษฐกิจ

ตัวแทน ธปท. กล่าวว่า ส่วนการนิยามคำว่า วิกฤตเศรษฐกิจ จะต้องพิจารณาข้อมูลรอบด้าน และหลายปัจจัยที่เกิดขึ้น เช่น สถาบันการเงินที่มีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้จำนวนมาก จนกระทบต่อสถานะธนาคาร การเกิดภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นเวลานาน หรือการเกิดวิกฤตจากสถานการณ์ไม่คาดคิด เช่น โควิด-19 พอจะเห็นได้ว่าเป็นตัวอย่างของคำว่า ‘วิกฤตเศรษฐกิจ’ หรือแม้แต่ปัญหาอุทกภัยที่เคยทำให้การเจริญเติบโตเศรษฐกิจของประเทศติดลบ จนต้องออก พ.ร.ก. ในช่วงเวลาขณะนั้น

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าโต้หมอ กัญชาไทยไร้กฎหมายควบคุม แต่กลับแบนบุหรี่ไฟฟ้า ชี้เห็นด้วยกับก้องห้วยไร่ แนะผู้ใช้เคารพสิทธิคนอื่น หนุนรัฐเร่งออกกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ากลุ่มลาขาดควันยาสูบ (ECST) โต้กลับกรณีกรมควบคุมโรคแจงบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มความเสี่ยงพฤติกรรมเสพติดกัญชา โวยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมควบคุมโรคและกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงเครือข่ายแพทย์ควรรื้อตรรกะใหม่ ยันไทยเป็นประเทศเดียวที่ปล่อยให้กัญชาไร้กฎหมายควบคุม ขายเกลื่อนเมือง แต่กลับแบนบุหรี่ไฟฟ้ายาวนานถึงเก้าปี ชี้เห็นด้วยนักร้องดัง ก้องห้วยไร่ ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าควรเคารพสิทธิผู้อื่น ใช้ให้เป็นที่เป็นทาง แนะรัฐถึงเวลาออกกฎหมายควบคุมแล้ว

หลังกรมควบคุมโรคอ้าง “การสูบบุหรี่ไฟฟ้า” เพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้ “กัญชา” สูง 4 เท่า เพจเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “ECST บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร?” ที่มีผู้ติดตามกว่าแสนราย ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโพสต์ใจความว่า “บอกบุหรี่ไฟฟ้านำไปสู่สารเสพติดอื่น อ้าว ไปไงมาไง มาคิดถึงกูหล่ะเนี่ย” โดยโพสต์ดังกล่าวมีผู้ถูกใจกว่าสี่ร้อยราย

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนจากเพจลาขาดควันยาสูบ เปิดเผยว่า “เรื่องของบุหรี่ไฟฟ้ากับกัญชานั้นถูกโยงมาพักใหญ่ ซึ่งเรามองว่าเป็นเรื่องที่สะท้อนความบิดเบี้ยวของตรรกะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเครือข่ายแพทย์ที่ออกมาโจมตีผู้บริโภคด้วย ไม่มีหรอกครับประเทศไหนที่จะให้กัญชาขายเกลื่อนไร้การควบคุม เปิดหน้าร้านค้าขายกันยิ่งใหญ่ แต่กลับแบนบุหรี่ไฟฟ้ายาวนานเกือบสิบปี”

“จริงๆ หากจะให้ลองคิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้กัญชาได้อย่างไร ก็คงต้องย้อนกลับไปเรื่องการแบน พอบุหรี่ไฟฟ้าถูกแบน การซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้าเกิดขึ้นผ่านตลาดใต้ดินที่ผิดกฎหมาย ก็ยากที่จะรู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในมือผู้บริโภคตอนนี้มีมาตรฐานอย่างไร ส่วนประกอบมีอะไรบ้าง อย่างที่เคยออกข่าวว่ามีการระบาดของน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของน้ำมันกัญชา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคปอด EVALI” นายมาริษเสริม

