Friday, 31 July 2026
TheStatesTimes

‘เอมี่’ เม้าท์ ‘ซี ศิวัฒน์’ ขึ้นชื่อเรื่องความเป๊ะสุดๆ ออกงานหนึ่งครั้ง จ้างช่างแต่งหน้าทำผมถึง 4 คน

(7 ก.ค. 66) รายการ ‘กินลีอยู่ลี’ โดยหนุ่ม ‘ลี ฐานัฐพ์’ พามาพบกับพี่สาวคนสนิท ‘เอมี่ กลิ่นประทุม’ ชวนมาคุยเรื่องราวชีวิตที่ทั้งขำทั้งฮา และเม้าท์มอยวีรกรรมสุดแสบของคุณสามีสุดที่รัก ‘ซี ศิวัฒน์’ เรื่องความเป๊ะแบบสุด ๆ ทั้งหน้าทั้งทรงผมต้องหล่อพร้อมเสมอ ถึงขนาดใช้ช่างหน้าช่างผมถึง 4 คน พร้อมเผยถึงชีวิตที่เป็นคนปล่อยวางอะไรยากมาก

>>เคล็ดลับวิธีครองรักกัน ?

เอมี่: คือคนอาจเห็นว่าเราจิกกัดด่ากัน แต่จริง ๆ เวลาเราอยู่ด้วยกันที่บ้าน เอาจริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นขนาดนั้นหรอก อาจจะด้วยความที่พื้นฐานเป็นเพื่อนกัน ตั้งแต่ก่อนคบกันคือเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว แล้วยิ่งนานเข้ามันก็เป็นตัวของตัวเองสุด ๆ มันไม่ต้องแอ๊บ แต่เวลาทำรายการเราก็อยากให้มันตลกโบ๊ะบ๊ะ

>>แต่เห็นว่า พี่ซี เขาให้รางวัลพี่เอมี่ ‘สุราอวอร์ด’ มันเป็นยังไง ?

เอมี่: เดี๋ยวนี้นางไปออกรายการอะไรก็คือแบบชอบเม้าท์เรื่องการปาร์ตี้ของฉัน ซึ่งเราก็ไม่ได้เป็นคนปาร์ตี้หนัก กินแค่นิด ๆ หน่อย ๆ (หัวเราะ) คือแบบเราเป็นคนติดเพื่อน ติดความสนุก

>>ได้ข่าวว่าปีนโต๊ะด้วย พีกสุด ๆ ทำอะไรนอกจากนอนกรนที่พี่ซีบอก?

เอมี่: ว๊าย! ฉันโกรธมากเรื่องนี้ เรื่องกินเหล้าไม่ค่อยเท่าไหร่ หาว่าฉันกรน หลังไมค์นี่คือแบบถ้าทำอีกทีหนึ่งนะ โกรธมาก เพราะว่าซีเป็นผู้ชายที่นอนนิ่งมาก

>>เผาคุณสามีเรื่องความเป๊ะแบบสุดๆ ?

เอมี่: เวลาเราจะไปทำงานใช่ไหม ปกติเอมี่กับซีถ้าทำงานด้วยกัน ช่าง 1 คู่ แล้วก็ทำด้วยกัน คือช่างหน้า 1 คน ช่างผม 1 คน แล้วก็แบ่งกันสามีภรรยา แต่เขาเป็นคนแบบอันนั้นอันนี้ ผมเขาต้องเป็นแบบเป๊ะ ๆ จนเราก็ต้องแยกช่าง ทีนี้คือจะไปไหนที 2 คนผัวเมียใช้ช่าง 4 คน ช่างผม 2 คน ช่างหน้า 2 คนอะไรอย่างนี้ เพราะว่าด้วยเขาเป็นคนเยอะ แล้วก็ไม่ใช่ช่างผมที่ไหนก็ได้ที่จะมาทำผมเขา บางงานที่แบบไม่ได้มีอะไรเลย ไม่ใช่งานยิ่งใหญ่อะไรก็ต้องมีช่างหน้าช่างผม บางทีเราไม่แต่งหน้าแบบปัดคิ้วเองก็ได้นิด ๆ หน่อย ๆ หันไป เอ้า! ทำไมสามีมีช่างหน้าช่างผมมา เยอะกว่าเราอีก หลัง ๆ เราก็เลยต้องจ้างช่างหน้าช่างผมตลอด ไอ้บทจะไม่แต่งก็ไม่แต่งอะไรเลยอยู่ดี ๆ ก็เดินเข้ารายการ คือแบบตาโบ๋ดำอะไรอย่างนี้ เป็นความขัดแย้งกับตัวเองแบบสุด ๆ แล้วอ่ะ 

