Saturday, 1 August 2026
TheStatesTimes

17 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันต่อต้านปัญหาภัยแล้งและฝนแล้งของโลก ร่วมปลูกจิตสำนึกให้คนทั่วโลกใส่ใจธรรมชาติมากขึ้น

องค์การสหประชาชาติ กำหนดให้วันที่ 17 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันต่อต้านปัญหาภัยแล้งและฝนแล้งของโลก เริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ. 2533 เป็นต้นมา เพื่อรณรงค์และปลูกจิตสำนึกให้คนทั่วโลกตระหนักและหันกลับมาใส่ใจธรรมชาติมากขึ้น 

‘วันต่อต้านปัญหาภัยแล้งและฝนแล้งของโลก World Day to Combat Desertification and Drought’ ตรงกับวันที่ 17 มิถุนายนของทุกปี เพื่อให้คนทั่วโลกได้ตระหนักถึงภาวะวิกฤตของโลกที่กำลังเผชิญในปัจจุบัน โดยเฉพาะภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

ความเป็นมาของวันต่อต้านปัญหาภัยแล้งและฝนแล้งของโลก เนื่องจากพบว่า ปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของทั่วโลกถูกทำลาย และกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ ซึ่งเห็นได้จากอุณหภูมิโลกสูงขึ้น หรือสภาพอากาศแปรปรวน โดยส่วนใหญ่เกิดจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การเผาไหม้เชื้อเพลิงต่าง ๆ ในภาคคมนาคมขนส่ง การอุตสาหกรรมและการผลิตไฟฟ้า รวมถึงพฤติกรรมในการดำรงชีวิตประจำวันที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานอย่างสิ้นเปลือง 

ทั้งนี้ ปัญหาภัยแล้งและฝนแล้งสร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศวิทยาและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์โดยตรง ดังนั้น เพื่อให้มนุษย์ได้ร่วมใจกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้น องค์การสหประชาชาติจึงประกาศให้วันที่ 17 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันต่อต้านปัญหาภัยแล้งและฝนแล้งของโลก โดยเริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ. 2533 เป็นต้นมา เพื่อรณรงค์และปลูกจิตสำนึกให้ประชากรโลกตระหนักและหันกลับมาใส่ใจธรรมชาติมากขึ้น

รายงานล่าสุดของคณะกรรมการขององค์การสหประชาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก หรือ IPCC (Intergovernmental Panel on Climate Change) ออกคำเตือนว่า วิกฤตสภาพอากาศโลกได้เข้าสู่ระดับสีแดง โดยภายในปี 2573 อุณหภูมิโลกโดยเฉลี่ยจะสูงขึ้นเกิน 1.5 องศาฯ และผลกระทบที่คาดว่าจะตามมาคือภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรง และปัญหาภัยแล้ง

ปัญหาภัยแล้งไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะภัยแล้งไม่ใช่แค่ปัญหาความแห้งแล้ง แต่คือภัยพิบัติที่เป็นบ่อเกิดของปัญหาอีกมากมาย อาจเพิ่มความรุนแรงมากและขยายวงกว้างไปทั่วโลก
 

“มส.15” ติดอาวุธทางปัญญาเด็กเมืองนนท์ ร่วมศึกษา-พัฒนา ”วิสาหกิจชุมชนปากเกร็ด” สู่ความยั่งยืนทางธุรกิจ

วันที่ 16 มิถุนายน พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ ประธานมูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง เป็นประธานเปิด โครงการ มส.15 ส่งเสริมเยาวชน สร้างสรรค์ วิสาหกิจชุมชนยั่งยืน ณ โรงเรียนปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมี พล.อ.ดร.มารุต ปิชโชตะสิงห์ ผู้อำนวยการหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง พร้อมคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักศึกษาหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่น 15 รวมทั้ง นายภิรมย์ ชุมนุม นายอำเภอปากเกร็ด จ.นนทบุรี ร่วมพิธี

โดย ดร.วรวุฒิ ไชยศร อาจารย์ประจำหลักสูตร มส. กล่าวรายงานสรุปภาพรวมโครงการ CSR สู่ความยั่งยืนว่า หลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่น 15 เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ของหลักสูตร ในการสร้างความยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

จึงจัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อสร้างเครือข่ายของภาคส่วนที่มีความแข็งแรง ทั้งด้านประสบการณ์ ความรู้ เงินทุน มาส่งเสริม สนับสนุนซึ่งกันและกัน ให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มเยาวชน ที่จะเติบโตในพื้นที่ของชุมชน เป็นผู้มีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลง เกิดความ
รักและหวงแหน และมีจิตสำนึกในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนเอง

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกของเด็กและเยาวชนในการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนของตนเอง
เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่นำความรู้ความสามารถที่ได้รับ ไปต่อยอดสู่การพัฒนาชุมชน

สำหรับกิจกรรม เริ่มคัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย เป็นนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 2-5 จากโรงเรียนปากเกร็ด โรงเรียนเตรียมอดุมศึกษาน้อมเกล้านนทบุรี และโรงเรียนวัดปรมัยยิกาวาส ทั้งหมด 45 คน โดยแบ่งเป็นทีม มาช่วยกันออกแบบ "นวัตกรรมสร้างสรรค์วิสาหกิจชุมชน"ในพื้นที่เกาะเกร็ด โดยให้ศึกษาถึงประเด็นปัญหา แนวทางในการต่อยอดเพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชน โดยมีผู้แทน จาก มส.15 ผู้ทรงคุณวุฒิ และตัวแทนในเขตพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นกรรมการพิจารณาตัดสิน 

ผลคะแนนอันดับที่ 1 วิสาหกิจชุมชนผ้าบาติกและดอกไม้ใยบัว โรงเรียนปากเกร็ด อันดับที่ 2 วิสาหกิจชุมชนจากเส้นพลาสติก โรงเรียนวัดปรมัยยิกาวาส (แสนสวัสดิ์วิทยาคาร) และอันดับที่ 3 วิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรและเบเกอรี่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นนทบุรี 

พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ นับเป็นโครงการที่ดีมีประโยชน์ มีความสาคัญ เพราะเป็ น ความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน ที่ส่งเสริมเยาวชนไทยให้มีทักษะการคิดที่สร้างสรรค์ มีอาวุธทางปัญญา ที่ร่วมคิด ร่วมทำ และช่วยพัฒนาให้วิสาหกิจชุมชนของเกาะเกร็ดทั้ง 9 วิสาหกิจ ได้นำผลงานของเยาวชนไปต่อยอด พัฒนาการดำเนินธุรกิจไม่มากก็น้อย 

ด้าน ดร.เภา บุญเยี่ยม ประธาน CSR มส.15 กล่าวว่า โครงการ “ส่งเสริมเยาวชน สร้างสรรค์วิสาหกิจชุมชนยั่งยืน” ที่เกาะเกร็ด นนทบุรี ในวันนี้ มส.15 มีความตั้งใจที่จะให้เยาวชนได้ร่วมคิด ร่วมสร้างและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นตนเอง โดยเก็บข้อมูลจากการลงพื้นที่วิสาหกิจจริงๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางการแก้ไข ด้วยเครื่องมือและกระบวนการทางธุรกิจสมัยใหม่ที่เราถ่ายทอดให้ ตอบโจทก์ความต้องการของลูกค้าและนักท่องเที่ยว เป็นการเชื่อมต่อของคนต่างวัยในชุมชน เพื่อสร้างสังคมให้เติบโตเข้มแข็งและส่งต่อความยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น

“ต้องขอขอบคุณ อ.ใหม่ ลัดดาวัลย์ ชูช่วย ที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการให้ความรู้กับน้องๆเยาวชน และขอบคุณเจ้าภาพ มส.15 กลุ่มม้ามังกร และกุญชรศึก จัดกิจกรรม CSR เพื่อส่งต่อความยั่งยืนในวันนี้” ประธาน CSR มส.15 กล่าว

‘ชัยวุฒิ’ โพสต์ถึงลูก อยากให้เป็นเด็กดี และอยู่ร่วมกับทุกคนในสังคม ได้อย่างมีความสุข

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงความรู้สึกที่ได้เห็นลูกสาวฝาแฝดของตน ในชุดเครื่องแบบนักเรียนและมีรอยยิ้มน่ารักสดใสตามวัย โดยระบุว่า ...

มีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นลูกใส่ชุดนี้ อยากให้หนูเป็นเด็กดี มีความรู้และสามารถอยู่ร่วมกับทุกคนในสังคมได้อย่างมีความสุข

ปล.ปีนรั้วเข้าโรงเรียนผมไม่ห่วงครับ ผมห่วงเด็กปีนรั้วออกครับ

หลังจากที่ได้มีคนเห็นโพสต์ข้อความนี้แล้ว ก็ได้มีคอมเมนต์ตอบแบบน่ารักๆ ตามมาหลากหลายเช่น 

“เห็นด้วยครับ ลูกผมก็ชอบใส่ชุดนักเรียนไปโรงเรียน เหมือนเพื่อนๆ ชีวิตวัยเรียนก็ปกติ มีความสุขดีครับ”

“เด็กน้อยของพ่อแม่น่ารักเสมอ”

“น่ารักที่สุดค่ะสาวน้อย”

“น่ารักจังเลย”

‘ปริญญา ฤกษ์หร่าย’ ว่าที่ ส.ส.กำแพงเพชร เดินหน้า  สานงานต่อในสภาฯเต็มที่ หวังยกระดับคุณภาพชีวิต ให้เกษตรกร

นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ว่าที่ ส.ส.เขต 4 จ.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงปัญหาของประชาชนในจังหวัดกำแพงเพชรที่ต้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือยังคงเป็นเรื่องของน้ำ โดยเฉพาะการช่วยเหลือเกษตร ในการเดินหน้าประสานงานกับกรมชลประทาน และกรมเจ้าท่า เพื่อให้มีการซ่อมบำรุง ฝายกั้นแม่น้ำปิง( ฝายวังบัว)   ที่มีอายุการใช้งานมาอย่างยาวนาน เกิดการชำรุด และมีรอยร้าว จึงเป็นห่วง เรื่องของปริมาณน้ำที่อยู่ในช่วงฤดูมรสุม หากมีน้ำมาก  และอาจทำให้ฝายกั้นน้ำพังได้ ส่งผลกระทบต่อการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเชื่อว่าจะมีความคืบหน้าในการดำเนินโครงการซ่อมบำรุงได้เร็วๆนี้

นายปริญญา กล่าวต่อถึงปัญหาที่ทำกินว่า ต้องผลักดันอย่างต่อเนื่อง ประสานกับหน่วยงาน เพื่อให้สามารถออกโฉนดในการถือครองกรรมสิทธิ์ ที่ดิน เหมือนจังหวัดอื่นๆ เพราะประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่ ยังประกอบอาชีพทางการเกษตร ให้เป็นไปตามนโยบายของพรรค ต้องการให้ชาวบ้านมีสิทธิ์ในที่ดินโดยโฉนดเป็นของตนเอง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต

นายปริญญา ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ตนขอบคุณประชาชนในพื้นที่ทุกคนสำหรับทุกๆ คะแนนเสียง ทุกๆ ความไว้วางใจที่มอบให้ตนได้เข้าไปทำหน้าที่ตัวแทนในสภาอีก 1 สมัย ซึ่งตนจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อนำการพัฒนามาสู่จังหวัดกำแพงเพชรบ้านของพวกเรา รวมถึงการแก้ไขปัญหาให้กับชาวกำแพงเพชรทุกคนด้วย

หนุ่มเศรษฐีกัมพูชา ควง ‘วิษณี เทพเจริญ’ ไฮโซไทย นั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ทัวร์ยุโรป

ช่วงนี้หลายคนเมื่อมีเวลาว่างก็มักจะเดินทางไปพักผ่อนในต่างประเทศ เช่นเดียวกับ “หนุ่มบอส-ยิม ลีก” นักธุรกิจ บุตรชายนักการเมืองกัมพูชาที่ควงสวีตหวาน “สาวบีท-วิษณี เทพเจริญ” ทายาทอสังหาริมทรัพย์ณุศาศิริที่มูลค่านับหมื่นล้าน ไฮโซไทยที่มีลุคสุดโฉบเฉี่ยวเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวไปเที่ยวยุโรป ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีลูกน้อยที่กำลังโตวันโตคืน กับคุณแม่ของฝ่ายชายหนีบไปเที่ยวด้วย

สำหรับหนุ่มบอสกับสาวบีทเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียลเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยการขับรถหรูไฮเปอร์คาร์ Bugatti Chiron Sport 110 ANS ราคาประมาณ 300 ล้านบาท มาวิ่งอยู่ในมหานครกรุงเทพ ซึ่งเป็นรถลิมิเต็ดเอดิชั่น มีเพียง 20 คันในโลกเท่านั้น เพื่อฉลองครบรอบ 110 ปีของแบรนด์

