Saturday, 1 August 2026
TheStatesTimes

บก.ตม.3 รวบ โอปป้า Overstay หนีหมายจับทำเว็บพนัน มากบดานอยู่ในประเทศไทย

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.4,พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.ศท.ตม.ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.พิสิษฐ์  ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐพงษ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้

 1. บก.ตม.3 รวบ โอปป้า Overstay หนีหมายจับทำเว็บพนัน มากบดานอยู่ในประเทศไทย
บก.ตม.3 จับกุมนายคิม (นามสมมติ) สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 35 ปี ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) จำนวน 1,582 วัน

พฤติการณ์กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ออกสืบสวนปราบปราม ตรวจสอบคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ในพื้นที่ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี พบผู้ต้องหามีท่าทางพิรุธ จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบ และได้ตรวจสอบข้อมูลในระบบสารสนเทศ ตม. จากการตรวจสอบทราบชื่อ นายคิม  อายุ 35 ปี สัญชาติเกาหลีใต้

 เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2561 ได้รับการตรวจลงตราประเภท ผ.ผ.90 ครบกำหนดอนุญาต 31 ม.ค.2562 ซึ่งอยู่เกินกำหนดอนุญาตแล้ว จำนวน 1,582 วัน จากการตรวจสอบข้อมูล ยังพบว่า นายคิม เป็นผู้ต้องหาตามหมายแดง (Red Notice) ขององค์กรตำรวจสากล (Interpol) ที่สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ต้องการตัว ในข้อหาร่วมกับผู้สมรู้ร่วมคิด จัดให้มี การเล่นการพนันออนไลน์ ซึ่งมีเงินหมุนเวียน 5,919,442,923 วอน (163 ล้านบาท) ซึ่งสำหรับทางสาธารณรัฐ

เกาหลีนั้นเป็นความผิดตามกฎหมายด้านการส่งเสริมกีฬา ที่วางโทษไว้เป็นโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 70 ล้านวอน จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาและแจ้งข้อกล่าวหา ในความผิดฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บก.สส.สตม. ร่วมกับ ป.ป.ส. รวบ 2 หนุ่มเมืองโสม หนีคดียาเสพติดซุกอยู่ไทย

บก.สส.สตม. จับกุมนายนัม (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี และ นายจัง (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)

พฤติการณ์กล่าวคือ สำนักงานอัยการสูงสุด สาธารณรัฐเกาหลี ได้ประสานมายัง ป.ป.ส. และ บก.สส.สตม. ขอความร่วมมือ ให้สืบสวนติดตามตัว นายนัม (นามสมมติ) และนายจัง (นามสมมติ) ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐเกาหลี กระทำความผิดฐานลักลอบนำเข้ายาเสพติด หลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย กลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีพฤติกรรมกระทำผิด คือ เมื่อประมาณต้นเดือน มีนาคม 2566 เจ้าหน้าที่ศุลกากรอินชอน สาธารณรัฐเกาหลี ตรวจพัสดุ EMS พบยาไอซ์ น้ำหนักรวมประมาณ 172.18 กรัมมูลค่า 17,218,000 วอน (ประมาณ 460,000 บาท) จึงนำส่งสำนักงานอัยการสูงสุดสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อดำเนินคดี จากนั้นขยายผลและสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้จำนวน 3 คน จากการสอบสวนพบว่า

ผู้จัดหายาเสพติดดังกล่าวอยู่ในประเทศไทยคือ นายนัม และ นายจัง และชื่อที่จ่าหน้าบนพัสดุดังกล่าวคือ นายจัง สำนักงานอัยการสูงสุด จึงขอหมายจับบุคคลทั้งสอง

บก.สส.สตม. จึงได้สืบค้นข้อมูลในระบบสารสนเทศ ตม. พบว่านายนัม เดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 ก.พ.66  ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา ประเภท ผ.ผ.90 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 12 พ.ค.66 ส่วนนายจังเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.65 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราช อาณาจักรถึงวันที่ 17 ก.ย.65 ปัจจุบันทั้งสองคน อยู่โดยการอนุญาตสิ้นสุดแล้ว (Overstay) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม

จึงได้สืบสวนติดตามตัว จนกระทั้งทราบว่า ทั้งสองคนเข้าพักอาศัยในย่านถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง กรุงเทพฯ จึงได้ไปประสานขอเข้าตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ นายนัม และนายจัง ทั้งสองคน และได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าการอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรไทยได้สิ้นสุดลงแล้ว จึงได้แจ้งข้อหา เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่ง พงส.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

‘สมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม’ แถลง ไม่เกี่ยวข้องการทำประชามติ ค้านรัฐดำเนินคดี พร้อมเตือน นศ. ให้เลือกประเด็นที่ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย

สมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม ออกแถลงการณ์ชี้แจงปม “ประชามติเอกราชตั้งรัฐปัตตานี” ย้ำเป็นแค่การจำลองทำประชามติ ไม่ใช่ทำจริง อ้างเป็นกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นพื้นที่เสรีภาพทางวิชาการ ค้านรัฐดำเนินคดีนักศึกษา แต่ออกตัวสมาคมฯไม่เกี่ยวข้อง แนะจับเข่าคุยทำความเข้าใจแบบไร้อคติ พร้อมเรียกร้องนักศีกษามุสลิมเลือกประเด็นเคลื่อนไหวที่ไม่ขัดกฎหมาย


สมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม หรือ ส.น.ท.ออกเอกสารแถลงการณ์ กรณีการจัดจำลองการทำประชามติสอบถามความเห็นสิทธิการกำหนดชะตากรรมตนเอง ขององค์กรขบวนนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Kebangsaan Patani )

เนื้อหาของแถลงการณ์ระบุว่า สืบเนื่องจากกิจกรรมการเปิดตัวองค์กรขบวนนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Kebangsaan Patani ) เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่ผ่านมา โดยภายในงานมีการจัดจำลองการทำประชามติ สอบถามความเห็นสิทธิการกำหนดชะตากรรมตนเอง (the rights of self – determination) คือหลักที่ว่าด้วยสิทธิของประชาชนในการมีอิสระที่จะตัดสินใจเลือกสถานะทางการเมืองของตนเอง และกำหนดรูปแบบของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของพวกเขาเอง

กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่เสรีภาพทางวิชาการ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยในการแสดงความคิดเห็น การพูด การจํากัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน เสรีภาพทางวิชาการย่อมได้รับความคุ้มครอง แต่การใช้เสรีภาพนั้นต้องไม่ขัดต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และต้องเคารพและไม่ปิดกั้นความเห็นต่างของบุคคลอื่น

กิจกรรมทางวิชาการดังกล่าวเป็นประเด็นที่เกิดข้อถกเถียงในสังคมวงกว้างเกี่ยวกับคำแถลงการณ์ของขบวนนักศึกษาแห่งชาติ และการทำประชามติ ซึ่งเป็นประเด็นที่ค่อนข้างอ่อนไหวต่อความรู้สึกของสังคมที่รับทราบผ่านสื่อต่างๆ หรืออาจสื่อความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่ามีความต้องการแบ่งแยกดินแดนหรือการเป็นเอกราชของปาตานี ซึ่งย่อมขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 อันเป็นกฎหมายสูงสุดขอไทยที่มีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ว่าด้วยหมวดที่ 1 บททั่วไป มาตราที่ 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้

อย่างไรก็ตาม การที่หน่วยงานของรัฐจะดำเนินคดีกับขบวนการนักศึกษาแห่งชาตินั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการแสดงออกถึงความคิดเห็นทางวิชาการ การพูดคุยเป็นสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย และกิจกรรมการดังกล่าวนั้น ก็ได้เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยโดยมีภาคส่วนวิชาการเป็นผู้คอยดูแลและให้คำปรึกษาด้วยความรัดกุมและมีสติ

สมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม (ส.น.ท.) ขอเรียนให้ทราบว่าทางสมาคมฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ แต่ทางสมาคมฯ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้โอกาสนี้เพื่อหาทางร่วมพูดคุยหาทางออกและสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นและเชื่อใจระหว่างกันให้เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างเร่งด่วนโดยไร้อคติ ภายใต้ข้อมูล ความรู้ที่ถูกต้องและครอบคลุมจากทุกฝ่าย ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย และ “สันติวิธี”
ท้ายนี้ สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้นิสิตนักศึกษาทุกคนได้ใช้สิทธิเสรีภาพของตนในฐานะพลเมืองไทยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมืองที่ถูกต้อง เหมาะสม ตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยไม่ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เฉกเช่นที่ได้ยึดมั่นมาโดยตลอด

อนึ่ง เป็นที่น่าสังเกตว่า แถลงการณ์ของ ส.น.ท. ออกมาในช่วงเดียวกับที่ นายนัจมุดดีน อูมา อดีต ส.ส.นราธิวาส 4 สมัย ซึ่งเป็นบิดาของประธานขบวนนักศึกษาแห่งชาติ ผู้นำการอ่านแถลงการณ์การทำประชามติเรื่องสิทธิในการกำหนดอนาคตตนเอง เพิ่งออกมาให้ข่าวว่า ทางกลุ่มนักศึกษาในนามของ “ขบวนนักศึกษาแห่งชาติ” จะออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด และพร้อมให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลกับหน่วยงานด้านความมั่นคง จึงไม่แน่ชัดว่า แถลงการณ์ที่นายนัจมุดดีนพูดถึงนั้น เป็นฉบับเดียวกับของ ส.น.ท. หรือคนละฉบับกัน จึงต้องติดตามความเคลื่อนไหวของ “ขบวนนักศึกษาแห่งชาติ” ต่อไป

‘ยิปซี คีรติ’ เล่าประสบการณ์ จากการหักโหม ‘ลดน้ำหนัก’ ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต เพราะเอาความสุขของชีวิต ไปผูกติดกับตัวเลขตาชั่ง

นับเป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่มักจะถูกทักเข้ามาถามไถ่อยู่บ่อยๆ สำหรับ เคล็ดลับการลดน้ำหนัก หรือเทคนิคดูแลรูปร่างให้ฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่ตลอด สำหรับ ยิปซี-คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ นักแสดงสาวมากความสามารถ วัย 35 ปี ที่ยืนหนึ่งเรื่องความแซ่บจนแฟนๆ ต่างยกให้เป็นไอดอล

แต่ใครจะรู้ว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เจ้าตัวเองก็เคยผ่านประสบการณ์เลวร้ายจากการหักโหมลดน้ำหนักมาแล้ว ถึงขนาดส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตเพราะเอาความสุขทั้งชีวิตไปผูกติดกับตัวเลขบนตาชั่ง!?
ซึ่งเรื่องราวที่ว่านี้ ยิปซี คีรติ ได้ตัดสินใจนำมาถ่ายทอดผ่านคลิปวิดีโอบนอินสตาแกรม @gypsykeerati เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายๆ คน พร้อมกับระบุแคปชั่นว่า "ขอฝาก ปสก. ของเราไว้ เป็นอีกทางเลือกนึงเพื่อประกอบการตัดสินใจ ของคนที่กำลังพยายามลดน้ำหนัก / ดูแลตัวเองนะคะ.. ถ้ารู้สึกว่าคลิปนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับใคร ฝากแชร์กันน้า"

"แชร์ประสบการณ์การไดเอทจนกลายเป็นโรคทางจิตค่ะ โอเคทุกคนก็คือยิปอ่ะมีทำคลิปนึงไปก่อนหน้านะคะ ซึ่งเนื้อหาในคลิปนั้นได้มีการเมนชั่นเกี่ยวกับการที่ยิปไม่ชั่งน้ำหนัก ไม่คุมแคล อะไรก็ตามที่เป็นตัวเลขเป๊ะๆ ยิปก็พูดว่ายิปไม่เอา เพราะว่ายิปอ่ะเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีมาก่อน ซึ่งวันนี้ยิปก็จะมาพูดขยายความถึงประสบการณ์นั้นนั่นแหละ

