Wednesday, 29 July 2026
TheStatesTimes

แยบยลจัด!!! สืบนครบาลรวบนายรณ หัวหิน หัวใส หลอกสั่งซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่ตามออนไลน์ อ้างเป็นบัญชีม้าของเพจชื่อลูก น้ำจร้า

วิธีการแยบยล คนร้ายเข้ามาสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPhone 11 สีขาวบน Facebook ราคา 14,800 บาท ชื่อ “ชื่อลูก น้ำจร้า” และขอให้ผู้เสียหายส่งโทรศัพท์ไปให้ที่ร้านโทรศัพท์จะขอเช็คเครื่องโทรศัพท์ก่อน ต่อมาผู้เสียหายได้จ้างขนส่ง Grab เพื่อฝากส่งโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวไปยังร้านแล้วแต่ไม่ได้รับการโอนเงิน จึงโทรไปสอบถามเจ้าของร้านพบว่า ร้านโทรศัพท์ได้รับซื้อโทรศัพท์มือถือดังกล่าวและได้มีการโอนเงินค่าโทรศัพท์ให้กับคนร้าย สืบนครบาลจึงได้เร่งรัดสืบสวนจับกุมตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ให้ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์

เมื่อวันที่  15 ส.ค.66 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรี รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.รัฐนันท์ สมวงศ์ รอง ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น.ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.นิทัสน์ มีทอง สว.กก.สส.4ฯ, ร.ต.อ.วีระพงษ์ คุณสมิตปัญญา รอง สว.กก.สส.4ฯ, ด.ต.ชาญฤทธิ์ นิลทการ, ด.ต.ธีรพันธ์ โพยนอก, จ.ส.ต.สรายุทธ ยศสกุล,  ส.ต.อ.กานต์ สรรพกิจจำนง ผบ.หมู่ กก.สส.4ฯได้ร่วมกันจับกุมตัว​

นายรณรงค์  ทองรักษา อายุ 28 ปี ที่อยู่ 16/3 ซ.หมู่บ้านตะเกียบ ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.480/2566 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง”

สถานที่จับกุมบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 16/3 ซ.ตะเกียบ 5 ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ผู้เสียหายได้ทำการโพสต์ขายโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPhone 11 สีขาวบน Facebook เพื่อขายให้ผู้ที่สนใจในราคา 14,800 บาทต่อมาได้มีบัญชี Facebook ชื่อ “ชื่อลูก น้ำจร้า” ได้ทักมาหาผู้เสียหายว่าสนใจโทรศัพท์ดังกล่าวและขอให้ผู้เสียหายส่งโทรศัพท์ไปให้ก่อน แล้วจะโอนเงินให้ทีหลังโดยอ้างว่าจะจะขอเช็คเครื่องโทรศัพท์ก่อนโดยบัญชี Facebook ดังกล่าวให้ผู้เสียหายส่งโทรศัพท์ไปที่ร้านวีณา ช็อป 15/6 ซอยเปรมสมบัติ แยก2 แขวงดินแดง เขตดินแดงกรุงเทพ ซึ่งเป็นร้านขายโทรศัพท์ ต่อมาผู้เสียหายได้ติดต่อรถรับจ้างขนส่ง Grab เพื่อฝากส่งโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวไปยังร้านวีณา ช็อป เมื่อผู้เสียหายส่งโทรศัพท์ดังกล่าวไปแล้ว ไม่ได้รับการโอนเงินตามราคาที่ตกลงกันไว้ ผู้เสียหายจึงโทรไปสอบถามร้านวีณา ช็อป 

จึงได้ทราบจากนางสาววีณาฯ เจ้าของร้านว่า รับซื้อโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายมาจากบัญชี Facebook ชื่อ “ชื่อลูก น้ำจร้า” ดังกล่าวอีกทีนึงและได้มีการโอนเงินค่าโทรศัพท์มือถือดังกล่าวไปยังบัญชีธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เลขบัญชี 7012334682 ชื่อบัญชีนายรณรงค์ ทองรักษา ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายจึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดจนกว่าคดีจะถึงที่สุดทรัพย์ที่ถูกประทุษร้าย รวมเป็นเงินสดจำนวนกว่า 14,800 บาท

ชั้นจับกุมผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาโดยรับว่า  ได้อ้างว่าเป็นบัญชีม้ารับจ้างเปิดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง โดยได้รับเงินค่าจ้างจำนวน 500 บาท  ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูล นายรณรงค์ ทองรักษา ผ่าน www.blacklistseller.com พบว่าเป็นบุคคลที่มีการขึ้นบัญชีในการหลอกขายสินค้าหลายรายการ