ทั้งคู่นับว่าเป็นดาวเด่นในแวดวงสังคมทั้งในกัมพูชาและในไทย เพราะต่างเป็นทายาทนักธุรกิจและนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลตระกูลหนึ่ง เมื่อคบกันแล้วไม่ว่าจะขยับทำอะไรจึงเป็นที่สนใจเสมอ ที่สำคัญฝ่ายหญิงที่เป็นสาวหุ่นเพียวราวกับนางแบบ บวกกับมีรูปหน้าเรียวสวยจึงส่งให้เธอไม่ว่าจะแต่งตัวลุคไหนก็ปังไม่ไหว 

‘จอร์จ Sevendogs’ โปรดิวเซอร์ชื่อดัง เผยความประทับใจ จากการร่วมงาน อัดเสียงให้กับ ศิลปินนักร้อง ดารานักแสดง

จอร์จ Sevendogs โปรดิวเซอร์ ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการเพลงไทยมาอย่างยาวนาน ได้โพสต์คลิปสั้น ลงใน TikTok ที่ชื่อ georgesevendogs  เล่าถึงการทำงานในห้องอัด กับศิลปินนักร้อง ดารานักแสดง หลายท่าน โดยมีใจความว่า ...

คนที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ผมสามารถหยิบคำว่านักร้องให้เขาได้เลย คนแรกก็คือ คุณป๊อด โมเดิร์นด็อก เวลาที่เขาจะมาร้องเพลง เขาก็จะทำการบ้านมาในระดับหนึ่ง แล้วเขาก็จะพยายามร้องให้ได้ตามที่ไกด์ไว้ จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมาอัดเพลงการ์ตูนเรื่องไอ้มดแดง ที่เอามาฉายในเมืองไทย ร้องรอบแรกเสร็จแล้ว เขาก็ร้องใหม่ให้อีกรอบโดยใส่ความเป็นตัวเองลงไปในเพลง ได้ฟังที่ร้องครั้งแรกก็งงแล้วนะ พอมาร้องอีกรอบ ก็งงขึ้นไปอีก เพลงมันยกระดับขึ้นไปอีกเลย ลูกค้าที่มานั่งฟังด้วยกันก็ชอบมาก 

อันดับ 2 คุณแสตมป์ อันดับ 3 คุณส้มมารีครับ วันนั้นเขามาร้องเพลง หรือฉันคิดไปเอง เป็นเพลงของตัวเอง ตอนนั้นดัง 40 ล้านวิว เขามาร้องในเวอร์ชั่นที่ผมทำดนตรีให้เขาใหม่ เขาขอ Backing Track ล่วงหน้า 2 วัน เขาขอไปซ้อม พอมาถึงเขาขอวอร์มเสียง ร้องวอร์มเสียงไป 1 รอบแล้วเขาก็บอกพร้อมอัด แต่ Sound engineer มาบอก พี่ครับเมื่อกี้ผมกดอัดไปแล้ว เอาเลยไหม ไอ้สิ่งที่บอกว่าวอร์มเสียงหน่ะนึกว่าเปิด Track ที่ร้องเสร็จแล้ว ก็เลยให้ส้มมารี ลองร้องอีกรอบนึง มันออกมาไม่เหมือนเดิม มันดีกว่าเดิม ร้องเสร็จ ส้มมารีถามพี่เอาอะไรอีกไหม ให้แก้อะไรอีกไหม ผมบอกส้มมารี ถอดหูฟังแล้วออกมาฟังตรงนี้จะเสียค่าไฟ เสียฮาร์ดดิสก์ทำไม พี่อัดไป มันใช้ได้แล้ว ต่อมาก็คือคุณญาญ่าหญิง พอเพลงเข้ามาปุ๊บกรู๊ฟมาทันที คนต่อมา โอ๊ต ปราโมทย์ ร้องเลื้อยให้ด้วยเลื้อยแต่ละครั้งก็ไม่เหมือนกัน อีก 2 คนต่อมาเป็นนักแสดงคุณอาจจะไม่เชื่อ ว่าเขาสามารถร้องออกมาได้ดีมากณเดชน์กับญาญ่าเขาร้องออกมาได้ดีมาก เพราะเขาทำการบ้าน บางอันยากมาก หยุดตรงนั้น 3 วินาที 4 วินาที เขาสามารถร้องออกมาได้เป๊ะมาก จำได้เหตุการณ์วันที่ณเดชน์จะมาอัดเสียงร้อง ผมไม่ได้เปรียบเทียบนะ แต่ผมรู้สึกอาการเหมือนกับความรู้สึกที่ผมเคยอัดให้พี่เบิร์ด คุณกำลังนั่งในห้องอัด แล้วคุณได้ยินเสียง คนเดินร้องเพลง ที่กำลังจะอัดเข้ามา เขาอาจจะไม่ใช่คนที่ร้องเพลงเทพ 100% แต่เขามีความตั้งใจ มาก ถึงไม่แปลกใจเลยที่ณเดชน์และญาญ่าเขาเป็นซุปเปอร์สตาร์ จอร์จ Sevendogs กล่าวทิ้งท้าย