>>มีเรื่องเครียดอะไรในชีวิตบ้างไหม ?

เอมี่: มี เป็นคนปล่อยวางอะไรในชีวิตยากนะ ถึงชอบอยู่กับเพื่อนอยู่กับอะไร มันจะเป็นการคลายเครียด คืออยู่คนเดียวแล้วบางทีมันคิดอะไรค่อนข้างเยอะ หรือว่าวันไหนที่เราทำงานเยอะ ๆ แล้วเราเหนื่อย การที่ไปนั่งคุยกับเพื่อนนี่คือผ่อนคลาย ช่วงไหนที่เราเครียดเรื่องงาน มีปัญหาครอบครัว หรืออะไรก็แล้วแต่ถ้าเราไปนั่งกับเพื่อนก็จะหายเลย แต่ถ้าเครียดแล้วอยู่คนเดียวก็จะออกกำลังกาย วันไหนที่อารมณ์ไม่ดีจะออกกำลังกายได้นานมาก

วิทยา แก้วภราดัย เผย ไม่ใช่แค่เรื่อง ม.112 แต่ยังมีเรื่องแยกดินแดน เปลี่ยนวันชาติ หลายเรื่องเรารับไม่ได้ ประชาชนก็รับไม่ได้ เราจึงทำหน้าที่สะท้อนแทนประชาชน

"ไม่ใช่แค่เรื่อง ม.112 แต่ยังมีเรื่องแยกดินแดน เปลี่ยนวันชาติ หลายเรื่องเรารับไม่ได้ ประชาชนก็รับไม่ได้ เราจึงทำหน้าที่สะท้อนแทนประชาชน"

วิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภาฯ เมื่อวันที่ 4 ก.ค.66

‘ก้าวไกล’ ยืนยันเจตนารมณ์!! ไม่ลดเพดานแก้ ม.112 เชื่อ ส.ว.หนุน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ ให้โอกาสประเทศเดินหน้า

‘ชัยธวัช’ ชี้แค่ ส.ว.บางราย ไม่เอา ‘พิธา’ ลั่นสิ่งที่เป็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เห็น มองบวก ‘สภาสูง’ ส่วนใหญ่ให้โอกาสเดินหน้าประเทศ เมินลดเพดานแก้ 112 ไม่ห้ามม็อบเคลื่อนไหว

(7 ก.ค. 66) ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีเสียงของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เริ่มชัดเจนไม่สนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะเงื่อนไขการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ยังเป็นแค่ความเห็นของ ส.ว.เพียงบางราย ส.ว.ส่วนใหญ่ยังไม่ได้แสดงออกอะไร คิดว่าจะแสดงออกทีเดียวในวันโหวตนายกฯ 13 ก.ค.นี้ ดังนั้น อย่าเพิ่งประเมินสถานการณ์จากที่เห็น สิ่งที่เป็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เห็นก็ได้ ยังมั่นใจว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี และมั่นใจในวิจารณญาณของ ส.ว.ว่าอยากจะเห็นประเทศชาติเดินหน้าอย่างไร การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนได้แสดงออกต้องการคืนความเป็นปกติของระบอบประชาธิปไตยไทย ยังเชื่อมั่นใน ส.ว.จำนวนมากว่าจะให้โอกาสนี้กับประเทศไทย