จากการตรวจสอบพบหมายจับในระบบ CRIMES อีกจำนวน 1  หมายจับ  
1.หมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.39/2566 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”หน่วยงานที่รับผิดชอบ สภ.นากุง และเคยมีประวัติคดี คดีอาญาที่ 1110/2553 สภ.หาดใหญ่ ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครอง คดีอาญาที่ 880/2556 สภ.หัวหิน ข้อหา  มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คดีอาญาที่ 2171/2560 สภ.หาดใหญ่ ข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 นำตัวผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ดำเนินคดีต่อไป

‘อ.พงษ์ภาณุ’ มอง!! ความท้าทายอาเซียนในสมรภูมิโลก หลากเงื่อนไขทาง ‘ภูมิรัฐศาสตร์-ศก.’ ที่ยังฉุดให้โตช้า

ทีมข่าว THE STATES TIMES / THE TOMORROW ได้พูดคุยกับ อ.พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ ในรายการ Easy Econ ซึ่งออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES เมื่อวันที่ 27 ส.ค.66 เกี่ยวกับประเด็นไทยในอาเซียน โดย อ.พงษ์ภาณุ กล่าวว่า...

อาเซียนเป็นการรวมกลุ่มเศรษฐกิจภูมิภาคที่สำคัญและใกล้ชิดที่สุดของไทย แม้ว่าในทางการเมือง ยังมีปัญหาอยู่ค่อนข้างมากในบางประเทศ ทั้งเรื่องความรุนแรงและความไม่สงบ เช่น ในเมียนมา หรือแม้แต่ประเด็นความขัดแย้งกับจีนเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ แต่ในด้านเศรษฐกิจ อาเซียนก็ได้มุ่งมั่นผลักดันให้เกิดการรวมตัวทางเศรษฐกิจ (Economic Integration) ในระดับที่สูงขึ้นตามลำดับ เพียงแต่ก็ยังไม่สามารถเทียบเคียงได้กับสหภาพยุโรป (European Union) ที่ได้เข้าสู่ความเป็นสหภาพการเงิน (Monetary Union) ที่มีเงินยูโรสกุลเดียวมากว่า 20 ปีแล้ว

สำหรับก้าวแรกของการรวมตัวทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นเมื่อปี 2535 เมื่อนายอานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรีไทยในขณะนั้น เสนอในการประชุมผู้นำอาเซียนให้จัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area - AFTA) โดยประเทศสมาชิก 10 ประเทศสามารถขจัดอุปสรรคทางการค้า ทั้งที่เป็นภาษีและไม่ใช่ภาษีได้ภายในปี 2008 ก่อให้เกิดตลาดการค้าเดียว อันเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจการลงทุนมากมาย

วันนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อาเซียนอยู่ในห้วงแห่งความท้าทายทางเศรษฐกิจ แม้เกิด AFTA (เขตการค้าเสรีอาเซียน) แต่ก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าผู้นำอาเซียนจะสามารถผลักดันความร่วมมือที่มีนัยสำคัญได้เลย เพราะการเปิดเสรีด้านการค้าบริการก็ไปไม่ถึงไหน เนื่องจากประเทศสมาชิกยังคงยึดมั่นปกป้องธุรกิจบริการของตน ส่วนการเปิดเสรีแรงงานเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดน ซึ่งไทยจะได้ประโยชน์เพราะเป็นสังคมสูงอายุ ก็ไม่คืบหน้า ทั้ง ๆ ที่มีแรงงานอพยพ (Migrant Workers) ในอาเซียนอยู่แล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน 

สุดท้ายด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทุกประเทศ ก็มีลักษณะแข่งขันกันเองมากกว่าที่จะร่วมมือกัน ความหวังที่จะให้เกิด ASEAN Single Visa ทำนองเดียวกับกลุ่ม Schengen ยังเป็นแค่ความฝัน

ฉะนั้นในวันนี้ ในวันที่อาเซียนยังหาผู้นำไม่เจอ จึงยังไม่สามารถนำอาเซียนสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจได้ในระดับที่สูงขึ้น 

‘เสี่ยเฮ้ง’ สั่งตรวจสอบ-ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย กรณีลูกจ้างถูกหัวหน้าไล่ออก หลังขอลาไปงานศพแม่ 

(17 ส.ค. 66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึง กรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข่าวลูกจ้างสาวรายหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊ก โดยนำภาพแชตคุยกับหัวหน้าที่ทำงาน กรณีขอลางานเนื่องจากแม่ป่วยหนักและใกล้จะเสียชีวิต แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ลางาน ว่า ผมได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ในเบื้องต้น พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 34 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ได้กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลากิจเพื่อกิจธุระอันจำเป็น เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 3 วันทำงาน เนื่องจากการลากิจธุระอันจำเป็น เป็นสิทธิพื้นฐานที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดสิทธิให้ลูกจ้างทุกประเภทมีสิทธิลากิจได้ แม้จะเป็นลูกจ้างทดลองงาน ลูกจ้างรายวัน และลูกจ้างประเภทอื่น ย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตาม ผมได้กำชับให้พนักงานตรวจแรงงานเร่งสอบข้อเท็จจริงจากนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป โดยกระทรวงแรงงานจะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน

ด้าน นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ผมได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา (สสค.นครราชสีมา) ซึ่งเป็นท้องที่ที่เกิดเหตุ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย หากลูกจ้างไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำงาน สามารถปรึกษา ร้องทุกข์ ร้องเรียน ได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานคร 10 พื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1506 กด 3 หรือ 1546

‘บิ๊กตู่’ เปรียบประเทศไทยเป็นรถไฟ ต้องเดินไปข้างหน้า หัวขบวนต้องดี ไม่งั้นล้มทั้งขบวน

(17 ส.ค. 66) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางตรวจราชการ จ.สระบุรี เข้าตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา - ชุมทางถนนจิระ ณ พื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ฯ สถานีรถไฟหินลับ ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี 

ทั้งนี้ระหว่างรับฟังบรรยายสรุปนายกฯ กล่าวว่า ให้ผู้มีรายได้น้อยได้เข้าใจว่ารัฐบาลได้ทำอะไรให้เขาต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจนี่คืออนาคตประเทศ ซึ่งหลายๆอย่างทำมาได้ดีแล้ว ขึ้นอยู่กับรัฐบาลหน้าทำอะไรได้มากกว่า ซึ่งรัฐบาลวางยุทธศาสตร์ไว้แล้ว ต้องขอบคุณกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทยและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งมีหลายเรื่องเดินตามยุทธศาสตร์ชาติไม่ใช่ไปห้ามใครทำอะไรอยากจะทำอะไรก็ทำไปตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ 6 ข้อ ก็สามารถทำได้หมด เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า และทั้งหมดตอบคำถามได้ก็จบ ไม่ได้ไปห้ามให้ทำอะไร ยุทธศาสตร์ชาติสามารถปรับได้ตลอดเวลา ถ้าไม่มียุทธศาสตร์ชาติก็จะเดินสะเปะสะปะไป ซึ่งก็แล้วแต่แล้วกัน หลายคนก็บอกว่ามีไว้ทำไม ขอให้อ่านดูก่อน ทุกเรื่องถ้าไปจับเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่เข้าใจกัน ต้องอ่านกฎหมายก็ต้องอ่านให้หมด

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ขึ้นขบวนรถไฟหมายเลข 3 บชส.1221 จัดเฉพาะระยะทาง 300 เมตร ไปยังบริเวณอุโมงค์ผาเสด็จ โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้นั่งมาหลายปีแล้ว ซึ่งเราชอบขนมอาหารที่ขาย ข้างทางรถไฟเช่น ข้าวเหนียวเนื้อ

ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกภูมิใจหรือไม่กับผลงานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องภูมิใจไปด้วยกัน ไม่ใช่จะว่ากันไปกันมามันก็จะไม่เสร็จ เมื่อถามว่าถือเป็นรถไฟขบวนสุดท้ายของรัฐบาลนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อะไรสุดท้ายมีตั้งหลายขบวน รถไฟมันไม่มีวันสิ้นสุดอยู่แล้ว ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าไม่มีวันสิ้นสุดอยู่แล้ว ถ้าทุกคนช่วยกันทำมันก็ไปข้างหน้าได้ มันถึงเกิดได้ไงฉะนั้นรถไฟยังมีหัวขบวน ถ้าหัวขบวนดีก็ไปได้ตลอด ถ้าหัวขบวนไม่ดีก็ล้มทั้งขบวน มันไปไม่ได้เข้าใจหรือเปล่า เข้าใจไหม

เมื่อถามว่าจะฝากไปถึงรัฐบาลใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ไปเกี่ยวกับเขาหรอก ก็เรื่องของเขาสิ เราทำไว้ให้หมดแล้ว

เมื่อถามว่าวันนี้ถือว่าอากาศดีแล้วใช่หรือไม่ เพราะบนท้องฟ้าพระอาทิตย์กำลังทรงกลด พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เหรอ โชคดีของพวกเธอ ขอให้ประเทศชาติโชคดีด้วยก็แล้วกัน