“ล่าสุดมีดราม่านักร้องดังขอให้หยุดใช้บุหรี่ไฟฟ้าในคอนเสิร์ต ซึ่งผมเชื่อว่าผู้ใช้ควรให้ความร่วมมือ เคารพสิทธิผู้อื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกเพจของเราช่วยกันรณรงค์อยู่แล้ว แต่พอไม่มีกฎหมายมาควบคุม ผลที่ออกมาเลยเป็นอย่างนี้ ปัจจุบันมีการจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญฯ เพื่อศึกษาถึงประโยชน์ของการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย เราในฐานะตัวแทนผู้บริโภคก็คาดหวังว่าคณะกรรมการวิสามัญฯนี้จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง และวอนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้มองโลกผ่านความเป็นจริงให้มากขึ้น”

นอกจากนี้ นายมาริษยังได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบัน อายุเฉลี่ยของเด็กและเยาวชนที่พบว่าใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นเด็กลงเรื่อยๆ จนแม้กระทั่งเด็กประถมก็ยังถูกพบว่าใช้บุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน ซึ่งหาซื้อได้ง่ายผ่านช่องทางที่หลากหลาย จึงเป็นเรื่องที่ทางเครือข่ายฯดำเนินการเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีอำนาจในหน่วยงานสาธารณสุข และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้ามาดำเนินการเพื่อมอบทางเลือกให้แก่ผู้สูบบุหรี่ไทยกว่า 9.9 ล้านคน รวมถึงคนในสังคมที่ได้รับผลกระทบจากบุหรี่ไฟฟ้าที่ไร้ซึ่งการควบคุมของรัฐ

ตม.จว.กระบี่ รวบหนุ่มสิงคโปร์หนีหมายจับซุกเกาะลันตา ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

โดย พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.สั่งการให้ระดมตรวจสอบพื้นที่สุ่มเสี่ยงในพื้นที่และจับกุมคนต่างด้าวที่กระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกระทำผิดตามกฎหมายอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการดูแลความสงบเรียบร้อยของสังคม ตลอดถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว

สืบเนื่องจาก ตม.จว.กระบี่ ได้รับการประสานจากตำรวจ สภ.อ่าวนาง ให้ช่วยติดตามจับกุมหนุ่มสัญชาติสิงคโปร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม  ซึ่งอาจยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ นั้น ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.กันตวัฒน์  พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.สรธรรศจ์  เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.กระบี่ ,พ.ต.ท.สุเมธ  กนกเหมพันธ์  รอง ผกก.ตม.จว.กระบี่ สั่งการให้ พ.ต.ต.วิรัตน์ อินทร์ยอด , พ.ต.ต.วิโรจน์ ศรีสภา สว.ตม.จว.กระบี่  พร้อมชุดสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ชื่อนายมูฮัมหมัด  สัญชาติสิงคโปร์ จากการตรวจสอบข้อมูลการแจ้งที่พักตาม มาตรา 38 ในระบบสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่า ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวแจ้งที่พักครั้งล่าสุดไว้ที่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.ศาลาด่าน อ.เกาะลันตา จว.กระบี่  จึงได้จัดกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการเฝ้าสังเกตการณ์พบชายชาวต่างชาติลักษณะรูปพรรณคล้าย บุคคลตามหมายจับ นั่งอยู่บริเวณหน้าห้องพัก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จว.กระบี่   ขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว จากการตรวจสอบทราบชื่อนายมูฮัมหมัด สัญชาติสิงคโปร์ อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายจับของศาลจังหวัดกระบี่ ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม  ผู้ถูกจับยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและไม่เคยถูกจับมาก่อน จากการซักถามยอมรับว่าตามวันเวลาที่เกิดเหตุตนได้ขโมยโทรศัพท์มือถือจากร้านค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่อ่าวนาง หลังจากนั้นตนได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่เกาะลันตา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาพบตัว และถูกจับกุม ตามหมายจับดังกล่าว  นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ด้วยในพื้นที่จังหวัดกระบี่ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ตม.จว.กระบี่ ได้มีการประชาสัมพันธ์ถึงความสำคัญของการแจ้งที่พักตามมาตรา 37 , 38 ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เพื่อสะดวกในการตรวจสอบบุคคลต่างด้าวในพื้นที่ หากมีการกระทำความผิด และสามารถดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและประชาชน ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวใน จว.กระบี่ หากประชาชนท่านใดพบเห็นการกระทำผิด กรุณาแจ้งมายัง ตม.จว.กระบี่ โทร 075-611097  จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