‘ผู้ดูแลห้องเก็บศพ’ คณะแพทย์ฮาร์วาร์ด ถูกจับกุม เหตุ ลักลอบนำชิ้นส่วนอวัยวะผู้บริจาค ไปขาย

(16 มิ.ย. 66) กลายเป็นกระแสที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล โดยทาง New York Post ได้รายงานการจับกุมพนักงานรวมไปถึงหัวหน้าผู้ดูแลห้องเก็บศพในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ทำการลักลอบขายชิ้นส่วนอวัยวะ โยงไปถึงเครือข่ายใต้ดินค้าศพมนุษย์

‘เซดริก ลอดจ์’ ในวัย 55 ปี ถูกกล่าวหาว่าขโมยศพจากห้องเก็บศพของมหาวิทยาลัยที่เขาทำงาน และขายชิ้นส่วนศพทางออนไลน์ด้วยความช่วยเหลือจาก ‘เดนิส’ ภรรยาวัย 63 ปี ให้กับเพื่อนร่วมงาน ‘คาทรีนา แมคคลีน’ วัย 44 ปี, ‘โจชัว เทย์เลอร์’ วัย 46 ปี และ ‘แมทธิว แลมปี’ วัย 52

โดยเจ้าหน้าที่ได้เสริมว่า ‘เจเรมี พอลลีย์’ คือหนึ่งในลูกค้าของ ‘แมทธิว แลมปี’ ซึ่งมีการซื้อและขายชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ โดยทั้งสองแลกเปลี่ยนกันมากกว่า 100,000 ดอลลาร์ หรือเทียบเป็นเงินไทยกว่า 3,483,100 บาท

ก่อนที่ ‘เจเรมี พอลลีย์’ จะให้การในขั้นตอนสืบสวน นำนักสืบไปหา ‘แคนเดซ แชปแมน’ ผู้ถูกกล่าวหาว่าขโมยศพที่มีกำหนดเผาในลิตเติ้ลร็อก และขายให้กับ ‘พอลลีย์’ ในเพนซิลเวเนีย

อัยการยังอ้างว่า ‘เซดริก ลอดจ์’ อนุญาตให้ลูกค้าของเขาเข้าไปในห้องเก็บศพในบอสตัน เพื่อเลือกชิ้นส่วนของร่างกายที่ลูกค้าต้องการ จากนั้นเจ้าตัวจะส่งชิ้นส่วนไปทางไปรษณีย์

ในปี 2020 ‘โจชัว เทย์เลอร์’ วัย 46 ปี ถูกกล่าวหาว่าส่งเงินให้ ‘เดนิส’ จำนวน 200 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 7,000 บาท พร้อมบันทึกที่มีข้อความว่า ‘สมอง’

เป็นเรื่องที่น่าสลดใจอย่างยิ่งที่เหยื่อจำนวนมากบริจาคและอนุญาตให้ใช้ซากศพของพวกเขาเป็นความรู้แก่ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ เพื่อพัฒนาความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และการรักษา แต่กลับถูกทรยศ

‘วัชรินทร์’ กรรมการไทยหนึ่งเดียวใน ONE ฉายา ‘เปาป้อม’ คิดสั้นปลิดชีพตัวเองด้วยปืนพก เหตุเครียดจากเรื่องงาน

วันนี้ (17 มิย. 66) เฟซบุ๊ก มิสเตอร์ป๋อง ได้โพสต์ข้อความข่าวการจากไปของ สิบตำรวจเอก วัชรินทร์ รัชนิพนธ์ หรือ “เปาป้อม” ฉายาในวงการมวย ซึ่งได้ปลิดชีพตัวเองด้วยปืนพก โดยระบุว่า ...