เมื่อถามว่าถือว่าโครงการรถไฟนี้เป็นไปตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าก็ใช่ ในเร็ว ๆ นี้ก็จะเสร็จอีกหลายช่วง มันก็ไม่ง่ายนักการก่อสร้างอะไรแต่ละอย่าง ซึ่งจากเดิมวิ่ง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เวลานี้วิ่งได้ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตรงนี้เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ได้สรุปให้ฟัง การเดินทางจะเร็วขึ้น และจะไปเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงด้วย ที่จังหวัดหนองคายคู่ขนานกันไปจะทำให้คอขวดจุดนี้หายไป เพราะก่อนหน้านี้ตรงนี้เป็นพื้นที่คอขวดที่เดินทางขึ้นเขาไม่ได้ การเดินทางช้า ขอให้ลงรายละเอียดจะได้เข้าใจกัน การที่เราพูดเยอะเพราะอยากให้ได้รับรู้รายละเอียด ถ้าจับตรงนั้นตรงนี้ของคนนั้นคนนี้มาพูดมันก็ตีกันอยู่อย่างนี้ สื่อก็ต้องช่วยกันหาเหตุผลว่ามันใช่หรือไม่ใช่ มันเป็นอย่างไรข้อเท็จจริงก็จะไม่ทะเลาะกันเข้าใจหรือไม่ สิ่งนี้ใครได้ประโยชน์ นายกฯ ได้หรือ ตรงนี้นายกฯ ไม่ได้ แต่คนที่ได้คือประชาชนรัฐบาลก็ต้องทำแบบนั้น ใช้งบประมาณให้เกิดความสมดุลพูดง่าย ๆ

เมื่อถามว่าเป็นการฝากไปยังรัฐบาลใหม่ด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ต้องฝากก็ส่งต่อไปบางอันอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและบางอันเป็นโครงการอยู่แล้วก็หวังว่าเขาจะทำต่อ

จากนั้นขบวนรถไฟได้เคลื่อนตัวออก ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่าขบวนรถไฟนี้ยังมีเสี่ยหนูนั่งอยู่ด้วย ขณะที่ นายอนุทิน นั่งอยู่ด้านหลังนายกฯ ถึงกับหัวเราะเสียงดังชอบใจ 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะต่อขบวนกันไปแบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถาม 

เมื่อถามย้ำว่าจะฝากนายอนุทินไปสานงานต่อในรัฐบาลหน้าหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ฝากทุกคนนั่นล่ะ ฝากเสี่ยหนูก็ฝาก 

เมื่อถามว่าฝากไปถึงรัฐบาลหน้าด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไปถามนายกฯ ใหม่เขานู้น จังหวะนี้ทำให้นายอนุทินถึงกับหัวเราะ ก่อนที่นายอนุทินจะพูดกระเซ้านักข่าวพร้อมโบกมือกล่าวว่า “ลาก่อน”

‘นิวยอร์ก’ สั่งแบน ‘ติ๊กต๊อก’ บนอุปกรณ์ของรัฐฯ อ้าง ห่วงความปลอดภัยต่อเครือข่ายของเมือง

(17 ส.ค. 66) นครนิวยอร์กสั่งห้ามการใช้งาน ‘ติ๊กต๊อก’ แอปพลิเคชันดังของจีนบนอุปกรณ์ของรัฐบาล โดยอ้างข้อห่วงกังวลด้านความปลอดภัย ทำให้นิวยอร์กกลายเป็นเมืองล่าสุดในสหรัฐฯ ที่มีคำสั่งห้ามดังกล่าว หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีหลายรัฐในสหรัฐฯ ที่มีคำสั่งห้ามดังกล่าวไปก่อนหน้านี้

‘ติ๊กต๊อก’ เป็นแอปที่มีการใช้งานในหมู่ชาวอเมริกันมากกว่า 150 ล้านคน เป็นของบริษัทไบท์แดนซ์ ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีของจีน ต้องเผชิญกับข้อเรียกร้องและแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐที่ต้องการให้มีการสั่งห้ามการใช้งานทั่วประเทศ เนื่องจากกังวลต่ออิทธิพลของจีนที่อาจเกิดขึ้นตามมา

‘อีริค อดัมส์’ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ระบุในแถลงการณ์ว่า ติ๊กต๊อกเป็นภัยคุกคามด้านความปลอดภัยต่อเครือข่ายทางเทคนิคของเมือง แม้ว่าติ๊กต๊อกจะยืนยันว่า ไม่ได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้งานในสหรัฐฯ กับรัฐบาลจีน และยังมีการกำหนดมาตรการสำคัญเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งานติ๊กต๊อกอีกด้วย

ภายใต้คำสั่งล่าสุดนี้ หน่วยงานในนครนิวยอร์กจะต้องลบแอปติ๊กต๊อกออกภายใน 30 นาที และพนักงานจะไม่สามารถเข้าถึงแอปและเว็บไซต์บนอุปกรณ์และเครือข่ายใดๆ ของเมืองได้อีกต่อไป

ก.แรงงาน จัดกิจกรรมจิตอาสา รณรงค์เผยแพร่ความรู้และการป้องกันโรคระบาดจากยุงลาย

วันที่ 17 สิงหาคม 2566 นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเดินรณรงค์กิจกรรม “จิตอาสากระทรวงแรงงานเผยแพร่ความรู้และการป้องกันโรคระบาดจากยุงลาย” โดยมี เรือเอก สาโรจน์ คมคาย ที่ปรึกษากฎหมาย นางสาวกรจิรัฏฐ์ พงจันทร์ศธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และประชาชนโดยรอบกระทรวงแรงงานร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย ณ บริเวณภายในกระทรวงแรงงานและชุมชนแฟลตดินแดงโดยรอบกระทรวงแรงงาน