ขอนแก่น-"ปธ.ก.ธ.จ.ขอนแก่น”ติวเข้ม”ลงพื้นที่สอดส่องหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

ก.ธ.จ.ขอนแก่น ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1/2567 ซึ่งมีวาระที่สำคัญในการวางแผน ในการสอดส่องในปี 67 ซึ่งประกอบไปด้วยแผนงานในปี 66 และแผนงานในปี 67 ที่เรากำหนดในการลงพื้นที่สอดส่องหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุมแก่นภูมิ 2 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสุวิทย์วิจิตรโสภา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขตตรวจราชการที่ 12 ในฐานะประธานกรรมาธิการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1/2567 โดยมีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น ตลอดจนที่ปรึกษาฯเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง

นายสุวิทย์ วิจิตรโสภา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขตตรวจราชการที่ 12 ในฐานะประธานกรรมาธิการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่าในการประชุม ก.ธ.จ.ขอนแก่น วันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 1/2567 ซึ่งเรามีวาระที่สำคัญในการวางแผน ในการสอดส่องในปี 67 ซึ่งประกอบไปด้วยแผนงานในปี 66 และแผนงานในปี 67 ที่เรากำหนดในการลงพื้นที่สอดส่องหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ในวันนี้ก็มีการประชุม และได้ให้ความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางหลากหลาย เพื่อให้แผนงานที่ลงพื้นที่สอดส่อง ตรงกันทุกอย่าง เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน อย่างแท้จริง ซึ่งประโยชน์จะตกกับชาวขอนแก่นจริงๆ 

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่านอกจากนั้นเราได้พิจารณาในเรื่อง แผนการใช้จ่ายในเรื่องงบประมาณ ในการใช้จ่ายกิจกรรมต่างๆ ที่เราจะสอดส่องในโครงการ ทางจังหวัดขอนแก่นหรือทาง ก.ธ.จ.จังหวัดขอนแก่น ได้รับจัดสรรงบประมาณ จากรัฐบาลเป็นเงินจำนวน 75,000 บาท และที่เป็นประเด็นสำคัญ คือในเรื่องของการจัดทำรายงานประจำของ ปี ก.ธ.จ.จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเราก็จะมี 2 เวอร์ชั่น เช่นเวอร์ชั่นที่เป็นกระดาษ หรือ Paper จะมีการเผยแพร่ผ่าน เว็บไซต์สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี และอีกเวอร์ชั่นที่ 2 คือการทำคลิป หรือวีดีโอสั้นความยาวไม่เกิน 5 นาที เพื่อประโยชน์ในการไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่านระบบออนไลน์ต่างๆได้ ก็ถือว่าเป็นโครงการที่สำคัญ 

"จากการประชุมในครั้งนี้ เราได้มีการพูดคุยหารือ แนวทางในการทำงานร่วมกันต่างๆที่เป็นประโยชน์ กับประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นในหลายๆมิติด้วย เพื่อให้ทิศทางในการทำงานในปี 67 ให้บรรลุเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ” นายสุวิทย์ กล่าว

‘กระทรวงดีอี’ พร้อม ‘คกก.ยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ฯ’ จับมือ ‘การีนา’ ปั้น ‘กางเกงแมวโคราช’ เป็นแฟชั่นไอเทมผ่าน ‘เกม Free Fire’ ผลักดันผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยผงาดในดิจิทัลคอนเทนต์ระดับเวทีโลก

วันที่ 10 มกราคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมงานแถลงข่าวความร่วมมือเพื่อส่งเสริม ‘กางเกงแมวโคราช’ เป็นแฟชั่นไอเทมเกมผ่าน ‘เกม Free Fire’ ซึ่งการีนา ขานรับนโยบายส่งเสริมสินค้าวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยผงาดในเวทีโลกผ่านดิจิทัลคอนเทนต์ โดยมีนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม , นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ , นายจิรพิสิษฐ์ รุจน์เจริญ ประธาน YEC (Young Entrepreneur Chamber of Commerce) หอการค้าจังหวันครราชสีมา พร้อม Sea (ประเทศไทย) และ การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) นำโดยนางสาวมณีรัตน์ นุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) ,  ดร.ศรุด วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) และนายกฤตย์ พัฒนเตซะ
ผู้อำนวยการอาวุโสประจำประเทศไทย บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่การีนา อีสปอร์ต สตูดิโอ กรุงเทพมหานคร 