..กรรมการไทยหนึ่งเดียวในONE อนาคตกำลังไปได้สวย มาด่วนคิดสั้นปลิดชีพตัวเองช็อควงการมวย!!
..เวลา ประมาณ 22.00 น.วันศุกร์ที่ 16 ม.ย.66  ตำรวจ สน.ลาดพร้าว พร้อมกับตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ เข้าตรวจสอบเหตุการณ์ สิบตำรวจเอก วัชรินทร์ รัชนิพนธ์ หรือ “เปาป้อม” ฉายาในวงการมวย เสียชีวิตภายในห้องพัก  ที่คอนโมิเนียมแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ  ที่เกิดเหตุใกล้ตัวพบปืน 1 กระบอก 

..พันตำรวจเอกธนาพันธ์  ผดุงการ ผู้กำกับ สน.ลาดพร้าว  ให้ข้อมูลว่า ภายในห้องที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ คาดว่า ยิงตัวเองและเสียชีวิตทันที ซึ่งเบื้องต้นพบรอยกระสุนยิงเข้าที่ขมับ  ขณะที่ภรรยา ให้การว่า กลับเข้ามาห้องช่วง 4 ทุ่ม หลังเลิกงาน เมื่อเปิดห้องก็พบว่า สามีเสียชีวิตแล้ว พร้อมระบุว่าสามีมักมีความเครียดเรื่องงาน จึงสันนิษฐานว่าเป็นสาเหตุของการทำร้ายตัวเอง!!

📌อัตชีวประวัติ ส.ต.อ.วัชรินทร์ รัชนิพนธ์
สังกัด สำนักงานจเรตำรวจ กองตรวจราชการที่ 9
ภูมิลำเนา: อ.กะเปอร์ จ.ระนอง

..มีความชื่นชอบมวยมาตั้งแต่เด็ก เริ่มชกมวยตอนอายุประมาณ 9 ขวบ พอจบ ม.3 ก็ได้มาอยู่ค่ายป.ชัยวัฒน์ โดย อ.อรัญ จันทรนุกูลกิจ พามาฝาก กับ”โกล้ง “สยามเมืองใต้ คุณ ชัยวัฒน์ วุฒิไกรสกุล , คุณ บุญโด่ง ศักดิ์ชัยวัฒน์ ,ลุงปิง ภูธร 

..โดยขึ้นมาอยู่ค่ายมวยกับเพื่อน 2 คน โดยโกล้งได้ตั้งชื่อให้เพื่อนชื่อ ฝนแปด และเปาป้อมชื่อ แดดสี่  และศึกษาต่อมัธยมปลายที่โรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ ชกมวยไปด้วยเรียนหนังสือไปด้วย แต่มาโชคร้ายเลิกมวยตอนอายุ 19 ปี เพราะอุบัติเหตุแขนหัก!!
..จากนั้นด้วยความที่ต้องหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนก็รับสอนมวย ตามบ้าน โรงแรม จนมาเรียนต่อที่ มหาลัยรัตนบัณฑิต ต่อมาได้มีโอกาสเข้าอบรมผู้ตัดสินมวยไทยอาชีพและได้สอบเข้าเป็นกรรมการสนามมวยเวทีลุมพินี เมื่อปี พ.ศ. 2556 

📌เกียรติประวัติการทำงาน
-กรรมการยอดเยี่ยมสนามมวยเวทีลุมพินี ปี พ.ศ.2561 ,กรรมการยอดเยี่ยมการกีฬาแห่งประเทศไทยปี พ.ศ.2561,2562
-กรรมการคนเดียวของประเทศไทย ที่ได้รับโอกาสตัดสิน One Lumpinee และ One Championship วันนี้..มีการจัดการแข่งขัน One Lumpinee ทีมงานพยามโทรติดต่อแต่ก็ไม่มีคนรับสาย จนมาทราบข่าวเศร้าดังกล่าว!!

‘อภิชาติ ดำดี’ ชี้ประเด็นเรื่อง ‘ชุดนักเรียน’ กำหนดไว้เพื่อให้ ‘อยู่ร่วมกัน’ ได้ในสังคมเดียวกัน

เมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.) นายอภิชาติ ดำดี อาจารย์นักพูด นักจัดรายการชาวไทย และอดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดกระบี่ ได้โพสต์ข้อความ ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับประเด็น เรื่องชุดนักเรียน โดยมีใจความว่า ...