นายบุญชอบ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.)เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วัด ศาสนสถาน สถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันรณรงค์จัดกิจกรรมทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย กิจกรรมให้ความรู้และการป้องกันโรคไข้เลือดออก เนื่องจากในห้วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2566 เป็นช่วงฤดูฝน เพื่อเป็นการป้องกันโรคระบาดที่มาจากยุงลาย 

ในส่วนของกระทรวงแรงงานจึงจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อเพิ่มความรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับโรคระบาดที่สามารถแพร่ระบาดจากยุงลายรวมถึงอาการและภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อติดเชื้อโรค เพื่อสอนวิธีการป้องกันและควบคุมโรคที่สามารถแพร่ระบาดจากยุงลาย ตั้งแต่การใช้ยากันยุง การใส่เสื้อผ้าที่ป้องกันยุง การใช้ที่กันยุงในบ้าน การล้างทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ตลอดจนเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการป้องกันโรคระบาดจากยุงลายระหว่างกระทรวงแรงงานและชุมชน รวมทั้งเพื่อสร้างการตระหนักให้กับประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญของการทำความสะอาดและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เพื่อลดโอกาสในการเพิ่มชึ้นของการระบาด และเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกระทรวงแรงงานกับประชาชน และเครือข่ายภาคประชาสังคม ก่อให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินงานของกระทรวงแรงงานเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงอีกด้วย

“กิจกรรมเผยแพร่ความรู้และการป้องกันโรคระบาดจากยุงลายบริเวณภายในกระทรวงแรงงานและชุมชนแฟลตดินแดงโดยรอบกระทรวงแรงงานในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมจิตอาสากระทรวงแรงงานที่ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงษ์ ตลอดจนการสร้างจิตสำนึกให้คนไทยรู้จักการให้ แบ่งปัน มีจิตอาสา มีความเสียสละ อุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมีความกตัญญูตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ร่วมทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน และไม่เห็นต่อประโยชน์ส่วนตน” นายบุญชอบ กล่าวท้ายสุด

‘ดร.เอ้’ ย้อนคลิป เคยเตือนเรื่องความปลอดภัยการก่อสร้าง ปมแผ่นเหล็กสะพานหล่นทับคนงานดับ บริเวณแยกลำสาลี

(17 ส.ค. 66) จากกรณี แผ่นเหล็กร่วงใส่คนงาน ที่บริเวณสะพานข้ามแยกลำสาลี ตัดเสรีไทย โดยเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย เมื่อเวลา 01.50 น. ของวันที่ 17 ส.ค. 66

ล่าสุด นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้แชร์ข่าวดังกล่าว และให้ความเห็นว่า…

“ขนลุก!!! ผมเคยบอกไปแล้วว่า สะพานของ กทม. ข้ามแยกบางกะปิ การก่อสร้างอันตรายมาก ระวังของร่วงลงมาทับคน วันนี้มีคนตายจนได้ ไม่น่าเกิดเลยครับ ผมเสียใจมากจริงๆ”

ทั้งนี้ ยังได้โพสต์คลิปวิดีโอที่ได้โพสต์เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่พาไปดูการก่อสร้างสะพานที่หน้าตลาดบางกะปิ ว่าคอนกรีตร่อนลงมา และสามารถตกใส่หัวคนได้เลย ขณะที่ที่กันของ และบอกว่า เซฟตี้ไม่เคยมาก่อนเลย หล่นใส่ใครถึงตายได้

ทั้งยังได้โพสต์ข้อความว่า “ผมเคยเตือนเมื่อเดือนเมษายน งานก่อสร้างสะพานข้ามแยกบางกะปิ หวาดเสียว ไม่ใส่ใจคน ไม่ได้มาตรฐาน วันนี้คนตายจนได้ นี่คือเรื่องใหญ่ในสังคมไทย เราไม่ควรเพิกเฉย อันตรายใกล้ตัวกว่าที่ท่านคิด อาจเกิดกับใครก็ได้ #สะพานบางกะปิ #แผ่นเหล็กหล่น #องค์กรเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ”

ฤาทางออก 'การคลังไทย' จะไปรอดได้ในสังคมผู้สูงอายุ หากให้สวัสดิการ เฉพาะกับคนที่เสียภาษีให้รัฐเท่านั้น?

(17 ส.ค.66) จากเฟซบุ๊ก 'Chalermporn Tantikarnjanarkul' โดยคุณเฉลิมพร ตันติกาญจนากุล ได้โพสต์แสดงความเห็นถึงแนวทางที่จะทำให้การคลังไทยไปรอดในสังคมผู้สูงอายุ ไว้ว่า...