เมื่อถามว่า แสดงว่าอีก 60 กว่าเสียง ที่เหลือจะมาจาก ส.ว. ทั้งหมด หรือจะมีการเจรจากับฝ่าย ส.ส. ด้วย นายชัยธวัช กล่าวว่า ทาง ส.ส. โดยเฉพาะพรรคที่เราไม่ได้ชวนมาร่วมรัฐบาลก็คงเป็นสิทธิของแต่ละคน แต่เชื่อว่าจะมี ส.ส.หลาย ๆ คน ใช้จุดยืนตัวเอง หรือใช้สถานะความเป็น ส.ส. ปกป้องรักษาระบบไว้ให้ได้ในสถานการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ส่วนจะมีการเจรจาถอยบางเรื่องเพื่อให้ ส.ว. เห็นใจมาสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกฯ นั้น คงเป็นการเน้นพูดคุยทำความเข้าใจมากกว่า ส.ว.ส่วนใหญ่อาจรับรู้ข้อมูลจากสื่อมวลชนซึ่งบางครั้งอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไม่ลดเพดานมาตรา 112 ตามที่ ส.ว.ให้คำแนะนำมาหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าลดเพดานหมายถึงอะไร ที่ผ่านมาเราพยายามอธิบายว่าเจตนารมณ์ของเราเป็นอย่างไร เรามองเห็นปัญหาอย่างไร เราคิดว่าแนวทางแบบนี้ดีต่อระบอบประชาธิปไตย และสถาบันพระมหากษัตริย์มากกว่า

เมื่อถามย้ำว่า ยังยืนยันที่จะแก้ไขมาตรา 112 แม้จะมีคำทักท้วงจาก ส.ว.เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ยังมั่นใจว่าถ้าได้อธิบายเหตุผล จะมีความเข้าใจมากขึ้น เราต้องอธิบายเหตุผลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเวลาที่เหลือ เวทีสำหรับสื่อมวลชนในสัปดาห์หน้าจะมีความสำคัญกับประชาชน และสังคมในการสะท้อนไปยัง ส.ว. ซึ่งในวันนี้จะมีการหารือกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฏร เกี่ยวกับกระบวนการแสดงวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกฯ ที่ถูกเสนอก่อนโหวต จะมีเวลาแสดงวิสัยทัศน์อย่างไร เป็นไปได้หรือไม่นอกจากการแสดงวิสัยทัศน์แล้ว จะมีการเปิดให้ ส.ส.-ส.ว.อภิปรายซักถามแคนดิเดตนายกฯ ที่ถูกเสนอชื่ออย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนที่สุดก่อนลงมติ แต่คงรอต้องหารือกับประธานสภาฯ ก่อนว่าจะได้ข้อสรุปอย่างไร

ส่วนที่มีการวิเคราะห์กันว่าถ้าฟังจากเสียง ส.ว.การโหวตเลือกนายพิธาครั้งแรกอาจจะไม่ผ่านนั้น นายชัยธวัช กล่าวย้ำว่า อย่างที่บอกไป สิ่งที่เป็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เห็น ยืนยันว่าหากโหวตนายพิธาไม่ผ่านในวันที่ 13 ก.ค. จะเสนอชื่อนายพิธาเพื่อโหวตอีกในวันที่ 19 ก.ค. แน่นอน แต่ยังเชื่อว่าจะโหวตจบในครั้งเดียว และไม่กังวลหากมีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ มาแข่ง เพราะเป็นปกติในระบบรัฐสภา ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เชื่อว่า ส.ว.จะไม่สนับสนุนการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ส่วนจะต้องโหวตกี่ครั้งนั้น อย่าเพิ่งไปสรุปเป็นตัวเลข ต้องดูสถานการณ์ที่เป็นจริง และอย่าเพิ่งตัดว่าจะต้องโหวตจบในครั้งเดียวออกไป