ก็เอ่อ... ทุกคนก็สามารถที่จะไปกูเกิ้ลได้นะคะ คือคือมันเป็นอาการที่เรียกว่า Eating disorder นะคะ มันก็จะมีหลายประเภทมากเลย พวกแบบ Anorexia, Bulimia, Bing eating และเดี๋ยวนี้มันก็คงมีอะไรมาอีกเยอะมาก

ประสบการณ์ส่วนตัวของยิป อันนี้ก็คืออยากจะมาเล่าเพื่อที่จะเรียกว่าให้เป็นทางเลือกในการประกอบการตัดสินใจของคนที่กำลังไดเอท หรือพยายามที่จะดูแลรูปร่างตัวเองอยู่ละกัน

สิ่งที่เราเคยทำก็คือ งดแป้ง งดแบบงด ไม่ใช่ลดนะคะ งดแบบไม่กินแป้งเลย และก็อดข้าวเย็น ก็คือตั้งกฎนั่นแหละค่ะว่าหลัง 6 โมงฉันจะไม่กินอะไรแล้ว คุมแคล เมื่อก่อนตอนวัยรุ่นเคยคุมแล้ว พยายามที่จะแบบวันนึงต้องกินไม่เกิน 800-900 แคล หรือแม้กระทั่งมีช่วงหนึ่งตอนนั้นย้ายไปอยูอเมริกา และก็กลัวมากเพราะว่าแบบของที่อเมริกามีแต่ของอ้วน ชีส พิซซ่า ตอนนั้นก็เลยพยายามกินแต่แอปเปิ้ล และก็ผอมมาก คือป่วยแหละ

ทีนี้ช่วงที่มีอาการทางจิตเป็นยังไง ก็คือเมื่อก่อนยิปจะพยายามอดข้าวเย็น ออกกำลังกายหักโหมแบบหนักๆ คือเรียกได้ว่าเอาแบบเอาอะไรเข้าตัวน้อยที่สุด และก็ออกให้เยอะที่สุด เพื่อที่อยากที่จะชั่งน้ำหนัก ให้ตื่นมาแล้วแบบตัวเลขลดลง

สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นก็คือ จิตเรามันไปจดจ่อเกี่ยวกับว่า 'เฮ้ย วันพรุ่งนี้เช้าที่ฉันจะตื่นขึ้นมาแล้วเหยียบไปบนตาชั่งเลขจะลดลงมั้ย ถ้าฉันพยายามขนาดนี้' อย่างสมมติวันนี้ฉันอดอาหารแบบอย่างดีอ่ะ พรุ่งนี้มันต้องลดลงสิ แต่ทุกคนเชื่อป่ะ บางทีมันไม่ลด และแย่ไปกว่านั้นคือ บางวันข้าวเย็นก็ไม่ได้กิน แต่ตัวเลขมันเพิ่ม

ซึ่งพอมันมาถึงจุดนั้น มันก็เลยกลายเป็นจุดที่เราแบบ... คือเรากลายเป็นประสาทอ่ะ กลายเป็นเครียดมาก และด้วยความที่เราเป็นแบบ Perfectionist คือ คือเราอยากที่จะเอาชนะมัน เราก็เลยคิดไปว่า หรือเราต้องลดอาหารเพิ่ม หรือเราต้องออกกำลังกายเพิ่ม คือตอนนั้นมันแบบ Messed up! ไปหมดเลย แล้วก็นั่นแหละ ก็คือเป็นป่วย