ความจริงที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือ ถ้าอยากให้ฐานะการคลังของไทยไปรอดในสังคมผู้สูงอายุ ทางที่ดีที่สุด ยุติธรรมที่สุด ไม่ใช่หาเงินมาทำสวัสดิการถ้วนหน้า หรือเลือกช่วยเฉพาะคนลำบากยากเข็ญ เพื่อลดรายจ่ายลงให้ได้มากที่สุดแบบที่พยายามทำ

แต่เป็นการให้สวัสดิการ เฉพาะกับคนที่เสียภาษีให้รัฐเท่านั้น จ่ายมาเกินกี่ปี ถึงได้สิทธิก็ว่าไป

ใครจ่ายก็ได้ ใครไม่จ่ายก็อด ก็ตรงไปตรงมา

แต่ไม่มีใครกล้าบอกแบบนี้ เพราะจะกลายเป็นคนใจร้าย ไร้น้ำใจ 

ปัญหาคือถ้านับในปัจจุบัน คนที่ไม่เคยเข้าระบบภาษีเงินได้เลยน่าจะมีอยู่มาก และอาจมีจำนวนไม่น้อยที่อยู่ไม่ได้ หากไม่พึ่งสวัสดิการ หากทำแบบนี้ อาจจะเป็นการปล่อยคนเป็นล้าน ๆ คนให้จมน้ำโดยไม่เหลียวแล

ถ้าทำเลยไม่ได้ เราอาจใช้การประกาศล่วงหน้า เช่น ในอีก 10 ปีข้างหน้า ใครที่ไม่เคยเสียภาษี ไม่มีสิทธิได้รับสวัสดิการใด ๆ แล้วนะ ระหว่างนี้ ก็อุดรูรั่วทางภาษี เอาคนมาเข้าระบบให้หมด ให้ฐานรายได้กว้างขึ้น จะได้มีเงินมากพอไปช่วยคนที่จนมาก เอาตัวไม่รอดจริง ๆ

แต่แน่นอน ก็จะมีคำถามตามมาว่า ถ้าเข้าระบบภาษีแต่รายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี เลยไม่ต้องเสียเลย ฉันอยู่กลุ่มไหน?

และคำถามคลาสสิกตลอดกาลอย่าง

ถึงไม่เคยเสียภาษีเงินได้แต่ฉันก็เสียภาษีมูลค่าเพิ่มนะเฟ้ยยยย ใครบอกฉันไม่เสียภาษี!

ผมว่าเราเลิกเพ้อฝันแล้วอยู่กับความจริง แล้วเริ่มทำทุกอย่างให้มันถูกร่องถูกรอยเสียตั้งแต่วันนี้ ยอมรับก่อนว่ายังไง ฐานภาษีตอนนี้ ก็แบกทุกคนไม่ไหวแน่ ๆ ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่เข้ามาช่วยกันแบก

‘แมท ภีรนีย์’ รับ ชีวิตเจอดรามาหนักจนความมั่นใจหดหาย ถามตัวเอง “ทำไมต้องทนเป็นถังขยะของคนทั้งประเทศ?”

(17 ส.ค. 66) ดาราสาว ‘แมท ภีรนีย์ คงไทย’ เปิดใจถึงเรื่องราวชีวิตที่โดนดรามาถึงขนาดเคยสูญเสียความมั่นใจจนเหลือแค่ศูนย์ ต้องทนเป็นถังขยะของคนทั้งประเทศ เคยคิดอยากลาออกจากวงการ เพราะในอดีตไม่เห็นคุณค่าของการเป็นนางเอก และนิสัยที่ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ในรายการ WOODY FM

ชีวิตตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
แมท : สบายดีค่ะ สนุกกับการทำงาน จากที่แบบว่าไม่เคยได้สนุกขนาดนี้มาก่อน

มีบ้างไหมที่เข้ากองแล้วไม่แฮปปี้?
แมท : อาจจะไม่ถึงขนาดนั้น แต่ว่าก็จะมีช่วงหนึ่งอย่างที่พวกเราทราบกันดีว่าสูญเสียความมั่นใจ

ครั้งแรกที่เรารู้สึกว่าชีวิตในวงการไม่ได้สวยงามอย่างที่ฉันคิดไว้ ความมั่นใจลดลงกี่เปอร์เซ็นต์เต็ม 10 ให้เท่าไหร่?
แมท : เหลือศูนย์เลยค่ะ จริงๆ แล้วพื้นฐานแมทรู้สึกว่าเราค่อนข้างดีลกับวงการบันเทิงยากอยู่แล้วโดยส่วนตัว เพราะจะมีนิสัยที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไหร่ ไม่ค่อยฉอเลาะ ไม่ได้เป็นคนหยิ่งแต่ว่าเหมือนอาจจะถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่าไม่ค่อยเข้าหาคนแปลกหน้า พอเราเจออะไรต่างๆ ก็ยิ่งยากเข้าไปอีกก็เลยรู้สึกเหมือนช็อกน้ำ เราไม่เคยเจออะไรที่หนักหนาสาหัสเลยในชีวิต คือชีวิตแมทราบเรียบมากเลยค่ะพี่วู๊ดดี้ นอกจากเรียนก็คือไปทำงานชีวิตมีแค่นี้ อยากได้อะไรก็โอเคคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้กดดัน ไม่มีอะไรที่หนักใจหรือคิดมาก นี่คือพายุ ระเบิดตู้ม!! ขึ้นมาทีเดียวแบบงงไปเลย