“ยังบอกไม่ได้ว่าจะมีเสียง ส.ว.สนับสนุนเท่าไร ส.ว.ส่วนใหญ่จะไม่ได้ออกมาบอกว่าคิดเห็นอย่างไรกันแน่ มีเพียง ส.ว.เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ออกมาให้ความเห็น ผมยังเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ยังเงียบอยู่จะเป็นสิ่งที่เปิดโอกาสให้ประเทศได้คืนความเป็นประชาธิปไตยให้ระบบการเมืองไทย และเดินหน้าไปตามกระบวนการ” นายชัยธวัช ระบุ

เมื่อถามว่าเสียงที่เงียบอย่าง ส.ว.สายทหาร ที่มีแนวโน้มแน่นอนว่าจะไม่สนับสนุนนายพิธา นายชัยธวัช กล่าวว่า อย่าเพิ่งดูถูกอาชีพทหาร ตนคิดว่าทหารจำนวนมาก มีความหวังดีกับประเทศชาติ ซึ่งก็ได้มีโอกาสพูดคุยทำความเข้าใจกับ ส.ว.สายทหาร เราทำทุกวันทั้ง ส.ว.สายทหาร ตำรวจ พลเรือน ข้าราชการ ทำเต็มที่ที่สุดจนถึงวันสุดท้าย เชื่อว่ามีสิทธิ์ที่จะได้เห็นแสงสว่าง ชีวิตต้องมีความหวัง

ส่วนกังวลหรือไม่ หากมีการเสนอแคนดิเดตนายกฯ จากฝ่ายประชาธิปไตย อย่างพรรคเพื่อไทยขึ้นมาแข่งนั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า ขณะนี้มีแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียว อย่าเพิ่งพูดไปขนาดนั้น

เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลเตรียมออกมาเคลื่อนไหว จะมีการส่งสัญญาณใดหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า อย่าเพิ่งบอกว่ามาสนับสนุนพรรคก้าวไกล ตนก็เห็นว่าทางกลุ่มผู้ชุมนุมเปิดให้มีการโหวตแสดงเจตจำนงของประชาชนที่ลงคะแนนเสียงว่าให้เคารพผลการเลือกตั้งเป็นสำคัญ ประเด็นคือต้องการให้ทุกฝ่ายปกป้องระบบ ไม่ใช่ตัวบุคคลหรือพรรคการเมืองใด ส่วนจะแสดงออกอย่างไร ตนไม่ทราบ หวังว่าจะแสดงออกอย่างสงบไม่ว่าจะฝ่ายไหน เพราะเราไม่ต้องการเห็นความรุนแรง ทางประธานสภาฯ ก็ได้กำชับเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย

“แน่นอนว่าหากกระบวนการเลือกนายกฯ ล่าช้า การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำปีในช่วงเดือน ต.ค. การพิจารณางบประมาณประจำปี และนโยบายเร่งด่วนต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ การลงทุนจะชะลอ และเกิดผลกระทบไปหมด ดังนั้นจบเร็วมากเท่าไหร่ยิ่งดี และจบแบบเคารพผลการเลือกตั้งเร็วที่สุด ให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพ” นายชัยธวัช ระบุ

เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยังกล่าวถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบจริยธรรม น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ในสภาฯหรือไม่ว่า ตนอยู่ในแถวเดียวกับ น.ส.ศิริกัญญา ซึ่ง น.ส.ศิริกัญญาก็ปฏิญาณตนตามปกติ เพียงแต่อาจจะหันมาบ้าง เข้าใจว่า น.ส.ศิริกัญญาคิดว่าสมาชิกทุกคนจะพูดตามประธานทีละประโยค แต่พอพูดชื่อตัวเองแล้วก็พูดยาวไปเลย โดยไม่ได้รอประธาน จึงคิดว่าทำไมไม่รอ ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าเป็นสาระสำคัญอะไร และไม่เป็นประเด็นทางข้อกฎหมาย จริงๆ การปฏิญาณตนของนายกฯ ที่ไม่ตรงตามรัฐธรรมนูญสำคัญกว่า อย่างที่เกิดขึ้นในปี 2562 เรื่องใหญ่กว่า ไม่ทราบว่านักร้องหายไปไหน และเรื่องนี้คงไม่ถูกนำไปเป็นไปเด็นเชื่อมโยงเรื่องสถาบันฯ ให้กระทบกับการโหวตนายพิธาเป็นนายกฯ เพราะไม่เกี่ยวกัน เป็นการปฏิญาณตนของ ส.ส.ต่อสภาฯ