ทั้งเรื่องของการทำอาหารกินเองทุกมื้อ กินคลีนแบบจัดๆ คือเราคิดว่าเราผ่านมาค่อนบ้างเยอะมากๆ ช่วงที่ทำอาหารกินเองทานคลีน มันก็จะมีปัญหาของการที่เราเข้าสังคมไม่ได้เลย เพราะเหมือนเรากลายเป็นคนกลัวอาหารปกติ ซึ่งนั่นมันไม่ใช่ความคิดที่ดีต่อสุขภ่พแล้วอ่ะ เพราะคนเรายังต้องได้ใช้ชีวิต ต้องได้ออกไปกินข้าวกับเพื่อน ต้องเข้าสังคมบ้าง คือช่วงนั้นเราเหมือนเรากลายเป็นว่าเราไม่อยากเข้าสังคม เวลาเพื่อนนัดเรารู้สึกอึดอัดเพราะเรารู้สึกว่าเราต้องไปกินอาหารข้างนอกที่มัน Out of my comfort zone ไม่ใช่อาหารที่เรารู้สึกว่าปลอดภัย เพราะเราควบคุมไม่ได้

สุดท้ายก็คือ ทำไม่ได้ ก็คือเคยโยโย่เพราะว่ากินคลีนจัดๆ ด้วยนะ ร่างกายเรามันช็อก เหมือนพอเรากินคลีนสะอาดมากเลยโนโซเดียมอะไรก็ตาม แต่พอกินอาหารปกติแค่ไม่กี่มื้อ... บวม โยโย่ขึ้นมาเลย
เราก็เลยรู้สึกว่า โอเค อะไรก็ตามที่มันเป็นวิถีชีวิตที่สุดโต่งจนเกินไป อะไรก็ตามที่ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่สามารถที่จะทำสิ่งนี้ไปได้ตลอดชีวิตจริงๆ เราว่าอย่าทำเลย อะไรก็ตามที่สร้างความกดดันหรือความเครียดให้กับร่างกายมากเกินไป เราไม่ค่อยแนะนำ

มีคน DM มาเรื่องนี้เยอะมาก 'พี่ยิปต้องกินนั่นเท่าไหร่ ต้องโปรตีนเท่าไหร่ แคลเท่าไหร่ ' คือมันทำให้เรารู้แหละว่า โอเค คนยุคปัจจุบันนี้สนในเรื่องการดูแลตัวเอง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเป็นไปได้เราก็ไม่อยากให้เขาจะต้องมาอยู่ในจุดที่เราเคยอยู่ ซึ่งมันไม่ใช่จุดที่ดีเลยอ่ะทุกคน

เราใช้เวลานานมากกว่าที่จะก้าวออกมาจากจุดนั้นได้ กว่าจะตัดใจแล้วโยนเครื่องชั่งน้ำหนักทิ้ง เพราะว่าเราติดมาก ติดดูตัวเลขมาก ทุกเช้าถ้าเหยียบขึ้นไปแล้วเลขไม่ได้เป็นแบบที่ตัวเองพอใจเราร้องไห้นะ วันนั้นทั้งวันไม่มีความสุข เริ่มต้นทั้งวันไม่มีความสุขเลยเพราะว่าตัวเลขไม่ใช่แบบที่เราต้องการ
เราไม่อยากให้ความสุขของคุณมันมาถูกกำหนดเอาไว้ด้วยตัวเลขบนตาชั่ง หรือแม้กระทั่งรูปร่างหรืออะไรก็ตาม หาจุดสมดุลให้ดี เลือกอะไรที่เหมาะกับร่างกายของตัวเองจริงๆ และสุดท้ายดูแลสุขภาพจิตของตัวเองด้วย สำคัญมากๆ นะคะ

สะเทือน ‘เมียนมา’ ไม่มีผู้บาดเจ็บ - เสียชีวิต  จุดศูนย์กลางห่างจากเมืองพยาโบน ราว 112 กิโลเมตร

ย่างกุ้ง, 19 มิ.ย. (ซินหัว) — วันจันทร์ (19 มิ.ย.) สำนักอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาของเมียนมา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.1 ตามมาตราแมกนิจูด ตอนประมาณ 08.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งมีศูนย์กลางห่างจากเมืองพยาโบน ภูมิภาคอิรวดีทางตอนใต้ของประเทศไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 70 ไมล์ (ราว 112 กิโลเมตร)

ยินเมียวมินทวย รองผู้อำนวยการแผนกแผ่นดินไหวของสำนักฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ก้นทะเล และไม่มีแนวโน้มจะเกิดสึนามิ โดยสึนามิจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อขนาดของแผ่นดินไหวอยู่ที่ 6.5 ตามมาตราแมกนิจูดขึ้นไป