จ า ก ใ จ แ ม่
๐ ขอตังค์แม่ไปโรงเรียนเพียรศึกษา
แต่ละบาทกว่าแม่หาเอามาได้
ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำทำเท่าใด
สู้สุดใจเพื่อให้ลูกปลูกปัญญา
๐ หิ้วปิ่นโตกับกระเป๋าใบเก่านั้น
มื้อกลางวันประหยัดไว้ไม่ซื้อหา
กับข้าวไม่เลิศล้ำธรรมดา
ตามประสาแม่ทำให้พอได้กิน
๐ ชุดนักเรียนนั้นเล่าเออเธอกับฉัน
ใส่เหมือนกันเก่าใหม่ไม่หยามหมิ่น
สวมเครื่องแบบฝึกไว้ให้เคยชิน
เมื่อขาดวิ่นแม่ซ่อมให้ไม่รีบซื้อ
๐ ลูกเอ๋ย...ไม่ได้ใส่ชุดไปรเวท
ก็ทำเกรดขึ้นได้มิใช่หรือ
เราก็มีหนึ่งสมองและสองมือ
เร่งฝึกปรือสร้างวินัยให้ชีวา
๐ ไม่มีชุดมากมายอย่างใครเขา
ชุดนักเรียนของเราก็เข้าท่า
ถ้ามานะหมั่นเพียรเรียนวิชา
ก็ก้าวหน้าแม้ชุดเราเก่ากว่าใคร...
อภิชาติ ดำดี 
16 มิ.ย. 2566

 

เตรียมเข้า โรงเรียนนายเรือสหรัฐอเมริกา ตั้งใจจะนำความรู้ที่ได้ มาประยุกต์ใช้กับกองทัพเรือ

นางสาววาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร ผู้เขียนหนังสือชุดลับ ลวง พราง และผู้ดำเนินรายการวิทยุ “ลับ ลวง พราง” ทางโมเดิร์นเรดิโอ เอฟเอ็ม 100.5 เมกะเฮิร์ตซ์  ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับ ‘น้องพีร์’ นักเรียนนายเรือ ยศกร บุราณ ที่สอบชิงทุนการศึกษาได้ และ มีกำหนดการจะเดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 18 มิถุนายน 2566นี้ โดยมีใจความว่า ...

นักเรียน นายเรือAnnapolisคนใหม่
เตรียมไปเรียน United States Naval Academy/USNA
โรงเรียนนายเรือสหรัฐอเมริกา
‘น้องพีร์’ นักเรียนนายเรือ ยศกร บุราณ 

พลเรือตรี รังสรรค์ แตงฉิม รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ. ให้โอวาท และแสดงความยินดีแก่นักเรียนนายเรือ ยศกร บุราณ นักเรียนนายเรือชั้นปีที่ 1 ซึ่งจะเดินทางไปศึกษา หลักสูตรโรงเรียนนายเรือสหรัฐฯ (United States Naval Academy/USNA.) สาขา Electrical Engineering/Computer Science  ที่ เมืองแอนนาโปลิส มลรัฐแมรี่แลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา 
ซึ่งนักเรียนนายเรือยศกร จะการเดินทางไปศึกษาต่อ ที่โรงเรียนนายเรือสหรัฐฯ เป็นเวลา 4 ปี ตั้งแต่ 17 มิถุนายน 2566 - 30 พฤษภาคม 2570  

กองทัพเรือ ได้เคยส่งนักเรียนนายเรือไปเรียนที่โรงเรียนนายเรือประเทศสหรัฐฯ ครั้งแรกปี พ.ศ.2498 โดยส่งไปเข้าโรงเรียนนายเรือเป็นหลัก ถ้าเข้าไม่ได้ก็จะเปลี่ยนไปเข้าที่โรงเรียนยามฝั่ง 
หากเข้าทั้ง 2 โรงเรียนไม่ได้ จะให้เข้ามหาวิทยาลัย การเข้าเรียนต้องผ่านการคัดเลือกเข้มข้น  ผู้ที่กองทัพเรือส่งไปเรียนที่สหรัฐฯ ในช่วงแรกส่วนใหญ่ไปเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย มีช่วงที่ส่งไปต่อเนื่องคือระหว่างปี พ.ศ.2522-2537 จนมีนักเรียนนายเรือ เสรี ฉ่ำชื่น (ปัจจุบัน ยศ นาวาเอก) นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 28 เป็นผู้ที่สอบคัดเลือกได้เข้ารับศึกษาในโรงเรียนนายเรือสหรัฐฯ ได้เป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2532 แต่เนื่องจากการคัดเลือกเข้มข้น นักเรียนนายเรือไทย จึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียนได้บ้างไม่ได้บ้าง  กองทัพเรือจึงงดส่งนักเรียนนายเรือไปสหรัฐฯ ระยะหนึ่ง และมาเริ่มส่งอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2553 จนถึงปัจจุบัน