เมื่อถามว่า หากพรรคก้าวไกลยอมถอยเรื่องการแก้ไขมาตรา112 ส.ว.น่าจะมีข้ออ้างอื่นที่จะไม่สนับสนุนนายพิธาเป็นนายกฯ หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า แน่นอน คนไม่เลือกก็ไม่เลือกอยู่แล้ว ถามย้ำว่า ส.ว.มีธงในการโหวตอยู่แล้วใช่หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า มี ส.ว.บางคนเท่านั้นที่มีธงอยู่แล้ว

เผยกิจวัตร 'เศรษฐีวัย 45' ช่วยสตาฟร่างกายไว้แค่ 18 ถ่ายเลือดจากลูกชายและกินมื้อสุดท้ายของวันไม่เกิน 11 โมง

(7 ก.ค. 66) ไวรัลชาวโลก ‘ไบรอัน จอห์นสัน’ เศรษฐีวัย 45 ปี ที่มีร่างกายเหมือนเด็กอายุ 18 ปี ด้วยวิธีการอันสุดโต่งและราคาสูงถึง 70 ล้านบาทต่อปี

การมีสุขภาพที่ดี หรืออ่อนเยาว์กว่าวัย คงเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนต้องการ หลาย ๆ คนจึงมีวิธีการดูแลสุขภาพของตัวเอง และบางวิธีก็ชวนตะลึงสุด ๆ เช่นที่สำนักข่าว nypost ได้รายงานเรื่องราวของเศรษฐีหนุ่มคนหนึ่ง ที่ดูแลสุขภาพและร่างกายของตัวเองดีมาก ซึ่งต้องจ่ายกว่า 2 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 70 ล้านบาท)

ชายคนนี้ชื่อว่า ‘ไบรอัน จอห์นสัน’ เจ้าพ่อด้านเทคโนโลยี วัย 45 ปี เขาต้องการให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดีอยู่ตลอดเวลา เลยทุ่มเททุกอย่างเพื่อดูแลมัน

เขากลายเป็นที่ฮือฮาในสังคมออนไลน์ หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันสุดโต่งของเขาซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้อวัยวะสำคัญทั้งหมด คือ สมอง ตับ ไต ฟัน ผิวหนัง ผม องคชาต และไส้ตรง ทำงานเหมือนเดิม ในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย ตอนนี้มีสภาพร่างกายเหมือนคนอายุ 18

กิจวัตรประจำวันที่ราคาแพงและสุดโต่งของ ไบรอัน นั้นมีมากมายหลายข้อ แต่ที่คนให้ความฮือฮาและสนใจอย่างมากคือ 1.เขากินอาหารมื้อสุดท้ายของวัน ไม่เกิน 11 โมง และ 2. เขาทำการถ่ายเลือดจากลูกชายวัย 17 ปี

นอกจากนี้ยังมีกิจวัตรอื่น ๆ ได้แก่
-รับประทานอาหารวีแกนที่ให้พลังงานรวม 1,977 แคลอรีต่อวัน
-ดื่มน้ำผักที่ผสมครีเอทีนและคอลลาเจนเปปไทด์
-รับประทานอาหารเสริมมากกว่า 100 รายการต่อวัน
-ออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมง
-กำลังกายแบบเข้มข้น 3 ครั้งต่อสัปดาห์
-เข้านอนเร็ว และตื่นตี 5 ทุกวัน
-แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน บ้วนปากด้วยทีทรีออยล์และเจลต้านอนุมูลอิสระ
-ก่อนนอน จะสวมแว่นตาที่ป้องกันแสงสีน้ำเงินเป็นเวลาสองชั่วโมง
-ตรวจสุขภาพอย่างละเอียดทุกส่วนในทุกเดือน

อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่ดีและควรทำ อาจไม่ต้องทำแบบสุดโต่ง หรือเหมือนกับชายมหาเศรษฐีคนนี้ก็ได้ เพราะร่างกายก็ย่อมเป็นไปตามอายุขัย เราคงไม่สามรถยื้อมันได้ตลอดไป

‘ไอซ์ ปรีชญา’ อัปเดตอาการป่วย หลังวูบหมดสติ พร้อมส่งยิ้มทักทาย สัญญาจะกลับมาดีขึ้นให้ได้ไวๆ

(7 ก.ค. 66) ทำเอาคนแห่ดีใจกันยกใหญ่หลังจาก ‘ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร’ นางเอกดังได้ออกมาเคลื่อนไหวไอจี โพสต์ภาพนอนยิ้มแฉ่ง หลังจากทำเอาใจหายใจคว่ำกันมาก่อนหน้านี้ จากเหตุหมดสติจนต้องหามเข้าไอซียู โดยภาพล่าสุดนี้ เจ้าตัวมาพร้อมแคปชันที่สัญญาว่าจะกลับมาดีขึ้นเร็วๆ นี้

“ขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจให้ไอซ์นะคะ สัญญาว่าจะพยายามกลับมาดีขึ้นให้ได้ไวๆ ขอบคุณจริงๆจากใจนะคะ ไอซ์ได้รู้ว่ามีคนที่รักไอซ์ และชื่นชอบผลงานของไอซ์ ไอซ์จะสู้ต่อไปนะคะ จะรีบกลับมาสร้างความสุขให้ทุกคนนะคะ ทุกคนๆ ที่กำลังท้อ เศร้า หรือ เสียใจ หรือประสบปัญหาอยู่ขอให้เราสู้ไปด้วยกันนะคะ ขอส่งความรักกลับไปนะคะ ❤️🙏🏻🥹🫱🏻‍🫲🏽✌🏻”

นอกจากนี้ คนในวงการบันเทิงต่างเข้าไปคอมเมนต์ส่งกำลังใจ และดีใจที่ได้เห็นนางเอกสาวกลับมายิ้มได้อีกครั้ง หลังจากที่เจอปัญหารุมเร้าชีวิตอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา

‘สิงโต สหรัฐต์’ ขอพรพระเสริมกำลังให้ง้อแฟนหนุ่มสำเร็จ ลั่น!! รักคนนี้มาก เพราะเป็นแฟนคนแรกที่ยอมเปิดตัวกับทุกคน

(7 ก.ค. 66) เป็นเรื่องราวที่ทำเอาแฟนคลับแอบฟินไม่น้อยเมื่อ นายสหรัฐต์ หิรัญญ์ธนภูวดล หรือ ‘สิงโต’ เปิดตัวแฟนหนุ่มของเขาเมื่อไม่นานมานี้…

ล่าสุดแฟนคลับได้ร่วมส่งกำลังใจให้หนุ่ม ‘สิงโต สหรัฐต์’ กันใหญ่ เมื่อสิงโตได้ประกาศง้อแฟนหนุ่มผ่านโซเชียลโดยโพสต์ภาพรวมโมเมนต์แสนหวานพร้อมกับข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า…

“I Hope On God ขอบุญกุศลหนุนนำให้ลูกง้อแฟนสำเร็จด้วยครับ… ยังไม่เคยง้อเพื่อนหรือแฟนขนาดนี้… สงสัยผมคงรักแฟนคนนี้มากจริงๆ… แฟนคนแรกที่ผมยอมเปิดตัวกับทุกคน #ซิงรักคิมนะครับที่รัก Support Always Mylove @an_ordinary_kim USKRFI”