ยินเสริมว่าปัจจุบันไม่มีรายงานยอดผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมถึงความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว ขณะประชาชนในบางเมืองของภูมิภาคย่างกุ้งรายงานว่ารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อย

อนึ่ง สำนักฯ ระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้มีความลึก 10 กิโลเมตร อยู่ที่ลองจิจูด 96.33 องศาตะวันออก และละติจูด 15.5 องศาเหนือ

‘หยก’ โวย ปีนรั้วเข้าโรงเรียนมาตั้ง 3 วันแล้ว ยืนยันเจตนา เดินหน้ายกเลิกการบังคับ แต่งกาย-ทรงผม

19 มิ.ย. 2566 – เพจเฟซบุ๊ก “นักเรียนเลว” โพสต์ข้อความว่า วันนี้ (19 มิ.ย.) เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ของการย้อมสีผมและทำทรงผมตามสะดวกของหยก และเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของการแต่งไปรเวทมาเรียน แม้ทางโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการออกประกาศในช่วงวันหยุด ว่าหยกไม่มีสภาพเป็นนักเรียน ตนยืนยันว่าจะมาเรียน และมีสิทธิชอบธรรมตามที่ กสม. ยืนยันสิทธิดังกล่าว ส่วนตัวยังไม่อยากยื่นฟ้องโรงเรียนต่อศาล เพราะไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

วันนี้หยกได้เดินเข้าโรงเรียนตามปกติ ไม่ต้องปีนเข้าอย่างที่ผ่านมา ขณะที่มีรายงานว่ามีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเดินเข้าโรงเรียน โดยยังไม่ทราบถึงเจตนา ตามที่ปรากฎบนสื่อเป็นชุดจับกุมหญิง มาพร้อมกับรถจับกุม เดินเข้าโรงเรียนจำนวนหลายนาย แต่โรงเรียนไม่ได้มีท่าทีปิดกั้นแต่อย่างใด
หยก ระบุว่า วันนี้ถูกผู้ปกครองของนักเรียนคนอื่นๆ ตำหนิระหว่างทางไปโรงเรียน และได้รับรู้ถึงกระแสการวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ ขอบคุณที่สังคมได้มีการโต้แย้งกัน ไม่ว่าจะโต้กันด้วยเหตุผลหรือไม่ก็ตาม ยืนยันเจตนาของการยกเลิก ‘บังคับ’ การแต่งกาย-ทรงผม ไม่ได้จะบังคับให้ถูกคนยกเลิกเหมือนที่ตนคิด

หยก กล่าวเสริมว่า หากวันนี้โรงเรียนมีการประชาพิจารณ์ ให้เด็กมีส่วนร่วมกับการออกแบบกฎระเบียบใหม่ โดยมีเงื่อนไขว่านักเรียนทุกคนต้องได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แล้วหากผลออกมาให้คงไว้ซึ่งระเบียบเดิม ตนก็ยินดีที่จะทำตามเสียงส่วนมากนั้น เพราะที่ผ่านมามีปัญหากับการที่กฎระเบียบในโรงเรียนที่ถูกเขียนขึ้นโดยครูและผู้ใหญ่ มิใช่นักเรียนผู้ต้องรับคำสั่ง ปฏิบัติตามกฎนั้น ซึ่งไม่สมเหตุสมผล

ก่อนจบการสัมภาษณ์ หยกได้ให้ความเห็นถึงการออกแถลงการณ์ของพรรคก้าวไกลว่า ค่อนข้างล่าช้า ในขณะที่ตนปีนเข้าโรงเรียนมา 3 วันแล้ว ทั้งๆ ที่ทางพรรคก้าวไกลมีนโยบายชัดเจนเรื่องการแก้ไขให้กฎระเบียบการแต่งกายของนักเรียนนั้นยืดหยุ่นผ่อนปรนมากขึ้น