นายประเสริฐ กล่าวว่าในนามกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และในนามของคนโคราช มีความยินดีอย่างยิ่ง ในการร่วมประชาสัมพันธ์การส่งเสริมกางเกงแมวโคราช ซึ่งเป็น Cultural Product ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายสู่โลกดิจิทัล เชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการต่อยอดและเผยแพร่ Cultural Product สู่เวทีโลก เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย และโดดเด่นทางวัฒนธรรม อันแสดงถึงอัตลักษณ์พื้นถิ่นที่มีเสน่ห์และเรื่องราวที่น่าสนใจ คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์ในการประยุกต์พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ตามสมัยนิยมและสอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบัน

นายประเสริฐ กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลมีความพร้อมให้การสนับสนุนและผลักดันเพื่อให้เกิดเป็น Soft Power จึงทำให้วันนี้ศักยภาพของประเทศไทย มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการนำเผยแพร่สู่ระดับสากล และแนวทางการส่งเสริมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คือ สนับสนุนให้เกิดการเผยแพร่ Cultural Product สู่ช่องทางดิจิทัล เพื่อเพิ่มคุณค่า เพิ่มการรับรู้และการเข้าถึงกลุ่มคนที่หลากหลายและรวดเร็ว โดยกระทรวงดีอีพร้อมดูแลด้านความมั่นคงและปลอดภัยของข้อมูล การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อสามารถนำไปต่อยอดผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่นๆ ให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมต่อไป

“ในโลกสมัยใหม่ที่พึ่งพาเทคโนโลยี การผสานร่วมวัฒนธรรม อัตลักษณ์พื้นถิ่น และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเผยแพร่สินด้าวัฒนธรรม (Cultural Products) ผ่านดิจิทัลคอนเทนท์ จะเพิ่มคุณค่าการรับรู้ และสามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่นสู่เวทีโลกให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง” นายประเสริฐ กล่าวย้ำ

สำหรับโครงการนี้ การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นธุรกิจดิจิทัลเอนเตอร์เทนเมนต์ภายใด้กลุ่ม Sea (ประเทศ
ไทย) ได้ร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ , กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , กระทรวงวัฒนธรรม , กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา นำ ‘กางเกงแมวโคราช’ สินค้าเอสเอ็มอีไทย ที่ต่อยอดมาจากการประกวดออกแบบลายโคราช โมโนแกรม (KORAT MONOGRAM) เข้าสู่โลกดิจิทัลคอนเทนต์ในฐานะแฟชั่นไอเทมใหม่ล่าสุด ภายในเกม Free Fire เกมแบทเทิลรอยัลระดับโลกจากการีนา ที่เข้าถึงผู้เล่นทั่วโลกกว่า 160 ประเทศ โดยจะเปิดตัวกางเกงแมวภายในเกม Free Fire ในประเทศไทย วันที่ 10 มกราคมนี้ และทยอยเปิดตัวในต่างประเทศภายในปี 2567

เชียงราย"จับจริง!!พ่อเมืองเชียงรายเปิดปฏิบัติการ"เชียงรายฟ้าใส" (ไร้ท่อม) จัดระเบียบสังคมป้องกันเด็กและเยาวชน" 

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 23.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงราย นำโดยนายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย  ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย ผู้ช่วย หน.ศอ.ปส.จ.ชร. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 นายพิสิษฐ์ สันติวงษ์สกุล ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองเชียงรายที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย เข้าตรวจสอบร้านใจแลกใจ ที่อยู่ 1/20 หมู่ที่ 14 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ซึ่งตั้งใกล้เคียงกับ โรงพยาบาล  ที่พักของโรงพยาบาล และโรงเรียน และจากการตรวจสอบพบมีการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