‘พงษ์ภาณุ’ แนะดู ‘อินเดีย’ เป็นแบบอย่าง หลังผงาดทาบรัศมีมหาอำนาจโลก

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ฮิโรชิมะ ประเทศญี่ปุ่น อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ได้ให้มุมมองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก ผ่านรายการ ‘NAVY TIME เรื่องดี ๆ ประเทศไทยยามเช้า’ ออกอากาศช่วงเช้า เวลา 07.00- 08.00 น. ทางสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือวังนันทอุทยาน (ส.ทร.วังนันทอุทยาน) FM93 เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 66 โดยระบุว่า ในความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลก อินเดียได้กลายเป็นประเทศที่เนื้อหอมที่สุดในสายตามหาอำนาจของโลก สัปดาห์ที่ผ่านมาประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐ อเมริกา ได้เชิญนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดีมาเยือนสหรัฐฯ แบบ state visit และกล่าวปาฐกถาในการประชุมร่วมของสภาคองเกรสอีกด้วย ถือเป็นเกียรติอย่างสูงที่ผู้นำประเทศน้อยคนจะได้รับ

ประเทศไทย สามารถเรียนรู้จากความสำเร็จของอินเดียได้ในหลายมิติ อินเดียภายใต้ผู้นำ นเรนทรา โมดี ได้มีเศรษฐกิจที่เจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน จนปัจจุบันมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างรวดเร็วและทั่วถึง การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ปัจจุบันคนเชื้อสายอินเดียที่อาศัยอยู่นอกประเทศประสบความสำเร็จก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำรัฐบาลและธุรกิจสำคัญหลายแห่ง

นโยบายการทูตและการต่างประเทศที่มีความสมดุล (Balance) เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้อินเดียได้ประโยชน์จากโอกาสทางเศรษฐกิจที่เปิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์และขั้วอำนาจโลก อินเดียเริ่มเอนเอียงเข้าหาสหรัฐฯและตะวันตกมากขึ้น หลังจากอิงรัสเซียมาตลอดหลังได้อิสรภาพ ด้วยเล็งเห็นโอกาสจาก Global Supply Chains ที่กำลังกระจายออกจากจีน และจากภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งกำลังเปลี่ยนโฉมอย่างมีนัยสำคัญ ย่างก้าวของอินเดียอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าอำนาจเก่าในรัสเซียกำลังถดถอยลง

พร้อมกันนี้ นายพงษ์ภาณุ ยังแนะด้วยว่า ควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เหตุค่าเงินเยนของญี่ปุ่นได้ตกต่ำมาเป็นระยะหนึ่งและยังไม่มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัว อีกทั้งยังไม่มีสัญญาณใดที่บ่งบอกว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากกลัวว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะกลับเข้าสู่ภาวะตกต่ำอีก ผลจากค่าเงินเยนตกต่ำทำให้ดุลการท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ วันนี้คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นมากกว่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่มาเมืองไทยแล้ว การค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศก็กำลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงด้วย

กางเต็นท์นอน ที่ 'สวนลุงพร คลองมะเดื่อ' แช่น้ำชุ่มฉ่ำ ดึ่มด่ำธรรมชาติสุดแสนชิล

'น้ำตกคลองมะเดื่อ' จังหวัดนครนายก หนึ่งในพิกัดแห่งน้ำใสไหลเย็น ที่นอกจากจะมีไว้รอรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย ได้ลงไปแช่น้ำเล่นผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการทำงานแล้ว ยังเหมาะแก่การไปพักผ่อนกางเต็นท์เป็นอย่างมาก ว่าแล้ว THE STATES TIMES ก็ขอพาทุกท่าน ไปหาจุดเที่ยวและพักที่ ลานกางเต็นท์ สวนลุงพร คลองมะเดื่อ จังหวัดนครนายก ซึ่งดีงามมากๆ สำหรับสายลุย