ตอนที่เป็นประเด็นขึ้นมา เสียใจอะไรมากที่สุด?
แมท : ขั้นตอนแรกคือเสียใจที่คนไม่ฟัง คนจะพูดหรือตัดสินไปแล้วว่าที่เราพูดมันไม่จริง ทั้งๆ ที่ตอนนี้มาพูดก็ไม่มีความหมาย แต่ ณ วันนี้ก็พูดได้ก็ยังสนุกอยู่ที่จะพูด กลายเป็นเรื่องสนุกไปแล้ว ถ้ามันไม่เกิดขึ้นก็จะไม่มีแมทใน Mindset นี้ ในวันนี้เลย

ทุกวันนี้เวลามีข่าวอะไรก็ตามในเชิงลบตั้งตัวรับไหว?
แมท : ชิลมาก (หัวเราะ)

ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับสังคมและโลกออนไลน์?
แมท : ได้เรียนรู้การทำใจมั้งคะ ได้เรียนรู้เยอะมากค่ะ พอมาวิเคราะห์ตัวเองรู้และเข้าใจแล้วว่า พอไม่ได้เจอปัญหาหรืออุปสรรค ทุกอย่างได้มาโดยง่ายเราก็เลยไม่เห็นคุณค่าของมัน ไม่เห็นคุณค่าของการเป็นนางเอก หลายๆ คนอยากมาอยู่ตรงนี้เยอะมากแต่ว่าเขาไม่มีโอกาส เราได้โอกาสโดยที่ไม่ได้ออกไปไขว่คว้า แต่ถามว่าเรารับผิดชอบไหม รับผิดชอบอย่างดีนะคะ แต่ว่าเราไม่ได้เห็นคุณค่ามากพอ เมื่อเดินมาเจอกับพายุลูกใหญ่เลยทำให้เราทิ้งมันไปง่ายๆ โดยที่ไม่ได้เดือดร้อน ไม่ได้เป็นความคิดที่ไม่ต้องสนใจใครนะ แต่ทำไมเราต้องมาทนอยู่เหมือนเป็นถังขยะของคนทั้งประเทศเลย ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ทำด้วยซ้ำ แต่พอเวลามันผ่านไปเรื่อยๆ เราก็จะรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว ที่เรียนรู้เลยอันนี้จริงมากคือน้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือเข้าไปขวาง อันไหนตึงได้หย่อนได้โอเคเราเรียนรู้ จากหน้ามือเป็นหลังมือเลย

ก่อนหน้านี้พื้นฐานแมทเป็นคนค่อนข้างรักษากฎระเบียบจะไม่ทำอะไรที่มันผิดกฎอยู่แล้ว เข้าใจว่าคนอื่นเขาจะไม่ทำ พอคนอื่นเขาทำเราก็จะสู้ทันที มาสิพร้อมชน ถ้าอันไหนไม่ผิดฆ่าแมทให้ตายก็ไม่ยอมรับ แต่ถ้าอันไหนบอกมาผิดจริงเราอยากเปลี่ยนนะ อยากปรับปรุง อยากพัฒนาให้มันดีขึ้น แล้วรู้จักที่จะเรียนรู้กับความทุกข์นี้ ถ้าเรารู้ว่าทุกข์คืออะไรต้องทำความเข้าใจมัน พอเข้าใจแล้วมันจะเป็นเหมือนการดีดนิ้วว่า อ่อ! ก็แค่นี้ หนักก็จริงเราก็ทำได้แค่ยอมรับและเรียนรู้กับมัน ไม่งั้นเราก็จะคือคนที่อยู่ไม่ได้พ่ายแพ้ เครียด ร้องไห้

เคยคิดจะออกจากวงการไหม?
แมท :  คิดทุกปี ตั้งแต่ทำงานแล้วค่ะ เพราะอย่างที่บอกโดยส่วนตัวแมทดิวกับวงการบันเทิงยากมาก คือถามว่าแมทอยู่กองละคร แมทสนุกนะ เล่นละครได้อย่างเดียวอ่ะค่ะอยู่หน้ากล้อง แต่ถ้าจะให้เราต้องมาแบบวางแผนที่จะออกงานยังไง มีข่าวยังงี้ ไม่มีเลยค่ะ