โดยที่ผ่านมากองทัพเรือไทยมีผู้สำเร็จการศึกษาจากประเทศสหรัฐฯ ระดับต่างๆ ประมาณ 20 นาย (ทั้ง ที่ แอนนาโปลิส coastguard และ มหาวิทยาลัย ไม่รวมระดับปริญญาโท)  และมีนักเรียนนายเรือไทยที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือสหรัฐจำนวน16 นาย โดยเมื่อวันที่ 26  พฤษภาคม 2566  ที่ผ่านมานักเรียนนายเรือ สุรศักดิ์  บรรดาศักดิ์ เป็นนักเรียนนายเรือไทยที่สำเร็จการศึกษาคนล่าสุด
นักเรียนนายเรือยศกรฯ หรือน้องพีร์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 63  นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 120 จบการศึกษาชั้นมัธยมโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล  เป็นคนจังหวัดชัยภูมิ บิดารับราชการตำรวจ และมารดาทำงานเป็นพยาบาล มีพี่น้อง 2 คน  น้องพีร์เป็นคนที่ 1 ในขณะศึกษาโรงเรียนเตรียมทหารผลการเรียนเกรดเฉลี่ยสะสม 3.95 มีความสามารถพิเศษด้านดนตรีสากล ตำแหน่งสำคัญในขณะเป็นนักเรียนเตรียมทหาร หัวหน้าตอน15 ชั้นปีที่ 2 และหัวหน้านักเรียนนายเรือชั้นปีที่1 นักเรียนนายเรือรุ่นที่120  
แรงบันดาลใจของน้องพีร์ในการเข้ามาเป็นนักเรียนนายเรือนั้น เกิดจากเคยมีโอกาสได้ดูสารคดีเกี่ยวกับทหารเรือ ได้เห็น

การทำงานของทหารเรืออย่างเป็นระบบ จึงเป็นจุดประกายเล็กๆ ที่ทำให้น้องพีร์มีความสนใจในทางนี้
โดยมีครอบครัวคอยช่วยสนับสนุนอยู่ตลอด  ในการสอบคัดเลือกเข้าไปเรียนในโรงเรียนนายเรือสหรัฐอเมริกานั้น การแข่งขันค่อนข้างสูงมาก เมื่อเทียบกับจำนวนคนที่สมัครกับจำนวนที่รับเข้าเรียน ดังนั้นการที่ได้เป็น 1 ในหลายๆ คนที่ถูกรับเลือก

น้องพีร์มีความรู้สึกยินดีและถือเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งตามตั้งใจทำ โดยมีแรงบันดาลใจในการสอบทุนครั้งนี้ จากที่น้องพีร์มีความสนใจในวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ การใช้ชีวิตของแต่ละประเทศเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสในการสอบทุนนั้น จึงทำให้น้องพีร์มีความตั้งใจไว้แล้วที่จะไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ 

และอีกส่วนหนึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากพี่นักเรียนนายเรือด้วยกันเอง อาทิ รุ่นพี่นักเรียนนายเรือปุญรพีฯ ที่ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนนายเรือสหรัฐอเมริกา ที่คอยให้คำแนะนำและการสนับสนุนกับน้องพีร์ และน้องพีร์เชื่อว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยในการพัฒนาในสิ่งต่างๆ การที่ได้มีโอกาสเป็นบุคคลหนึ่งที่ได้จะได้รับองค์ความรู้จากทางต่างประเทศ ทั้งความรู้ด้านเทคโนโลยีและด้านอื่นๆ เพื่อจะนำองค์ความรู้เหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับกองทัพเรือ ในการการพัฒนากองทัพไปให้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ นักเรียนนายเรือ ยศกรฯ มีกำหนดการเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 18 มิถุนายน 2566


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top