จากการเข้าตรวจสอบร้านใจแลกใจ พบมีผู้ใช้บริการกว่า 30 คน นั่งดื่มกินน้ำกระท่อมผสมน้ำหวานแต่งกลิ่น ฯลฯ ภายในร้าน จากการสอบถามอาการของผู้มาใช้บริการ ว่าอาการที่กินน้ำกระท่อมเป็นอย่างไร ซึ่งแต่ละคนจะสำแดงอาการไม่เหมือนกัน เช่น เมา มึน อึนๆ คึก ซึม แล้วแต่อาการของแต่ละคน และยังพบมีผู้ใช้บริการนั่งเสพกัญชา บางส่วนกำลังหั่นใบกัญชาเพื่อเสพ โดยที่ทางร้านมีทั้ง เขียง มีด บ้องกัญชา ไว้บริการ ซึ่งจากการตรวจสอบพบทางร้านมีใบอนุญาตจำหน่ายสมุนไพรควบคุม (กัญชา) แต่เคยมีการพักใช้ใบอนุญาตมาแล้ว 1 ครั้ง เนื่องจากผิดเงื่อนไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ซึ่งจากการตรวจสอบภายในร้านพบมีบุคคลแสดงตัวเป็นเจ้าของร้านจำนวน 1 คน แต่จากการตรวจสอบใบอนุญาต ไม่พบหนังสือรับรองการแจ้งการสะสมอาหาร ตามพรบ.การสาธารณสุข และมีการจำหน่ายน้ำกระท่อม โดยฝ่าฝืน พรบ.อาหารฯ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจร้านดังกล่าวยังไม่มีการตรวจความปลอดภัยของอาหารและไม่ได้ส่งมอบสลากให้สำนักงานอาหารและยาตรวจอนุมัติก่อนนำไปใช้ตามเงื่อนไขของประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาหารใหม่หรือที่ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

สันติ วงศ์สุนันท์/ผู้สื่อข่าวเชียงราย

ครั้งประวัติศาสตร์ TSB เริ่มส่งมอบคาร์บอนเครดิตแก่สวิตเซอร์แลนด์ จากรถเมล์พลังงานสะอาดเจ้าแรกของโลก

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB เปิดเผยว่า จากความพยายามของบริษัทในการพัฒนาขนส่งมวลชนของประเทศไทยให้เป็นรูปแบบพลังงานไฟฟ้า 100% ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ฝุ่นควันดำอันจะส่งผลต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน ทั้งยังช่วยเก็บคาร์บอนเครดิต ที่เป็นสิทธิจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้น ล่าสุด ทางเครือไทยสมายล์กรุ๊ป และหน่วยงานพันธมิตร ได้เริ่มส่งมอบคาร์บอนเครดิตที่บันทึกได้จากโครงการ “Bangkok E-Bus Programme” โครงการซื้อขายคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศโครงการแรกของโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับการซื้อขายคาร์บอนเครดิตครั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้ความตกลงปารีส Article 6.2  การร่วมมือกันระหว่างไทย-สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยกรอบความร่วมมือภาคสมัครใจ ทั้งยังมีการปฏิบัติตรงตามมาตรฐานด้านคุณภาพต่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน โดยมี Klik Foundation เป็นผู้ซื้อ Carbon Credit ที่เกิดขึ้นและนำ Carbon Credit ดังกล่าวไปลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้

สำหรับการพัฒนาในปี 2567 นางสาวกุลพรภัสร์ ทิ้งท้ายไว้ว่า ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความภูมิใจของบริษัทกับพนักงานทุกคน ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งนี้ แม้ตนเองเป็นบริษัทเอกชน 100% ก็จะขออาสาช่วยพัฒนาการคมนาคมขนส่งของไทยอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน ทั้งในเรื่องของคุณภาพการให้บริการ ความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดั่งความตั้งใจที่ว่า "เดินทางด้วยรอยยิ้ม ใส่ใจสิ่งแวดล้อม" โดยภายในปีนี้จะมีการทยอยนำรถเข้ามาเพิ่มเติม จากปัจจุบันมีรถพร้อมให้บริการอยู่จำนวน 2,200 คัน เป็น 3,100 คันตามเป้าหมาย ขณะเดียวกันบริษัทก็จะพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่เข้ามาให้บริการมากขึ้นควบคู่กันไปด้วย

'ซาอุฯ' ขุดพบเหมืองทองคำใหม่ ยาวนับ 100 กิโลเมตร คุณภาพเกรดพรีเมี่ยม ตีมูลค่าเกือบ 1,800 ล้านล้านบาท