ตอนนี้เป็นโสดไหม?
แมท : โสดค่ะ

แฟนๆ ที่ยังรักและซัพพอร์ตเราให้กำลังใจขนาดไหน?
แมท :  ให้แบบดีมาก ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แมทอยู่รอดได้มาจนถึงทุกวันนี้แฟนๆ ที่ยังรักและเข้าใจเรา ครอบครัวเพื่อนหรือกัลยาณมิตร รุ่นพี่หลายๆท่าน หรือรุ่นน้องหลายๆ คนที่สนิทรอบๆ ข้าง แต่พอเราเจออะไรแบบนี้มา เรารู้สึกเลยว่าเราจะไม่มีวันปล่อยพวกเขาไปให้ลำบาก เขาจะต้องมีแมทอยู่ในชีวิตในยามที่พวกเขาลำบากอยู่แน่ๆ จากนี้ต่อไป เพราะว่ามันเป็นน้ำหล่อเลี้ยงแมทสุดๆ และพี่ๆ ในวงการด้วยเยอะมากที่ส่งข้อความเข้ามา แค่นี้ก็ดีใจแล้วที่มีคนเข้าใจและเชื่อใจเราบ้าง และก็เป็นการคัดคนออกเหมือนกันว่าใครอยู่และใครไม่ได้ไปต่อ ตั้งแต่เกิดมาแมทไม่เคยเลิกคบใครเลยค่ะ แต่ครั้งนี้เรารู้แล้วว่าใครที่เราสามารถจริงกับเขาได้มากน้อยแค่ไหน

เป็นคนติดการมีแฟนไหม?
แมท : เมื่อก่อนค่ะ ใช่ ก็ไม่เคยไม่มีแฟนมาโดยตลอดเลยค่ะ สันนิษฐานนะอาจจะเป็นเพราะว่าเป็นเด็กมีปัญหาขาดความรัก เพราะว่าไม่ได้อยู่กับป๊ะป๋าไงคะ เพราะเขาทำงานอยู่ต่างประเทศนานๆ เจอกันที ถามว่าอยู่คนเดียวได้ไหมอยู่ได้ แต่ว่าชอบที่จะมีคนไว้ดูแลกันและกันมากกว่า

แล้วชอบผู้ชายที่นิสัยเหมือนป๊ะป๋าไหม?
แมท : ใช่ค่ะ ชอบแบบนั้น แมทไม่ได้ชอบแบบ Bad Boy เลย แต่ทุกคนชอบบอกว่าแมทชอบ Bad Boy สเป็กจริงๆ ของแมทเลยต้องเป็นคนสุภาพ ต้องเป็นคนที่สะอาด ต้องฉลาด ต้องเก่ง เป็นผู้นำเราได้ (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว แค่ขอแบบอยู่ด้วยแล้วเข้าใจกันและกันก็พอ แต่ก่อนหน้านี้เป็นอย่างงั้นเป็นคนจู้จี้จุกจิก เจ้าระเบียบ ต้องอย่างงี้ต้องอย่างงั้น

คนที่คบกับคุณเขาบอกว่าคุณเยอะไหม?
แมท : เขาไม่ได้บอกว่าเยอะ แต่เขาจะบอกว่าขี้บ่น (หัวเราะ)

‘นิพนธ์’ ยัน!! ‘วสันต์’ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ทนาย ว่าความคดี ป.ป.ช. ฟ้องฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่

ข่าวลอยลมปั่นกระแสผิด ๆ ทำเอา ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องออกมาตอบโต้ว่า ‘นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์’ ถอนตัวจากการเป็นทนายความคดีที่ตนตกเป็นผู้ต้องหาคดีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฟ้องฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ กรณีไม่ตั้งเรื่องเบิกจ่ายค่ารถอเนกประสงค์ ในการซ่อมบำรุงทางขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) 

นิพนธ์ กล่าวยืนยันหนักแน่นว่า “วสันต์ไม่ได้ถอนตัวจากการเป็นทนายความในคดีนี้แน่นอน วันนี้คุณวสันต์ยังมาศาล และยังขึ้นว่าความอยู่ตามปกติ เป็นเจตนาของคนเขียน ที่ต้องการทำลายกันทางการเมือง เวลานี้ผมทำงานการเมืองก็มีคู่แข่งเยอะ บางคนเจตนาร้าย ต้องการทำลายกัน แต่ข้อเท็จจริงมี พิสูจน์กันได้”

วันนี้ ศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดสืบพยานทั้งโจทก์และจำเลย เป็นการนัดสืบพยานต่อเนื่อง 3 วัน (อังคาร-พุธ-พฤหัสบดี) และเป็นการนัดสืบพยานนัดสุดท้ายแล้ว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวก็ได้รายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นต้นมานายวสันต์ ได้เดินทางไปยังศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และขึ้นว่าความด้วยตัวเอง ซักพยานด้วยตัวเองตลอด ส่วนข่าวที่บอกว่า ‘วสันต์’ ถอนตัวเป็น fake news (ข่าวปลอม) หรือเรียกง่ายๆ ว่า โกหกทั้งเพ!!


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top