เปิดโมเมนต์อบอุ่นหัวใจ พ่อแม่จัดงานแต่ง พร้อมลูก  เจ้าสาวถือไมค์อวยพรให้ ในที่สุดคำสัญญาของพ่อ ก็เป็นจริง

กลายเป็นคลิปที่สร้างความประทับใจให้กับคนบนโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก หลังจากผู้ใช้ TikTok ชื่อบัญชี @mcringring หรือ Mc แหวน พิธีกรนครศรีธรรมราช ได้โพสต์คลิปงานแต่งงานหนึ่งที่แตกต่างจากงานทั่วไป เพราะจัดขึ้นพร้อมกัน 2 คู่ แถมยังเป็นการแต่งงานพร้อมกันของคู่พ่อแม่และลูกสาว
ในคลิปลูกสาวที่เป็นเจ้าสาวเหมือนกัน กำลังอวยพรให้พ่อแม่ทั้งน้ำตา โดยเธอเล่าว่า เธอภูมิใจที่เกิดมาเป็นลูกของพ่อแม่ และรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีพ่อแม่แบบนี้ ทั้งสองคนไม่เคยหมดหวังในตัวของตนเองเลย รัก ดูแล และให้ทุกอย่าง

เจ้าสาวบอกอีกว่า วันนี้ดีใจที่ทำความฝันของแม่ให้เป็นจริง พร้อมพูดแบบขำๆ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการแย่งซีนกันอย่างใด เพราะชุดแต่งงานของพ่อกับแม่อลังการกว่าอีก
และในที่สุดเธอก็ได้ทำตามความฝันของแม่ให้เป็นจริง คือได้ใส่ชุดเจ้าสาวสักที เพราะสมัยเด็กๆ ได้ยินพ่อสัญญากับแม่ไว้ ว่าจะเข้าพิธีแต่งงานเหมือนกับคู่อื่นๆ หลังจากพ่อแม่อยู่กินกันมานานถึง 30 ปี

งานมอบโล่รางวัลเครือข่ายที่มีการคัดเลือกผลงาน Best of the Best ของ บวร.ร.และ อย.น้อย รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชน

สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จัดพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติให้แก่ภาคีเครือข่าย ในการร่วมกันขับเคลื่อนงานสร้างความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพให้แก่ประชาชน ทั้งเครือข่ายภาคประชาชน เครือข่ายชุมชน (บวร.ร.) และเครือข่าย อย. น้อย ที่มีผลงานโดดเด่นดีเยี่ยม ซึ่งจัดขึ้นที่ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จ.นนทบุรี เมื่อวานนี้ (2 มิ.ย.66) โดยมีท่านเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม ให้เกียรติมอบโล่รางวัลพร้อมให้กำลังใจ และมี รองเลขาธิการฯ ภก.วีระชัย นลวชัย ให้เกียรติร่วมงาน

และร่วมรับชมนิทรรศการของทุกชุมชน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทุกเครือข่ายทั่วประเทศสร้างผลงานที่เป็นเลิศและยั่งยืน หวังผลให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายปลอดภัยจากผลิตภัณฑ์สุขภาพอันตรายและนำไปสู่การมีสุขภาพดี ขยายการดำเนินงานสู่ภูมิภาค เพื่อส่งเสริมทุกเครือข่ายให้เกิดสุขภาพที่ดีแก่ประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืน

สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สวทท.) โดย นางสาวชุติพันธุ์ ลิมปะพันธุ์ นายกสมาคมฯ เข้ารับโล่รางวัล ORYOR Best Network Award พร้อมด้วยนางสาวเจนกิจ นัดไธสง กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์สมาคมฯ รับใบประกาศเกียรติคุณ ในการร่วมดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมความร่วมมือภาคประชาชนด้าน คบส. โดยมี อ.ผ่องศรี เอี่ยมสนธิ อุปนายกสมาคมฯ อ.ถวิล ปานศรี กรรมการฝ่ายกฏหมายสมาคมฯ และคณะกรรมการสมาคมฯ ร่วมแสดงความยินดี