อู้ฟู่ทั้งน้ำมันดิบและทองคำ หลัง 'ซาอุฯ' ขุดเจอเหมืองทองคำใหม่ยาวนับ 100 กิโลเมตรในประเทศ ตีมูลค่าเกือบ 1,800 ล้านล้านบาท คาดเป็นศูนย์กลางทองคำใหม่ในตะวันออกกลาง หนุนดึงดูดต่างชาติมาลงทุนทางตรงในอุตสาหกรรมเหมืองของซาอุฯ

(11 ม.ค.67) BTimes รายงานว่า ทาง 'ซาอุดี อาระเบียน ไมน์นิ่ง' ซึ่งเป็นบริษัทในอุตสาหกรรมขุดเหมืองแร่และโลหะธรรมชาติในประเทศซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า ได้ขุดค้นพบเหมืองแร่ทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ในภูมิภาคมักกะห์ในประเทศซาอุดีอาระเบีย 

โดยจุดที่ขุดค้นเจอทองคำมีลักษณะเป็นเหมืองทองคำแนวนาวทอดตัวเป็นระยะความยาว 100 กิโลเมตรทางตอนใต้ของเหมืองทองคำมาน ซูราห์-มาสซาราห์ ในเมืองมาอาเดน 

เจ้าหน้าที่สำรวจและขุดเจาะ เปิดเผยว่า ตัวอย่างแร่ทองคำที่สุ่มเก็บจาก 2 จุดในแนวเหมืองทองคำ ซึ่งอยู่ลึกลงไปถึง 400 เมตร และอยู่ติดกับมันซูราห์ มัสซาราห์ ตรวจพบว่า เป็นแหล่งสะสมทองคำคุณภาพระดับสูง วัดได้ 10.4 กรัมต่อตัน และ 20.6 กรัมต่อตัน ทำให้มูลค่ายิ่งมากขึ้น ที่สำคัญ ขั้นตอนการสกัดแร่ทองคำจะง่ายขึ้นกว่าปกติ 

(ภูมิภาคมันซูราห์ มัสซาราห์ ในประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นแหล่งที่มีทองคำมากเกือบ 7 ล้านออนซ์นับถึงสิ้นปี 2023 และมีกำลังการผลิตทองคำถึงปีละ 250,000 ออนซ์)

การขุดค้นพบในครั้งนี้ ทำให้เหมืองทองคำในบริเวณดังกล่าวมีทองคำสะสมรวมมากกว่า 200 ตัน ตีมูลค่ามากถึง 50 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐหรือกว่า 1,750 ล้านล้านบาท 

ขณะที่ในปี 2020 เหมืองทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศรัสเซียที่มีชื่อว่า 'ซูคอย ลอก' มีทองคำสะสมราว 40 ล้านออนซ์ และเหมืองทองคำในประเทศแอฟริกาใต้ที่มีชื่อว่า 'เซาท์ ดีพ' มีทองคำสะสมราว 32.8 ล้านออนซ์ อย่างไรก็ตาม ในด้านการผลิตทองคำ กลับพบว่าเหมืองทองคำเนวาด้าในสหรัฐอเมริกาเป็นรายใหญ่ที่สุดด้วยกำลังการผลิตสูงถึงปีละ 3.3 ล้านออนซ์ คิดเป็น 3% ของกำลังการผลิตทองคำทั่วโลก 

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้เคยประกาศนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคใหม่ โดยหวังที่จะลดน้ำหนักการพึ่งพาส่งออกน้ำมันดิบ ในฐานะเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกมาเป็นเวลานาน ทำให้มองหาช่องทางที่จะผลักดันภาคเศรษฐกิจอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น การท่องเที่ยว การบริการ และการเงิน รวมไปถึงการขุดเหมือง ที่จะดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

ซึ่งการค้นพบทองคำในครั้งนี้ อาจช่วยให้ซาอุดีอาระเบีย ลดการนำเข้าโลหะมีค่าได้ 

ทั้งนี้ ในปี 2021 ซาอุดีอาระเบียนำเข้าทองคำมูลค่า 36,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.28 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นสินค้านำเข้ามากเป็นอันดับ 4 รองจากปิโตรเลียมกลั่น อุปกรณ์กระจายเสียง และ ยานพาหนะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top