ลานกางเต็นท์ สวนลุงพร คลองมะเดื่อ เปิดให้บริการลานกางเต็นท์ โดยคิดค่าบริการแค่เพียง 50 บาทต่อคน หรือจะเช่าเต็นท์ ก็คิดค่าบริการ 800 บาท (นอนได้ 4 คน) และ 300 บาท (นอนได้ 2 คน) ซึ่งถือว่าราคานี้ถูกมาก เมื่อเทียบกับธรรมชาติที่จะได้เข้าไปสัมผัสดื่มด่ำ 

อ้อ!! สามารถนำอาหารเข้าไปได้ ประกอบอาหารเองได้ แต่ก็มีร้านค้า ร้านอาหารไว้คอยบริการสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก ส่วนที่จอดรถก็มีมากมายสะดวกสบายแน่นอน

ในช่วงสุดสัปดาห์นี้หากใครกำลังมองหาลานกางเต็นท์และสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพฯ ก็ลองแวะไปกันได้

ธรรมะประจำวันวันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม 2566

‘คนฉลาด’
ไม่ใช่แค่ ‘ฉลาดพูด’ เท่านั้น
ต้องรู้จัก ‘นิ่งอย่างมีสติ’ ให้เป็นด้วย
ต้องรู้ใน ‘สิ่งที่ไม่ควรพูด’
ให้มากยิ่งกว่า ‘สิ่งที่ควรพูด’

-พุทธทาสภิกขุ-

‘แหลมกระทิง’ อันซีนภูเก็ต วิวสวย ลมเย็น ที่สุดแห่งการ 'ชมพระอาทิตย์' ตกดิน

‘ภูเก็ต’ ดินแดนแห่งท้องทะเล ที่เป็นดั่งไข่มุกของทะเลอันดามัน จังหวัดนี้มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ เกาะแก่งและชายหาดต่าง ๆ หรือจะเป็นตึก อาคารสวย ๆ สุดคลาสสิคในเมืองภูเก็ต และวันนี้ THE STATES TIMES ก็จะขอพาทุกท่านไปที่ จุดชมวิวลับสุดอันซีนของเมืองภูเก็ตที่มีชื่อว่า ‘แหลมกระทิง’

แหลมกระทิงแห่งนี้เป็นจุดชมวิวที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความแปลกใหม่ของทัศนียภาพและสภาพแวดล้อมโดยรอบ โดยตลอดเส้นทางเดินนั้นจะเป็นทุ่งหญ้าที่ขึ้นจับกลุ่มกันเป็นพุ่มๆ ดูงดงามไปอีกแบบและหาชมได้ยาก หลายๆ คนมักจะมาถ่ายรูปเล่นกันในทุ่งหญ้าแห่งนี้ 

ไฮไลท์ที่ต้องมาปักหมุดเรียกกันว่า 'หินเรือใบ' ด้วยรูปร่างที่คล้ายเรือใบ ก็ต้องมีภาพคู่พร้อมกับวิวสวยๆ บรรยากาศดีๆ ลมเย็นๆ นั่งชมทะเลช่วงพระอาทิตย์ตกดิน นับว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งไม่แพ้แหลมพรหมเทพ คุ้มค่ากับการเดินทางไกลมาชม ยิ่งในวันไหนที่แดดดีๆ น้ำทะเลบริเวณแหลมกระทิงจะเปลี่ยนกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม เป็นภาพบรรยากาศที่สวยงามมาก

การเดินทางมานั้น ก็ไม่ใช่เรื่องยาก สามารถขับรถมาจอดได้ที่ บริเวณหาดในหาน มีที่จอดรถกว้างขวาง เมื่อจอดรถแล้วก็เดินเท้าต่อไปประมาณ 1 กิโลเมตร (20 นาที) จนถึงรั้วของบ้านกระทิงรีสอร์ท เมื่อถึงชายหาดแล้วเดินเลาะโขดหินไปเรื่อยๆ จะเริ่มขึ้นสู่ทางเดินเลียบหน้าผาอีกประมาณ 300-400 เมตร ใช้เวลาเดินอีกประมาณ 30-50 นาที ก็จะถึงแหลมกระทิง 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top