ทั้งนี้ สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ดำเนินการเผยแพร่บทความ คลิปวิดีโอ และสื่อความรู้ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สู่ประชาชน ร่วมกับคณะทำงานภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มช่องทางในการเผยแพร่ความรู้ในรายการวิทยุ “อย.กับผลิตภัณฑ์สุขภาพโดยตัดต่อเป็นคลิปสั้น ๆ ในประเด็นที่สนใจผ่านช่องทางออนไลน์

และนำมาต่อยอดบน Application : TikTok ความยาว ไม่เกิน 10 นาที เผยแพร่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2554 - มีนาคม 2566 Application : TikTok ที่เผยแพร่ไปรวมทั้งสิ้น 17 ตอน ซึ่งสามารถวัดและประเมินผลได้จากยอดผู้รับชมในแต่ละตอนจากผลงานโดดเด่นจึงได้รับคัดเลือกจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาเข้ารับโล่เชิดชูเกียรติพร้อมใบประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้

เจนกิจ นัดไธสง สวทท. 68 รายงาน

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้าง อนาคตเด็กไทย” มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถม ประจำปี 2566 แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้าง อนาคตเด็กไทย” มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถม ประจำปี 2566
แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

วันนี้ (วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566 เวลา 10.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ  เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ

นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบเงินทุนการศึกษาระดับชั้นประถม ประจำปี พ.ศ. 2566 ให้แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 1,500 ทุนๆ ละ 2,000 บาท เป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน)  เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมตามที่มุ่งหวัง เติบโต พร้อมมีวิชาความรู้  สร้างอนาคตของตนเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า  ในงานสังคมสงเคราะห์  การมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่ได้ช่วยเหลือสังคมต่อเนื่องตลอดมา โดยในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 นี้  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จะมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องในทุกระดับชั้น และทุนการศึกษาทุกระดับชั้นปีสุดท้าย ให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งในกรุงเทพมหานคร และในส่วนภูมิภาค ต่อไป และในปีการศึกษา พ.ศ. 2566 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือสงเคราะห์เป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ เป็นจำนวนเงินกว่า 20 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 113 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ชนชั้น และศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงสนับสนุนด้านการศึกษา เพื่อให้เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป

‘สว.อุปกิต’ ฟ้อง ‘รังสิมันต์ – อัจฉริยะ’  ข้อหาหมิ่นประมาท ศาลนัดไต่สวน 11 ก.ย. นี้

วันนี้ (19 มิ.ย. 2566) นายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า  เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มอบหมายให้นายเรืองศักดิ์ สุขเสียงศรี และนายอัครวัฒน์ อมรวสุธันย์ ทนายความส่วนตัวยื่นฟ้องนายรังสิมันต์ โรม และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ต่อศาลอาญา รัชดาฯ ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา หลังจากพบว่าทั้งสองคนได้มีการกระทำที่เป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอีกครั้ง แม้จะถูกฟ้องคดีไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งการยื่นฟ้องครั้งนี้กรณีของนายรังสิมันต์ ได้เรียกค่าเสียหายอีก 20 ล้านบาท ส่วนนายอัจฉริยะ เรียกค่าเสียหายอีก 10 ล้านบาท  โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีของนายอัจฉริยะวันที่ 4 กันยายน 2566 เวลา 9.00 น.ส่วนคดีของนายรังสิมันต์ โรม ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 11 กันยายน 2566 เวลา 9.00 น.

นายอุปกิต กล่าวว่า ยืนยันการฟ้องทั้ง 2 คดีดังกล่าว เป็นการใช้สิทธิตามกฏหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียง ไม่ได้เป็นการฟ้องเพื่อปิดปาก

ทั้งนี้ก่อนหน้าเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 นายอุปกิต ได้ฟ้องร้องนายรังสิตมันต์ โรม คดีหมิ่นประมาท โดยเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท และวันที่ 31 มกราคม 2566 ฟ้องร้องนายอัจฉริยะ คดีหมิ่นประมาทเช่นเดียวกันโดยเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ซึ่งคดีทั้งหมดอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top